[FIC B.A.P] Countdown (dae x up)

ตอนที่ 5 : Countdown [03]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 906
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    24 ส.ค. 55

[03]

 

 

                ปัง! เสียงปืนลั่นขึ้นกลางสุสาน กระสุนสีเงินเจาะเข้ากลางหน้าผาก เลือดไหลรินออกมาตามรูปหน้าก่อนที่เจ้าของร่างจะทรุดตัวลงไปนอนกองกับพื้น ดวงตาอันแข็งกร้าวนั้นยังคงเป็นดังเดิมแม้ว่าหัวใจนั้นได้หยุดทำงานไปแล้ว เขม่าดินปืนยังคงติดค้างอยู่ปากกระบอกปืนด้านข้างร่างสูง ปอยผมทองเปรอะเปื้อนไปด้วยของเหลวกลิ่นสนิมโบกพัดไปตามแรงลม ซึ่งลมเหล่านั้นก็ได้หอบเอาเศษฝุ่นทรายเข้ามาสัมผัสร่างที่เริ่มมีอุณหภูมิลดต่ำลงทุกขณะ จากลมพัดอ่อนๆกลายเป็นลมพายุขนาดย่อม ใจกลางพายุนั้นปรากฏร่างสูงใหญ่ของบุคคลหนึ่งที่ถูกปกคลุมด้วยผ้าคลุมสีดำ

 

 

“มันไม่ยังไม่ถึงเวลา...”น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้น พายุลูกนั้นเคลื่อนตัวห่างออกไป ทำให้ทุกอย่างกลับมานิ่งสงบดังเดิม

 

 

“จงตื่นขึ้น...”สิ้นเสียงอันชวนให้ขนลุกนั้น นาฬิกาปลุกโบราณสีทองเรือนใหญ่เท่าตึกก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงปลุกที่ดังมหาศาล

 

 

กริ๊งงงงงงงง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

 

 

 

“เฮือก!!”ดวงตาที่เคยปิดสนิทกลับเบิกโพลงขึ้นมาขณะที่ร่างกายนั้นกำลังสำลักอากาศ หลังจากที่หยุดนิ่งไปเกือบครึ่งวัน ร่างสูงไอออกมาแทบไม่หยุด พอตั้งสติได้เขาจึงมองไปรอบตัว และพบว่าเขากำลังอยู่ในที่มืดและแคบ หนำซ้ำยังมีเสียงเหมือนรถวิ่งอีกตะหาก

 

 

สงสัยว่าจะโดนยัดไว้หลังกระโปรงรถ...

 

 

แดฮยอนคิดเช่นนั้น มาร์กที่เคยสวมใส่ไว้กลับหายไปจากใบหน้า เมื่อหัวคิ้วทั้งสองขมวดเข้าหากัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกปวดกลางหน้าผาก ปลายนิ้วเลื่อนขึ้นมาสัมผัสบริเวณที่เจ็บ จึงได้รู้ว่าเขาคงโดนเจาะกระโหลกไปทั้งๆที่ไม่รู้ตัว

 

 

แม้คำสาปนี้จะผ่านมาเกือบ 100 ปี ผู้ที่คอยควบคุมการตื่นก็ยังไม่จางหาย ทำให้เขาต้องตื่นขึ้นหลังจากโดนฆ่า เพราะหากยังไม่ครบ 1,000,000 แต้ม เขาก็จะไม่มีทางตายได้อย่างสงบ เขาเฝ้ามองโลกที่เปลี่ยนไปตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงตอนนี้ แดฮยอนเคยมีความคิดว่า หากฆ่าผู้ที่คอยควบคุมการตื่นได้ เขาคงจะได้หลับอย่างสงบไปชั่วนิรันดร์ แต่ความพยายามนั้นถูกล้มเลิกลงไป เพราะเขาแทบไม่มีโอกาสได้สัมผัสตัวคนคนนั้นได้เลย ทุกครั้งที่เจอมักจะเป็นตอนที่เขาหัวใจหยุดเต้น พอตื่น ก็จะกลับมาสู่โลกปัจจุบัน

 

 

“...”ข้อมือและข้อเท้าเขาไม่ได้ถูกมัดไว้ เพราะคิดว่าเขาคงตายไปแล้ว ก็แน่ละ ใครโดนเจาะสมองไปแล้วไม่ตายจะมีใครบ้าง นอกจากจะไม่ใช่คน

 

 

ลมอ่อนๆรวมไปถึงกลิ่นควันรถพัดเข้ามาตีหน้าของเขา แสงที่เล็ดลอดเข้ามา นั้นก็แสดงถึง กระโปรงรถนี้ปิดไม่สนิท และดูท่าจะวิ่งมานานพอควรแล้ว แดฮยอนจัดแจงนอนหงายก่อนจะชันเขาขึ้นแล้วเตะเปิดกระโปรงรถอย่างเต็มแรง เสียงกระแทกนั้นทำให้คนในรถคนนี้หันมามองเป็นตาเดียว

 

 

เมื่อได้เห็นทัศนวิสัยภายนอกก็พบว่าตัวเองกำลังอยู่กลางป่าสน และดูท่าว่าจะอยู่ห่างไกลจากเมืองเอาการ อีกทั้งเขาไม่รู้จักพื้นที่แห่งนี้

 

 

ที่นี่ที่ไหน?

 

 

คำถามเดียวผุดเกิดขึ้นในใจ แทนที่จะถามว่า หนียังไงดี? นั่นคงไม่ใช่ตัวเลือกสำหรับเขา ตายเพิ่มสิดีจะตายไป พาหนะหยุดเคลื่อนตัว คนที่อยู่ในตัวรถเปิดประตูออกมาก่อนจะจับเขายัดลงไปในกระโปรงรถเหมือนกลัวว่าจะมีใครผ่านมาเห็นเข้า

 

 

“บ้าเอ้ย! มันตายไปแล้วไม่ใช่เหรอว้ะ?!”ชายร่างยักษ์สบถออกมาขณะกระแทกฝากระโปรงรถลงมาก่อนจะดูว่ามันปิดสนิทดีหรือไม่

 

 

“นั่นสิ ฉันเห็นรอยกระสุนบนหน้าผากมันอยู่เลย...”คนที่สองก้าวมาหลังท้ายรถแล้วตีมือลงฝากระโปรงรถจนเกิดเสียงดัง แต่นั่นก็ไม่ทำให้คนที่อยู่ภายในตกใจได้เลยแม้แต่น้อย ไม่แน่ว่าแดฮยอนอาจจะทำหน้าเซ็งเบื่อโลกต่ออยู่ก็ได้ แค่มีเจ้าแผ่นเหล็กมาขวางกั้นใบหน้ากวนประสาทเอาไว้ จึงทำให้เขารอดพ้นจากการโดนกระทืบ ข้อหา ทำหน้ากวนตีนประชาชน

 

 

ประตูรถปิดลงพร้อมกันทั้งสองข้าง รถเก๋งคันเก่ากึกก็ยังขับเดินหน้าต่อไปแม้พวกมันจะไม่รู้ว่ากำลังเจอกับตัวอะไรอยู่ ดูท่าจะเป็นตัวที่ตายยากเสียด้วย เมื่อแวบแรกที่เขามองเข้าไปในรถก็เห็นชายทั้งหมด 5 คนนั่งอัดกันอยู่ภายใน และคนที่ดูแข็งแรงที่สุดดูเหมือนจะเป็นชายร่างใหญ่ที่ลงมาปิดฝากระโปรงรถกระแทกใส่หน้าเขา ถ้าตอนนั้นแดฮยอนไม่ยอมนอนลงไปดีๆ มีหวังหน้าได้เสียหล่อแน่ๆ

 

 

แค่แผลบนหน้าผากก็เซ็งจะแย่...

 

 

คราบเลือดที่แห้งจนแข็งเป็นสีเข้ม ทำให้แดฮยอนรู้ว่าเขาโดนกระสุนฝังเข้าไปในหัวนานมาก และนานผิดปกติ ความผิดปกติเหล่านั้นส่งผลให้สายตาคมกว้านหาสิ่งที่เรียกว่าแหล่งพลังงานของตัวเอง แต่ไม่ว่ามองไปทางไหนก็ไม่เห็นเงาวูบไหวสีขาวเลย

 

 

ไวเปอร์ แกอยู่ไหน!!

 

 

นานทีที่แดฮยอนรู้สึกไม่ได้ดั่งใจ เขาจึงกดเสียงต่ำปนเปไปกับความหงุดหงิดภายในใจ แทนที่เขาจะได้เสียงตอบกลับมา มันกลับเงียบและสงบเกินไป จริงๆแล้ว ต่อให้ไกลสุดขอบโลก ไวเปอร์ก็จะตอบเขาเสมอ แต่คราวนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่ มีเรื่องเกิดขึ้นกับไวเปอร์แน่นอน และดูเหมือนจะเป็นเรื่องไม่ดีเสียด้วย ความรู้สึกปวดตุบกลางหน้าผากเข้าเล่นงานเขาอีกครั้ง ร่างที่นอนขดอยู่แล้วกลับยิ่งห่อไหล่เข้าหากัน มือทั้งสองข้างเข้ากุมที่หน้าผากเอาไว้ หวังว่าจะบรรเทาความเจ็บได้บ้าง สุดท้ายแล้ว...มันไม่ได้เป็นดั่งหวัง

 

 

ทรมานยิ่งกว่าตาย ถ้าให้เลือก เขายอมที่จะลงไปอยู่ในนรกเสียยังดีกว่า! ร่างสูงนอนสั่นเล็กน้อยก่อนจะทวีคูณความเจ็บปวดมากขึ้นกว่าเดิม การที่เขานอนขดนิ่งๆกลายเป็นดิ้นพล่านชนทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในกระโปรงท้ายรถ แรงกระแทกนั้นสะเทือนไปถึงผู้คนทั้งสามที่นั่งกันอยู่เบาะหลัง

 

 

“เสียงอะไรว้ะ?”คนที่เป่าหมากฝรั่งถามขึ้น

 

 

“ของกลิ้งมั้ง ไม่ก็ไอ้ตัวประหลาดนั่นพยายามหนี ช่างมันเถอะ”ผู้ที่ให้คำตอบยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

 

 

ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น พยายามกลั้นความเจ็บปวดที่อยู่บนศีรษะ เขารู้สึกร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับถูกแผดเผาไปทั้งร่าง ส้นรองเท้ากระแทกไปที่ผนังปลายเท้าอย่างแรงจนรถเซไปอีกทาง แดฮยอนไม่รู้เลยว่าตอนนี้ตัวเองกำลังคลุ้มคลั่ง มือที่แค่กุมหน้าผากเอาไว้ก็เปลี่ยนเป็นจิกเล็บลงไปอย่างทรมาน

 

 

“เห้ย! นั่นมันแรงคนหรืออะไรว้ะ! แม่งรถเซเลย ขับดีๆนะแก”ชายร่างยักษ์บนที่นั่งข้างคนขับหันไปมองด้านหลังอย่างไม่ไว้ใจ

 

 

“มันเป็นตัวอะไรกันแน่...”คนที่นั่งเงียบมาตลอดทางกลับเอ่ยขึ้นอย่างไม่แน่ใจ เพราะเขาเป็นคนที่แบกเจ้าร่างไร้วิญญาณนั่นยัดเข้ากระโปรงรถเอง สัมผัสอันเย็นเยียบของศพเขายังจำมันได้ดี มือที่ถือปืนของเขากลับสั่นขึ้นมาเสียง่ายๆอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

 

 

“อึก..!!”ริมฝีปากล่างของแดฮยอนเกิดเลือดไหลออกมาเนื่องจากเขาได้เลือกกัดริมฝีปากล่างเพื่อเป็นการระบายความเจ็บ จังหวะการหายใจหอบถี่นั่นทำให้เหมือนเขาพร้อมจะระเบิดออกมาทุกเมื่อ ดวงตากลมโตนั้นเบิกโพลงมากกว่าเดิมก่อนจะฟาดศีรษะตัวเองเข้ากับผนังที่ติดกับพวกชายฉกรรจ์นั่งกันจนสั่นสะท้านไปหมด แดฮยอนรุ้สึกจุกในลำคอแทนความเจ็บปวดกลางหน้าผาก

 

 

“แค่ก! แค่กแค่ก!”แดฮยอนไอโขลก เหมือนกับว่ามีอะไรติดคออยู่ เขาพยายามไอเอามันออกมา วัตถุหนักๆนั้นก็เลื่อนขึ้นมาบนลิ้นเขาแล้ว รสชาติเหมือนโลหะที่ปนเปื้อนไปด้วยเลือด ร่างสูงพ่นมันออกมาจากปาก เสียงกระสุนหล่นลงมาดังตุ้บเมื่อได้สัมผัสพื้นผ้าที่เขานอนอยู่

 

 

กระสุนยังไม่ได้ออกไปจากหัวหรอกเหรอ?               

 

 

นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่แดฮยอนจะมีอาการคลุ้มคลั่งเช่นนี้ มันขึ้นอยู่กับว่าแหล่งพลังงานของเขามีอายุยืนยาวแค่ไหน และมันจะช่วยลดความเจ็บปวดของเขาได้ เขาเดาได้เลยว่า ไวเปอร์ตายแล้ว และเขาก็ต้องไปหาแหล่งพลังงานใหม่ก็ต่อเมื่อเขาตายครบ 10 ครั้ง เมื่อลืมตาแล้วเห็นสิ่งมีชีวิตใดเป็นสิ่งแรก นั่นแหละ แหล่งพลังงานชั้นดี

 

 

“ตัวพรุนเพิ่มอีกแล้วเหรอ...เซ็งชะมัด”

 

 

 

 

 

กริ๊งงงงงงงงงงง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

“โว้ยยย หนวกหูชะมัดยาดเลย!!”น้ำเสียงเซ็งๆนั้นตะโกนออกมาแข่งกับเสียงนาฬิกาปลุกในโสตประสาทของตัวเอง เปลือกตาที่ปิดสนิท ลืมขึ้นมาอย่างงัวเงีย ชุดตัวโปรดของเขาเคยเป็นสีฟ้าสดใสแต่บัดนี้เต็มไปด้วยสีสันของสีแดง จะพูดให้ถูกก็คือเลือดที่สาดกระเซ็นมาโดนตัวเขานั่นเอง มีทั้งเลือดของเขาเองและคนอีกนับสิบ

 

 

“อ้าว พวกลุงไม่ได้ตั้งนาฬิกาปลุกกันเหรอ? เฮ้อ สงสัยจะโดนปลุกจากความตายอีกแล้วแฮะ เจ้านาฬิกาปลุกจอมจุ้นจ้าน”เด็กหนุ่มผมทองยันตัวขึ้นมาบิดขี้เกียจขณะที่ชูการ์ไลเดอร์ตัวน้อยบินโฉบไป นั่นก็เป็นการชาร์ตพลังงานให้เขาแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย กระสุนทั้งหลายก็ถูกเซลล์กล้ามเนื้อดันตัวออกมาหล่นบนพื้นดังแกร็งกระทบกันไปมา และดูเหมือนมันจะร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นขนาดใดหรือผลิตที่ไหนก็ตาม

 

 

“ตายไปไม่กี่ครั้งกระสุนเต็มตัวเลย โอ๊ะ! นั่นกระสุนที่อยากได้นี่นา”ดวงตากลมฉายแววเหมือนเด็กเจอของที่ถูกใจ เขาหยิบมันออกมาจากปากแผลที่กำลังสมานตัว กระสุนสีทองนั้นถูกบรรจุเข้าปืนของเขาเองก่อนจะยิ้มดีอกดีใจ รอยยิ้มนั้นเหมือนกับเทวดาตัวน้อย แต่สำหรับพวกเขาตอนนี้มันคือสิ่งที่ตรงกันข้าม

 

 

“มัน..มะ มัน..ปิศาจ ปิศาจ!!!”ชายร่างสูงที่ถือปืนกลอยู่ตะโกนออกมาอย่างแตกตื่น

 

 

“เฮ้ๆ เรียกดีๆหน่อยสิตาแก่ ฉันชื่อ เซลโล่ ตะหากเล่า!”ผู้ที่มีใบหน้าอ่อนเยาว์เหล่มองอย่างไม่พอใจกับคำพูดที่ได้ยิน พอสายตาไปประสบเข้ากับปืนกลราคาแพงนั้นทำให้เขานึกอะไรบางอย่างออก

 

 

“อ๋อ! ตาแก่นี่เองใช่มั้ยที่ฆ่าฉันตายรอบที่ 9 ของวัน ให้ตายสิ กระสุนเยอะเป็นบ้าเลย”คำพูดที่เหมือนจะล้อเล่น แต่มันก็สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ที่ได้ยิน หลังจากที่เซลโล่ได้ตายเพิ่มแต้มให้ตัวเป็นเกือบจะพุ่งเป้าเป็น 15 ครั้งแล้ว ทำให้อีกฝ่ายลดลงจนเหลือเพียง 10 คนเท่านั้น เขาควรจะรีบ อีกอย่างนี่ก็ใช้เวลามามากพอแล้ว หรือไม่ก็อาจจะคลาดกับแดฮยอนแล้วก็ได้

 

 

“เรามาจบเกมกันดีกว่านะลุง”เซลโล่ฉีกยิ้มหวานก่อนจะเล็งปืนคู่ในมือทั้งสองไปทางฝั่งตรงข้าม และแล้วเขาก็เห็นวัตถุหนึ่งในมือชายร่างเตี้ย

 

 

“เฮ้ๆ ไอ้นั่นมันคุ้นๆนะว่ามั้ย?”เด็กกวนประสาทชี้ปลายกระบอกปืนไปทางวัตถุอันคุ้นตานั้น

 

 

“แกอยากจะชิมรสชาติมันละสิ.. ดูสิ แกจะฟื้นอีกมั้ย? ไอ้เวรเอ้ย!!!”สิ้นเสียงก่นด่านั้นก็คือ ระเบิดน้อยหน่าขนาดย่อมโยนใส่เป้านิ่งอย่างเซลโล่ทันที มือทั้งสองข้างปล่อยปืนคู่ลงพื้นอย่างเซ็งๆ

 

 

“ไม่รู้สิ...ไปถามพ่อเอาในนรกแล้วกันนะ”เซลโล่เอียงหน้าอย่างฉงนแล้วใช้มือตบระเบิดไปข้างหน้าตัวเอง ไปยังทิศทางที่มันเคยมาก่อนจะเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ตึกที่เก่าผุผังก็ถล่มลงมาทับร่างที่โดนแรงระเบิด แต่ละคนแทบจะดูไม่จืด ไม่สิ ร่างเหล่านั้นไม่ใช่คนแล้ว ต้องเป็นแต่ละศพแทบจะเอามาหลอมรวมกันได้เลยซะด้วยซ้ำ

 

 

“เอ้อ ลืมอีกอย่าง ฝากบอกค็อกด้วยนะว่าอย่ามาปลุกเวลาฉันตายอีกละ เฮ้โย่ว ลุงได้ยินฉันเปล่า?”

 

 

 

 

 

เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! กระจกบานสวยที่เคยประดับอยู่บนผนังของโบสถ์กลับแตกกระจายตั้งแต่ประตูจนมาถึงรูปปั้นนักบุญที่ถูกเปลี่ยนใหม่ ผู้ช่วยบาทหลวงหันไปมองตามเสียงก่อนที่ด้ามไม้กวาดจะร่วงหลุดออกจากมือ ปรากฏการณ์เช่นนี้น่าตกใจยิ่งกว่ารูปปั้นแตกเสียอีก และยิ่งยามเย็นเช่นนี้ ความมืดขะคลืบคลานเข้ามาได้ง่ายมากกว่าเดิม มือเล็กกุมจี้ไม้กางเขนเอาไว้แน่น ในใจเขาอยากจะพยายามตั้งสติให้มั่น แต่เมื่อโคมไฟร่วงหล่นลงมานั่นก็ยิ่งทำให้เขาสติแตกวิ่งพรวดพลาดออกไปจากโบสถ์

 

 

คนตัวเล็กวิ่งออกมาที่ลานเป็นรอบที่สองของวัน ยังดีที่ตอนนี้ไม่ค่อยมีนักเรียนเท่าไหร่ จึงไม่เป็นที่สนใจมากนัก เขายืนหอบเล็กน้อยก่อนจะนั่งลงบนขอบสระน้ำพุกามเทพ บุคคลหน้าตาดุดันวิ่งเหยาะๆผ่านมาพร้อมทำเป็นซ้อมฮุคซ้ายทีขวาทีไปรอบๆสระน้ำพุโดยไม่สนใจเจ้าผู้ช่วยบาทหลวงที่ยังนั่งหอบแฮ่กอยู่ นั่นก็ต้องทำให้ผู้ที่ถูกเมินปาหมวกทรงสูงของตัวเองอัดเข้าหน้าท้องอีกคน

 

 

“มีอะไร?”ไม่เพียงพูดเปล่า ร่างสูงยังโยนหมวกใส่หน้าเจ้าของมัน

 

 

“เมื่อ..มะ เมื่อกี้ กระจก กระจกมัน..”ไม่ทันที่จะพูดจบเขาก็โดนแทรกขึ้นมาเสียดื้อๆ

 

 

“มันแตก?”และดูเหมือนว่าเขาจะเดาถูก

 

 

“ใช่เลยรุ่นพี่! ภัยร้ายต้องเข้ามาแล้วแน่ๆ!!”ยองแจลุกขึ้นไปเขย่าแขนอีกคน

 

 

“ไม่ใช่ว่าอุณหภูมิเปลี่ยนฉับพลันแล้วกระจกแตกหรอกเรอะ?”คนที่สูงกว่าดันศีรษะยองแจแทบปลิว “อากาศตอนบ่ายอาจจะร้อนจัด พอมาตอนเย็นหมอกเริ่มมา ทำให้กระจกปรับอุณหภูมิไม่ทันก็ได้”

 

 

กระจกนะครับ ไม่ใช่แก้วกาแฟร้อนๆที่ยัดไว้ในตู้เย็น!

 

 

ยองแจพูดในใจพลางทำปากขมุบขมิบก่อนจะทำหน้าแหยใส่ขณะที่ยงกุกก็วิ่งอยู่กับที่โดยเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างไม่ใส่ใจต่อสีหน้าของผู้ช่วยบาทหลวงคนนี้เลย แต่อยู่ๆก็หันขวับกลับมามองจนทำให้ยองแจแทบจะเปลี่ยนสีหน้าไม่ทัน จากหน้าแหยๆไม่พอใจต่อคำพูดของร่างสูงก็เปลี่ยนเป็นกระพริบตาปริบแสดงความใสซื่อออกมาแทน

 

 

“เออ! ว่างใช่ม่ะ?”ยงกุกถามขึ้นแล้วหยุดวิ่งอยู่กับที่

 

 

“ก็...”คนที่ถูกถามหันไปมองนาฬิกาเรือนใหญ่ที่ฝังเอาไว้กับตึกเรียน “6 โมงแล้ว ก็ถือว่าว่างครับ เป็นเวลาเปลี่ยนเวรพอดี”

 

 

“งั้นก็ดี.. มาเป็นคู่ซ้อมให้หน่อย”มือหนาวางลงที่ไหล่ของยองแจ ถ้าวางอยู่เฉยๆจะไม่คิดอะไรมากเลย แต่ยงกุกเล่นกดแรงลงมาจนไหล่ของเขาแทบจะหัก!

 

 

“คู่ซ้อม? หมากล้อมเหรอ? หรือจะซ้อมร้องเพลงเพื่อไปเตรียมมิซซาครั้งต่อไปครับ?”ยองแจพูดแถไปเรื่องอื่น และหวังว่าคำว่า ซ้อม ของยงกุกคงไม่ใช่เรื่องที่ทำให้เขาน็อคกระเด็นไปอัดกำแพงแล้วสลบคาเบาะกันกระแทก เขารู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะได้เข้าใกล้พระเจ้าเรื่อยๆแล้วละสิ

 

 

เคนโด้”สองพยางค์ง่ายๆแต่มีความหมายล้ำลึกมากสำหรับยองแจ

 

 

“...เอ่อ แล้ว แล้วคนในชมรมรุ่นพี่ละครับ ทำไมไม่เรียกพวกเขาไปซ้อม ช่วยกันซ้อมจะได้เก่งๆ”คนตัวเล็กกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก อีกทั้งมือใหญ่ๆของยงกุกยังคงจับไหล่เขาไว้ไม่ปล่อยแม้จะพยายามงัดแงะแล้วก็ตาม สงสัยเขาคงต้องเตรียมตัวชำระล้างจิตใจเพื่อไปอยู่กับพระเจ้าแล้วสินะ

 

 

“มันไม่ยอมมาซ้อมกับฉัน ไม่รู้ทำไม อุตส่าเปลี่ยนจากมวยมาเป็นคาราเต้ พวกมันก็ไม่เอา เลยกะว่าจะซ้อมยูโด มันก็หนีหายออกจากชมรมกลับหอกันเร็วชิบ และอย่างสุดท้ายที่ฉันไม่ค่อยได้ซ้อมก็เป็น เคนโด้ เนี่ยแหละ ป่ะ..ไปซ้อมกัน ยู ยองแจ”ยิ่งเน้นชื่อของเขา ก็ยิ่งถอนตัวไม่ออกมากกว่าเดิม สมองอันชาญฉลาดก็รีบประมวลผลอย่างรวดเร็ว คนตัวเล็กเม้มปากอย่างประหม่าก่อนจะตัดสินใจพูดออกมา

 

 

“วันนี้ผมมีเวรไปจัดอาหารเย็นครับรุ่นพี่!”ยองแจฉีกยิ้มออกมา แต่ทว่ายงกุกกลับไม่รับรู้ถึงรอยยิ้มนั้นเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าดุพยักขึ้นลงช้าๆราวกับแสดงถึงว่าเข้าใจแล้ว มือหนาค่อยๆคลายออกไป ความโล่งใจของยองแจก็เริ่มเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่ทันที่จะได้หายใจได้คล่อง มือนั้นก็กลับมาวางบนไหล่อีกครั้งแถมเพิ่มเป็นสองมือเสียด้วย

 

 

“ไม่เป็นไร ตอนนี้จงออบกลับมาจากสุสานแล้ว ป่านนี้คงกำลังเตรียมอาหารที่ห้องครัวอยู่ ฉะนั้นนายไม่ต้องกังวลหรอกนะ ไป-ซ้อม-กัน-เถอะ”

 

 

อึก...หมดสิ้นหนทางแล้วสินะ

 

 

“คะ..ครับ”ยองแจตอบไปพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า

 

 

 

 

 

นักเรียนปี 2 กำลังนั่งอยู่ในห้องอาหารขนาดกลาง อาจจะเป็นเพราะจำนวนนักเรียนมีน้อยกว่า 100 คนจึงไม่จำเป็นที่จะต้องสร้างโรงอาหารอะไรให้ใหญ่โต ขณะนี้ทุกคนนั่งประจำโต๊ะรออาหารมาเสิร์ฟถึงที่ด้วยการจัดเวรกันเองภายในชั้นปี แต่ละวันจะมีผู้รับผิดชอบหน้าที่นี้ 5 คนเป็นอย่างต่ำ และวันนี้เองเป็นเวรของจงออบ ยองแจ และเพื่อนร่วมชั้นอีก 2-3 คน ผู้ปฏิบัติหน้าที่ต้องใส่ผ้ากันเปื้อนสีน้ำเงินแสดงถึงเป็นชั้นปี 2

 

 

อาหารในถาดถูกวางลงบนโต๊ะที่ปูด้วยผ้าปูโต๊ะสีขาวสะอาด ผู้ที่ได้รับจานอาหารแล้วก็โค้งหัวให้เล็กน้อย เพราะนี่เป็นมารยาทขั้นต้นที่โรงเรียนนี้ฝึกมา จงออบก็เช่นกัน เมื่อได้รับการโค้งหัว เขาก็ควรจะทำตอบ แต่ไม่ทำเพียงแค่นั้น เขายังคลี่ยิ้มให้อย่างสดใส

 

 

ด้วยความเป็นมิตรเช่นนี้ ทำให้มีแต่คนชอบเข้าหาจงออบและพูดคุยด้วยได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องคิดมาก คุยได้ทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องเรียนไปจนถึงเรื่องความชอบทั้งหลาย รุ่นพี่ปี 3 ก็ต่างเอ็นดูจงออบเป็นพิเศษด้วยความที่ว่า จงออบเสียพ่อแม่ไปทั้งคู่ เมื่อขาดการเลี้ยงดูไปตั้งแต่ยังเล็กจึงทำให้จงออบมีนิสัยใสซื่อราวกับเด็กน้อยที่ยังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่นัก หากแต่เรื่องแล้วละก็ บางทีอาจจะเก่งกว่าอาจารย์บางคนในโรงเรียนนี้ก็ได้

 

 

ประตูห้องอาหารเปิดออกพร้อมกับฝีเท้ากระแทกกระทันเข้ามา จนบางคนถึงสำลักน้ำออกมาขณะที่กำลังดื่มอยู่ มือที่จับช้อนส่งอาหารเข้าปากก็ค้างอยู่ท่าเดิม หัวหน้ากลุ่มบันนี่ทำหน้าเซ็งเหมือนโลกจะแตกแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

 

 

“ยองแจแม่งน็อค ไปดูแลมันด้วย”หน้าตากวนๆของยงกุกบวกด้วยท่าทางบิดขี้เกียจ ทุกคนก็พอจะเดาออกว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้

 

 

“หะ? ครับ”จงออบเอียงคอมองก่อนจะวางถาดอาหารไว้โต๊ะข้างๆ

 

 

“ตามนั้นแหละ มันน็อคไปละ ซ้อมไม่ถึงนาทีเลย ชิ!”ยงกุกกอดอกพลางสอดส่ายสายตาเข้าไปในห้อง เพื่อหาเหยื่อเหมาะๆที่จะเอาไปซ้อมเคนโด้ด้วย

 

 

“แล้วรุ่นพี่ยองแจเขาไปโดนอะไรเหรอ? ไม่ใช่ว่า ลื่นแล้วหน้าทิ่มพื้นเหมือนตอนนั้นอีกนะครับ?”

 

 

“ไม่ๆ มันเอาหน้ามารับไม้เคนโด้แค่นั้นแหละ

 

 

อื้อหือ.. แค่นั้นแหละ ถึงกับสลบเนี่ยนะ!!

 

 

ทุกคนในห้องอาหารพูดในใจเป็นความคิดเดียวกันก่อนจะพากันก้มหน้าก้มตาหลบสายตาที่พยายามหาใครซักคนไปรับไม้เคนโด้นั่นอีก

 

 

“...”ดวงตาเรียวกระพริบอย่างเนิบช้า เมื่อยงกุกเห็นเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะผลักหัวจงออบเบาๆเพื่อเช็คดูว่า เจ้าคนตัวเตี้ยนี่ได้ลืมตาดูโลกแล้วหรือยัง

 

 

ตอนเกิดแม่งมีลูกตาป่ะว้ะ? หรือหมอเอาเมจิคมาขีดๆเป็นลูกตาให้? -__-

 

 

 

 

 

ท้องฟ้าเปลี่ยนสีกลายเป็นแดงอมม่วงจากนั้นความมืดก็คลืบคลานมาอย่างเชื่องช้าพร้อมไอสีขาวที่ฟุ้งกระจายเต็มพื้นที่ป่าสน อุณหภูมิลดลงต่ำเรื่อยๆตามปริมาณหมอกที่เกิดขึ้น ดวงจันทร์ถูกเมฆสีเทาทึบบดบังเอาไว้ ทำให้แสงสว่างในค่ำคืนนี้มีน้อยลงไปอีกในสถานที่ห่างไกลจากเมือง ทุกอย่างเงียบไร้ซุ่มเสียง บางทีก็ดูวังเวงและน่ากลัว หากใครไม่ชำนาญเส้นทางนี้ อาจจะทำให้หลงทางได้

 

 

ถนนที่เต็มไปด้วยหมอกกลับมีแสงไฟเล็ดลอดออกมา รถเก๋งสีทมึนวิ่งอยู่ในกลุ่มหมอกอย่างมีจุดหมายปลายทาง เพราะคนขับเขารู้จักพื้นที่แห่งนี้ดี ชายฉกรรจ์แต่ละคนในรถมองออกไปนอกกระจกรถก็พบแต่ไอสีขาวห้อมล้อมพวกตนไว้ จนกลัวขึ้นมาว่าจะไม่ได้ออกไปจากที่แห่งนี้ และต้องจมอยู่ในหมอกตลอดไป

 

 

“แกแน่ใจนะว่ามาถูกทาง”ชายที่นั่งข้างคนขับถามพลางกระดกโค้กกระป๋องในมือไปด้วย

 

 

“ฉันมาบ่อย จะให้หลับตาขับยังได้เลย หึ!”คนขับเค้นเสียงขึ้นจมูก

 

 

“ทำไมต้องมาไกลถึงตรงนี้ด้วยว้ะ โยนแม่งลงทะเลก็จบแล้ว”ผู้ที่อยู่เบาะหลังเสริมขึ้นมา เมื่อรู้สึกไม่ค่อยไว้ใจบรรยากาศรอบด้าน

 

 

“แล้วแกไม่คิดเหรอว่าศพมันจะลอยขึ้นมา เดี๋ยวแม่งก็มีคดีอีก ถ้ามีใครเห็นเขาก็ซวยสิว้ะ!”ชายร่างใหญ่ด้านหน้าว่าก่อนจะบีบกระป๋องโค้กจนมันมีรูปร่างบิดเบี้ยวผิดไปจากตอนแรก พาหนะเคลื่อนตัวเข้าไปลึกมากขึ้นโดยหักเลี้ยวไปทางซ้าย จากถนนเรียบๆกลายเป็นถนนหินกรวดจนทำให้คนในรถโอนเอนไปตามหลุมเล็กบ่อน้อยจนไปหยุดที่โคนต้นสนขนาดใหญ่ ชายฉกรรจ์ทั้ง 5 ทยอยกันลงมาทั้งๆที่เปิดไฟหน้ารถเอาไว้ให้ความสว่าง คนที่ตัวใหญ่ที่สุดอ้อมหลังไปเปิดฝากระโปรงรถขึ้น ปรากฏร่างของแดฮยอนที่นอนมองชายร่างยักษ์ด้วยสายตาที่เรียกว่า ใกล้ตายแล้วยังจะมากวนตีนอีก

 

 

“ลงมา!!”ไม่เพียงพูดเปล่า มือใหญ่ๆนั้นก็กระชากต้นแขนของเขาจนแทบเรียกว่าเหวี่ยงออกจากกระโปรงหลังรถแล้วไปนอนแผ่ที่พื้นข้างนอก คนที่เหลือก็เข้ามาล็อคตัวของแดฮยอนเอาไว้พลางลากตัวไปตามคนที่รู้เส้นทาง เพื่อพาไปอีกสถานที่แห่งนึง ชายร่างยักษ์หยิบจอบขุดดินจากพื้นด้านหลังคนขับออกมาก่อนจะประกบให้มันเข้ารูปแล้วเดินตามไป

 

 

“เอาละ ตรงนี้แหละเหมาะ วิวกำลังดี”ผู้นำทางหยุดเดินแล้วชี้ไปที่โคนต้นสน เมื่อเห็นเช่นนั้นเขาจึงเริ่มขุดดินให้มีขนาดใหญ่กว่าตัวคนเล็กน้อย

 

 

“ฉันจะถามแกเป็นครั้งสุดท้าย ใครส่งแกมา แล้วนอกจากแกยังมีอีกคนใช่มั้ย?”คนที่ดูฉลาดที่สุดถามขณะไล่มองใบหน้าที่มีคราบเลือดแห้งกรังติดอยู่ของแดฮยอน

 

 

“ฉันไม่จำเป็นต้องตอบคำถามลิ่วล้ออย่างพวกแก”แดฮยอนเหล่มองไปทางอื่น

 

 

“งั้นแกก็ไม่จำเป็นต้องมีลมหายใจแล้วละ ดูซิ ถ้าฝังแกแล้ว จะฟื้นขึ้นมาอีกหรือเปล่า?”อาวุธสีเงินเงาวับถูกยกขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงพร้อมเล็งไปยังที่กลางหน้าผาก ณ จุดเดิมที่แดฮยอนเคยโดนยิงมา

 

 

ปัง! นัดแรกที่ยิงเข้าไปทำให้ศีรษะสีบลอนด์ทองถึงกับเซไปอีกทาง แต่แดฮยอนยังคงยิ้มได้ ทำให้ลูกกระสุนนัดต่อไปจ่อเข้าขมับโดยไม่ให้พลาด ผู้ที่โดนกระทำกระตุกยิ้มอย่างสบายใจ ผิดกับพวกที่เหลือที่เริ่มจะเสียขวัญกันแล้ว เมื่อยิงทีละนัดไม่ได้ผลก็เปลี่ยนมาเป็นรัวปืนกล ชนิดที่ว่ากะจะให้พรุนไปถึงชาติหน้า

 

 

“อ่า...รู้สึกดีชะมัด”ประโยคสุดท้ายของแดฮยอนเอ่ยออกมาก่อนจะสติดับวูบไป

 

 

 

 

 

“โอ๊ย!!”น้ำเสียงแหลมร้องขึ้นมาขณะที่ตื่นจากความฝัน และดูท่าจะเป็นความฝันที่แปลกประหลาดเสียด้วย ดวงตากลมกระพริบถี่เพื่อไล่ความมึนงงออกไปก่อนจะพบว่ามีใครบางคนอยู่ในห้องกับตัวเองด้วย

 

 

“รุ่นพี่ยองแจเจ็บมากมั้ยครับ?”จงออบถามด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะเอาผ้าที่ใส่น้ำแข็งเอาไว้ออกจากหน้าผากที่โนเนื่องจากโดนไม้เคนโด้ฟาดเข้าอย่างจัง เมื่อถูกถามเช่นนั้นยองแจจึงพยักหน้าให้แล้วพยายามยันตัวลุกขึ้นมานั่ง จงออบก็รู้หน้าที่ดีจึงช่วยผยุงให้

 

 

“ให้ตายสิ เจ็บชะมัด เจ็บตัวแล้วยังจะมาฝันอะไรแปลกๆพิลึกๆแบบนี้ด้วย”เจ้าของผมบลอนด์บ๊อบเทสะบัดหัวไปมาอย่างหัวเสีย

 

 

“ฝันอะไรเหรอครับรุ่นพี่?”ดวงตาเรียวจ้องมองรุ่นพี่ที่ตนเคารพด้วยความอยากรู้อยากเห็น

 

 

“เอ่อ...”

 

 

ฝันว่าเห็นคนฆ่ากัน ส่วนไอ้คนโดนยิงก็สะใจที่ตัวเองถูกยิง แถมบอกว่า รู้สึกดี?

 

 

“อ๋อ ฝันถึงคนโรคจิตน่ะ”

 
___________________________________________________
เรื่องนี้หายไปยาวพอสมควร จะพยายามอัพ ถ้าไม่ติดอะไร(?) #หือ?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

508 ความคิดเห็น

  1. #502 เจ้าบ้าไอติม (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กันยายน 2557 / 19:26
    โดนยิงแล้วรู้สึกดี? -0-

    สตั้นแปป
    #502
    0
  2. #431 Dami's (@9328987) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มีนาคม 2557 / 16:05
    ฝันยองแจคือเรื่องจริงนี่ อาจจะผูกพันกันก็ได้ แอบฮาที่เฮียว่าจงออบอ่ะเค้าเรียกว่าตี๋ว้อยยย
    #431
    0
  3. #334 nan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2556 / 05:57
    แจ แกฝันแม่นจำ!

    บัง แกจะโหดไปไหนว่ะ แจสลบเรยอ่ะ 5555
    #334
    0
  4. #320 shshshx (@shxtaop) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 / 01:07
    ยองแจทำไมถึงรู้อ่า มีพลังวิเศษหรอ?
    #320
    0
  5. #300 MicKy (@MP_mick) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2556 / 16:20
    แอบฮากับคำพูดของเฮียบัง มาว่าจงออบเค้าได้งัยเนี้ย หมอไม่ได้ใช่เมจิคขีดให้ซะหน่อย

    หรือว่าแจ้จะมีความเกี่ยวกับอะไรกับคำสาปพวกนั้นรึเปล่า เพราะไหนจะสัมผัสได้ และยังฝันถึงอีก

    แหล่งพลังงานของแด้ตายแล้ว ทีนี่ก้อจะได้เจอออบแล้วใช่้มะ แล้วผู้ควบคุมการตื่นเค้าเป็นใคร
    ทำไมแด้กับโล่ถึงต้องมาเจอคำสาปแบบนี้ด้วยอ่า
    #300
    0
  6. #290 'BaBesTyB.OY2ST (@krkrse001) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2556 / 09:49
    โอ๊ะ.. ยูยองแจมีจิตสัมผัสกับแด้แล้วใช่ป่าว? 55 เดาว่าแจคงเป็นแหล่งพลังงานคนใหม่ของแด้แน่ะๆ -//- แต่เรื่องนี้มันแด้ออบนี่หว่า ไม่ใช่แด้แจ 555555.
    #290
    0
  7. #248 Sasoshi (@sasoshime) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 23:09
    แดเเจ้เค้ามีจิตสื่อถึงกัน55555 
    #248
    0
  8. #213 chanmo (@chanmo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มีนาคม 2556 / 15:32
    โห~~~~แสดงว่าต้องเกี่ยวข้องอะไรกันแน่ๆเลยอะ แต่ทำไมเป็นยองแจที่ฝันถึงแด ทำไม่ไม่ใช่จงออบที่ฝันถึงแด้อะ หรือไม่ก็แจ้ฝันถึงโล่อะไรประมาณนั้น แสดงว่าต้องมีอะไรที่แปลกๆอีกแน่เลย!! นึกแล้วตื่นเต้นจัง!!! แต่ทำไมแจ้ถึงโง่อย่างงี้ห๊ะ ฮ่าๆๆ หยอกๆๆ แต่ยงกุกก็โหดเกิ๊น จะรุนแรงไปไหน แล้วเจลโล่ทำอะไรให้มันจริงจังหน่อยได้ป๊ะห๊ะ เล่นจังเลย อ้ออีกอย่างอะ อยากรู้ว่า....อยากรู้ว่าอะไร ลืมไปแล้วอะ
    #213
    0
  9. #200 My spring roll (@piano-pooh) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มีนาคม 2556 / 09:32
    บังเเกก็ว่าน้องน่ะ = = 
    อิเเด้โรคจิตสุดๆ 
    #200
    0
  10. #165 ฝนตกซ่าๆ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2556 / 17:48
    เอ่อ.. แด้อยู่กะเค้ารู้สึกดีกว่านี้อีกนะ //หลบทีน
    #165
    0
  11. #151 ภรรยาฮยอกแจ (@kunbright) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2556 / 22:26
    ไวเปอร์ตายแล้ว T^T #แอบชอบมันอ่า (ห๊ะ??)
    แอบหวังลึกๆว่าขุมพลังเมื่อแด้ตื่นขึ้นมาเจอจะเป็นออบ ><
    บัง..... นายนี่ ทำแจน็อคไปเลยนะ 555555 ไม่แปลกที่คนอื่นจะรีบชิ่งหนี -..-
    #151
    0
  12. #143 RinKi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มกราคม 2556 / 13:59
    ยองแจนี่ นอกจากสัมผัส แล้ว ความฝัน ก็แม่นยำมาก ทายอนาคตได้ด้วยหรือเปล่านะ



    ไวเปอร์ ตายแล้ว ดูซิ แดฮยอนทรมานมากเลยอะ



    เซลโล่ จะฝากบอก ค็อก ต้องฝากก่อนลงมือนะ แต่ไม่ถูกกันขนาดนั้นลุงเค้าจะรับฝากเหรอ
    #143
    0
  13. #135 ice (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มกราคม 2556 / 19:36
    โอ้ แด้โดนยิงพรุนมันรู้สึกดีหรอ
    #135
    0
  14. #127 love (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 13:59
    เมื่อไหร่แด้จะเจอออบ รอลุ้นนน

    #127
    0
  15. #95 yu.mea_i.kea (@yukea-imea) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2555 / 19:24
    -O-'''
    เจ๋งสุดๆ ไรท์ความคิดเริ่ดส์!!
    #95
    0
  16. #88 Kiss's Ocean (@tedtsu) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2555 / 13:06
    ไม่ได้อ่านเรื่องนี้นาน แวะมาอ่านซะหน่อย~
    อ้อ เบื้องหลังการตายแล้วฟื้นของแด้กับโล่เป็นงี้นี่เอง
    มีใครบางคนเป็นคนปลุก? คนๆนั้นคือใคร ทำอย่างนี้เพื่ออะไรเนี่ย =[]=
    คือแบบว่า ตั้งล้านครั้งกว่าจะจบลง ที่ผ่านมาร้อยปีนี่ได้กี่แต้มกันล่ะเนี่ย
    แย่แล้วแด้ ขาดไวเปอร์ไปก็ฟื้นแผลเองยากอีก ทรมานแท้ - -;;
    ใครจะไปรู้ คนพวกนั้นอาจจะปล่อยแด้ไว้ที่หลังโรงเรียนเหล่าบันนี่ก็ได้~~
    #88
    0
  17. #67 แดออบแดบัก! (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2555 / 00:11
    เรื่องนี้สนุกจริงๆนะไรท์

    มาต่อไวๆนะ เรารอติดตามและให้กำลังใจ

    เดี๋ยวนะ! ไรท์คะเรื่องนี้แดออบแน่นะ? 55555

    แด้พึ่งตายไปเจ็ดแสนกว่าครั้งเอง?

    อีกนานเลยนาย~

    โล่นี้เก่งเนาะ 5555 เอามือปัดกระสุนบ้างล่ะ

    ปัดลูกระเบิดบ้างล่ะ 5555

    ไวเปอร์! เป็นอะไรไป อย่าตายนะ

    ฝังคนหล่อหรอ? ดินก็บำรุงผิวหน้ามันอะดิ

    ที่ๆไปฝังอย่าบอกนะว่าสุสานที่ออบไปทุกวัน

    เดี๋ยวเอาฟันฮิมชานไปขุด #โดนเตะ 55555

    เออ...บังแกมัน... แค่นั้นแหละ

    กล้าพูดเนาะ แค่ พ่องงง!

    #67
    0
  18. #56 ~PrIeWii~ (@superpriew) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2555 / 18:08
    ไรท์เตอร์สู้ๆ ~ เราติดตามคุณทุกเรื่องเลยยยยยยยยยย 55555555555555 > <
    #56
    0
  19. #41 GooS XK (@dreamminy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กันยายน 2555 / 18:18
    มาอัพต่อไวๆนะค่ะ 
    จะติดตามค่ะ
    #41
    0
  20. #38 Miss Mhee~ (@byulahmm) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กันยายน 2555 / 17:07
    อ๊ากกก~! สงสารแจ<br />
    เมื่อไหร่ออบกับแด้จะเจอกัน??-.-<br />
    รอๆๆๆ&gt;_&lt;
    #38
    0
  21. #33 sss (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2555 / 22:06
    นั่งอ่านมาสุดตอน ลุ้น ....



    เมื่อไหร่แดจะเจอ ออบบบบบบบบ



    ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #33
    0
  22. #32 Itamaji-u (@itamaji-u) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2555 / 23:08
    คนโรคจิต? 555555แดกลายเป็นคนโรคจิตไปละ
    จะบอกว่าโล่มาแบบบทน้อยมาก แต่ว่าถ้าเทียบกับฮิมที่หายไปเลยน่ะนะ-.-;;
    คาดว่าเด็กโรงเรียนนี้หลายๆคนต้องเคยเป็นคู่ซ้อมให้บังมาแล้วแน่ๆ
    สงสารแจ น็อคไปเลย555555

    ไม่ใช่ว่าตอนที่แดตายครบแล้วพอฟื้นขึ้นมาอีกทีเห็นแดเป็นคนแรกแล้วจับแดไปเป็นแหล่งพลังงานหรอกนะ...-.-;;;
    #32
    0
  23. #31 prawababies.- (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2555 / 23:40
    ลุ้นนนนนนนนนนนน เมื่อไรแดออบจะได้เจอกันสักที ;__;

    ยิ่งอ่านยิ่งเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ว้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

    แล้วไอ่แหล่งพลังงานใหม่ของแด้คืออะไรหว่า??

    แล้วแจฝันเห็นอะไร ??? =_=



    ไรเตอร์แต่งสนุกทุกเรื่องเลยอ่ะ ชอบพล็อตของทุกเรื่องเลยยย

    ดูแปลกใหม่น่าติดตามมว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก -w-

    มาอัพบ่อย ๆ ล่ะกันเน้อ
    #31
    0
  24. #30 i-tim-yine (@i-tim-yine) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2555 / 15:59
    ยิงปืนรัวเลยเหรอ แล้วครบ 10 นัด ยัง? 1นัด 1ครั้งป่ะ

    ยังไงออบก็ต้องเป็นคนมาเจอ หรือเปล่าหว่า?????

    แต่มันนานไปแล้วนะ เมื่อแดออบจะเจอกันจริงๆซะที

    ไรเตอร์สู้ๆๆๆๆๆ 

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 สิงหาคม 2555 / 16:08
    #30
    0
  25. #29 loveiljimae (@mymyiljimae) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2555 / 14:42
    โหดจุง -0- แดกับโล่น่ากลัวอ่ะ
    สนุกทุกเรื่องเลยไรเตอร์ เราจะรอนะ 
    #29
    0