wullopp
ดู Blog ทั้งหมด

thalidomide บทเรียนสำหรับคนชอบยาใหม่

เขียนโดย wullopp

 

...

 [ cua.edu ]

ภาพที่ 1: Thank [ cua.edu ]

...

 [ cua.edu ]

ภาพที่ 2: Thank [ cua.edu ]

...

 [ Wikipedia ]

ภาพที่ 3: Thank [ Wikipedia ]

....................................................

  

ช่วงนี้เป็นช่วงครบรอบ 50 ปีหลังมีการใช้ยาตาลิโดไมด์ (thalidomide) ซึ่งทำให้เด็กๆ ในยุคนั้นมีแขนขาบกพร่อง (limb defect; limb = แขนขา ระยางค์; defect = พิการ)

ที่พบบ่อยคือ แขนหรือขากุดไป ที่พบน้อยคือ ไม่มีแขนหรือขาเลย

...

อ.ดร.นีล วาร์เกสซัน (Neil Vargesson) และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยอเบอร์ดีน (Aberdeen) ร่วมกับคณะนักวิจัยจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐฯ (NCI) และองค์กร SAIC-Frederik ค้นพบว่า 

กลไกที่เป็นไปได้คือ ยานี้ทำให้การสร้างหลอดเลือดใหม่บกพร่อง ทำให้แขนขาที่ควรจะมี ลีบหายไป

...

ช่วงปี 1950s-1960s (1950s = 1950-1959; 1960s = 1960-1969) หรือ พ.ศ. 2493-2512 มีการใช้ยาตาลิโดมายด์แก้อาการแพ้ท้อง (morning sickness)

ช่วงเวลาดังกล่าวมักจะตรงกับ 5-9 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งแขนขาเริ่มพัฒนาพอดี  ส่วนอวัยวะอื่นๆ พัฒนาไปมาก และเริ่มอยู่ตัวแล้ว ทำให้ได้รับผลกระทบน้อยกว่า

...

อังกฤษ (UK) ห้ามใช้ยานี้ในปี 2504 แต่ยังคงใช้รักษาโรคเรื้อน และต่อมาพบว่า อาจจะใช้รักษามะเร็งบางชนิดได้

เรื่องนี้คงเป็นอุทาหรณ์ (= ตัวอย่าง) ของการใช้ยาใหม่ได้ดี... ยาที่ออกมาใหม่ๆ มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงสูงกว่ายาที่ใช้มาแล้วอย่างน้อย 5-10 ปี 

...

ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ไม่ควรใช้ยาที่ออกใหม่ใน 5 ปีแรก... ให้คนอื่นใช้ให้พอก่อน

ถ้าปลอดภัยดี... เราค่อยใช้

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ 

...

 > Thank [ MailOnline ] , [ cua.edu ] , [ Wikipedia ]

ที่มา                                                     

  • Thank MailOnline > The curse of thalidomide limb defects is expleined 50 years on > [ Click ] > 12 May 2009. / Source > Proceedings of the National Academy of Sciences. 
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >   > 13 พฤษภาคม 2552.
  • ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น