[FIC B.A.P] Countdown (dae x up)

ตอนที่ 4 : Countdown [02]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 947
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    2 ส.ค. 55

[02]

 

เพล้ง! วัตถุที่ทำจากเซรามิคเคลือบมันวาวถูกแรงโน้มถ่วงโลกดึงดูดลงมาร่วงหล่นจนแตกกระจายไม่มีชิ้นดี ในตอนแรกนั้นมันคือรูปปั้นนักบุญขนาดกลางที่ปกปักรักษาโรงเรียนนี้มานับห้าสิบปี บัดนี้มันเป็นแค่เศษหินที่ดูไร้ค่าไป ผู้ช่วยบาทหลวงยืนมองเศษรูปปั้นด้วยดวงตาเบิกโพลง

 

 

“ยะ แย่แล้ว...ต้องมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นในโรงเรียนเราแน่ๆ”ร่างบางทรุดลงไปเบื้องหน้ากองเซรามิค มือเล็กเข้าไปหยิบเศษส่วนนั้นขึ้นมา

 

 

“ต้องไปบอกพวกบันนี่!”ยองแจยันกายลุกขึ้นแล้วรีบวิ่งออกจากโบสถ์ในชุดผู้ช่วยบาทหลวง ด้วยความยาวแทบจะถึงพื้น จึงทำให้ร่างเล็กนี้สะดุดชายเสื้อคลุมไปบ้างและบางครั้งหมวกบนศีรษะก็ร่นลงมาปิดหน้าจนเผลอวิ่งชนต้นไม้จนมึน แต่เขาก็ยังวิ่งไปที่ใจกลางโรงเรียนอย่าง สระน้ำพุกามเทพ

 

 

แมวสีขาวเดินออกมาจากหลังรูปปั้นที่ได้หล่นลงไป ดวงตาใสจ้องมองไปยังเด็กหนุ่มที่ทำหน้าตาแตกตื่นวิ่งออกจากโบสถ์โดยหารู้ไม่ว่า รูปปั้นที่ได้ตกลงไปเป็นเพราะเจ้าเหมียวนี่เดินไปชนเข้าเฉยๆ... อาเมน

 

 

“ประกาศ กลุ่มบันนี่กรุณามารวมตัวกันที่สระน้ำพุกามเทพ ประกาศอีกครั้ง กลุ่ม....”เสียงประกาศดังไปทั่วโรงเรียนทำให้นักเรียนจำนวนมากชะงักและหยุดกิจกรรมที่ตนทำอยู่ แต่เมื่อประกาศจบลงทุกคนก็ทำกิจวัตรของตนเองต่อ ขนาดวันเสาร์นักเรียนบางคนต้องมาเรียนเสริมหากคะแนนไม่ถึงเกณฑ์และมีแววที่จะถูกเชิญออก

 

 

“แฮ่ก แฮ่ก...”หลังจากที่ยองแจวิ่งไปให้ผู้ดูแลห้องส่งสัญญาณประกาศเรียกตัวกลุ่มชั้นนำของโรงเรียนเขาก็รีบมาที่สระน้ำพุทันที ด้วยความหนักและหนาของชุดมันสามารถทำให้เขาหอบได้อย่าง่ายดาย

 

 

“รีบอะไรของแก ชุดนี่ก็ไม่ไปเปลี่ยน”หัวหน้ากลุ่มบันนี่พูดขึ้นขณะที่เดินมาพร้อมกับไม้เคนโด้ที่พาดอยู่บนบ่า

 

 

“แย่ชะมัด ฉันกำลังทำสปาหน้าอยู่ในห้องแท้ๆ”ฮิมชานหาวปากกว้าง

 

 

“แล้วจงออบละ?”ยองแจมองซ้ายมองขวาหาบันนี่คนสุดท้าย ผ่านไปไม่กี่ชั่วอึดใจ จงออบก็รีบวิ่งมาจากด้านหลังของตึกที่เป็นส่วนกลางของทุกคน

 

 

“เอ่อ ขอโทษที่มาช้าครับ พอดีผมไปกวาดสุสานมา”ผู้ที่เด็กที่สุดในกลุ่มโค้งตัวขอโทษ

 

 

“ถ้าหน้าดินไม่เรียบก็เอาเจ้าฟันจอบนั่นไปเกลี่ยให้ก็ได้”ยงกุกเหล่มองไปทางฮิมชาน

 

 

“ต้องการตัวดูดไส้เดือนมั้ยจงออบ ปากไอ้นั่นกำลังใช้การได้เลยแหละ - -+

 

 

“โอ๊ย! พอ พอ พอได้แล้ว ผมเรียกทุกคนมาเพราะมีเรื่องสำคัญ ไม่ใช่ให้ทะเลาะกัน ฮือออออออออออ”ยองดิ้นไปมาก่อนจะหมุนรอบตัวเองหนึ่งรอบแล้วส่งเสียงจะร้องไห้อยู่ในลำคอ ทำให้ทุกคนหันมาสนใจยองแจกันอย่างไม่ได้นัดหมาย ทั้งสี่ยืนล้อมกันเป็นวงกลมด้านหน้าน้ำพุแล้วรอฟังบุคคลที่เรียกพวกเขามา

 

 

“วันนี้รูปปั้นนักบุญที่ปกป้องโรงเรียนเรามันหล่นลงมา!”ร่างเล็กบอกอย่างแตกตื่น

 

 

“ก็เอากาวไปติดซะก็สิ้นเรื่อง ประกอบๆเอาเดี๋ยวก็เหมือนเดิม”ยงกุกเสนอ

 

 

“ไม่ก็ไปเอาจากห้องเก็บของในโบสถ์มาตั้งใหม่ บาทหลวงไม่รู้หรอก ปีนึงเปลี่ยนรูปปั้นเป็นสิบ”ฮิมชานบอกปัดๆ

 

 

“เอ่อ...คือ รุ่นพี่ยองแจคิดว่าจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นเหรอครับ?”และแล้วพระผู้ช่วยให้รอดอย่างจงออบก็เอ่ยออกมา การที่จงออบเรียกยองแจว่ารุ่นพี่ทั้งๆที่อยู่ปีเดียวกันเป็นเพราะเขานับถือกันที่อายุ ไม่ใช่ที่ระดับการศึกษา ฉะนั้นจงออบจึงเรียกคนที่เรียนชั้นปีเดียวกันว่ารุ่นพี่หมดทุกคน

 

 

“นั่นแหละ!”ยองแจชี้ไปที่จงออบผู้ที่ตอบได้ตรงประเด็น

 

 

“ครั้งที่แล้วมันก็หล่น แล้วก็เกิดต้นไม้ล้ม แค่นั้นเอง”ร่างสูงมองไปที่ซากต้นไม้ที่ถูกลมพายุโค่นลงมา

 

 

“ก่อนครั้งที่แล้วก็มีเด็กนักเรียนโดนลูกเห็บขนาดเท่าลูกเทนนิสตกใส่หัวจนสลบเฉยๆนี่นา”ฮิมชานเสริมบ้าง

 

 

“แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกันนะผมสัมผัสได้!!

 

 

“สัมผัสห่าเหวอะไรของแกว้ะ -__-“ยงกุกใช้ฝ่ามือดันหัวยองแจจนบ๊อบเทสะบัดไปอีกทาง แต่ทว่าเจ้าตัวก็หันขวับกลับมาด้วยทวงท่าเหมือนนางแบบโฆษณาแชมพูสระผม

 

 

“จริงๆนะ! เหมือนกับว่าจะมีสิ่งไม่ดีเข้ามาในโรงเรียนเรา!

 

 

“แล้วอะไรที่ว่านั่นมันคืออะไรเหรอครับรุ่นพี่”คำถามของจงออบทำให้ยองแจหยุดชะงักไปทันที จากท่าทีแตกตื่นกลายเป็นถูกสาปให้ยืนแข็งราวกับหิน คนตัวเล็กกระพริบตาถี่ดูปฏิกิริยาของรุ่นพี่ตนก่อนจะเอามือปัดไปปัดมาข้างหน้ายองแจที่ยืนเอ๋อ

 

 

“หาคำตอบแล้วค่อยบอกฉันละกัน เสียเวลาดูแลผิวพรรณหมดเลย”ฮิมชานเอามือทาบแก้มตัวเองแล้วเดินหนี

 

 

“เอาหน้าไปไถดิน รับรองเนียนแน่ฮิมชาน”ยงกุกกอดอกมองหลังคนที่กำลังเดินออกไป

 

 

“เหมือนปากแกน่ะเรอะ - -+”ฮิมชานหันกลับมาพร้อมถลึงตา

 

 

“เออ”แค่คำคำเดียวทำให้คนหนึ่งคนไปต่อไม่ถูก ฮิมชานละความสนใจจากร่างสูงก่อนจะเดินกลับหอพักของตัวเอง ผิดกับสามคนที่เหลือที่ยังยืนล้อมกันอยู่

 

 

“ถ้าเรื่องไม่ดีที่ว่าไม่เกิดละก็...”แม้จะไม่มีคำพูดใดๆออกจากปากหัวหน้ากลุ่มบันนี่แต่ถ้าท่าทางที่แสดงออกมาคือการเอานิ้วโป้งปาดคอตัวเองแล้วชี้ไปที่ยองแจ ร่างสูงหันกลับไปทางโรงยิม ไม้เคนโด้ถูกกวัดแกว่งไปมาจนคนรอบข้างต้องรีบหลบกันเพราะกลัวจะตายก่อนวัยอันควร

 

 

จงออบยืนตัวตรงเพื่อเป็นการให้เกียรติให้แก่ผู้ที่จากไป(?)ก่อนจะยืนสบายๆ คนตัวเล็กกว่าเงยไปมองผู้ที่แต่งชุดขาวข้างกาย ยองแจยืนนิ่งอย่างใช้ความคิด จงออบเอียงคอมองอย่างฉงนแล้วยกมือมาขยี้หัวตัวเองเบาๆ เมื่อเห็นว่านานเกือบห้านาทียองแจยังไม่ขยับ ตนเลยใช้นิ้วสะกิดไหล่อีกคน หากแต่ ไม่มีการขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย

 

 

“รุ่นพี่ครับ...รุ่นพี่ยองแจ”จงออบเขย่าไหล่อีกคน

 

 

“หะ..หะ? อะไรนะ?”

 

 

“คือผมจะบอกว่า ผมจะไปทำความสะอาดสุสานต่อน่ะครับ ขอตัวก่อนแล้วเจอกันครับ~”การกล่าวอย่างเนิบช้าเป็นจังหวะสบายหูของจงออบสิ้นสุดลงพร้อมกับพื้นที่นั้นเหลือเพียงยองแจคนเดียว ชายผมบ๊อบทรุดนั่งบนขอบสระน้ำพุกามเทพ

 

 

“เออนั่นดิ เรื่องไม่ดีอะไรจะเกิดขึ้น?”ยองแจกรอกตาไปมาก่อนจะชันศอกเอามือเท้าคาง

 

 

 

 

 

เมื่อพ้นจากประตูหลังของโรงเรียนที่ขาวสะอาด อีกมุมหนึ่งของโรงเรียนที่ไม่มีคนกล้าเข้าไป หากเท้าก้าวพ้นประตูแล้วละก็ ทุกอย่างดูมืดมัวไปหมดเพราะต้นไม้ที่ขึ้นสูงอย่างต้นสน ต้นไม้พุ่มเตี้ยก็มีเพียงต้นเฟิร์นเท่านั้น ร่างเล็กของ มุน จงออบเดินออกมาด้วยท่าทีไม่เกรงกลัวอะไรเลยแม้แต่น้อย เชิ้ตสีขาวถูกเสื้อกันหนาวสีเทาปิดทับเหลือเพียงแค่ปกเสื้อเท่านั้นที่โผล่ออกมา

 

 

ไม่ว่าจะเป็นฤดูกาลไหนร่างเล็กนี้จะมาสถานที่ที่มีแต่กลิ่นอายของความตายอย่าง สุสาน เพื่อไปทำความสะอาดและดูแลให้มันเหมือนใหม่อยู่เสมอ เพราะความคิดอันไร้เดียงสาที่ว่ากลัวคนตายหลับตาไม่สนิทเพราะรอบข้างเต็มไปด้วยสิ่งสกปรก ฉะนั้นไม่ว่าจะคนเป็นหรือคนตาย ย่อมอยากมีสภาพแวดล้อมที่สวยสะอาดอยู่เสมอ

 

 

จงออบเดินตรงไปที่ป้ายหลุมศพก่อนจะคุกเข่าลงไปโค้งหัวให้อย่างเคย ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มให้ราวกับว่าไม่อยากให้คนที่นอนหลับอย่างสงบตรงนี้ต้องกังวลใจ

 

 

“คุณพ่อคุณแม่ครับ วันนี้ผมไม่สบายใจเลย”น้ำเสียงแผ่วเบาเหมือนกับกระซิบเอื้อนเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยก่อนจะถามต่อไปอีก

 

 

“สิ่งที่ไม่ดีจะเกิดขึ้นจริงๆเหรอครับคุณแม่?”มือเล็กยื่นออกไปสัมผัสแผ่นหินสีเทาที่เย็นยะเยือกก่อนจะเงยหน้าขึ้น

 

 

“แต่ผมไม่อยากให้เกิดเลยคุณพ่อ อย่าให้เป็นอย่างที่รุ่นพี่ยองแจบอกเลยนะครับ”จงออบจ้องมองป้ายหลุมศพทั้งสองสลับไปมาแล้วเอ่ยคำถามข้อสุดท้ายออกมาได้อย่างน่ารัก

 

 

“อ่า.. ผมสงสัยจังเลยที่รุ่นพี่ยงกุกพูด... ฟันรุ่นพี่ฮิมชานเอามาเกลี่ยดินได้เหรอครับ?

 

 

 

 

 

แม้โลกภายนอกจะสดใสแต่ยังมีสถานที่หนึ่งที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายอันตราย ตรอกซอกซอยเล็กคดเคี้ยว หากไม่รู้จักเส้นทางแล้วละก็ อาจจะหลงทางไปโผล่ที่ใดก็ไม่มีใครทราบหรืออาจจะไม่ได้กลับออกมาเลยอีกเป็นได้ เพราะบริเวณนี้เต็มไปด้วยบุคคลที่เรียกว่าอาชญากรอาศัยอยู่เต็มไปหมด ไม่ว่าจะด้วยการก่อคดีอะไรก็ตามแต่ไม่สามารถเอาผิดได้ จะให้พูดภาษาง่ายๆชาวบ้านๆเลยคงจะเป็นสถานที่ซ่องสุมคนเลว มีทุกระดับ ทั้งจิตปกติและไม่ปกติ แต่ละคนมักจะมีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเองที่คนทั่วไปจะเห็นว่าเป็นโรคจิต แต่แท้จริงแล้วพวกเขาเหล่านั้นอาจจะมีปัญหาทางจิตใจเฉยๆ

 

 

ประตูร้านเก่าคร่ำครึดูจะพังแหล่มิพังแหล่ อีกทั้งสนิมเกาะฝุ่นละลองจับไปทั่วเหมือนจะเป็นสถานที่ร้าง ใครที่เดินผ่านไปผ่านมาเป็นต้องเบือนหน้าหนีหรือแทบจะไม่สนใจด้วยซ้ำ และที่หนักไปกว่านั้นคือเดินย้อนกลับไปทางเดิม เพราะบางทีจะมีเจ้าสุนัขโดเบอร์แมนสีดำขลับสามตัวนอนเฝ้าอยู่ข้างหน้า และวันนี้ก็เช่นกัน เจ้าโดเบอร์แมนทั้งสามก็ยังทำหน้าที่นอนมอบอยู่อย่างเงียบเชียบ

 

 

ตึกรอบข้างถูกสร้างขึ้นโดยไม่มีการวางแผนผังมาก่อน จึงทำให้พื้นที่บริเวณนี้เต็มไปด้วยตึกสูงห้องแถวห้องเช่าและแหล่งซ่องสุม สำหรับโลกภายนอก ภาพเหล่านี้ถือว่าเป็นขยะของสังคม ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รวมไปถึงคนชรา หากอยู่อาศัยในนี้แล้วละก็ จะถูกตราหน้าว่า คนชั่ว

 

 

เพราะความคิดเหล่านั้นมันทำให้จิตใจของผู้คนในที่นี้เต็มไปด้วยความเกลียดชังและพร้อมที่จะก่อการร้ายขึ้นได้ทุกเมื่อเพื่อตอบสนองภาพที่คนในสังคมเห็น ทั้งๆที่พวกเขาไม่เคยคิดจะทำ แต่เมื่อถูกกดดันจากคำพูดและสายตา จึงไม่มีทางเลือกที่จะระบายความเจ็บแค้นในใจออกมาผ่านคดีในรูปแบบต่างๆ โดยที่ตำรวจไม่มีทางตามตัวได้เลยแม้แต่นี้ เพราะในแถบนี้นับว่ามีผู้ที่มีอิทธิพลสูง ตำรวจจึงไม่สามารถเข้ามาตรวจสอบได้

 

 

แหล่งรวมคนเลวนี้เต็มไปด้วย แหล่งบันเทิงเก่าๆ ซ่องโสเภณี ค้าสัตว์หายาก ค้ามนุษย์ ค้ายาทุกชนิด และรวมไปถึงอาวุธด้วยเช่นกัน

 

 

“เลือกได้หรือยังเซลโล่...”บุรุษที่สวมมาร์กสีดำปิดปากเอ่ยออกมาน้ำเสียงอู้อี้เล็กน้อยก่อนจะยืนกอดอกนิ่งเช่นเดิม เขายืนอยู่ในร้านนี้นับชั่วโมงจนขาแทบจะแข็ง ด้วยเหตุที่ว่าต้องพาเจ้าคู่หูตัวป่วนนี้มาเลือกซื้อปืนทดแทนปืนเก่าๆที่เขาปาทิ้งไปเมื่อเช้า

 

 

“อันนั้นก็เท่ อันนี้ก็เจ๋ง โอ๊ะๆ อันโน้นใหญ่ดีอะ!”เด็กหนุ่มผมหยิกเหมือนเส้นราเม็งกระโดดโลดเต้นไปมาขณะที่เลือกอาวุธให้เหมาะกับมือตัวเอง ดวงตาใสจ้องกระปอกปืนสีเงินวาวแวบอย่างตื่นเต้นก่อนจะวิ่งไปอีกทางเพื่อลูบลำกล้องปืนไรเฟิลที่มุมห้อง แต่ก็ไม่ทันไรก็หมุนตัวไปสนใจปืนคู่ด้านหลังตัวเอง สองมือนั้นหยิบมันขึ้นมาเพื่อวัดน้ำหนักกระปอกปืนว่ามันเหมาะกับตนหรือไม่

 

 

“อย่าช้า เหยื่อไม่เคยคอยใคร...”ถึงแม้ร่างสูงจะพูดอย่างนั้นแต่อีกฝ่ายเหมือนแกล้งทำหูทวนลม

 

 

“พี่แดฮยอน ไอ้พวกนี้เจ๋งชะมัด ขอหมดเลยได้ป่ะ? อันนั้น อันนี้ โน้น นู่น แล้วก็นั่น”เซลโล่ชี้มือชี้ไม้ไปทางปืนเกือบนับสิบกระปอก

 

 

อยากจะรู้...จะซื้อไปนั่งยิงหัวตัวเองหรือไง?

 

 

“ไม่ใช่เวลาเล่นเซลโล่...”มือหนาทั้งสองยกขึ้นมาโดยมีมีดสั้นเล่มบางอยู่ตามช่องระหว่างนิ้ว วินาทีนั้นเซลลโล่นับได้ว่ามันมีอยู่ 8 เล่มแต่หลังจากนั้นเขาก็ต้องเอียงคอหลบระลอกมีดที่ถูกปาออกมาซ้ายทีขวาทีจนใบมีดเล่มสุดท้ายก็ถูกส่งออกมาหมายจะปักกลางหน้าผาก แต่ทว่าเจ้าเด็กวนประสาทนี้กลับใช้มือปัดทิ้งโดยไม่กลัวว่าจะเกิดบาดแผลเลยแม้แต่น้อย และแล้วของเหลวกลิ่นสนิมก็ไหลออกมาจนคนที่อยู่ระยะไกลอย่างแดฮยอนยังได้กลิ่น

 

 

“โห่ย ก็อยากได้ทั้งหมดเลยนี่นา”เซลโล่บ่นอุบอิบก่อนจะยกฝ่ามือขึ้นมาเลียแผลตัวเอง “ก็ได้! งั้นผมขอเป็นปืนสั้นคู่นี้ละกัน!

 

 

“แค่นั้นก็จบ”คนอายุมากกว่าวางเงินฟ่อนใหญ่ลงบนโต๊ะให้เจ้าของร้านโดยไม่คำนึงถึงเงินทอน

 

 

“นี่ลุง”เด็กหน้าใสโน้มตัวลงไปที่โต๊ะแล้วชันศอกขึ้นเท้าคางตัวเองก่อนจะพูดต่อ “อุดหนุนมาจะร้อยปี ลดบ้างเด้”

 

 

“แล้วเจอกันข้างนอก เร็วๆด้วย..”แดฮยอนใช้เท้าผลักประตูออกอย่างไม่ใส่ใจ ยิ่งเน้นว่า เร็วๆ เซลโล่จึงกรอกตาไปมาแล้วคว้ากระปอกปืนพร้อมกระสุนชุดใหญ่กะจะเดินตามออกไปให้ทันก่อนประตูร้านจะปิด แต่ที่ไหนได้กลับเดินชนประตูร้านจนมันเกือบจะบุบไปครึ่งหนึ่ง

 

 

“อูย.. มันเจ็บยิ่งกว่าตอนตายอีกนะถ้าโดนแบบนี้เนี่ย!”เซลโล่ว่าเข้าให้แล้วเตะประตูเข้าอย่างแรงจนมันกระเด็นหลุดออก ทำให้โดเบอร์แมนด้านหน้าสะดุ้งโหยงกระโดดหลบกันใหญ่ก่อนจะส่งเสียงเห่าคำรามใส่ รองเท้าบูธดำขลับกระแทกส้นลงไปที่บานประตูจนเกิดเสียงดังก่อนจะหันกลับไปมองเจ้าของร้านที่ทำหน้าตื่นตกใจ

 

 

“ไอ้เงินทอนน่ะเอาไปซ่อมประตูร้านละกันนะลุง แบร่!”ไม่เพียงแค่พูดเซลโล่ยังทิ้งท้ายด้วยการแลบลิ้นกวนประสาท แต่ก็ไม่มีใครการพูดอะไร เพราะแดฮยอนและเซลโล่ต่างเป็นลูกค้าเงินหนัก แถมยังมาเป็นประจำอีกด้วย

 

 

เซลโล่มองสลับขวาทีซ้ายทีเพื่อหาบุคคลที่มาด้วยกัน แต่ทว่าก็ไร้เงา ไม่รู้ร่างสูงนั้นจะรีบไปไหนนักหนา และมักจะเป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่ทำงานรับจ้างฆ่า ทิ้งให้เจ้าเด็กตัวสูงนี้เซ็งเล่นเพราะตัวเองชิ่งไปให้โดนฆ่าก่อน แต้มการตายจะได้เพิ่มขึ้น พอเซลโล่ไปสมทบเขาก็ฟื้นพอดี ขณะที่คนหัวหยิกหยอยบ่นบุคคลที่ตัวเองหาอยู่ สิ่งมีชีวิตหนึ่งบินโฉบมาเกาะหัวเขาอย่างออดอ้อนก่อนจะตามมาด้วยสัตว์เลื้อยคลานตัวขาวที่เคลื่อนที่ตัดหน้าเขาไปอย่างรวดเร็ว

 

 

“นั่นไวเปอร์นี่นา”คนตัวสูงมองตามงูเห่าเผือกก่อนจะออกตัวเดินตาม เพราะแดฮยอนชอบส่งไวเปอร์มานำทางให้เสมอ เส้นทางที่ไวเปอร์พาไป มันวกวนจนแทบจะจำไม่ได้ แต่สมองไอคิวระดับเซลโล่มีหรือจะจำไม่ได้ เดินแค่ครั้งเดียวก็สามารถจำได้ไปอีกสิบปี

 

 

“รีบขนาดนี้ จะวางแผนไปตายก่อนอีกใช่มั้ยเนี่ยหะ?”เซลโล่พูดขึ้นทันทีที่เห็นแดฮยอนยืนซุ่มมองบางสิ่งที่อยู่หลังประตูเหล็กดัดสนิมขึ้นแต่แล้วเจ้าเด็กตัวกวนนี้ก็ถูกสวนด้วยมีดสั้นขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมจนต้องใช้มืออีกข้างปัดทิ้ง เจ้าชูการ์ไรเดอร์รู้หน้าที่ของมันดีจึงไต่ลงมาจากศีรษะทองไปยังมือทั้งสองที่ได้รับบาดเจ็บจนเนื้อสมานกันเป็นดังปกติก่อนจะกลับไปนอนบนหัวเจ้าของมันต่อ

 

 

“เงียบๆ...”เสียงที่เล็ดลอดออกมาจากมาร์กว่าฟังยากแล้ว และยิ่งแดฮยอนพูดเบาลงกว่าเดิมนี่ทำให้เซลโล่ถึงกับต้องตั้งสมาธิฟังเพื่อที่จะได้ความหมายไม่คาดเคลื่อน เด็กตัวสูงย่อตัวลงพลางเดินเข้าไปใกล้เพื่อจะได้มองดูว่าอีกคนกำลังสังเกตการณ์อะไรอยู่

 

 

“เป้าหมายนี่นาพี่แดฮยอน”ชายเบื้องหน้าทั้งสองกำลังขึ้นรถที่เต็มไปด้วยบอดี้การ์ดห้อมล้อม

 

 

“อือ บอกแล้วว่าเหยื่อมันไม่รอเราหรอก”

 

 

“นี่ แปลว่าพี่รู้อยู่แล้วว่ามันอยู่แถวนี้?”เซลโล่มองหน้าอีกคนเพื่อคาดคั้นหาคำตอบ “แล้วทำไมพี่ไม่บอกผมเลยเล่า! โด่ว!

 

 

“เปล่า พอดีเห็นมันบนตึกตอนที่ออกมารอนายข้างนอก”แดฮยอนเหลือบมองคนที่ถามก่อนจะหันกลับทางเดิม

 

 

“กี่วิน่ะ -__-.”เซลโล่ขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความงง เพราะตอนที่แดฮยอนก้าวเท้าออกจากร้านมันแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น สายตาของแดฮยอนอะไรจะดีปานนั้น

 

 

“เปิดประตูออกมาก็เห็นเลย”

 

 

“อย่ามาตอบหน้าตายแบบนี้นะพี่แดฮยอน ดูระยะทางดิ มันไกลนะเห้ย!”คนอายุน้อยกว่าหันไปมองทางที่ตัวเองมาสลับกับสถานที่พวกเขาอยู่ขณะนี้

 

 

“มันไม่ไกลหรอก แค่ทางมันอ้อมไปอ้อมาทำให้ดูเหมือนไกล ฉลาดได้แค่นี้เหรอเซลโล่?”เมื่อถูกถามด้วยคำถามแบบนั้นทำให้คนฟังถึงกับเงียบลงก่อนจะทำปากขมุบขมิบบ่นไม่ได้ศัพท์

 

 

“เหยื่อขึ้นรถไปแล้ว..”แดฮยอนชี้ไปที่รถราคาแพงสีทมึนที่พึ่งได้ออกตัวไปไม่กี่นาที

 

 

“สงสัยต้องใช้มาโทกิแล้วสิพี่แดฮยอน?”

 

 

“หรือนายจะวิ่งไปฉันก็ไม่ว่า...”ดวงตาคมหันกลับมามองผู้ร่วมสนทนาด้วยแล้วเดินออกไปเพื่อจะไปนำสิ่งที่เรียกว่ามาโทกิออกมาจากซอกหลืบมืดมิดที่จอดอยู่ข้างร้านอาวุธเมื่อครู่ และเจ้ามาโทกิที่ว่านั้นก็คือ มอเตอร์ไซด์ที่สั่งทำพิเศษและมีเพียงสองคันเท่านั้นในโลก ด้วยกำลังเงินมหาศาลจึงสามารถจ้างนักออกแบบชั้นดีและผู้ประกอบรถระดับโลกมาประดิษฐ์มาโทกิออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เต็มไปด้วยออพชั่นที่แดฮยอนและเซลโล่บอกเสริมไปตอนประกอบโครงเกือบเสร็จ

 

 

“ระวังผมเอากระสุนเจาะล้อมาโทกิพี่แล้วจะหนาว”เซลโล่ทำแก้มอมลมแล้วบ่นอุบอิบ พลางเดินเข้าไปใกล้ ทั้งๆที่รู้ว่ายงล้อรถของคนทั้งสองนี้ ไม่มีทางเลยที่กระสุนลูกเล็กๆจะเจาะเข้าไปได้เลย

 

 

“อย่ามั่วแต่บ่น... รีบขึ้นมาได้แล้ว”ผู้ที่นั่งคร่อมมอเตอร์ไซด์ราคาแพงสวมหมวกกันน็อคสีดำสนิทแล้วเริ่มสตาร์ทรถด้วยระบบแสกนนิ้วมือทันที เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มตามแรงบิดราวกับต้องการที่จะประกาศให้รู้ว่าใครใหญ่ในที่นี้ ไวเปอร์เคลื่อนที่เข้ามาใกล้ก่อนจะเลื้อยเข้ากระเป๋าเสริมที่ติดอยู่ข้างรถอย่างรู้หน้าที่ เซลโล่ก็เช่นกัน หลังจากบ่นอยู่คนเดียวก็ฟาดขาคร่อมมาโทกิของตนพร้อมกับหยิบมาร์กลายเขี้ยวไดโนเสาร์มาสวมปิดใบหน้าส่วนล่างของตน

 

 

เครื่องยนต์ทั้งสองถูกบิดเร่งจนเครื่องร้อนกำลังได้ที่ และพร้อมที่จะออกตามติดเป้าหมาย ซึ่งแดฮยอนไม่รอช้าที่จะคลายมืออีกข้างที่กดเบรกเอาไว้แล้วปล่อยให้มาโทกิของตนพุ่งทะยานไปข้างหน้าโดยมีเซลโล่ตามหลังมาติดๆ เด็กร่างสูงพยายามเร่งความเร็วให้ขนาบข้างแดฮยอนแล้วหันไปมาเป็นระยะเพื่อรอฟังแผนการ

 

 

“พอออกถนนใหญ่ เราแยกเป็นสองทาง ฉันขวา นายซ้าย ตามประกบข้าง และพยายามอย่าให้มันได้เข้าในตัวเมืองได้ ไม่งั้นได้เปลี่ยนแผนใหม่แน่”น้ำเสียงอู้อี้ถูกส่งผ่านออกมาจากมาร์กสีดำอีกทั้งสวมหมวกกันน็อคก็ยิ่งทำให้ฟังยาก แต่ทว่าเซลโล่กลับชินไปเสียแล้ว มาโทกิดำขลับคาดลายสีฟ้าบังคับให้เบี่ยงตัวไปทางขวาซึ่งเป็นการเคลื่อนที่ย้ายตำแหน่งไขว่กัน แดฮยอนก็เร่งเครื่องย้ายไปอยู่ทางขวาก่อนจะแยกจากกันเพราะจากที่ถนนในตอนแรกเป็นเส้นเดียว แต่ขณะนี้มันแยกเป็นซ้ายและขวาตามแผน

 

 

ทางสามแพร่งนี้แยกให้คนทั้งคู่ตีออกจากกัน ดวงตากลมแฝงแววขี้เล่นโน้มตัวต่ำลงเพราะต้องโต้กับลมที่เข้ามาปะทะหน้าเนียนใสเป็นระยะ ปิก้าที่เคยเกาะอยู่บนหัวของเขาก็คลานลงไปซ่อนตัวอยู่ในเสื้อด้านหลังไปแล้ว ไม่งั้นมันอาจจะเสี่ยงต่อการปลิวเนื่องจากความเร็วของมาโทกิตัวนี้มันเกิน 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ไปแล้ว มีบางครั้งก็ต้องหักหลบสิ่งกีดขวางที่เกะกะสายตาอย่าง ถังขยะล้มระเนระนาดหรือจะเป็นถังน้ำมันขึ้นสนิมที่วางไม่เป็นระเบียบ ไหนจะสิ่งมีชีวิต แมว สุนัข หรือ ฝูงนกกา เขาเริ่มรู้แล้วว่าทำไมแดฮยอนให้เขามาเส้นทางนี้ เพราะเส้นทางขวามันเรียบง่ายกว่าน่ะสิ

 

 

ชอบให้มาผจญภัยก็ไม่บอก!

 

 

และจริงอย่างที่เซลโล่คาดเดา เส้นทางของแดฮยอนแทบจะไม่มีอะไรมาวางระเกะระกะเลย มีแค่เพียงตึกที่ไม่ได้ถูกจัดให้เป็นระเบียบตามแผนผังเมืองจึงต้องลัดเลาะบ้าง แต่สำหรับคนที่ชำนาญเส้นทาง มันก็ไม่ยากนัก ถึงกระนั้นมันก็เสียเวลาไปบ้าง หากเร่งๆเบรกๆมาโทกิแบบนี้ มีหวังเซลโล่ได้เจอเป้าหมายก่อน และมันก็จะผิดแผนที่วางไว้ เรื่องนี้ทำให้แดฮยอนร้อนใจมากกว่าเดิมจึงไม่สนใจจะเบรกลดความเร็วยามเข้าโค้งหรือหักหลบอะไร อะไรที่ไม่ใช่ตึกคอนกรีตเขาพร้อมที่จะพุ่งเข้าชนทุกเมื่อ หากมันขัดขวางการทำงานของเขา

 

 

เอี๊ยด! มาโทกิลวดลายฟ้าเบรกด้วยความตกใจจนเกิดเสียงล้อเสียดสีกับพื้นยางมะตอยจนดังไปทั่ว แต่ทว่ามันยังไม่หยุดทันที ทำให้เซลโล่ต้องใช้ขาลงมายันไว้จนรถมอเตอร์ไซด์คันใหญ่ถึงกับหมุน 360 องศาอยู่ 2-3 รอบ ถึงจะหยุดได้ เสียงเครื่องยนต์ยังคงดังกระหึ่มเหมือนจะต้องการขู่ขวัญบุคคลที่ยืนอยู่ข้างตนเอง ผู้ที่กำลังขัดขวางการเดินทางของเขา

 

 

“เฮ้ ลุง หลบทางหน่อยดิ”เซลโล่ขมวดคิ้วเข้าหากันแล้วลดระดับมาร์กปิดปากลงมา แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้สนใจคำพูดของเด็กน้อยนี้เลย

 

 

“โห่ย”เจ้าเด็กกวนประสาทส่งเสียงเบือนหน่ายออกมาก่อนจะพูดต่อ “นี่ ผมไม่ได้มีเวลานั่งว่างมองหน้าลุงได้ทั้งวันหรอกนะ อีกอย่างก็กำลังทำงานอยู่ ฮ่วย!

 

 

เมื่ออีกฝ่ายเห็นเซลโล่ใส่มาร์กปิดปากและเตรียมที่จะบิดมอเตอร์ไซด์ผ่านตัวเองไป กลุ่มคนจำนวนมากก็เดินออกมาจากที่ซ่อน ในมือมีอาวุธครบมือ ทั้งไม้หน้าสาม ท่อนเหล็ก มีดสปาต้า มีดสั้น ดาบซามูไร รวมไปถึงปีนพก ปืนยาว และคนที่ถือล้วนแต่เป็นชายฉกรรจ์

 

 

“โอ้โห กี่คนเนี่ย?”ดวงตากลมเบิกตาโตเนื่องจากตื่นเต้นกับอาวุธที่เห็น และดูจากจำนวนคนแล้ว คงจะประมาณ 30-40 กว่าคนได้ เพราะเล่นปิดทางที่เขาจะออกไปซะแน่นหนา

 

 

“ตาลุงพวกนี้อิจฉาในความหล่อของผมละสิ เฮ้อ คนหล่อหนักใจจังเลย”แม้จะเห็นวัตถุอันตรายมากมายแต่เซลโล่ก็ยังคงพูดเล่นอีกทั้งยังพูดเข้าข้างตัวเองอีกตะหาก แต่อีกฝ่ายยังคงนิ่งงันไม่มีการขยับตัวใดๆ มีแต่สายตามุ่งร้ายจับจ้องไปยังคนที่อยู่บนมาโทกิ ปิก้าที่อยู่บนหลังในเสื้อของเซลโล่ก็ถูกสั่งให้ออกไปอยู่ข้างนอก เพราะหากมันได้รับบาดเจ็บ คนที่แย่ก็จะคือเจ้านายมันเอง

 

 

“นี่ เป็นใบ้กันหมดหรือไง? หรือไม่เข้าใจภาษาคนหล่อ... อ้าวเห้ย!”เซลโล่ส่งเสียงตกใจออกมาก่อนจะเอียงหัวหลบกระสุนปืนที่ถูกยิงออกมาจากกลุ่มคนเหล่านั้น

 

 

“เดี๋ยวสิลุง! ลุงหน้าคุ้นๆนะ ไอ้คนที่ถือปืนสั้นสีเงินนั่นน่ะ”นิ้วเรียวชี้ไปยังคนที่อยู่หน้าสุด คนที่มาขวางเขาไว้ตั้งแต่แรก แผลเป็นที่คอลากยาวลงไปถึงช่วงอก ดูก็รู้ว่าฝีมีดลากแปลกๆแบบนั้นเป็นของใคร จอง แดฮยอนไงเล่า ดูท่าเจ้าคนนี้จะเป็นลูกน้องเก่าของบุคคลที่พวกเขาได้ไปสังหารมาแล้ว

 

 

“แหม่ พี่แดฮยอนทำงานพลาดอีกแล้ว”พูดไม่ทันขาดคำมือถือข้างตัวก็ดังขึ้น เซลโล่กดรับโดยไม่สนใจผู้คนที่แผ่รังสีอำมหิตใส่เขาเป็นระยะ

 

 

[เจอญาติเก่าแล้วละสิ] เสียงพูดอู้อี้บวกกับลมแรงๆก็เดาออกเลยว่าแดฮยอนใช้สมอลทอร์กคุยกับเขาพลางขับมาโทกินั่นไปด้วย

 

 

“เก่ามากซะด้วย เห? นี่ แปลว่าพี่รู้อ่าดิว่ามันยังไม่ตาย?”เซลโล่เริ่มรู้สึกตะหงิดๆแปลกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

 

 

[ใช่ ฝากเก็บกวาดด้วยละกัน แล้วจะชะลอความเร็วรอ]

 

 

“แล้วทำไมไม่มาทำเองเล่าหา!”เซลโล่แทบจะอยากฝากกระสุนเข้าไปในมือถือให้รู้แล้วรู้รอด แต่ติดที่ว่าเขายังไม่ได้ซื้อเครื่องสำรองเอาไว้ ชายฉกรรจ์เริ่มขยับตัววิ่งเข้ามาโอบล้อมเซลโล่เอาไว้

 

 

[...นายมันฝีมือห่วย ฝึกไว้เยอะๆแหละดีแล้ว ถ้าให้ฉันเก็บละก็.. พริบตาเดียวก็ตายหมด เพราะฉันมันเก่ง]


___________________________________
กลับมาแล้วจ้า หลังจากห่างหายไปนาน =]

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

508 ความคิดเห็น

  1. #508 Shawdy☆Lloyd (@dark-arcobaleno) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 23:42
    น้องโล่ที่ว่าหลงตัวเองแล้ว อิแด้หลงตัวเองยิ่งกว่า ไอ่ชิบหา---
    #508
    0
  2. #501 เจ้าบ้าไอติม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กันยายน 2557 / 19:03
    บังชานแซะกันตลอดเลยน้า

    เมื่อไหร่แดออบจะเจอกัน?
    #501
    0
  3. #430 Dami's (@9328987) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มีนาคม 2557 / 15:42
    ออบนั่นก็ซื่อไป บังก็ทะเลาะฮิมชานเรื่องฟันอยู่นั่นแหละ 
    #430
    0
  4. #333 nan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2556 / 05:26
    ออบจ๊ะ! อย่าไปใส่ใจที่บังพูดเรยนะ บังชานแค่กัดกันเฉยจ๊ะ 55555

    แด้แกโหดกะโล่จัง แร้วเมื่อรัยจะเจอกันซะทีอ่ะ แดออบ!!!!
    #333
    0
  5. #308 GwaJeuB 과즙HottesT (@gwajeub) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กันยายน 2556 / 14:24
    ออบซื่อมากอ่ะ5555
    #308
    0
  6. #299 MicKy (@MP_mick) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2556 / 16:01
    ชอบเวลาที่ฮิมกับบังทะเลาะกันมากอ่ะ แต่ละประโยคที่ออกมาฮาแตกกระจายเลย

    จงออบหนูจะใสซื่อไปไหนอ่ะ ความคิดของน้องยังเด็กนัก ถ้าอยากรู้สงสัยต้องจับฮิมมาลองดูแล้วล่ะ

    โล่กับแด้ที่โหดได้เสมอต้นเสมอปลาย แถมวิธีการฆ่าแต่ละครั้งน่ากลัวมาก
    #299
    0
  7. #289 'BaBesTyB.OY2ST (@krkrse001) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2556 / 09:30
    คือออบแบบ.. ซื่อได้น่านักมาก ฟันหน้าฮิมมันใช้สำหรับเรื่องแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ 55555. แอบจังแด้เบาๆ เคอะ ไหงปล่อยให้โล่โดนรุมอยุ่คนเดียวละ -3-
    #289
    0
  8. #247 Sasoshi (@sasoshime) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 23:02
    ออบบี้ใสซื่อไปนะ55555 
    #247
    0
  9. #224 KUNG (@kung) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 เมษายน 2556 / 20:28
    คือออบไร้เดียงสาไปปร้ะ ?

    5555555555555555
    #224
    0
  10. #212 chanmo (@chanmo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มีนาคม 2556 / 13:49
    เฮ่ยๆ!!!!!!มันอะ เอาแล้ว จะมีหรือว่าจพกลัว โคตรลุยอะ โคตรแท้อะ ไม่รู้ว่สบอกว่าอะไรแล้วเนี๊ย แบบอ่านไปแล้วแม่งโคตรมันอะ ออบแบบที่ยอมเข้าในสุสานแบบไกลัวเพราะว่าไปหาพ่อกับแม่นี่เอง งั้นก็แสดงว่าออบไม่มีใครอะดิ เหงามั๊ยออบ แล้วก็ซื่อได้ใจเลยอะ เชื่อที่ยงกุกพูดอีก ฮ่าๆ แจแจ้นี่ขี้ตื่นตัวไปเนอะ ตลกดี เมื่อไหร่ โล่กะแจจะเจอกันอะ แต่ว่าแด้อะเย็นชามากอะ เย็นจนน่ากลัวอะ ออบก็เอาแตอยู่ในสุสานจะเจอกันยังไง แต่แด้อะ พูดไม่แคร์ความรู้สึกโล่เลยอะ กระด้างมากนะ
    #212
    0
  11. #199 My spring roll (@piano-pooh) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มีนาคม 2556 / 19:02
    ออบ ถ้าจะทำร้ายมาดามขนาดนี้ =[]=
    #199
    0
  12. #164 ฝนตกซ่าๆ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2556 / 16:11
    ออบคะไร้เดียงสาเกินไปแล้วนะ โล่ก็ลาวแตก มีฮ่วย! ด้วย 555



    สนุกมากเลยค่ะไรต์ ไปอ่านตอนต่อไปและ ^^
    #164
    0
  13. #150 ภรรยาฮยอกแจ (@kunbright) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มกราคม 2556 / 22:12
    ออบ 5555555 ถ้ามาดามมาได้ยินนี่ มีเรื่องนะ 55555
    แด้รักน้องมากเลยสินะ ดูเลือกทางให้ -*- ดูมัน
    แจ้ใจเย็นนะแก แกใจเย็นๆก่อน 55555 หอบแทน 
    #150
    0
  14. #142 RinKi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มกราคม 2556 / 13:43
    มันเป็นลางสังหรณ์ที่ ยองแจ สัมผัสได้ เพียงแต่ไม่รู้ว่าสัมผัสได้ อะไร ? ก็เท่านั้นเอง



    มุน จงออบ จะน่ารักไปมั๊ย แต่ถ้าฟันฮิมเกลี่ยดินได้ งั้นปากบังก็ดูดไส้เดือนได้ซิ



    เอ่อ ... ดูเป็นสิ่งมีประโยชน์ที่เข้าคู่กันได้ดีนะ



    นี่ เซลโล่ ฝีมือยังไม่เข้าขั้นอีกเหรอ แดฮยอนถึงได้ส่งน้องมาฝึกพิเศษเต็มครอสขนาดนี้



    พยายามฝึกหน่อยแล้วกันนะโล่ เผื่อจะได้เก่งแบบแด้
    #142
    0
  15. #134 ice (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มกราคม 2556 / 19:17
    ออบซื่อไปไหมตัวเทอ

    เท่มากอ่ะ เซลโล่กะแดฮยอน
    #134
    0
  16. #126 love (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 11:51
    ออบนายซื่อได้อีก

    พี่น้อง2คนยนี้เท่ดีอ่ะ
    #126
    0
  17. #94 yu.mea_i.kea (@yukea-imea) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2555 / 19:22
    อ่านแล้วค่อยเม้น -0-''''//นิยายหนุกมากจิง ๆ >,<
    ...
    เอิ่ม..ฟันเฮีย....เอิ่มมมมมม -[]-'
    #94
    0
  18. #66 แดออบแดบัก! (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2555 / 23:48
    ป๊าดดดด! หลงตัวเอง

    5555 แด้มันหลงตัวเอง!

    เออแกมันหล่อ เก่ง ดิบ เถื่อน

    พอใจไหมห้ะ!?

    จงออบอาคนดีจริงๆนะเนี่ย

    ซื่อมากเลยอะ

    ถ้าเจอคนเลวๆแบบแด้จะเป็นไงเนี่ย

    โล่ปากแกนี่ 55555

    ฟันฮิมชาน..เกลี่ยดินได้นะ #โดนเตะ 5555

    #66
    0
  19. #55 ~PrIeWii~ (@superpriew) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2555 / 17:13
    ออบ...บางทีแกก็ใสซื่อบริสุทธิ์เกินไปนะ 55555555555
    จะเอาฟันอิฮิมมาเกลี่ยดิน 5555555555555

    แดโล่สู้ๆ 5555555555 เพิ่มเเต้มอย่างน่าสงสาร
    #55
    0
  20. #37 Miss Mhee~ (@byulahmm) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กันยายน 2555 / 19:50
    ออบน่ารัก&gt;&lt; ถามว่าฟันฮิมเกลี่ยดินได้มั้ย ? 55555
    #37
    0
  21. #26 ดุงดุงงี่>>3 (@janejibi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2555 / 18:18
    โอ้ จงออบ นายย 555 
    #26
    0
  22. #22 Itamaji-u (@itamaji-u) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2555 / 00:01
    ฮิมชาน:น็อคเอาท์ ยงกุก:วินเนอร์
    พอเถอะฮิมแกอย่าไปเถียงกับบังเลยยิ่งเถียงแกยิ่งแพ้อ่ะ-____-
    ขำออบตรงที่ถามแม่เนี่ยแหละว่าฟันฮิมเอาไปเกลี่ยหน้าดินได้ด้วยเหรอ?5555555ฮิมได้ยินมันจะเป็นไงเนี่ย
    แจแตกตื่นมาก. ถ้าไม่มีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นแจควรเตรียมตัวเก็บกระเป๋าหนีเฮียบังอ่ะนะ=___=;;;

    แดกับโล่อายุเท่าไหร่กันเนี่ย!?  
    ชื่อมอเตอร์ไซเท่ห์อ่ะ>[]<
    #22
    0
  23. #18 THYGDUCB (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2555 / 14:46
    สองศรีพี่น้องคู่นี้เท่มากกกกกกกก

    กรี๊ดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!

    ๅอะไรมันจะน่ารักกันขนาดนี้ ไม่ไหวแล้ว



    ไรเตอร์รีบมาต่อไวๆนะ เมื่อไรสองคนนั้นจะได้เจอกันอ่าา ทนไม่ไหวแล้ววววววววว

    Fighting ไรเตอร์
    #18
    0
  24. #17 Kiss's Ocean (@tedtsu) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2555 / 21:37
    ถึงรูปปั้นจะแตกเพราะแมวชน แต่มันก็คงมีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นจริงๆแหละ - -' คู่หูสุดแสบนั่นไง ฮ่าๆๆๆ

    ฮิมกับกุกกัดกันบ๊อยบ่อย เรื่องนี้คู่กันใช่มั๊ยเนี่ย > < จิ้นรออออ~

    ออบถามอะไรได้น่ารักมาก ไม่รู้หรอลูกว่านั่นมันเป็นประโยคกัดกันของบรรดาฮยอง ฮ่าๆ

    แด้แกล้งน้อง -*- เอาน้องไปเจอกับคนตั้ง30-40คนได้ไง เง้อออออ

    เอาเถอะ ฆ่ายังไงก็ไม่ได้ เผลอๆได้แต้มเพิ่มอีก สู้ๆไว้เจโล่!!
    #17
    0
  25. #16 i-tim-yine (@i-tim-yine) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2555 / 16:02
    ออบน่ารักเว่อร์
    คิดว่าฟันหิมชานจะเกลี่ยดินได้


     
    ไม่มีอีกแล้วในโลกนี้


    แดโหดกับเซลโล่ตลอด


    แล้วเมื่อไหร่จะได้เจอกันซะที
    #16
    0