[FIC B.A.P] Countdown (dae x up)

ตอนที่ 20 : Countdown [18]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 227
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 มี.ค. 57

[18]

 

 

 

กิจกรรมทั้งตารางของยองแจถูกล้มเลิกจนหมด เป็นเพราะเจ้าเด็กจอมสร้างปัญหาแถมยังกวนประสาท ที่อ้างว่าไปเล่นน้ำตกตั้งแต่เช้าของเมื่อวาน พอมาวันนี้ไข้กลับขึ้นเสียนี่ คนบนเตียงเอาแต่ดิ้นไปมาเรียกร้องความสนใจ จนบางครั้งก็โดนปากกาดินสอปาใส่จนยอมเงียบไปพักนึง

 

 

ยู ยองแจ จะไม่ทน!!!!!!!!!!

 

 

“เป็นคนป่วยจะโวยวายอะไรนักหนาเนี่ยจุนฮง!!” สมาธิที่เคยมีกลับมลายหายไปเพราะเสียงงุ้งงิ้งด้านหลัง เขากำลังวางตารางใหม่แท้ๆ สุดท้ายก็ต้องลบทิ้งแล้วเขียนใหม่ซ้ำไปซ้ำมา

 

 

“ไม่สนใจกันเลยอะ” จุนฮงเบะปากใส่

 

 

“ฉันไม่ได้ว่างนะ” คนตัวเล็กบ่นก่อนจะหันกลับมาหยิบดินสอแท่งใหม่ขึ้นมา วันนี้เขาทำตัวเหมือนเจ้าของโรงงานผลิตเครื่องเขียน เพราะเอาแต่ปาใส่จุนฮงโดยไม่ห่วงว่ามันจะหายหรือไม่ ขอเพียงแค่ให้เด็กดื้อที่นอนป่วยเงียบเสียงลงก็พอ

 

 

“งั้นนี่พอจะทำให้ยองแจสนใจป่ะ?” จุนฮงทำท่าชูผ้าห่มขึ้น แต่เมื่อเห็นว่ายองแจยังคงนั่งหันหลังอยู่ ก็เริ่มเตะขาไปมาจนเกิดเสียงดัง

 

 

“อะไรอีกเล่า!” เลขาฯกลุ่มบันนี่หันไปมองต้นเสียงก่อนจะอุทานออกมา “โอ้ ฮอล!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

“สนใจแล้วเหรอ?” เด็กน้อยพูดเหมือนตัดพ้อ แต่มันก็ได้ผล แผลที่ต้นแขนปริออกแถมเลือดก็ท่วมจนจะกลายเป็นหนองน้ำเล็กๆแล้ว ที่เขาทำเสียงเรียกร้องความสนใจก็ด้วยประการนี้ หากแต่ไม่ยอมบอกไปตั้งแต่แรก บาดแผลที่ไม่ควรจะมีเลือดออกกลับไหลออกมาเหมือนก๊อกแตก อาจจะเป็นเพราะอาวุธที่ใช้ มันพิเศษแถมยังสร้างความเจ็บปวดระยะยาว

 

 

“ทำอีท่าไหนเนี่ย?!

 

 

“ท่าเบสิก โอ๊ยๆ ท่านอนนี่ไง เซลโล่ไม่ได้ลุกไปไหนซะหน่อย” พอโดนตีเข้าที่ขานิดเดียวก็ร้องเหมือนโดนเอามีดกระซวกไส้

 

 

“แล้ว...” น้ำเสียงยองแจขาดหายไปเป็นเพราะอาการมึนหัว แม้แต่จะยืนเขายังทำไม่ได้เลย คนตัวเล็กทรุดลงนั่งบนพื้นพร้อมกับยกมือมาปิดจมูกตัวเอง

 

 

“...?” คนบนเตียงได้แต่ทำหน้างง

 

 

“โทษที พอเห็นเลือดเป็นกองๆแบบนี้ฉันไม่ไหว” อดีตในวัยเด็กมันย้อนมาทำให้เขาอยากอาเจียน

 

 

“...งั้นก็ปล่อยไว้งี้แหละ”

 

 

ยังไม่ลืมอีกเหรอ? นี่มันก็นานมากแล้วนะ

 

 

จุนฮงได้แต่คิดในใจ เพราะเหตุการณ์นี้ทำให้เขาเจอกับยองแจ เด็กน้อยที่กำลังวิ่งตามพี่ชายไปบนทางม้าลายอย่างร่าเริง หากแต่ผู้เป็นพี่กลับนอนจมกองเลือดในเพียงชั่วพริบตา เลือดจำนวนมากหลั่งไหลออกมาจากศีรษะ ปาก จมูก จนกลายเป็นภาพที่เด็กไม่ควรเห็น

 

 

“พี่!!!!!!!!!!!!!

 

 

เสียงนี้เรียกให้เขาวิ่งไปหาแม้จะไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่พอมาเห็นเด็กชายหน้าตาน่ารักกำลังร้องไห้แถมยังตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด เขาเดาออกเลยว่าเด็กชายคนโตโดนรถชน หนำซ้ำยังหนีอีกด้วย แม้แต่แดฮยอนที่วิ่งตามหลังมาก็อดสลดกับภาพตรงหน้าไม่ได้

 

 

เขาปล่อยให้เด็กน้อยคนนี้อยู่คนเดียวไม่ได้

 

 

ถึงมันจะทำให้เขากับคู่หูต้องแตกหักกันไปข้างนึงก็ตาม

 

 

“คราวหลังก็นอนนิ่งๆ เดี๋ยวแผลปริอีกฉันไม่ทำให้แล้วนะ” ขณะที่พันแผลให้ใหม่ยองแจก็ดุไปด้วย

 

 

“ทำไมถึงไม่ชอบเลือดละ..” ถึงจะรู้เหตุผล เขาก็อยากได้ยินจากปากคนนี้

 

 

“เอ่อ.. ตอนเด็ก ฉันเห็นพี่นอนจมกองเลือด ทั้งที่เขาวิ่งนำฉันไปไม่กี่ก้าว” ยองแจขึ้นไปนั่งบนเตียงพลางนึกถึงเรื่องในอดีต

 

 

“รถชนเหรอ?”

 

 

“อืม ฉันยังจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่าเป็นรถอะไร” แม้แต่หลับตาลง เขายังเห็นเลือดนองอยู่เบื้องหน้า กลิ่นคาวคละคลุ้ง โดยมีสายตาของคนเป็นพี่มองมาที่ตนเอง ร่างกายอันบิดเบี้ยวนั้นทำให้เขาต้องกรีดร้องออกมา กาฬเหงื่อผุดออกมาตามไรผมขณะที่สะบัดเรื่องราวในสมองออก

 

 

“แล้วจากนั้น...” จุนฮงรอลุ้นว่ายองแจจะพูดถึงตัวเขามั้ย

 

 

“ฉัน...จำอะไรไม่ได้”

 

 

ใจแป้วกันเลยทีเดียว..

 

 

“หือ?” แม้กระทั่งคนฟังยังงง

 

 

“ฉันก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร มีตอนนึงเหมือนว่าจะรถคว่ำมั้ง? ตื่นมาอีกที ฉันก็อยู่โรงพยาบาลแล้ว” ยองแจนั่งขัดสมาธ ส่วนมือก็เอาผ้ามาห่มขาเอาไว้

 

 

“อ้าว..” จุนฮงทำหน้าไม่เข้าใจก่อนจะจัดท่านั่งตัวเองโดยการเอาหมอนมารองด้านหลังแล้วพิงหัวเตียง

 

 

“ย่าส์! ไม่เคยได้ยินเรื่องความจำเสื่อมหรือไง! แต่สำหรับฉัน มันคือความจำขาดหายไปช่วงนึง” มือเล็กวางลงบนหัวตัวเอง “ทำยังไง...ก็นึกไม่ออก ทั้งที่หมอบอกว่าลองทำกิจวัตรซ้ำๆกันเหมือนแต่ก่อน ความจำจะกลับมา โกหกทั้งเพ ไม่เห็นจะดีขึ้นตรงไหน”

 

 

ไม่แปลกที่ยองแจยังนึกเรื่องราวพวกนั้นไม่ได้ออก สาเหตุมาจากบุคคลคนหนึ่งที่เคยเข้ามาในชีวิตได้หายไป เท่านี้จุนฮงก็รู้สึกผิด ทำยองแจเจ็บตัวแถมยังความทรงจำหายด้วย และส่วนที่หายก็คือ เรื่องราวเกี่ยวกับเขา ถ้าเป็นไปได้จุนฮงอยากย้อนเวลาไปยิงเจ้าพวกตัวซวยให้ตายเจ็ดชั่วโคตร

 

 

“เซลโล่ชื่ออะไร?”

 

 

“ตลกละ...นายก็พูดชื่อตัวเองอยู่นี่ไง” คนตัวเล็กขมวดคิ้ว

 

 

“งั้นเอาใหม่ๆ ฮะแฮ่ม ถ้าเห็นหน้าแบบนี้ สมควรชื่ออะไรดี?” จุนฮงยิ้มร่า

 

 

“เด็กบ้า -_-.

 

 

“โธ่ ไม่เอาดิ” เพราะมันไม่ใกล้เคียงกับเมื่อก่อนเลยซักนิด

 

 

“เสาไฟ”

 

 

“พี่สูงจัง พี่กินเสาไฟเป็นอาหารเหรอฮะ?” น้ำเสียงใสถามเจื้อแจ้วก่อนจะชี้นิ้วเล็กๆนั่นไปทางเสาไฟข้างถนน ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

 

 

“ยิ้มอะไร...” ยองแจไม่เข้าใจจริงๆว่าการถูกคนอื่นเรียกว่าเสาไฟมันมีความสุขยังไง และดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีวันเข้าใจ ในเมื่อร่างกายมันหยุดโตแล้ว

 

 

“ยองแจน่ารักจัง โอ๊ย!!” แทบจะทันทีที่คนตัวเล็กเคาะกำปั้นใส่หน้าผากคนตรงหน้า

 

 

“ย่าส์! มันใช่เวลามั้ยเนี่ย?!

 

 

“ทำไมต้องทำร้ายกันด้วยอ่า!” เด็กน้อยเริ่มงอแง “แล้วต่อจากนั้นละ เล่าอีกๆ อยากฟัง”

 

 

“โอเค เล่าก็ได้ พอพี่ฉันเสียไปได้เกือบครึ่งปี แล้วอุบัติเหตุรถคว่ำครั้งนั้นเคลียร์เรียบร้อย ครอบครัวฉันก็ย้ายที่อยู่ ส่วนฉันก็เข้ามาเรียนที่โรงเรียนคริสเตียนลัคซูเรียส” ยองแจรู้สึกกดดันไม่น้อยที่ต้องการเป็นความหวังของครอบครัว ถึงกระนั้นเขาก็ต้องพยายามหนักกว่าเดิม

 

 

“ตั้งแต่เด็กพี่ฉันอยากเป็นหมอ พ่อแม่ก็เห็นด้วย ฉันยังไม่มีความคิดว่าจะเรียนอะไร พอพี่เสีย คำว่า หมอ มันก็มาตกอยู่ที่ฉัน”

 

 

“ยูอยากเป็นนักร้องแหละ” เด็กน้อยวิ่งไปมาก่อนจะหันมายิ้มให้

 

 

“ฉันเคยสอบตกมานับครั้งไม่ถ้วน ความกดดันพวกนั้นผลักดันให้ฉันไม่ให้พลาดอีก” จนได้กลายมาเป็นยู ยองแจ หนึ่งในอัจริยะกลุ่มเด็กพิเศษ

 

 

“บางครั้ง...ฉันคิดว่าฉันไม่ไหว”

 

 

ประกายในตาของร่างเล็กทำให้รู้ว่าของเหลวใสๆได้ไหลมารวมกัน อีกทั้งปลายจมูกที่แดงเหมือนคนจะร้องไห้

 

 

“การเป็นความหวังของคนในครอบครัว มันทำให้ฉัน...รู้สึกแย่”

 

 

จุนฮงเริ่มนั่งคิดเกี่ยวกับตนเอง ถึงเขาจะพลาดอะไรมา ก็เริ่มต้นทำได้ตลอดเพราะเขาไม่มีวันตาย หากแต่ยองแจไม่อาจจะทำอะไรพลาดได้ มันเหมือนเป็นเพียงครั้งเดียวในชีวิต เป็นที่แน่นอนว่าร่างโปร่งไม่อยากให้ยองแจก้าวไปในทางที่ไม่ดีหรือทางที่คนตัวเล็กไม่ชอบ

 

 

“นี่ ยองแจ” เด็กน้อยถือวิสาสะคว้ามือเล็กมา

 

 

“ฉันบอกให้เรียกพี่ไง!” ไม่ทันจะชักมือกลับ เขาก็โดนมือใหญ่ยกมาเทียบกับของตน

 

 

“มือก็แค่นี้...”

 

 

“ย่าส์! หมายความว่าไงห๊ะ!!!” ร่างโปร่งพลิกมืออีกคนให้หงายก่อนจะช้อนมือตัวเองลงประคองด้านหลังมือเอาไว้

 

 

“ถ้าพี่แบกรับอะไรไม่ไหว...”

 

 

“...” ดวงตากลมสบตากับคนตรงหน้าเพื่อจะรอฟังคำพูดต่อ

 

 

“ให้จำเอาไว้ว่า มีมือของผมประคองรองรับอยู่ หากพี่ถือมันไม่ได้แล้ว ปล่อยมันลงบนมือผม” พอพูดจบ ยองแจแทบไปต่อไม่ถูก อีกอย่าง เขาไม่กล้าแม้แต่จะยกมือหนีด้วยซ้ำ

 

 

“...” ในขณะที่คนตัวเล็กกำลังจะตอบกลับ เสียงในหัวกับจุนฮงกลับดังพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย

 

 

“เข้าใจนะ ยู”

 

 

!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กระดาษขาวที่เคยสะอาดบัดนี้เต็มไปด้วยเส้นตารางแถมยังมีตัวอักษรยึกยือ หน้าจอมือถือราคาแพงก็มีการตอบโต้ไลน์กันไปมาระหว่างพี่รองของกลุ่มกับเลขาฯ หากแต่ตอนนี้ข้อความได้หยุดนิ่งไปพักนึงแล้ว ฮิมชานกำลังเซ็งกับการวางตารางใหม่ นี่เขารอให้ยองแจตอบกลับมาว่าจะจัดตารางอย่างไรดี แต่รายนั้นกลับหายไปเสียดื้อๆ

 

 

ตกส้วมหรือไงยองแจ!!!

 

 

“เฮ้อ..กิจกรรมก็ยังไม่ได้ทำเลย เข้าวันที่ 2 แล้วนะเว้ย” ริมฝีปากบางบ่นพึมพำก่อนจะพิงหลังลงผนักเก้าอี้สีน้ำตาเข้ม เนื่องจากกิจกรรมถูกยกเลิกไปทั้งแผง ทำให้สมาชิกผู้ว่างงานอย่างจงออบออกไปเที่ยวเล่นอยู่ที่สนามหญ้าโดยมีองครักษ์ตามไปด้วยอีกรายนึง

 

 

“หวังว่าจะไม่เห็นนะ...” เขาเป็นห่วงเหลือเกินถ้ายงกุกมาเห็นแดฮยอนกับจงออบอยู่ด้วยกัน

 

 

ฉันไม่อยากให้นายเสียใจเลย

 

 

นัยน์ตาคู่สวยเหลือบไปมองตุ๊กตาสีดำ-ส้มบนโซฟา เจ้าเสือนี่เป็นของรักของหวงของหัวหน้ากลุ่ม น้อยคนนักจะได้แตะต้องมันโดยได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของ มีฮิมชานเท่านั้นที่แอบเอามันไปโดยไม่บอก แถมตอนนี้ก็โดนเทิร์นอันใหม่มาคืนอีกต่างหาก เจ้าเสือตัวใหม่ยังคงนอนแผ่อยู่บนเตียงเขา

 

 

“หือ..นั่นอะไร” พอเห็นสิ่งผิดปกติตรงหางเสือส้ม เขาก็ลุกไปดูที่เตียง

 

 

โบว์สีชมพู

 

 

ตั้งแต่เอามันมานอนด้วย เขาไม่ทันสังเกตเลยว่ามีโบว์น่ารักแบบนี้ผูกติดอยู่ด้วย ฮิมชานขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจ

 

 

“มาได้ไงวะ..” ร่างโปร่งขยี้หัวตัวเองพลางเดินไปหาทิกเกอร์ No.1 ที่โซฟา

 

 

“เจ้าเสือนี่..” ฮิมชานใช้ปลายนิ้วจิ้มลงจมูกมันอย่างหมั่นเขี้ยว เป็นจังหวะเดียวกันที่ยงกุกกำลังเปิดประตูห้องเข้ามา หากแต่เขาเลือกที่จะแอบมองผ่านช่องประตู ทุกการกระทำอยู่ในสายตาของเขาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการที่ฮิมชานคุยกับทิกเกอร์ของเขาหรืออุ้มมาเล่น

 

 

“ฉันควรทำยังไงดี” น้ำเสียงแผ่วนั้นทำให้คนอยู่ข้างนอกได้ยินไม่ชัด

 

 

พูดอะไรน่ะ?

 

 

ยงกุกพยายามเอียงหูไปฟัง แต่เสียงกุกกักนั่นทำให้เขาต้องชะโงกหัวไปดู ร่างโปร่งในห้องกำลังโยกทิกเกอร์ไปมากลางอากาศก่อนจะกอดมันไว้

 

 

“นายนี่มันน่าอิจฉาชะมัด...” ประโยคนี้ แน่นอนว่าฮิมชานพูดกับทิกเกอร์ “ทำหน้าแบบนี้มีความสุขนักใช่มั้ยหะ?”

 

 

ยิ่งมองหน้าตุ๊กตาสีส้มนี่มันก็ทำให้เขาอยากตั๊นเจ้าตัวยัดนุ่นนี่หลายทีให้หายแค้น

 

 

“โดนกอดทุกคืน มีความสุขจนสำลักนุ่นก็บอก!” เมื่อคนที่แอบดูได้ยินประโยคนี้ ริมฝีปากที่เป็นเส้นตรงกลับคลี่ยิ้มแถมต้องกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้อีก

 

 

ทำอะไรของนาย คิม ฮิมชาน

 

 

“เป็นแค่ตุ๊กตาแท้ๆ..” ขณะทิกเกอร์กำลังถูกจับหางเหวี่ยงไปมา

 

 

ถ้ามันพูดได้ก็คงพูดออกมาแล้วว่า...

 

 

ป่ะป๊าบังกุกช่วยทิกกี้ด้วย T U T’

 

 

แสดงว่า ป่ะป๊าจะต้องเข้าไปช่วยแล้ว ร่างสูงผลักประตูเข้าไปราวกับตำรวจจะจับผู้ร้าย คนที่กำลังกระทำชำเราตุ๊กตาถึงกับปล่อยมือออกจากหาง ทั้งสองสบตากันอยู่นานสองนานกว่าจะมีคนยอมพูดขึ้นก่อน

 

 

“เปิดไว้อย่างนั้น...เดี๋ยวยุงก็เข้าหรอก” ฮิมชานชี้มือไปที่ประตู เป็นผลให้หัวหน้ากลุ่มบันนี่ปิดประตูแต่โดยดี

 

 

“เมื่อกี้ทำอะไร...”

 

 

รายงานสถาการณ์โดยยุงชุกชุม : ผู้ร้ายหน้าหวานคนหนึ่งกำลังประทุษร้ายคุณทิกเกอร์โดยการจับหางแล้วฟาดตัวไปมากับโซฟา เขาบอกว่าเขาไม่ผิด จบรายงานเพียงเท่านี้

 

 

“เอ่อ.. คือ ฉันเห็นว่าฝุ่นมันเยอะเลยเอามาตบๆให้” ฮิมชานชี้ไปทางทิกเกอร์

 

 

พยานปากเอกยุงยังอยู่ : แต่จากฟิลลิ่งเมื่อครู่ คาดว่าต้องการทำให้คุณทิกเกอร์สิ้นใจเป็นแน่ หรือไม่ เขาอาจจะต้องการให้หางขาด จะได้เสียนุ่นจนถึงชีวิต

 

 

“พอจะรู้มั้ยว่าทำไมทิกเกอร์ฉันถึงได้หายบ่อยๆ..”

 

 

ผู้เห็นเหตุการณ์ยุงบินหึ่ง : อันนี้ก็ไม่รู้.. โผล๊ะ!! (นี่เป็นเสียงสุดท้ายก่อนที่เขาจะจากไป เราไม่อาจบรรยาได้ว่าคุณยุงบินหึ่งเสียชีวิตโดยวิธีการใด)

 

 

“หืออออออออออออ” ฮิมชานพยายามลากเสียงยาวเพื่อจะได้คิดก่อนจะตอบกลับ

 

 

“นี่คือรู้หรือไม่รู้?” ร่างสูงเข้ามาคว้าตุ๊กตาตัวโปรดคืน สายตาที่มันมองมาเหมือนจะอ้อนฟ้องว่าตัวเองโดนกระทำชำเราอย่างไรบ้าง

 

 

ป่ะป๊า ทิกกี้เจ็บตัวไปหมดเลยแง T v T’

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กูจะแดกหัวมึง..

 

 

“ทำปากอะไรน่ะ?” ยงกุกถามเมื่อเห็นอีกคนทำปากขมุบขมิบเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง

 

 

“เปล่านี่” ใบหน้าหวานฉีกยิ้ม

 

 

“อย่าให้ฉันรู้ว่าใครเป็นคนขโมยทิกเกอร์ออกจากห้อง...” ดวงตาดุเหลือบไปมองที่ฮิมชานราวกับจะแกล้ง ทำให้คนที่ถูกมองถึงกับกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ

 

 

“ทำไมเหรอ?” มือบางยกขึ้นลูบท้ายทอยตัวเองพลางก้มหลบสายตา

 

 

“ฉันจะกระทืบให้..”

 

 

อีแค่ตัวยัดนุ่นสีส้มเนี่ยนะ................................................................ คิม ฮิมชาน ขอแจกจุด

 

 

“จะอะไรนักหนา ก็แค่ตุ๊กตา” ฮิมชานลากเก้าอี้ออกจากโต๊ะก่อนนั่งหันหลังให้อีกคน ยงกุกที่ง่วนอยู่กับการจัดเตียงให้ทิกเกอร์นอนด้วยก็พูดขึ้น

 

 

“ก็แค่ตุ๊กตา” ราวกับจะตอกย้ำว่าใครเคยเป็นคนซ่อมมัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อืม กูเอง ไม่น่าหลงกลมันเลยให้ตายสิ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่น่า...หลงรักไอ้เหงือกเลย!!!!! รักแท้แพ้เสือส้มเหรอ?!!!!!!!

 

 

ตอนนี้ฮิมชานเริ่มสับสนแล้วว่าใครกันแน่ที่มีความสำคัญกับยงกุก จะว่าเป็นจงออบก็น่าจะใช่ แต่พอมาวัดกับตุ๊กตาอันเลอค่าเต็มไปด้วยกลิ่นเจ้าของ ไม่แน่...เจ้าทิกเกอร์นี่อาจจะโคตรสำคัญมากๆ ฉะนั้นเพื่อจะไขข้อข้องใจ เขาต้องถามออกไป

 

 

“ถ้าฉันให้นายเลือก...ระหว่าง จงออบ กับ ทิกเกอร์” ร่างโปร่งหันกลับมามองคนบนเตียง “นายจะเลือกใคร?”

 

 

“ทำไมต้องจงออบ?” ยงกุกเลิกคิ้วขึ้น

 

 

“เออน่า...”

 

 

รู้ว่าไม่อยากได้ยิน

 

 

ป่านนี้จงออบคงกำลังวิ่งเล่นกับแดฮยอนอยู่ในสวน หรือไม่ก็นอนเกยกันใต้ต้นไม้เหมือนในพวกซีรี่ย์โลกสวย พระนางรักกันตลอดกาล ไม่ใช่มั้ง...

 

 

“...” ยงกุกเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะตอบออกมา “ฉันเลือกสองอย่าง”

 

 

“ฉันให้นายเลือกอย่างเดียว” มือบางเกาะพนักเก้าอี้รอคำตอบ

 

 

“ถ้างั้นฉันเลือกไม่ได้” ร่างสูงส่ายหัว “เพราะจงออบมีแค่คนเดียว ไม่มีใครเหมือน และไม่มีใครแทนได้ ก็เหมือนกับทิกเกอร์ตัวนี้ มันมีตัวเดียวในโลกที่เป็นของฉัน”

 

 

“แล้วถ้าเกิดทั้งจงออบกับทิกเกอร์กำลังจะจมน้ำละ จะช่วยใคร?” ยังไงเขาก็อยากรู้คำตอบ

 

 

“ฉันจะไปช่วยพวกเขาแล้วปล่อยให้ตัวเองจมน้ำตาย”

 

 

พอได้ยินคำตอบที่ชัดเจน เขาก็พอรู้ว่าจงออบมีความหมายต่อยงกุกมากแค่ไหน ทำให้เขาหลุดปากถามคำถามที่ไม่ควรถามออกไป

 

 

“ถ้าเป็นฉันกับจงออบละ? จะเลือกช่วยใคร แค่คนเดียว คนเดียวเท่านั้นที่นายช่วยได้”

 

 

“คำตอบเดียวกัน ฉันจะช่วยทั้งสองคน แล้วปล่อยให้ตัวเองตาย ไม่ว่าเป็นใคร ก็ยังไม่อยากตายกันหรอก แต่ถ้าเป็นเจ้าเด็กใหม่นั่น ขอฉันคิดสิบวัน...” ยงกุกส่งเสียงฮึในลำคอก่อนจะหลับตาลง ปล่อยไว้เพียงฮิมชานที่พยักหน้ารับรู้กับสิ่งที่ร่างสูงพูด

 

 

ถ้านายจะช่วยทั้งสองคนขึ้นฝั่งแล้วปล่อยตัวเองตาย ฉันขอกระโดดลงไปตายอยู่กับนายยังจะดีกว่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่าเจ้าระเบียบ เคร่งในกฎ อีกทั้งยังเป็นโรงเรียนประจำชายล้วน เด็กที่นี่แต่ละคนจะได้รับการฝึกฝนให้แข็งแรง สุภาพ และน้อบน้อม

 

 

“คิดว่าตัวเองเก่งมาจากไหนวะไอ้เหงือก!!!!!!!!!!!” หากแต่คำพูดเหล่านี้ไม่ควรออกจากปากเด็กที่นี่ ในห้องพักที่มีเตียงสองชั้นวางอยู่คนละฟาก ขณะนี้กำลังเกิดศึกครั้งยิ่งใหญ่ในรอบหลายสัปดาห์ เด็กหนุ่มหน้าหวานชี้นิ้วใส่หน้าคนที่นอนอยู่บนเตียงชั้นบน

 

 

“อะไร?” ยงกุกเหลือบตามองก็จะตะแคงหันหลังให้

 

 

“กล้าดียังไงได้คะแนนวาดภาพมากกว่าฉันห๊า!!!!!!!!!” ขนาดเด็กในห้องต้องยกมือปิดหูเพราะเสียงดังเกินของฮิมชาน ไม่นานอาจารย์ประจำหออาจจะเดินมาแล้วก็ได้

 

 

“แล้วใครให้นายวาดห่วยกว่า?” ตอนแรกยงกุกก็ว่าจะเงียบ แต่เพราะรำคาญเสียงเลยต้องตอบโต้ไป

 

 

“นายว่าฉันห่วยเหรอ?!!!!!!!!!!!!!

 

 

“คนห่วยชอบส่งเสียงดัง” ไม่ทันไรหมอนก็ถูกปาขึ้นไปซัดหลังยงกุก

 

 

“ลงมาเลยนะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!” ฮิมชานเริ่มหัวเสีย

 

 

“อย่าแพ้แล้วพาล” อาจเป็นเพราะใบงานครั้งนี้ฮิมชานหวังเอาไว้มาก ปกติยงกุกก็ไม่ได้วาดรูปสวยอะไรมากมาย หากแต่อาจารย์ดันให้คะแนนมากกว่า นั่นทำให้ฮิมชานไม่พอใจ นิสัยเด็กๆแบบนี้ ต้องมีการลงโทษกันบ้าง มิฉะนั้นนิสัยเอาแต่ใจของลูกเศรษฐีใหญ่จะรักษาไม่หาย

 

 

“บัง ยงกุก!!!!!!!!!!!!!!!” ฮิมชานเขย่าเสาเตียง

 

 

“เธอทำอะไรน่ะฮิมชาน” ว่าแล้วอาจารย์ผู้คุมหอก็เปิดประตูเข้ามา

 

 

“อาจารย์...” เด็กน้อยเงียบเสียงลงทันควันเมื่อเห็นใบหน้าดุๆของหญิงมีอายุ

 

 

“รู้มั้ยว่ามันรบกวนทั้งห้องข้างบน ข้างๆ และข้างล่าง เสียงเธอก็ไม่ใช่เบาเลยนะ มาให้ลงโทษซะดีๆ คนข้างบนด้วย บัง ยงกุกใช่มั้ย?” อาจารย์มองขึ้นไปบนเตียงชั้นบน คนที่นอนหันหลังให้ขยับปากบ่นก่อนจะยอมลงมาหาผู้ก่อเรื่องวุ่นวาย

 

 

“ฮิมชานหอมแก้มยงกุก” เพราะวิธีนี้อาจจะทำให้เด็กทั้งคู่ไม่กล้าทะเลาะกันอีก “เร็ว”

 

 

“หา!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” และนี่ก็เป็นเสียงใครไปไม่ได้นอกจากฮิมชาน เขามองอาจารย์สลับกับยงกุกไปมา

 

 

“ถ้าไม่ทำตอนนี้ ฉันจะเพิ่มเป็น 3 ที” กรณีของคนทั้งค่าอาจจะแก้ยาก เพราะตั้งแต่อยู่ร่วมโรงเรียนกันมา มีเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน

 

 

“โธ่เว้ย..” สุดท้ายเด็กน้อยก็ต้องหันไปฝังปลายจมูกลงแก้มอีกคนก่อนจะผละออกทันที

 

 

“ดีมาก ถ้าเสียงดังอีกนะฮิมชาน” หญิงสาวว่าก่อนจะเดินออกจากห้องไป

 

 

“...” ยงกุกยกหลังมือมาถูแก้มที่ถูกหอมไปมา ส่วนฮิมชานก็ได้แต่กระทืบเท้าปึงปังเข้าห้องน้ำไป

 

 

ใช่สิ รังเกียจก็บอกมา!!!!!!!

 

 

 

 

ดวงตาดุมองไปในห้องน้ำก่อนจะเลื่อนมาหยุดที่หลังมือตนเอง ริมฝีปากอิ่มจรดลงหลังมือราวกับจะต้องการสื่อว่าเป็นการจูบทางอ้อม








______________________________________________________________________________________________


ใช่สิ บังชานมันน่ารัก55555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555
5555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555
ละดูอะไรจูบเจิบตั้งแต่เด็ก ฮรือว์ T _ T
มาๆ เรามาพูดถึงการจองฟิคกันดีกว่า กดดูตอนต่อไปได้เลยนะ <3

508 ความคิดเห็น

  1. #491 MicKy (@MP_mick) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 เมษายน 2557 / 02:30
    น่ารักทั้งคู่โล่แจ้ และบังชานเลยอ่ะ น้องโล่ขี้อ่อนจังเลยนะ 
    พี่บังร้ายไม่เบาเหมือนกันนะมีจูบทางอ้อมด้วยเหรอเนี้ย
    รักแท้แพ้เสือส้ม ฮ่าๆๆๆๆๆ 
    #491
    0
  2. #474 natsu (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มีนาคม 2557 / 22:51


    ยองแจคงเริ่มนึกเรื่องจุนฮงออกบ้างแล้วสิ



    ความทรงจำที่เคยเป็นเรื่องปิดตายในอดีต



    ตอนนี้จุนฮงเริ่มที่จะเปิดมันออกมาแล้ว



    แต่ยองแจจะรับเรื่องจริงที่ยากเชื่อได้หรือเปล่านะ ^^!



    #474
    0
  3. #472 Meaw Baby_B.A.P (@mameawbasatimaid) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มีนาคม 2557 / 01:06
    พี่ฮิมจะแดกหัวน้องเกอร์ ให้ตายเถอะ -0-
    แล้วอะไร บังชานมาแต่เด็กเลยนะ -////-
    พี่บังชอบชานก้บอกไปเลยยยย เก็บทำไม
    #472
    0
  4. #469 Dami's (@9328987) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 มีนาคม 2557 / 21:55
    น่ารักทั้งโลีแจทั้งบังชาน โล่ชอบอ้อนยองแจโคตรเด็กอ่ะ ส่วนคู่พี่บังนี่กัดกันตลกตรงรักแท้แพ้เสือส้ม
    #469
    0
  5. #468 jumpup0411 (@jumpup0411) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 มีนาคม 2557 / 20:45
    งื้อ~~ น่ารักอ่ะ พี่ฮิมน่ารักแต่แอบโหดนะ จะแดกหัวทิกกี้ซะได้ 555+++
    เฮียก็ซึนละเกิน จูบทางอ้อมตั้งแต่เด็กเลยนะ >\\\\<
    #468
    0
  6. #467 Babys Lynn (@myzelo) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 มีนาคม 2557 / 19:47
    โอยยยยยย ที่แท้พี่ปังก็รักนะแต่ไม่แสดงออกนี่เอง 55555555555 ครูนี่น่าให้เปฌนรูดีเด่นนะ ลงโทษเด็กได้น่ารักเหลือเกิน เอ๊ะ!!หรือว่าครูจิ้นบังชาน? >//<

    #467
    0