[FIC B.A.P] Countdown (dae x up)

ตอนที่ 22 : Countdown [19]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 201
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 มี.ค. 57

[19]

 

 

 

“เอาแบบนี้จริงดิ?” ผู้ที่เป็นพี่รองของกลุ่มถามเมื่อเห็นตารางค่ายใหม่ โดยมีเลขาฯกลุ่มเป็นคนวางแผนให้

 

 

“ถ้าไม่เอาแบบนี้ก็ไม่มีอะไรให้ทำแล้วละครับ” ยองแจยักไหล่หน่าย เพราะร่างอะไรมาก็รู้สึกว่าไม่ดีพอ ดังนั้นจึงเลือกที่จะทำเป็นการเล่นรอบกองไฟ

 

 

“เพิ่ม ทรูออแด เข้าไปด้วย” ใบหน้าหวานครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยต่อ “มีมาชเมโลด้วยก็ดีนะ”

 

 

“ผมก็คิดว่างั้น เดี๋ยวออกไปซื้อให้นะครับ” เลขาฯกลุ่มบันทึกคำสั่งเข้าสมอง จากนั้นทั้งสองจึงแยกกันไปกระจายข่าวว่าคืนนี้จะมีปาร์ตี้รอบกองไฟ เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ประหลาดที่จุนฮงแอบไปเล่นน้ำจนน็อค และแดฮยอนที่มีอาการเหมือนผีตายซากนั่นอีก ทำให้พวกเขาจัดกิจกรรมแบบ Adventure ไม่ได้ หากโลดโผนไปคนทั้งสองนั่นต้องได้ไปเฝ้ายมบาลแน่

 

 

เมื่อร่างโปร่งได้ยินว่ายองแจจะออกไปซื้อของจัดปาร์ตี้ก็ทำทีจะตามไปด้วย แต่พอเลือดออกรอบที่ล้านยองแจก็อยากโปะยาสลบใส่ให้อีกฝ่ายหลับไม่ให้ตื่นมาวุ่นวาย

 

 

“นอนนิ่งๆไปเลยนะ ถ้าฉันกลับมาแล้วเห็นเลือดกองเป็นหนองน้ำอีกละก็...” ยองแจทำหน้าดุ

 

 

“อยากไปด้วย”

 

 

“ชเว จุนฮง!” ว่าแล้วก็ซัดหมอนอัดหน้าอีกคน

 

 

“นะ นะ นะ” พอปัดหมอนออกได้ก็เตะขาไปมาเหมือนเด็กเอาแต่ใจ

 

 

“...” ความเงียบสยบทุกอย่าง

 

 

“...นะ” น้ำเสียงงอแงเปลี่ยนเป็นแผ่วเบาเหมือนกลัวอีกฝ่ายโกรธ

 

 

“ทำไมต้องอยากตามฉันไปทุกที่?” นี่ก็เป็นอีกข้อที่ยองแจสงสัย แม้บางทีอาจจะรู้สึกว่าทำอะไรไม่สะดวกเวลามีจุนฮงตามต้อยๆ

 

 

“ก็มีความสุขเวลาอยู่ใกล้ยองแจ โอ๊ยๆ อย่าตี” จุนฮงตั้งการ์ดป้องกันตัวเอง

 

 

“บอกกี่ทีว่าให้เรียกว่า พี่!!!

 

 

“แล้ว...ยองแจไม่มีความสุขเหรอเวลาอยู่กับเซลโล่?” พอโดนคำถามตีกลางแสกหน้า ยองแจถึงกับเดินหนี

 

 

“ไปซื้อของก่อนละ!!” จุนฮงเบะปากทันทีที่ไม่เห็นยองแจอยู่ในห้องแล้ว

 

 

“คิดเข้าข้างตัวเองได้มั้ยเนี่ย คึ!

 

 

 

 

 

รอยยิ้มสดใสประดับอยู่บนวัตถุสีส้ม ตาใสแป๋วของมันกำลังจับจ้องไปยังเจ้าของ และหากมันขยับลูกตาได้คงจะเหล่มองประตูที่ถูกเปิดเข้ามา

 

 

“คืนนี้ปาร์ตี้กองไฟนะ” หลังจากที่เข้าไปแจ้งข่าวในห้องจงออบมาเขาก็กลับมาที่ห้องพักตนเอง

 

 

“อืม” คนบนโซฟาตอบในลำคอ

 

 

“คิดอะไรอยู่?” ฮิมชานเดินเข้าไปใกล้ พลางเดาในใจ

 

 

เรื่องจงออบสินะ

 

 

“ไม่มีอะไรหรอก” ร่างสูงเลื่อนมือไปแตะบริเวณอกซ้ายของตัวเอง เมื่อเช้าแขนเขากลับไม่มีแรงตอนวิดพื้น ทำให้อกกระแทกลงพื้นเต็มๆ อาการตอนนี้ถือว่าทุเลาแล้ว หากแต่มันจะปวดเวลาขยับตัว ยงกุกกดสายตามองต่ำราวกับคนอกหัก ส่งผลให้ฮิมชานลงไปคุกเข่าลงตรงหน้าแล้วกุมมืออีกข้างของเขาเอาไว้

 

 

“ฉันรู้ว่านายเจ็บ... ขอโทษที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย” ยงกุกแทบจะทำหน้าเหวอใส่

 

 

ทำไมมันต้องโอเว่อร์ขนาดนี้ด้วยวะ?

 

 

“ไม่เห็นเป็นไร เดี๋ยวก็หาย” แม้ใจอยากจะดึงมือออก แต่ก็ถูกยื้อเอาไว้

 

 

“ฉันผิดเอง ถ้าฉันรู้แต่แรก”

 

 

“นายไม่ผิดหรอก ก็นายไม่เห็นนี่นา” ราวกับจะตอกย้ำสิ่งที่ฮิมชานคิด ทั้งที่พวกเขาคุยกันคนละเรื่อง แต่มันสามารถกระทบต่อจิตใจฮิมชานได้

 

 

“นั่นสินะ...ไหนนายบอกว่าเดี๋ยวก็ชิน นี่ก็เจ็บอีกแล้ว” ดวงตาสวยจ้องมองใบหน้าอีกคน

 

 

“มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้”

 

 

“มีอะไรที่ฉันจะพอช่วยได้มั้ย?” พอเห็นยงกุกพยักหน้า เขาก็รอฟังคำนั้นอย่างใจจดใจจ่อ

 

 

“ช่วยหยุดทำอะไรเว่อร์ๆซักทีได้ป่ะ? -_-.” ร่างสูงชักมือกลับ

 

 

“หะ?”

 

 

“อกกระแทกพื้นแค่นี้ไม่ตายหรอก” เขารู้สึกแปลกๆที่ฮิมชานมาทำอะไรแบบนี้

 

 

“อะไรนะ?”

 

 

“ไม่ได้ยินหรือไง? ฉันวิดพื้นมาแล้วมันพลาด” ราวกับเฉลยทุกเรื่องราว

 

 

“นาย...เจ็บเพราะ...ไอ้นี่?” ร่างโปร่งรีบลุกขึ้น

 

 

“เออ คิดว่าอะไรวะ?”

 

 

คิดว่าคุณมึงอกหักแล้วเจ็บจากจงออบไงละโว้ย!!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

“แล้วตอนนั้น...นายก็...?” ฮิมชานนึกย้อนกลับไปเมื่อวันสองวันที่เขาน้ำตาท่วม “เมื่อวันนั้นที่นายจะเข้าไปห้องจงออบ...”

 

 

“ที่นายลากฉันออกมาน่ะนะ? แขนนี่ไง ซ้อมคาราเต้จนเดาะ แถมวันนี้จะวิดพื้นก็ยังทำไม่ได้” เท่านี้ฮิมชานถึงกับยกมือตีหน้าผากตัวเองดังเปรี๊ยะ เขารู้สึกพลาดอย่างรุนแรงกับเหตุการณ์ที่เขาเออออห่อหมกไปด้วย แถมยังเสียน้ำตาไปเป็นลิตร

 

 

“ชิบหาย..”

 

 

“แล้วนายคิดว่าฉันเจ็บเพราะอะไร?” พอได้ยินทุกอย่างจากปากยงกุกก็ทำให้ต้องเรียบเรียงความคิดในสมองใหม่

 

 

“ก็คิดว่านายอกหักจากจงออบไง! ก็แบบ..จงออบชอบแดฮยอน ทั้งที่นายชอบจงออบก่อนงี้!!!” ฮิมชานโวยวายราวกับตัวเองอกหัก

 

 

“อะไรนะ...” ใจจริงยงกุกอยากจะขำออกมาหากแต่กลั้นมันไว้ก่อน

 

 

“แต่ละอาการของนายมันฟ้องว่าเจ็บปวดเวลาเห็นจงออบอยู่กับแดฮยอน บางทีนายก็แสดงอาการหึงหวง! หรือจะเป็นการเอ็นดูนั่นอีก ลูบหัว... อ่อนโยนให้” ภาพเหล่านั้นเขาเห็นตั้งแต่จงออบเข้ามาอยู่ในกลุ่มบันนี่ ท่าทีแบบั้นของยงกุกไม่มีใครเคยได้รับ

 

 

“นาย...แอบมองเหรอ?” ยงกุกพูดเน้นทีละคำ ทำให้ร่างโปร่งถึงกับยืนตัวแข็ง

 

 

!@#$%^&**())(^%$$@$# กูพูดอะไรออกไป!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

“เอ่อ...”

 

 

“ว่าไง” ยงกุกลุกจากที่นั่งแล้วเดินเข้าใกล้

 

 

“เอ่อ...”

 

 

“ลืมท่องสคริปมาหรือไง? งั้นฉันถามใหม่ นายแอบมองใช่หรือไม่ มีสองคำตอบให้เลือก” ยิ่งเป็นการต้อนให้จนมุมมากกว่าเดิม

 

 

“อาจจะ..” ฮิมชานพยายามแถไปทางอื่น

 

 

“ใช่ หรือ ไม่ ไม่มีคำว่า อาจจะ” พอถามดีๆ ร่างโปรงกลับไม่ยอมตอบ ดังนั้นจึงต้องงัดท่าไม้ตายออกมา “ป๊อดเหรอคิม ฮิมชาน? นั่นสินะ นายมันก็แค่...”

 

 

“เออ!! ใช่ก็ได้!!” คำตอบหลุดออกจากปากเท่านั้น ฮิมชานต้องรีบเอามือปิดปาก

 

 

โดนแหย่นิดแหย่หน่อยเลือดก็ขึ้นหน้า หากแต่มันไม่ได้ขึ้นด้วยความโกรธ ตอนนี้ฮิมชานอยากจะมุดพื้นหนีเพราะใบหน้ากำลังแดง...เขินที่ถูกจับได้

 

 

“...” ต่างคนต่างนิ่ง ยงกุกอึ้งในคำตอบที่ได้รับ ส่วนฮิมชานข่มความรู้สึกเขินอาย ถ้าทิกเกอร์พูดได้คงจะกล่าวว่า

 

 

ป่ะป๊ารุกเลย รุกเลย รุกเลย ปล้ำเลย ปล้ำเลย ปล้ำเลย

 

 

“แล้วที่ร้องไห้...คิดว่าฉันชอบจงออบ? ทำไมต้องร้องละ? หรือนาย...คิดอะไรกับฉัน?” คำถามถูกยิงมาราวกับกระสุนปืน

 

 

“ฉัน...ไปก่อนนะ บาย!!!” สุดท้ายฮิมชานก็เลือกที่จะวิ่งหนีออกจากห้อง คำถามสุดท้ายนั่นมันตรงใจเขามากเกินไป อีกอย่างเขาไม่พร้อมที่จะตอบอะไรตอนนี้

 

 

“ถ้าตอบว่าชอบ... ฉันก็จะบอกว่า เหมือนกัน .” รอยยิ้มเล็กๆผุดขึ้นที่มุมปากก่อนจะเริ่มข่มไม่อยู่กลายเป็นยิ้มกว้าง มือหนาปัดทิกเกอร์ลงพื้นก่อนจะหยิบมาโยนไปมารอบห้อง พอมีความสุขมักจะเป็นแบบนี้ คุมตัวเองไม่ค่อยได้ แถมยังโลดเต้นทั่วห้อง ถ้าฮิมชานได้เห็นภาพนี้คงจะหลุดขำออกมาสิบวัน

 

 

“นายว่าไงทิกเกอร์?” สุดท้ายแล้วก็ต้องมานั่งคุยกับเสือส้ม

 

 

ทิกกี้ก็บอกป่ะป๊าไปแล้วไง ป่ะป๊าไม่ยอมปล้ำเขา...

 

 

“ฉันอยากบอกว่าชอบนะ แต่...ถ้าเขาไม่คิดเหมือนฉัน”

 

 

ป่ะป๊าป๊อด ป่ะป๊าป๊อด ป่ะป๊าป๊อด

 

 

“อืม ฉันป๊อด” ยงกุกดึงหูทิกเกอร์ก่อนจะมองนิ่ง

 

 

ทีงี้ได้ยินนะป่ะป๊า...

 

 

 

 

 

 

 

กองไฟที่ลุกโชติช่วงในยามค่ำคืนทำให้บรรยากาศค่ายสนุกขึ้นเพียงแต่การจัดที่นั่งมันค่อยข้างแปลกประหลาดไปนิด เก้าอี้ที่ตีวงเข้าหากันมีอยู่เพียงตัวเดียวที่ถูกลากไปนั่งไกลกว่าชาวบ้าน ซึ่งตำแหน่งนั้นเป็นของฮิมชาน และข้างๆก็คือยงกุก

 

 

“พวกรุ่นพี่เป็นอะไรกันครับ...” เลขาฯยูเลิกคิ้วก่อนจะเอามาชเมโลเสียบกับไม้

 

 

“เปล่านี่/เปล่า” แต่ก็ดันตอบพร้อมกัน

 

 

“ผมว่าน่าจะเป็น...” ยองแจแสดงสีหน้าสงสัย ทำให้คนอื่นชะเง้อมองตาม

 

 

“เปล่าไง!/ไม่มีอะไร”

 

 

“แล้วตอบพร้อมกันทำไมละครับ =_=” เสียงย่างมาชเมโลทำให้ทุกคนหันเหความสนใจไปยังกองไฟแทน ตอนนี้จุนฮงเริ่มทำตามยองแจบ้าง ส่วนแดฮยอนก็เอาแต่นั่งมองเปลวไฟ ผิดกับจงออบที่จัดแจงเสียบมาชเมโล บทสนทนาเงียบลง ส่งผลให้เด็กน้อยเอ่ยออกมา

 

 

“ไหนว่าจะเล่นทรูออแดกันไง เงียบทำไมอะ?” จุนฮงทัก คนต้นเรื่องถึงกับสำลักอากาศไอโขลกออกมา

 

 

“รุ่นพี่ฮิมชานไหวมั้ยครับ?” ยองแจเริ่มสงสัยพี่ใหญ่ทั้งสองนี่จริงๆ

 

 

“เอ่อ ไหวสิ พอดีควันมันเข้าจมูก” พอได้ยินข้อแก้ตัวแปลกประหลาด จุนฮงเลยพูดขึ้น

 

 

“แต่ควันมันลอยไปทางพี่ดำนะ ดูดิ ดำกว่าเดิมละ” เด็กโย่งใช้ไม้ที่มีมาชเมโลชี้ไปทางคนอายุมากกว่า

 

 

“สมมติว่ามันมาทางฉันละกันน่า...” ฮิมชานบ่นอุบ

 

 

“นั่นสิครับรุ่นพี่ฮิมชาน เริ่มเลยมั้ย? จากคนอายุมากสุด” คนตัวเล็กส่งสายตาไปทางยงกุกเหมือนจะบอกว่าให้เริ่มถาม

 

 

“เห้ยๆ ไม่เอาดิ คนอายุน้อยที่สุดดีกว่า” นั่นเป็นเพราะฮิมชานกลัวว่ายงกุกจะถามตัวเอง

 

 

“เซลโล่เหรอ?” เด็กหนุ่มชี้ที่ตัวเอง “งั้นก็ ยองแจ โอ๊ย พี่ยองแจก็ได้... ทรู ออ แด ครับ?”

 

 

“แด!” กล้าหาญมากสำหรับคนเปิดเกมด้วย การกระทำ

 

 

“เดินไปหน้าคนที่ชอบ” พอคำสั่งโง่ๆถูกพูดออกมา เลขาฯยูถึงกับนิ่ง

 

 

“ไม่มี..”

 

 

“แบบ...แอบปิ๊งก็ได้....” เด็กน้อยหน้ามุ่ย

 

 

“ยิ่งไม่มีใหญ่เลย” ชีวิตนี้ ยู ยองแจมีแต่หนังสือ

 

 

“งั้นมานั่งตักเซลโล่จนกว่ามาชเมโลจะหมด” เท่านี้ทุกสายตาก็มองยองแจด้วยความกดดัน

 

 

“ย้อนกลับไปอันที่แล้วได้มั้ย? ฉันจะได้เดินไปหาต้นไม้...” เมื่อเห็นว่ายองแจไม่ยอมลุกขึ้นมาดีๆ ผู้ออกคำสั่งจึงต้องไปอุ้มอีกฝ่ายมานั่งตักตัวเองแทน

 

 

“ไม่!!!!!!!!!!! ปล่อยฉันนะเว้ย!!!” ตอนแรกว่าจะดิ้นหากแต่ต้องหยุดเพราะคำพูดของจุนฮง

 

 

“เดี๋ยวเก้าอี้หักนะ...”

 

 

“ยองแจเลือกคนต่อไปเลย” ฮิมชานนั่งกลั้นขำเมื่อเห็นหน้ายองแจเหมือนจะร้องไห้

 

 

“จอง แดฮยอน!!” คนที่ถูกเรียกเงยหน้าขึ้น

 

 

“แด”

 

 

“นายเป็นอะไรกันแน่?” เขานึกสงสัยตั้งแต่ผู้ชายคนนี้เข้ามาในโรงเรียน เหมือนจะมีความลับอะไรบางอย่างอยู่ จุนฮงก็เช่นกัน

 

 

“เป็นอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่คน” ราวกับจะกวนประสาท “คำตอบฉันมีเท่านี้”

 

 

“...ก็ได้” ยองแจพยักหน้า

 

 

“จงออบ ทรู ออ ทรู” คนที่กำลังเคี้ยวมาชเมโลถึงกับถลึงตา

 

 

“หือ? ไม่ใช่ ทรู ออ แด เหรอครับ?” เด็กหนุ่มทำหน้าเอ๋อ “เอ่อ...งั้นถามผมมาเลยดีกว่า ฮ่า”

 

 

“พี่ดำขี้โกงงะ” จุนฮงแซะ

 

 

“ยังไม่เคยมีใครใช่มั้ย?” แดฮยอนจ้องตาอีกคนเหมือนกับลุ้นคำตอบ

 

 

“ไม่ครับ” เมื่อได้ยินเช่นนี้ บุคคลยิ้มยากกลับฉีกยิ้มออกมาจนจุนฮงเผลอทำมาชเมโลหล่นจากปาก แม้กระทั่งยองแจยังค้างไปด้วย

 

 

 

“ผมอยากถาม....” ดวงตาเรียวหยุดลงที่พี่ใหญ่สุด

 

 

“ว่าไงละ?” อาการใจดีของยงกุกทำให้ฮิมชานเหล่มองอย่างอื่นแทน

 

 

“ทรู ออ แด ครับ?” ถ้าจงออบนั่งอยู่ข้างๆ ป่านนี้ยงกุกคงลูบหัวไปแล้ว

 

 

“ทรูก็ได้” ยงกุกรับไม้ย่างมาชเมโลจากยองแจก่อนจะเริ่มย่างบ้าง

 

 

“รุ่นพี่ยงกุกชอบใครอยู่ครับ?”

 

 

What the hell…

 

 

“รุ่นพี่ครับ...มาชเมโลไหม้แล้ว” ยองแจพูดเตือนสติ เพราะยงกุกเงียบไปนานมาก

 

 

“ต้องบอกเป็นชื่อมั้ย?” ร่างสูงมองเจ้าก้อนสีดำบนปลายไม้ก่อนจะเริ่มได้กลิ่นไม่พึ่งประสงค์ ก็เล่นจ่อไฟขนาดนั้น ไม่ไหม้ก็แปลกเกินไปแล้ว

 

 

“แล้วแต่รุ่นพี่เลย” นับว่าจงออบใจดีมากที่ไม่เจาะจง แต่ในใจฮิมชาน อยากให้พูดออกมาเป็นชื่อด้วยซ้ำ

 

 

“มี คนนึง” ยงกุกยื่นไหม้ให้ยองแจเสียบมาชเมโลอันใหม่ให้

 

 

“ไม่บอกชื่อหน่อยเหรอรุ่นพี่?” เลขาฯกลุ่มถาม

 

 

“ฉันตอบแค่นี้” ว่าแล้วสายตาดุก็มองไปทางคนตัวเล็กกว่า

 

 

“ครับๆ อย่ามองผมงั้นสิ” ยองแจพูดเสียงแผ่ว

 

 

“ฮิมชาน” ยงกุกกดเสียงต่ำ แต่ดูเหมือนว่าร่างโปร่งนี่เอาแต่จ้องมองที่เปลวไฟอย่างเดียว

 

 

“คิมฮิมชาน...” รอบที่สองก็ยังไม่สะทกสะท้าน

 

 

“รุ่นพี่ฮิมชานเขาเป็นอะไร... โดนไฟสะกดจิต?” ยองแจชะเง้อมองสีหน้าคนที่นั่งข้างยงกุก อาจจะเรียกว่าข้างๆไม่ได้ เพราะระยะห่างมันเยอะ แต่เอาเป็นว่า...ถัดจากกัน

 

 

“ไอ้เหยิน..”

 

 

“แกเรียกใครว่าเหยิน!!!!!!!!!!!!” พอโดนเรียกฉายาหน่อยก็หันขวับ

 

 

“ทรู ออ แด”

 

 

ชิบหายวายวอด

 

 

“ทะ.. ทะ.. แด!!!!!!!!!!!!!!!!” เรื่องอะไรจะปริปากบอก มันต้องถามเรื่องเมื่อตอนกลางวันแน่

 

 

“ไปเต้นรูดเสาไป...” ยงกุกพูดพึมพำ แต่อีกคนกลับได้ยิน

 

 

“ไม่มีเสาให้รูดเว้ย!!” ใบหน้าหวานหันขวับ

 

 

“รูดคนไง เลือกซักคนแถวนี้แล้วรูด” จริงๆยงกุกคิดไม่ออกว่าให้ทำอะไรดี เพราะเตรียมคำถามเกี่ยวกับ ทรู ทั้งนั้น

 

 

“ต้องส่ายตูดด้วยมั้ย? -_-.” ร่างโปร่งประชด

 

 

“ก็ดี”

 

 

“พ่อมึง...” ตอนนี้ฮิมชานอยากจะเสยคางยงกุกให้หงาย

 

 

“เร็วดิ” ใบหน้านิ่งสนิทหากแต่ในใจกำลังหัวเราะ

 

 

“ยองแจมานี่..” คนที่ดูน่าปลอดภัยสุดคงจะเป็นเลขาฯยู หากแต่...

 

 

“ไม่เอา ผมขนลุก” ไร้การให้ความร่วมมือ

 

 

“จงออบอา...” ตอนแรกคนตัวเล็กทำท่าจะลุก แต่ติดที่ว่าแดฮยอนยื้อข้อมือเอาไว้

 

 

“อย่ามองมาทางเซลโล่นะ เซลโล่ไม่ว่าง” ว่าแล้วก็แอบกอดยองแจจากข้างหลัง

 

 

“ไอ้คนพวกนี้...” ครั้นจะเลือกแดฮยอนก็ไม่ได้ เพราะรายนั้นคงเกาะจงออบแน่น และคนที่เหลืออยู่นั้นไซร้ เขาไม่อยากแตะต้องเป็นที่สุด

 

 

“อะ...ไอ้เหงือกแม่ง...” สุดท้ายก็จบลงด้วยการที่ฮิมชานไปเต้นรูดเสาในส่วนของล็อบบี้ แม้จะเขินอายไปบ้างก็ดีกว่าไปลูบไล้ตัวยงกุก

 

 

“เหลือคนสุดท้ายแล้วนี่นา จุนฮงว่าไง จะเอา ทรู หรือ แด?” ฮิมชานกลับมานั่งที่เดิมพร้อมกับผู้ออกคำสั่ง

 

 

“ไม่เอาแดแน่นอน ไม่ชอบ การออกเสียงมันคล้ายๆชื่อพี่ดำ” ว่าแล้วก็โดนก้อนหินปาใส่

 

 

“นายชอบยองแจเหรอ?” และแทบจะทันทีที่จุนฮงตอบกลับ

 

 

“มากกว่าชอบ”

 

 

“นั่นๆ ยองแจหน้าแดงจะระเบิดแล้ว!” ได้ทีฮิมชานก็ส่งเสียงล้อเลขาฯประจำกลุ่ม

 

 

“ใครสั่งใครสอนให้พูดแบบนี้หา!!!!!!!!” พอทำอะไรไม่ได้ก็โวยวายแถมยังวิ่งหนีขึ้นห้องพัก

 

 

“ไม่นึกว่านายจะกล้าตอบนะ ชเว จุนฮง” แปลว่าฮิมชานประเมินความกล้าของเด็กโย่งคนนี้ต่ำไป ไหนจะกวนประสาทแถมยังไม่รู้จักความอายอีกต่างหาก

 

 

“ก็ดีกว่าเก็บไว้โดยที่เขาไม่รู้ก็แล้วกันน่า” เท่านี้ทั้งยงกุกและฮิมชานก็เหมือนโดนไม้หน้าสามจำนวนสิบอันฟาดลงที่กลางหน้า เจ้าเด็กตัวปัญหาโยนไม้ปิ้งมาชเมโลก่อนจะวิ่งตามยองแจขึ้นไปบนห้อง ทิ้งให้สี่ชีวิตที่เหลือนั่งล้อมรอบกองไฟจนกระทั่งเที่ยงคืน

 

 

 

 

 

“มันต้องการอะไรกันแน่...” ภาษาเกาหลีเปล่งๆเอ่ยออกมาพลางมองไปที่ผืนป่า

 

 

“หมายถึงอะไร? ชานยอลงั้นเหรอ?” คนตัวเล็กมองแผ่นหลังร่างสูงที่ระเบียงก่อนจะเข้าไปหา ดวงตากลมมองเห็นแสงไฟด้านล่างก่อนจะร้องอ๋อในใจว่าคนที่ทำแคมป์ไฟนั่นคือรุ่นน้องของพวกเขา

 

 

“ตัววุ่นวายที่สุดมีอยู่คนเดียวนั่นแหละ” คริสกอดอก

 

 

“ทำไมละ? นายมองเห็นอนาคตอีกแล้วใช่มั้ย?” ความเงียบแสดงคำตอบได้ชัดเจนว่าคริสมองเห็น ภาพของชายที่ต้องสาปกำลังดำดิ่งสู่หุบเหวไร้จุดสิ้นสุด นั่นหมายถึงความตายในเร็ววัน และมันต้องเป็นจริงอย่างที่เขาเห็น มิใช่อย่างที่แล้วมา ภาพอนาคตถูกแปรเปลี่ยนด้วยฝีมือผู้ชายที่ชื่อ ปาร์ค ชานยอล

 

 

“ถ้ามันเป็นอย่างที่นายเห็น นายก็คิดว่าตัวเองชนะชานยอลใช่มั้ย?” น้อยครั้งมากที่คริสจะได้เจออนาคตเป็นไปอย่างที่เห็นล่วงหน้า

 

 

“...” ร่างสูงกำราวระเบียงแน่นก่อนจะลดเปลือกตาลง

 

 

“ฉันไม่ได้เข้าข้างใครนะ นายก็รู้ว่าฉันเป็นเพื่อนนายมานานแค่ไหนแล้ว” ซิ่วหมินพยายามพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพลางวางมือบนไหล่กว้าง

 

 

“นายน่ะ...ชนะชานยอลได้” คนตัวเล็กพูดออกมาด้วยใจระทึก

 

 

“...” แม้จะมองเห็นภาพเบื้องหน้าเป็นสีดำ แต่หูของเขายังฟังประโยคของเพื่อนสนิทอยู่

 

 

“ก็ต่อเมื่อโลกนี้ไม่มีชานยอล” เพียงคำพูดไม่กี่คำทำให้คริสเลิกเปลือกขึ้นอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาสีอ่อนก่อให้เกิดแรงผลักบางอย่างซึ่งทำให้ซิ่วหมินถึงกับลอยไปกระแทกกับกำแพงห้อง แรงโกรธนั้นส่งผลให้คนตัวเล็กถึงกับจุก แม้จะรู้ว่าตัวเองไม่ควรพูดแบบนั้น แต่การที่คริสยังจะอยากเอาชนะชานยอล มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

 

 

“คริส หยุดนะ!!!!!!” หากร่างสูงยังปล่อยพลังไม่ยั้งขนาดนี้ ภาพในอนาคตอาจจะบิดเบี้ยวได้เพราะแรงโทสะ

 

 

“...” แม้เสียงตะโกนจะดังแค่ไหน หากแต่คริสไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น

 

 

“อู๋ อี้ฟาน!!!!!!!!!!” แต่พอเป็นคำนี้ นัยน์ตาสีฟ้าใสก็กลับกลายมาเป็นเช่นเดิม

 

 

“คราวหลังอย่าพูดอะไรแบบนี้อีก” ร่างสูงเดินมากระแทกไหล่คนตัวเล็กก่อนจะหยิบหูฟังมาใส่

 

 

“ก็มันเป็นเรื่องจริงนี่นา...” ยามใดที่ซิ่วหมินรู้สึกหดหู่ กลุ่มหมอกสีดำก็เริ่มเข้ามาห้อมล้อมเอาไว้

 

 

“...” คริสยังคงนอนหลับตาอยู่บนเตียง ผิดกับเพื่อนสนิทที่นั่งกอดเข่าคุดคู่อยู่บนพื้นห้อง ไอสีเข้มล่องลอยวนไปมาบริเวณหน้าคนตัวเล็ก นัยน์ตาที่เหม่อลอยบวกกับความรู้สึกน้อยใจเศร้าสร้อยทำให้วิญญาณจำนวนมากเข้ามาใกล้ เหตุเป็นเพราะจิตใจที่อ่อนแอ

 

 

“ชานยอลต้องแก้ไขอนาคตแน่ๆ...” ซิ่วหมินขยับริมฝีปากแผ่วเบาก่อนจะก้มหน้างุดลงเข่า และแล้วหมอกสีดำก็ปกคลุมร่างเล็กจนมิด






____________________________________________________________________________________
ก็ไม่รู้สินะ กลายเป็นว่า...มันมีแค่ 20 ตอน #ผิด ที่เหลือเป็นสเปเชียล ก๊ากกกกกกกกกกกกก #โดนถีบ
ตอนหน้าจบแล้วนะก๊ะ.. พอยสั้นรักทุกคน ซารังเฮโย่ววว <33333

508 ความคิดเห็น

  1. #492 MicKy (@MP_mick) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 เมษายน 2557 / 02:45
    ทิกเกอร์แกนี่เป็นตัวยุจริงๆ สินะ ฮามากๆๆๆ เสียดายพี่บังไม่ยอมทำตามอ่ะ
    คู่อื่นๆ เค้าเริ่มจะลงตัวกันแล้ว คู่พี่ใหญ่นี่อะไรกัน ไม่คิดจะเปิดเผยกันออกมาหน่อยเหรอ?

    #492
    0
  2. #481 Dami's (@9328987) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 19:45
    โอ้ยยยยน่องทิกก็เชียร์จริง ขำบังชานอ่ะสุดท้ายคุยกันคนละเรื่อง5555
    #481
    0
  3. #479 มุ้งมิ้ง (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 09:34
    ทิกเกอร์แม่มหื่น ปล้ำเลย รุกเลย ซะงั้น55555
    #479
    0
  4. #476 natsu (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 มีนาคม 2557 / 23:42




    น้อง ๆ ทั้งสองคู่ เค้าก็ชัดเจนกันไปแล้ว



    เหลือแต่คู่พี่ใหญ่นี่แหละ



    ท่ามากกันจริ๊ง ^^!



    #476
    0
  5. #475 jumpup0411 (@jumpup0411) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 มีนาคม 2557 / 20:31
    ฮาอิทิกเกอร์ 555++++ ปล้ำเลย ปล้ำเลย อันที่จริงบังชานใจตรงกันแต่ป๊อดทั้งคู่ 5555++++
    #475
    0