wullopp
ดู Blog ทั้งหมด

อาจารย์หมอท่านนี้รีดไขมันได้ 75 ตัน

เขียนโดย wullopp
 

...

 [ MailOnline ]

ภาพที่ 1: อาจารย์หมอ คุณพ่อลูก 4 แชมป์ลดความอ้วนของอังกฤษ (UK) > Thank [ MailOnline ]

...

 > [ MailOnline ]

ภาพที่ 2: ภาพคุณเทเรซา เพิร์คส์ (Teresa Perks)... คุณแม่ลูก 4 ยิ้มสวยหลังผ่าตัด เธอรีดไขมันได้ 95.34 กิโลกรัม > Thank [ MailOnline ]

เธอบอกว่า อ้วนตั้งแต่มีลูกคนแรก เพราะไปนั่งกินกับลูกๆ ที่กินเก่งด้วย กินคุกกี้ด้วย... เธอเล่าว่า ตอนท้องลูกคนที่ 4 เป็นเบาหวาน แถมยังดื้อต่ออินซูลินที่ใช้ฉีดรักษา ทำให้ลำบากมากๆ

...

 [ MailOnline ]

ภาพที่ 3: ภาพคนไข้รายเดียวกันก่อนผ่าตัด = 152.54 กิโลกรัม ค่าผ่าตัด 7,950 ปอนด์ = 421,350 บาท อาศัยยืมเงินจากญาติพี่น้องมาผ่า > Thank [ MailOnline ]

อ.ซูเปอร์บอกว่า การผ่าตัดแบบนี้ไม่ใช่เรื่องมหัศจรรย์ของหมอ แต่ต้องขอความช่วยเหลือจากคนไข้ เช่น กินแต่อาหารเหลว 1 สัปดาห์ กินอาหารเละๆ ที่ใช้ส้อมฉีกได้ง่ายๆ 1 สัปดาห์ และควบคุมอาหารไปตลอดชีวิต

...

4 สัปดาห์ต่อมาจึงจะกินอาหารปกติได้ ซึ่งจะรู้สึกอิ่มหลังกินได้ 2-3 ช้อนกินข้าว และต้องฉีดน้ำเกลือเข้าห่วงให้แน่นขึ้นอีกนิด

...

สำนักข่าว 'MailOnline' ออนไลน์ของหนังสือพิมพ์ 'Dailymail.co.uk' ตีพิมพ์เรื่องอาจาย์หมอพอล ซูเปอร์ (Paul Super) จอมโหดรีดนาทาเร้น รีดไถเฉพาะไขมัน ทำสถิติใหม่ของอังกฤษ (UK) และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดทางเดินอาหารส่วนบนแนวหน้าของโลก

อังกฤษ (UK) เป็นประเทศที่มีคนอ้วนมากที่สุดในยุโรป ผู้ใหญ่ 1 ใน 4 คนเป็นโรคอ้วน

...

เช้าวันศุกร์ที่หอผู้ป่วยศัลยกรรม (ผ่าตัด) ที่โรงพยาบาลฮาร์ทแลนดส์ เบอร์มิงแฮม อังกฤษ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลรัฐใหญ่อันดับ 4 ของอังกฤษ (UK)... คนไข้ที่รอผ่าตัดวันนี้มี 5 ราย อายุ 17-50 ปี

อ.ซูเปอร์นัดคนไข้ประมาณสัปดาห์ละ 20 ราย ทั้งคนไข้ของสำนักบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) และคนไข้ส่วนตัว ขณะที่หมอท่านอื่นๆ เกือบทั้งหมดผ่าได้สัปดาห์ละ 10 ราย

...

คนไข้ส่วนใหญ่เป็นคนอังกฤษ (UK) ส่วนน้อยมาแบบเมดิคัลทัวร์จากไอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และบัลกาเรีย

ประสิทธิผลเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ในอังกฤษ เนื่องจากคนไข้ต้องรอคิวรักษาพยาบาลนานมาก เช่น คนไข้บางคนรอทำฟันนานถึง 3 ปี ฯลฯ

...

NHS กำหนดให้ทำงานสัปดาห์ละ 50 ชั่วโมง ถ้าทำงานเกินกว่านี้ให้นัดคนไข้ส่วนตัวมาผ่าตัดที่โรงพยาบาลได้

ตั้งแต่ปี 2001 หรือ พ.ศ. 2544... อ.ซูเปอร์ท่านเดียวผ่าตัดแบบนี้มากว่า 2,400 ราย และทำเพิ่มในวันหยุดอีกเดือนละ 1 วัน... "ทำเท่าที่ข้อศอกผมจะทนไหว" ท่านว่าอย่างนั้น

...

ประมาณการณ์คนไข้ที่นั่นคือ หลังผ่าตัดจะรีดไขมันได้อย่างน้อย 5 สโตน (stone = 14 ปอนด์ = 31.78 กิโลกรัม) รวมแล้ว อ.ซูเปอร์รีดนาทาเร้น เค้นไขมันคนไข้ออกไปได้ประมาณ 75 ตัน เทียบเท่าน้ำหนักรถเมล์อังกฤษ 2 ชั้น 7 คัน [ Wikipedia ]

การผ่าตัดที่ว่า คือ การใส่ห่วงกระเพาะอาหาร (gastric band) ซึ่งพัฒนาโดยศัลยแพทย์ชาวสวีเดนในช่วง mid-eighties (1985 = พ.ศ.2528)

...

คนไข้ 80% เป็นผู้หญิง ทั้งๆ ที่ผู้ชายผู้หญิงอ้วนพอๆ กัน ข้อมูลจากโรงพยาบาลเอกชนพบมีการผ่าตัดเพิ่มขึ้น 500% ใน 2 ปี

แต่ละปีมีคนอังกฤษ (UK) ผ่าตัดแบบนี้ 5,000 ราย เฉลี่ยวันละ 25 ราย ค่าผ่าตัด 6,000-8,000 ปอนด์ (318,000-424,000 บาท)

... 

การผ่าตัดแบบนี้เป็นการ "แบ่งกันจ่าย" คือ NHS จ่ายให้ 2,724 ปอนด์ เป็นการผ่าตัดลดความอ้วน (bariatric / weight-loss operation) ที่นิยมทำกันมากที่สุด [ exchange ]

โปรดสังเกตว่า ระบบสุขภาพของอังกฤษ... ไม่ให้อะไรฟรีๆ ซึ่งจะทำให้คนไข้ใช้บริการมากเกินไป หรือนำยาไปทิ้ง แล้วขอย้ายโรงพยาบาลเป็นว่าเล่นแบบไทย

...

อังกฤษ (UK) เน้นระบบแชร์กันจ่าย (co-payment) คือ รัฐจ่ายส่วนหนึ่ง-คนไข้จ่ายส่วนหนึ่ง ใครใช้บริการมากจ่ายมาก ใครใช้บริการน้อยจ่ายน้อย

การที่นักการเมืองไทยเน้นนโยบายประชานิยมสุดขั้วอาจนำไปสู่การเพิ่มภาษี ซึ่งคนชั้นกลาง โดยเฉพาะคนในเมือง จะไม่ค่อยชอบ และเสี่ยงต่อการแข่งขันกับนานาชาติไม่ได้ในระยะยาว ดังที่ปรากฏมาทั่วโลก เช่น อาร์เจนตินา ฯลฯ

...

รัฐบาล รสช. มีส่วนทำลายระบบการร่วมจ่าย (co-payment) ในไทย โดยยกเลิกการร่วมจ่าย 30 บาท

อังกฤษ (UK) เอง ซึ่งอดีต (สมัยอาณานิคม ไม่ใช่ทุกวันนี้) ปล้นสะดมคนทั่วโลก ผ่านการล่าอาณานิคมจนรวยเละ

... 

พอใช้นโยบายประชานิยมมากๆ... เศรษฐกิจก็แทบจะล้มละลาย เป็นหนี้มาก ถูกจอร์จ โซรอสและนักเก็งกำไรค่าเงินถล่ม เพิ่งแก้ไขได้ในยุคนายกรัฐมนตรีมากาเร็ต แธตเชอร์

ทุกวันนี้ประเทศที่มีหนี้สาธารณะมากเป็นอันดับ 1 คือ สหรัฐฯ อันดับ 2 คือ อังกฤษ (UK)

... 

สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นผลจากการทำสงครามยืดเยื้อในอิรัก-อาฟกานิสถาน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากนโยบายประชานิยม เช่น สหรัฐฯ มีการจ่ายเงินให้คนว่างงาน ทำให้คนส่วนหนึ่งไม่ทำงาน เป็นภาระให้คนส่วนใหญ่

และอีกส่วนหนึ่งเป็นผลจากค่าใช้จ่ายสุขภาพสูงมาก เนื่องจากสหรัฐฯ มีการฟ้องร้องหมอมาก ทำให้เกิดการป้องกันตัว ปรึกษากันไปปรึกษากันมา ส่งตรวจโน่นตรวจนี่ ไม่มีใครกล้ารักษาก่อนส่ง "สารพัดตรวจพิเศษ" ทำให้สหรัฐฯ แข่งขันกับนานาชาติไม่ได้

... 

โรงงานในสหรัฐฯ พากันย้ายออกนอกประเทศ เนื่องจากทนจ่ายค่าประกันสุขภาพไม่ไหว (กฏหมายที่นั่นนายจ้างจ่าย) จนยอดการจ้างงานลดลงไปเรื่อยๆ

อังกฤษ (UK) มีหมอที่ได้รับใบอนุญาตให้ทำการผ่าตัดแบบนี้ 40 ราย อ.ซูเปอร์เหมาทำคนเดียวปีละกว่า 1,000 ราย

...

 [ MailOnline ]

ภาพที่ 4: ห่วงซิลิโคนที่ใช้รัดกระเพาะอาหาร > Thank [ MailOnline ]

...

 [ MailOnline ]

ภาพที่ 5: ภาพทางซ้าย... แสดงภาพหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร

ภาพทางขวา... แสดงการใช้ห่วงรัดกระเพาะอาหาร ทำให้ถุงกระเพาะฯ แบ่งเป็น 2 ส่วน ก่อนใช้งานจะมีการฉีดน้ำเกลือเข้าไป ทำให้ห่วงโตขึ้น รัดกระเพาะอาหารจนคอดกิ่ว > Thank [ MailOnline ]

...

กระเปาะส่วนบนจุอาหารประมาณ 1 ลูกกอล์ฟหรือ 2-3 ช้อนกินข้าว ทำให้กินได้ไม่มาก และอาหารจะตกไปในกระเปาะส่วนล่างช้าๆ

...

คุณคิมหนัก 20 สโตน = 127.12 กิโลกรัม สูง 162.56 เซนติเมตร มีดัชนีมวลกาย = 48.1 (body mass index = BMI = น้ำหนักเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตร 2 ครั้ง) เข้ารับการผ่าตัดผ่านกล้อง ใช้เวลา 30 นาที ซึ่งจะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปอีกนาน

การผ่าตัดทำโดยการใส่ห่วงซิลิโคนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 นิ้วรอบๆ กระเพาะอาหาร ซึ่งจะทำให้เธอกินได้ครั้งละไม่เกิน 2-3 ช้อนกินข้าว 

...

คนไข้ผู้ชายอายุ 23 ปีรายหนึ่งหนัก 55 สโตน = 349.58 กิโลกรัม... ตอนเข้ามาผ่าตัดต้องถอดหน้าต่างบ้านออก (ประตูเรียกพี่) และขอให้หน่วยดับเพลิงใช้เครน (รถยกของ) ยกออกมา เพราะคนไข้เดินลงบันไดบ้านไม่ไหว

3 ปีต่อมา... คนไข้รีดไขมันได้ 23 สโตน = 146.18 กิโลกรัม และเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยได้ ซึ่งถ้าไม่ผ่าตัด... อ้วนขนาดนี้น่าจะตายที่อายุ 30 ปี

...

สถาบันสุขภาพและความเป็นเลิศทางคลินิกอังกฤษ (NICE) ตั้งเงื่อนไขไว้ว่า คนที่จะผ่าตัดแบบนี้ได้ต้องมีดัชนีมวลกาย (body mass index / BMI) ซึ่งคิดจากน้ำหนักเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตร 2 ครั้ง มากกว่า 40

คนอ้วนมากๆ เพิ่มเสี่ยงโรคข้อเข่าเสื่อม เบาหวาน โรคหัวใจ ถุงน้ำรังไข่ (polycystic ovary syndrome) ซึ่งทำให้มีลูกยาก หรือเป็นหมัน

... 

ผลจากการศึกษาวิจัยพบว่า โรคเข่าเสื่อมไม่ได้เป็นผลจากการออกแรง-ออกกำลัง แต่เป็นผลจากภาวะน้ำหนักเกิน โรคอ้วน นั่งหรือยืนนิ่งๆ คราวละนานๆ 

ทุกวันนี้คนอังกฤษ (UK) 61 ล้านคน ใกล้เคียงกับไทย (63.4 ล้านคน) มี BMI > 40 ประมาณ 1 ล้านคน และอีก 1 ล้านคน > 35 และกำลังจะอ้วนขึ้นเรื่อยๆ

...

ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนทำให้เด็กอังกฤษรุ่นใหม่มีโอกาสตายก่อนพ่อแม่สูงขึ้นมาก (คล้ายๆ กับในไทยที่เด็กรุ่นใหม่ตายจากเอดส์และอุบัติเหตุก่อนพ่อแม่) [ stat.gov ] , [ ipsr.mahidol ]

NHS ใช้เงินรักษาโรคที่เป็นผลจกโรคอ้วนปีละ 4.2 พันล้านปอนด์ = 222,600 ล้านบาท

...

คนที่ผ่าตัดใส่ห่วงกระเพาะอาหารมีน้ำหนักประมาณ 24 สโตน = 152.5 กิโลกรัม การศึกษาเกือบทุกรายงานพบว่า คนไข้มากกว่า 90% ลดน้ำหนักได้ 40-50% ของน้ำหนักก่อนผ่าตัดภายใน 1 ปี

ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอส แอนเจลิส สหรัฐฯ พบว่า 95% ของคนที่ลดน้ำหนักด้วยอาหารอย่างเดียวจะกลับมาอ้วนใหม่ภายใน 5 ปี

...

อ.ซูเปอร์เล่าว่า ปกติคนไข้จะได้รับคำแนะนำให้ควบคุมอาหาร ออกกำลัง และให้ยาลดความอ้วนก่อน ซึ่งมีโอกาสได้ผลในคนที่อ้วนมากๆ ประมาณ 10%

ข้อควรระวังของการผ่าตัดห่วงรัดกระเพาะอาหารคือ มันใช้ไม่ได้ผลในคนไข้ที่กินอาหารแคลอรีสูงคราวละมากๆ เช่น ชอคโกแลต, ไอศกรีม, น้ำอัดลม, แอลกอฮอล์ (เหล้า เบียร์ ไวน์ ฯลฯ)

...

เหตุผลง่ายๆ คือ พวกอาหารเละๆ หรือเหลวๆ ง่ายแบบนี้ผ่านห่วงไปได้ง่าย และไม่ค่อยทำให้คนไข้รู้สึกอิ่ม

ตรงนี้สำคัญมากๆ คือ พวกอาหารเละๆ เหลวๆ นี่ทำให้คนเราอ้วนได้เร็วมาก

...

นอกจากนั้นเจ้าห่วงก็อาจจะขัดข้องได้ เช่น รั่ว หลวม ฯลฯ ซึ่งพบได้ประมาณ 15% และมักจะต้องผ่าตัดใหม่

เมืองไทยควรทำการป้องกันโรคอ้วนตั้งแต่เด็ก ซึ่งจะประหยัดกว่าการรักษาพยาบาลมากมาย และควรพัฒนาให้เมืองไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาวิจัยโรคอ้วน การรักษาพยาบาลโรคอ้วน และการศึกษาด้านสุขภาพให้ได้ ซึ่งจะทำรายได้เข้าประเทศได้มากมายในระยะยาว

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ 

...

 > Thank [ MailOnline ]

ที่มา                                                     

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >   > 17 พฤษภาคม 2552.
  • ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
อยากผ่าราคาสามแสนมีมั้ย
ความคิดเห็นที่ 2
อยากผ่าใจจะขาดแย้ว
ความคิดเห็นที่ 3
เราได้คิวผ่าที่จุฬาดีใจที่สุดในโลกจ้ะ