wullopp
ดู Blog ทั้งหมด

สอบเข้า(เอนทรานซ์)ทหารกูรข่ายากไหม?

เขียนโดย wullopp
 

...

 [ maplandia ]

ภาพที่ 1: แผนที่เนปาลซึ่งอยู่ระหว่างจีนกับเนปาล > [ maplandia ]

ทหารกูรข่าเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพอังกฤษมาประมาณ 200 ปี มากที่สุดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ 112,000 นาย ตายในสงครามโลก 2 ครั้งไป 43,000 นาย ปัจจุบันมีประมาณ 3,500 นาย [ BBC ]

... 

การคัดเลือกทหารกูรข่าเข้าประจำการจะเริ่มในเดือนกันยายนที่แคมป์ทหารอังกฤษโปครา ทางตะวันตกของเนปาล > [ nickfleming ]

ยอดรับอยู่ที่ 200-230 คน มีคนสมัครสอบ ซึ่งเดินทางลงมาจากเขาและที่ราบรวมกัน ปีละประมาณ 24,000-28,000 คนจากทั่วเนปาล นั่นคือ เฉลี่ยแล้วจะสอบได้ 1 คนจาก 104 คน (สอบตก 103 คน) [ BBC ]

... 

ทหารกูรข่ามีกำหนดประจำการ 15-30 ปี หลังจากนั้นจะถูกส่งกลับเนปาล และได้เงินบำนาญประมาณ 1/6 ของทหารอังกฤษ ซึ่งรัฐบาลอังกฤษอ้างว่า ค่าครองชีพในอังกฤษแพงกว่าเนปาล 6 เท่า

ทุกวันนี้มีทหารอังกฤษที่เคยร่วมรบกับทหารกูรข่าและแนวร่วมรณรงค์ให้มีการจ่ายบำนาญเท่าทหารผ่านศึกอังกฤษ [ BBC ]

...

 [ himalayan ]

ภาพที่ 2: ภาพอาวุธของชาวกูรข่า ซึ่งเป็นน้อยชาติในโลกที่รบชนะอังกฤษ ทำให้อังกฤษจ้างมาเป็นทหาร > Thank [ himalayan-imports ]

... 

 [ himalayan ]

ภาพที่ 3: ภาพทหารกูรข่า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพอังกฤษมาประมาณ 200 ปี มีชื่อเสียงในเรื่องความกล้าหาญ การเชื่อฟัง ความมีวินัย ความอดทน และไปไหนก็ต้องมี "มีดหมอ" ขนาด 20 นิ้ว = 50.8 เซนติเมตรไปด้วย > Thank [ himalayan-imports ], [ BBC ] 

... 

[ militaryphotos ] 

ภาพที่ 4: การคัดเลือกจะมี 2 รอบใหญ่ๆ ได้แก่ รอบแรกเลือกจากการทดสอบคนภูเขา (hill selection) คนที่สอบผ่านจะต้องสอบรอบสองที่สนามกลาง (central selection) > Thank [ militaryphotos.net ]

"ว่าที่ทหาร" เหล่านี้ส่วนใหญ่เดินเท้าจากภูเขาเข้าเมือง 1-3 วัน ส่วนน้อยนั่งรถมา การคัดเลือกมีหลายรอบ กินเวลาตั้งแต่กันยายนจนถึงพฤศจิกายนของทุกปี

...

 [ militaryphotos ] 

ภาพที่ 5: ภาพคุณดาดา บาซาร์ (Dada Bazaar) อดีตทหารกูรข่า บรรพบุรุษของท่านเป็นทหารกูรข่ามาหลายชั่วอายุคน >  Thank [ militaryphotos.net ]

การสอบเข้าเป็นแบบ "น็อคเอาท์ (knock-out)" หรือแบบ "แพ้-คัดออก" แทบจะทุกขั้นตอน กรรมการสอบจะเขียนหมายเลขบนหน้าอกด้วยหมึกที่ลบไม่ออกใหม่ทุกเช้า ถ้าสอบไม่ผ่านไม่ว่าจะขั้นตอนใดก็ถือว่า ตก ต้องรอปีต่อไป

...

ก่อนอื่นจะต้องมีการตรวจร่างกายคร่าวๆ ก่อน... ใครที่มีท่าทีว่า จะไม่แข็งแรง หรือมีโรค เช่น ความดันเลือดสูง หูอักเสบหรือแก้วหูทะลุ ฟันผุ ฯลฯ จะถูกคัดออกทันที

รอบอกขั้นต่ำ = 31 นิ้ว = 78.74 เซนติเมตร และต้องขยายในท่าหายใจเข้าอย่างน้อย 2 นิ้ว = 5.08 เซนติเมตร เพื่อคัดคนที่มีโอกาสเป็นวัณโรคออกไป

...

คนที่เป็นวัณโรคตอนเด็ก และได้รับการรักษาไม่ดี ซึ่งพบมากในเนปาล... ส่วนหนึ่งจะมีแผลเป็นในปอด และเยื่อหุ้มปอด ทำให้ปอดขยายตัวได้น้อยลง

ส่วนสูงและน้ำหนักก็ต้องไม่น้อยเกินไปเช่นกัน

...

 [ militaryphotos ]

ภาพที่ 6: การสอบภาควิชาการ เน้นภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์ ซึ่งพัฒนาข้อสอบให้ยากขึ้นเรื่อยๆ จนเทียบเท่า GCSE ทุกขั้นตอนต้องผ่านอย่างน้อย 50% > Thank [ militaryphotos.net ]

...

 [ uni.edu ]

ภาพที่ 7: การทดสอบร่างกายมีหลายรายการ เช่น ท่าซิท-อัพ (sit-ups) ฯลฯ ซึ่งคนที่นั่นทำได้เฉลี่ย 70 ครั้งใน 2 นาที คนที่ทำได้น้อยกว่านี้มักจะสอบตก > Thank [ U Northern Iowa ]

การสอบห้ามใช้มือวางไว้หลังท้ายทอยดังภาพ ต้องกอดอกเป็นรูปกากบาท (X) ไว้ด้านหน้า

... 

ภาพถ่ายของอาจารย์นิค เฟลมมิงไม่ระบุว่า ใช้วิธีงอเข่าหรือเหยียดเข่า ดูเหมือนข้อสอบของไทยจะบังคับให้เหยียดขา

ทว่า... ถ้าจะฝึกเพื่อสุขภาพ จำเป็นต้องฝึกงอเข่าเล็กน้อยก่อนเสมอ เมื่อแข็งแรงแล้วจะลองฝึกเหยียดเข่าก็ได้ แต่ถ้าฝึกเฉพาะเหยียดเข่าจะทำให้เสี่ยงปวดหลัง

...

 [ militaryphotos ]

ภาพที่ 8: ภาพการทดสอบ "ขนทรายขึ้นเขา" ซึ่งจะเริ่มแข่งทันทีที่พระอาทิตย์ขึ้น... คณะกรรมการจะชั่งทราย 35 กิโลกรัมไว้ล่วงหน้า 1 วัน (ถ้าชั่งนานอาจทำให้น้ำหนักไม่เท่ากันจากความชื้นได้)  > Thank [ militaryphotos.net ]

กติกาคือ ต้องใช้หัวแบกกระสอบทรายแบบลูกหาบหรือ "โดโค เรซ (Doko race; Doko = ตะกร้าสำหรับลูกหาบ; race = การแข่งขัน) การทดสอบนี้เป็นส่วนหนึ่งของการคัด "คนภูเขา (hill selection)"

...

เกณฑ์มาตรฐานคือ ต้องแบกไปแบบครึ่งเดินครึ่งวิ่งขึ้นเขา 4 กิโลเมตรภายใน 35 นาที (สำนักข่าว 'Telegraph' รายงานว่า ระยะทาง = 4.8 กิโลเมตร) ระดับความนชันเฉลี่ยนั้น... อาจารย์นิค เฟลมมิงกล่าวว่า พอๆ กับขั้นบันไดทีเดียว

คนที่สอบผ่านขั้นตอนนี้ยังต้องทดสอบอีกมากมาย เช่น ต้องวิ่ง 1.5 ไมล์ให้ได้ภายใน 10:30 (10 นาที 30 วินาที) ฯลฯ

...

หลังผ่านการทดสอบมากมาย... วันสุดท้ายจะมีการประกาศผลเอนทรานซ์ (entrance) ว่า ผู้สมัคร (candidate) จะได้รับการคัดเลือกเป็นทหารใหม่ (recruit) หรือไม่

ผลสอบจะมี 3 อย่างได้แก่ 'British army' = ทหารสหราชอาณาจักร (หมู่เกาะอังกฤษ), 'Singapore police' = ตำรวจสิงคโปร์, หรือ 'try again next year' = พยายามใหม่ปีหน้า

...

[ militaryphotos ] 

ภาพที่ 9: ญาติสนิทมิตรสหายที่ตามมาส่ง "ว่าที่ทหารฯ" มีทั้งแม่ พี่น้อง แฟน และเมีย ซึ่งหลังจากนี้จะไม่ได้พบหน้ากันประมาณ 3 ปี > Thank [ militaryphotos.net ]

หลังจากนั้นทหารใหม่ (recruit) จะต้องทำพิธีสาบานต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระราชินี วางมือแตะธงยูเนียนแจ๊คของสหราชอาณาจักร (UK) ในฐานะกองทหารประจำการ

...

การฝึกส่วนใหญ่จะทำภายใต้การฝึกอบรมของ "กูรูจี (กูรู = ครูในภาษาสันสกฤต; จี = ใหญ่ อาจเป็นคำตระกูลธิเบต-พม่า ซึ่งเดิมเป็นชนภูเขาที่ครอบครองอาณาเขตที่แผ่ไปตามภูเขาหิมาลัยถึงเนปาล ตอนเหนือครึ่งบนของพม่าปัจจุบัน และธิเบต)"

ครูฝึกเป็นคนกูรข่าด้วยกัน และจะทำหน้าที่เป็น "ว่าที่พ่อ" ในงานพิธีทางศาสนาฮินดู และต่างๆ ของทหารใหม่ทุกนาย

...

 [ militaryphotos ] 

ภาพที่ 10: การไปเรียนรู้วัฒนธรรมแบบอังกฤษเป็น 1 ใน "หน้าที่" ของทหารใหม่ในช่วงวันหยุด ภาพนี้เป็นภาพถ่ายในศูนย์การค้า Farnham > Thank [ militaryphotos.net ]

หน้าที่นี้เรียกว่า 'acclimatisation' (climate = อากาศ บรรยากาศ; acclimatise = ปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศ หรือบรรยากาศ)

...

 [ militaryphotos ]

ภาพที่ 11: นี่เป็นส่วนหนึ่งของการฝึก (trip) ไปที่ไบรทัน (Brighton) ซึ่งคนภูเขาจะได้เห็นทะเลเป็นครั้งแรกในชีวิต > Thank [ militaryphotos.net ]

การฝึกสารพัดรูปแบบนี้... แม้แต่คนอังกฤษ (ในภาพ) ก็ยังงงว่า จะเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกได้อย่างไร ทว่า... การฝึกแบบนี้มีไว้เพื่อป้องกัน "การช็อคทางวัฒนธรรม (cultural shock)"

...

หลักการคือ เมื่อคนเราปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมที่ต่างออกไป (cross-culture) ได้... ความเครียดจากการถูกส่งไปเป็นแนวหน้าทั่วโลกจะลดลง

ไม่ว่ารบที่ใด... ทหารกูรข่าจะถูกสั่งให้อยู่ข้างหน้า และอยู่ใกล้ๆ พวกกระสุนหรือกับระเบิด ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ "ต้องทำ" เสมอ

...

 [ Pitt.edu ]

ภาพที่ 12: อาจารย์นิค เฟลมมิงนำภาพการฝึกมาแสดงไว้หลายภาพ ทว่า... การฝึกอย่างหนึ่งที่พวกเราพอจะทำกันได้คือ 'Farmer's walk' = การเดินแบบชาวนา > Thank [ Pittsburgh.edu ]

การฝึกแบบนี้คือ ให้ถือของหนักๆ (ไม่จำเป็นต้องหนักมากแบบในภาพ) แล้วเดินไปข้างหน้า ถ้าจะให้ได้ผลดีจริงๆ ควรเน้นน้ำหนักมาก เช่น เดินได้สัก 10-20 ก้าวก็หมดแรง ฯลฯ สลับกับน้ำหนักเบาหน่อยแต่เดินให้เร็วมากๆ

...

ข้อควรระวังของการฝึกแบบนี้คือ ตรงมือจับ (hand grips) ต้องมีพื้นที่กว้าง จับได้เต็มมือ เพื่อลดแรงกดต่อเอ็นนิ้วมือ ไม่ควรยกผ่านเชือกเส้นเล็ก ซึ่งอาจทำให้เอ็นนิ้วมือบาดเจ็บเรื้อรังได้

การฝึกพื้นฐานจะทำติดต่อกันไปนาน 8 เดือน (ไม่นับการฝึกอบรมพิเศษอีกต่างหาก) ซึ่งมีทั้งภาคสนาม การใช้อาวุธ เทคนิคสงครามรูปแบบต่างๆ การผจญภัย เช่น การเอาตัวรอดในถ้ำ ฯลฯ และเน้นการทดสอบให้ทนแดด ทนฝน  และการอดนอน

...

 [ militaryphotos ]

ภาพที่ 13: ทหารภูรข่าไม่ได้ทำหน้าที่รบอย่างเดียว ต้องทำหน้าที่อื่นไปด้วย คือ คนเดียวต้องทำได้หลายอย่าง เช่น เป็นนักดนตรีปี่สก๊อต ฯลฯ > Thank [ militaryphotos.net ] 

กล่าวกันว่า เจ้าปี่สก๊อตเป็นดนตรี "สงคราม" คือ ถ้านำไปเป่าในสนามรบแล้วต้องมีการหลั่งเลือด ไม่เหมือนแคนที่ถ้าเป่าแล้วต้องมีความมัน หรือสันติภาพเกิดขึ้น

...

   [ militaryphotos ]

ภาพที่ 14: กองตำรวจกูรข่าสิงคโปร์ (Gurkha Contingent) ตั้งขึ้นในปี 1949 หรือ พ.ศ. 2492 โดยคัดเลือกจากอดีตทหารกูรข่าในกองทัพอังกฤษ เพื่อแทนที่กองตำรวจซิกห์จากอินเดียหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 > Thank [ militaryphotos.net ]

สิงคโปร์ใช้ GC เป็นหน่วยปราบจลาจล และใช้ในการป้องกันภัย เช่น การประชุมนานาชาติ (ไทยเราน่าจะขอทหารกูรข่ามามากๆ หน่อย) ฯลฯ

...

กองตำรวจกูรข่าสิงคโปร์มีบทบาทในการควบคุมสถานที่สำคัญแทนตำรวจทั่วไปหลังเหตุการณ์ 11 กันยายน 2544 ซึ่งมีการระเบิดตึกเวิร์ลเทรด เซนเตอร์ในสหรัฐฯ

ประเทศในอาเซียนที่มีกองทหารกูรข่าประจำ คือ บรูไน

...

 [ himalayan ]

ภาพที่ 15: ภาพมีดคูกรี (Kukri) ซึ่งเดิมถือว่า ถ้าชักออกจากฝักแล้วต้องให้มัน "กินเลือด" > Thank [ himalayan-imports ]

สมัยก่อนถ้าชักออกมาแล้วเชือดคนอื่นไม่ได้ ทหารกูรข่าจะเชือดตัวเองนิดหน่อย พอให้มีดได้กินเลือด สมัยนี้ไม่ค่อยจะถือธรรมเนียมนี้แล้ว คือ ใช้แทนมีด(ทหาร)สวิส ที่ใช้มากคือ ใช้ทำกับข้าว

...

สำนักข่าว 'Telegraph' รายงานว่า มีการรับทหารกูรข่าจากผู้หญิงเนปาลในปี 2550 เป็นปีแรก มีคนสมัคร 15,106 คน (ไม่สามารถนำภาพมาตีพิมพ์ได้ โปรดคลิกที่ลิ้งค์ 'Telegraph')

เงินเดือนทหารกูรข่าใหม่ = 1,000 ปอนด์ = 53,000 บาท ซึ่งมีการประกันว่า จะไม่ตกงาน 15 ปีพร้อมการเลื่อนขั้น ได้บำนาญ และที่สำคัญที่สุดคือ ได้พาสส์ปอร์ตเป็นคนอังกฤษ

...

ข้อสอบขั้นต่ำนอกจากภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์ที่แสนยากแล้ว ยังต้องสอบผ่านการทดสอบดังต่อไปนี้ [ Telegraph ]

  • ดึงข้อบาร์เดี่ยว (high beam) 14 ครั้ง
  • กระโดดขึ้นลงม้านั่ง (bench jump) 75 ครั้งใน 1 นาที
  • ซิท-อัพ (sit-ups) 70 ครั้งใน 2 นาที
  • อุดฟันไม่เกิน 2 ซี่ และฟันห่างหรือฟันหลอไม่เกิน 2 ตำแหน่ง

...

  • ผ่านการทดสอบการมองเห็น-การได้ยินอย่างดีเยี่ยม
  • สื่อสารภาษาอังกฤษคล่อง 
  • วิ่งแบกน้ำหนัก 50 ปอนด์ = 22.7 กิโลกรัม (แบกแบบลูกหาบ Doko) ขึ้นภูเขา 3 ไมล์ = 4.8 กิโลเมตร

...

 

ทหารกูรข่าผู้หญิงจะได้รับการทำงานในหน่วยวิศวกรรม สื่อสาร และส่งกำลังบำรุง ไม่ต้องเป็นพลปืน

อาจารย์ที่ตั้งโรงเรียนติวสอบกล่าวว่า สาวๆ ที่มาฝึกเหล่านี้เป็นลูกหาบ (porters) อยู่แล้ว เรื่องสมรรถภาพางกายนั้นหายห่วง แต่เรื่องข้อเขียนนี่หนักใจมากๆ เลย

... 

ทีนี้ทำไมทหารกูรข่าจึงกล้าหาญมากๆ... เรื่องนี้คล้ายทหารสวิสซึ่งเป็นนักรบรับจ้างมาก่อนเช่นกัน กลไกที่เป็นไปได้คือ

  • (1). ชาติที่เป็นคนภูเขามีแนวโน้มจะรบเก่ง เมื่ออังกฤษยึดพม่าได้ก็จ้างกะเหรี่ยงเป็นนักรบคล้ายๆ กัน แต่ไม่เหมือนกันกัน เพราะเป็นการจ้างเฉพาะที่ ไม่ได้ใช้รบไปทั่วโลกนาน 200 ปีแบบกูรข่า
  • (2). คนกูรข่ามีธรรมเนียมว่า "ตายเสียดีกว่าขี้ขลาด" ปลูกฝังมาแบบนี้หลายๆ ชั่วอายุคน ทำให้เกิดโปรแกรมฝังลึกทางวัฒนธรรมประเภท "ต้องรบ หรือไม่ก็ตาย ขายหน้าไม่ได้" อะไรทำนองนี้

...

  • (3). ประวัติที่เคยรบชนะอังกฤษทำให้ชาวกูรข่าภาคภูมิใจ เพราะชาติที่รบชนะอังกฤษมาก่อนมีเพียงไม่กี่ชาติในโลก เรื่องนี้จะคล้ายๆ กับความภาคภูมิใจลึกๆ ของทหารพม่าที่ว่า หลังเจงกิสข่านตีพุกามแตก... พม่ากลับพลิกรบชนะมองโกลได้ ซึ่งเป็นน้อยชาติในโลกที่รบชนะทัพใหญ่ขนาดนั้นได้เช่นกัน (จริงๆ อาจจะมีไข้ป่าหรือมาลาเรียช่วยด้วยก็เป็นไปได้)
  • (4). ผลตอบแทนที่ได้คุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียงเกียรติยศ รายได้ โอกาสในชีวิตอีกมากมาย เช่น มีโอกาสขอสัญชาติอังกฤษได้ในอนาคต ฯลฯ ผลตอบแทนนี้แรงมากเมื่อเทียบกับการอยู่ในเนปาล ซึ่งหางานทำยากมากๆ

...

  • (5). การที่กองทหารกูรข่ามาจากคนชาติพันธุ์เดียวกัน ทำให้ต้องรบเต็มที่ เพราะถ้าชนะจะทำให้คนชาติพันธุ์เดียวกันรอดตาย ถ้ารบเต็มที่แล้วแพ้ก็ยังมีส่วนทำให้คนอื่นที่เป็นชาติพันธุ์เดียวกันรอดตาย หรือมีโอกาสหารายได้จากกองทัพอังกฤษต่อไป
  • (6). เดิมเนปาลมีวรรณะ สูงสุดคือพราหมณ์ รองลงไปคือกษัตริย์ โดยเฉพาะถ้าบรรพบุรุษเป็นวรรณะกษัตริย์ = นักรบแล้ว การได้เป็นทหารถือว่า มีเกียรติสมกับที่เป็นคนจากวรรณะกษัตริย์ หรือถ้ามาจากวรรณะต่ำกว่าก็เท่ากับได้เลื่อนชั้นวรรณะทีเดียว

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ 

...

 > Thank [ Nick Fleming ][ Reportage.org ]; [ Militaryphotos ]; [ himalayan-imports]; [ Telegraph ]; [ BBC ]; [ BBC ] 

ที่มา                                                                    

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น