[FIC B.A.P] Countdown (dae x up)

ตอนที่ 15 : Countdown [13]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 298
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    31 ธ.ค. 56

    

    [13]

 

 

 

ถ้าให้เปรียบสนามบาสฯเป็นสนามรบแล้วละก็ ตอนนี้ก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่ การแข่งขันคู่แรกจบลงไปอย่างกับจะยิงกันตายคาสนาม และหากเป็นคู่ต่อไปแล้วละก็เรียกได้ว่า ระเบิดปรมาณูล้านลูกลงโรงเรียน เพราะดูจากสีหน้าของหัวหน้ากลุ่มบันนี่...พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ ยิ่งคนที่ชื่อ จอง แดฮยอน มาเป็นคู่แข่ง ก็สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมที่นั่งอยู่บนแสตนด์ เด็กใหม่ที่มีข่าวลือว่าจะได้เข้ากลุ่มบันนี่ กลุ่มที่รวมคนเก่งที่สุดในโรงเรียน

 

 

แดฮยอนอยู่ในชุดทีมบาสฯสีเงิน ผิดกับยงกุกที่มากับสีเพลิงพร้อมเผาผลาญทุกสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า และเจ้าสิ่งที่ว่าก็คงหนีไปพ้นคนที่เขาเขม่นหน้าตั้งแต่แรกเห็น บรรยากาศมักคุกลางสนามไม่มีผลใดๆต่อเด็กที่สูงเกินวัย จุนฮงยืนกินขนมอย่างสบายใจอยู่ตรงเก้าอี้สำหรับให้นักกีฬานั่งพัก

 

 

“ผมว่า ผมรู้สึกอะไรบางอย่าง...” ยองแจทำหน้าแหยออกมา นี่เขาได้รับรังสีทมึนของยงกุกแผดเข้าใส่มากไปแน่ๆ

 

 

“ฉันด้วย... I gotta feeling” แม้แต่ฮิมชานก็รู้สึกจนจะร้องออกมาเป็นเพลง

 

 

“ถ้าให้ดาบคนละเล่มคงกระซวกกันมันส์ดี” อยู่ๆจุนฮงก็เอ่ยขึ้น “มองเซลโล่งั้นไมอะ?”

 

 

“ฉันเห็นด้วยเลย แม่งแข่งบาสหรือจะฆ่ากัน...” บุคคลที่มีใบหน้าสวยกอดอกยืนมอง กรรมการเดินไปกลางสนามพร้อมจะเริ่มการแข่งขัน ลูกบาสในมือของผู้คุมกฎในการเล่นบาสกำลังถูกโยนขึ้นไปด้านบน และทันทีที่มือของกัปตันทีมใดทีมหนึ่งคว้ามันไว้ได้ เสียงเชียร์ก็ดังกระหึ่ม

 

 

“แดฮยอนแพ้แน่” เพราะดูจากสถานการณ์และกำลังคนของร่างสูงนั้นไม่อาจจะชนะยงกุกได้เลย ยองแจกำลังวิเคราะห์เหตุการณ์ล่วงหน้า

 

 

“เนอะ” แม้แต่จุนฮงก็ยังเห็นด้วย

 

 

ถึงจะเป็นอย่างนั้น อย่างน้อยพี่ดำก็ได้รับความสนใจจาก ผอ. บ้างแหละ

 

 

“ลูกทีมของแดฮยอนมีแต่เด็กทีมบาสตัวโรงเรียนของรุ่นพี่ยงกุกทั้งนั้น” ยองแจไล่สายตามองทีมบาสชุดเงิน และเป็นที่แน่นอนว่าทุกคนกลัวผู้ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในสายกีฬาอย่าง บัง ยงกุก ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ในระยะประชิดเลยซักคน เห็นแค่หน้าก็แทบจะวิ่งชู้ตตัวเองลงห่วงกันทั้งนั้น

 

 

“พูดบ้างก็ได้นะจงออบ เดินไปเดินมาอยู่นั่นแหละ” ฮิมชานทักขึ้นเมื่อเริ่มรำคาญที่จงออบเอาแต่ยกกระติกน้ำแข็งเดินผ่านหลังพวกเขาไปมาประกอบฉาก ไหนจะผ้าเย็น ขวดน้ำ ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่เลย คนตัวเล็กกลับตกลงใจยอมทำ หรือเพราะไม่มีบทพูด... ไม่ใช่หรอก

 

 

“พอดีนักกีฬาเขาข้อเท้าพลิกน่ะครับ เลยต้องวิ่งวุ่นนิดหน่อย” คนอายุน้อยกว่ายิ้มให้

 

 

“มานั่งนี่มา” ว่าแล้วฮิมชานก็เข้าไปดึงตัวจงออบออกมาจากดงแห่งความวุ่นวาย เพื่อมาดู...วันมหาวิปโยคของโรงเรียน โดย บัง ยงกุก

 

 

“รุ่นพี่ยงกุกเก่งจังนำไปตั้ง 24-10” ทั้งที่ทุกคนกำลังเอาใจช่วยแดฮยอน มีเพียงจงออบเท่านั้นที่มองทุกอย่างเป็นกลาง แถมยังชมบุคคลที่เขานับถือเป็นพี่ชาย

 

 

“...” จุนฮงที่กินขนมหมดไปห่อที่ 4 ได้แต่มองการแข่งขันที่ดูไม่ค่อยเป็นธรรมเท่าไหร่สำหรับพี่เขา แดฮยอนวิ่งไปกลับอยู่คนเดียว ส่วนลูกทีมเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นให้มันผ่านๆไป หมดครึ่งแรก สีหน้าแดฮยอนบ่งบอกว่าเหนื่อยแต่ก็ไม่ปริปากบ่น แพ้ชนะไม่สำคัญ ขอให้ได้รับความสนใจเป็นพอ ยิ่งพ่วงตำแหน่งกัปตันทีมที่เล่นสุดตัวแล้วละก็...

 

 

“นี่เป็นบ้าหรือทิกเกอร์หาย? ถล่มไม่ยั้งเลยนะ” ร่างโปร่งเดินเข้าไปแซะคนอายุเท่ากัน “ออมมือบ้างก็ได้ป่ะ? สงสารแดฮยอนหน่อย แค้นเคืองโกรธมาแต่ชาติปางก่อน?”

 

 

“อย่ามายุ่ง” สายตาดุมองกลับก่อนจะกระดกน้ำขึ้นดื่ม

 

 

“นายนี่มัน...” ไม่ทันที่ฮิมชานจะได้พูดต่อ ยงกุกกลับกระแทกขวดน้ำลงบนเก้าอี้ตัวยาว ส่วนสายตานั้นไปหยุดลงที่แดฮยอน แดฮยอนที่มีเด็กหนุ่มคอยดูให้ว่าบาดเจ็บอะไรหรือไม่ เด็กคนนั้นคือ จงออบ ปฏิกิริยาเช่นนั้นทำให้ฮิมชานเดาไม่ยากเลย

 

 

“หวงจงออบหรือไง?” แม้ใจจะพยายามไม่คิดมาก สุดท้ายแล้วก็ตัดสินใจถามออกไป

 

 

“ไม่ต้องดราม่า ฉันจะไปแข่งต่อ” มือหนาดันไหล่คนที่ขวางทางออก ยงกุกกลับสู่สนามอีกครั้ง

 

 

“รุ่นพี่เป็นอะไรน่ะ?”เจ้าผมบ๊อบสั้นสีบลอนด์เอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทีเหม่อลอยของพี่รองกลุ่มบันนี่ และเสียงของยองแจจะไม่เข้าหูฮิมชานแม้แต่น้อย จึงต้องเขย่าแขนเรียกสติให้กลับคืนมา “รุ่นพี่ฮิมชาน เหม่ออะไรครับ?”

 

 

“เอ่อ อ่อ...เปล่า คิดอะไรอยู่เฉยๆ” พลันสายตาก็ไปจดจ้องที่เด็กหนุ่มดวงตาเรียว

 

 

 

 “...?” เมื่อเห็นฮิมชานมองไปทางจงออบ ตัวเองก็ลองมองบ้าง แต่ก็ดันมีหน้าของเด็กกวนประสาทมาบังไว้มิด

 

 

เกมการแข่งขันถูกปิดลงด้วยคะแนนที่ห่างกันจนไม่คิดว่าจะจับคู่แข่งกันได้ เพราะยงกุกเล่นถล่มไม่ให้อีกฝ่ายได้รุกกลับเลยซักนิด ทำให้ทีมของแดฮยอนแพ้ไปโดยปริยาย แต่เขาก็ไม่คิดจะถอยหรือหยุดอยู่แค่นี้ การแข่งขันต่อไปกำลังรอเขาอยู่ วันนี้นับว่าเป็นวันสำคัญของโรงเรียนคริสเตียนลัคซูเรียส โรงเรียนที่ขึ้นชื่อทางวิชาการและการกีฬา จึงต้องมีการจัดการแข่งขันเพื่อคัดตัว ‘TOP’ ประจำเทอม

 

 

การแข่งขันวิชาการ & การกีฬา ภายใน

 

 

น้อยคนที่จะก้าวขึ้นมาเสมอกลุ่มบันนี่ และถึงทำคะแนนได้สูงพอๆกับสมาชิกภายในกลุ่มก็ไม่อาจจะถูกเสนอชื่อได้ถ้าไม่ได้รับความยินยอมจากสมาชิกและอาจารย์ประจำการแข่งขันในรายการนั้น

 

 

“อย่ามาแกล้งไม่เก่ง” ผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่ามันสมองของกลุ่มบันนี่เอ่ยขึ้นเมื่อได้เข้ามานั่งในห้องแข่งขันทางคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นโจทย์คำนวณล้วน มีแต่โจทย์ตัวเลข ไม่มีคำบอกเล่าใดๆ ซึ่งเป็นแนวที่เขาถนัดที่สุด ส่วนแดฮยอนนั้น เขาไม่รู้แน่ชัดว่าเก่งแนวนี้หรือเปล่า แต่เท่าที่ดูจากการสอบเข้าครั้งนั้น เจ้าหมอนี่ออมมือทำหลบข้อถูก

 

 

บางทีมันอาจจะเป็นอัจฉริยะ...มั้ง

 

 

ทันทีที่โจทย์ขึ้นจอ ทุกคนที่เข้าร่วมต่างลงมือคิดบนกระดาษกันยกใหญ่ ยองแจได้แต่ขีดๆเขียนๆแค่บางตัวเลขเท่านั้นก่อนจะยกมือตอบ ในข้อแรกนั้นแดฮยอนไม่คิดจะเอาคะแนนอยู่แล้ว เลยปล่อยให้ยองแจนำไปก่อนหนึ่งก้าว แต่...ข้อต่อไปละก็ ไม่ยอมปล่อยให้อย่าง่ายดายแบบนี้แน่

 

 

และเขาก็ทำจริง โจทย์ข้อต่อไปขึ้นเพียงไม่กี่วิเขาก็ยกมือตอบทันที ทั้งที่กระดาษทดของแดฮยอนยังคงว่างเปล่า ไม่มีร่องรอยใดๆทั้งสิ้น ปรากฏการณ์เช่นนี้ทำให้มันสมองของกลุ่มถึงกับตกตะลึง อีกทั้งคำตอบก็ถูกวิธีการคิดก็ใช่ ตัวเก็งแชมป์สายคณิตเทอมนี้กำลังถูกเปลี่ยนแล้วหรือนี่ และไม่ว่ายองแจจะลองคิดในใจครึ่งหนึ่งแล้วคิดต่อที่กระดาษทดก็ยังแพ้ความเร็วของแดฮยอน

 

 

“เร็วชะมัด...” บางทีควรจะเปลี่ยนชื่อการแข่งขันคิดคำนวณเป็นคิดเร็วจะดีกว่า ถึงโจทย์จะยาวแค่ไหน แดฮยอนมักจะคิดได้ก่อนเขาทุกที มีเพียงบางข้อเท่านั้นที่เด็กใหม่จอง แดฮยอน แกล้งคิดไม่ทันเพื่อเปิดโอกาสให้ยองแจได้ตอบบ้าง ไม่งั้นเขาจะถูกจับตามองมากเกินไป แค่คนที่นั่งข้างๆเขาก็อ้าปากหวอด้วยความตกตะลึง แต่สุดท้ายคะแนนมันก็ไปกองที่ร่างสูง แชมป์สายคณิตจึงเป็นใครไม่ได้นอกจากเขา

 

 

“เก่งนี่...” ยองแจเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าทุกคนทยอยออกจากห้อง แต่ละคนก็มีสภาพเหมือนวิญญาณหลุดกันทั้งนั้น

 

 

“ไม่หรอก”

 

 

“อย่ามาถ่อมตัว ออมมือให้อีกแล้วนี่นา” ข้อนี้ยองแจรู้ดี

 

 

“ที่ตอบๆได้ฟลุ๊คทั้งนั้นแหละ” แดฮยอนยันตัวลุกจากเก้าอี้ในขณะที่ยองแจเอาแต่นั่งมอง

 

 

“แน่ใจนะว่าฟลุ๊ค” คนตัวเล็กบ่นเบาๆ

 

 

 

 

 

ฉึก! ปลายลูกศรปักเข้าเป้าตรงกลางอย่างแม่นยำ ชายหนุ่มรูปหน้าราวกับผู้หญิงลดคันธนูลงก่อนจะหรี่ตาดูผลงานตัวเอง เรียวปากยกยิ้ม

 

 

“เพอเฟค!” แต่ไม่ทันไรลูกธนูอีกหนึ่งดอกก็พุ่งเข้าใส่เป้าที่เขาพึ่งยิงไป อีกทั้งยังทำลูกธนูอันแรกร่วงหล่นลงมา วิถีการยิงที่กวนเท้าจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก...ผู้คุมกีฬาของโรงเรียน ฮิมชานเห็นเช่นนั้นจึงหันขวับไปมองอีกฝ่ายด้วยท่าทีไม่พอใจ

 

 

เดี๋ยวพ่อกระซวกทิกเกอร์กลับแม่ง... แล้วจะรู้สึก!!!

 

 

“ได้ข่าวว่าเป้าฝั่งนายก็มี มายุ่งอะไรของฉันวะ?”

 

 

“อยากจะยิง ทำไม?” บวกกับหน้าตายนั่นก็ทำให้ฮิมชานทำอะไรต่อไม่ได้

 

 

“เออ -_-.” ฮิมชานยักไหล่หน่ายก่อนจะหันกลับไปคว้าลูกธนูมาเตรียมยิง ความจริงพวกเขาอยู่ในระหว่างแข่งขัน แข่งขันบ้าอะไรก็ไม่รู้โดนกวนประสาทได้ตลอดจนสมาธิจะแตก และเมื่อกี้ที่ยงกุกยิงเข้าเป้า ก็เท่ากับว่าคะแนนพวกเขาเสมอกันอยู่ วินาทีที่มือกำลังปล่อยศรออก ความรู้สึกอุ่นๆที่ใบหูทำให้ฮิมชานชะงัก

 

 

“แพ้ให้ฉันเถอะ คิม ฮิมชาน...” และเมื่อรู้ว่าเสียงใคร ฮิมชานก็ปล่อยศรออกไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ ทำให้ลูกธนูถึงกับเฉออกนอกเป้า มือที่สวมถุงมือยกขึ้นมาปิดหูตัวเองก่อนจะมองหน้ายงกุกอย่างเอาเรื่อง ทำเขาเสียสมาธิไม่พอ ยังจะทำให้หัวใจเต้นแรงแบบนี้อีก

 

 

เป็นวิธีการที่ทำให้แพ้ได้เพียงแค่เสี้ยววินาทีจริงๆ

 

 

“...” ร่างโปร่งพูดไม่ออก เพราะไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาว่า ยงกุกไม่เพียงกระซิบ ริมฝีปากนั่นโดนใบหูเขาอย่างจับด้วยซ้ำ

 

 

คิม ฮิมชาน ขอลาก่อน!!

 

 

ว่าแล้วเขาก็ทิ้งคันธนูไว้พร้อมออกจากสนามแข่งทันที แพ้ยังไม่พอ ยังทำให้รู้สึกไม่กล้าเห็นหน้า ดังนั้นฮิมชานขอไปทำใจซักครู่ ซักครู่ที่ว่าคือ 10 ปี ไม่สิ เว่อร์ไป... สถานที่เขาเลือกจะไปก็คงไม่พ้นห้องตัวเอง ร่างโปร่งเปิดประตูห้องอย่างแรงก่อนจะยืนพิงบานประตูอย่างหมดแรง

 

 

“บ้าเอ๊ย!” พลันสายตาก็ไปป๊ะกับเจ้าตัวยัดนุ่น ทิกเกอร์ทำหน้าสลอน(?)อยู่บนโต๊ะอ่านหนังสือเขาแถมยังส่งยิ้มมาให้อย่างมีเลศนัย บางทีเขาเริ่มประสาทหลอนแล้วละ ฮิมชานตรงไปคว้ามันมาไว้ในอ้อมกอดก่อนจะพูดขึ้นมา

 

 

“รู้มั้ยเจ้าของแกน่ะ ทำฉันเป็นบ้า” ฮิมชานดีดจมูกมันไปหนึ่งที

 

 

“เขาคงไม่รู้หรอกว่าฉันรู้สึกยังไงเวลาที่อยู่ใกล้กันมากๆ ไม่ชอบเลยที่ต้องปิดบังแบบนี้” แต่จะทำยังไงได้ เขาไม่อยากจะเสียยงกุกไป มันแน่อยู่แล้วละว่า คนที่ชอบเพื่อนที่สนิท เอ่อ สำหรับเคสนี้คงสนิทกันละมั้ง เอาเป็นว่ารู้จักมักจี่กันมาหลายปี หากอีกฝ่ายไม่คิดเหมือนตัวเองก็คงแย่ และอาจจะเสียเพื่อนไป ฮิมชานเม้มปากตัวเองแน่นอย่างคิดไม่ตก

 

 

“จะต้องเก็บไปแบบนี้เหรอวะ?”

 

 

ถ้าทิกเกอร์พูดได้ คงจะตอบกลับแล้วว่า

 

 

พูดออกไปสิ ไม่ตายหรอกน่า แค่เสียเพื่อน เพราะถ้าไม่บอกก็ต้องเสียเขาให้คนอื่นอยู่แล้ว และถ้าบอกมันจะมีโอกาสเป็นได้มากกว่าเพื่อน ป๊อดจนเหงิงโผล่แล้วนั่น

 

 

“เออ...แซะกันขนาดนี้เป็นแอนตี้แฟนใช่ป่ะไอ้ทิกเกอร์!!” ว่าแล้วกำปั้นก็ต่อยกระหน่ำใส่เจ้าเสือสีส้มไม่ยั้งมือ แต่เมื่อคิดได้ว่ามันเคยไส้แตกก็รีบหยุดทันที พร้อมตรวจสอบว่าส่วนไหนปริแตกออกมาบ้างหรือเปล่า เพราะว่าเขาไม่อาจจะโดนเข็มทิ่มนิ้วจนเลือดหมดตัวอีกแล้ว

 

 

 

 

 

“โธ่ถังกะละมังไหแจกันเยือกน้ำ เซลโล่กำลังจะตายใช่ป่ะ...” จุนฮงบ่นยาวเหยียดหลังจากผ่านสมรภูมิการแข่งขันผาดโผนมา ซึ่งรายการแข่งขันที่ว่านี้คือ การปีนผา คลานหมอบหลบสิ่งกีดขวาง ไต่เชือก และว่ายน้ำ เหมือนเป็นพวกเกมโชว์ที่ใช้ความไหวและความอึดถึกควาย คนที่ทำรายการนี้ได้ดีคือ มุน จงออบ ที่ดูภายนอกเหมือนจะบอบบางไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเถือกๆแบบนี้ แท้จริงแล้วสุดยอดแห่งคำว่าวิ่งสู้ฟัด

 

 

“เหลืออีกด่านนะ ไม่ไหวแล้วเหรอ?” จงออบถามด้วยความเป็นห่วง เพราะตอนนี้ร่างสุงได้ลงไปนั่งงอแงอยู่บนพื้นหญ้า ผิดกับเขาที่วอมร่างกายเตรียมแข่งต่อ ตอนแรกมีคนจำนวนมากเข้าแข่งตอนนี้เหลือไม่ถึงสิบคนด้วยซ้ำ แชมป์ปีนี้ก็น่าจะเป็นจงออบเช่นเคย

 

 

“ฆ่ากันเลยดีกว่า” เด็กน้อยเอนตัวลงไปนอนราวกับจะตาย

 

 

“มาเถอะน่า เดี๋ยวก็จบแล้ว”

 

 

ใช่ มันจบลงที่ว่าจุนฮงลื่นไหลลงไปบนพื้นในขณะที่จงออบวิ่งนำโด่งไปชิงธงที่อยู่บนยอดต้นไม้ แต่ถ้าให้เรียงลำดับ จุนฮงถือว่าอยู่ลำดับ 2

 

 

พี่ดำนะพี่ดำ เขียนชื่อให้ทำไมก็ไม่รู้!!!

 

 

แต่ยังดีที่ความสูงของจุนฮงยังพอใช้ประโยชน์ได้บ้างในจำพวกกีฬาระยะสั้น และกระโดดสูง ทำให้คว้าที่หนึ่งมาอย่างง่ายได้ แม้จะแอบเหนื่อยกับกีฬาผาดโผนมาแล้วก็ตาม อย่างน้อยก็ยังมีชูการ์ไลเดอร์ตัวน้อยคอยบินโฉบไปโฉบมาเติมเต็มพลังให้กับเขา การแข่งขันทุกอย่างดำเนินการมาถึงช่วงบ่าย พวกการแข่งขันวิชาการมักจะอยู่ในร่ม และเป็นรายการที่แดฮยอนเลือกแข่งเองทั้งนั้น

 

 

“ปล่อยน้องออกมาให้ตากแดดนี่หว่า -_-.” เมื่อคิดได้จุนฮงจึงพูดออกมา โดยไม่รู้ว่าคนที่ทำการแข่งขันวิทยาศาสตร์ถึงกับจามออกมา

 

 

“งั้นลองมาแข่งข้างนอกหน่อยจะเป็นไรไปเล่าพี่ดำ คึ!” ร่างโปร่งเดินแทรกเข้าไปหากรรมการที่คุมการแข่งวิ่งก่อนจะขอเพิ่มชื่อผู้เข้าแข่ง

 

 

จอง แดฮยอน วิ่งมาราธอน

 

 

“อะไรนะ...” แม้สีหน้าจะนิ่งแต่น้ำเสียงแฝงไปด้วยความงง

 

 

“อะไรละพี่ดำ แค่เพิ่มให้ไปวิ่งมาราธอนเฉยๆ” แต่สำหรับแดฮยอน การแข่งขันนี่ไม่ใช่เรื่องเฉยซักนิด เขาไม่ได้วอมร่างกายเพื่อจะทำการแข่งในรอบบ่าย 2 เลยแม้แต่น้อย ใช้แต่กำลังสมองล้วนๆ คิดเลข ตอบโจทย์วิทย์ มีแค่บาสเท่านั้นที่เล่นได้ดีที่สุด

 

 

“ฉันไม่ถนัด”

 

 

“เซลโล่ไม่ถอนชื่อให้หรอกจะบอกให้” คนอายุมากกว่าได้ยินดังนั้นก็พรูลมหายใจยาวก่อนจะลุกขึ้นหมายจะไปถอนชื่อที่โต๊ะกรรมการ

 

 

“จงออบก็ลงนะ” พอรู้มีใครอีกคนลงแข่ง เขาถึงกับชะงัก “ยังจะคิดไปถอนชื่ออยู่อีกเหรอจ๊ะ?”

 

 

“จะไปวอม” เมื่อแผ่นหลังนั้นเดินออกไปปะปนกับผู้คน จุนฮงก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมากับความปากแข็งของคนที่เดินจากไปแล้ว

 

 

“แหม่ ไม่ค่อยเลยนะพี่ดำ” เด็กโย่งขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้สัตว์เลี้ยงน่ารักไต่ออกมาจากหลังเสื้อ บัดนี้ได้มานอนคว่ำตัวอยู่บนกลุ่มผมสีบลอนด์เป็นที่เรียบร้อย และเมื่อเห็นว่ามันนิ่งสงบ จุนฮงจึงเดินไปที่ห้องการแข่งขันความจำของหมวดสังคมศาสตร์ เพื่ออะไรนั้นเจ้าตัวเป็นคนรู้ดีที่สุด

 

 

ไปส่องยู ยองแจดีกว่า

 

 

 

 

 

 

 

 “อันดับแรก เราต้องวิ่งเหยาะๆก่อน พยายามอย่าเร่งมาก ไม่งั้นจะเหนื่อยง่าย ที่สำคัญอย่าฝืนถ้าเป็นตะคริวขึ้นมา ตามจุดต่างๆจะมีน้ำให้ดื่มเป็นระยะ” คำอธิบายจากจงออบทำให้ทุกคนที่ลงแข่งหันมาฟังเป็นหูเดียวกัน การแข่งขันนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะให้วิ่งรอบโรงเรียนที่...ไม่เล็กเลยซักนิด แดฮยอนที่ผูกเชือกรองเท้าอยู่ก็เอียงหูฟัง พอการให้คำแนะนำจบ ทุกคนก็เริ่มกระจายไปวอมร่างกายสำหรับการแข่งขันสุดท้ายของวัน

 

 

“อย่าพึ่งลุก” แดฮยอนกดไหล่ร่างเล็กให้นั่งลงบนเก้าอี้ตามเดิม ส่วนตัวเขาก็ย่อลงไปผูกเชือกรองเท้าที่หลุดลากพื้น มันคลายออกจากกันเมื่อไหร่ จงออบไม่รู้ตัวเลยจึงได้แต่นั่งเงียบๆยอมให้อีกคนผูกจนเสร็จ

 

 

“ขอบคุณนะรุ่นพี่”

 

 

“ทำไมนายไม่เรียกชื่อ? ทำไมต้องเรียกว่ารุ่นพี่?” แดฮยอนเงยขึ้นมองหน้า

 

 

“แฮะ...สงสัยผมจะติด เรียกแบบนี้มานานแล้วนี่นา” ใบหน้ายิ้มมองกลับ

 

 

“ไหนลองเรียกชื่อฉันสิ” ทันทีที่ได้แตะข้อมือของอีกฝ่าย อาการเหนื่อยจากการแข่งขันบาสที่สะสมมาตั้งแต่เช้าค่อยๆทุเลาลง

 

 

“จะดีเหรอครับ?”

 

 

“อืม เรียกมาสิ” จากที่ใบหน้าอยู่ห่างกันหลายสิบเซน บัดนี้เขากลับเคลื่อนเข้าใกล้ใบหน้าหวานนั้นขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งแทบจะเอียงเข้าไปสัมผัสริมฝีปากด้วยซ้ำ

 

 

“แดฮยอน...”

 

 

“ทุกคนรวมตัวที่จุดสตาร์ท!!” เสียงนกหวีดดังขึ้นพร้อมกับเสียงประกาศจากกรรมการ ทำให้พวกเขาต้องผละออกจากกัน ร่างสูงเลือกที่จะลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือรอ และจงออบก็รู้ดีว่าควรจะทำยังไง ฝ่ามือที่เล็กกว่าวางลงไปบนมืออุ่นก่อนจะดึงตัวเองขึ้น ทั้งสองเดินจูงมือกันไปยังจุดรวมนักกีฑามาราธอนทั้งหลาย

 

 

ตลอดการวิ่ง ไม่มีใครพูดอะไรออกมา มีบ้างที่จะพยายามจะกำจัดคู่แข่ง แก้วน้ำถูกปัดกระจายจนบางคนไม่ได้ดื่มน้ำแก้กระหาย ในมือของร่างสูงมีเพียงอยู่แก้วเดียว แต่เขาก็สละให้จงออบดื่ม เขาไม่เป็นอะไรหากยังมีคนตัวเล็กอยู่ข้างๆ จะว่าเหนื่อยมั้ย

 

 

ไม่เหนื่อย หากมีแหล่งพลังงานอยู่ใกล้จนแทบจะรวมร่างกันได้ขนาดนี้

 

 

“โอ๊ย!” จู่ๆเสียงเล็กนั้นก็ร้องขึ้น และเมื่อเขาหันกลับไปมองก็พบว่าจงออบล้มไปกองอยู่บนพื้นเป็นที่เรียบร้อย คนตัวเล็กส่ายหัว ปากก็บอกว่าไม่เป็นอะไร เพราะสาเหตุที่จงออบล้มคือโดนผลักให้พ้นทาง ทุกการแข่งขันมันไม่ได้ใสสะอาดเสมอไป

 

 

“ไหวมั้ย?” แดฮยอนถามขณะช่วยพยุงตัวอีกคนขึ้น 

 

 

 

“อือ ไหว น่าจะ...นะ” ร่างเล็กก้มดูหัวเข่าตัวเองที่โชกไปด้วยเลือด ได้แผลมาขนาดนี้คงโดนถูกผลักแรกมากแน่ๆถึงเจ็บขั้นร้ายแรง

 

 

“รุ่นพี่วิ่งไปก่อนเถอะ เดี๋ยวผมหาทางกลับเอง...” เสียงของจงออบเงียบหายไป เป็นเพราะถูกปิดปาก

 

 

ปาก...ถูกปิดด้วยปาก

 

 

“บอกให้เรียกฉันว่าอะไร?” แดฮยอนถอนริมฝีปากออกก่อนจะเห็นปฏิกิริยาที่น่ารักของคนตรงหน้า จงออบรีบยกมือมาปิดปากตัวเองทันที

 

 

“แด..เอ่อ แดฮยอน” เมื่อร่างสูงได้ยินก็ยิ้มอย่างพอใจ เขาหันหลังแล้วย่อตัวให้

 

 

“ขึ้นมาสิ ห้ามปฏิเสธด้วย ฉันบังคับ” เท่านี้จงออบก็ไม่อาจจะแย้งอะไรได้อีก ร่างเล็กขึ้นไปอยู่บนหลังอีกคนก่อนจะถามขึ้น

 

 

“ไม่หนักเหรอ?” แดฮยอนส่งเสียงในลำคอเป็นเชิงบอกว่า ไม่หนักหรอก เบากว่าจุนฮงเป็นไหนๆ ตอนนี้แดฮยอนยังแพ้ยงกุกอยู่ 1 นัด ถ้าเขาชนะมาราธอนละก็ ชื่อคงถูกเสนอในเร็ววัน เผลอๆอาจจะเป็นวันนี้ด้วยซ้ำ ขณะเดินไปตามทางที่ถูกกำหนด เขาก็คิดอะไรบางอย่างออก

 

 

“นี่ รู้ทางลัดมั้ย?” เพราะขนาดพวกนั้นยังโกงเลย ดังนั้นจะแอบโกงนิดหน่อยจะเป็นไรไป

 

 

“อือ รู้ครับ มันจะดีเหรอ?” คนใสซื่อเอ่ยถามด้วยความเป็นกังวล

 

 

“เหอะน่า นิดๆหน่อยๆเอง มันขึ้นอยู่กับนายมากกว่าว่าจะยอมบอกฉันหรือเปล่า?” แดฮยอนหยุดเดินหลังเอียงหน้าไปหาคนที่เกาะไหล่เขาอยู่

 

 

“เอ่อ...” เด็กหนุ่มเริ่มคิดหนัก “อืม ก็ได้ครับ”

 

 

“ว่ามาสิ”

 

 

 

 

 

 

 ห้องประชุมในอาคารหลักของอาจารย์ยังเปิดไฟสว่างไสวแม้จะเป็นเวลามืดค่ำแล้ว ประตูใหญ่ถูกผลักเข้ามาโดยหัวหน้ากลุ่มบันนี่ ทำให้ทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียว ทั้งสมาชิกบันนี่และเหล่าอาจารย์ที่เป็นกรรมการแข่งขัน พวกเขาพร้อมที่จะประชุมทุกเมื่อแม้จะไม่มี บัง ยงกุก อยู่ก็ตาม

 

 

“เด็กคนนี้น่าสนใจมาก แต่เทอมนี้ยังไม่มีอะไรโดดเด่น” อาจารย์ฝ่ายวิชาการเอ่ยขึ้นพร้อมกดเลื่อนสไลด์ที่แสดงผลบนพื้นกระดานสีขาว ‘แร็ปมอนสเตอร์

 

 

“ดิฉันขอเสนอชื่อ คิม ซอกจิน” คนที่อยู่ถัดจากผู้อำนวยการยกมือขึ้น แต่ก็ยังไม่มีใครเห็นด้วย

 

 

“แต่ผมว่าเด็กคนนี้ยังไม่เหมาะสมที่เข้ากลุ่มบันนี่” อาจารย์พละแย้งขึ้น “เขายังไม่พร้อม”

 

 

“ใช่ ดิฉันก็คิดเช่นนั้น” แนวร่วมมากขึ้นทำให้ชื่อที่ถูกเสนอดูดรอปลงอย่างเห็นได้ชัด ยงกุกนั่งกอดอกมองแต่ละคนที่พยายามดึงรายชื่อเด็กที่มีความสามารถเข้ากลุ่ม ผิดกับยองแจกับฮิมชานที่นั่งซุบซิบกันอยู่สองคน โดยมีจงออบนั่งเป็นตัวประกอบ แถมยังอยู่ระหว่างกลางเจ้าสองคนนั้นด้วย 

 

 

 

“ปาร์ค จีมิน” หญิงสาวที่ทำหน้าที่คุมการแข่งขันตรรกะเอ่ยขึ้น

 

 

“เขาไม่ได้เก่งกีฬา เท่าที่แข่งขันมา เขามักจะอยู่ที่ท้ายๆ” แต่ละคนก็พยายามหาข้อโต้แย้งขึ้นมา เพื่อจะได้เด็กที่เก่งจริงเท่านั้น

 

 

“ขอโทษนะครับ” เลขาฯประจำกลุ่มบันนี่เอ่ยขึ้นพร้อมยกมือ “ผมขอเสนอ จอง แดฮยอน

 

 

“...” ยงกุกแทบจะถลึงตาใส่คนตัวเล็กที่พยายามไม่สบตาคนอายุมากกว่าตัวเอง แต่ดูจากสีหน้าผู้อำนวยการแล้ว เขาพอใจที่จะได้ยินชื่อนี้ เหมือนกับว่ารอใครซักคนพูดขึ้นมา การที่ยองแจเสนอออกไปเป็นเพราะฮิมชานก็เห็นด้วย และผู้อำนวยการก็สนใจเจ้าเด็กใหม่นี่ตั้งแต่รับเข้ามาแล้ว

 

 

“อีกคน ชเว จุนฮง ก็ถือว่าน่าสนใจนะครับอาจารย์” ฮิมชานเสริม โดยมีจงออบพยักหน้าเห็นด้วย แม้จุนฮงจะไม่ค่อยได้ทางวิชาการ แต่ลำดับนั้นก็ไม่ได้รั้งท้ายทุกภาควิชา

 

 

“...” ทั้งห้องประชุมเงียบจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศ ถ้าให้ฮิมชานเดา ทุกคนคงกำลังคิดหาข้อแย้งขึ้นมา แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมาซักคน บรรยากาศแสนกดดันนี้ถูกทำลายลงโดยผู้มีอำนาจสูงสุดในโรงเรียน ผู้อำนวยการยืนขึ้น

 

 

“เตรียมเอกสารให้ฉันเซ็นด้วยยู ยองแจ” คนที่โดนสั่งโค้งหัวให้อย่างสุภาพ และประโยคต่อมา แทบจะทำให้ยงกุกนั่งไม่ติดเก้าอี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ฉันอนุมัติให้สองคนนั้นเข้ากลุ่มบันนี่อย่างเป็นทางการ” 

 

 











 

 __________________________________________________________________________
มาในวันเคาท์ดาวน์พอดีเลย เย้ - w - (?)
ทุกคนลืมเรื่องนี้ไปแล้วหรือยังจ๊ะ? #ไรท์เตอร์มากกว่าที่ลืมแง
จะปีใหม่แล้ว มาร่วมเคาท์ดาวน์กันมาม้ะ @UPOISON_

    

508 ความคิดเห็น

  1. #477 ฺButtercream (@p-creamcake) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 01:12
    ต่อเถอะค่ะ ลุ้นคู่บังชานสุดๆละค่ะตอนนี้
    #477
    0
  2. #460 Babys Lynn (@myzelo) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มีนาคม 2557 / 11:15
    ระบิดแล้วค่ะ พี่แดฮยอนทำไมละมุนจังคะ อยากให้เรียกชื่อบอกดีๆก้ได้ ><

    แต่ว่าพี่ยงกุกนี่แกล้งทำเป็นไม่รู้แบบนี้พี่ฮิมเค้าเจ็บจี๊ดนะ >< ตกลงว่าชอบหรือไม่ชอบ?? แล้วที่ไม่ชอบแด้ที่เพราะอยู่ใกล้ออบหรือเพราะว่าเด่นกันแน่??
    #460
    0
  3. #441 Dami's (@9328987) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 มีนาคม 2557 / 22:23
    แดฮยอนคนหื่นกาม 555555
    #441
    0
  4. #405 natsu (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 มกราคม 2557 / 12:21




    แดฮยอนก็ช่างขยันทำให้จงออบเขินจริงๆ



    แม้จะเหมือนหลอกใช่จงออบไปซักหน่อย



    แต่ก็นะ ... ถือว่าผลสำเร็จสำคัญกว่าละกัน ^^





    #405
    0
  5. #401 i-tim-yine (@i-tim-yine) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มกราคม 2557 / 23:51
    เนียนเกินไปนะจ๊ะแดแด้จ๋า
    ออบเราก็น่ารักอ่ะ
    ไม่ผิดที่อิแด้มันห่วงและหวง
    #401
    0
  6. #400 jumpup0411 (@jumpup0411) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 มกราคม 2557 / 18:08
    แด้ออบน่ารักมากๆ!!!!! >\\\\\\\<
    #400
    0
  7. #398 MicKy (@MP_mick) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มกราคม 2557 / 19:38
    พี่แด้ขา... หลังๆ เนียนเข้าหาน้องออบอยู่เรื่อยเลยนะ
    เต๊าะตลอดเลยไม่รู้ตอนนี้น้องสึกหลอไปถึงไหนแล้วเนี้ย
    ในที่สุดก็สามารถเข้ากลุ่มบันนี่ได้แล้วสินะ แต่ทั้งพี่แด้และจุนฮงยังไม่รู้
    ใครบังอาจมาบังน้องออบเด็กน้อยของเราเนี้ย ใจร้ายที่ซู้ดดดดด
    #398
    0
  8. #396 MoonzyCheetos (@moonzy95) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มกราคม 2557 / 12:26
    ไรท์ มาต่อเร็วน้าาาา จะรอไรท์ต่อไปป
    #396
    0
  9. #394 ถั่วหวาน (@emmysweetpea) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มกราคม 2557 / 12:08
    รอนานมากกกกกกกกก
    รออยู่เสมอนะะ
    เพราะงั้นมาอัพเถอะะะะะะะ

    จองแดก็ขี้โกงตั้งแต่มีออบล่ะ มีขุมพลัง มันก็ไม่เหนื่อยสิ!!
    แม่มดนิก็ใจดีนะ สาปทั้งทียังให้มีขุมพลังได้ 555

    #394
    0
  10. #393 MoonzyCheetos (@moonzy95) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2556 / 22:06
    อิแด้นิ การกระทำเกินคำพูดไปซ้าแล้วว
    #393
    0
  11. #391 นู๋มูนน้อย (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2556 / 21:38
    คืออีแด้จ้องจะกินออบตลอดเวเลยช้ะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
    #391
    0