wullopp
ดู Blog ทั้งหมด

โฟเลตป้องกันโรคหัวใจเด็กในท้อง

เขียนโดย wullopp
 

...

กฏหมายสหรัฐฯ และแคนาดาบังคับให้มีการเติมวิตามิน B ที่ชื่อ "โฟเลต (folate, folic acid)" ในแป้งทำขนมปัง กฏหมายนี้ยังไม่บังคับใช้ในยุโรป

อ.หลุยส์ ปิโลเต (Louise Pilote) และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยแมคกิลล์ (McGill) ในมอนทรีอาลทำการศึกษาพบว่า ปี 1988 แคนาดาบังคับให้มีการเติมโฟเลตในอาหารบางอย่าง ทำให้ความผิดปกติของหัวใจเด็กในครรภ์รัฐควิเบค แคนาดา ลดลง 6% ต่อปี

...

ทุกวันนี้รัฐบาล 67 ประเทศ "แนะนำ" ให้เติมโฟเลตในขนมปัง ในจำนวนนี้ 47 ประเทศใช้วิธีบังคับ

โฟเลตช่วยในการแบ่งตัวของเซลล์ใหม่ เช่น การสร้างอวัยวะเด็กในครรภ์ การสร้างเม็ดเลือด ฯลฯ

...

ประเด็นสำคัญคือ ต้องกินตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์จึงจะได้ผลดี ไม่ใช่มากินหลังตั้งครรภ์แล้ว เนื่องจากการสร้างอวัยวะ โดยเฉพาะสมองและไขสันหลัง เริ่มต้นในช่วงแรกของการตั้งครรภ์

อาหารที่มีโฟเลตสูงได้แก่ ผักใบเขียว ผลไม้ ถั่วเมล็ดแห้ง (เช่น ถั่วเหลือง ฯลฯ) ถั่วเมล็ดเปียก (เช่น ถั่วฝักยาว ถั่วพู ฯลฯ) ถั่วเปลือกแข็ง (nut)

...

อ.ปิโลเตและคณะทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างคุณแม่ที่มีลูกผิดปกติรุนแรงในรัฐควิเบกพบว่า ถึงแม้จะมีการเติมโฟเลตในแป้งแล้ว แต่คุณแม่จำนวนมากก็ยังได้รับวิตามินนี้ไม่มากพอ

แสดงว่า คุณแม่จำนวนมากกินข้าวกล้อง ผัก ผลไม้ ถั่ว และเห็ดน้อยเกินไป

...

เรียนเสนอให้ "ว่าที่คุณแม่" หรือคนที่คิดจะมีลูกปรึกษาหมอใกล้บ้าน เพื่อกินโฟเลตเสริม กินข้าวกล้อง ถั่ว ผัก ผลไม้ให้มากพอเป็นประจำ

นอกจากนั้นท่านที่บริจาคเลือดแล้วเพลีย หรือมีปัญหาเลือดลอยในการบริจาคเลือด ควรปรึกษาหมอใกล้บ้านว่า มีโรคเลือดจางธาลัสซีเมียหรือไม่...

... 

ถ้าไม่มี (ผู้บริจาคเลือดที่เคยบริจาคมาแล้ว เกือบทั้งหมดจะไม่มีโรคเลือดจางชนิดนี้ เนื่องจากภาวะเลือดจางจะทำให้เลือดลอย) ควรกินยาบำรุงเลือดที่มีธาตุเหล็ก และโฟเลต(หรือกรดโฟลิค)เสริม จะได้หายเพลียเร็ว

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

 > Thank [ Reuters ] 

ที่มา                                                                   

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >   > 13 พฤษภาคม 2552.
  • ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น