[FIC B.A.P] Countdown (dae x up)

ตอนที่ 16 : Countdown [14]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 363
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ม.ค. 57

[14]

 

 

 

ในอีกมุมหนึ่งของมหาวิทยาลัยชื่อดังอันดับต้นๆของประเทศ ชมรมจิตอาสากำลังทำการประชุมเกี่ยวกับการเข้าค่ายที่จะมาถึง ผู้ที่เป็นรุ่นพี่คลี่รูปที่ปริ้นออกมาให้เห็นถึงป่าเขาลำเนาไพร นี่คือสถานที่ที่พวกเขาจะเข้าไปร่วมทำการอนุรักษ์ร่วม 3 วัน 2 คืน โดยมีโครงการช่วยกันรักษาความสะอาด

 

 

“อุทยานแห่งชาติโซรัคซาน” คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่างเข้ามาอธิบายเกี่ยวกับรายละเอียด

 

 

“น่าสนุกเนอะคริส!” ชายหนุ่มที่มีใบหน้าอ่อนกว่าวัยเอ่ยขึ้นก่อนจะยิ้มกว้าง เพราะกิจกรรมที่ถูกจัดล้วนแต่เป็นสิ่งที่เขาชอบ ทั้งไปที่น้ำตก หรือจะเป็นการตั้งแคมป์กลางป่า ก่อกองไฟ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลควบคุม ช่วยไม่ได้ เพราะมันเป็นเขตอุทยาน

 

 

“งั้นเหรอ...?” ดวงตาเรียวหรี่ลงขณะมองเข้าไปในรูปที่ตนเองถืออยู่ พลันนัยน์ตาก็แปรเปลี่ยนเป็นสีฟ้าใส ใสดั่งลูกแก้ว

 

 

 

ชายหนุ่มผู้มีมาร์กปิดปากเดินเข้าไปในส่วนของล็อบบี้ก่อนจะหันกลับมาสบตากับเขาอย่างจัง เหมือนกับรู้ตัวอยู่แล้วว่าตนถูกจ้องมองอยู่ เด็กหนุ่มร่างโปร่งเดินเฉียดเข้ามาตรงเป้าหมายที่เขากำลังมอง ใบหน้าขี้เล่นนั้นกดยิ้มจนเกิดลักยิ้มขึ้นบนแก้ม

วูบหนึ่งเหมือนถูกดูดขึ้นไปบนห้องพัก เขากำลังจับขอบระเบียงหน้าห้องก่อนจะเหม่อมองออกไปท่ามกลางต้นไม้สีเขียว กลิ่นคาวอ่อนๆโชยมาตามสายลม มีเพียงไม่กี่คนที่จะได้กลิ่นเฉกเช่นพวกเขา คริสหันกลับไปมองซิ่วหมินที่อยู่ในห้องพัก รายนั้นกำลังแสดงสีหน้าไม่สู้ดี ราวกับเกิดเรื่องอะไรบางอย่างขึ้น

 

 

 

 

“เฮ้!” เสียงใสทักขึ้นก่อนที่ร่างสูงจะพบว่าใบหน้าอีกคนอยู่ไม่ห่างจากตัวเองเท่าไหร่นัก ในมโนภาพเมื่อครู่ เขาเห็นแต่สีหน้าเป็นกังวล หากแต่ตอนนี้เต็มไปด้วยความน่ารักซุกซน

 

 

“มาใช้พลังในที่แบบนี้ไม่ค่อยจะเหมาะนะ” คนตัวเล็กเอ็ดก่อนจะมองซ้ายทีขวาที เพื่อให้นัยน์ตาสีอ่อนนั้นปรับสภาพมาเป็นปกติ ยังดีที่ไม่มีใครจะสนใจสองคนนี้ซักเท่าไหร่ ทุกคนมุ่งไปยังเรื่องการเข้าค่ายเสียมากกว่า ซิ่วหมินหันกลับไปมองรุ่นพี่ที่กำลังอธิบายต่อ

 

 

“ตรงมุมห้อง...” คริสโน้มตัวไปพูดใส่คอคนที่นั่งอยู่หน้าตนเอง

 

 

“อะไร?” ดวงตาเรียวไม่ยอมไปมองจุดที่คริสเอ่ย

 

 

“ดูสิ...” ทันทีที่ซิ่วหมินเปรยตาไปมองก็แทบจะน้ำตาร่วง

 

 

“ไม่ตลกนะ...อึก” ภาพที่เขาเห็นก็คือหญิงสาวผมสั้นระต้นคอกำลังอยู่ในท่าห้อยตัวลงมา ดูท่าจะเป็นนักศึกษาที่ผูกคอฆ่าตัวตาย ดูจากสภาพสีผิวของเธอแล้วคงไม่ดีนัก ทั้งเขียว ช้ำและขึ้นอืด ยังดีที่ยังไม่หันหน้ามาใส่ ไม่งั้นคงได้สติแตกแน่

 

 

“อย่าร้องสิ” แกล้งเขาก็ยังไปห้ามเขาร้องไห้อีก

 

 

“อ้าว น้องคนนั้นเป็นอะไรน่ะ? ร้องไห้ทำไมคะ?” ประธานชมรมเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าซิ่วหมินน้ำตาร่วงออกมาโดยมีคริสเอาคางเกยไหล่เล็ก สีหน้าของร่างสูงดูไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย

 

 

“พอดีเขาคิดถึงแม่น่ะ ไม่มีอะไรหรอก” คริสตอบแทนซิ่วหมินที่พยายามไม่มองไปที่มุมห้อง ตอนแรกเขาก็ได้ข่าวลือว่าห้องนี้เคยมีคนผูกคอตายแถวๆมุมห้อง แต่ไม่นึกว่าจะเป็นเรื่องจริง คนที่โดนแกล้งก็ได้แต่คิดในใจคนเดียว

 

 

คิดถึงแม่กะผีน่ะสิคริสอู๋!!!!!

 

 

 

 

 

ค่ายกลุ่มบันนี่ อุทยานแห่งชาติโซรัคซาน มะรืนนี้ พัก 3 วัน 2 คืน ถ้ารุ่นพี่ว่างก็มาร่วมกับเราได้นะครับ! คิดซะว่าพี่เยี่ยมน้อง แล้วเจอกันนะรุ่นพี่ชานยอล

 

 

เด็กหนุ่มเจ้าของรอยยิ้มละมุนส่งข้อความออกก่อนจะเดินไปจัดกระเป๋าเดินทาง นี่เป็นปีที่ 2 ในการเข้าค่าย หากให้กล่าวถึงปีที่แล้ว กลุ่มบันนี่ยังใช้ชื่ออื่นอยู่ นั่นก็คือ EX ซึ่งเป็นชื่อของหัวหน้ารุ่นก่อนที่ได้ตั้งไว้ อู๋ อี้ฟาน หรือ คริส ส่วนรองนั้นก็ไม่ต้องพูดถึง คนสนิทชิดเชื้อ ซิ่วหมิน หรือ คิม มินซอก ทันทีที่เปลี่ยนหัวหน้ากลุ่ม ก็จะเกิดการเปลี่ยนชื่อทุกปี แต่ทุกคนจะรู้จักในนามกลุ่มเด็กพิเศษ

 

 

เสื้อผ้าถูกจัดลงกระเป๋าอย่างเป็นระเบียบ ในตู้ของจงออบจึงเหลือเสื้อไม่กี่ตัว และไม่กี่ตัวที่ว่านั่นก็เป็นเสื้อผ้าที่ชายของเขา พี่ชายที่ประสบอุบัติเหตุพร้อมกับพ่อแม่ พี่ชายสองคนที่แสนใจดี กลับกลายเป็นใจร้ายทิ้งให้เด็กน้อยอยู่คนเดียว เสื้อที่ไซส์ใหญ่กว่า เขาคงจะใส่ไม่ได้แน่ๆ

 

 

“ทำอะไรน่ะ?” คนที่แทรกตัวออกมาจากประตูห้องน้ำถามขึ้น

 

 

“จัดกระเป๋า เตรียมตัวไปค่ายน่ะ” จงออบยังคงง่วนอยู่กับการเลือกเสื้อผ้าให้แดฮยอน จนไม่รู้ตัวเลยว่าร่างสูงได้ยืนอยู่ด้านหลังเขา

 

 

“รีบจังนะ” เมื่อจงออบได้ยินเสียงทุ้มนุ่มใกล้ๆ เขาก็หันกลับไปมองทันที

 

 

“เอ่อ...” ท่อนบนที่เปลือยเปล่าทำให้หัวใจคนตัวเล็กกระตุกวูบก่อนจะมองต่ำมาที่กล้ามท้องทางซ้าย แผลเป็นเหมือนโดนมีดแทง มันสร้างคำถามในหัวของจงออบ คนที่อายุมากกว่าย่อตัวลงมานั่งอยู่ในระดับเดียวกัน ริมฝีปากอิ่มประทับจูบลงเรียวปากบางก่อนจะละออกมา

 

 

“มองอะไรน่ะ?”

 

 

“จะ..จูบผมทำไมเล่า” ช่วงนี้จงออบรู้สึกว่าตัวเองโดนจูบบ่อยเกินไปแล้ว

 

 

“ฉันถามก่อนนะ” จบประโยค คนตัวเล็กก็โดนจุมพิตอีกทีราวกับลงโทษที่ไม่ยอมตอบเขา

 

 

“แผล..แผลเป็นตรงนี้” ไม่เพียงพูดเปล่า จงออบยังแตะปลายนิ้วลงที่แผลเป็นนั้น แผลที่สมานตัวเข้ากันมาตั้งแต่อดีต อดีตที่เจ็บปวดของแดฮยอน

 

 

“อ๋อ โดนแทง” ร่างสูงตอบ และทำสีหน้าเหมือนกับมันเป็นเรื่องปกติ “ตั้งแต่ร้อยปีที่แล้ว ด้วย ดาบ...” เพียงแค่หันหลังให้ดู ก็พบว่ามันไม่ได้แค่แทงเข้าภายนอก แต่มันทะลุมาถึงด้านหลัง มันไม่แปลกที่แดฮยอนไม่ตาย หากแต่มันก็ต้องรู้สึกเจ็บบ้าง โลหะเย็นๆที่ทิ่มแทงเข้ามาในร่างกายที่อบอุ่น และเลือดที่หล่อเลี้ยงร่างกายได้ไหลทะลักออกมา เพียงแค่นึกภาพ จงออบก็รู้สึกเจ็บแทน

 

 

“ทำไมละครับ?” ขณะที่สัมผัสแผลนั้นเขาก็รับรู้ถึงสายตาของร่างสูงกำลังจ้องมองตัวเอง

 

 

“โดนหาว่าเป็นปีศาจ” คนต้องสาปแบบเขากลายเป็นปีศาจ แล้วแม่มดนั่นจะเรียกว่าอะไร? “มันเป็นแผลที่เจ็บที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา ถึงจะโดนกระสุนปืนยิงเข้าหัวเป็นร้อยนัด ก็เทียบกับเจ้านี่ไม่ได้หรอก ดาบธรรมดา ไม่ได้อาบยาพิษ แต่มัน...ทำให้ฉันไม่เคยลืม”

 

 

“แล้ว..” เด็กช่างถามเงียบเสียงลงเมื่อถูกคว้ามือไปจรดริมฝีปากอีกฝ่าย

 

 

“อยากรู้จริงๆเหรอ? อดีตของฉันน่ะ” คนที่ปิดกั้นไม่ให้ใครรับรู้มาหลายร้อยปีอย่างแดฮยอนถาม เขาไม่กล้าไว้ใจใครทั้งนั้น ตั้งแต่โดนแทงครั้งนั้น

 

 

“ถ้าอึดอัด..เล่าก็ได้นะ ผมฟังได้ทุกเรื่อง”

 

 

 

 

 

คำสาปไม่เคยหายไปแม้กาลเวลาจะผันแปรเป็นสิบปีหรือยี่สิบปี ร่างสูงกลายเป็นนักเดินทางเสาะแสวงหาวิธีแก้ ในขณะนั้นเขายังอยู่ตัวคนเดียว นกอินทรีย์คือแหล่งพลังงานที่คอยปลุกชีพเขาขึ้นมาใหม่ นี่ก็คือคำสาปเช่นกัน เขาต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกนานเท่าไหร่ก็ไม่อาจตอบได้

 

 

เขาหยุดพักหมู่บ้านเล็กๆที่มีบ้านเพียงไม่กี่หลัง แต่ก็มีความอุดมสมบูรณ์ แม่น้ำสายเล็กสร้างความชุ่มชื้นให้แก่นักเดินทางที่อ่อนแรง ขณะที่แดฮยอนเดินเข้าไปในหมู่บ้าน เขาก็เห็นร้านตีเหล็กเรียงกันเป็นสิบ ถ้าให้เขาเดา นี่อาจจะเป็นหมู่บ้านสำหรับผลิตอาวุธสงคราม เพราะเมื่อไม่นานมานี้ยังเกิดสงครามแย่งชิงดินแดนกันอยู่ไม่ยอมเลิกรา อย่างน้อยที่นี่ก็ยังไม่เกิดเรื่องวุ่นวาย

 

 

“อุ๊ย ขอโทษนะคะ” หญิงสาวหน้าตาน่ารักคนหนึ่งเดินชนเขาเข้าให้เพราะในมือเต็มไปด้วยดอกไม้จนบังทัศนวิสัยเบื้องหน้า แวบแรกที่เห็นหน้าและท่าทางแบบนี้ทำให้เขานึกถึงรักแรกของตนเอง รักแรกที่หายไป พร้อมกับคำสาปเข้ามาแทนที่

 

 

“...” ไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไร เธอคนนั้นก็วิ่งหายเข้าไปในฝูงชนอย่างเร่งรีบ แดฮยอนมองลงไปบนพื้นดินสีอิฐก่อนจะเห็นโบว์ลูกไม้สีครีมบนพื้น มันต้องเป็นของเธอแน่นอน ทั้งวันเขาเอาแต่ตามหาเด็กผู้หญิงน่ารักคนนั้น สุดท้ายก็ยังไม่พบ ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งริมแม่น้ำก่อนจะหยิบโบว์นั้นขึ้นมาดู

 

 

“นั่นมันโบว์ของฉันนี่นา” เสียงเล็กเอ่ยขึ้นก่อนจะยกมือมาปิดปากตัวเอง เหมือนกับว่าไม่ควรโพล่งออกไปเช่นนี้ แต่แดฮยอนก็หันกลับไปมอง หญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนอีกทั้งยังรวบหางม้าขึ้นสูง

 

 

“ฉันคืนให้” ร่างสูงลุกขึ้นพร้อมกับยื่นสิ่งของของเธอคืน

 

 

“ขอบคุณนะ” เธอยิ้มอย่างเคอะเขิน นี่อาจจะเป็นความประทับใจครั้งแรกที่มีต่อกัน อย่างที่เขาว่ากัน ความสุขมักจะผ่านไปเร็ว หมู่บ้านเริ่มเกิดความวุ่นวายเมื่อศึกสงครามลุกลามเข้ามาอย่างรวดเร็ว คนนอกที่เดินทางเข้าออกเมืองย่อมเป็นภัย แต่ละคนที่เข้ามาจะไม่ได้กลับออกไปอีกตลอดชีวิต และชีวิตนั้นก็จะถูกทำลายลงด้วยอาหารผสมยาพิษ ในตอนแรกแดฮยอนได้รับความช่วยเหลือจากหญิงสาว หากแต่ครั้งนี้ไม่ใช่ เขากินอาหารเข้าไปก่อนจะเริ่มออกอาการ ทั้งหายใจไม่ออก ทั้งกระอักออกมาเป็นลิ่มเลือด

 

 

พอรุ่งเช้ามาเยือน เขาก็ตื่นขึ้นมาตามปกติ เป็นเช่นนี้เกือบอาทิตย์ ทุกคนรอบข้างที่รู้เรื่องเริ่มหวาดระแวงเขาว่าจะเป็นตัวอันตราย รวมทั้งเธอก็ด้วย แม้ในใจจะหวั่นไหวในความรัก แต่มันก็สั่นเทาด้วยความกลัวเช่นกัน ในวันนั้นแดฮยอนได้กอดเธอเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย

 

 

อ้อมกอดที่อบอุ่นกลับเจ็บแปล๊บที่ช่องท้อง ความเย็นยะเยียบกดแทงเข้ามาจนทะลุถึงด้านหลัง เธอกำลังทำร้ายเขา ไม่ใช่เพียงแค่ทำร้าย เธอจะฆ่าเขา แม้ว่าจะไม่ใช่ความตั้งใจจริง แต่ชีวิตของเรามันเลือกได้ไม่ใช่หรือว่าจะทำตามที่คนอื่นสั่งหรือจะทำตามใจตนเอง ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะไม่มีความกล้าพอที่จะหนีไปด้วยกันกับเขา เธอเลือกครอบครัว ครอบครัวที่จะจบลงด้วยคำว่าสงครามในอีกไม่กี่ชั่วโมง

 

 

เจ้าเวหาอย่างนกอินทรีย์บินเข้ามาในห้องก่อนจะเกาะไหล่ของเขาเอาไว้ ปากแผลที่ควรจะปิดสนิทเหมือนเก่า กลับกลายเป็นแผล แผลเป็นที่ไม่มีวันลบออก

 

 

 

 

“ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้จะ..อึก ฮือ” เธอทิ้งดาบเปื้อนเลือดลงพื้นก่อนจะคุกเข่าร้องไห้อย่างเสียสติ

 

 

“อย่าฆ่าฉันนะ ขอร้อง ฉันขอโทษ อย่าทำฉันเลย” แม้กระทั่งจะเข้าไปใกล้เธอ เธอยังไม่ยอม คำพูดหนึ่งที่หลุดออกมาจากปากนั้น ทำให้แดฮยอนต้องถอยออกมา

 

 

“อย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามา เจ้าปีศาจ!!!!!

 

 

 

 

 

แววตาของร่างสูงฉายให้เห็นความเจ็บปวดที่ในอดีตโดนหาว่าเป็นปีศาจร้าย อีกทั้งยังเป็นคนที่กำลังมีใจให้กัน การกระทำเช่นนั้นสร้างรอยแผลทั้งบนร่างกายและหัวใจไว้อย่างมาก ในเวลานี้จงออบทำได้เพียงประคองหน้าร่างสูงให้มองตนเอง

 

 

“เธอทำแบบนั้น...ก็เลยเจ็บงั้นเหรอ?” คนตัวเล็กขมวดคิ้ว คนที่โดนถามก็พยักหน้าให้เล็กน้อย เขาทั้งลองนั่งกันบนพื้นมาตั้งแต่เล่าเรื่อง จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังอยู่ท่าเดิม มีเพียงแค่หยดน้ำตามไหล่ได้แห้งเหือดไปบ้างแล้ว

 

 

“แล้ว...เคยจูบเธอมั้ย?” จู่ๆจงออบก็ถามขึ้นมา “อะ...ขอโทษครับ ไม่ต้องตอบก็ได้นะ”

 

 

“ทำไมละ?”

 

 

“อย่าตอบด้วยคำถามสิ...” คนตัวเล็กทำหน้ามุ่ย

 

 

“ก็ได้ๆ ฉันไม่เคยจูบเธอหรอก ฉันจะจูบก็ต่อเมื่อฉัน รัก .” พอได้ยินเช่นนี้ เด็กหนุ่มก็ถึงกลับก้มหน้างุด เพราะไม่รู้จะแสดงสีหน้ายังไง แก้วขาวๆป่านนี้คงได้แดงแจ๋ไปแล้ว

 

 

“งะ งั้นแปลว่าเธอไม่ได้ทำเจ็บใช่มั้ย? เรื่องจูบน่ะ” ก็ในเมื่อแดฮยอนกับหญิงคนนั้นในอดีตไม่ได้จูบกัน ก็แปลว่ามันไม่ได้ตามมาหลอกหลอนในปัจจุบัน จงออบกำลังวิเคราะห์ด้วยมันสมองที่มีอยู่ แค่เอียงหน้าเพียงนิดเดียวคนตัวเล็กก็สามารถประกบริมฝีปากคนตรงหน้าได้ และหัวใจไปไวกว่าสมอง ชั่ววินาทีที่ริมฝีปากอิ่มโดนคนตัวเล็กรุกจูบ จะมีหรือที่เขาจะยอมให้อีกคนคุมเกม

 

 

คนอายุมากกว่าเอนตัวลงนอนบนพื้นโดยคว้าท้ายทอยร่างเล็กลงมาด้วย ริมฝีปากทั้งคู่จึงยังนัวเนียกันอยู่ ทั้งดูดเม้มอย่างแผ่วเบาชวนให้รู้สึกดี หรือจะเป็นการกดจูบตามมุมปาก ไล่เล็มริมฝีปากล่างเป็นครั้งคราว คนที่คร่อมอยู่ด้านบนส่งเสียงอื้ออึงอยู่ในคอก่อนจะละออกเมื่อรู้สึกได้ว่าร่างกายตัวเองเริ่มไม่ปกติ ความต้องการมันพุ่งพล่านจนเกือบหยุดไม่อยู่ คนทั้งสองต่างจ้องตากัน โดยแดฮยอนเลือกที่จะเป็นฝ่ายกดศีรษะบลอนด์นั้นลงมาที่ซอกคอตัวเอง

 

 

“ทำรอยสิ ให้มันอยู่ได้นานกว่าแผลเป็นนั่น” ถึงเขาจะพูดแบบนั้น แต่จงออบจะรู้วิธีการทำหรือ?

 

 

“ทำ? ทำยังไงเหรอ?” คนที่ซุกหน้าอยู่กับไหล่ร่างสูงถามอู้อี้ แดฮยอนหันหน้าไปชนกับลำคอนั้นพอดี จึงใช้ปลายจมูกเกลี่ยไปมาจนจงออบรู้สึกจั๊กจี้ แต่เมื่อริมฝีปากนั้นกดจูบลงคอขาวพร้อมดูดดึงจนขึ้นสี ความรู้สึกจั๊กจี้ก็เปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่นแทน

 

 

“แบบนี้ไง ทำเป็นหรือเปล่า?” ไม่เพียงแค่พูดยังส่งสายตาเจ้าเล่ห์ใส่คนที่เอามือปิดคอตัวเอง

 

 

“อาจจะ...” จงออบเบือนหน้าหนีก่อนจะจ้องมองลำคออีกคนที่หอมคลุ้งไปด้วยครีมอาบน้ำ ใช่ มันเป็นครีมอาบน้ำของเขา แต่ทำไมเมื่ออยู่บนตัวแดฮยอนมันถึงหอมนักก็ไม่รู้ คนตัวเล็กกดริมฝีปากลงบนคอก่อนจะใช้ปลายลิ้นดุนดันพร้อมกับดูดเบาๆราวกับจะกลัวอีกคนเจ็บ แต่เมื่อได้ยินอีกคนพูดเขาก็ต้องทำแรงขึ้น

 

 

“เบาขนาดนั้น อยู่ได้ไม่นานหรอกนะ” ราวกับเป็นการกระตุ้นอย่างหนึ่ง รอยนั่นขึ้นสีเป็นจ้ำ อีกทั้งยังเห็นได้ชัดอีกด้วย ตอนแรกจงออบจะลุกขึ้นแต่ก็โดนดึงลงมาให้นอนอยู่บนร่างอีกคน ใบหน้าแนบลงบนอกที่กำลังกระเพื่อมเป็นจังหวะพร้อมกับเสียงหัวใจเต้นนั้น ส่งผลให้คนที่ฟังถึงกับทำหน้าไม่ถูกเลยทีเดียว

 

 

“ฉันยังไม่เคยพูดใช่มั้ยว่า ฉันรู้สึกยังไง” ร่างสูงที่เปลือยช่วงบนเอ่ยขึ้น

 

 

“อื้อ” พอได้ยินเช่นนั้น ก็ทำให้จงออบนึกถึงตอนแรกที่เจอกัน

 

 

“งั้นเก็บไว้ก่อน” ราวกับกลั่นแกล้งกัน “แต่รู้เอาไว้เลยนะ ฉันไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใคร ไม่เคยอยากจูบใครเท่านี้ แม้กระทั่งรักแรกของฉัน”

 

 

“รอฉันได้หรือเปล่าละ? จงออบ”

 

 

 

 

 

โกยครับ ชีวิตนี้มีแต่โกย!!!!!!!!!!! ไม่ใช่โกยเงินโกยทองนะ โกยเถอะโยมนี่แหละ!!!

 

 

ชเว จุนฮง วิ่งลัดเลาะไปตามต้นสนที่คนปกติวิ่งด้วยความเร็วคงที่ก็แทบจะเอาหน้าจูบลำต้นมันอยู่แล้ว นี่เขากำลังวิ่งด้วยความเร็วของเสือชีตาร์ยามล่าเหยื่อ แต่เปล่าเลย เขาไม่ได้ล่าเหยื่อ เขากำลังโดนล่ามากกว่า โดยคนที่เขาไม่รู้จัก แต่ก็พอเดาออกว่าเป็นใคร

 

 

“เจ้านายเก่าชัวร์ โธ่เอ๊ย!!!” อาจจะด้วยความที่ทำงานเก่าไม่สำเร็จ อีกทั้งยังไม่รับงานใหม่ หายไปดื้อๆ พร้อมกับมาปรากฏตัวอีกครั้ง ไม่โดนเพ่งเล็งก็แปลกแล้ว รายนั้นเขาไม่ไว้ใจคนที่ขาดการติดต่อไปเป็นเดือนแน่นอน ปืนสั้นที่เขาแอบพกเอาไว้ ดูท่าจะได้ใช้งานก็คราวนี้นี่แหละ เด็กหนุ่มหันกลับไปเล็งเป้าก่อนจะยิงเข้าเป้าหมายอย่างจัง หนึ่งในสามนั้นล้มลงต่างจากสองคนที่เหลือวิ่งตามเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย

 

 

ผมสีบลอนด์ทรงราเม็งยุ่งเหยิงเพราะเจอแรงลมขณะวิ่งกำลังคิดหาหนทางให้พ้นจากคนพวกนี้ ทั้งที่ฝ่ายนั้นต้องอ่อนแรงแล้วแท้ๆ แต่นี่ผิดปกติเกินไป เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าอีกฝ่ายจะใช่คนหรือไม่ ร่างโปร่งปีนขึ้นต้นไม้ต้นที่ใกล้ที่สุดก่อนจะมองเบื้องล่าง ชายคนที่เขาซัดกระสุนใส่ลุกขึ้นเดินทั้งที่เลือดไหลออกมาอย่างกับก๊อกแตก

 

 

“ไม่ใช่คนละนั่น...” พอลำต้นเขย่าไปมาจุนฮงก็รู้เลยว่ามีอีกสองกำลังปีนขึ้นมา เขาใช้จังหวะนี้กระโดดทิ้งตัวลงมาก่อนจะออกตัววิ่ง แต่ติดเจ้าก๊อกแตกนั่นดักทางเขาอยู่ มีดสปาต้าที่เคยลากไปกับพื้นถูกยกขึ้นมาหมายจะฟันแขนเขา เสี้ยววินาทีที่เอี่ยวตัวหลบก็รู้สึกความเจ็บที่ต้นแขน แม้จะโดนแบบเฉียดก็ตาม ชูการ์ไลเดอร์ตัวเล็กบินโฉบไปมาบนหัวของจุนฮงอยู่หลายต่อหลายรอบ แต่แผลมันกลับไม่หาย

 

 

หมอกสีขาวไล่ลงมาจากที่สูงก่อนจะปกคลุมพื้นที่นี้จนกลายเป็นขาว จุนฮงยันตัวลุกก่อนจะวิ่งไปซักทางที่เขาคิดว่าน่าจะปลอดภัย เป็นครั้งแรกที่เขาต้องหนีหัวซุกหัวซุนขนาดนี้ ก้าวไม่ทันไรก็ไถลตกลงมา  เจ้าสามคนที่ตามมาก็กระโดดลง ณ จุดที่เขากำลังพยายามยันตัวลุกขึ้น

 

 

ไม่นึกเลยว่าวันนี้จะกลายเป็นเหยื่อ

 

 

จุนฮงกระตุกยิ้มที่มุมปากก่อนจะรัวกระสุนใส่ทั้งสาม เท่านี้ก็ได้กลายเป็นวาฬพ่นเลือดกันถ้วนหน้า ไม่มีหน้าไหนเลยที่จะล้มลงไป แถมยังเดินเข้ามาใกล้เขามากกว่าตอนแรกซะอีก ฝีเท้าวิ่งด้วยความเร็วเข้ามาใกล้ก่อนจะปรากฏตัวบุรุษชุดดำพร้อมมาร์กปิดปาก คนอายุมากกว่าเตะเข้าให้ที่กลางหน้าของผู้ไม่หวังดี ชูการ์ไลเดอร์ใช้ช่วงเวลาชุลมุนเพื่อออกไปเรียกแดฮยอนมาช่วย

 

 

“แปลกแฮะ” แม้แต่แดฮยอนยังเอ่ยปากพูด เพราะคนปกติ ถ้าโดนซัดเข้ากลางหน้า เป็นต้องสลบ แต่นี่ล้มและลุกขึ้นมาใหม่

 

 

“อย่าพึ่งสงสัยได้ป่ะพี่ดำ โน่น สปาต้ามาละ -_-.” จุนฮงชี้นิ้วก่อนที่ตัวเองจะหันตัวหลับชายใส่หมวกไหมพรม รายนี้ก็มีมีด แต่เป็นมีดสั้น ในตอนแรก สัดส่วนสามรุมหนึ่งมันค่อนข้างเสียเปรียบ แต่พอมีแดฮยอนมาเสริมก็พอที่จะรับมือไหว หากแต่มันไม่ใช่คนกันนี่สิ

 

 

“...” นัยน์ตาโตเบิกกว้างเมื่อแผ่นหลักตัวเองโดนมีดสปาต้าเข้า ยังดีที่ก้มตัวลง ความเจ็บปวดที่แสนแปลกประหลาดทำให้เขาทรุด จะว่าเป็นมีดอาบยาพิษมันก็ไม่ใช่ มันเจ็บยิ่งกว่านั้นด้วยซ้ำ รอยบากบนหลังสร้างความเจ็บจนเขาเกือบจะลุกไม่ขึ้น จุนฮงหยิบกิ่งไม้บริเวณนั้นก่อนจะเขวี้ยงใส่คนที่จะเข้าไปทำร้ายแดฮยอน ส่วนตัวเขาเองก็ต้องคอยระวังชายมีดสั้นนี่อีก

 

 

“มันไม่เหนื่อยเลยหรือไงเนี่ย ฮึย!” ราวกับเด็กที่โดนของเล่นแกล้ง

 

 

แดฮยอนยันร่างขึ้นก่อนจะเตะเข้าที่ขาอีกฝ่าย และตบเท้าด้วยยกหินขึ้นมาทุ่มลงที่หัว แม้ว่าหลังจะเจ็บแค่ไหน ถ้าเขาไม่ฝืนสู้ ก็มีแต่ตายเท่านั้น ช่างเป็นการดิ้นรนอยากมีชีวิตในรอบหลายร้อยปี ปกติแล้ว จะตายตอนไหนก็ตายเลย ไม่มีการต่อเวลา

 

 

“หัว.. เซลโล่ จัดการหัว!!” เมื่อผู้ใช้มีดดาบสปาต้านิ่งงันไปแล้ว แดฮยอนจึงแย่งอาวุธนั้นมาก่อนจะฟันฉับเข้ากับชายอีกคนที่จะเข้ามาหาเขา เท่านี้ก็เหลือฝั่งของจุนฮง รายนั้นพยายามดิ้นรนไม่ให้โดนคมมีดอยู่ เพราะรู้อยู่แล้วว่าหากโดนมันจะเป็นเช่นไร

 

 

แผลมันไม่ยอมหาย

 

 

ดาบสปาต้าตวัดลงที่ข้อเข่าของชายหมวกไหมพรมจนมันแยกชิ้นออกจากร่างกาย ร่างนั้นจึงทรุดลง แต่ก็ยังพยายามคลานเข้าไปหาจุนฮง

 

 

“เข้ามาสิ เข้ามาเลย” เพราะตอนนี้ในมือของเด็กน้อยมีก้อนหินขนาดใหญ่กำลังรออยู่ ทันทีที่เข้ามาในระยะที่เหมาะสมแล้วจึงกระหน่ำทุบจนสมองอีกฝ่ายเละกระจัดกระจาย นี่ไม่ใช่สไตล์ของจุนฮงเลยซักนิด เพราะปกติเขาจะไม่ค่อยออกแรง ใช้พวกปืนมากกว่า

 

 

“พอได้แล้วเซลโล่” คนเป็นพี่เข้ามาห้าม เพราะหากทุบไปมากกว่านี้ มีแต่เสื้อของเด็กน้อยจะเปื้อนมากขึ้นเท่านั้น

 

 

“ก็ดูมันดิ สร้างศิลปะไว้บนแขนเซลโล่ตั้งเท่านี่!!” จุนฮงโวยวายก่อนจะยกแขนซ้ายตัวเองให้ดู ตอนแรกต้นแขนมีเพียงรอยสปาต้าเฉียดๆ แต่พอมาเจอมีดสั้น นี่ล่อไปทั้งแขนยังกับรอยแมวข่วนเป็นสิบตัว เลือดสีสดไหลออกมาตามรูปแขนแม้จะมีปิก้าเกาะอยู่บนหัว ความผิดปกตินี้แดฮยอนสังเกตได้จากตัวเอง ความเจ็บปวดที่ได้รับจากอาวุธพวกนี้มันทำให้คำสาปนี้คลายลง แต่เป็นการคลายในทางที่ไม่ดี มันต้องการที่จะฆ่าเขา เจ้านายเก่าต้องจ้างใครซักคนที่รู้เรื่องพวกนี้ แต่ไม่ใช่ทางแก้ไข มันเป็นทางแห่งการทำลาย

 

 

พวกมันรู้ว่าทั้งแดฮยอนและจุนฮงต่างไม่ใช่คนปกติทั้งคู่ จึงเลือกสิ่งที่เหมือนๆกันมาหักล้าง แต่ฝ่ายที่เสียเปรียบก็คือพวกเขาทั้งสองนี่เอง

 

 

“เอานี่ไปใส่” แดฮยอนยอมสละเสื้อไหมพรมสีดำของตัวเองให้ ส่งผลให้เหลือเพียงเสื้อกล้ามเท่านั้น บรรยากาศหมอกลงเช่นนี้ไม่เคยทำให้เขาเหน็บหนาว หากแต่เมื่อมีแผลบนหลังก็ทำให้สั่นออกมาโดยไม่รู้ตัว เจ้าของผมหน้าม้าสีบลอนด์กำลังหนาวสั่น

 

 

“เซลโล่ว่ามันแปลกๆนะพี่ดำ แผลเรามันไม่หาย ความอ่อนแอก็เข้ามาแทนที่” จุนฮงเอ่ยออกมาตามที่ตัวเองรู้สึก

 

 

“คำสาปยังไม่หายไป” เขาเงยมองดูปิก้าที่ยังคลอเคลียกับเด็กหนุ่ม หากคำสาปคลายไปแล้วจริงๆ แหล่งพลังงานที่เคยมีพันธะต่อกันมันจะไม่เชื่อมกันอีกต่อไปในกรณีที่เป็นสัตว์ แต่คน...เขาไม่รู้

 

 

“แล้วมันเกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย” ร่างโปร่งโวยวายอย่างหัวเสีย

 

 

แปลว่าต้องระวังตัวสินะ

 

 

“ออกไปซื้ออาวุธกัน” แดฮยอนเอ่ยปากก่อนจะเดินนำ เพียงเสี้ยววินาทีก็กลืนไปกับหมอก เหลือเพียงแค่เสียงพูด จุนฮงยักไหล่หน่ายแต่ก็เดินตามเสียงนั้นไป

 

 

“ยังมีเงินอยู่อีกเรอะ?” ความจริงจุนฮงอยากจะออกไปขี่มาโทกิด้วยซ้ำ แต่ติดว่ามันอยู่ไกลจากที่นี่มากโข หน่ำซ้ำไม่รู้ว่าโดนขโมยไปหรือยัง เล่นจอดไว้หน้าห้างนานเป็นเดือนแบบนี้

 

 

“คิดว่าฉันเป็นใครละ?” คนอย่างแดฮยอนเป็นผู้จัดการเรื่องเงิน เพียงแค่ออกไปกดถ่ายโอนหรือถอนย่อมเป็นเรื่องง่าย คนหลายบัญชีอย่างเขา ไม่มีทางเลยที่จะใช้ชื่อตัวเองให้โดนจับได้

 

 

“พี่ดำไง” จุนฮงบุ้ยปาก

 

 

“ผิดแล้ว ฉันคือ จอง แดฮยอน”













__________________________________________________________________________

เคาท์ดาวน์ตอนจบได้แล้วนะสาวๆ #ห้ะ
อีก 7 ตอน เย่เฮ้ มีใครสนใจรวมเล่มมั้ยเน้อ . _ . #ถามไปงั้นแหละปกเสร็จแล้ว

508 ความคิดเห็น

  1. #461 Babys Lynn (@myzelo) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 มีนาคม 2557 / 11:33
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด แดฮยอนสอนอะไรออบคะ ทำไมสอนน้องแบบนั้น >< นี่กำลังฟิน กำลังเขิน แต่โดนตัดฉับมาฉากเลือดสาดปรับอารมณ์ไม่ทันค่ะ แล้วทำไมแผลมันไม่หายล่ะ ตกลงว่าเป็นอะไรกันแน่อ่ะ??
    #461
    0
  2. #442 Dami's (@9328987) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มีนาคม 2557 / 13:10
    อ้ากกกกกกแดฮยินสอนไรออบ ออบไม่ใสแล้วจ้า
    #442
    0
  3. #411 Meaw Baby_B.A.P (@mameawbasatimaid) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557 / 01:54
    แด้ทำไมสอนน้องแบบนี้ห้ะ ไม่ดีเลยนะสอนออบทำเรื่องพวกนี้น่ะ -///-

    ไรท์มาต่อฟิคเถอะะะะะ อย่าดองง ขอร้องงง *0* // ไหว้งามๆ
    #411
    0
  4. #410 MoonzyCheetos (@moonzy95) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 มกราคม 2557 / 21:19
    อ๊ากกกก รอไม่ไหวแล้วไรต์
    #410
    0
  5. #409 jumpup0411 (@jumpup0411) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 มกราคม 2557 / 18:33
    ว๊ากกกก พี่แด้กะน้องออบน่าร้ากกก>\\\\\<
    สนใจรวมเล่มค่ะ อยากได้ๆ ^^
    #409
    0
  6. #408 MicKy (@MP_mick) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 มกราคม 2557 / 01:09
    พี่แด้แกสอนอะไรจงออบเนี้ย อร๊ายยยย นิสัยไ่ม่ดีเลยนะ
    หลังๆ รู้สึกว่าจะจูบน้องปล่อยเกินไปแล้วนะ ไม่ไหวๆ 
    รอบนี้พี่แด้กับโล่เจอคู่ต่อสู้ที่ไม่ธรรมดาซะแล้ว แถมยังสามารถ
    ทำให้ทั้งคู่บาดเจ็บได้ แล้วอย่างนี้ทั้งสองคนจะทำยังงัยล่ะเนี้ย
    พี่แด้ต้องดูแลและปกป้องจงออบให้ดีๆ ด้วยล่ะ 
    บอกให้น้องรอตัวเองก็อย่าเพิ่งหนีหายไปไหนล่ะ
    ถ้ารวมเล่มสนใจอยู่แล้วคะ เก็บตังค์หยอดกระปุกหมูน้อยรอ ^^
    #408
    0
  7. #406 natsu (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 มกราคม 2557 / 12:44


    แดฮยอนล่อลวงจงออบอ่ะ



    เล่นดูดพลังงานจากจงออบจนจะเปลี่ยนจากเด็กใสซื่อเป็นเด็กหื่นกามตามแล้วเนี่ย ^^



    ก็คนสอนมันสอนดีอ่ะนะ ว่าไม่ได้ ^^!





    ตอนนี้เจลโล่กับแดฮยอนเจอศึกหนักเลยทีเดียว



    เจอคู่ต่อสู้ที่ไม่รู้ว่าจะมาไม้ไหน แถมฝีมือแค่ไหนแบบนี้



    ถึงไม่อยากให้จงออบลำบาก แต่คงต้องให้จงออบคอยอยู่ข้าง ๆ แล้วล่ะ





    #406
    0
  8. #404 Pornkanok Wl SJr (@imfinethankyou) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 มกราคม 2557 / 12:14
    เอร้ย พี่ดำไม่ตายหรอกมั่นใจ ชอบโล่แจต้องการโมเม้น T v T มาอัพไวไวนนะคะ
    #404
    0
  9. #402 ถั่วหวาน (@emmysweetpea) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 มกราคม 2557 / 20:47
    ว้าววววววว

    ข่าวดี~~~~ งั้นก็มาอัพวันละตอนเลย อาทิตย์เดียวจบ

    อย่าดองอีกเลยนะ~~

    อ่านเรื่องนี้ต้องใช้จินตนาการและตรรกะอย่างสูงเลย

    ไหนจะวิเคราะห์และทำความเข้าใจอีก...



    ...จบแฮปปี้ใช่ป่ะ ถ้าไม่ไม่ซื้อนะบอกก่อน

    (นี่คือการขู่) 555555



    แล้วตกลงพี่คริส ซิ่วหมิน ฝ่ายพี่แด้กับน้องโล่ป่ะ?

    แล้วชานยอลอ่ะ? 

    แล้วพี่แด้กับน้องโล่เป็นไงเนี่ย? ทำไมถึงมีแผลไม่หายล่ะ

    ตอนแรกเรื่องรอยแผลเป็นแด้ก็แอบคิดว่าแผลจากความรักจะไม่หายซะอีก

    แต่จากอิซอมบี้พวกนี้แล้วคงไม่ใช่... 55555



    น้องออบก็รักพี่แด้ละสิ~~~
    #402
    0