[GOT7] Maf(ai)l หักธงมาเฟีย : MarkBam

ตอนที่ 16 : ลูกหมูตัวที่สิบสาม :: ชู้รักหักธง (170%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,504
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    4 ก.ค. 59

O W E N TM.







13


“หลักฐานเหรอแบม” แม่ถามขึ้นหลังจากเงียบอยู่นาน สีหน้าดูมีความแปลกใจเมื่อได้ยินอย่างนั้น ซึ่งก็ไม่แปลกนักหรอกเพราะผมเองก็แปลกใจเหมือนกันที่พูดออกไปอย่างนั้น เพราะไอ้หลักฐานที่ว่ามันมีซะที่ไหน!

“ครับ” ผมพยักหน้าตอบแม่กลับไป ทั้งยังยิ้ม ยิ้มแบบมั่นใจทั้งที่ไม่มีอะไรนั่นแหละ ก่อนผมรีบยื่นมือผลักแจบอมออกไปยืนตรงหน้า

“เอ้าตี๋ พูดไปสิ ยืนเงียบอยู่ได้” แจบอมหันมาค้อนใส่ผมทีหนึ่งก่อนหันกลับไปมองทางอี้เอินกับแม่อีกครั้ง

“ครับ ผมยืนยันได้ว่าอี้เอินท้องได้จริงๆ”

“ยังไง”

“อี้เอินเป็น Hermaphroditus[1] ครับ”

Hermaphroditus?”

“ครับ หรือเรียกง่ายๆ คือมีสองเพศในร่างเดียว” แจบอมอธิบาย แล้วหันไปมองทางอี้เอินที่นั่งมองมาทางพวกเรานิ่ง ในตอนแรกที่ได้ยินจากปากแจบอมก็ไม่อยากเชื่อเท่าไหร่หรอก แต่เมื่ออีกฝ่ายยืนยันหนักแน่นสุดท้ายเลยได้แต่เชื่อ

“ถ้าได้ยินมาไม่ผิด เธอเป็นหมอนะแจบอม”

“ครับ ผมเป็นหมอ ผมไม่โกหกหรอก” ว่าแล้วแจบอมก็ยื่นแฟ้มที่ถือติดมือมาด้วยไปข้างหน้า แม่ยืนมองมันอยู่พักหนึ่งก่อนยื่นมือรับมันไว้ช้าๆ สีหน้ายังคงความแครงใจ

“เธอแน่ใจนะแจบอม”

“ครับ” แจบอมรับ สีหน้าจริงจังจนผมเองยังไม่เชื่อว่าจะได้เห็นสีหน้าแบบนี้จากอีกฝ่าย อ่า แบบนี้แปลว่าอี้เอินรอดจากกรงเล็บมารแล้วใช่ไหม

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ฉันว่าพวกเราคงมีเรื่องคุยกันอีกยาวนะแจบอม”

แม่พูดและก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรออกมา ผมก็รีบแทรกขึ้นทั้งรีบเดินไปดึงร่างของอี้เอินมาไว้ข้างตัว

“งั้นถ้าแม่มีอะไรก็คุยกับแจบอมไปนะครับ ผมจะพาอี้เอินไปพัก” ว่าจบพี่ก็ตั้งท่าดึงเมียรักกลับออกไปด้านนอกแต่ถูกดักทางโดยปีศาจร้ายที่กุมอำนาจมืดทั้งหมดไว้ในมือ

“เดี๋ยวแบม แม่มีเรื่องจะคุยกับอี้เอิน”

“แต่แม่ เอินต้องพักนะ”

“คนท้องคนไส้ต้องพักเยอะๆ แม่ดูสิอี้เอินท้องอยู่แท้ๆ แต่ดูไม่มีน้ำมีนวลเหมือนคนอื่นเลย คงเพราะตอนที่อยู่เกาะอี้เอินต้องทำงานหนัก แล้วพอกลับมาเอินต้องถูกแม่ถามคำถามเดิมๆ เช้าเย็นจนแทบไม่มีเวลาพัก แม่ทำแบบนี้ไม่นึกถึงหลานในท้องเลยเหรอ นี่ทายาทมาเฟียรุ่นต่อไปเลยนะ ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาแม่จะ

“อะ พอๆ พาอี้เอินไปพักเถอะ” แต่ยังไม่ทันได้พูดจบแม่ก็ตัดบทพร้อมโบกมือไล่ ส่วนผมก็ได้แต่ยิ้มออกไปทั้งถามอีกครั้ง

“แม่พูดจริงเหรอครับ”

“จริง ลูกพาอี้เอินไปพักเถอะ”

“ครับ งั้นผมไม่กวนเวลาแม่แล้ว ที่เหลือก็ฝากด้วยนะไอ้น้อง”

ผมว่าพร้อมยกมือตบบ่าเหมือนฝากฝังอนาคตทั้งหมดไว้ที่อีกฝ่าย แต่ใยเพื่อนเมียไม่รับน้ำใจหันขวับมาค้อนตาให้ พร้อมไออำมหิตบางๆ ซึ่งผมเองก็ไม่ได้โง่จนไม่รู้ว่าอีกฝ่ายยังงอนเรื่องแต่งงานไม่หาย

โถ ไอ้น้อง พี่ก็ไม่คิดว่าเอ็งจะแค้นแรงขนาดนี้ แต่ไม่เป็นไรเพราะถ้าเสร็จเรื่องเมื่อไหร่พี่จะตบรางวันให้อย่างงาม

“ไปเอิน ไปพักกันดีกว่า”

ว่าแล้วก็คว้าแขนลากอี้เอินออกไปนอกห้องพร้อมขบวนมาเฟียแต่แห่กันเข้ามาเมื่อกี้ กระทั่งประตูห้องนั่งเล่นปิดลงแล้วผมถึงได้รีบหันกลับไปมองอี้เอินอีกครั้ง

“เอิน เอินเป็นอะไรมากรึเปล่า เจ็บตรงไหนไหม”

“เอินตอบพี่มาสิว่าเป็นอะไรมากไหม” ผมถามพร้อมจับตัวอี้เอินหมุนไปมา ไม่ได้หรอก ผมยังจำได้ดี ในตอนที่พ่อกับแม่มีปากเสียงแล้วแอบทะเลาะกันอยู่ในห้อง แน่นอนว่าพ่อแพ้ราบคาบแต่สภาพนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าอะไร

แบม จำไว้นะลูก ถ้าคิดจะทะเลาะกับเมียอย่าได้ขึ้นเสียงใส่เด็ดขาด เพราะนั่นอาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่ลูกจะได้ทำ

ไรขนหลังต้นคอลุกชันทันทีที่นึกได้อย่างนั้น ก่อนลอบกลืนน้ำลายลงคอแล้วรีบสำรวจเนื้อตัวของอี้เอินจนยูคยอมที่ทนดูไม่ไหวพูดขึ้นพร้อมดึงมือผมออกจากตัวของอี้เอิน

“แบม มึงทำอะไร”

“อย่ามายุ่ง กูจะดูว่าเมียกูเป็นอะไรรึเปล่า”

“มึงนี่ก็ แม่มึงจะฆ่าอี้เอินรึไง”

“มึงจะไปรู้อะไร” ผมหันไปขึงตาใส่มัน ลองให้มาเห็นสภาพพ่อในตอนนั้นก่อนเถอะ มันยังทรรงตัวยืนอยู่ได้ก็นับว่าแกร่งแล้ว

แต่ยังไม่ทันได้เดินไปไหนเจ๊มินก็เดินเข้ามาขวางไว้ซะก่อนพร้อมกับใบหน้าที่ดูดีขึ้นนิดหน่อย

“แน่ใจนะว่าทำแบบนี้แล้วมันจะได้ผล”

“ได้สิเจ้” อย่างน้อยอี้เอินก็ไม่ถูกแม่แหวกท้องซะก่อน

“ก็ขอให้เป็นอย่างที่พูดก็แล้วกัน” เจ๊พึมพำแล้วหันกลับไปมองด้านหลัง “เพราะฉันจะได้ไม่ต้องมานั่งคิดเรื่องนี้อีก ไปยองแจ กลับบ้าน!

ว่าแล้วเจ๊ก็เดินไปคว้าแขนยองแจลากให้เดินออกไปอีกทางก่อนแจ็คสันที่ยืนอยู่ข้างๆ ร้องห้ามเสียงดัง

“เห้ยเจ๊”

“เจ๊จะพายองแจไปไหน นั่นมันเชลยผมนะ เจ๊!

แต่มินยองสนที่ไหน ทำเพียงหันมาเบ๋ปากให้แล้วจัดการลากตัวยองแจที่สีหน้าเริ่มดูไม่ดีออกไปด้านนอก ส่วนผมก็รีบลากตัวอี้เอินเดินขึ้นไปด้านบนไม่คิดหันกลับไปสนเสียงร้องโวยวายเพราะกลัวว่าแม่จะเปลี่ยนใจอยากลากอี้เอินไปสอบสวนด้วยอีกคน

“ไอ้ยูคพี่มึงพาเชลยกูไปแล้ว”

“ยูค มึงทำอะไรสักอย่างสิ นั่นมันพี่มึงนะ ไอ้ยูคคคค”

 

ปึก

“เอิน” ผมรีบหันกลับไปเรียกอี้เอินทันทีที่ประตูห้องปิดลง แต่อีกคนกลับแทรกขึ้นซะก่อน

“แจบอมพูดอะไรกับนายบ้าง” อี้เอินถาม สีหน้าเครียดกว่าเมื่อกี้อย่างเห็นได้ชัดจนผมเริ่มสับสนแล้วว่าเรื่องที่น่ากังวลมันคือเรื่องอะไรกันแน่

“ก็บอกพี่แค่ว่าเอินมีสองเพศ”

“แค่นี้เหรอ”

“อื้อ” ผมพยักหน้ารับ แล้วย่นคิ้วถามพร้อมกุมมืออี้เอินไว้หลวมๆ “เอิน เอินไม่ต้องกลัวนะ แม่พี่ไม่ทำอะไรเอินหรอก”

“จริงเหรอ”

“อือ อีกอย่างเอินต้องพักให้มากๆ นะ ลูกของเราจะได้แข็งแรง”

ผมหลุบตามองเพราะเริ่มทำตัวไม่ถูก อ่า นี่มันวันอะไรนะ ทำไมถึงได้รู้สึกว่าอี้เอินแปลกไป นั่นสิ ก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เช้าแล้วไม่ใช่เหรอ เอะอะจะให้พี่อยู่บน ไหนจะเรื่องท้องแล้วก็แม่อีก

อ่า นี่สินะ ที่เขาบอกว่าคนท้องมักจะอารมณ์แปรปรวน

แต่เอาเถอะ ถ้าน้องไม่เอะอะตีเข่า พี่ก็โอเค

“เอิน อย่าคิดมากเลยนะ” ผมว่าแล้วดึงให้อี้เอินเดินตามไปอีกทาง ก่อนผลักร่างที่ดูผอมบางกว่าปกติลงบนเตียง

“มามะ มานอนกันดีกว่า”

“ฉันยังไม่ง่วง”

“ไม่ง่วงก็ต้องนอน เอินรู้ไหมว่าเดี๋ยวนี้เอินผอมลงไปมากนะ” ผมลูกนิ้วไปตามตัวอี้เอินเมื่อพูดจบ จริงอย่างที่พูดนั่นแหละ อี้เอินผอมลงมาก ดูไม่มีน้ำมีนวลเหมือนแต่ก่อนเลยสักนิด

“เฮ้อ ดูสิลูกหมูของพี่ ผ่านไปไม่กี่วันกลายเป็นหมูแผ่นซะแล้ว แต่ไม่เป็นไรนะเอิน มาอยู่กับพี่ไม่มีอด รับรองสามวันพี่จะขุนให้น้องกลับมาอ้วนเหมือนเดิมแน่นอน”

ผมซบหน้าลงกับอกอี้เอินหลังจากพูดจบ พร้อมยิ้มกับตัวเองนิดๆ เมื่อนึกถึงวันข้างหน้าที่จะมีหมูน้อยมาช่วยอุ่นเตียงเหมือนเดิม อ่า นานแค่ไหนแล้วนะที่ผมไม่ได้นอนกอดอี้เอินแบบนี้ หมายถึงกอดตอนที่นอนบนเตียงนุ่มๆ น่ะ

“เฮ้อ”

แต่ในตอนนั้นเองที่รอยยิ้มต้องแข็งค้าง ผมผละตัวออกก่อนนิ่วหน้าถามไม่ชอบนักเมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจจากอีกฝ่าย

“เอินถอนหายใจทำไม”

“ไม่เอาสิคนดี เอาแต่นอนถอนหายใจแบบนี้เดี๋ยวลูกก็เครียดแย่”

“เครียดเหรอ” อี้เอินขมวดคิ้วถามทั้งตั้งท่าลุกขึ้นแต่ผมใช้มือดันไว้ซะก่อนจนสุดท้ายอี้เอินต้องยอมนอนลงบนเตียงอีกครั้ง

“ใช่ ถ้าเอินเครียดลูกของเราก็ต้องเครียดด้วยสิ”

แต่หลังจากตอบคำถามนั้นไปอี้เอินก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก แต่ดูจากจังหวะหายใจคงไม่ใช่ว่าเพราะหลับหรอก แต่ช่างเถอะ ผมจะไม่เซ้าซี้ ขืนถามมากฮอร์โมนน้องพลุกพล่านลุกขึ้นมาเตะปากพี่ทำไง ไม่ได้ครับ พี่อยู่เป็น ฉะนั้นพี่จะเงียบไม่พูดอะไรออกไป จนกระทั่งเวลาผ่านไปพักหนึ่งเสียงของอี้เอินถึงได้ดังขึ้น

“นี่”

“หืม” ผมครางรับก่อนใช้คางเกยอกเพื่อมองหน้าอี้เอินให้ชัดๆ แล้วนิ่งไปเมื่อได้ยินคำถามชัดเจนแล้ว

“ไม่รังเกียจฉันเหรอ ที่ฉันเป็นแบบนี้”

“...ทำไมพี่ต้องรังเกียจเอินด้วยล่ะ” ผมย่นคิ้วถามกลับ ก่อนนิ่วหน้าคิดอยู่พักหนึ่งถึงได้ถามออกไปอีกครั้ง “เอินคิดว่ามันเป็นปมด้อยเหรอ”

“...”

“เอาน่าเอิน อย่าคิดมากเลย เอินเป็นยังไงพี่ก็รักหมดแหละ” แต่ถึงจะตอบออกไปอย่างนั้นอี้เอินก็ยังเอาแต่นิ่งจนสุดท้ายผมต้องยิ้มออกไปอย่างเอาใจแล้วแนบหน้าเข้ากับอกอุ่นๆ ของอี้เอินอีกครั้ง

“จริงๆ นะพี่ เอินจะเป็นยังไงพี่ก็ไม่รังเกียจหรอก” เชื่อผมเถอะว่าที่พูดไปน่ะความจริงล้วนๆ ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาผมจะแหลไว้เยอะแค่ไหน แต่ครั้งนี้คุณต้องเชื่อ เพราะไม่ว่าอี้เอินจะเป็นยังไงสุดท้ายเขาก็คือคนที่ผมรักอยู่ดี

ผมยิ้มออกมาอีกครั้งเมื่อนึกได้อย่างนั้น แต่ยังไม่ทันจะได้ถูแก้มเข้ากับอกแน่นๆ ของน้อง เสียงถอนหายใจก็ดังขึ้นดึงให้พี่ต้องเงยหน้าเอ็ด

“เอิน พี่บอกแล้วไงว่า อะ”

ยังไม่ทันได้พูดจบทั้งร่างก็ต้องพลิกหงายเมื่อเมียรักที่เอาแต่ถอนหายใจขยับตัวพลิกร่างคร่อมทับ ก่อนครางงึมงำเหมือนปลงตกกับบางอย่าง

“จริงๆ เลยนะ” ว่าจบน้องก็ยกมือลูบแก้มพี่ แต่เดี๋ยวสิ ทำไมผมถึงรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง

“อือ เอิน พี่อึดอัด” ผมบอกพร้อมพยายามขยับตัวดิ้นออกมา ก่อนความรู้สึกตะขิดตะขวงใจเมื่อกี้เริ่มชัดเจนเมื่อน้องไม่ยอมทำตามที่ขอพร้อมเบียดตัวลงมา

“เอิน” ขอร้องน้องอย่าพรากความแมนไปจากพี่ ผมยังคงดิ้นอยู่อย่างนั้นก่อนเผลอเงยหน้าขึ้นสบกับสายตานิ่งๆ ที่มองมาแล้วต้องเป็นฝ่ายหลุบตาเพราะกลัวว่าถ้าจ้องนานกว่านี้พี่จะตัวสั่นจนทำอะไรไม่ถูก “เอินอา”

“นอนทับบนตัวฉันนานๆ ถ้าแท้งขึ้นมาไม่รู้ด้วยนะ”

“แท้ง?”

“ใช่ ทายาทมาเฟียรุ่นต่อไปเลยไม่ใช่เหรอ”

“แต่เอิน...” ขอร้องล่ะ อย่างน้อยก็ช่วยขยับตัวออกห่างหน่อยเถอะ ทำแบบนี้พี่หวั่นใจครับ กลัวว่าถ้านานกว่านี้พี่ต้องเสียตัวให้น้องอีกครั้ง

“หืม ทำไม”

“เอินช่วยขยับตัวออกไปได้ไหม สักนิดก็ยังดี” ผมบอกก่อนยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าอี้เอินยอมขยับตัวออกตามที่พูด ถึงจะนิดเดียวก็เถอะ

“แบบนี้เหรอ”

“อื้อ”

“โอเค แต่ฉันยังมีเรื่องจะถามต่อ ครั้งนี้จริงจัง”

“จริงจัง?” เดี๋ยวๆ แล้วเมื่อกี้ยังไม่จริงจังอีกเหรอวะ

“อือ ถาม ทำไมหรือไม่อยากตอบ” อี้เอินเลิกคิ้วถามเหมือนอยากหาเรื่องนิดๆ นี่ถ้าไม่ติดว่าน้องกำลังท้อง พี่คงตะคอกให้ขวัญเสีย แต่ไม่เป็นไร ใจพี่ต้องร่ม ท่องไว้ว่าอี้เอินกำลังท้องอยู่

“บ้า เอินถามอะไรพี่ก็ตอบหมดแหละ แล้วเอินอยากรู้เรื่องอะไรล่ะ”

“เรื่องของมินยอง”

“ห๊ะ”

“กับผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ว่ารักกันนักหนาหรอกเหรอ” ผมขมวดคิ้วให้กับคำถามนั้น นอนนึกอยู่สักพักถึงคิดขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้อี้เอินยังไม่รู้ว่าผมแม่งโคตรกลัวเจ๊

แน่ล่ะ ก็เล่นไปสัญญิงสัญญากับเจ๊แกไว้ว่าถ้าทำให้เอินหึงจะส่งตัวแจ็คสันให้ แล้วตอนนี้เป็นไง

“ก็ ก็ใช่ไง เอินมีอะไรเหรอ” ผมตอบเสียงกุกกักแม้ว่าพยายามตั้งสติที่สุดแล้วก็ตาม อ่า เหมือนเห็นอนาคตอันน่าหดหู่อยู่รำไร ทำไมชีวิตพี่มันน่าอนาถแบบนี้กันนะ

“แล้วทำไมตอนนี้ดูไม่รักกันเลยล่ะ”

“...ก็พี่มีเอินแล้วไง”

“...”

“จริงๆ นะ พี่มีเอินแล้วจะไปสนใจคนอื่นทำไม” ผมตอบอย่างเอาใจหวังเพียงนิดว่ามันจะช่วยชีวิตของพี่ได้บ้าง แต่ก็นั่นแหละ ความหวังยังเป็นความหวังต่อไปยิ่งอี้เอินตอบกลับมาไอ้ความหวังที่ว่ายิ่งมืดสนิท

“ไม่ใช่ว่าวางแผนทำให้ฉันหึงแต่แรกเหรอ”

บ้า เอินเอาอะไรมาพูด จะมีเรื่องแบบนั้นได้ยังไง”

“จริงเหรอ”

“อื้อ เอินคิดมากแล้ว”

“แต่ถ้าวันนั้นฉันบังเอิญไปได้ยินตอนที่นายกำลังตกลงกับมินยองล่ะ จะว่ายังไง”

“ห๊ะ”

“ฉันรู้ความจริงหมดแล้วล่ะ” ผมถึงกับพูดอะไรไม่ออกเมื่อได้ยินอย่างนั้น ก่อนหลุบตามุ่ยปากบ่นงึมงำออกมา

“ก็ถ้ารู้แล้วจะมาถามเราทำไมวะ”

“แล้วรู้ไหมว่าคนขี้โกหกต้องโดนอะไร”

“ห๊ะ” นี่ยังต้องโดนอีกเหรอ แต่ในตอนที่เอาแต่คิดอยู่นั้นคนบนตัวก็เริ่มขยับจนผมต้องรีบยกมือดันร่างห้ามอี้เอินไว้ “เอิน ไม่เอานะพี่ไม่เล่น”

หรืออย่างน้อยก็ให้พี่อยู่ข้างบนเถอะครับ

“ฉันก็ไม่ได้เล่นสักหน่อย”

“ใช่ไหมล่ะ งั้นเอินก็ลงจากตัวพี่เถอะ”

“ใครบอกว่าจะลง”

“ห๊ะ”

“ฉันไม่ได้เล่นแต่จริงจัง”

“ห๊ะ ดะ เดี๋ยว เอิน ลูก อื้อ”

ผมพยายามดันตัวอี้เอินออกพร้อมร้องบอกว่าน้องกำลังแบกลูกในท้องอยู่ แต่เหมือนคนท้องจะไม่สำเนียก ยังเอาแต่เบียดตัวเข้าหา เป็นสัญญาณบอกว่าพี่ไม่รอดแน่แล้ว แต่ในตอนที่ความหวังเริ่มริบหรี่พร้อมใจที่ร่ำร้องบอกว่าพี่คงเสร็จน้องแน่แล้ว ทั้งร่างก็ถูกจับให้คร่อมทับบนร่าง

“เอิน?” สาบานได้ว่าไม่ได้เสียดาย แต่แปลกใจแค่นั่นที่อยู่ๆ น้องเปลี่ยนใจจับพี่ขึ้นคร่อมกะทันหัน ก่อนน้องยกแขนคร่องคอกระซิบบอกเสียงเบา

“ก็บอกว่าคนท้องไม่ควรออกแรงไม่ใช่เหรอ”

“เอ๋” ผมทำหน้าหลอหลาอยู่พักหนึ่งกระทั่งเข้าใจความหมายถึงได้ยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย โถ ที่แท้น้องก็อยากสานต่อ อยากได้แค่นี้บอกพี่ดีๆ ก็ได้ครับ

ผมยิ้มให้อี้เอินอยู่อย่างนั้นก่อนโน้มตัวต่ำไปกระซิบที่ข้างหู

“อื้อ คนท้องนอนอยู่เฉยๆ นั่นแหละ อะ"



50%


อ่านทอล์คเด้อ

 

ประโยคของคนตัวเล็กขาดหายไปเมื่อมาร์คจู่โจมขโมยเอาความหวานจากกลีบปากพร้อมเรียวแขนรั้งต้นคอให้โน้มต่ำย้ำจุมพิตหนักๆ ให้ชัดเจน ก่อนคนด้านบนที่เหมือนเพิ่งได้สติตอบรับช้าๆ แล้วหลุดยิ้มออกมาเมื่อผละออกจากกัน

“เอินอา อย่าทำแบบนี้สิ ให้พี่เป็นคนจัดการดีกว่านะ”

ว่าทั้งเกลี่ยนิ้วไปมาบนอก ช่วยปลดกระดุมให้น้องเอินช้าๆ แล้วโน้มหน้าจัดการลงโทษคนฉวยโอกาสที่ไม่เจียมตัวเลยสักนิดว่าตัวเองกำลังอุ้มท้อง

ก็เป็นแบบนี้ตลอดแหละ แบมแบมพยายามทำความเข้าใจกับการเป็นลูกหมูของมาเฟียของอีกฝ่ายแม้บางครั้งรู้สึกว่ามันห่ามเกินไปจนน่ากลัวก็ตาม

มาเฟียหนุ่มได้แต่ทอดถอนใจทั้งเลื่อนมือที่เริ่มอยู่ไม่สุขกอบกุมเอวสอบให้บดเบียดเข้ากับร่างของตัวเอง เรียกเสียงครางในลำคอก่อนลูกหมูตอบรับสัมผัสด้วยการยกมือรั้งต้นคอเข้ามาจูบซับพร้อมที่มืออีกข้างไล่คลึงไปถึงกลางหลังถึงได้สอดใต้สาบเสื้อลูบเนื้อเนียนที่ไม่ว่าตอนไหนก็ยังลื่นมือไม่เปลี่ยน

“อะ เอิน ไม่เอา” แบมแบมครางบอกก่อนผละห่าง ส่ายศีรษะห้ามทั้งรั้งมือออก “คนท้องเขาให้นอนอยู่เฉยๆ”

ว่าจบก็กดมือคนท้องลงข้างกาย แต่ดูอีกฝ่ายจะไม่สบอารมณ์เท่าไหร่จนเด็กหนุ่มต้องลอบกลืนน้ำลายเพราะเริ่มหายใจไม่ทั่วท้องเท่าไหร่ แสร้งแย้มยิ้มออกไปทำใจดีสู้เสือ

“นี่เอิน อย่ามองพี่แบบนั้นสิ”

“ก็เอินเป็นคนบอกพี่เองไม่ใช่เหรอว่า อะ” แต่ในตอนที่เอาแต่พูดคนด้านล่างก็ขยับลุกทั้งยื่นมือประคองไม่ให้คนตัวเล็กร่วงตกลงไปซะก่อน มือบางยกขึ้นเกาะไหล่แน่น เงยหน้าส่งค้อนให้อย่างน้อยใจที่อยู่ๆ อีกฝ่ายก็ลุกขึ้นมา

“นอนทับนานๆ เดี๋ยวลูกก็หายใจไม่ออกหรอก”

แต่เอินก็น่าจะบอกพี่ก่อน

“ก็บอกแล้วไง” ว่าจบคนท้องก็ไล้หลังมือไปบนแก้ม ก้มหน้าจุมพิตแผ่วๆ อย่างเอ็นดู “แต่บอกช้าไปหน่อย”

ใบหน้าโน้มต่ำลงอีกครั้งฉกฉวยเอาความหอมจากลำคอ ปากหยักกดจูบเนื้ออ่อน ขบเม้มจนเกิดรอยรักสีเรื่อ แบมแบมส่งเสียงครางอื้ออึงตอนรับสัมผัสที่มาร์คมอบให้ หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นส่ำ แม้รู้สึกว่ามันไม่ปกติอยู่บ้างแต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปเพราะในหัวเริ่มนึกหมั่นไส้หมูขี้พยศแล้วเหมือนกัน

ในเมื่อลูกหมูไม่รักดีอยากห่ามนัก งั้นก็ออกแรงต่อไป แต่อย่าได้หวังว่าจะชิงตำแหน่งด้านบนไปจากเขา

“อะ” ปากอิ่มเผยอครางขณะที่มือบางยังกำแน่นก่อนเผลอซุกหน้าลงบนไหล่ เมื่อมือหนาสอดเข้าไปใต้สาบเสื้ออีกครั้ง ไล่สัมผัสเนื้อเนียนเรียกเสียงครางและอาการสั่นสะท้านจากคนบนตักที่ยังแง่งอนไม่หายได้เป็นอย่างดี

"อื้อ เอิน ไม่เอาสิ" นานกว่าจะตั้งสติได้ แบมแบมเริ่มขยับรั้งมือออกอีกครั้ง แต่เจ้าของตักยังรั้นยื้อมือไว้

“ฉันไม่ได้เป็นง่อยสักหน่อย” อี้เอินอธิบายแต่ดูอีกฝ่ายยังไม่พอใจ มุ่ยปากอยู่อย่างนั้น

แต่เอินบอกให้พี่เป็นคนทำ”

“ก็ทำสิ” ว่าทั้งไล่นิ้วมือที่มุมปากก่อนจัดการตะโบมจูบอีกครั้ง

จริงอยู่ที่เขาให้แบมแบมเป็นคนทำแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะให้ทำคนเดียวสักหน่อย!

สองมือเริ่มขยับอีกครั้งเมื่อนึกได้อย่างนั้น ทั้งกอบกุม หยอกเย้าจนคนทำสั่นสะท้าน ทำได้เพียงนั่งเปล่งเสียงครางผะแผ่วออกมา

แบมแบมหอมหายใจถี่ยังคงตั้งสติไม่ได้สักทีเมื่อมาร์คไม่ยอมเลิกรา เคลื่อนมือหนาลงด้านล่าง คว้าหมับเข้าที่กางเกง เค้นเรียกเสียงครางจากปากอิ่ม แม้ความจริงเจ้าตัวอยากเปิดปากด่าที่ลูกหมูไม่เชื่อฟังคำสั่งเอาแต่รั้นดึงดันจะทำไปเรื่อยๆ แต่ไม่ว่าพยายามยังไงสุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องยอมผ่อนปรนเดินตามเกม

เอาเถอะ อย่างน้อยการได้อยู่ข้างบนก็ทำให้ไม่รู้สึกเสียเปรียบเท่าไหร่ ออกจะได้กำไรด้วยซ้ำที่ได้เก็บแรงไว้ขย้ำลูกหมูในรอบหน้า

“อะ” ดวงตากลมปิดลงพร้อมยกมือขึ้นสอดเข้ากลุ่มผมขยุมเบาๆ

แบมแบมไวต่อสัมผัสมาร์ครู้ดี เขารู้ตั้งแต่มีอะไรกันครั้งแรก แต่ถึงรู้อย่างนั้นก็ไม่คิดเบามือชักนำอีกฝ่ายให้เดินตามเกมต่อไป กระทั่งคนบนตักทนไม่ไหวครางบอกออกมาอีกครั้ง

"อะ เอิน เร็ว"

“ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้ฉันทำหรอกเหรอ” คำถามดังขึ้นทั้งเจ้าตัวยกยิ้มมุมปากแล้วขยับมือตามที่อีกฝ่ายเรียกร้อง จนคนบนตักต้องลืมตาค้อนประหลับประเหลือกให้

“ไม่ใช่ว่าทำไปแล้วรึไง”

“ก็จริง”

มาร์คยื่นหน้าจุมพิตบนปากอิ่มเมื่อได้ยินอย่างนั้นเหมือนเป็นของขวัญงอนง้ออีกคนก่อนหันเหความสนใจลงไปด้านล่าง ขยับข้อมือเข้าออกอีกครั้งทั้งเร่งจังหวะเมื่อรู้ถึงอาการสั่นสะท้านและไม่นานร่างเล็กบนตักก็กระตุกปลดปล่อยของเหลวสีขาวขุ่นออกมา

“อะ”

แต่เพิ่งขยับตัวคนด้านบนก็ครางอู้อี้ออกมาทั้งยื้อตัวไม่ไปไหนเอาแต่นั่งซบหน้าเข้ากับไหล่หอบหายใจแผ่วๆ

“อือ เอิน”

“อะไรกัน เหนื่อยแล้วเหรอ”

“...”

“ยังไม่ได้ออกแรงเลยนี่ แล้วแบบนี้จะทำต่อได้เหรอ”

มาร์คกระซิบบอก เชื่อเถอะว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ แต่เหมือนว่าอีกฝ่ายถูกยั่วไปเต็มๆ แบมแบมผละตัวขึ้น ขมวดคิ้วไม่พอใจก่อนกลายเป็นสงสัยเมื่อเห็นคราบที่เปื้อนบนมืออีกฝ่าย

“เอิน” ปากว่าทั้งดึงมือขึ้นมาแต่ดูมาร์คไม่ได้สนใจอะไรเอาแต่รั้งเอวอีกฝ่ายไว้หลวมๆ

“ไม่เป็นไรหรอก”

“ไม่เป็นไร?”

“อืม” ว่าจบก็ยกมือลากตามแผ่นอกที่สวมเสื้อเชิ้ตทับไว้ไม่ต่างจากก่อนหน้านี้เท่าไหร่ แล้วจัดการพลิกร่างคนตัวเล็กลงจากตัว ใช้มือรั้งกางเกงที่ดูรกหูรกตาออกจากเรียวขาสั่นระริกไม่ต่างจากสีหน้าของเจ้าตัวเท่าไหร่

“เอิน จะทำอะไร อะ” แบมแบมร้องถามออกไปแต่ยังไม่ทันได้ถามจบเสียงร้องก็ดังขัด เพราะมือที่เคยช่วยพยุงร่างสอดไปที่ด้านหลังทั้งขยับเข้าออกช้าๆ

“อะ อา” แบมแบมเม้มปากแน่น จะเรียกว่าไม่คุ้นชินคงไม่ถูก แน่ล่ะ นายเหนือผ่านศึกกับหมูน้อยมานับร้อยอีกอย่างจะให้ถอยคงไม่ไหว แบมแบมเริ่มขยับตัวรับสัมผัสอย่างเคยตัว ริมฝีปากเผลอครางอีกครั้งเมื่อปลายนิ้วเริ่มรุกล้ำเข้ามา

"อื้อ..ฮึก...เอิน มัน" ประโยคหายไปอีกครั้งเมื่อปากหยักเข้ายึดครองปากอิ่ม มาร์คหลอกล่อคนตัวเล็กให้หลงใหลไปกับจุมพิตอ่อนหวาน ขณะที่มืออีกข้างก็ยังทำหน้าที่ของมัน แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรให้เสร็จดี นิ้วทั้งสิบก็จิกลงมาบนหัวไหล่พร้อมคนบนตัวส่ายหน้าให้ เรียกเอาความสงสัยจนต้องถามออกไป

“หืม? มีอะไร”

“ฮึก มัน มันจุก” แบมแบมนิ่วหน้า ทั้งเจ็บและอายไปพร้อมกัน แต่เชื่อเถอะว่ายังมีเรื่องที่น่าเจ็บใจมากกว่านั้น

เด็กหนุ่มซบหน้าลงกับไหล่ของมาร์คอีกครั้งทั้งยังครางกระเซ้าเรียกเอารอยยิ้มพอใจจากอีกฝ่าย ก่อนมาร์คตัดใจดึงนิ้วยาวออกแล้วสอดตัวตนเข้าแทนที่

“อึก” เสียงครางทุ้มดังในลำคอเมื่อได้รับการตอบกลับ เขาเว้นช่วงให้แบมแบมได้ปรับตัวสักพักก่อนค่อย ๆ พาคนตัวเล็กขยับพร้อมที่เสียงครางผะแผ่วเริ่มดังอีกครั้ง

ก่อนคนตัวเล็กยันตัวขึ้นมองใบหน้าคนด้านล่างให้ชัด ทั้งมือเล็กที่เกาะบนไหล่ร้นลงช่วยปลดกระดุมเสื้อบนตัวอีกฝ่าย แล้วไล่ปลายนิ้วเรียวกวาดไปทั่วแผ่นอกเรียกเอาเสียงครามทุ้มๆ จากคนตัวสูง

ทำเอาคนบนตักซึ้งใจจนน้ำตาแทบไหลเพราะอย่างน้อยตอนนี้เขาก็ได้เป็นคนทำบ้างไม่ใช่เอาแต่นั่งครางน่าสงสารแบบนั้น จนเมื่อความฮึกเหิมเริ่มเกาะกินหัวใจจึงโน้มหน้าลงไปประกบริมฝีปาก

ปลายลิ้นเล็กไล่สะเปะสะปะ พยายามสร้างความพอใจให้ชายหนุ่มแต่สุดท้ายต้องสิ้นฤทธิ์ไม่เป็นท่าเมื่อลิ้นร้อนดุนเข้ามาดึงให้ทั้งใบหน้าแดงเรื่อขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

อา อะ

อะ...

เสียงครางยังดังสลับ ทั้งเสียงหอบสอดแทรกเป็นระยะ พร้อมที่ดวงหน้าเล็กก้มต่ำสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่ยังเฝ้ามองอยู่อย่างนั้น แล้วระบายยิ้มพอใจออกมา

แม้ไม่ชอบกับการกระทำแบบนี้นักแต่ต้องยอมรับ น้องเอินของเขาน่ารักจริงๆ

“อะ อะ อา”

แต่เพียงไม่นานนัก บทรักก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเจ้าของตักหยุดเอาซะดื้อๆ ดึงให้คนที่นั่งตาปรือหันมองด้วยความไม่เข้าใจ

“เอิน?”

“ลงมาอยู่ข้างล่างไหม”

“ห๊ะ” เสียงร้องดังขึ้นก่อนแบมแบมส่ายหน้าหวือ ไม่ได้เป็นคนทำยังพอทน แต่จะให้อยู่ข้างล่าง เขาไม่เอาเด็ดขาด “เอิน ไหนเอินบอก อะ”

แต่ยังไม่ทันได้พูดจบสะโพกก็ถูกกระแทกเหมือนอีกคนไม่อยากฟังคำค้าน จนแบมแบมต้องซบหน้าลงกับหัวไหล่อีกครั้ง และในตอนนั้นที่คนท้องนึกแผนการบางอย่างออกถึงได้รั้งคอประทับจูบพร้อมกระซิบแผ่วเบา

“อยู่แบบนี้นานๆ เดี๋ยวลูกก็อึดอัดแย่”

แม้พูดออกไปอย่างนั้นแต่ก็ยังไม่มีทีท่าขยับอะไร ทำให้อีกฝ่ายตายใจเพราะคิดว่าคงไม่มีอะไรทั้งที่ในใจเก็บงำความคิดชั่วร้ายไว้

อยู่ข้างบนก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เจ็บสะโพกสักหน่อย

หลังจากนี้มาร์คคงต้องค่อยๆ สอนให้แบมแบมรู้ว่าข้างบนไม่ใช่สวรรค์แต่เป็นนรกที่ทำให้ปวดเอวมหาศาลต่างหาก

“อะ เอิน มัน”

“หืม? มันอะไร”

“มันเจ็บ อะ เอิน ไม่ไหว” เสียงร้องยังดังอยู่อย่างนั้นแต่คนด้านล่างไม่รับฟังยังเอาขยับตัวต่อไปพร้อมส่งยิ้มออดอ้อนให้แล้วพูดออกไปอีกครั้ง

“ไม่เจ็บหรอก ก็บอกเองนี่ว่าอยู่ข้างบนไม่เจ็บ”

 

กึก กึก

เสียงช้อนกระทบกับจานข้าวดังมาเป็นระยะ ไม่ต้องบอกคุณคงรู้ใช่ไหมว่าพวกเรากำลังทานข้าวกันอยู่ ซึ่งพวกเราในที่นี้หมายถึง พ่อ แม่ ผมและก็อี้เอินนั่นแหละ

“แบม ไม่สบายรึเปล่าลูก” เสียงของแม่ดังขึ้นทำให้ผมที่กำลังนั่งก้มหน้าก้มตากินข้าวเงยหน้าตอบพร้อมส่งยิ้มแหยๆ ให้

“เปล่าครับ”

แต่หน้าลูกดูคล้ำๆ นะ”

“แบม?”

“เอ่อ ผมนอนไม่ค่อยหลับน่ะครับ” แน่นอนว่าผมแถ แถแบบแหกโค้งซะด้วย แต่เพียงแค่พูดจบเสียงของพ่อที่นั่งอยู่หัวโต๊ะก็ดังแทรกขึ้น

“โดนเชลยทำคุณไสยใส่น่ะสิ หน้าตาถึงได้คล้ำแบบนี้”

“พ่อ” ผมย่นคิ้วเรียกพ่อออกไปเสียงเบา ความจริงอยากเรียกให้ดังกว่านี้อยู่หรอก แต่เมื่อคืนโดนน้องจัดการจนสุดท้ายปวดเอวจนนอนไม่หลับจนต้องมานั่งตาคล้ำอยู่แบบนี้

ผมแอบหันกลับไปมองค้อนให้อี้เอินที่ยังนั่งทำหน้าทู่ซี่อยู่ข้างๆ แต่ก็อย่างว่าแหละ นี่น่ะปีศาจเอะอะฟาด เอะอะฟาด นี่ถ้าเมื่อคืนไม่หมดแรงซะก่อนพี่คงเละลงไปกองกับพื้นแล้ว

ไม่รู้เหมือนกันว่าเวรกรรมอะไรที่ทำให้น้องอำมหิตกับพี่แบบนี้ แต่ถ้าคิดในทางที่ดีอย่างน้อยผมก็ได้อยู่ข้างบนจนทุกอย่างเรียบร้อยโดยที่ไม่ถูกน้องซ้อนแผนจับพี่ขึงพืดกับเตียงซะก่อน

“เอิน กินนี่หน่อยนะ” ผมว่าพร้อมตักอาหารไปวางบนจานของอี้เอิน ไม่ได้ครับ งานนี้พี่ต้องเอาความดีเข้าสู้ เอาให้รู้ไปเลยว่าจะใจดำไม่สำนึกผิดกับที่ทำไว้เมื่อคืนจริงๆ “ดูสิ อันนี้ก็น่าอร่อย กินนี่หน่อยนะเอิน”

ใช่ รีบกิน รีบสำนึกแล้วรีบไปเอาพวกมาลัยคลานเข่ามาขอขมาพี่ซะ

ผมตักอาหารวางบนจานอี้เอินอีกครั้งแต่เสียงกระแอมไอก็ดังขึ้นจากอีกทางดักคอไว้ก่อน

“นี่ ไม่คิดจะเหลือไว้ให้พ่อกินบ้างรึไง”

“โธ่พ่อ อาหารมีตั้งเยอะแบ่งให้ลูกสะใภ้กับหลานกินบ้างไม่ได้รึไง”

“ลูกสะใภ้อะไร ที่นี่

“คุณคะ กินนี่ก่อนเถอะค่ะ”

ยังไม่ทันที่พ่อจะได้พูดจบเสียงของแม่ก็แทรกขึ้น ทำให้คนที่กำลังนั่งทำหน้าเข้มเหมือนจะตั้งท่าเอ็ดหันกลับไปอ้าปากกินข้าวที่แม่ป้อนให้ในที่สุด แต่สุดท้ายก็ยังไม่วายหันกลับมาบ่นทั้งเคี้ยวข้าวในปากไปด้วย

“ยังไม่ได้แต่งงานจะเป็นสะใภ้บ้านนี้ได้ยังไง”

แต่พ่อ

“อะไร พ่อพูดผิดตรงไหน” ว่าจบพ่อก็หันกลับไปกินข้าวที่แม่ป้อนให้อีกครั้ง

“ไม่ได้แต่งงานเรียกว่าสะใภ้ไม่ได้หรอก”

“งั้นพ่อก็จัดงานแต่งให้ผมกับอี้เอินสิ”

“จะบ้ารึไง” พ่อถลึงตาใส่ ทำเหมือนว่านั่นเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย “สัญญากับทางนั้นไว้ซะดิบดีจะมายกเลิกแบบนี้ไม่ได้หรอก”

แต่พ่อ

“หึ่ย เอาเถอะๆ ไหนๆ ก็ท้องแล้วนี่ ทนอยู่เป็นเมียเก็บคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม”

“พ่อ” ผมย่นคิ้วบอก แต่แม่ยื่นมือมารั้งแขนผมไว้ซะก่อนแต่แม่

“พูดว่าเมียเก็บคงดูร้ายแรงไปนิด เธอจะอยู่ที่นี่กับแบมเหมือนสามีภรรยาทั่วไปเพียงแต่ไม่ได้แต่งงาน เธอคงไม่ถือเรื่องนี้ใช่ไหมอี้เอิน”

ประโยคหลังแม่หันกลับไปพูดกับอี้เอินทำให้ผมต้องหันกลับไปมองตาม

แน่นอน อย่างอี้เอินนะเหรอจะยอม ไม่หรอก อีกอย่างนี่เมียพี่นะครับไม่ใช่ชักโครกทำไมต้องให้อยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ ทำแบบนี้มันไม่ออกจะเกินไปหน่อยเหรอ ถึงตอนแรกอี้เอินจะมาอยู่ที่นี่ในฐานะเชลยก็เถอะแต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้วนะ อยู่ๆ จะให้

“ครับ ผมไม่มีปัญหาอะไร”

“ห๊ะ”

“ผมยอมไม่แต่งงานกับแบมแบมและพร้อมจะอยู่แบบนี้ครับ”

“เอิน” ผมย่นคิ้วเรียกอี้เอินเมื่อได้ยินคำตอบ โอ้ ให้ตาย นี่น้องโง่หรือซื่อเกินไปถึงได้ตอบออกมาแบบนี้

“ไม่ได้หรอกเอินพี่ไม่ยอม” ใช่ ผมไม่ยอม ถึงจะแค้นที่เมื่อคืนน้องไม่ยั้งแรงแต่นี่เมียพี่นะครับ

ผมหันกลับไปมองแม่ประกาศจุดยืนตัวเองทันทีที่นึกได้อย่างนั้น

“ผมไม่เห็นด้วย หัวเด็ดตีนขาดยังไงผมก็ไม่ยอมให้อี้เอินเป็นเมียเก็บ!

เชี่ยอย่างแมน แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เวลามาภูมิใจสักหน่อย ผมปั้นหน้าขึงขังมองไปทางพ่ออีกครั้งแล้วพูดออกมา

“ส่วนเรื่องแต่งงาน ถ้าอยากให้แต่งนักพ่อก็ไปแต่งเองเถอะ”



100%



โบวาณว่าเกลียดอะไรมักได้อย่างนั้น

ถ้าถามว่าเชื่อไหม คงต้องบอกว่าไม่ได้สนใจเลยมากกว่า กระทั่งได้เจอกับตัวเองเท่านั้นแหละ ถึงได้รู้ว่านรกบนดินมันเป็นยังไง

ดือ ดือ ดือ~

เสียงบรรเลงเพลงเปิดตัวเจ้าสาวในวันแต่งงานที่แสนรื่นรมย์ดังขึ้นพร้อมที่เจ้าสาวในชุดแต่งงานสีขาวสะอาดตา ย่างเท้าเข้ามาในโบสถ์พร้อมดอกไม้ในมือขณะที่เจ้าบ่าวของงานยังคงยืนรอต้อนรับอยู่หน้าแท่นสาบานรักพร้อมสักขีพยานกว่าร้อยชีวิตภายในโบสถ์ตระกาลตาราวกับเทพนิยาย และทุกอย่างอาจสมบูรณ์แบบกว่านี้ หากไม่มีเสียงสะอื้นไห้ราวจะขาดใจของใครบางคน

“ฮือออ”

“นายเหนือ อย่าร้องสิครับ”

“ฮึก ฮึก”

“นายเหนือครับ คนอื่นเขามองหมดแล้วนะครับ”

แม้จะเรียกออกไปอย่างนั้นแต่เสียงร้องไห้ของผู้เป็นนายก็ยังดังต่อไป ดูไม่ได้สนใจกับสายตาที่มองมาทำเหมือนว่านี่อาจเป็นช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต จึงอยากประกาศความเศร้าใจออกไปโดยไม่สนสายตาใครต่อใคร กระทั่งเจ้าสาวเดินถือช่อดอกไม้เข้ามาถึง เจ้าบ่าวที่ยังเอาแต่ยืนร้องไห้ถึงได้เงยหน้าเปื้อนน้ำตาขึ้นมาก่อนผงะถอยหลัง เมื่อสบตากับเจ้าสาวที่ว่าเพราะนอกจากใบหน้าทมึนทึง ยังมีมัดกล้ามและหน้าแข่งล่ำสันโผล่พ้นชายกระโปรง

“ไอ้ลูกไม่รักดี อยากไล่ให้มาแต่งดีนัก งั้นก็แต่งกับพ่อมึงนี่แหละ!

 

“เฮือก!

“...”

ทั้งห้องเงียบกริบ มีเพียงเพดานห้องเท่านั้นที่มองเห็นผมที่ได้แต่นอนหอบหายใจอยู่บนเตียงถอนหายใจออกมา เมื่อรู้ตัวแล้วว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพียงความฝัน

โล่งครับ แม้ยังหลอนกับสภาพของพ่ออยู่นิดๆ แต่ก็ดีแล้วล่ะ อย่าให้เป็นความจริงเลย เพราะซวยกว่าแต่งงานกับเจ๊มินก็สภาพของพ่อเมื่อกี้นี่แหละ

นอกจากจะไม่โอ แล้วยังสยองอีก ขนแขนนี่ยังลุกไม่หาย

“บรือ จะอะไรนักหนาวะ”

ภายในห้องนอนที่มืดสนิท เสียงบ่นพึมพำของผมดังขึ้น ถึงมันจะแผ่วเบาแต่เชื่อเถอะ ในตอนนี้มันดังชัดที่สุดแล้ว ผมถอนหายใจออกมาอีกครั้งแล้วหันกลับไปมองทางอี้เอินที่ยังหลับอุตุอยู่ข้างๆ

พักหลังดูน้องจะกินอิ่มนอนหลับดีเหลือเกิน ต่างจากพี่ที่นับวันยิ่งซูบ เพราะจนถึงตอนนี้งานแต่งงานของผมกับมินยองก็ยังไม่ถูกยกเลิกสักที แย่ครับ ถึงวันนั้นจะปักธงแน่นแค่ไหนแต่พ่อก็ตามมาถอนออก มันเลยกลายเป็นว่าผมยังต้องแต่งงานอยู่ดี ส่วนมินยองนะเหรอ

ฉันไม่แต่ง!’

ปึก

เจ๊แกว่าแค่นั้นแล้วลากยองแจเข้าไปในห้องไปเลย ทิ้งให้ผมและไอ้หวังยืนเหี่ยวฟังเสียงร้องโหยหวนของยองแจอยู่อย่างนั้น แต่เอาเถอะ อย่างน้อยก็ไม่โดนตีนเจ๊เป็นของแถม สุดท้ายเลยได้แต่ประวิงเวลากระทั่งถึงตอนนี้มันก็ผ่านมาหลายอาทิตย์แล้ว

ฟังดูดีใช่ไหมล่ะแต่ไม่หรอก แม่งโคตรแย่เลย เพราะทุกครั้งที่เจอหน้าพ่อก็เอาแต่ถามเรื่องแต่งงาน ส่วนอี้เอินก็ไม่หือไม่อือ ดูจะรักการเป็นสะใภ้ผู้ว่าง่ายของบ้านนี้เหลือเกิน

มองเหลือบตาส่งค้อนให้คนที่เอาแต่นอนหันหลังให้อยู่อย่างนั้น

“ชิ” คนอะไรช่างอำมหิต เพราะนอกจากจะไม่หวง นวลลออยังดูยินดีเป็นเมียเก็บอีกต่างหาก เสียของดีไปแล้วจะมาเสียใจทีหลังไม่ได้นะ บอกเลย

ผมพลิกตัวนอนหันไปมองทางอี้เอินพร้อมแบมความหงุดหงิดไปให้ คนบ้าอะไรมันจะพอใจง่ายขนาดนั้น

เมียเก็บนะ เมียเก็บ มันน่าภูมิใจอะไรนักหนา แต่ถึงจะบ่นออกไปอย่างนั้นก็เถอะ สุดท้ายก็ได้แต่นอนถอนหายใจออกมาอยู่ดี

อย่าลืมสิ ว่าที่นอนอยู่ข้างๆ คือปีศาจ ขึ้นเสียงใส่ได้ที่ไหน ถ้าพลาดทำอะไรให้ไม่พอใจขึ้นมา ตายแบบไม่ทันตั้งตัวเลยนะครับ

อี้เอินยังคงนอนหันหลังให้ผม ดูจากจังหวะลมหายใจ คงหลับไปแล้วนั่นแหละ

“จริงเลย” และถึงจะหงุดหงิดยังไง สุดท้ายก็โกรธได้ไม่นาน ผมทำแค่ถอนหายใจออกมาแล้วรั้งเอาร่างคนที่ยังนอนนิ่งมากอดไว้หลวมๆ ไม่อยากสนใจอะไรแล้วนอนต่อไปเรื่อยๆ

“คุณท่านครับ อย่าครับ”

“จินยองอย่าขวางทาง ยูคยอมมาช่วยฉันหน่อย อะ”

แต่ในตอนที่กำลังเคลิ้มหลับ เสียงโวยวายก็ดังมาจากนอกห้อง และก่อนจะได้ทำอะไร ประตูก็ถูกผลักออกพร้อมร่างเจ้าของเสียงด้านนอกเดินเข้ามา

“คุณท่านครับ อย่าเพิ่ง

ปึก

“พ่อ?”

ผมงัวเงียลุกขึ้นนั่งบนเตียงแต่แล้วก็ต้องตัวแข็งไปเมื่อเห็นชัดแล้วว่านอกจากจินยองและพ่อที่ยืนหอบอยู่หน้าประตูแล้วยังมียูคยอมและอี้เอิน

อี้เอิน!?

เดี๋ยวๆ ถ้านั่นคืออี้เอินแล้ว ข้างๆ นี่ใครวะ

ผมรีบหันกลับไปมองคนที่ตัวเองเพิ่งนอนกอดทันทีที่นึกขึ้นได้แต่ก่อนจะได้ทำอะไรมากกว่านั้น ไอ้ยูคมันก็วิ่งหน้าตื่นกระโดดขึ้นเตียงพร้อมพลิกร่างอีกคนขึ้นมา

“เจ้!

“อืออ อะไร” เจ๊มินที่ถูกน้องชายตัวเองกระชากลุกขึ้นจากเตียงงัวเงียตื่นขึ้น พร้อมที่คนในห้องเงียบไป

“ไอ้ชิบหาย!” เจ้มาอยู่นี่ได้ไงวะ

ผมนั่งตะลึงอยู่พักหนึ่งก่อนรีบคลานลงเตียงแล้ววิ่งไปคว้าแขนอี้เอินที่ยืนอยู่ข้างพ่อมากอดไว้ กระทั่งเงยหน้าขึ้นไปถึงได้พบกับสายตานิ่งๆ ที่มองมา

“เอิน” ที่แท้น้องก็ไม่ได้ไร้หัวใจจนเกินไป อย่างน้อยก็รู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ตอนนั้นมันใช่เวลาเหรอวะ

“เอิน พี่ไม่รู้เรื่องนะ” ว่าทั้งเขย่าแขนเรียก “เจ๊มินมาอยู่บนเตียงพี่ได้ยังไงก็ไม่รู้”

ฮืออ พูดไปน้ำตาก็จะไหล เหมือนเห็นชะตากรรมอันน่าหดหู่ของตัวเองอยู่รำไร ทว่ายังไม่ทันได้พูดอะไร พ่อก็เดินเข้ามาลากคอผมอีกทาง

“งามหน้าไหมล่ะ ไอ้ลูกบ้า ยังไม่ทันได้แต่งงานก็ไปลากลูกสาวเขามานอนด้วยแล้ว แกนี่มันจริงๆ”

“พ่อ แบมไม่ได้ทำนะ”

“ไม่ได้ทำแล้วมินยองจะมานอนอยู่ในห้องแกได้ยังไง”

“ผมจะไปรู้เหรอ” ใช่ ผมไม่รู้ ไม่รู้ว่าเจ๊มินมาอยู่ในห้องนอนได้ยังไง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ถ้าจำไม่ผิด ก่อนนอนผมอยู่ในห้องกับอี้เอินไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมพอตื่นขึ้นมากลายเป็นว่าเจ๊มินมาอยู่ในนี้แทน ส่วนอี้เอิน ทำไมถึงได้อยู่ข้างนอกล่ะ

“เอิน เอินรู้เรื่องอะไรใช่ไหม”

ผมหันไปถามอี้เอินทันทีที่นึกได้อย่างนั้น แต่เมียปากหนักก็ยังเอาแต่เงียบ อี้เอินยืนนิ่งไม่เปิดปากพูดอะไรออกมา ก่อนหันหน้ามองไปทางพ่อของผม

“เอิน” ขอร้องละน้อง ถ้ายังไม่อยากเป็นม่ายเพราะผัวโดนเจ๊มินกระทืบตาย รู้อะไรก็ช่วยพูดหน่อยเถอะ

ผมยืนน้ำตาคลออยู่ที่เดิมแต่อี้เอินสนใจที่ไหน ยังเอาแต่ยืนมองหน้าพ่อผมอยู่อย่างนั้น กระทั่งผมถูกพ่อกระชากไปหายูคยอมและมินยองที่ยังนั่งมึนอยู่บนเตียง ทุกอย่างที่ทำมาถึงได้จบลง

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว”

“เพื่อรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น ฉันจะจัดงานแต่งงานให้แบมแบมและมินยองภายในเจ็ดวัน!

 

และนั่นก็ทำให้ผมรู้ว่านรกมีจริง และยิ่งกว่าอะไร นรกมักเดินทางมาถึงไว้เสมอ

เจ็ดวันต่อมา

ดือ ดือ ดือ~

เสียงบรรเลงเพลงเปิดตัวเจ้าสาวในวันแต่งงานที่แสนรื่นรมย์ดังขึ้น พร้อมกับที่เจ้าสาวที่บนใบหน้าถูกคลุมทับด้วยผ้าคลุมหน้าสีเดียวกับชุดเจ้าสาวย่างเท้าเข้ามาในโบสถ์ ที่มีเจ้าบ่าวที่ยืนรออยู่หน้าแท่นสาบานรัก

“ฮือออ”

“นายเหนือ อย่าร้องสิครับ”

“ฮึก ฮึก”

“นายเหนือครับ คนอื่นเขามองหมดแล้วนะครับ”

“ฮือออ”

ผมยังเอาแต่ร้องออกมาอยู่อย่างนั้น แม้ได้ยินเสียงเรียกของจินยองที่ยืนอยู่ด้านหลังแล้วก็ตาม แต่ใครมันจะไปสนเรื่องนั้นกันล่ะ ตอนนี้ผมกำลังจะแต่งงานนะ ถ้าเป็นอี้เอินจะไม่ว่าอะไรหรอก แต่นี่เป็นเจ๊มิน ให้ตาย ขอร้องไห้ส่งท้ายชีวิตอันน่าหดหู่หน่อยไม่ได้รึไง

ยังจำได้ดี หลังจากที่พ่อพูดประโยคนั้นออกมาออกมา สายตาของทั้งมินยองและอี้เอินที่มองมาทางผมเป็นยังไง

แค่เห็นก็รู้แล้วว่าต่อไปชีวิตผมคงไม่ได้อยู่อย่างสงบแน่ๆ

“ฮืออ”

ผมยังคงร้องไห้ออกไป ไม่คิดสนสายตาคนในงานหรือพ่อที่ยังส่งสายตาคาดโทษมาให้ กระทั่งเจ้าสาวเดินมาถึง ผมถึงได้รับมือเจ๊มินมากุมไว้สั่นๆ

แย่ครับแย่มาก ถึงจะดีอยู่หน่อยก็ตรงที่อี้เอินไม่ได้มาร่วงงานแต่แม่.งเหี้.ยจริง เจ๊มินที่อยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวทั้งตัวเดินมาหยุดตรงหน้าช้าๆ พร้อมกับเสียงของบาทหลวงที่ยืนกระอักอกระอ่วนอยู่หลังแท่นทำพิธีดังขึ้น ซึ่งนั่นเป็นสัญญาณบอกได้เลยว่าอีกไม่กี่นาทีชีวิตของผมก็จะจบลง

“ในเมื่อ

“ฮึก” เสียงสะอื้นของผมดังขึ้นอีกรอบ สาบานได้ว่าพยายามกลั้นน้ำตาสุดๆ แล้วจริงๆ แต่ ฮือออ

TvT

พี่กันต์เป็นคนแมนๆ ครับ แต่ถึงจะแมนก็ไม่ได้หมายความว่าจะร้องไห้ไม่เป็น ยิ่งเรื่องคอขาดบาดตายแบบนี้ยิ่งไม่ได้ใหญ่

แต่ในตอนที่ผมยังเอาแต่ยืนสะอื้นไห้อยู่นั่นเจ๊มินที่ควรยืนฝังคำกล่าวของบาทหลวงเงียบๆ ก็ยื่นมือมาคว้าแขนไว้ ก่อนผมร้องออกไปด้วยความกลัว

“เจ๊อย่า” อย่าฆ่าผมเลย สงสารชีวิตน้อยๆ ของไอ้กันต์เถอะ

“ผมมีลูกมีเมียต้องเลี้ยงนะ อย่าฆ่าผม อะ”

แต่เจ๊แม่งไม่ฟัง เพราะนอกจากจะไม่ยอมปล่อยมือแล้วยังตั้งท่าดึงผมไปอีกทาง จนเมื่อผมขัดขืนหนักเข้า มินยองถึงได้โมโหยกมือขึ้นกระชากผ้าคลุมหน้าออก พร้อมที่เสียงของบาทหลวงหลังแท่นพิธีเงียบไป

ความจริงต้องบอกว่าเงียบกันทั้งโบสถ์ แต่เชื่อเถอะว่าโลกนี้มันมีอะไรให้ตกใจอยู่ตลอด แน่ล่ะ ก็คนที่ยืนอยู่ตรงหน้ามันใช่เจ๊มินที่ไหน

“เอิน?” ภาพของอี้เอินที่สวมชุดเจ้าสาวสีขาวปรากฏอยู่ตรงหน้าทำให้ผมถึงกับผงะไปอีกทาง ยังดีที่จินยองที่พยุงร่างไว้ไม่อย่างนั้นเจ้าบ่าวในงานอย่างผมคงล้มตึงไปแล้วแน่ๆ

“เอิน เอินมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง อะ”

แต่เพิ่งได้ถามออกไป อี้เอินก็กระชากแขนผมให้วิ่งตามออกไปนอกงาน พร้อมที่เสียงฮือฮาของแขกดังขึ้น แต่ทุกอย่างใช่จะง่ายดังใจคิด เพราะแทบจะทันทีที่ขยับตัว เสียงพ่อก็ดังขึ้น พร้อมที่การ์ดในงานพากันวิ่งไล่ตามผมและอี้เอิน

จนเมื่อเห็นท่าไม่ดี ผมถึงได้หันกลับไปมองด้านหลัง ก่อนพบเข้ากับร่างของแจ็คสันที่ถูกยูคยอมถีบตกจากเก้าอี้ล้มลงขวางทางการ์ดและพ่อไว้

ปัก

อา ดูท่าว่าถ้าผมรอดจากการถูกจับเชือดในครั้งนี้คงต้องแบกกระเช้าเข้าไปเยี่ยมแจ็คสันเพราะถูกการ์ดที่ไม่สนใจยำตีนใส่ก่อนวิ่งไล่ผมตามมา

“เอิน เดี๋ยว”

ผมที่วิ่งหอบตามอี้เอินออกมาจากงานพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าพวกเราทิ้งการ์ดพวกนั้นออกมาไกลแล้ว ทั้งพยายามรั้งร่างไว้ทำให้อี้เอินหันกลับมามอง

“มีอะไร” อีกฝ่ายถาม เหมือนไม่รู้ตัวสักนิดว่าที่ทำอยู่มันอันตรายแค่ไหน ก่อนนิ่งไปเมื่อได้ยินคำถาม

“แล้วเจ๊มินล่ะ ถ้าเอินอยู่นี่แล้วมินยองอยู่ไหน”

“...”

“เอิน?”

“มินยองหนีไปอเมริกากับยองแจแล้ว”

“หนีไปอเมริกา” กับยองแจด้วย?

ชั่วขณะที่ได้ยินคำตอบ หน้าไอ้หวังก็ลอยเข้ามาในหัวทันทีแต่แค่ครู่เดียวเท่านั้นเพราะมันไม่ใช่เวลามาสนใจเรื่องนั้นสักหน่อย

“แล้วเอินทำแบบนี้เพื่อช่วยพี่เหรอ”

โอเค ผมรู้ว่ามันไม่ใช่เวลาที่จะมาถามอะไรแบบนี้ แต่คนมันสงสัยนี่หว่า อีกอย่างนะ พอได้เห็นน้องอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์แบบนี้แล้วมันอดดีใจไม่ได้จริงๆ

ผมยืนมองที่เอินที่อยู่ในชุดเกาะอกด้วยความปลื้มปริ่มอยู่พักหนึ่ง ถึงจะดูขัดหูขัดตาไปบ้าง แต่คนสวยทำอะไรก็สวยครับ พี่กันต์ไม่ถือ

“ถ้าไม่ใช่แล้วฉันจะทำแบบนี้ทำไม” ว่าจบ อี้เอินก็ลากผมให้เดินตามออกไปอีกทาง ถึงน้ำเสียงจะฟังดูนิ่งไปบ้างแต่น้องลงทุนเล่นใหญ่ขนาดนี้จะไม่ให้พี่รักได้ยังไง

“เอินอา” ว่าแล้วน้ำตาก็จะไหล เพราะอย่างน้อยน้องก็ไม่ไร้หัวใจจนเกินไป

ผมเดินยิ้มกริ่มตามอี้เอินออกไป เกือบลืมไปแล้วเหมือนกันว่าพวกเรากำลังถูกตามล่า แต่แล้วสายตาก็ไปปะเข้ากับชายกระโปรงลุ่มล่ามที่น้องนางดูจะรำคาญมันเหลือเกิน

“มา พี่ช่วย” ผมว่าทั้งหวังดีช่วยยื่นมือรั้งชายกระโปรงขึ้นแต่อี้เอินกลับคว้ามือผมไว้ทำให้ต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัย

“เอิน?”

“ไปกับฉัน”

“หนีไปกับฉัน” อี้เอินย้ำออกมาอีกครั้งแต่ผมก็ยังได้แต่นิ่ง แม้ปกติจะได้เห็นใบหน้านิ่งๆ นี่เป็นประจำอยู่แล้วก็เถอะ แต่แบบนี้มันปกติที่ไหน แล้วดูสายตาที่จ้องมาสิ

“เอิน?”

“แบม!

แต่เพียงแค่ได้เรียกอี้เอินออกไป เสียงพ่อก็ดังขึ้นทำให้พวกเราสองคนต้องหันกลับไปมองด้านหลัง ที่เต็มไปด้วยการ์ดตัวใหญ่ยืนดักอยู่ แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นมีพ่อของผมอยู่ด้วย

“แบม กลับมานี่” พ่อพูดขึ้นอีกครั้งพร้อมโยนกระดาษในมือมาทางผม “ถ้าไม่อยากโง่ถูกหลอกอีกก็กลับมาหาพ่อ!

ผมย่อตัวลงเก็บกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาดู ไม่เข้าใจการกระทำและคำพูดของพ่อนัก แต่กลายเป็นว่าอี้เอินแย่งมันไปไว้ในมือก่อน

“เอิน”

“ทำไมล่ะอี้เอิน ทำไมถึงให้ลูกชายฉันดูเอกสารพวกนั้นไม่ได้ หรือกลัวความจริงจะเปิดเผยว่าแกกำลังหลอกลูกชายฉันอยู่”

“น่าตลก ที่แกพยายามกุเรื่องที่ตัวเองท้องขึ้นมา ยอมทำตัวน่าสงสารเป็นเชลยขัดดอกให้พี่ชายเพื่อหวังจะเข้ามาแก้แค้นฉัน”

ผมหันกลับไปมองอี้เอินเมื่อได้ยินอย่างนั้น อยากเค้นถามความอี้เอินว่าที่พ่อพูดเป็นความจริงรึเปล่า แต่อีกฝ่ายสนใจผมที่ไหน ยังเอาแต่ยืนมองไปทางพ่อผมนิ่ง ทั้งกำกระดาษในมือแน่นเหมือนระบายความรู้สึกทั้งหมดลงที่มัน

“ว่าไงที่ฉันพูดเป็นความจริงใช่ไหม”

“พูดมาสิอี้เอินว่าที่แกทำไปทั้งหมดมันเพื่ออะไร!?”

“หึ ในเมื่อพูดออกมาขนาดนี้ ทำไม

“อย่า”

เมื่อเห็นว่าอี้เอินเริ่มขยับปากพูดผมก็รีบเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า ใช้ร่างของตัวเองขวางไว้ไม่ให้อี้เอินพูดอะไรออกมาอีก

“แบม แกจะทำอะไร”

“ผมจะกลับไปก็ได้ แต่พ่อต้องสัญญามาก่อนว่าจะไม่ทำอะไรอี้เอิน”

พ่อนิ่วหน้าไปทันทีที่ได้ยินข้อเสนอของผม เฮ้อ มันฟังดูเท่ใช่ไหมล่ะ ใช่ มันก็เท่จริงๆ นั่นแหละ ก็แหม นานๆ พี่กันต์จะได้ออกโรงปกป้องเมีย ถึงจะยังไม่รู้ว่าความจริงแล้วอี้เอินมีอะไรปิดบังไว้บ้างก็เถอะ แต่ผมให้ใครมาทำอะไรอี้เอินไม่ได้หรอก

“แบม!” พ่อเรียกผมอีกครั้ง เหมือนโกรธจัด แต่ผมยังทำเป็นไม่สะทกสะท้านทั้งที่ความจริงกลัวจนฉี่แทบราด

“ถ้าพ่อไม่รับปาก ต่อให้พาผมกลับไปได้ก็อย่าหวังเลยว่าทุกอย่างมันจะง่ายเหมือนที่พ่อคิด”

“แบม แกกำลังขู่พ่อเหรอ”

“ผมไม่ได้ขู่ แต่ผมจะทำจริงๆ ถ้าพ่อไม่ยอมปล่อยอี้เอิน ผมจะทำทุกอย่างที่พ่อ

“แบมพอเถอะ” แต่ในตอนที่ผมกำลังกลั้นใจขู่พ่อตัวเองอยู่นั้น อี้เอินก็ยื่นมือมารั้งแขนไว้ทำให้ผมต้องหันกลับไปมอง

“ฉันยอมรับ ฉันโกหกนาย ฉันไม่ได้ท้อง ฉันเข้ามาอยู่ที่นี่เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง ฉันเกลียดพ่อของนาย”

“เอิน?”

“เขาทำลายครอบครัวของฉัน”

ผมถึงกับทำอะไรไม่ถูกเมื่อได้ยินประโยคนั้น ทั้งผงะถอยหลังจนเมื่ออี้เอินยื่อมือมาช่วยพยุง ผมถึงได้ผละตัวออก

โกหกเหรอ?

อี้เอินไม่ได้ท้อง?

“คิดว่าฉันโง่มากรึไง” ผมพูดพร้อมเงยหน้าขึ้นมองอี้เอิน

ถึงผมจะไม่ใช่คนฉลาดเลิศเลออะไร แต่ก็ไม่ได้โง่พอที่จะเชื่อเรื่องแบบนั้นหรอก ผู้ชายท้องเหรอ ตลก ถึงอี้เอินจะหาเหตุผลมากมายแค่ไหน แต่คุณก็รู้ใช่ไหมว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ แน่ล่ะ ก็ผมเป็นคนทำที่ไหน หากไม่ใช่เพราะคนพูดคืออี้เอินผมไม่มีทางเชื่อหรอก

อะไรนะ ไม่เชื่อ? โอเค ยอมรับก็ได้ว่าเสี้ยววินาทีแรกที่ได้ยินแอบดีใจกับคำโกหกนั้นนิดๆ แต่

“เฮ้อ” ผมมันก็โง่จริงๆ นั่นแหละ

“เอิน ขอร้อง ช่วงเงียบไปก่อน ปล่อยให้ทุกอย่างผ่านไปแล้วค่อยเล่าจะได้ไหม” ถึงจะพูดออกไปอย่างนั้น แต่อีกคนฟังที่ไหน อี้เอินยังเอาแต่จ้องมาทางผม จนเมื่อเริ่มรู้สึกคลั่นเนื้อคลั่นตัวกับสายตานั้นนิดๆ ถึงได้เงยหน้าตั้งใจพูดออกไป แต่ถูกขัดไว้ซะก่อน

“ฉันโกหกนาย ฉันเกลียดพ่อของนาย ฉันกำลังจะทำลายครอบครัวของนายและฉันก็ไม่มีทางถอย”

“...”

“ฉะนั้นเลือกมา หนีไปกับฉันหรือไม่อยู่ที่นี่”

“...”

“แล้วพวกเราก็จะเป็นศัตรูกันตลอดไป”

“เอิน?” ผมนิ่วหน้าไปเมื่อสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่แฝงมาในน้ำเสียง เชื่อเถอะว่าอี้เอินคงเจ็บไม่น้อยและผมเองก็เช่นกัน...

ทั้งบริเวณเงียบกริบ ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ราวกับว่าทั้งโลกเหลือเพียงเราสองคน และแม้อยากให้ทุกอย่างกลายเป็นความฝันแค่ไหนแต่สุดท้ายมันก็เป็นเพียงความหวัง

ผมหลุบตาลง ไม่กล้าสบตากับอี้เอินไปมากกว่านี้ ก่อนถอยออกมาทั้งเปิดปากว่าออกไป

“ขอโทษนะ แต่ฉันหนีตามนายไปไม่ได้จริงๆ”

ว่าจบผมก็รีบสาวเท้าเดินไปหยุดอยู่ข้างๆ พ่อ จนเมื่อหันกลับไปมองทางอี้เอินที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมถึงได้หันกลับไปออกคำสั่งกับจินยอง

“จินยอง จับตัวอี้เอินไว้ พามันไปที่ไหนก็ได้ที่ฉันจะหามันไม่เจอ”






[1] ความผิดปกติในการพัฒนาการ (hermaphroditism) คือ ภาวะที่บุคคลเกิดมามีระบบสืบพันธุ์ทั้งเพศชายและเพศหญิง ซึ่งเป็นผลมาจากการเจริญของอวัยวะเพศในระยะตัวอ่อน

 


......................................
อะ? อะอะไร เกิดอะไรกับคนที่กำลังจะได้อยู่ข้างบน ฮ่าๆๆๆๆ
ฤๅชาตินี้พี่กันต์จะไม่มีบุญได้อยู่บนจริงๆ...
ส่วนเรื่องเอินมีสองเพศนี่ อย่าเพิ่งยกมือทาบอกกันนะคะ
สมครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหารเด้อออ
แล้วก็ตอนหน้า ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็จะมีเอ็นซีใสๆ ในชนิดที่ลงในเด็กดีได้นะคะ
เราไม่อยากตัดเอ็นซีออกค่ะ
เพราะเอ็นซีรอบนี้จะเป็นการสั่งลาตำนานรักดอกเหมยระหว่างพี่กันต์กับน้องเอิน -..-
ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะคะ
ขอบคุณค่าา
......................................
งานนี้ต้องมีบ้านแตก ฮ่าๆๆๆๆๆ
นายเหนือลุกขึ้นมาปกป้องเมียเต็มที่ในขณะที่เอิน...
พี่จะชิวไปไหน
แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าพี่กันต์จะปกป้องน้องได้นานแค่ไหน
มาติดตามกันต่อไปนะคะว่านายเหนือจะได้แต่งงานกับเจ๊มินรึเปล่า
อี้เอินจะสมยอมเป็นเมียเก็บจริงหรือไม่ แล้วยองแจจะรอดจาดเมื้อมมือมินยองไหม
แต่ก่อนอื่นเรามีข่าวจะแจ้งค่ะ
งดอัพหัดธงสองสัปดาห์นะคะ
งานเข้าค่ะ ขอไปทำงานให้เสร็จก่อน TTvTT
แต่ยังไงเราก็คงจะแวะมาอัพSF ที่เคยบอกไปก่อนหน้านี้ให้อ่านนะคะ
อันนั้นแต่งจบแล้วไม่มีปัญหาอะไรค่ะ
ยังไงก็รอหน่อยเด้อ สองอาทิตย์เอง ใสๆ ฮ่าๆๆๆ
สุดท้ายนี้ ก็ขอขอบคุณทุกคนที่เปิดมาอ่านฟิคกากๆ เรื่องนี้นะคะ
ขอบคุณมากค่าา

ปล. ขอย้ำอีกรอบ เผื่อใครที่อ่านแล้วเกิดอาการจิตใจหวั่นไหวหรือไม่มั่นใจ
เรื่องนี้มาร์คแบมนะคะ -..-
.......................................
เอ่อ เข้ามาถูกเรื่องแล้วค่ะ อย่าเพิ่งตกใจ
แล้วนี่ก็ไม่ใช่ตอนจบนะคะ ฮ่าๆๆๆ
ความจริงตั้งใจจะลงตั้งแต่เมื่อวานแล้วค่ะ แต่มันสั้นมาก
คือช่วงนี้(พาร์ทหลังๆ)เรารู้สึกว่ามันค่อนข้างอนอัว บอกไม่ถูกเหมือนกัน
ฉะนัั้นก็ดราม่าเบาๆ บอกลาพาร์ทนี้นะคะ
แต่ตอนหน้าบอกเลย พี่กันต์คนโฉดมาแน่ เอะอะขึง เอะอะตบ เอะอะจูบ
น้องเอินใสๆ ที่ถูกพาไปปทิ้งเตรียมรับมือไว้เลย
แล้วก็เรื่องของมินยองและก็อี้เอิน ตอนหน้าคงกระจ่างมากขึ้นนะคะ
ท้ายนี้ถ้ามีอะไรผิดพลาดต้องขอโทษด้วยนะคะ
ขอบคุณทุกคนมากค่ะ

ปล. ช่วงนี้กำลังรีไรท์หักธงนะคะ พยายามแก้คำผิดและอะไรอีกนิดหน่อย ขึ้นอัพเดตหรืออะไรยังไง ต้องขออภัยด้วยนะคะ

ติดแท็ก   #ฟิคหักธง 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

959 ความคิดเห็น

  1. #949 Wicheey (@Wicheey) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 23:41
    สรุปว่าอี้เอินนี่รักพี่มั่งมั้นเนี่ย ครุ่นคริสสสสสสสส
    #949
    0
  2. #879 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 18:13
    ทำไมล่ะมาร์ค ทำไมทำแบบนี้ สงสารแบมนะเนี่ยโดนกดขี่มาตลอดยังไม่พอ ดูสิมารู้ความจริงแบบนี้เจ็บปวดน่าดูเลย
    #879
    0
  3. #794 praneekukku (@praneekukku) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 17:07
    เจ้มินชีเอาตัวยองแจไปด้วยนี้นึกหน้าแข็คออกเลย ส่วนนายเหนือกับเอินก็. กลับมารักกลับมาดีกันเร็วๆนะ
    #794
    0
  4. #737 ๐Cullen๐ (@pcy614) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2559 / 00:30
    อ้าว หน่วงเฉยเลยอะ ร้องไห้แปป;-;
    #737
    0
  5. #673 AhgaseBlood (@AhgaseBlood) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 00:36
    ตายๆ ปรับอารมณ์ฟิคแถบไม่ทัน

    สปอยล์ที นี่ดูลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อน

    แต่เอาเถอะไรท์มีไรจะมาเซอร์ไพร์ก้จัดมาเลยค่ะ

    พร้อมเจอ แล้วหวังเจอนายเหนือหรือพี่กันต์คนใหม่ ขอให้สมที่เป็นมาเฟียสักฉากเหอะ😂😂😂
    #673
    0
  6. #644 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 23:09
    หาาาา ไม่ใช่แบมฝันซ้อนฝันใช่ไหม แต่เจ้มินนี้จริง ๆ เลยนะ หนีไปเมกายังเอายองแจไปด้วย ถ555555555
    แต่พ่อของแบมเคยทำอะไรหรอเอิน งื้อออ ._. อาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดก็ได้ไหมหรือยังไง
    #644
    0
  7. #632 HMKY_ELF (@muk2727) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 02:13
    งงไปหมด คิดจะหักมุมก็หักกันง่ายๆเลยอ่า
    #632
    0
  8. #631 namemy_jung (@namemejung) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 20:11
    เศร้าอ่าาาา
    #631
    0
  9. #630 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 01:15
    ฮืออออ ขำมาตั้งนาน แต่ตอนนี้เศร้าจัง
    #630
    0
  10. #629 Javis (@evefiww) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 00:16
    ฮืออออ เสียใจอะ ทำไมง่ะ ทำไมมม
    #629
    0
  11. #628 A. Angkhana Wongsa (@sunghyo) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 00:00
    นายเหนือสงสารอ่ะ จะเลือกคนที่รักหรือลูกน้องที่ภักดี อย่างไหนมันก็เลือกยากทั้งนั้น
    #628
    0
  12. #627 actMB (@actMB) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 22:16
    โอ้ยยย เจ็บแทนแบมเลยอ่ะ คือสงสารน้องจริงๆ ปล่อยวางทุกอย่างแล้วหนีไปกับพี่ดีกว่านะคะน้องแบม /โดนตบ
    #627
    0
  13. #626 Bmb♡ (@i-ince) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 22:11
    โอ่ยยยย พี่กันต์ น้องว่าแล้วว่าพี่ต้องไม่เชื่อเรื่องน้องเอินท้อง รู้ตัวนี่นาว่าไม่ได้เป็นคนทำจะท้องได้ไว/โดนพี่กันต์สั่งเก็บ5555/ น้องเอินบอกเหตุผลมาค่ะ ทำไมน้องต้องเข้ามาทำลายครอบครัวพี่กันต์ คุณพ่อพี่กันต์ไปทำลายครอบครัวน้องได้อย่างไร โปรดชี้แจงแถลงไขเราที แล้วจะพิจารณาอีกทีว่าจะเชียร์ให้คู่กับพี่กันต์ต่อดีมั้ย!
    #626
    0
  14. #625 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 22:01
    แบมไม่ได้โง่นะ แค่ฉลาดน้อยสักหน่อย
    #625
    0
  15. #624 Irean18 (@Irean18) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 21:53
    งง ยังไงคะยังไงงงงง รอไรท์มาเฉลยนยย:)
    #624
    0
  16. #623 Aujacharee (@Aujacharee) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 21:07
    งื้อ แบมรู้ความจริงแล้ว อยากรู้เรื่องต่อแล้ว ไรท์รีบมาต่อนะคะ
    #623
    0
  17. #622 Aely (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 22:18
    จะรอนะไรท์
    #622
    0
  18. #602 Javis (@evefiww) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 23:52
    ฮื่ออออ เราคงคิดถึงหักธงแย่เลย 2 อาทิตย์เลยหรอคะ แต่ยังไงเราก็จะรอนะคะ สู้ๆน๊าาา
    #602
    0
  19. #601 Earn-Janriel (@maruchokota) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 21:06
    นายเหนือต่อต้านพ่อ
    #601
    0
  20. #600 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 02:11
    นายเหนือเริ่มสู้เพื่อเอินแล้ว ดีๆ
    #600
    0
  21. #599 AeLoonie (@AeLoonie) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2559 / 08:16
    พี่กันต์คนแมน อยู่ข้างบนก็เป็นเมียนะ
    #599
    0
  22. #598 Crushonyou (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 22:00
    งานนี้นายเหนือมาวิน บอกให้พ่อไปแต่งเอง 55555

    นี่แบมยังไม่เข้าใจอีกหรอ ว่าต่อให้อยู่บนก็เป็นเมียอี้เอินอยู่ดีอ่ะ 55555
    #598
    0
  23. #597 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 16:58
    นี่ยังไงกัน มาร์คจะท้องได้จริงเหรอ
    #597
    0
  24. #596 Aujacharee (@Aujacharee) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 16:33
    พี่กันต์อย่างแมน 55555
    #596
    0
  25. #595 minoteamiry (@antl-shawol) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 13:38
    นายน้อย 5555 ปวดเอว อี้เอินจะอยู่สือบข้อมูลละสิ
    #595
    0