...
ภาพที่ 1: คิวบาเป็นประเทศหมู่เกาะในอเมริกากลาง ด้านเหนืออยู่ใกล้รัฐฟลอริดา สหรัฐฯ, ด้านตะวันตกใกล้เม็กซิโก, ด้านตะวันออกและใต้ใกล้หมู่เกาะแคริบเบียน > [ Wikipedia ]
คิวบามีประชากร 11.4 ล้านคน (กรุงเทพฯ ประมาณ 10+ ล้านคน) พื้นที่ 110,861 ตารางกิโลเมตร (ประมาณ 1/5 ของไทย) ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์แบบโรมินแคธอลิค
...
จุดเด่นของคิวบา คือ อยู่ใกล้สหรัฐฯ (ทำให้มีโอกาสหารายได้จากการท่องเที่ยวสูง) มีชายทะเล บรรยากาศเดิมๆ แบบยุโรปใต้ คนรักสนุก เล่นดนตรีเก่ง และชกมวยเก่งด้วย
...
ภาพที่ 2: 'Cuba Libre Cupcake' = "ขนมเสรีภาพคิวบา" > [ flickr ] , [ clevercupcakes ]
อาจารย์ที่ถ่ายภาพบอกว่า ตั้งแต่แคนาดาเปิดโอกาสให้คนไปเที่ยวคิวบาได้... มีการทำขนมนี้แทบจะทุกแห่งที่เป็นจุดท่องเที่ยว เรื่องนี้คงจะสะท้อนความในใจของชาวคิวบาที่เบื่อรัฐบาลเผด็จการทหาร แต่ "น้ำท่วมปาก" ได้ดีทีเดียว
...
ภาพที่ 3: สถาปัตยกรรมแบบยุโรปใต้แบบเดิมๆ ทำให้คิวบามีเสน่ห์ทางด้านการท่องเที่ยว > [ flickr ] , [ Vivid Pixel ]
...
ภาพที่ 4: โบสถ์สไตล์ยุโรปใต้ (แบบสเปน-โปรตุเกส เนื่องจากเป็นอดีตเมืองขึ้นสเปน) > [ flickr ] , [ Ganymedes Costagravas ]
บรรยากาศเก่าๆ แบบนี้ ถ้ามีเรื่องเล่า นิทาน นิยาม ปรัมปราอะไรหน่อย คงจะทำให้การท่องเที่ยวก้าวไปไกลทีเดียว
...
ภาพที่ 5: เด็กๆ ในห้องเรียนคิวบา... ยุคก่อนสหภาพโซเวียตล่มสลาย คิวบาได้รับเงินและน้ำมันอุดหนุนปีละมากๆ แถมยังได้ไปเรียนต่อในยุโรปกันมาก > [ flickr ] , [ Birgitta Seegers ]
สหภาพโซเวียตใช้เงินในสงครามเวียดนาม, อัฟกานิสถานนานเกินไปจนเศรษฐกิจถดถอย และล่มสลายในที่สุด สหรัฐฯ เองก็ยอบแยบหลังทำสงครามยืดเยื้อในอิรัก-อาฟกานิสถานเช่นกัน
...
สมัยก่อนนโปเลียนกล่าวว่า "กองทัพเดินด้วยท้อง" ทว่า... ทุกวันนี้ "กองทัพเดินด้วยเงิน" ดังปรากฏว่า สิงคโปร์และมาเลเซียมีกองทัพที่ดีกว่าชาติอื่นๆ ในอาเซียนค่อนข้างมาก
...
ภาพที่ 6: สามล้อสบายๆ สไตล์คิวบา > [ flickr ] , [ Martha de Jong-Lantink ]
คิวบาก็เหมือนกับอีกหลายสิบประเทศทั่วโลกที่มีประสบการณ์ตรงกัน คือ ความล้าหลังของประเทศมีค่า = จำนวนปีที่ปกครองโดยทหาร
...
Thank [ BBC ]
...........................................................
ภาพที่ 7: อาจารย์หมอคิวบาทำการผ่าตัดผ่านกล้อง โรงพยาบาลปอนโด เฟอร์เรอร์ (Pondo Ferrer) > Thank [ BBC ]
..............................................................
สำนักข่าว BBC ตีพิมพ์เรื่อง 'medical diplomacy (medical = เกี่ยวกับการแพทย์; diplomacy = การฑูต)' หรือ "การฑูตคุณหมอ" ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
ห้องรอตรวจในโรงพยาบาลตาที่ใหญ่ที่สุดในคิวบา คือ ปันโด เฟอร์เรอร์ (Pando Ferror) มีคนไข้แน่นไปหมด
...
คนไข้หลายๆ คนมาจากละตินอเมริกา (นับจากเม็กซิโก อเมริกากลาง-ใต้) หมู่เกาะแคริบเบียน... และที่สำคัญคือ ทุกอย่างที่นี่ฟรี (คำว่า "ฟรี" มักจะไม่มีจริงในโลก - ฟรีในที่นี้คือ ใช้เงินภาษีของประชาชนมาจ่ายแทน)
คุณบาซิล วอร์ดมาจากบาร์บาดอส... ประเทศเกาะใกล้ๆ คิวบา เธอรอผ่าตัดต้อกระจก (cataract = เลนซ์ตาขุ่นขาว) เธอบอกว่า คิวผ่าตัดที่บาร์บาดอสที่นั่นยาวประมาณ 1 ปี
...
คนไข้ที่เหลือมาจากประเทศอื่นๆ ซึ่งไม่มีคิวให้รอ หรือไม่ก็ไม่มีเงินค่ารักษา
โปรแกรมที่คิวบาให้ความช่วยเหลือเพื่อนบ้านเรียกว่า 'Operacion Milagro / โอเปอราซิโยน มิลาโกร (= Operation Miracle)' หรือปฏิบัติการมหัศจรรย์
...
โครงการนี้เริ่มมาได้ 5 ปี และช่วยรักษาสายตาให้คนได้มากกว่า 1.6 ล้านคน และเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมสอนให้ผู้ใหญ่อ่านออกเขียนได้ที่คิวบาช่วยเวเนซูเอลา
อุปสรรคของโครงการนี้คือ มีคนจำนวนมากอ่านเขียนไม่ได้ เนื่องจากมีปัญหาทางสายตา
...
อ.ดร.มาร์เซลิโน ริโอ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลและหัวหน้าปฏิบัติการ Operation Miracle กล่าวว่า "ท่านประธานาธิบดีฟิเดล คาสโตรมักจะให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพเป็นอันดับต้นๆ" (การวิจารณ์ผู้นำผิดกฏหมายในคิวบา แต่เรื่องสรรเสริญเยินยอนั้นถูกกฏหมายแน่นอน)
โรงพยาบาลปันโด เฟอร์เรอร์แห่งเดียวสามารถผ่าตัดตาได้วันละ 300 ราย (อย่าแปลกใจ เพราะเรือพยาบาลขนาดเล็กในบังคลาเทศก็ผ่าตัดได้วันละเป็นร้อยรายตั้งแต่เช้ามืดจนถึงกลางคืน)
...
การผ่าตัดที่นี่มีตั้งแต่การผ่าตัดต้อกระจก(เลนซ์ตาขุ่นขาว) ต้อหิน ไปจนถึงการเปลี่ยนแก้วตา (ใช้แก้วตาจากผู้บริจาคที่เสียชีวิตมาใส่)
เครื่องมือเกือบทั้งหมดซื้อจากยุโรปและเอเชีย ไม่ค่อยมีของสหรัฐฯ เนื่องจากสหรัฐฯ ไม่ยอมขายให้
...
คิวบามีศูนย์ผ่าตัดตานับโหล (หลายสิบแห่ง) เนื่องจากคิวบาให้ความช่วยเหลือไปทั่วตั้งแต่เม็กซิโก อเมริกากลาง-ใต้ หมู่เกาะแคริบเบียน ข้ามน้ำข้ามทะเลจนถึงหลายประเทศในอาฟริกา
นี่เป็น "การฑูตด้วยแพทย์ (medical diplomacy)" ที่ประเทศไหนๆ ก็ไม่รักคิวบาไม่ได้อีกต่อไป (= ต้องรักคิวบา)
...
ช่วงปี 1960s-1970s = 1960-1979 = พ.ศ. 2512-2522 ท่านฟิเดล คาสโตรทำการส่งออกการปฏิบัติ
ตอนนั้นท่านเช กูวารา (Che Guevara = อดีตนักศึกษาแพทย์) ตายกลางสงครามกองโจรในโบลิเวีย แต่รูปของท่านเชกลับตีพิมพ์เป็นภาพยอดนิยมไปทั่วโลก
...
ทหารคิวบานับหมื่นๆ นายออกไปร่วมรบปลดแอกอาณานิคมในอาฟริกา
หมอทหารคิวบามักจะมีบทบาทเสมอมา เริ่มจากการส่งเข้าไปช่วยฝ่ายประกาศเอกราชในอัลจีเรียปี 2506 ส่งไปแองโกลา และอีกหลายๆ ประเทศ
...
หลายปีที่ผ่านมา... "การฑูตคุณหมอ" ทำให้หลายๆ ประเทศหลงรักคิวบาเกินกว่าจะหักห้ามใจไว้ได้
โรงเรียนแพทย์ในคิวบารับสอนนักศึกษาจากต่างประเทศมาแล้วนับหมื่นๆ ราย และยังมีทีมแพทย์ฉุกเฉินที่พร้อมเข้าไปช่วยประเทศที่ประสบภัยพิบัติอีกต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นจีน ปากีสถาน หรือประเทศอื่นๆ ที่มีแผ่นดินไหว
...
นักศึกษาจากประเทศกำลังพัฒนาไปเรียนต่อสาขาสุขภาพในคิวมาแล้ว 24,000 คน แน่นอนอีกว่า "งานนี้ท่านสั่งเรียนฟรี" เช่นกัน
และแล้วเมื่อคิวบายากจนลง และมีหนี้สินเพิ่มขึ้น... เวเนซูเอลาจึงตอบแทนความดีที่คิวบาทำมาหลายสิบปีด้วยการขายน้ำมันราคาถูกให้ เพื่อแลกกับการที่คุณหมอและเจ้าหน้าที่คิวบาไปทำงานที่นั่น 20,000 ราย
...
ความดีนี้มีส่วนหันกลับมาปกป้องคุ้มครองคิวบาทุกครั้งที่อเมริกาประกาศจะ "โดดเดี่ยว" คิวบา เพราะชาติอื่นๆ จะเห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกันว่า ทำไม่ลง
แม้แต่ฮอนดูรัสซึ่งเป็นประเทศที่เอียงเข้าข้างสหรัฐฯ เองก็ยังมีคุณหมอคิวบาอาสาไปทำงานในชนบทที่ห่างไกล และแร้นแค้น แถมยังเลือกทำงานเฉพาะที่ที่ไม่มีโรงพยาบาลอีกต่างหาก
...
ตอนนี้คิวบาเองก็ให้ทุนการศึกษากับนักศึกษาแพทย์จากฮอนดูรัสมากกว่า 1,000 คน ที่เบลิซ (Belize) อดีตอาณานิคมอังกฤษในอเมริกากลางก็ได้รับความช่วยเหลือนี้เช่นกัน
อ.บาดิ เกอร์รา (Badi Guerra) เอกอัครราชฑูตเบลิซบอกว่า นักศึกษาแพทย์ของเราไม่ทางเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยได้หรอก เพราะค่าเรียนมันแพง แต่คิวบาให้เด็กๆ ยากจนเรียนฟรี นี่ทำให้เรารู้สึกซาบซึ้งใจ
...
ขณะเดียวกันทีมแพทย์-พยาบาลคิวบาเองก็มีโอกาสเก็บเงินเก็บทองจากการออกหน่วยต่างประเทศเช่นกัน
ตัวอย่างเช่น คุณมาเบล จูอิซ นักกายภาพบำบัด ซึ่งไปออกหน่วยที่ปากีสถานในปี 2548 บอกว่า การไปทำงาน กินนอนอยู่ในเต๊นท์ที่นั่น 6 เดือน ไม่มีโอกาสใช้เงินที่ไหน ทำให้เก็บสตางค์ไปปรับปรุงห้องพักที่บ้านได้
...
คุณมาเบลบอกว่า การได้ไปช่วยคนทุกข์ยากในต่างประเทศเป็นเรื่องที่ชาวคิวบาภาคภูมิใจ
การที่คิวบาส่งเสริมด้านสุขภาพทำให้อัตราตายของเด็กแรกเกิดต่ำ คนคิวบาอายุยืน แต่ตอนนี้คิวบากำลังยากจน เงินที่ใช้ซื้อยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือลดลงไปมาก
...
ตอนนี้คิวบากำลังมองไปที่คนรวยๆ ในต่างประเทศว่า ถ้ารับคนเหล่านี้ไปรักษาในคิวบาได้น่าจะดี และคนไข้ที่รอคิวรักษานานเป็นเดือนเป็นปี เช่น ในสหรัฐฯ ฯลฯ ก็มองไปทางคิวบาเช่นกัน
ถึงวันนั้นคิวบาคงจะพัฒนาไปเป็นเมดิคัลฮับ รองรับเมดิคัลทัวร์ (รับคนไข้ต่างชาติที่มีฐานะ) ได้เต็มพิกัดทีเดียว
...
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เกี่ยวกับเรื่องตา [ BBC ]
- ประชากรโลก 6,781.2 ล้านคนมีสายตาบกพร่อง = 314 ล้านคน (4.63%) = ประมาณ 1 ใน 20, ตาบอด 45 ล้านคน (0.664%) = ประมาณ 7 ในพัน
- คนที่สายตาบอกพร่อง 85% อยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนา หรือประเทศที่คนส่วนใหญ่ค่อนข้างยากจน
...
- สาเหตุหลักที่ทำให้ตาบอดหลักคือ เลนซ์ตาขุ่นหรือต้อกระจก (cataracts) ซึ่ง 85% หลีกเลี่ยงได้
- ส่วนกลุ่มที่มีสายตาบกพร่องนั้น... กลุ่มสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียงส่วนใหญ่แก้ไขได้ด้วยแว่นตามากกว่า 12 ล้านคน
...
เมืองไทยเราควรพัฒนาไปเป็นศูนย์กลางทางด้านการศึกษาด้านสุขภาพในภูมิภาค ทั้งแผนใหม่และภูมิปัญญาดั้งเดิม เช่น ฝังเข็ม ฯลฯ ซึ่งจะทำให้เรามีรายได้มั่นคงกว่าการแข่งขันเฉพาะการรักษาพยาบาลเพียงอย่างเดียว
ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
...
> Thank [ BBC ]
ที่มา
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >
> 21 พฤษภาคม 2552. - ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
ความคิดเห็น
ขอขอบคุณพวกเราทุกๆ ท่าน ทุกๆ คนครับ... // เมืองไทยเราน่าจะเลียนแบบคิวบาบ้างครับ โดยเฉพาะการเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาสาขาสุขภาพ