[FIC B.A.P] Countdown (dae x up)

ตอนที่ 6 : Countdown [04]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,012
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    11 ต.ค. 55

 

[04]

 

ห้องนอนที่มืดสนิทกำลังมีร่างเล็กร่างหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวลงมาจากเตียงชั้นบน ซึ่งปกติแล้วห้องนี้เคยมีรูมเมทของเขาอยู่ แต่ทว่าตอนนี้เพื่อนที่เคยร่วมห้องกันได้ย้ายไปอยู่ต่างประเทศแล้ว เหตุผลง่ายๆที่ว่า นั่นก็คือ มหาลัยจากต่างประเทศได้เรียกตัวเขาไป เพราะระดับไอคิวของเพื่อนคนนี้เรียกว่าไม่ธรรมดา หากมองที่ระดับอายุจริงๆแล้ว จงออบมีอายุน้อยกว่าคนในชั้นอยู่แล้ว แต่กำลังสมองก็ใช่ว่าจะด้อยกว่าใครเขา

 

 

จงออบปีนบันไดลงมาก่อนจะบิดขี้เกียจไปพลางๆ ผ้าม่านสีเข้มถูกเลิกขึ้นด้วยมือเล็กนี้ แสงจันทร์ถูกบดบังด้วยก้อนเมฆสีดำทมึนแต่ก็ยังมีแสงนวลๆเล็ดลอดออกมาจนสามารถมองเห็นมือตัวเองได้ ขณะที่ร่างเล็กกำลังปล่อยมือจากผ้าก็กลับชะงักมือไว้ก่อน เพราะสายตาเขาเหลือบไปเห็นวัตถุบางอย่างกำลังตกลงมาจากฟากฟ้า แต่เขากลับเห็นมันไม่ชัดเจนนัก วัตถุที่เรืองแสงสว่างในยามค่ำคืนเช่นนี้คงจะเป็นดาวตก และมันก็ไม่ได้มาเพียงหนึ่งเท่านั้น มันกำลังค่อยๆตกลงมาทีละดวงสองดวง

 

 

“ฝนดาวตกเหรอ?”ริมฝีปากเรียวเอ่ยขึ้นมาก่อนจะปิดผ้าม่านลงแล้ววิ่งออกจากห้องไป ที่จริงแล้ว กฎของหอพักคือห้ามออกจากห้องตั้งแต่เวลา 4 ทุ่มเป็นต้นไป แต่ขณะนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าๆแล้ว คนที่เฝ้าหอคงจะหลับไปแล้ว จงออบวิ่งไปทางหลังโรงเรียนตามกลุ่มดาวตกนั่นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเดินเข้าไปในป่าสน

 

 

ตรงไหนเห็นได้ชัดบ้างนะ?

 

 

ตอนนี้ความสนใจของจงออบไปอยู่ที่ฝนดาวตกหมดแล้ว ดวงตาใสเอาแต่จ้องมองท้องฟ้าแล้วเดินตามเท่านั้น ไม่ว่าจะเดินลึกไปมากแค่ไหนก็ไม่สน เพราะใจเขาอยากจะเห็นฝนดาวตกเท่านั้น จงออบใช้เพียงแค่ไฟจากหน้าจอมือถือส่องนำทางเท่านั้น แม้ว่าจะมีกลุ่มหมอกลงมาปกคลุมตั้งแต่ช่วงเอวลงไปก็ตาม แต่เขาเป็นชำนาญเส้นทางนี้มาก พอเดินไปเรื่อยๆก็เห็นเนินที่คุ้นเคย ป้ายหลุมศพที่ดูสะอาดสะอ้านนั้นเขาเป็นคนดูแลเอง

 

 

คนตัวเล็กเดินไปหยุดที่ใต้ต้นสนขนาดใหญ่ก่อนจะเงยไปมองฝนดาวตกที่แห่กันตกลงมาอย่างสวยงามจนจงออบอดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมา

 

 

“ว้าว สวยจังเลย”ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาเฉกเช่นดวงตาที่กำลังกลายเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ฝนดาวตกยังคงดำเนินตกลงมาเรื่อยๆ เมื่อมันเริ่มหมด คนตัวเล็กก็เอาแต่ชะเง้อชะโงกมองเผื่อว่ามันจะมาอีกระลอก แต่ก็ไม่เป็นดังหวัง ท้องฟ้ากลับมาเป็นสีดำอีกครั้ง เท่านั้นจงออบก็ทำท่าจะเดินกลับไปยังหอพักตัว แต่ดูเหมือนว่าขาของเขามีอะไรมาพันเอาไว้ จงออบพยายามดึงขาขึ้นมาแต่ก็ดึงไม่ขึ้น จนกระทั่งได้ก้มหน้าลงไปมอง

 

 

มะ..มือ...มือใคร?!!

 

 

ดวงตาเล็กเริ่มเบิกโพลงขึ้น จงออบลองดึงขาก็แล้วกระชากก็แล้ว แต่เหมือนมันไม่มีทางเลยที่ขาเขาจะหลุดจากเงื้อมมือนี่ ร่างเล็กลองใช้แรงเฮือกสุดท้ายเพื่อสลัดมือนั่นออก สุดท้ายเขาก็ล้มลงไปบนพื้นหญ้าแห้งๆ ขณะนี้เขาไม่รู้จะทำอย่างไร

 

 

“ปล่อย..ปะ ปล่อยผมเถอะนะ”สิ่งสุดท้ายที่จงออบสามารถคิดออกได้ก็คือการพูด

 

 

ทำไมถึงมีศพมาฝังตรงนี้ละ มันนอกเขตสุสานนี่นา..

 

 

มือหนานั้นบีบขาเขาราวกับต้องการความช่วยเหลือ จงออบก็เลยหยุดคิดชั่วครู่ว่า จริงๆแล้วนี่อาจจะเป็นคนและยังไม่ได้เป็นศพ ร่างเล็กเลิกดิ้นรนที่จะหนีแต่เลือกที่จะตั้งสติแทน

 

 

“คุณยังมีชีวิตอยู่เหรอ?”จงออบกุมมือคนคนนั้นเอาไว้ก็รับรู้ได้เลยว่ามันยังอุ่นอยู่ “คุณปล่อยผมก่อนสิ แล้วผมจะช่วยนะ ได้ยินผมหรือเปล่า?”แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายที่อยู่ใต้ดินจะไม่ได้ยินเขาพูด จงออบจึงได้แต่ใช้มือขุดหน้าดินออกทีเล็กละน้อยโดยที่ไม่กลัวว่ามือของตัวเองจะเจ็บหรือเลอะเทอะมากแค่ไหน มือของคนที่เขาไม่รุ้จักกำลังคลายออกจากข้อเท้าเขาแล้ว จึงทำให้เขาขุดสะดวกมากขึ้น รูปหน้าหล่อเหลากำลังปรากฏโฉมออกมาให้จงออบเห็น เศษดินที่ติดตามหน้าของร่างสูงก็ถูกมือจงออบช่วยปัดมันออกไป

 

 

“เป็นอะไรหรือเปล่า...”ไม่ทันที่คนตัวเล็กจะเอ่ยถามไถ่ ดวงตาคมนั้นก็ถูกเปิดขึ้นพร้อมกับจ้องมองคนที่มาช่วยตัวเอง เมฆที่เคยบดบังดวงจันทร์ก็เคลื่อนหายไปจนแสงสีเหลืองนวลได้สอดส่องลงมากระทบกับดวงตาสีดำขลับของร่างสูงเหมือนกับสีของท้องฟ้าในยามราตรี

 

 

ไม่มีคำพูดใดๆเล็ดลอดออกมาจากคนทั้งคู่ มือหนาคว้าข้อมือของจงออบและกระชากให้คนตัวเล็กเข้ามาใกล้ตัวเอง จนใบหน้าแทบจะแนบชิดกันได้ และจู่ๆคนตรงหน้ากลับประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากสีกุหลาบของจงออบ ในตอนแรกเขารู้สึกแค่ความนุ่มของปากร่างสูง ขณะนี้อุณหภูมิกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากริมฝีปากไปจนถึงช่วงอกของตัวเอง มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกแต่ก็ไม่อึดอัด ชายที่เขาไม่รู้จักละริมฝีปากออกอย่างเนิบช้า ในตอนแรกใบหน้าของคนคนนี้ซีดแฃะไม่ค่อยมีเลือดมาหล่อเลี้ยง แต่ทำไมตอนนี้กลับดูมีชีวิตชีวามากกว่าเดิม

 

 

“ขอบคุณนะ มูนไลท์

 

 

“ฮะ? หา? อะไรนะครับ?”เมื่อถูกเรียกด้วยชื่อแปลกๆทำให้จงออบแสดงสีหน้างวยงงออกมา

 

 

“ฉันคือจอง แดฮยอน เป็นเจ้านายของนาย และฉันตั้งชื่อให้ใหม่แล้ว มูนไลท์ จำไว้ซะ แล้วตามฉันมา”แดฮยอนจัดผมหน้าม้าของตัวเองก่อนจะปัดดินที่กลบตัวเองออกแล้วลุกขึ้นจากหลุม พอเห็นว่าจงออบไม่เดินตามตัวเองมา เขาก็หันกลับไปมองพร้อมกับกอดอกรอว่าเมื่อไหร่อีกคนจะตามมาซักที

 

 

“ดะ..เดี๋ยว คุณไม่เป็นอะไรจริงๆเหรอ?”จงออบยิงคำถามใส่ ทำให้แดฮยอนเลิกคิ้วขึ้น

 

 

“ทำไมนายถึง... ทำพันธสัญญากันแล้วนี่นา เมื่อกี้...ก็ได้พลังงานกลับมาแล้ว”จู่ๆแดฮยอนก็พูดเรื่องที่จงออบไม่เข้าใจขึ้นมา

 

 

“เอ่อ...คุณโอเคมั้ย?”ดวงตาใสซื่อของจงออบยังคงมองร่างสูงเขม็งท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา

 

 

“นายชื่ออะไร?”แดฮยอนจับไหล่อีกคนให้เข้ามาใกล้ตัวเอง    

 

 

“ผม มุน จงออบครับ”เมื่อได้คำตอบที่ตัวเองไม่ได้คาดหวัง แดฮยอนก็ถึงกับถอนหายใจยาวแล้วสบถออกมาเบาๆ

 

 

“ทำไมกัน...มันใช้ไม่ได้กับคนหรือไง แต่มันก็ได้พลังงานเหมือนๆกันไม่ใช่เหรอ”

 

 

“?”เครื่องหมายคำถามวนเวียนเต็มหน้าของจงออบ เพราะคนตรงหน้าเอาแต่เดินวนไปมารอบๆหลุมและพูดพึมพำในสิ่งที่เขาไม่เข้าใจ เพราะปกติแล้วเวลาแดฮยอนทำพันธสัญญากับแหล่งพลังงานทั้งหลาย จำพวกสัตว์ มันก็จะติดตามเขาอย่างว่าง่าย แต่พอมาลองกับคนครั้งแรก มันกลับใช้ไม่ได้ ร่างสูงหยุดเดินไปมาแล้วเหลือบสายตามองจงออบก่อนจะเดินเข้าไปใกล้

 

 

“นายมาที่นี่ได้ไง?”แดฮยอนเอ่ยถามขณะโน้มใบหน้าเข้าไปหาอีกคนเรื่อยๆ

 

 

“เอ่อ แถวนี้เป็นสุสานหลังโรงเรียนของผมน่ะ พอดีผมออกมาดูฝนดาวตก...”เหตุผลง่ายๆของจงออบทำให้คนฟังถึงกับไม่เชื่อ เพราะเวลามืดค่ำป่านนี้ หรือจะเป็นป่าลึกที่ดูน่ากลัว จะมีเด็กที่ไหนออกมาดูดาวตก อย่าว่าจะเดินเล่นเลย เผลอๆอาจจะหลงป่าด้วยซ้ำ

 

 

“แล้ว..คุณเป็นใครเหรอ? ทำไมมาโดนฝังตรงนี้?”จงออบชี้นิ้วลงไปที่หลุม

 

 

“อ้อ พอดีมีเพื่อนแกล้งเอามาฝัง เผอิญฉันหลงทาง กำลังไปโรงเรียนแถวๆนี้แหละ จำชื่อไม่ค่อยได้”ว่าแล้วแดฮยอนก็เริ่มแต่งเรื่องขึ้นมาแบบสดๆ มันดูเหมือนเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ แต่คนตรงหน้ากลับพยักหน้ารับ ราวกับมันเป็นเรื่องปกติ มันผิดปกติเสียมากกว่า เพื่อนแกล้งเอามาฝังเนี่ยนะ? เพื่อนประสาอะไรที่รักกันปานจะถีบลงหลุมขนาดนี้ ความใสซื่อของคนตรงหน้าเกือบทำให้ถอนหายใจ รู้สึกเป็นห่วงอนาคตของเด็กคนนี้ซะแล้วสิ

 

 

“ใช่ คริสต์เตียน ลัคซูเรียส หรือเปล่าครับ?”ร่างเล็กเอ่ยขึ้นมา แดฮยอนก็ทำได้แค่พยักหน้ารับเท่านั้น เพราะตอนนี้เขาก็คิดว่า หากโผล่ออกไปโลกภายนอกตอนนี้อาจจะเป็นเป้าที่คนพวกนั้นจะตามหมายหัวเอาง่ายๆ ไว้เรื่องซาๆก่อนเขาถึงจะออกไปจัดการต่อ

 

 

“โรงเรียนที่ผมเรียนอยู่พอดีเลย! คืนนี้ไปพักอยู่ห้องผมก่อนก็ได้นะ อาจารย์ไม่รู้หรอก”จงออบยิ้มตาปิด

 

 

“เอางั้นก็ได้...”

 

 

 

 

 

ช่วงเช้าที่แสนวุ่นวาย นักเรียนที่ตื่นสายต่างรีบวิ่งกันจ้าละหวั่น ผิดกับนักเรียนกลุ่มบันนี่ที่ต่างรวมตัวกันอยู่ที่โรงอาหาร ขาดแต่มุน จงออบเท่านั้น แม้กระทั่งยองแจก็ยังไม่รู้เลยว่าเด็กคนนี้หายไปไหน แต่โชคดีที่ยังไม่มีรายการแข่งขันสำหรับจงออบ เขาจึงประกาศงานแข่งให้กับชายทั้งสองคนตรงหน้านี้ก่อน

 

 

“รุ่นพี่ยงกุกมีแข่งคาราเต้ในเดือนหน้านะครับ”เมื่อสิ้นประโยคของคนตัวเล็ก อยู่ๆก็มีคนแทรกขึ้นมา

 

 

“ก็แค่คาราเต้...”เสียงนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก คิม ฮิมชาน        

 

 

“ใช่ก็แค่คาราเต้ แล้วอยากรู้หรือเปล่าว่าคาราเต้มันเป็นยังไง”ไม่เพียงแค่พูดเปล่า ยงกุกยังยกมือทั้งสองขึ้นมาหักกระดูกดังกร็อบแกร็บ

 

 

“ฉันไม่ได้ว่างขนาดนั้น รายการแข่งของฉันมีอะไรบ้างว่ามายองแจ ฉันเชื่อว่าคงยาวเป็นหางว่าวแน่นอน”       

 

 

“เอ่อ..ของรุ่นพี่ฮิมชาน”ยองแจไล่สายตาดูตั้งแต่หัวกระดาษยันท้ายแล้วก็ยังไม่กล้าพูดออกมา

 

 

“มันเยอะมากใช่มั้ยละ?”ฮิมชานยิ้มกริ่มเป็นเหมือนผู้ชนะ

 

 

“เปล่าครับ ของรุ่นพี่ฮิมชาน เขายังพิจารณากันอยู่เลย ยังไม่อนุมัติการคัดตัวครับ”เท่านี้เสียงหัวเราะของยงกุกก็ดังขึ้นมาจนฮิมชานอดจะเอานิ้วอุดหูตัวเองไม่ได้

 

 

“นี่ บัง ยงกุก ที่บ้านเปิดกิจการทำลำโพงหรือไงห๊ะ!!”ฮิมชานทำสีหน้าไม่พอใจ แต่ทว่ายงกุกก็ยังหัวเราะไม่หยุด    

 

 

“ฉันอยากจะบ้าตาย ขอให้หัวเราะจนไปแข่งคาราเต้ไม่ได้แม่งเลย -__-“คนหน้าสวยกว่าใช้มือผลักยงกุกอย่างแรง แต่ทว่าร่างสูงกลับมีการเซแค่เล็กน้อยแล้วขำต่ออย่างสะใจ เผลอๆ อาจจะเรียกวาขำค้างเลยก็ได้ เด็กนักเรียนที่ผ่านมาต่างก็เหลือบมองยงกุกแล้วรีบเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างคิดเป็นเสียงเดียวกันว่า

 

รุ่นพี่ยงกุกผีเข้าหรือไงวะนั่น หัวเราะขนาดนี้ ผิดปกติชะมัด!         

 

 

“เออเอาเข้าไป สนุกมากใช่มั้ยไอ้ห้อยเอ้ย!!!”ฮิมชานจับคอเสื้ออีกคนแล้วเขย่าๆ    

 

 

“รุ่นพี่ครับ ฟังผมก่อนสิ...”คนกลางอย่างยองแจถึงกับต้องทำหน้าแหย เพราะคนทั้งสองเอาแต่แขวะกันไปแขวะกันมา อีกทั้งไม่ยอมฟังที่เขาจะพูดเลย

 

 

เอาเข้าไป เมื่อไหร่จะได้พูดเนี่ยหา..

 

 

ขนาดเขาพูดขนาดนี้ คนทั้งคู่ก็ไม่หันมาสนใจเขาเลย สุดท้ายยองแจก็ยกแฟ้มในมือขึ้นแล้วฟาดมันลงโต๊ะ จนเกิดเสียงดัง ทำให้คนทั้งสองเงียบเสียงลง แม้กระทั่งนักเรียนที่เดินกันไปมาก็อดไม่ได้ที่จะหันมามอง ยองแจกลายเป็นจุดสนใจไปโดยปริยาย แต่พอทุกคนเห็นสายตาดุดันของยงกุกก็กลับไปทำกิจกรรมของตัวเองกันต่อทันที เท่านี้แรงกดดันที่เหลือของยงกุกก็มาตกที่ยองแจคนเดียว

 

 

“ทำเสียงดังทำไมยองแจ?”ยงกุกถามขึ้นหลังจากเลิกหัวเราะแล้ว

 

 

“ก็รุ่นพี่ไม่ฟังผมเลย ผมยังพูดไม่จบเลยนะ”จ้องหน้าฮิมชานและยงกุกสลับกันไปมา

 

 

“ว่ามาๆ”ฮิมชานนั่งกอดอกรอ

 

 

“ก็คือ หลังจากที่รุ่นพี่ยงกุกไปแข่งคาราเต้ จากนั้นอีกสามสัปดาห์ก็มีแข่งยิงปืน ส่วนของรุ่นพี่ฮิมชาน ถ้าฝ่ายคณะกรรมการกลางของโซลเขาอนุมัติแล้ว รุ่นพี่ก็จะเข้าไปแข่งต่อในระดับประเทศครับ ไม่แน่ใจว่าจะโดนเปลี่ยนสายไปทางการแสดงตะวันตกหรือเปล่า”ยองแจร่ายยาว หลังจากที่รู้สึกอึดอัดมานาน เพราะเขาต้องเรียบเรียงข้อมูลตั้งแต่แต่เที่ยงคืนจากเกือบเช้า ไหนจะต้องเช็คข้อมูลที่อัพเดตอยู่ตลอดเวลานี่อีก

 

 

“ให้มันไปรำมวยจีนสิ ไม่ก็งิ้วอะไรเถือกๆแบบนี้ ฉันว่าเข้าออก”ยงกุกพูดเสริมเมื่อเห็นว่ายองแจพูดจบแล้ว

 

 

“การแสดงฉันมันเลิศกว่าความคิดเท่านิวเคลียสของเมล็ดถั่วอย่างนาย”ฮิมชานเหล่มองอีกคนก่อนจะยกกระจกขึ้นมาจัดทรงผมของตัวเอง

 

 

“กระจกแตกแล้วนั่น เลิกส่องได้แล้ว ถ้าส่องกระจกแล้วมันทำให้ฟันหน้าหายเหยินละก็ ส่องทั้งวันฉันก็จะไม่ว่าเลย”ฝ่ามือใหญ่เข้าไปปิดกระจกที่ฮิมชานกำลังส่องดูเงาสะท้อนตัวเอง แต่เมื่อได้ยินคำพูดกวนๆนี่เขาก็แทบอยากเอากระจกในมือเฉาะเข้าที่หัวอีกคนแรงๆ

 

 

“พูดแบบนี้มันก็ไม่ทำเหงือกนายหุบเข้าหรอกนะบัง ยงกุก -_-+”ยิ่งว่ากันไปยิ่งด่ากันมา เหมือนว่าคนทั้งคู่จะเถียงกันไม่หยุดหย่อนเลย

 

 

“ฉันไม่ได้ขอความเห็นแกซักหน่อย”เมื่อยงกุกทำท่าจะลุกขึ้น ก็ถูกคนที่นั่งข้างๆฉุดข้อมือให้กลับมานั่งลงตามเดิม

 

 

“นายว่ายังไงนะ!”ฮิมชานเริ่มจะส่งเสียงเอะอะดังกว่าเดิม โชคดีที่นักเรียนเริ่มทยอยขึ้นห้องกันแล้ว ไม่งั้นคงได้เห็นสงครามภายในของกลุ่มบันนี่แน่นอน และมักจะเป็นคู่เดิมๆเสมอ นั่นก็คือ บัง ยงกุก และ คิม ฮิมชาน มันจะมีซักวันมั้ยที่สองคนนี้จะสงบปากสงบคำได้บ้าง

 

 

“มีปัญหาในช่องปากยังไม่พอ หูก็เสื่อมด้วยเรอะ?”ดวงตาดุมองไปที่ฮิมชานก่อนจะเขยิบออกแล้วลุกขึ้นยืน พอมือฮิมชานมาคว้าแขนเขา จะมีหรือที่จะไม่สะบัดออกอย่างไร้เยื่อใย

 

 

“ถ้าปัญหาบนหัวฉันมันมีมากนัก อย่างนายก็คงต้องไปศัลยกรรมทั้งตัวแล้วมั้ง!!!”เมื่อเห็นคนที่ทำสงครามอยู่ด้วยกำลังเดินหนี เขาจึงตะโกนไล่หลังไปแว้ดๆ

 

 

 

“เก็บคำพูดนี้ไปใช้กับตัวเองเถอะ คิม ฮิมชาน หึ!”และดูท่ามันจะยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะฮิมชานได้ลุกขึ้นแล้ววิ่งตามคนที่เดินนำไปอย่างสบายใจเฉิ่ม และแล้วสงครามน้ำลายก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง โดยที่มียองแจนั่งทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ประกอบฉากอยู่คนเดียว

 

 

ผมนั่งอยู่ตรงนี้นะ!!!! สนใจกันหน่อยเซ่ ฮือออออออ!!

 

 

 

 

 

 

ความรู้สึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวกำลังถาโถมใส่คนตัวเล็กที่นอนอยู่บนเตียงชั้นบนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน กล้ามเนื้อทั้งร่างกายมีแต่ความเหนื่อยล้า ไม่มีเรี่ยวแรง แม้จะพยายามลุกขึ้นเท่าไหร่ก็เหมือนจะหมดแรงลงไปนอนเหมือนเดิม เสียงเสียงดังอ็อดแอ๊ดปลุกให้คนที่นอนอยู่ชั้นล่างลืมตาขึ้นมามอง ร่างสูงขยี้ผมสีบลอนด์ของตัวเองจนยุ่งเหยิงเพราะโดยเสียงจากข้างบนรบกวนการนอนของเขา

 

 

“ทำอะไรน่ะ?”แดฮยอนเงยหน้าขึ้นไปแล้วเอ่ยถาม

 

 

“โอ๊ะ...ขอโทษครับ คือ ผมพยายามจะลุก แต่ลุกไม่ขึ้น”คนตัวเล็กรีบขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ก่อนจะเขยิบเข้าไปใกล้ขอบเตียงแล้วโผล่หัวลงไปมองใบหน้าอีกคน แค่แรงจะหายใจก็แทบจะลำบาก เขาไม่เคยรู้สึกอึดอัดและไม่มีแรงขนาดนี้มาก่อน

 

 

“อย่าพยายามลุกเลย นอนไปซะ”ตอนนี้เขารู้ดีว่าจงออบเป็นอะไร การที่ร่างเล็กไม่มีแรงนั้นเกิดมาจากที่เมื่อคืน เขาทำการถ่ายเทพลังงานจากแหล่งพลังงานใหม่เข้าสู่ร่างตัวเอง วันนี้จงออบเลยอ่อนเพลียกว่าธรรมดา แต่ถ้าได้พักซักหน่อยก็จะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม อาการแบบนี้ก็จะเป็นแค่ตอนแรกๆเท่านั้น หลังจากที่ทำการถ่ายเทบ่อยๆ จงออบจะมีแค่อาการเหมือนจะเป็นลมเล็กน้อยเท่านั้น

 

 

“แต่...แต่ว่า วันนี้ผมต้องเข้าเรียน”แม้ร่างกายจะไม่ไหว แต่จงออบก็พยายามฝืนลุกขึ้นมานั่ง จนทำให้แดฮยอนโผล่ออกมาจากเตียงด้านล่างพลางกอดอกมองการกระทำดื้อๆของอีกคน

 

 

“ร่างกายไม่ไหวก็ควรนอน”คำพูดเรียบเฉยของแดฮยอนเหมือนจะไม่มีผลต่อความมานะตั้งใจเรียนของจงออบ

 

 

“ไม่หรอกครับ ผมแค่เพลียๆ สมองผมยัง...”เสียงที่ขาดห้วงไปของจงออบนั้นเกิดมาจาก คนตัวเล็กพยายามปีนลงมาข้างล่างแต่กำลังทั้งหลายกลับหมดลงไปเสียดื้อๆ แผ่นหลังเล็กที่ค่อยๆหงายลงไปก็มีคนตัวสูงกว่ารับเอาไว้ แต่แรงที่กดทับลงมามันมากเกินไปจนเขาตั้งรับไม่ทัน นั่นก็ทำให้คนทั้งคู่ล้มหงายไปพร้อมกันโดยมีแดฮยอนเป็นเบาะอยู่ด้านล่าง แรงกระแทกนั้นทำให้ร่างสูงมึนเล็กน้อย

 

 

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?”ผ่านไปไม่กี่วิ จงออบก็รีบพลิกตัวหันกลับไปถามขณะที่ร่างตัวเองยังทับอีกคนอยู่ เสียงเปิดประตูห้องก็กลับดังขึ้นมาพร้อมน้ำเสียงแสบแก้วหู ถึงว่าแม้กระดาษแผ่นใหญ่นั้นจะบดบังใบหน้านั้นไว้ แต่เขาก็พอจะรู้ว่าเป็นใคร

 

 

“เฮ้ มุน จงออบ ทำไมวันนี้ตื่นสายจัง แล้วนายจะไม่ไปเรียนหรือไง งานในห้องสมุดก็ยังไม่เสร็จนะ ไหนจะต้องเคลียร์งานกีฬาสีที่กำลังจะมาถึงนี่อีก เออ แล้วก็เรื่องหอนะ หัวหน้าหอบอกว่าจะมีการตรวจหอภายในสี่ห้าวันนี้ หรือไม่ก็จะเป็นอาทิตย์หน้า จะให้ดี ควรเก็บห้องให้เรียบร้อย อย่าเอานกฮูก ค้างคาว หรืออะไรก็ตามแอบมาเลี้ยงอีกละ ยังดีนะที่นายไม่พาคนนอกมา...”เสียงของคนที่พูดปาวๆกลับเงียบลงพร้อมกับแผ่นกระดาษในมือที่ร่วงหล่นไป

 

 

“อรุณสวัสดิ์ครับรุ่นพี่ยองแจ...”จงออบเอ่ยทักทายขณะที่คนที่ยืนหน้าห้องกำลังทำสีหน้าตกใจ

 

 

“นาย...พาใครเข้ามาเนี่ย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”ดวงตากลมนั้นยิ่งเบิกโพลงเข้าไปอีกเมื่อเห็นหน้าของแดฮยอน ยองแจได้แต่ชี้ไปยังชายแปลกหน้าพร้อมแผดเสียงดังลั่นหอ ยังดีที่ตอนนี้ทุกคนเข้าเรียนไปหมดแล้ว ไม่เช่นนั้นคงมีคนมารุมดูที่หน้าห้องแล้ว

 

 

“เอ่อ นักเรียนใหม่ครับรุ่นพี่ เผอิญผมเจอเขาน่ะครับ”คนที่ถูกถามก็ตอบกลับไปอย่างซื่อๆ

 

 

“แล้วทำไมต้องอยู่ในท่าแบบนั้นด้วย !!!!!!!!!!!!!!!!”สีหน้าเหวอๆของยองแจนั้นทำให้จงออบค่อยๆคลานออกมาจากตัวแดฮยอน

 

 

“เมื่อกี้ผมจะล้ม พอดีเขาช่วยผมไว้”เมื่อเห็นหน้าจงออบ ยองแจก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เพราะว่าจงออบเป็นคนที่ซื่อตรงและไม่เคยโกหกใคร เจ้าของผมบ๊อบเทเดินเข้าไปใกล้ๆรุ่นน้องของตัวเองแล้วประคองให้ไปนั่งที่เตียงชั้นล่างแล้วจัดแจงเอามือทาบหน้าผากเพื่อวัดอุณหภูมิ

 

 

“ก็ไม่มีไข้นี่นา แล้วทำไมถึงดูเหมือนไม่มีแรงเลยละ”ยองแจลูบหัวคนที่นั่งอยู่อย่างเป็นห่วง

 

 

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน”ดวงตาเรียวเหลือบมองพื้น           

 

 

“งั้นวันนี้ไม่ต้องเข้าเรียน นอนพักซะ แล้วเย็นๆจะเอาที่เรียนวันนี้จากห้องนายมาให้นะ”เมื่อยองแจพูดเช่นนั้น จงออบก็ยอมล้มตัวลงไปนอนดีๆ ที่เป็นเช่นนั้น เหตุเกิดจากที่ยองแจเป็นเหมือนพี่ชายที่ดูแลจงออบตั้งแต่เข้าเรียนที่นี่ ไม่ว่ามีอะไรก็จะช่วยตลอด จึงเป็นเหมือนพี่ชายแท้ๆเลยทีเดียว

 

 

“ส่วนนาย”ยองแจหันกลับไปมองที่ร่างสูง ขณะนี้แดฮยอนยังคงนั่งอยู่บนพื้น เสื้อผ้าที่สวมใส่กลับมีเศษดินเปื้อน ทั้งๆที่มันไม่ควรจะเป็นแบบนั้น

 

 

“ลงไปที่ห้องทะเบียนกับฉัน”ดวงตากลมเซกลับมามองที่ประตูห้องก่อนจะพูดต่อ “ไม่ตามมาละ จะได้ไปลงทะเบียนไง?” เมื่อคำว่าลงทะเบียนหลุดมาจากปาก แดฮยอนถึงลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามไปอย่างว่าง่าย และปล่อยให้จงออบนอนพักในห้องคนเดียว

 

 

 

 

 

คำว่า รอ มันมักมีขีดจำกัดเสมอ โดยเฉพาะคนอย่างเซลโล่ ขีดจำกัดที่ว่านั่นแทบจะไม่มีเลย หลังจากที่ไปรอที่จุดนัดพบตั้งแต่หนึ่งทุ่มของเมื่อวาน แต่กลับไม่พบกับบุคคลที่เขานับถือเป็นพี่มารอเลยแม้แต่น้อย แผนการที่ตกลงกันเอาไว้ก็กลายเป็นยกเลิก แต่ที่น่าหงุดหงิดมากกว่านั้นก็เป็นการที่แดฮยอนหายตัวไปโดยไม่บอกไม่กล่าว สิ่งเดียวที่เด็กสูงโย่งคนนี้คิดได้ก็คือ

 

 

ม่องเท่งซี้แหงไปแล้วแน่ๆเลย -__-

 

 

เซลโล่ยืนพิงมาโทกิคู่ใจพลางกอดอกมองสิ่งรอบข้างด้วยสีหน้าเหมือนกับเด็กที่ไม่พอใจเมื่อไม่ได้กินขนมหรือของหวาน แต่ถ้าจะเปรียบให้แดฮยอนเป็นของหวาน เซลโล่คงเลือกที่จะคายทิ้งมากกว่า แค่มองหน้าก็คงกินไม่ลงแล้วด้วยซ้ำ ผ่านไปซักพักแก้มทั้งสองข้างก็ป่องขึ้นด้วยความหงุดหงิด

 

 

“ชิ่งไปตายก่อนอยู่เรื่อย ไม่แบ่งปันน้องบ้างเลย ชิ!”คำบ่นมากมายเริ่มถูกพ่นออกมาจากคนที่โตเกินเด็ก

 

 

สุดท้ายความเซ็งก็เข้าครอบงำเซลโล่ เนื่องจากไม่มีอะไรทำ และไม่รู้จะทำอะไร เพราะคนวางแผนตลอดมากลับหายหน้าหายตาไปโดยไม่บอกไม่กล่าว อีกอย่าง เขาก็ไม่รู้ว่าจะไปตามหาที่ไหน ถ้าให้หาทั้งเกาหลีก็คงไม่ไหว เกิดสวนทางกันขึ้นมา มีหวังชาตินี้ก็คงไม่ต้องได้เจอกันแล้วละ หลายคนมักจะบอกว่าโทรหากันสิ ใช่ เซลโล่ทำแล้ว แต่ดูเหมือนว่าโทรศัพท์มือถือของแดฮยอนจะโดนบึ้มทิ้งไปแล้ว

 

 

ใบหน้าอ่อนเยาว์ก้มลงไปดูนาฬิกาบนข้อมือซ้าย แต้มที่ปรากฏนั้นเพิ่มขึ้นจากเมื่อก่อนเป็นร้อยๆแต้ม ปรากฏการณ์จะเกิดขึ้นไม่ได้หากแดฮยอนไม่แกล้งเขาให้ไปประมือกับญาติๆที่เซลโล่เคยไปป่วนและแดฮยอนต้องไปคอยเคลียร์ให้ แต่สุดท้ายแล้ว เจ้าพวกนั้นก็วกกลับมาหาเขาอีกที ที่จริงแล้ว แดฮยอนอาจจะสะใจอยู่ลึกๆก็ได้ที่เขาโดนยำซะเละขนาดนี้

 

 

ไปไหนดีหว่า? กลับไปในเมืองนอนในโรงแรมดีกว่ามั้ยนะ?

 

 

ทันทีที่ความคิดนั้นจบลง ร่างโปร่งก็ขึ้นไปคร่อมมอเตอร์ไซด์ที่เรียกว่ามาโทกิทันที ยานพาหนะคันสีดำลวดลายฟ้ากำลังถูกสตาร์ทเครื่องและส่งเสียงดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณรกร้างแถบนี้ รองเท้าบูธหนักๆของเซลโล่ยกขึ้นมาเหนือพื้นก่อนจะบิดคันเร่งทะยานตัวออกไปข้างหน้า แต่ไม่กี่วิเขาก็กลับจอดแล้วพูดพึมพำออกมา

 

 

“แต่เงินมันอยู่ที่พี่แดฮยอน... ชิบเป้งแล้วไง!”เซลโล่เข็นมาโทกิไปที่ข้างทางก่อนจะนั่งลงบนเบาะ

 

 

 “โอ๊ย แล้วจะไปหาที่พักที่ไหนละเนี่ยเซลโล่...ทำไงดีละเซลโล่”เวลาที่ไม่รู้จะทำอย่างไรในสถานการณ์ที่อยู่นอกเหนือจากแผน เซลโล่ก็มักจะตั้งคำถามและเอาแต่ถามตัวเองอยู่เรื่อย เจ้าสัตว์เลี้ยงน่ารักมุดออกมาจากคอเสื้อพลางคลอเคลียกับคอของเจ้านายอย่างน่าเอ็นดู

 

 

“คิดให้ออกสิเซลโล่ นายไม่ได้มีเวลาว่างทั้งวันหรอกนะ ต้องหาทางติดต่อพี่แดฮยอนอีก คิดสิเซลโล่คิด!        

 

 

ขณะที่พูดไปคิดไปมือเรียวก็ยกขึ้นมาลูบหัวชูการ์ไลเดอร์น้อยไปด้วย เซลโล่ลุกขึ้นมาจากเบาะมาโทกิแล้วเดินเข้าไปในอุโมงค์ที่นานๆทีจะมีรถลอดเข้ามา ขณะที่เดินอยู่ก็มีเสียงดังก้องทุกจังหวะย่างก้าว สัตว์เลี้ยงที่เป็นดั่งแหล่งพลังงานมุดออกมาแล้ววิ่งไปบนแขนของเซลโล่ และสุดท้ายมันก็บินขึ้นไปเกาะบนผนังของอุโมงค์

 

 

เซลโล่ยืนมองมันไต่เล่นไปทั่วก่อนจะเดินไปยืนตรงกลางอุโมงค์อย่างตั้งใจ เสียงเครื่องยนต์จากที่หางไกลจากอุโมงค์กำลังเข้ามาใกล้ทุกขณะ และดูเหมือนว่ายานพาหนะคันนี้จะมีขนาดใหญ่ไม่น้อย ร่างสูงโปร่งหันกลับไปทางเสียงที่ได้ยิน ดวงตาใสมองภาพตรงหน้าก็พบว่าเป็นรถบรรทุกหินขนาดใหญ่กำลังวิ่งตรงมาที่ตัวเองโดยไม่เปิดไฟหน้าเลยแม้แต่น้อย เซลโล่พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะบิดขี้เกียจ

 

 

“ไหนๆก็ไม่มีอะไรทำ ทำแต้มเพิ่มซักหน่อยจะเป็นไรไปละ”รอยยิ้มใสซื่อผุดขึ้นก่อนจะมีเสียงอะไรบางอย่างกระแทกร่างนั้นอย่างเต็มแรงกระเด็นไปนอนข้างๆอุโมงค์มืด ศีรษะที่มีเลือดไหลออกมาพร้อมกับสติที่ขาดห้วงไป จนกระทั่งการเต้นของหัวใจนั้นสิ้นสุดลงอย่างเงียบสงบ


____________________________________________________________________

เรื่องนี้ค้างมา เป็นเดือนเลยจ้า ; _ ;
มัวแต่ไปเคลียร์ฟิคสั้นและปั่นเบบี้ดอลล์ เฮือกกก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

508 ความคิดเห็น

  1. #503 เจ้าบ้าไอ ติม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กันยายน 2557 / 07:53
    โล่น่าสงสารอ่าาา โดนทิ้งซะงั้น

    แดออบบบบบ ฟหกด
    #503
    0
  2. #450 Babys Lynn (@myzelo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มีนาคม 2557 / 21:28
    แหม...ขุมพลังใหม่นี่น่ารักไม่เบานะคะแดฮยอน งี้เวลาต้องการพลังนี่ไม่ต้องจูบทุกทีเลยหรอ?? ฟินนะคะฟิน ตายบ่อยๆเลยค่ะ โฮะ โอะ



    แต่ว่าเรื่องนี้เค้าตายกันเป็นกิจวัตรสินะ อ่านไปอ่านมาชักเริ่มรู้สึกว่าความตายนี่เป็นเรื่องธรรมดามาก 55555555555555555555555
    #450
    0
  3. #432 Dami's (@9328987) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มีนาคม 2557 / 16:29
    ออบเป็นแหล่งพลังงานใหม่ แด้ช่างคิดนะเอาคนมาเป็นแหล่งพลังงานแต่ก็ดีจะได้ตัวติดกัน5555555
    #432
    0
  4. #335 nan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2556 / 06:35
    เจอกันแร้วซินะ แด้ออบ.....เจอกันก้จูบเรยนะ!

    แด้ แกตายบ่อยๆ นะ จะได้จูบออบบ่อยๆ งัย 5555

    โล่ แกว่างมากเหรอ!? มัยไม่ไปตามหาพี่แกห๊ะ!

    อืมมม....อยากรุว่าโล่คู่คัยอ่ะ! แจเหรอ!!??
    #335
    0
  5. #322 shshshx (@shxtaop) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 / 01:23
    เจอกันแล้ว เขินเล็กๆๆ พอไปนอนห้องได้ไงออบเราเป็นผญนะ ผิกๆๆ
    #322
    0
  6. #301 MicKy (@MP_mick) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2556 / 16:29
    ตอนนี้ออบบี้ก้อเป็นแหล่งพลังงานใหม่ของแด้แล้ว แต่มันจะมีผลกระทบอะไรกับจงออบใหม่
    จะมีใครใสซื่อ และเชื่อคนง่ายได้อย่างออบบี้น้อยบ้างเนี้ย
    ฮิมกับบังถ้าเป็นแฟนกันเนี้ยถ้าจะดีนะ ทะเลาะกันได้ตลอดเวลา เจอหน้ากันไม่ค่อยจะได้เลย

    เรื่องนี้วิธีการฆ่าดูโหด และซาดิสมากอ่ะ ตอนท้ายโล่ทำแต้มเพิ่มใช่มั๊ย
    แอบสงสารเหมือนกันนะ อยากตายแต่ไม่ได้ตายซะที
    #301
    0
  7. #291 'BaBesTyB.OY2ST (@krkrse001) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2556 / 10:06
    แป่ว... สรุปว่าแจไม่ใช่แหล่งพลังงานใหม่จองแด้หรอกเหรอ *เศษหน้าร่วงกระจาย* 555. เรื่องนี้ซาดิสม์มากตรงที่ฆ่าตัวตายนี่แหละ -..- แต่แด้กับออบ.. น่ารักมุ้งมิ้งอ่ะ อ่านแล้วเขิน t////t
    #291
    0
  8. #280 noonekhow (@noonekhow) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2556 / 15:32
    ออบเอ๋อจนน่ากลัวเลย 5555555 โล่คะ แล้วจะเจอกับแด้ไงละเนี้ย - -
    #280
    0
  9. #249 Sasoshi (@sasoshime) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 23:15
    แกว่างมากสินะ... ไปตามหาเเด้เลย
    #249
    0
  10. #214 chanmo (@chanmo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2556 / 16:22
    โอ๊ะ!!!!ชีวิตนี่ถ้าได้เจอเรื่องแบบนี้คงมันส์พิลึกเนอะ ฮ่าๆๆๆ ดาวตกพาจงออบมาพบกับเนื้อคู่(??) แล้วเจลโล่จะเจอยองแจได้ไงอะ เพราะว่าแค่หาตัวแดฮยอนยังหาไม่ได้เลย แล้วเมื่อไหร่เธอจะได้เจอกัน แต่ว่าบังกะฮิมทะเลาะกันได้ทุกเมื่อจริงๆเลย ติดฮานะเรื่องนี้อะ
    #214
    0
  11. #201 My spring roll (@piano-pooh) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มีนาคม 2556 / 15:39
    โล่ ท่าทางจะว่างมากน่ะ  = =! 
    #201
    0
  12. #166 ฝนตกซ่าๆ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2556 / 18:10
    โล่ท่าจะว่างมาก = =''
    #166
    0
  13. #152 ภรรยาฮยอกแจ (@kunbright) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มกราคม 2556 / 22:55
    อ๊ากกกก แด แด่ แด้ แด๊ แด๋ ~ >< จองแดฮยอนนนนนนนนน นาย...~
    เอาใจเราไปๆๆๆๆๆ -///////////- *กลิ้งสามตลบแล้วมาฟินต่อ* 
    ไม่รู้เราคิดไปเองป่าวทำไมมันโรแมนติกแบบนี้ ~ อ่าาาา
    ยองแจ ก็บอกแล้วว่าให้นายใจเย็นๆน่ะห๊ะ 55555555
    หนูโล่คะ ทำแต้มอีกแล้วลูกเอ้ย กรรม เงินดันอยู่กับแด้มันอีก 555555
    #152
    0
  14. #144 RinKi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มกราคม 2556 / 14:20
    เป็นการพบกันของ แดออบ ได้หอมหวานมาก แดฮยอนนี่รวดเร็วทันใจดีจริง



    ทำพันธสัญญาเพื่อจะได้แหล่งพลังงาน มูนไลท์ แต่ จงออบ ยืนยันว่าเป็นจงออบนี่



    งานนี้ แดฮยอนต้องเป็นฝ่ายตามแหล่งพลังงานคนใหม่ซะแล้วซิ
    #144
    0
  15. #136 ice (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มกราคม 2556 / 20:04
    แด้ออบเจอกันแล้ว ><

    แล้วโล่จะทำไงอ่ะ
    #136
    0
  16. #128 love (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 14:12
    อ่าา

    ในที่สุดแด้ก้อเจอออบแล้ว

    จะเปนไงต่อไปติดตามม
    #128
    0
  17. #98 yu.mea_i.kea (@yukea-imea) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2555 / 19:31
    ออบ เปนพลังงานใหม่ของ แด้!!
    มีจงมีจูบบบบบ..อร๊ายยยยยยยยยย>,<
    แด้!! แกตายบ่อยน๊าาาาาาาาาาาา
    //โดนตบ!!
    #98
    0
  18. #96 yu.mea_i.kea (@yukea-imea) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2555 / 19:27
    เขาจูบกันด้วย ๆ อร๊ายยยยยยยยยยยย>,<//ชี้ ๆ ๆ ๆๆๆๆ ๆ
    ออบ เปน พลังงานใหม่ของ แด้ อ่ออออ
    งี้..ถ้า แด้ ตาย แด้ ก้อ จูบ ออบ อีกสิ!!!
    ง่าาาาาาาาาาส์ แด้!!..ได้โปรดดดด...ตายบ่อย ๆ เถิดดดด//จิตกำเริบแระ-,-
    #96
    0
  19. #89 Kiss's Ocean (@tedtsu) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2555 / 13:26
    กรี๊ดดดด แด้เจอน้องมุนจริงๆด้วย > <
    แต่คือ .. ออบคะ ปกติจะมีใครเขาบ้าวิ่งตามดูดาวตกจนเข้าป่าไปได้ขนาดนี้ ฮ่าๆๆๆ
    คือแบบว่าแด้ตั้งชื่อให้ออบเพราะง่ะ ฮืออออ -////- เราชอบนะ ~
    พออ่านที่ไรท์บรรยายบรรยากาศรอบๆมา เรารู้สึกว่าควรจะตั้งมูนไลท์ให้ออบจริงๆแหละ
    ไม่ได้เกี่ยวกับนามสกุลออบแต่อย่างใดเลยในกรณีนี้
    เอ่อ ชองแด วิธีฟื้นฟูตัวเองกับแหล่งพลังงานใหม่มันสยิวม๊ากกกก
    ออบก็ซื่อไปนะลูก T.T โดนจูบก็ทำหน้ามึน ล้มทับเขาก็ทำมึน โอยยยย แม่ยกเพลียยยย
    #89
    0
  20. #72 i-tim-yine (@i-tim-yine) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2555 / 17:57
    รออยู่นะๆๆ
    เราชอบเรื่องนี้ สนุกดีๆ
    #72
    0
  21. #70 ≡LolliGa (@U-gi-_-) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2555 / 14:21
    จงออบเจอแดฮยอนแล้ว จะเป็นไงต่อๆ
    เซโล่ก็อยู่คนเดียวอีก ทำไงต่อล่ะ?
    #70
    0
  22. #69 {น.นุ้ย} raphanui♥ (@green-nui) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2555 / 19:39
    แด้แบบบบบ กรี้ดดดดดดดดดดดดดดด
    #69
    0
  23. #68 แดออบแดบัก! (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2555 / 00:39
    -/- ในที่สุดก็เจอกันแล้ว

    แด้แกจูบน้องเลยเร๊อะ!?

    ออบซื่อมากเลย อยู่ในท่านั้นหนูยังไม่รู้สึก

    แด้แกรวยนิ เรียนได้อยู่แล้ว

    พอแด้มาต่อไปโล่ก็จะมาใช่ไหม

    รรนี้็ก็จะวุ่นวาย โอ้!จอร์จ

    มาต่อไวๆนะ
    #68
    0
  24. #62 Miss Mhee~ (@byulahmm) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2555 / 17:44
    ฮ่า! ในที่สุดแดออบก็เจอกัน

    เจอกันตอนแรกก็จูบกันเลย-/-

    งานอดิเรกของโล่คือ การฆ่าตัวตาย(?)

    555 รีบอัพนะ สู้ๆค่าา
    #62
    0
  25. #61 TangKwa=_='' (@mattini) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2555 / 02:19
    >___< ตื่นมาแกก็จูบออบเลยเร๊อะ 
    #61
    0