Freshy ! คุณกับผม เราเป็นคู่กัด #ก่อสร้างดีที่สุด (B2S)

ตอนที่ 9 : คู่กัดรอบที่แปด : สังเกตอยู่ตลอดเวลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47,502
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,700 ครั้ง
    17 ม.ค. 62






คู่กัดรอบที่แปด
คำเตือน : โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน





         อาจจะเป็นเพราะผมเพลียหรือเปล่าถึงได้หลับทันทีแทบไม่ต้องหาอะไรมากล่อม แล้วพอเช้ามาเกือบเจ็ดโมงในวันนั้นก็เจอไอ้หน้าแป๊ะยิ้มนอนหันข้างให้อยู่ข้าง ๆ ในสภาพเปลือยท่อนบนพร้อมกับอากาศเย็นฉิบหายเพราะมันเร่งแอร์ไปตั้งเท่าไหร่ไม่รู้ สงสัยจะขี้ร้อนจริง ๆ แต่เห็นมันนอนแบบนั้นผมก็เลยรีบลุกออกมาไปเรียนตามปกติ ทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาได้หลายวันแล้ว ส่วนกุญแจห้องก็ไปขอเอามาจากเจ้าของหอปั๊มเก็บเอาไว้เรียบร้อยแล้ว


         แต่ถึงจะทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมก็รู้สึกขัด ๆ ในใจอยู่ดี รู้สาเหตุดีแต่ไม่ขอเอ่ยถึง


         ผมเดินลงมาจากบันไดตามปกติเพื่อที่จะไปเรียนในคาบเช้า เรียกว่าใกล้จะสายแล้วดีกว่าเพราะเหลืออีกไม่กี่นาทีก็จะเข้าเรียนแล้ว ซึ่งผมต้องส่งงานก่อนเรียนด้วยไม่รู้จะไปทันไหม


         แต่พอเดินมาถึงลานจอดรถผมก็เห็นไอ้ชนินในชุดช็อปก้ม ๆ เงย ๆ อยู่กับรถนินจาของตัวเองอยู่ไม่ไกล สีหน้าเคร่งเครียด แล้วดูเหมือนว่ามันจะไม่สังเกตเห็นผมที่มาเดินมาด้วย


         ผมมองมันเล็กน้อยก่อนจะเดินไปหารถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองแล้วขึ้นนั่งสวมหมวกกกันน็อคพร้อมกับสตาร์ทรถ แต่...สุดท้ายผมก็ยังเหลือบตามองมันอีกอยู่ดี


         ไอ้ชนินกำลังพยายามสตาร์ทรถนินจาของตัวเองให้ได้ แล้วจากนั้นก็ลงจากรถแล้วเปิดดูส่วนรถนู่นนี่ รถของมันคงจะสตาร์ทไม่ติด ไม่งั้นคงไม่พยายามขนาดนี้


         ผมควรจะมองข้ามมันไปแล้วบิดออกจากหอไปเลย แต่เพราะสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจทำให้ผมทนไม่ได้ เพราะไม่อยากติดค้างอะไรกับมันอีก เลยได้แต่ขับไปจอดเทียบอยู่ใกล้ ๆ...


         “...เรียนตึกไหน” ผมเปิดยกกระจกหมวกกันน็อคขึ้นเพื่อพูดโพล่งออกไป มันที่กำลังนั่งลงทำอะไรสักอย่างอยู่เงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยความสงสัย


         “...”


         “กูถามว่าเรียนตึกไหน หูตึงเหรอ” ผมถามไปอีกด้วยความหงุดหงิด ทำไมต้องให้ถามซ้ำอีกวะ


         “...เทคโนอุตฯ”


         มันลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยความมึนงง ผมมองสภาพของมันที่เหงื่อแตกอยู่สักพัก “...ขึ้นรถ”


         อ้ชนินยังคงยืนนิ่งเหมือนคนติดสตั๊น เบิกตาเล็กน้อยมองผมเหมือนคนไม่เข้าใจในคำที่ผมเพิ่งพูดออกไป ผมเลยขยายความให้มัน


         “ขึ้นสิ กูจะไปส่ง”


         จากนั้นสิ่งที่ผมได้มาก็คือรอยยิ้มของมัน


         “ขอบคุณ”


         ...


         ใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ผมก็ขับมาส่งมันถึงที่หน้าตึกเทคโนอุตฯ ที่กำลังมีคนทยอยขึ้นตึกไปเรียนกันเล็กน้อย ผมจอดเทียบอยู่ใกล้ ๆ ก่อนที่มันจะลงจากรถผม


         “แป๊บนึงนะ” ไอ้ชนินพูดขึ้นมาในขณะที่เพิ่งกำลังจะลงจากรถผมได้แล้วพยายามล้วงเอาโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมากดรับสายของใครสักคน


         “ว่าไงชิต...” สักพักมันก็เบิกตากว้างขึ้นมาอีกเล็กน้อย ก่อนจะทวนคำออกมา “...วันนี้ไม่มีคลาส?


         ฉิบหาย เพื่อนมึงนี่ก็ดีจริง ๆ โทรมาบอกตอนนี้


         มันหันมามองผม ผมเลยพูดเสียงเข้มเตือนมัน


         “กูไม่ส่งมึงกลับหอนะ กูบอกไว้เลย กูต้องไปส่งงานก่อนเข้าเรียนคาบเช้า”


         “ตอนนี้อยู่ไหน...กลับหอแล้วเหรอ...อืม เจอกัน” มันถอนหายใจออกมาเหมือนคนเสียดายก่อนจะวางสายแล้วมองหน้าผม


         “มึงติดรถคนอื่นไป” ผมว่าแล้วขยับรถเพื่อที่จะขับไปเรียนที่อาคารเรียนรวม แต่มันก็พูดรั้งเอาไว้ทำให้ผมถึงกับสะดุด


         “ถ้าจะทิ้งกันแบบนี้ ก็ไม่ต้องสนใจกันตั้งแต่แรกสิ”


         ...แม่ง


         “แล้วมึงจะเอายังไง แถวนี้เขาก็เข้าเรียนกันหมดแล้ว” ผมพยักเพยิดหน้าไปทางคนที่กำลังเดินขึ้นไปเรียน มันเลยหันไปมองตาม


         “ไม่งั้นมึงก็นั่งรอไป เดี๋ยวกูมารับ”


         “แน่ใจว่าจะไม่ทิ้ง?” มันเลิกคิ้วถามผม


         “กูบอกว่าจะมารับก็มารับ”


         มันยืนนิ่งเหมือนคนใช้ความคิด แถมยังทำหน้าไม่อยากจะเชื่อคำพูดผมอีก แบบนี้มันน่าโมโหนะ หน้ากูเหมือนคนพูดเล่นมากหรือไง


         “เอางี้...ไปเรียนด้วยกัน”


         “ตลก มึงจะไปนั่งเรียนกับกู?” ผมพูดเสียงดังขึ้นมาแทบจะทันที แต่มันก็ทำตามที่มันพูดด้วยการขึ้นนั่งบนเบาะด้านหลังเรียบร้อยแล้ว


         “ไม่ตลก ไปสิ เดี๋ยวไปสายนะ”


         “มึงเอาดี ๆ นั่งรอตรงนี้ไม่ตายห่าหรอกสัด ไม่งั้นถ้ามึงรีบก็โทรหาเพื่อนให้มารับไป” ผมพูดด้วยอารมณ์ที่เริ่มร้อนเพราะการกระทำของมัน


         “มันบอกว่าไม่เข้าม.แล้ว”


         “ทั้งคณะมึงมีเพื่อนคนเดียวหรือไง...ลงไป”


         “วันนี้มีส่งงานก่อนเรียนไม่ใช่เหรอ รีบไปสิ”


         “มึงก็ลงไปสิ” ผมเอี้ยวหน้าไปเถียงกับมัน


         “อีกสิบนาทีคลาสเริ่มนะ”


         “ชนินมึงอย่าดื้อ ลงไปไอ้สัด”


         “ตอนนี้แปดนาทีแล้ว” มันยกนาฬิกาข้อมือของตัวเองขึ้นมาดูแล้วพยายามคะยั้นคะยอให้ผมออกรถ แต่ผมก็สุดจะทนจนเผลอตะคอกออกไป


         “เลิกดูเวลาไอ้เหี้ย แล้วลงไป!


         “อีกห้านาที”


         ...


         “...สัด!


         ผมสบถออกมาเสียงดังก่อนจะบิดรถออกไปเพื่อไปที่ตึกอาคารเรียนรวมโดยมีไอ้ชนินหน้าหนานั่งอยู่ด้านหลัง เหี้ยไรเนี่ย!



         ...

       

         ผมวิ่งติดสปีดขึ้นมาถึงหน้าห้องเรียน มีเพื่อนในเซคนั่งหน้าสลอนกันอยู่ข้างในหมดแล้ว ส่วนด้านหน้าห้องก็มีอาจารย์ที่นั่งรับงานจากนักศึกษาอยู่ ผมเลยหันไปคุยกับไอ้ชนิน


         “นั่งรอกูข้างนอก” ผมชี้ไปทางที่นั่งตรงระเบียงด้านหน้า


         “ไม่เป็นไร” แต่มันกลับเดินเข้าไปในเรียนทางด้านหลังแบบหน้าด้าน ๆ จนผมอึ้ง


         “ไอ้ชนิน...!


         ผมมองมันที่เดินเข้าไปด้วยอาการร้อนลน เลยรีบเดินไปที่ประตูด้านหน้าสะกิดเพื่อนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ประตู “ฝน ฝากส่งหน่อย” ก่อนจะรีบเดินอ้อมออกมาเข้าทางด้านประตูหลังเพื่อไปนั่งกับมันอยู่ด้านหลังสุดของห้อง มีบางคนที่เริ่มสังเกตเห็นผมกับมันแล้วต่างพากันมองมาทางด้านหลังแล้ว


         “ไอ้เหี้ย กูบอกให้มึงไปนั่งรออยู่ข้างนอก!” ผมพูดเสียงกระซิบเพราะกลัวคนอื่นจะได้ยิน


         “ก็อยากนั่งรออยู่ในนี้ แอร์เย็นดี”


         “อย่างน้อยมึงก็ถอดเสื้อช็อปมึงออก รู้ไหมว่ามันเด่นกว่าชาวบ้านเขา” ทั้งห้องแม่งมีมันอยู่คนเดียวที่ใส่ชุดช็อปสีเลือดหมูนั่งอยู่ ไม่เด่นก็คงไม่แปลก


         “ถ้าถอดก็เป็นเสื้อดำ ไม่เด่นกว่าเหรอ”


         “...ถอดแม่งออกให้หมดไอ้สัด!” ผมกัดฟันกรอดเริ่มพูดเสียงดัง


         “ชู่...” มันยกนิ้วชี้ขึ้นมาแนบกับริมฝีปากตัวเอง


         “ตอนนี้ต้องเรียนก่อน เดี๋ยวกลับห้องจะถอดให้ดู”


         “...!” ผมอยากจะด่ามันใจจะขาดแต่ก็ได้แต่ฝืนใจตัวเองหันกลับมามองกระดานเพราะอาจารย์เริ่มสอนไปแล้ว แถมยังเป็นครั้งแรกที่ผมต้องมาเรียนอยู่ข้างหลังห้องเพราะมันอีกด้วย! แม่ง!


 


... 

 

         “ไป ลุก”


         ผมใช้เข่าสะกิดเข้าที่ตัวไอ้ชนินที่มันนอนฟุบอยู่โดยไม่เกรงใจใครในห้อง โชคดีที่อาจารย์ไม่ได้สนใจคนที่นั่งข้างหลังเท่าไหร่ มันเลยหลับได้สบาย ไม่อย่างนั้นผมคงได้โดนหางเลขไปด้วย


         “ก่อนกลับแวะกินข้าวก่อนนะ” มันพูดพลางอ้าปากหาวหวอด ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อเดินออกมาจากห้องขนาบข้างกับผมหลังจากที่อาจารย์ปล่อยเพราะหมดคาบเรียนแล้ว


         “ไม่ อยากแดกก็ไปหาแดกเอง” ผมว่าอย่างหงุดหงิด


         “หิวน้ำ”


         “หิวน้ำต้องให้กรอกหรือให้กรวดล่ะ”


         “ที่พูดมาก็มีเหตุผล”


         “...” ผมกับมันหยุดยืนสบตากันทันทีหลังจากที่มันพูดจบ มันทำท่าเหมือนไม่สะทกสะท้านกับคำพูดกวนส้นตีนของมันเลยสักนิด สัด!


         “บ เบส ตกลงพวกมึง...”


         ผมหันไปมองคนที่เพิ่งจะเดินตามออกมาอย่างไอ้ลม มันทำหน้าตาตื่นตระหนกเหมือนคนเพิ่งเจอเรื่องมา ทั้งยังชี้สลับกับผมและไอ้ชนินไปมาด้วย


         เพราะอย่างนี้ไงกูถึงได้อยากจะรีบกลับจะได้ไม่ต้องมานั่งตอบคำถามเซ้าซี้น่ารำคาญแบบนี้ ยิ่งเป็นไอ้ลมอีกหน้าแม่งเหวอใช้ได้อยู่แล้ว


         “สวัสดีครับ ลม” ไอ้ชนินหันไปทักทายด้วยรอยยิ้ม


         “ด ดี คือ ร เราตกใจมากอ่ะ” มันว่าอย่างตื่น ๆ หันมาสบตากับผม


         “ไม่ใช่อย่างที่มึงคิด ลบล้างความคิดกะหลั่วออกจากหัวมึงไปซะ”


         ผมว่าเสียงเข้ม ไอ้ลมเลยกลืนน้ำลายลงคอหันกลับไปสบตากับไอ้ชนิน นี่มันคงกำลังคิดว่าผมกับไอ้ชนินคบกันอยู่ล่ะสิ


         “แต่มาเรียนด้วยกัน...”


         “มันไม่ใช่อย่างที่มึงคิด ตกลงไหม”


         “เอ่อ...”


        “แต่เมื่อกี้ยังบอกให้ถอดเสื้อออกให้หมดอยู่เลยนะ”


         “หะ?!


         ผมเบิกตาตกใจเมื่อจู่ ๆ ไอ้ชนินก็พูดโพล่งขึ้นมาจนผมหันไปมองมันอย่างอึ้ง ๆ ก่อนจะคิดได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องอย่างนั้น!


         “ถ ถอดเสื้อ?!


         แม่งเอ๊ย!


         “ไปกินข้าว!


         ผมหมุนตัวเดินหนีพร้อมทั้งพูดเสียงดังเพื่อไม่ให้ไอ้ลมได้ถามอะไรไปมากกว่านี้ ก่อนจะหันไปมองไอ้ชนินที่ยืนทำหน้างงด้วยความสงสัยไม่ยอมเดินตามมา ยืนทำห่าอะไรอยู่ตรงนั้นอีกล่ะ!


         “...?


         “จะแดกข้าวไหมสัด?!


         เสี้ยวหนึ่งผมเห็นมันยกยิ้มมุมปาก ก่อนที่มันจะยกมือโบกลาไอ้ลมด้วยท่าทีเป็นมิตรแล้วก้าวเท้าเดินมาหาผม


         “ไปก่อนนะครับ”


         ผมจ้องหน้ามันอย่างแค้นเคืองในขณะที่มันเลิกคิ้วเหมือนกับกำลังถามว่ามันทำอะไรผิด แต่ตอนนี้เหมือนผมทำอะไรมันไม่ได้เลยได้แต่สะบัดหน้าเดินนำหน้ามันไป ก่อนที่มันจะเดินตามมาทีหลัง


         ...


         ผมพามันมากินข้าวที่ร้านที่ผมมักจะมากินบ่อย ๆ ตอนกินคนเดียว เพราะอยู่ทางเดียวกับทางกลับหอ คนขายเป็นกันเองให้อารมณ์เหมือนกินข้าวฝีมือแม่ บางวันก็ให้เยอะมากกว่าจะเรียกว่าราคาธรรมดา เพราะงั้นมันเลยเป็นร้านที่ผมจัดให้เป็นร้านโปรดในใจ


         “จะแดกอะไรก็เขียนเอา” ผมเดินมาหยิบเอากระดาษกับปากกาเพื่อเขียนเมนู วันนี้ไม่ได้เยอะเท่าไหร่แต่เขียนไว้ให้ป้าแกน่ะดีแล้ว เพราะแกชอบลืม


         “ร้านนี้ไม่เคยกิน” มันเงยหน้ามองรายการอาหารที่ติดอยู่บนผนัง


         “ก็ร้านข้าวเหมือน ๆ กัน มึงก็สั่งปกติ จะไปยากอะไร”


         “หมายถึงอร่อยไหม”


         “อร่อยหมดนั่นแหละ” ผมตอบแบบส่ง ๆ ร้านนี้อร่อยสำหรับกู สำหรับมึง ใครจะสน


         “ผัดกะเพราตับ”


         “เออ”


         “ผัดพริกแกงไก่”


         “ได้อยู่”


         “ซุปหูฉลาม”


         “มันไม่มี ไอ้ฉิบหาย”


         “ข้าวหมูทอดกระเทียม”


         “...ตกลงมึงจะแดกอะไร ไม่งั้นกูจะเขียนทุกอย่างที่มึงพูดมา” ผมเหลือบตามองมัน ในมือถือกระดาษกับปากกาเอาไว้อยู่แต่ไม่ยอมเขียน เพราะไอ้ชนินแม่งยังเลือกแดกไม่ได้สักที


         “ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กต้มยำ”


         x!


         “เขียนเองเลยสัด!” ผมยัดกระดาษกับปากกาใส่มือมันแทบจะทันที แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะปล่อยให้มันยืนโง่อยู่หน้าป้ายเมนูคนเดียว แต่มันก็เขียนอยู่สักพัก เดินไปยื่นให้ป้าเจ้าของร้านข้าวก่อนจะเดินไปตักน้ำสองแก้วแล้วเดินมานั่งลงตรงหน้าผม


         “มีเรียนอีกทีกี่โมง”


         “เที่ยง...แต่กูจะไปส่งมึงกลับหอก่อน ตกลงไหม”


         “ไม่พาไปเรียนด้วยเหรอ”


         “พ่อมึงสิ”


         ผมถลึงตาใส่มัน แต่มันกลับยกยิ้มมุมปากกวนส้นตีนผม ผมนิ่งอยู่สักพักก่อนจะนึกขึ้นได้


         “...แล้วรถมึงเป็นอะไร”


         “สตาร์ทไม่ติด แบตฯ คงจะไม่พอหรือไม่ก็ขั้วแบตฯ หลวม”


         “รถแพง ๆ ยังเป็นอยู่อีกหรือไง”


         “แพงไม่ได้หมายความว่าจะไม่พังนะ” มันยิ้มบาง


         ...เออ กูรู้ ไอ้เวร


         “หมูทอดกระเทียมได้แล้วจ้า อันนี้ก๋วยเตี๋ยวต้มยำของคนนี้ใช่ไหม” ป้าเดินยกจานข้าวมาวางลงตรงหน้าผม ส่วนของไอ้ชนินเป็นถ้วยใบใหญ่ที่เป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำ นี่สุดท้ายมันก็เลือกก๋วยเตี๋ยวต้มยำเหรอ


          เดี๋ยวนะ...ผมจำได้ว่าผมเขียนแค่หมูทอดลงไปในกระดาษเฉย ๆ นะ ทำไมได้หมูทอดกระเทียมมา


         “เอ่อ...ป้าครับ” ผมหันไปเรียกป้าที่กำลังทำกับข้าวอยู่


         “จ้า”


         “ผมสั่งหมูทอดเฉย ๆ นะครับ”


         “อ้าว ป้าทำผิดเหรอลูก ป้านึกว่าเราสั่งหมูทอดกระเทียมซะอีก” ป้าร้องออกมาอย่างตกใจ ก่อนจะควานหากระดาษแผ่นนั้นแล้วอ่าน “ตายละ ป้าทำผิดจริง ๆ”


         “เดี๋ยวป้าทำให้ใหม่นะลูก”


         “ไม่เป็นไรครับ ผมกินได้” ผมหยิบช้อนส้อมออกมาจากกล่อง ส่งยิ้มให้ป้าแสดงออกว่าไม่เป็นไร แต่ก็ไม่รู้อยู่ดีว่าจะกินไหวไหมเพราะผมไม่แตะกระเทียมมาหลายปีแล้ว


         แต่ในจังหวะที่กำลังจะตักมันเข้าปาก จานของผมก็ถูกมือของคนตรงหน้าดึงมันออกไป...อะไรอีก


         “นั่นของกู”


         “กินนี่ไป” มันดันถ้วยก๋วยเตี๋ยวของตัวเองมาให้ผม ผมมองอย่างไม่เข้าใจ


         “นี่มึงกำลังจะเล่นอะไร”


         แต่มันกลับเงยหน้าสบตากับผมเหมือนกับกำลังสื่อความหมาย...


         “...ก็กินกระเทียมไม่ได้ไม่ใช่เหรอ”


         ผมเบิกตากว้างมองมันที่เหมือนไม่ใส่ใจอะไรแล้วตักข้าวหมูทอดกระเทียมเข้าปากไปอย่างสบายใจ แต่สำหรับผม...มันรู้ได้ยังไงว่าผมไม่กินกระเทียมทั้งที่เป็นเรื่องที่น้อยคนจะรู้เท่านั้นถ้าผมไม่บอกเอง


         ...


         ผมมาส่งมันที่หอตามที่บอกเอาไว้ก่อนที่จะไปเรียน แต่ระหว่างนั้นผมต้องรู้ให้ได้ว่ามันรู้ได้ยังไง


         “ขอบคุณที่มาส่ง ตั้งใจเรียนนะ” มันเอามือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกง พูดด้วยท่าทีสบาย ๆ ก่อนจะหมุนตัวหันหลังให้ผมแล้วเดินไป


         “ไอ้ชนิน”


         ไอ้ชนินหันกลับมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ผมยืนนิ่งอยู่สักพัก


         “...มึงรู้ได้ไงว่ากูกินกระเทียมไม่ได้”


         “อยากรู้เหรอ”


         “ไม่อยากรู้แล้วกูจะถามหาพระแสงอะไร”


         “ถามหาพระแสงนี่เอง”


         “ชนิน”


         ผมเรียกมันเสียงเข้ม เพราะตอนนี้ผมไม่อยากจะเล่นกับความกวนตีนของมัน ส่วนมันเองก็เหมือนจะรู้ดีว่าผมไม่ได้อยู่ในอารมณ์นั้น มันเลยกลอกตามองบนเหมือนกำลังใช้ความคิด


         “...เห็นตอนที่อ่านชื่อเมนูแล้วทำหน้าแบบนี้...” มันขมวดคิ้วให้ผมดู ยกนิ้วขึ้นชี้เข้าที่คิ้วของตัวเอง “...ใส่หมูทอดกระเทียม”


         “เลยคิดว่าอาจจะกินหมูไม่ได้ ไม่ก็กินกระเทียมไม่ได้”


         “แต่เห็นสั่งหมูทอดมากินได้ ก็เลยรู้...” ไอ้ชนินยิ้มบางให้ผม รวมไปถึงสายตาที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนนั่นยังส่งมาให้ผมด้วย


         “...ว่าคนปากปีจอไม่ชอบกินกระเทียม”


         “ข้าวมื้อนี้อร่อยดีนะ”


         มันว่าแค่นั้นก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปปล่อยให้ผมอยู่ในภวังค์ความคิด...ว่ามันพูดเหมือนกับว่ามันสังเกตผมอยู่ตลอดเวลา




TBC
#ก่อสร้างดีที่สุด



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.7K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,481 ความคิดเห็น

  1. #10469 hello_gik (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2563 / 23:47
    ชอบน้องก็บอกโอยยยย
    #10,469
    0
  2. #10451 B3erry (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 11:50
    ชนินถึงจะกวนทีนแต่เค้าก็แคร์นะเอ้ออ
    #10,451
    0
  3. #10412 sillnapp (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 14:30
    มันเบสชนินแล้วแหละ ตอนแรกคิดว่าชนินเบสอ่า
    #10,412
    0
  4. #10405 zmyziii (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 02:52
    ตัดพ้อเก่งมาเลย-ชนินนน
    #10,405
    0
  5. #10404 64545 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 00:39

    แอบมอง
    #10,404
    0
  6. #10401 lovehyper17 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 20:00
    เค้าสังเกตมานานแล้ว
    #10,401
    0
  7. #10400 lovehyper17 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 19:34
    เค้าสังเกตมานานแล้ว
    #10,400
    0
  8. #10370 nok0711 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 09:01

    ใส่ใจ😊

    #10,370
    0
  9. #10349 Wiwha (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 21:14
    อย่างน้อยก็ใส่ใจมากกว่าแฟนอีกน้าาาา จะไม่รู้สึกอะไรหน่อยหรอออ
    #10,349
    0
  10. #10339 Yaow (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 21:00

    งื้อออ😄

    #10,339
    0
  11. #10337 mz24 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 14:49
    อู้ววววว
    #10,337
    0
  12. #10307 bow26042002 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 16:15
    คำว่าดื้อนี่ใช้กับใครสถานการณ์ไหนก็น่ารักน่าเขินไปหมดเลยเว้ย
    #10,307
    0
  13. #10278 morirun_conan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 11:06
    ชนินน่ารักมาก
    #10,278
    0
  14. #10241 NACHI1743 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 11:31
    แง้ น่ารักๆๆๆๆ
    #10,241
    0
  15. #10228 lluv KAITO vull (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 08:37

    ไม่ไหวแล้วใจ ค่ตดีย์~~~~~
    #10,228
    0
  16. #10173 Earn0624 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 22:35
    ใช่จ้า สังเกตตลอดเวลา ชนินนี่ได้มากจริงๆ
    #10,173
    0
  17. #10142 filmnaruepron (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 11:35
    โอ้ย ใจกูไม่ไหว
    #10,142
    0
  18. #10129 be my hug (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:51
    อยากมีชนินเป็นของตัวเองเลยค่ะจุดนี้
    #10,129
    0
  19. #10128 Harry6112 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:34
    เขินนนนแทนนนนนนน
    #10,128
    0
  20. #10102 Xakas (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:34
    ชนิน มันดีต่อใจสุดเลยว่ะนาย งื้ออออ
    #10,102
    0
  21. #10094 roooose (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 20:33
    งื้อออความใส่ใจนี้
    #10,094
    0
  22. #10076 Xsis''BH (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 18:37
    พ่ายแพ้ราบคาบ
    #10,076
    0
  23. #10069 Saengnin (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 23:14
    ชนิน เรารักนาย นายอบอุ่นมาก
    #10,069
    0
  24. #10061 Yook-Yik (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 22:32

    ชนินคือดีมากเวอร์ ต้องรีบคว้าไว้นะเบส

    #10,061
    0
  25. #10041 Biekps99 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 22:52
    ขนินเรายอมแล้ว
    #10,041
    0