[FIC B.A.P] Countdown (dae x up)

ตอนที่ 19 : Countdown [17]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 246
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 มี.ค. 57

[17]

 

 

 

เสื้อยืดสีดำถูกเสื้อโค้กสีเดียวกันปิดทับด้วยเหตุผลที่ว่า รอยแผลตามแขนนั้นเด่นชัดเกินไป คนที่ควรอยู่ในอาการปางตายนั่งนิ่งให้คนตรงหน้าจัดผมเผ้าให้ นัยน์ตาคมไล่มองรอยเลือดที่แห้งกรังบนตัวร่างเล็ก เขาลืมตาตื่นได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่บาดแผลจากอาวุธฝ่ายตรงข้ามมันไม่หายดี เสื้อที่ถูกเปลี่ยนให้ใหม่ถูกถกขึ้นเพื่อดูว่ารอยคมดาบที่แทงทะลุนั้นได้หายไปหรือยัง

 

 

“ขอโทษนะจงออบ” แทบจะได้ยินเพียงแค่เสียงลม

 

 

“ไม่เอาแบบนี้ ผมไม่อยากได้แบบนี้...” จงออบทรุดลงไปนั่งบนพื้น แม้ว่าแผลจะเชื่อมกันดีแล้วก็ตาม

 

 

“ฉัน...”

 

 

ถึงจะตายไป เดี๋ยวก็ฟื้นอีกอยู่ดี

 

 

“ทำไมผมถึงรู้สึกว่าแดฮยอนจะไม่ฟื้น เหมือนจะตายไปจริงๆ” ความรู้สึกหนักหน่วงในใจบีบคั้นให้เด็กหนุ่มต้องเสียน้ำตา น้ำตาที่แดฮยอนเห็นแล้วเจ็บปวด เขาไม่ชอบเห็นใครร้องไห้ โดยเฉพาะคนที่เขามีความรู้สึกพิเศษด้วย ร่างสูงประคองใบหน้าเรียวขึ้นก่อนจะเกลี่ยหยดน้ำตาออก

 

 

“จริงอยู่ว่าแต่ก่อนฉันอยากตาย” แต่พอมาเจอจงออบ ความคิดของเขาก็เปลี่ยน

 

 

“ผมไม่อยากให้แดฮยอนตาย” เด็กหนุ่มส่ายหน้าเป็นพลันวัน

 

 

“เป้าหมายเดียวในชีวิตของฉันคือความตาย แต่ตอนนี้มันไม่ใช่” อาจจะเจ็บปวดไปบ้างที่ตัวเองต้องเฝ้ามองคนที่รักตายจากในขณะที่เขาต้องดำเนินชีวิตต่อไปโดยไม่มีวันสิ้นลมหายใจ

 

 

“อึก...”

 

 

“ฉันจะอยู่ต่อไป เพื่อนาย...จงออบ” เขาไม่อยากให้ตัวเองหมดลมโดยมีจงออบนั่งร้องไห้พยายามเรียกร้องให้เขาฟื้นเป็นร้อยรอบ เพื่อแลกกับความสุขของจงออบ จะเจ็บปวดเท่าไหร่เขาก็ยอม ความรักเป็นสิ่งที่สวยงามเมื่อปราศจากเงื่อนไขข้อผูกมัด ซึ่งสิ่งนี้เขา มี

 

 

คำสาป คือ ข้อผูกมัดทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตแดฮยอน

 

 

ฉันจะกอบโกยความสุขตลอดจนชีวิตของนายจะสิ้นสุดลง และจากนั้นฉันจะไม่นึกเสียใจอีก เพราะว่าในชีวิตที่ยาวนานของฉันได้รัก...มุน จงออบ

 

 

 

“แดฮยอนอา วันนี้ผมต้องเข้าม.นะ ปล่อยก่อน” ทันทีที่โดนกอดจากข้างหลัง แถมยังดึงให้ร่างเล็กลงมานอนบนเตียงด้วยกัน เป็นปกติทุกเช้าของคนคนนี้ เขาไม่อยากให้จงออบอยู่ห่างตัวเองเลย ชุดนอนสีขาวที่แอบปลดกระดุมออกเองเผยให้เห็นแผงอกกว้าง

 

 

“เมื่อวานก็ไป” พอเห็นว่าจงออบจะลุก เขาก็ขึ้นไปคร่อมทันที “ดื้อเหรอ?”

 

 

“แดฮยอนแหละดื้อ ปล่อยผมนะ!” ไม่เพียงแค่พูด ขาทั้งสองข้างก็เตะสะเปะสะปะไปทั่ว

 

 

“แค่เมื่อคืนมันไม่พอหรอกรู้มั้ยเด็กน้อย” แดฮยอนแอบขำเมื่อเห็นสีหน้าตกใจของคนตรงหน้า ตาเรียวๆนั้นโตขึ้นก่อนจะมองซ้ายทีขวาทีเหมือนจะหาทางหนี

 

 

“ผมจะเข้าม.!” พอเห็นว่าหมอนอยู่ใกล้มือ จงออบเลยซัดมันใส่หน้าแดฮยอนจนหน้าหัน

 

 

“เดี๋ยวนี้ชอบรุนแรงใช่มั้ยหืม?” แดฮยอนไม่รอให้อีกคนได้ตั้งตัว ปลายจมูกลงไปซุกไซร้ลำคอขาวจนจงออบถึงกับหัวเราะออกมา

 

 

“อย่านะ ฮ่าๆ ปล่อยผม พอแล้ว ฮ่าๆๆ จั๊กจี้นะ!

 

 

“อยู่ด้วยกันก่อนสิ ยังไม่อยากให้ไปเลย” ร่างสูงหยุดการกระทำ มืออุ่นลูบผมเด็กหนุ่มอย่างเอ็นดู ริมฝีปากอิ่มกดลงที่หน้าผากอย่างรักใคร่

 

 

“ฉันรักจงออบนะ” รอยยิ้มที่ผุดขึ้นได้ไม่ได้กำลังจางหายไปเมื่อได้ยินประโยคที่ทำให้หัวใจหยุดเต้น

 

 

“คุณเป็นใครเหรอครับ?”

 

 

 

เปลือกตาเลิกขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ  การที่ตื่นขึ้นมากลางดึกเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีนัก ทั้งต่อสุขภาพและจิตใจ แถมความฝันเมื่อครู่ก็ทำให้เขาเป็นกังวล แดฮยอนพลิกตัวเข้าไปกอดคนตัวเล็ก เตียงเดี่ยวนี่ดูเล็กไปเมื่อมีผู้ชายสองคนนอนอยู่ด้วยกัน อาจจะดูอึดอัดในสายตาคนอื่น แต่เขาทั้งสองกลับมีความสุข

 

 

 

ขออยู่แบบนี้นานๆได้มั้ย?

 

 

 

ในตอนเช้ามืด แดฮยอนปีนระเบียงห้องข้ามไปหาจุนฮง ด้วยเรื่องเมื่อวาน เขาไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก เพราะจำนวนนักฆ่าแปลกๆที่ว่านั่นมันเพิ่มจำนวน แถมยังรู้อีกด้วยว่าพวกเขาอยู่ในค่ายแห่งนี้ คนเป็นพี่ไม่อยากให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องมาเจอกับอันตราย ดูเหมือนว่าเจ้าเด็กกวนประสาทนี่ก็คิดเหมือนกันกัน

 

 

“เมื่อวานเซลโล่ก็รู้สึกไม่ค่อยดี แต่เห็นว่าพี่ดำออกไปละไงเลยไม่ได้ไป” ความจริงกำลังทำศึกแย่งน้ำดื่มกับยองแจจนลืมไปว่าต้องไปช่วยแดฮยอนซักหน่อย

 

 

“เห็น?” แดอยอนทวนคำ

 

 

“รู้สึกก็พอ” คนที่เด็กกว่ายักไหล่

 

 

“ถ้าเราตายมันก็จบใช่มั้ย?” ผู้ที่อยู่ในชุดแต่งกายสีเข้มพิงขอบระเบียง

 

 

“แต่เซลโล่รู้ว่าพี่ไม่อยากตาย” ข้อนี้จุนฮงรู้ดี ทำงานมาด้วยกันร่วมร้อยปี เดาใจไม่ถูกก็เลิกเป็นคู่หูกันได้เลย

 

 

“อืม เก่งนี่” อาจเป็นเพราะแววตาที่เปลี่ยนไป การกระทำก็ด้วย

 

 

“เพราะรู้สึกเหมือนกัน เซลโล่ยังไม่อยากตาย” เด็กน้อยที่เคยเอาแต่พูดจากวนประสาท บัดนี้ใบหน้าอ่อนเยาว์นั่นดูจริงจังกว่าทุกครั้ง

 

 

กว่าจะเจอแทบเรียกว่าใช้เวลาทั้งชีวิต มีเหรอจะปล่อยให้หลุดมือง่ายๆ?

 

 

“ยังนึกถึงเด็กคนนั้นอยู่อีกเหรอ?” แดฮยอนนึกย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ผู้ที่มีอิทธิพลต่อชีวิตของจุนฮงมีเพียงคนเดียว เด็กชายตัวเล็กที่ทำให้จุนฮงแทบจะแตกคอกับแดฮยอนด้วยคำที่ว่า

 

 

“เอานาฬิกานับแต้มพี่คืนไป เซลโล่ไม่อยากทำอีกแล้ว เบื่อที่จะตาย” ถึงจะพูดเช่นนั้นพวกเขาก็ต้องตายซ้ำตายซากแล้วฟื้นขึ้นมาจนกว่าจะสิ้นคำสาป การที่มีชีวิตอยู่อย่างยาวนานคือ ความทรมาน

 

 

แต่สุดท้ายแล้วจุนฮงก็ต้องจากเด็กคนนั้นมา โดยไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย ร่างโปร่งนี่อาจจะลืมไปว่าตนเองเป็นใครและทำอะไรมาบ้าง ศัตรูมีรอบด้านแถมยังทำให้เด็กน้อยโดนลูกหลงไปด้วย เหตุการณ์รถคว่ำวันนั้นยังคงฝังอยู่ในหัว ร่างที่เต็มไปด้วยเลือด เปลวไฟลุกโชน จุนฮงทำได้เพียงอุ้มร่างไร้สติออกมาเพื่อส่งโรงพยาบาล ใจของเขาเต้นไม่เป็นส่ำและทำอะไรไม่ถูก

 

 

นี่มันความผิดของเซลโล่ชัดๆ!!

 

 

ในขณะที่เอาแต่ยืนโทษตัวเอง มือหนักๆก็วางลงบนบ่า

 

 

“ไปกันได้แล้ว” แดฮยอนเอ่ยทิ้งไว้ก่อนจะเดินออกจากแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาล กลิ่นของยา กลิ่นเลือด และความวุ่นวายทั้งหมดถูกบันทึกเก็บไว้ในสมอง

 

 

“เซลโล่...ขอโทษ”

 

 

เมื่อทั้งสองถกเรื่องที่เกิดขึ้นเสร็จเรียบร้อย แดฮยอนก็ปีนกลับไปยังห้องตัวเอง ส่วนจุนฮงก็เอาแต่เงยมองท้องฟ้า ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาวระยิบระยับ ดวงจันทร์ทอแสงลงมากระทบผิวขับให้ดูขาวยิ่งกว่าเดิม ร่างโปร่งเดินกลับเข้าไปในห้องนอนก่อนจะเปิดดูกระเป๋าเงินของยองแจอย่างถือวิสาสะ รูปถ่ายสมัยเด็กถูกซ่อนเอาไว้หลังรูปพ่อแม่และผู้ชายคนหนึ่งที่น่าจะเป็นพี่ชาย

 

 

ไม่ผิดคนแน่ๆ

 

 

“ยู...ยองแจ” ทันทีที่จุนฮงเอ่ยชื่อนี้ออกมาทำให้เจ้าของชื่อหันกลับมามอง

 

 

อาจจะเป็นเพราะทรงผมที่เปลี่ยนไป รวมถึงสี ทำให้จุนฮงไม่รู้ว่าคนคนนี้เป็นใคร แต่เมื่ออ่านป้ายชื่อ นามสกุลตัวแรกทำให้เขารู้สึกคุ้น

 

 

“ยู...” ร่างโปร่งเพ่งมองรูปในมือก่อนจะคลี่ยิ้ม เด็กในรูปนี้อายุเพียง 7-8 ขวบเท่านั้น อยู่ในวัยกำลังน่ารักและพร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่

 

 

“ยูจริงๆสินะ” ความรู้สึกเคลือบแคลงใจตั้งแต่ที่อ่านชื่อ วันนี้ได้หายข้อข้องใจเสียที อาจจะเป็นเพราะอยากรู้อยากเห็นเลยหยิบมาดูช่วงที่ยองแจอาบน้ำ

 

 

“ชื่อพี่น่ารักจังเลยนะครับ” ไม่เพียงแค่พูดคนอายุน้อยกว่าก็ยังยิ้มกว้างออกมา

 

 

นี่ก็ผ่านมาสิบกว่าปีที่แดฮยอนและจุนฮงเอาแต่เร่ร่อนรับงานนักฆ่าไปทั่ว แถมยังต้องย้ายที่อยู่บ่อย จึงทำให้พวกเขาไม่ได้พบเจอกันเลย อาจจะเป็นเพราะร่างโปร่งไม่อยากให้ยองแจได้รับลูกหลงเหมือนตอนนั้นเป็นครั้งที่สอง เขาเฝ้ามองยองแจอย่างห่างๆตลอดมา จนกระทั่งบ้านหลังนั้นปิดประกาศขาย

 

 

“จำกันไม่ได้จริงๆใช่มั้ย?” ขนาดรอเวลาให้ยองแจทักถามว่า เคยรู้จักกันมั้ย? แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีวันนั้น จุนฮงนั่งลงข้างเตียงพลางมองใบหน้าที่กำลังอยู่ในห้วงนิทรา

 

 

อยากให้เหมือนเมื่อก่อน แค่อ้าแขนก็วิ่งเข้ามาในอ้อมกอดแล้ว

 

 

“ถ้าเป็นตอนนี้คงเอาเท้าถีบออกแน่” ร่างโปร่งพรูลมหายใจ ในห้องที่มีเพียงโคมไฟสีส้มส่องสว่าง จุนฮงรื้อปืนกระบอกยาวออกมาก่อนจะใส่กระสุนปืน สุดท้ายเขาก็สะพายมันขึ้นหลังพร้อมออกจากห้องไปโดยไม่บอกคนบนเตียง เวลายามเช้ามืดเหมาะแก่การออกไปสำรวจโดยไม่ต้องระวังว่าจะมีใครมาเห็น

 

 

แต่เมื่อได้สบสายตาของใครบางคนก็ทำให้จุนฮงอดชะงักไม่ได้ ซิ่วหลบสายตาทันทีที่เห็นบางสิ่งที่เด็กอายุเท่านี้ไม่ควรมี

 

 

“บาย” เด็กโย่งกล่าวกวนๆก่อนจะหลบหายไปในสถานที่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้

 

 

“นั่นมัน...” ซิ่วหมินพะงาบปากหลังจากที่เห็นไอควันสีดำลอยตามเด็กหนุ่มไป “จะถึงฆาตแล้วเหรอ?”

 

 

“ไปตามทางที่ต้นไม้มีรอยบาก ใจกลางป่าที่มีดอกไม้สีแดงบานอยู่ ตรงนั้นแหละ”

 

 

ฝ่ามือลูบไปตามลำต้นก่อนจะพบว่ามันมีร่องรอบการทำเครื่องหมายเอาไว้อย่างที่แดฮยอนบอก รายนั้นกำชับว่าให้ระวังตัวไว้ เพราะคลื่นลูกที่สามกำลังตามมา เขาไม่คิดว่าฝ่ายนั้นจะหยุดเรื่องนี้ง่ายๆ อีกอย่างถ้าพวกเขาไม่ตาย อาจจะมีคนที่ไม่เกี่ยวข้องบาดเจ็บ

 

 

“นี่ก็ไกลแล้วนะ” จุนฮงบ่นอุบพลางปล่อยชูการ์ไลเดอร์ให้ออกไปสำรวจทางอื่น เพียงแค่สูดอากาศเข้าปอด กลิ่นคาวสนิมก็เตะที่ปลายจมูกเข้าอย่างจัง แม้มันจะอ่อนเขาก็พอรู้ว่าบริเวณที่กำลังเข้าใกล้มันเคยเกิดเรื่องอะไรขึ้น หญ้าที่สูงเหนือศีรษะถูกแหวกออกเผยให้เห็นกอดอกไม้สีแดงสด พืชพรรณที่ไม่น่าขึ้นได้ในบริเวณนี้กลับถูกเสกสรรขึ้นโดยวาจาสิทธิ์ของใครบางคน

 

 

“ศพพวกนี้ก็ด้วย...” อาศัยเพียงแสงจันทร์ที่ริบหรี่ก็ยากที่จะมองเห็น เพราะเวลานี้มันใกล้เช้าแล้ว แต่สิ่งที่ปรากฏมันสร้างความงุนงงให้กับเขา

 

 

ดอกไม้อะไรบานอยู่บนตัวศพ ตามพื้นที่มีกองเลือดก็ใช่

 

 

จุนฮงปีนป่ายขึ้นไปบนต้นไม้ก่อนจะเริ่มสังเกตการณ์ ปืนไรเฟิลบนหลังถูกคว้ามาตั้งลำกล้องเพื่อเล็งหาสิ่งผิดปกติ พุ่มไม้ที่สั่นไหวทำให้เขาไม่ไหวใจ แม้แต่ป่าก็ยังเล่นตลกกับเขา ใบไม้ต่างเสียดสีกันยามที่ลมพัดผ่าน อย่างที่หลายคนบอก ป่าไม่เคยเงียบสงบ

 

 

เสียงกร็อบแกร็บบนพื้นดินส่งผลให้จุนฮงหันไปตามเสียงจนไม่ทันระวังบางสิ่งที่เฉือนเข้าให้ที่ต้นแขน ผู้ไม่ประสงค์ดีอยู่ใกล้เขาตั้งแต่เมื่อไหร่แทบไม่รู้ตัว เพียงเท่านี้จุนฮงก็ร่วงลงมาด้านล่าง

 

 

“อัก!!” แผ่นหลังกระแทกพื้นจนจุกแต่มันไม่มีเวลาให้ร้องโอดครวญแล้ว

 

 

ตกลงใครดักรอใครกันแน่วะเนี่ย!

 

 

เพียงแค่คิดก็หงุดหงิดจะแย่ แทนที่เขาต้องเป็นคนควบคุมเกมกลับกลายเป็นแผนซ้อนแผน จุนฮงกุมแขนเสื้อที่ขาดวิ่น แถมเลือดออกอีกตะหาก ปืนที่เหน็บเอาไว้ที่ขอบกางเกงด้านหลังถูกชักออกมาทำหน้าที่แทนไรเฟิลบนต้นไม้ แน่นอนว่าต้องใส่ปลอกเก็บเสียง เขาไม่อยากให้เสียงมันดังไปทั้งป่าแล้วปลุกคนในค่ายออกมาแล้วถามว่า นั่นเสียงพลุใช่ป่ะ

 

 

ไม่ตลก..

 

 

จุนฮงหันปากกระบอกปืนไปยังที่ที่เขาเคยหลบซ่อนก่อนจะกดเหนี่ยวไกอย่างไม่รีรอ หากแต่คนด้านบนไหวกว่าจึงหลบได้อย่างสบายราวกับไม่ใช่มนุษย์ ในสถานการณ์เช่นนี้เรียกว่าเสียเปรียบที่สุดในชีวิตของจุนฮงเลยก็ว่าได้ มืดก็มืดแถมยังระบุพิกัดไม่ได้อีก

 

 

“โธ่เว้ย!” ร่างโปร่งลุกขึ้นยืน แต่พอขยับขาก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างบาดขาเข้าอย่างจัง

 

 

“เส้นเอ็น...” หากวิ่งผ่านตรงนี้อาจจะทำให้บาดเจ็บมากกว่านี้ก็เป็นได้ เส้นเอ็นบางพิเศษนี้ถูกขึงเอาไว้เป็นจุดโดยรอบ ตอนนี้จุนฮงโดนขังแล้ว

 

 

มีอะไรจะโคตรซวยไปกว่านี้มั้ย?!!!

 

 

 

 

 

ประตูห้องน้ำเปิดออกพร้อมกับชายหนุ่มหน้าตาน่ารัก ผ้าขนหนูที่เคยพาดบ่าถูกดึงมาเช็ดหน้าที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำ เพียงแค่เห็นเพื่อนตนเองนั่งอยู่ที่ปลายเตียงก็อดสงสัยไม่ได้ เพราะเมื่อครุ่ก็นอนอยู่ดีๆ ด้วยเหตุใดถึงมานั่งนิ่งหน้าเครียดเช่นนี้

 

 

“คริส...เป็นอะไร?” คนตัวเล็กถาม จริงๆเขาอยากจะเล่าให้ร่างสูงฟังมากกว่าว่าที่ระเบียงเขาเจอใคร เด็กหนุ่มที่มีอาวุธอันตรายแถมยังมีไอแห่งความตาย

 

 

“...” หากแต่คนตรงหน้าไม่ตอบ ซิ่วหมินจึงรีบโน้มตัวลงไปดู

 

 

“เอาอีกแล้ว...” ตาสีเข้มนั้นกลายเป็นสีฟ้าแถมยังมีแสงสีขาววูบวาบอยู่ภายใน ราวกับท้องฟ้ายามมีเมฆ แต่สำหรับซิ่วหมิน นัยน์ตาของคริสในขณะนี้คือพายุเข้า

 

 

พายุลูกใหญ่เสียด้วย

 

 

“ท่าทางจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาด้วย” เปลือกตาลดลงมาปิดนัยน์ตาคมพร้อมกับคำพูดชวนให้คิดตาม

 

 

“พวกคนไม่ดีเหรอ?” เพราะก่อนหน้านี้คริสเคยกริ่นกับตนว่ามีคนจะหมายชีวิตของชายหนุ่มมาร์กปิดปากสีดำและเด็กโตเกินอายุ สองคนนั้นอยู่ในอันตราย ทั้งที่แต่ก่อนเคยเป็นบุคคลอันตราย ซิ่วหมินนั่งลงบนเตียงของเพื่อนร่วมห้องก่อนจะรอฟังคำตอบ

 

 

“ยิ่งกว่าคนไม่ดีซะอีก เจ้าตัวสร้างปัญหา” ยามใดที่ใจสงบ ภาพในอนาคตก็ผุดขึ้นในหัว ชายคนหนึ่งตั้งเต็นท์อยู่ในป่าบริเวณน้ำตก และดูเหมือนว่ากำลังลากอะไรบางอย่างขึ้นมาจากน้ำ

 

 

“หา? ไม่จริงน่า” คนฟังถึงกับตกใจ

 

 

“ก็มีอยู่คนเดียว” คริสสะบัดผ้าห่มออกจากตัวจนมันคลุมซิ่วหมินจนมิด คนตัวเล็กร้องอู้อี้พลางพยายามเอาผ้าห่มหนักๆนี่ออกจากร่าง

 

 

“คนอย่าง ปาร์ค ชานยอล เนี่ยนะมาที่นี่?”

 

 

 

 

 

กว่าจะหลอกล่อให้ศัตรูฟันสายเอ็นให้ขาด จุนฮงก็ได้แผลมาเยอะพอๆกับลูกกระสุนที่เสียไป ปืน 2-3 กระปอกไม่ได้ช่วยอะไรเขามากนัก ทันทีที่ทางเปิดโล่ง เขาก็รีบวิ่งออกมาโดยไม่สนว่าจะหลงป่าหรือไม่ อีกอย่าง เจ้าพวกนั้นก็คงไม่รู้ทางเหมือนกัน ร่างโปร่งทั้งวิ่งทั้งหันไประวังข้างหลัง เป็นจังหวะเดียวกับปิก้าบินโฉลบลงบนหัวเขาพอดี แทนที่แผลจะหายก็ยังคงเจ็บเหมือนเดิม

 

 

“อีกแล้วเหรอ?!”  ยิ่งวิ่งมากเท่าไหร่จุนฮงก็ยิ่งเหนื่อยแถมยังเจ็บแผลเล็กแผลน้อยตามตัวอีก ในจังหวะที่ก้าวพลาดเขาแทบจะล้มหน้าคว่ำ แต่ยังดีที่เอามือยันไว้ คนพวกนั้นเข้ามากระชั้นชิดทุกขณะ จุนฮงยังคงวิ่งต่อไปเพื่อจะสลัดให้หลุด แต่ยิ่งวิ่ง เขาก็ได้ยินเสียงเหมือนน้ำตก และมันดังมากๆ สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่ามันสูงมากแค่ไหน กิ่งไม้ที่แขวงทางถูกแหวกออกอย่างรีบเร่ง หากแต่ฝีเท้านั่นก็ต้องหยุดลง

 

 

สุดทาง

 

 

เบื้องล่างคือ หินผาและแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เสียงของน้ำตกทำให้จุนฮงประสาทเสีย ไม่แน่การได้ยินของเขาอาจจะพังเร็วๆนี้ ไม่ทันจะได้ตัดสินใจว่าจะกระโดดหรือไม่ก็ถูก คมขวานเฉือนเข้าให้ที่ต้นแขนข้างเดิม แรงเหวี่ยงที่ส่งมาทำให้ร่างโปร่งร่วงหล่นจากความสูงที่มนุษย์ไม่มีทางรอดชีวิต

 

 

ทันทีที่ร่างกระทบน้ำ จุนฮงรู้สึกอย่างเดียวว่าเขากำลังจมลงไป โดยไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดที่ตรงไหน แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงมา เป็นเหมือนแสงสุดท้ายในชีวิตของเขา ฟองอากาศเฮือกสุดท้ายถูกปล่อยไปเป็นน้ำมาแทนที่ สติสัมปชัญญะเลือนหายไปเหลือแต่ภาพสีขาวแสนว่างเปล่า

 

 

กี่ครั้งแล้วที่เขาลืมตาขึ้นมาจากความตายแต่ก็ต้องเจอมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างที่จมอยู่ใต้น้ำรับความทรมานนับครั้งไม่ถ้วนกับการที่ฟื้นขึ้นมาเพียงไม่กี่วินาทีแล้วตายลงอีก แม้แต่จะคิดว่าเกิดอะไรขึ้นก็ยังทำไม่ได้ ชูการ์ไลเดอร์พยายามป้วนเปี้ยนใกล้เจ้านายของมัน โดยการบินโฉบไปมาบนก้อนหินบริเวณน้ำตก โดยไม่สนว่าตัวมันจะเปียกปอนไปด้วย ชายหนุ่มที่เอาแต่นั่งดูกระแสน้ำเริ่มจะเบื่อหน่ายจึงเอ่ยคำคำหนึ่งออกมา

 

 

“ชเว จุนฮง ลอยขึ้นมาเดี๋ยวนี้” วาจาสิทธิ์ทำงานโดยพลัน ร่างโปร่งลอยขึ้นมาเหนือน้ำราวกับมีแรงดัน

 

 

คนอย่างเขารอไม่ค่อยเป็นแถมยังเบื่อง่าย ปาร์ค ชานยอล ผู้ที่ได้รับคำเชิญมาจากจงออบเกี่ยวกับค่ายของกลุ่มเด็กพิเศษ เขาเลือกที่จะอยู่ห่างๆเพื่อสังเกตสถานการณ์ดีกว่าเข้าไปอย่างโจ่งแจ้ง อีกอย่างเขาแอบเห็น อู๋ อี้ฟาน ศัตรูตลอดกาลของเขามาในรีสอร์ทด้วย

 

 

ความจริงคนที่คิดว่าเป็นศัตรู ดูเหมือนจะเป็นฝ่ายคริสคนเดียวมากกว่า ส่วนชานยอลเป็นผู้ที่เอาแต่ทำตัวกวนประสาทไปเรื่อย ดังนั้นคริสจึงไม่ชอบหน้าชานยอลเอามากๆ ถึงมากที่สุด อย่าเรียกว่าไม่ชอบเลย เกลียดตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยมากกว่า

 

 

นึกว่าจะฟื้นขึ้นมาง่ายๆซะอีก นานชะมัด

 

 

ชานยอลดึงเสื้ออีกฝ่ายก่อนจะลากขึ้นฝั่ง ใช้เวลาอยู่นานพอสมควรกว่าจะขึ้นมาสำเร็จ เพราะจุนฮงก็ใช่ว่าจะตัวเล็ก สภาพของเด็กหนุ่มดูไม่ได้จนผู้มีวาจาสิทธิ์ต้องจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้แถมยังสละเต็นท์ที่อุตส่าห์กางให้นอนพักอีกตะหาก เพราะเชื่อว่าอีกไม่นานจุนฮงก็ฟื้นขึ้นเองตามคำสาป

 

 

“...” นัยน์ตาขี้เล่นมองสำรวจร่างกายที่พังยับเยินของจุนฮงพลางหาอะไรมาคลุมปิดไว้ เพราะขนาดให้ใส่เสื้อแขนยาวกางเกงขายาวก็แล้ว ตามมือก็ยังปรากฏรอยบาดเล็กๆให้เห็น เล็กก็จริงแต่ยาวเป็นทางเลย

 

 

เดี๋ยวคำสาปก็ปลุกให้นายตื่นจากความตายอยู่ดี รอหน่อยก็ได้ หึ!

 

 

 

 

 

“ย่าส์!!!! ใครให้นายไปเล่นน้ำตกหา!!!!” เสียงแว้ดระดับสิบของเลขาฯกลุ่มบันนี่วิ่งเข้าโสตประสาทจุนฮงทันทีที่เข้ามาในห้องพักแล้ว การที่เด็กหนุ่มกลับมาที่พักได้นั้นเป็นเพราะชานยอลล้วนๆ รายนั้นส่งข้อความไปหาจงออบให้มารับเด็กน้อยที่เล่นน้ำตกจนเพลีย

 

 

“...” จุนฮงทำได้เพียงกรอกตาไปมาอย่างใช้ความคิด เพราะตลอดทางเขาโดนยองแจบ่นจนหูชาแถมยังมาเทศนาต่อในห้องนอน อีกทั้งข้อแก้ตัวอะไรนั่นก็ยังไม่ได้คิดไว้ โชคดีที่ชานยอลเกริ่นเอาไว้ว่าเขาไปเล่นน้ำตก ดีนะที่ไม่บอกว่าตกลงมาจากบนยอดน้ำตก ไม่งั้นคงได้กลับโรงเรียนเร็วกว่าเดิมแน่ ร่างโปร่งนั่งเรียบร้อยบนเตียงพลางมองคนตัวเล็กเดินไปมาราวกับหนูติดจั่น

 

 

“แล้วนั่น มือไปโดนอะไรมา?” ยองแจชี้ไปที่หลังมือขาว

 

 

“เอ่อ...หินบาดมั้ง” เขาตอบอย่างไม่ใส่ใจอะไรนัก

 

 

เส้นเอ็นบาด

 

 

“ไหน มาให้ฉันดูหน่อย” ไม่ต้องรอคำตอบยองแจก็จับมือจุนฮงมาดู จากนั้นจึงไปหยิบกระเป๋าปฐมพยาบาลมาจัดแจงทำแผลเบื้องต้นให้ จุนฮงรู้ดีว่ามันไม่มีทางหาย

 

 

“เดี๋ยวนะ..” แต่พอคนตัวเล็กเริ่มรู้สึกผิดปกติก็รีบถกแขนเสื้อคนตรงหน้าดูทันที รอยบาดมากมายสร้างความตกใจให้กับยองแจจนต้องเผลออุทานออกมา “โอ... ฮอล”

 

 

“สงสัยกิ่งไม้บาด”

 

 

มีดดาบทั้งนั้น

 

 

“เล่นอะไรซนไม่เข้าเรื่อง” ยองแจอดหมั่นไส้ไม่ได้เลยทุบกำปั้นลงต้นแขนนั้นจนมีเลือดซึมออกมาจากแขนเสื้อ เด็กหนุ่มทำเพียงขยับปากร้องแบบไม่มีเสียงออกมา

 

 

“เฮ้ย?!” เพียงเท่านั้นเสื้อตัวนอกของจุนฮงก็ถูกถอดออกเหลือเพียงเสื้อกล้ามเท่านั้น

 

 

“ใจเย็นดิยองแจ” เด็กน้อยบุ้ยปาก

 

 

“ถ้าไม่อยากโดนอัดอีกรอบ เรียกฉันว่า พี่ ด้วย -_-+” เจ้าของผมบ๊อบเทจัดการเช็ดเลือดออกก่อนจะใส่ยาให้ ตบท้ายด้วยการพันผ้าก๊อซสีขาวเอาไว้ หลังจากทำแผลเรียบร้อย ยองแจก็พึ่งสังเกตว่าร่างที่ดูผอมบางกลับมีกล้ามเนื้อที่แขน และเหมือนจะสะสมมันมานาน อายุเพียงเท่านี้เอาเวลาไหนไปฟิตร่างกายกันนะ นี่คือคำถามในใจของยองแจ จุนฮงเอียงหน้ามองคนตัวเล็กก่อนจะยิ้มแป้น

 

 

“มองอะไรครับ?” นั่นก็ทำให้ยองแจต้องละสายตาไปมองอย่างอื่น

 

 

“มองแผลไง”

 

 

“อยากจับกล้ามเซลโล่ก็บอกดิ อะอะอะ” ว่าแล้วร่างโปรงก็กระแซะไหล่ข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บใส่เอวคนที่ยืนอยู่ ฝ่ามือพิฆาตก็ฟาดลงมาอย่างเต็มแรง

 

 

“ไม่มีทางหรอก!” ยองแจดุก่อนจะพูดต่อ “รู้มั้ยทุกคนตามหานายกันตั้งแต่เช้าจนตารางกิจกรรมเลื่อนหมดเลย ให้ตายสิ ความดันฉันจะขึ้นมั้ยเนี่ย?!” คนตัวเล็กยกมือขึ้นพัดหน้าตัวเอง จริงอยู่ที่ตอนเช้าเขาเป็นห่วงว่าจุนฮงหายไปไหน แต่พอรู้ว่าแอบไปว่ายน้ำเล่น เขาอยากจะโยนความเป็นห่วงเหล่านั้นลงน้ำตกไปด้วย แล้วยิ่งเห็นหน้ากวนๆแบบนี้อีก

 

 

น่าจะโดนพรายน้ำฉุดไปให้รู้แล้วรู้รอด!







_____________________________________________________________________________
นี่งงมาก ทำไมวันนี้แต่งตอนนี้นานผุดผุด
กว่าจะได้อัพ แต่งตั้งแต่บ่ายยันตอนนี้ พึ่งได้อัพ U _ U
เตรียมเก็บเงินเลยนะสาวๆ วันที่ 10 นี้จะเปิดให้พรียาวถึงวันที่ 1 เมษา
เพราะถ้าช้ากว่านี้ คิวโรงพิมพ์เขาจะยาวมาก แล้วเราจะได้ช้ากัน
Are you O.K?!

508 ความคิดเห็น

  1. #490 MicKy (@MP_mick) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 เมษายน 2557 / 02:20
    น้องโล่กับยองแจเคยเจอกันมาก่อน แต่แจ้จำไม่ได้สินะ
    ตอนนี้ทั้งพี่แด้และน้องโล่เริ่มไม่อยากตายกันแล้ว 
    เพราะทั้งคู่ได้เจอสิ่งที่สำคัญ และอยากปกป้อง
    สรุปชานยอลนี่มาดีหรือว่ามาร้าย จะมาช่วยแก้คำสาปหรือยังงัย
    แล้วพวกที่ตามพี่แด้กับน้องโล่มาเป็นพวกไหนกันอ่ะ 
    #490
    0
  2. #465 DOG NO.1 (@kikgigs) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 มีนาคม 2557 / 15:34

    ฮอลลล์ ซักเม็ดมั้ยครับ ?

    อะไรเนี่ย ข้ามความเห็นนี้ไป

    ........

     
    #465
    0
  3. #464 Babys Lynn (@myzelo) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 มีนาคม 2557 / 12:20
    ตกลงชานยอลคือจะช่วย??แต่พี่คริสคิดไปเองว่าเป็นศัตรูหรอ เออดีมาก -_-

    ยองแจนี่รู้จักกับโล่มาก่อนแต่จำไม่ได้ ก็น่าอยู่หรอกโตอย่างกับเสาไฟฟ้า ใครก็จำไม่ได้ -_-
    #464
    0
  4. #451 Dami's (@9328987) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มีนาคม 2557 / 21:39
    ชานยอลอย่างเมพ ยองแจบ่นเพราะเป็นห่วงอ่ะดิ รักหนูเซลเข้าแล้วไง
    #451
    0
  5. #447 jumpup0411 (@jumpup0411) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มีนาคม 2557 / 09:11
    โอเค จัดไป หยอดกระปุกรอไว้แล้ว ><
    #447
    0
  6. #446 natsu (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มีนาคม 2557 / 07:54


    ตกลงว่าชานยอลเป็นมิตร หรือศัตรูกันแน่



    แล้วมันพวกไหนเป็นพวกไหนกันที่มาตามล่าทั้งคู่



    ตอนนี้ต่อให้ต้องคำสาปยังไง ก็คงไม่สำคัญเท่าการได้อยู่กับคนที่รักหรอกเนอะ



    ทั้งแดฮยอนและเจลโล่ ต่างก็ได้เจอคนของตัวเองแล้ว



    แต่พอเจอก็ดันมีอุปสรรคใหญ่หลวงมากซะนี่



    แล้วอย่างงี้ทั้งคู่จะรอดหรือเปล่านะ



    #446
    0