[FIC B.A.P] Countdown (dae x up)

ตอนที่ 23 : Countdown [20] The end

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 242
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 มี.ค. 57

[20]

 

 

 

 

ป่าเขาอันเงียบสงบในยามเช้ามันกลับปลุกคนที่อยู่ในเต็นท์ให้ลืมตาขึ้นมา ริมฝีปากที่เพียงเอ่ยคำไม่กี่คำมันก็เป็นจริง หากแต่มันกลับใช้ไม่ได้กับบุคคลต้องคำสาป รวมทั้งผู้ที่ต้องการทำลายชีวิตของชายทั้งสองนั้น ชานยอลยันกายลุกขึ้นนั่งฟังเสียงอันผิดปกติด้านนอก ฝีเท้าจำนวนมากเหยียบย่ำลงบนพื้นแถมยังมุ่งหน้ามาที่นี่ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง

 

 

“วันนี้มาถึงแล้วสินะ” เรียวปากเหยียดยิ้มก่อนจะเตรียมตัวดูหนังสดที่กำลังจะฉาย ไม่ต่างจากชายหนุ่มเชื้อสายจีนที่พักอยู่บนห้องของรีสอร์ท

 

 

“คริส ฉันแต่งตัวเสร็จแล้ว ไปเลยมั้ย?” กิจกรรมของค่ายอาสาในวันนี้คือเดินชมป่า

 

 

“อืม” ร่างสูงทอดสายตาไปยังจุดที่ไกลจากนี้ พบว่าในจุดๆนั้นกำลังเคลื่อนไหวแปลกประหลาด ต้นไม้สั่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นกต่างบินแตกรังออกมาเต็มท้องฟ้า

 

 

“มันกำลังจะเริ่มแล้วเหรอ?” ซิ่วหมินเดินเข้าไปใกล้อีกคน

 

 

“อืม ไปเถอะ” ว่าแล้วก็เดินนำออกไปที่ประตูหน้าห้อง โดยมีซิ่วหมินวิ่งตามไป คนทั้งสองเดินลงมาที่หน้าล็อบบี้ก็พบว่าเหล่ารุ่นน้องพวกเขากำลังขนของลงมาเตรียมกลับโรงเรียน แวบหนึ่งที่ซิ่วหมินสบตากับแดฮยอน เขากลับไม่เห็นแววตา มีเพียงแค่สีดำหม่นเท่านั้น มันกำลังบ่งบอกว่า ชีวิต กำลังหายไป

 

 

“จะกลับกันแล้วเหรอ?” อดีตรองหัวหน้ากลุ่มเด็กพิเศษถามขึ้น

 

 

“ครับรุ่นพี่ แล้วกำลังจะไปไหนกันเหรอ?” ยองแจส่งกล่องให้จุนฮงก่อนจะมายืนคุยกับซิ่วหมิน

 

 

“ทำกิจกรรมค่ายของชมรมน่ะ กลับดีๆละ ให้ครบทุกคน” คำพูดที่ค่อนข้างแปลก แต่มันก็ทำให้คนฟังพยักหน้ารับไว้ก่อน

 

 

“แล้วเจอกันใหม่นะรุ่นพี่!” เลขาฯประจำกลุ่มโค้งตัวทำความเคารพเมื่อเห็นว่าชายทั้งสองได้เดินจากไปแล้ว

 

 

“คุยกับใครน่ะยองแจ?” ฮิมชานที่พึ่งเดินเข้ามาถามขึ้น ร่างโปร่งมัวแต่จัดของอยู่ท้ายรถตู้จึงไม่เห็นว่าคู่สนทนาเมื่อครู่เป็นใคร

 

 

“รุ่นพี่ซิ่วหมินไงครับ”

 

 

“ยองแจ เซลโล่ขนของของเซลโล่หมดแล้วนะ” ยามใดที่เรียกชื่อยองแจเขาต้องกระโดดหนีก่อนที่จะโดนมืออรหันต์ฟาด

 

 

“บอกกี่ทีว่าให้เรียกว่า พี่’!!!” เมื่อตีไม่ได้ก็เลยแผดเสียงใส่แทน

 

 

“มันไม่ถนัดหนิถ่อว์” เด็กน้อยบุ้ยปาก “เซลโล่อยากจะขออะไรอย่างนึง...”

 

 

“อะไรอีกละ?” ยองแจยกกระเป๋าเสื้อผ้าพร้อมกับเดินไปที่รถ

 

 

“เขียนไดอารี่ตั้งแต่เราเจอกันครั้งแรกให้หน่อยได้ป่ะ?” ความจริงเขาอยากให้ยองแจลองนึกสมัยตอนที่คนตัวเล็กยังเป็นเด็ก เผื่อว่าอาจจะจำเขาได้

 

 

“...จะเอาไปทำอะไร?” แม้จะไม่ได้ปฏิเสธทันทีแต่ก็สงสัย

 

 

“ได้ป่ะละ!” จุนฮงกระโดดโหยงเหยงไปมารอบตัวยองแจ “แบบตอนนั่งอยู่ในรถรอเซลโล่งี้”

 

 

“แล้วจะไปไหน?” เพราะอีกไม่กี่นาทีรถก็จะออกแล้ว

 

 

“ไปห้องน้ำ” แต่เมื่อดูจากสายตาแล้ว มันไม่น่าจะใช่ห้องน้ำ

 

 

“จะไปห้องน้ำนานเป็นปีเป็นชาติหรือไง...”

 

 

“ก็นานพอที่ยองแจเขียนไดอารี่ได้แหละน่า” พอโดนตี เด็กน้อยก็รีบวิ่งหนีไปหาแดฮยอนที่อยู่อีกด้าน

 

 

“อะไรของเขา...” ยองแจอดกังวลไม่ได้ บาดแผลบนต้นแขนนั้นยังไม่หายดี แถมท่าทางที่เหมือนไม่ได้ไปแค่ห้องน้ำนั่นทำให้เขาคิดมาก กลัวว่าจะแอบไปเล่นอะไรแผลงๆจนได้แผลเพิ่ม แต่ถึงกระนั้นเขาก็ขึ้นไปนั่งรอบนรถเหมือนกับพี่ใหญ่ทั้งสอง ผิดกับจงออบที่ยังอยู่กับแดฮยอน

 

 

“ขึ้นรถไปก่อนเถอะ เดี๋ยวตามไป” น้ำเสียงนุ่มเอ่ยขณะลูบผมนุ่มของคนตรงหน้า ส่วนสายตาเขากลับไปจดจ้องที่จุนฮงแทน

 

 

“ไปด้วยกันสิ” ความจริงจงออบไม่อยากอยู่ห่างจากแดฮยอนเลย กลัวว่าจะเกิดเรื่องแบบนั้นอีก

 

 

“มีเซลโล่อยู่ด้วย ไม่เป็นไรหรอก แค่ห้องน้ำเอง” ว่าแล้วเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวน้อยของจุนฮงก็บินมาเกาะหัวแดฮยอน ทั้งที่ตอนแรกมันถูกปล่อยให้อยู่ในป่าเพื่อคลายเครียดจากการที่ต้องอยู่ในเมืองเป็นเวลานาน บัดนี้มันกลับมาหาบุคคลที่มันคุ้นเคยแล้ว

 

 

“จริงๆนะ?” เด็กหนุ่มไม่ยอมปล่อยชายเสื้ออีกคน จนกระทั่งผ้าสีดำมาจรดริมฝีปาก นี่คือมาร์กปิดปากที่แดฮยอนชอบใส่เป็นประจำ ตอนนี้เขาอยากให้จงออบเก็บมันไว้

 

 

“รู้มั้ยว่าทำแบบนี้มันคืออะไร?” คนที่สูงกว่ายิ้ม

 

 

“...” จงออบส่ายหัวไปมา

 

 

“หมายความว่า ฉันอยากจูบจงออบตลอดไป” ตอนแรกจงออบรู้สึกทำตัวไม่ถูกเมื่อรู้ว่ามาร์กนี่มันเคยถูกปากของอีกฝ่ายมา แถมตอนนี้มันก็แนบสนิทกับริมฝีปากเขาด้วย ราวกับเป็นการจูบทางอ้อม คนที่ยืนมองเหตุการณ์อย่างจุนฮงก็แอบอิจฉาไม่ได้ ถ้าเขาทำแบบนั้นมีหวังโดนยองแจเอามาร์กปิดปากอุดจมูกเขาตายแหงๆ

 

 

แต่การพูดเช่นนี้มันมีความนัยแอบแฝงอยู่ มันเหมือนเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้อยู่ด้วยกัน

 

 

“เดี๋ยวฉันตามไป...” ในตอนแรกเขาอยากคว้าคนตัวเล็กมากอด แต่มันอาจจะเป็นที่สงสัยได้

 

 

“อื้อ!” ทันทีที่เด็กหนุ่มเดินไปที่รถ แดฮยอนจึงพูดออกมา

 

 

“รอฉันด้วยนะจงออบ”

 

 

“จากกันทั้งทีอย่าทำตัวดราม่าดิพี่” เด็กน้อยเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะพาอีกคนไปทางหลังรีสอร์ท สถานที่ที่เต็มไปด้วยอาวุธของพวกเขา ซ่อนโดย ชเว จุนฮง

 

 

“ไปหยุดมันก่อนที่จะมาใกล้ไปมากกว่านี้” คนเป็นพี่บรรจุกระสุนในขณะที่จุนฮงพลิกป้ายทำความสะอาดหน้าห้องชาย เพื่อไม่ให้ใครเข้ามายุ่ง อีกทั้งยังล็อคประตูอีกชั้น

 

 

“ตอนแรกก็ว่าจะไม่ไป แต่มันมาใกล้เกิน แถมเร็วด้วย” ร่างโปร่งส่งมีดดาบให้แดฮยอน

 

 

“ถ้ามันมาที่นี่ คนที่จะโดนลูกหลงคือพวกเขา” พวกเขา ที่กล่าวถึงคือ กลุ่มบันนี่ และผู้คนที่มาพักในรีสอร์ทแห่งนี้

 

 

“แล้วถ้าเราตายละ?” ปืนหลายสิบกระบอกถูกเหน็บตามขอบกางเกงและกระเป๋าเสื้อ จุนฮงกำลังง่วนอยู่กับการพลิกกล่องใส่ตามหาสไนเปอร์ที่หายไปครั้งนั้น จนกระทั้งตอนนี้ก็ยังหาไม่เจอ

 

 

“อย่างน้อยคนอื่นก็ไม่ตาย”

 

 

“เราต้องตายแบบตายจริงๆใช่มั้ย?” จุนฮงถามซ้ำ เมื่อคนฟังได้ยินเช่นนั้นก็นิ่งงัน

 

 

“...” คมมีดกรีดลงบนข้อมือก่อนเลือดสีสดจะซึมออกมาจนกระทั่งไหลลงมาตามแรงโน้มถ่วงโลก ความเจ็บแสบทำให้เขายังรู้ว่ากำลังหายใจอยู่ “แต่ตอนนี้เรายังไม่ได้ตายนี่”

 

 

“ยังไม่ได้พูดอะไรเท่ๆให้ยองแจฟังเลยให้ตายสิ” จุนฮงเบะปาก

 

 

“ไปได้แล้ว ก่อนที่จะสาย”

 

 

 

 

 

ดวงตาเรียวจ้องมองลายมือหวัดๆบนกระดาษไร้เส้นก่อนจะเอ่ยปากถาม เพราะเขาเห็นยองแจเอาแต่เขียนอะไรไม่รู้ตั้งแต่ขึ้นมาบนรถ

 

 

“เขียนอะไรเหรอรุ่นพี่ยองแจ?” ทั้งที่จงออบนั่งเบาะก่อนหน้ายองแจ เขายังพยายามหันไปเกาะที่พิงศีรษะเพื่อดูอีกฝ่าย

 

 

“ไม่มีอะไรหรอก” ถึงปากจะบอกปัดแต่ดูเหมือนต้องใช้ความคิดเวลาลงมือเขียน

 

 

“ทำท่าจะไม่เขียน สุดท้ายก็เขียนจนได้สิยองแจอา ยองแจของเซลโล่” ฮิมชานล้อ

 

 

“เห?” จงออบได้ยินเช่นนั้นก็มองสิ่งที่รุ่นพี่กำลังเขียน

 

 

สงสัยจะเป็นไดอารี่

 

 

 

 

 

การวิ่งที่เร็วเกินมนุษย์ทำให้แก้มพวกเขาถูกกิ่งไม้บาดจนเกิดรอย หากแต่สำหรับจุนฮงร่องรอยเหล่านั้นหายอย่างรวดเร็วยามที่มีปิก้าคอยบินอยู่เหนือหัว ผิดกับแดฮยอน แหล่งพลังงานของเขาไม่ได้อยู่ในระยะใกล้เลย ดังนั้นหากเกิดอะไรขึ้นอาจจะแย่หน่อย

 

 

“ใกล้เกินไป” คนอายุมากกว่าพูดขึ้น

 

 

“ก็ว่างั้นแหละ ล่อไปทางอื่นเถอะ” เด็กน้อยเห็นด้วย จากการวิ่งเป็นเส้นตรงกลายเป็นซิกแซก แวบหนึ่งจุนฮงเห็นเต็นท์สีแดงของใครบางคน หากแต่เขาไม่มีเวลาสนใจ ทันทีที่พื้นที่บริเวณนั้นไร้ผู้คน ชานยอลจึงออกมาจากที่ซ่อนตัวก่อนจะเดินไปตามรอยเท้าของคนทั้งสอง

 

 

เสียงรัวกระสุนปืนดังขึ้นโดยฝีมือของจุนฮง แม้จะใส่ปลอกเก็บเสียงแล้วก็ตาม ขณะที่เขาวิ่งผ่านแมกไม้ วัตถุสีดำขลับก็ปรากฏให้เห็น มันคือปืนซุ่มยิงของเขานั่นเอง มันคืออันเดียวกันที่กำลังใช้ในตอนนี้ ศัตรูที่มากำจัดเขาครั้งนี้มีมากกว่าปกติหลายเท่า ราวกับจะส่งมาฆ่าทีมฟุตบอล 3 ทีม ขนาดยังไม่รวมตัวสำรองด้วย จุนฮงมีหน้าที่ลอบสังหารระยะไกล ต่างกับแดฮยอนที่เลือกมุมให้เหมาะเจาะก่อนจะเข้าไปฆ่าซึ่งๆหน้า

 

 

“ระวังข้างหลัง!!” จุนฮงตะโกนก่อนจะบรรจุกระสุนใส่เพิ่ม หากเขาไม่ได้เอามาเป็นแผงแบบนี้คงชนะได้ยาก

 

 

แม้แดฮยอนจะมีปืนพก เขายังไม่เลือกใช้มัน เพราะอาวุธที่ถนัดคือ มีดดาบ ฝ่ายตรงข้ามสูญเสียกำลังไปมาก แต่มันกลับเพิ่มขึ้น บ้างก็กระโดดลงมาจากต้นไม้ โผล่ออกมาจากโพงหญ้า ซึ่งแต่ละคนดูไม่ปกติทั้งนั้น ราวกับไม่ใช่มนุษย์ และทำตามคำสั่ง

 

 

ฆ่าแดฮยอนและจุนฮง

 

 

“...” คนที่แอบดูเหตุการณ์อยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่ได้แต่วิเคราะห์ว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อ ถ้าให้มองจากด้านบนมาข้างล่างจะให้ความรู้สึกว่าจุดที่คนทั้งสองอยู่มันคือหุบเหวแห่งความตาย ชานยอลหยิบหมวกใบโปรดมาใส่พลางรอคอยเวลา

 

 

ฉึก! วัตถุปลายแหลมแทงเข้าที่ช่วงท้องของแดฮยอนเข้าอย่างจังในขณะทุกคนกำลังจะเข้าตะลุมบอนพวกเขาทั้งสอง มือหนาดึงมีดเล็กออกโดยไม่สนว่าเลือดจะออกมากแค่ไหน ความรู้สึกร้อนเหมือนโดนเผากำลังลุกลามไปทั้งร่าง การทรงตัวเขาแทบเสียศูนย์

 

 

“เซลโล่ไม่อนุญาตให้พี่ล้ม เข้าใจป่ะ?” เด็กน้อยเข้าไปประคองร่างนั้นก่อนจะลากไปทางต้นไม้

 

 

“ตั้งใจยิงไปเถอะน่า” กาฬเหงื่อผุดออกมาตามตัวจนรู้สึกเปียกชื้นไปหมด

 

 

“นี่ไง ยิงอยู่ไงโด่ว” เมื่อรัวกระสุนชุดสุดท้ายหมด เหล่าปืนขนาดกลางก็ถูกหยิบมาใช้ แต่ในระหว่างปลดไกปืน ลูกกระสุนจากอีกฝ่ายกลับพุ่งใส่ไหล่กว้าง

 

 

“ฉันบอกให้ตั้งใจยิง ไม่ใช่ตั้งใจให้โดนยิง” คนที่พยายามประคองตัวเองเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก บาดแผลใหม่กระทบต่อแผลที่อยู่บนหลังเป็นอันมาก เหมือนเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เจ็บมากกว่าเดิม

 

 

“ลืมทำประกันชีวิตแฮะรู้สึก” ในเวลาแบบนี้จุนฮงยังติดตลก “ลืมทำให้แกน่ะ ไอ้กาก!!!!!!!!!” ว่าแล้วก็ยิงหัวคนที่ทำร้ายตนเองไปเมื่อครู่

 

 

“อย่าอารมณ์ขึ้นจุนฮง” ขณะที่กำลังพาร่างไปหาน้องเขาก็ถูกรวบตัวจากข้างหลังพร้อมทั้งกระหน่ำแทงท้องไม่ยั้งมือ เลือดสีเข้มสาดกระเซ็นใส่จุนฮงที่ยืนตาเบิกโพลง สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่มันเป็นเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย แดฮยอนไม่อาจได้ยินเสียงใดๆ หูอื้อ อีกทั้งสมองเบลอ

 

 

จงออบ...

 

 

 

 

 

เจ้าเสือส้มบนตักของหัวหน้ากลุ่มบันนี่กำลังมีอุณหภูมิต่ำเพราะแอร์ในรถ เจ้าของมันจึงเอื้อมมือไปปรับให้อากาศอุ่นขึ้น

 

 

“หนาวจัง” เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นมาเบาๆ เป็นจังหวะเดียวกันกับยองแจปิดสมุด

 

 

“นานไปแล้วนะ” คนที่นั่งหลังสุดเริ่มหงุดหงิด ตอนแรกโดนขอให้เขียนไดอารี่ขณะที่รอจุนฮง แต่ไม่นึกว่าจะอีกฝ่ายจะไปเข้าห้องน้ำนานขนาดนี้

 

 

“รออีก 10 นาทีละกัน ถ้ายังไม่มาคงต้องลงไปตามแล้ว” พี่รองของกลุ่มแสดงความเห็น

 

 

“ก็ได้ครับ” ยองแจพยักหน้ารับ สมุดที่ใช้เขียนไดอารี่ถูกเก็บใส่กระเป๋าเป็นที่เรียบร้อย ดวงตากลมเหม่อมองออกไปข้างนอกหน้าต่างรถ พอแสงแดดสาดส่องเข้ามา เขาจำต้องเลื่อนผ้าม่านมาปิด จงออบก็เช่นกันเขาเคยนั่งทอดสายตาไปที่ป่าทึบที่กำลังมีนกสีรัติกาลบินออกมาทีละตัวสองตัว แต่เมื่อเขาปิดม่าน นกจำนวนมากกลับบินกรูออกมาโดยที่จงออบไม่เห็น

 

 

 

 

 

หากในป่ามีร้านขายป๊อบคอร์น ปาร์ค ชานยอล ก็อยากจะซื้อมันมานั่งมองภาพสุดหฤโหดเบื้องล่างนี่ ผ่านไปไม่กี่นาที แดฮยอนไม่อาจจะลุกขึ้นสู้ได้อีกเพราะเจออาวุธของอีกฝ่ายกระหน่ำแทงจนเลือดสาดเต็มผืนหญ้า หน่ำซ้ำยังหายใจรวยรินทุกขณะ

 

 

“ไม่ต้องพยายามมีชีวิตอยู่แล้วละมั้ง” ริมฝีปากเหยียดยิ้ม การที่จุนฮงกราดยิงไปรอบกายนั้นกำลังปกป้องแดฮยอนไว้ เพราะพี่ของเขาเริ่มจะขยับตัวไม่ได้

 

 

“ไหนบอกว่าอยากมีชีวิตอยู่ไง ลุกสิพี่!!!!!!!!” แม้ปากบอกให้สู้ แต่จำนวนคนที่ล้อมรอบพวกเขาเรียกได้ว่ารุมกินโต๊ะได้ด้วยซ้ำ

 

 

มือที่กอบกุมบาดแผลมีแต่เลือดหลั่งไหลออกมาไม่มีหยุด ยิ่งกดแผลมันกลับยิ่งฉีกมากกว่าเก่า กลิ่นคาวสนิทคละคลุ้งจนไอโขลก แดฮยอนไอจนแสบคอไปหมด จนกระทั่งมีน้ำขึ้นมาหล่อเลี้ยงบริเวณคอ เลือดที่ออกภายในร่างกายกำลังถูกขับออกมาตามปากและจมูก

 

 

“อึก!!..” จุนฮงทรุดเมื่อแขนถูกกระสุนปืนเจาะเข้าจนทะลุไปด้านหลัง

 

 

“โอ๊ะโอ ล้มแล้ว” ชานยอลหรี่ตามอง เขารอลุ้นอยู่ตั้งนานว่าเมื่อไหร่จุนฮงจะหยุดสู้ซักที ทั้งที่เด็กคนนี้เต็มไปด้วยเลือดและความเหนื่อยอ่อนมานานแล้วก็ตาม จุนฮงยังคงกัดฟันสู้จนเฮือกสุดท้าย เพราะใครบางคนเป็นแรงบันดาลใจในการมีชีวิตอยู่

 

 

“แฮ่ก..แฮ่ก...” จุนฮงหยิบปืนกระบอกยาวมาค้ำตัวให้ลุกขึ้นแต่ก็ถูกแรงฟาดจากฝ่ายตรงข้ามซัดเข้าศีรษะจนลงไปกองกับพื้น

 

 

“พี่...” แม้จะพยายามตะกายเข้าไปใกล้แดฮยอน อีกคนกลับโดนลากให้ห่างออกไป “หยุดนะ แกจะพาพี่ฉันไปไหน!!!!

 

 

“ข้อความจากมาสเตอร์” มนุษย์ที่เหมือนหุ่นชักเอ่ยขึ้นด้วยเสียงชายหนุ่มทั้งที่ร่างกายเป็นหญิงสาว

 

 

“แกทั้งสองคนทำงานพลาดมา 2 ชิ้น และยังไม่ติดต่อกลับไป การทำแบบนี้เป็นการทำผิดสัญญาที่เคยตกลงกันไหว ฉันรู้ดีว่าพวกแกไม่ใช่คนธรรมดา แต่เมื่อผิดสัญญา พวกแกต้องมอบชีวิตให้ฉัน ยังไงซะพวกแกก็หนีไม่พ้นความตายแน่นอน”

 

 

“เฮอะ.. วิ่งหนีไอ้พวกแรกแทบตาย แค่ไม่ติดต่อกลับไปก็คิดว่าทรยศ?” จุนฮงนึกย้อนกลับไปตอนรับงานมา เขามัวแต่ตายซ้ำตายซากจนไม่มีเวลาติดต่อ ส่วนแดฮยอนที่โดนฝังเอาไว้ กว่าจะมีมือถือติดต่อกับเขาได้ก็ยากเย็นแสนเข็ญจะแย่

 

 

“ลงทัณฑ์!” คนที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้าสั่งการ ชายร่างใหญ่เดินมาพร้อมกับมีดที่สามารถโค่นต้นไม้ได้ ทำให้จุนฮงต้องกลิ้งหลบไปอีกทาง

 

 

“โว้ย! ไม่สนุกด้วยนะ” เด็กหนุ่มโวย เพียงแค่เห็นความเงาแวบของอาวุธดูก็รู้เลยว่าไม่ธรรมดา ต้องมีการลงยันต์ลงอะไรไว้เป็นแน่ สำหรับจำกัดพวกเขาโดยเฉพาะ

 

 

“อย่าดื้อดึงอีกต่อไปเลย...” เสียงชายหนุ่มได้เลือนหายไปกลายเป็นเสียงเด็กผู้หญิง

 

 

“คนมันจะดื้อนี่หว่า!” จุนฮงเล็งปากกระบอกปืนไปที่ส่วนขาของชายร่างใหญ่ก่อนจะยิงมันทั้งสองข้าง ส่งผลให้ล้มลงไปดังตึง

 

 

“แค่ก..” แดฮยอนทำได้เพียงหลับตาแน่นข่มความเจ็บปวด ขณะนี้เขาโดนจิกหัวให้ยืนขึ้นแถมมีดปลายแหลมนั้นกำลังจ่อคอของเขาด้วย

 

 

 

 

 

ชายหนุ่มตัวเล็กที่สวมใส่เสื้อยืดของค่ายเดินเข้าไปใกล้เพื่อนสนิทของตนเองก่อนจะชะโงกหน้าดู นัยน์ตาสีเข้มนั้นเปลี่ยนสีอีกแล้ว พอกลุ่มรุ่นพี่เริ่มเดินเข้ามาใกล้ ซิ่วหมินจำต้องตีต้นแขนอีกฝ่ายให้รู้สึกตัว และเป็นดังคาด คริสหันกลับมามองหน้าเขาด้วยสีหน้านิ่งสงบ

 

 

“มันกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว” พลันใบหน้านั้นกลับเปื้อนรอยยิ้ม

 

 

“หืม? อะไรเหรอ?” ดูเหมือนซิ่วหมินยังไม่รู้เรื่อง เอาแต่เดินนำให้คริสเข้าไปอยู่ในกลุ่มอาสา

 

 

“พวกเขาต้องตายแน่นอน”

 

 

“อย่าบอกนะว่ายังอยากจะชนะชานยอลอยู่?” คนตัวเล็กหันขวับ

 

 

“ฉันชนะแน่” ร่างสูงหัวเราะหึในลำคออย่างอารมณ์ดี ผิดกับซิ่วหมินที่ยืนนิ่งก่อนจะพูดออกมาเบาๆ

 

 

“แต่ฉันคิดว่า...ชานยอลชนะนาย”

 

 

 

 

 

เรี่ยวแรงทั้งหมดเหือดหายไปหมดสิ้น แม้จะหายใจก็ยังยากลำบาก ก้อนเลือดมากมายขวางการลำเรียงอากาศเข้าปอด แถมบาดแผลบริเวณช่องท้องทำให้ใบหน้าของเขาเหยเก เสี้ยววินาทีที่คมมีดง้างขึ้น มันช่างเชื่องช้าและไร้ซุ่มเสียง แดฮยอนปรือตามองภาพรอบกาย สีหน้าที่ตกใจของจุนฮงพร้อมกับเสียงตะโกน เขาไม่อาจรู้ได้ว่าเด็กน้อยคนนี้พูดคำว่าอะไร แต่เมื่อสังเกตจากปาก คงกำลังเรียกชื่อของเขา

 

 

จงออบ... จงออบ...

 

 

 

 

 

“แน่ใจนะว่าเข้าห้องน้ำ? นานไปแล้ว!” ยองแจส่งเสียงโวยวาย พวกเขาอยู่ในรถนี่เกือบ 30 นาทีแล้วด้วยซ้ำกับการรอคอย

 

 

“อาจจะท้องเสียก็ได้” พี่รองหันกลับไปบอกให้ยองแจใจเย็น

 

 

“มองโลกในแง่ดีมากเลยนะรุ่นพี่” เจ้าของผมบ๊อบเททำหน้าบึ้งตึง

 

 

“คิดถึงจุนฮงเหรอครับ?” ว่าแล้วคำถามที่ไม่ควรถามดันซัดเข้าหัวยองแจอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว เล่นทำให้พูดตะกุกตะกักไปไม่ถูกเลยทีเดียว

 

 

“เดี๋ยวผมจะลงไปตามที่ห้องน้ำละ” เมื่อเถียงไม่ออก ยองแจจึงเดินไปสไลด์ประตูรถ

 

 

 

 

 

ทันทีคมมีดปาดคอแดฮยอนไป ความเจ็บปวดร้อนดั่งไฟเผาร่างก็แล่นขึ้นมา แทนทีจะสำลักเลือดตาย หากแต่เหมือนโดนเผา เผาทั้งเป็น! ร่างที่เคยบังคับให้ยืนกำลังทรุดลงไป หัวเข่ากระแทกพื้นไม่ทันไร ร่างกายกลับโน้มตัวลงไปนอนคว่ำบนพื้น หัวใจเขาไม่ได้หยุดเต้นในทันที หากแต่มันรวยริน อีกทั้งยังหายใจไม่ออกเพราะหลอดลมถูกตัดออก ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือจุนฮงที่คลานเข้ามาหาเขา ริมฝีปากอิ่มพยายามเอ่ยพูดหากแต่มันสายไป กระบอกปืนสีเงินจ่ออยุ่ที่หัวจุนฮงก่อนที่มันจะ..

 

 

เปรี้ยง!! แทบจะทันทีเลยที่เด็กหนุ่มสิ้นใจตาย ไม่มีอีกแล้วที่จะกลับฟื้นคืนดังเดิม ไม่ว่าชูการ์ไลเดอร์ตัวโปรดจะบินอยู่บริเวณนี้ก็ตาม ด้วยความที่เป็นกระสุนพิเศษ และอาวุธที่คนพวกนี้ใช้ มันมีไว้สำหรับปลิดชีพพวกเขาอย่างสิ้นเชิง ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะพวกเขากำลังตายแล้วจริงๆ

 

 

ตึก... ตึก... ตึก... ลมหายใจเฮือกสุดท้ายถูกสูบเข้าปอดก่อนที่ร่างกายจะหยุดนิ่ง

 

 

 

 

 

คนตัวเล็กชะงักเมื่อเดินเข้ามาถึงล็อบบี้ของรีสอร์ท ยองแจเกาหัวตัวเองเล็กน้อยก่อนจะวิ่งกลับไปที่รถตู้ เขานึกไม่ออกว่ามาทำอะไรตรงนี้ ทันทีที่ประตูรถเปิดออกโดยจงออบ เลขาฯกลุ่มก็สาดคำถามใส่ทันที

 

 

“เมื่อกี้ผมจะไปไหนนะรุ่นพี่ฮิมชาน?” ยองแจทำหน้าเอ๋ฮ

 

 

“นายบอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำนี่ หรือไม่มีอะไรแล้ว?” คนหน้าสวยหาว

 

 

“ไม่มีอะไรนี่ ผมบอกว่าไปเข้าห้องน้ำจริงดิ?” หรือเขากลายเป็นคนขี้หลงขี้ลืมไปแล้วนะ

 

 

“ถ้าเราไม่ได้รออะไรก็กลับโรงเรียนเลยดีมั้ยครับ?” จงออบออกความเห็น ก่อนจะมองมาร์กปิดปากสีดำบนตักตนเองอย่างงวยงง แต่ถึงกระนั้นเขาก็จับมันไว้

 

 

หือ? ของใครเนี่ย? เคยมีของแบบนี้ด้วยเหรอ?

 

 

“อืม ยองแจขึ้นรถ จะกลับกันละ” ยงกุกหันไปบอกคนขับรถให้เคลื่อนกลับโรงเรียน

 

 

 

 

 

หลังจากกลุ่มแปลกประหลาดได้เคลื่อนพลออกจากสถานที่นี้แล้ว มันก็สะดวกสำหรับชานยอลในการทดลองอะไรบางอย่าง สิ่งที่คนพวกนั้นทำเหมือนกับการล้างคำสาปไปในตัว เพราะจากคำสาปของคนทั้งสองคือ ต้องตายให้ครบล้านถึงจะตายจริงได้ แต่นี่มันเกินเงื่อนไขไปหน่อย ทำให้สภาพของคนทั้งคู่กลายเป็นเพียงคนธรรมดา ซึ่งอันดับแรกที่ชานยอลเอ่ยออกมาก็คือ ใครก็ตามที่เคยรู้จักคนทั้งสอง จงลืมทุกสิ่งเกี่ยวกับพวกเขาให้หมด และดูเหมือนมันจะใช้ได้ เพราะเขาเหลือบเห็นรถตู้ของโรงเรียนเคลื่อนตัวออกไปแล้ว เท่านี้ก็เหลืออีกหนึ่งสิ่งที่เขาต้องทำ ร่างสูงจัดท่านอนของคนทั้งสองให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด หากแต่มันโชกเลือดเกินไปหน่อย

 

 

“ซ่อมแซมแผลทั้งร่างกาย” ไม่ทันขาดคำ ร่างที่พรุนไปด้วยบาดแผลกลับสมานเข้าหากันราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

“เอาเลือดที่ติดตามร่างกายออกด้วย” วาจาสิทธิ์กำลังทำงาน ส่วนโลงไม้ที่เขาแอบเอ่ยเอาไว้ก็เสร็จพอดีกับตอนที่คนทั้งสองสิ้นใจ คำพูดไม่กี่คำก็สามารถสั่งให้ร่างไร้ชีวิตเข้าไปอยู่ในโลงเรียบร้อย แถมยังจะทำการฝังกลบให้อย่างดี ชานยอลกอดอกมองผมงานตัวเองพร้อมยิ้มกริ่ม

 

 

“เรามาเคาท์ดาวน์กันดีกว่า อีก 3 ปี เจอกันนะ จอง แดฮยอน ชเว จุนฮง”

 

 

 

 

 

 

3

 

 

2

 

 

 

1

 

 

 

 

 

0

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

THE END




______________________________________________________________________________________

 

นี่พึ่งจะเริ่มเคาท์ดาวน์เองที่รัก
จบแบบนี้กวนตีนไปป่ะ?555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555
คือในเล่มมันต้องคุ้มไงถูกป่ะ? มันต้องคุ้ม -..-
เรื่องราวต่อจากนี้น่าสนใจกว่าอีก(?) #ผิด
ขอบคุณที่ติดตามกันมานานแสนนาน T _ T จะเข้าปีที่สองละฟิคนี้
ส่วนใครเคยอ่าน #ฟิคผู้ตรวจการ มาในบีเอพีแอเรีย วันที่ 1 เมษา นี้พอยจะเอามาลงในเด็กดีแล้วนะ
แต่กลัวว่าจะโดนแบนเพราะฉากหวาบหวิวและเรทมันเยอะ(?)
ต้องไปฝึกวิชาศึกษาเรื่องพวกนั้นก่อน(?) มันเป็นคู่ แดแจ ฮิมออบ ทูบัง โล่วี(?) #รวมคู่แปลกแห่งปี
ชอบเคะห่ามๆต้องจงออบเรื่องนี้ ส่วนเมะใสๆก็ต้องพี่ฮิม #ใครคู่หลักนะ
แล้วเจอกันนะ ปูอิ๊ง!

508 ความคิดเห็น

  1. #498 WTR_Ducop (@mameawbasatimaid) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2557 / 15:35
    ไรท์เตอร์คะ ทำไมมันจบแบบนี้ล่ะ -.-
    ตอนเเรกนึกว่ามันจะแก้คำสาปได้ซะอึก
    เดี๋ยวรอเก็บตังก่อนเเล้วจะไปกดสั่งฟิคนะ 5555
    อยากอ่านต่ออะไรท์ ฮรือออT T
    #498
    0
  2. #497 himene (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 เมษายน 2557 / 04:12
    นั่งอ่านจนจบแล้วแบบ สั่งตอนนี้ทันมั้ยอ่ะ? 55555555555555

    เสียใจ บังชานยังไม่ได้บอกรักกันเลย

    ไหนจะแจกับน้องออบลืมคนที่ตัวเองรักไปอีก

    โหดร้ายอ่ะ ไรท์เตอร์ จบแบบนี้จริงๆดิ?

    สรุปคนสาปคือคริส แล้วชานยอลมาล้างคำสาปเหรอ?

    นี่ไม่เคลียร์น้าาาาา แง้~~~~~

    มีฟิคเหลือบอกด้วยนะคะ เค้าจะซื้อออออ ฮาาาา



    สนุกมากค่ะ อ่านไปลุ้นไป ตอนแรกนึกว่าจะเค้าท์ดาวน์ว่าแดฮยอนกับเจลโล่ตาย

    หรือไม่ก็ถอนคำสาปได้ ที่ไหนได้ กลายเป็นเพิ่งเริ่มต้นเคาน์ดาวน์ รอแด้โล่อีก 3ปี

    แล้วต่อจากนี้จะเป็นยังไงต่อหนอ จะฟื้นไม่ฟื้น? 5555
    #497
    0
  3. #493 MicKy (@MP_mick) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 เมษายน 2557 / 02:59
    สรุปชานยอลมาช่วยแก้คำสาปให้เร็วขึ้นใช่ป่ะ
    แต่ว่าตอนจบนี่เพิ่งจะเริ่มเคาท์ดาวน์เองหรอกเหรอเนี้ย 
    ทุกคนจำพี่แด้และน้องโล่ไม่ได้เลยอ่ะ รอพวกนายทั้งคู่ฟื้นนะ
    กดสั่งเรียบร้อยแล้ว คิกๆๆๆ ไรท์ใจร้ายมากมาตัดจบแบบนี้อ่ะ 
    #493
    0
  4. #484 B.a.by (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 มีนาคม 2557 / 21:11
    อยากจะบอกว่าตอนแรกลังเลว่าจะซื้อดีไหม?

    พออ่านจบเท่านั้นแหละ กดจองแทบไม่ทัน 555555555555

    แต่ตอนพิเศษนี่คนที่กดว่าไม่สนใจคือไม่ซื้อใช่ม้ายยยย? เดี๋ยวเบิ้มบ้าน - -+

    #484
    0
  5. #483 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 03:04
    =[]= ไรท์เตอร์คะ บรรยายสภาพแดแด้กับจูนงตอนตายซะสยิวเลย เลือดท่วม ง่ะ จบแล้วจริงดิ จะกรี๊ด อีกสามปีเชียวนะ =[]=
    #483
    0
  6. #482 Dami's (@9328987) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 21:00
    โอ้ยยยยยยไรท์ค้างคามาก เพิ่งกดสั่งไปเมื่อกี้เอง หลอกให้คิดว่าเคาท์ดาวน์แล้วตั้งนานที่แท้เพิ่งเรื่ม
    #482
    0
  7. #480 jumpup0411 (@jumpup0411) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 19:21
    จบแบบค้างๆคาๆ 55555+++++
    .
    .
    รอติดตามเรื่องต่อไปอยู่นะคะ สู้ๆค่ะ ^^
    #480
    0