Freshy ! คุณกับผม เราเป็นคู่กัด #ก่อสร้างดีที่สุด (B2S)

ตอนที่ 8 : คู่กัดรอบที่เจ็ด : ความหวังดีของคนชอบกวน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47,461
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,386 ครั้ง
    16 ม.ค. 62






คู่กัดรอบที่เจ็ด
คำเตือน : โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน





         ผมไม่รู้ว่าเมื่อคืนนี้ไอ้หน้าแป๊ะยิ้มมันเลิกเสียงดังไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะหลังจากที่ผมเคาะประตูของมันดังไปสามบ้านแปดบ้าน มันก็ไม่มีทีท่าว่าจะมาเปิดให้ผม ผมเลยกลับห้องมาถอดหูฟังแล้วทำการเร่งเสียงเพลงจากคอมพิวเตอร์จนสุดเพื่อแข่งกับมัน ก่อนจะหัวลงหมอนนอนแล้วตื่นขึ้นมาในตอนเช้าของวันนี้


         เออ โชคยังดีที่เมื่อคืนผมยังนอน ไม่อย่างงั้นคงได้หัวเสียทั้งวันเพราะนอนไม่พอ


         แต่ต่อให้เมื่อคืนจะนอนเช้าหรือนอนเร็วก็ไม่มีผลต่อวันนี้อยู่ดี เพราะวันนี้เป็นวันเสาร์ และก็เป็นวันที่ผมมีนัดกับยิ้ม เอาง่าย ๆ ว่ายิ้มทักผมมาเมื่อคืนตอนที่ผมหลับอยู่ว่าอยากไปเที่ยว ซึ่งผมก็เห็นดีไปเพราะไม่ค่อยอยากจะอยู่ติดหอตัวเองเท่าไหร่


         คงไม่ต้องให้บอกว่าเพราะใคร


         แต่วันนี้ผมตื่นเช้าเกินเวลาของตัวเองไปหน่อย จะให้นอนต่อก็นอนไม่หลับแล้ว สู้มาซักชุดนักศึกษากับทั่วไปของตัวเองตากทิ้งเอาไว้แล้วหลังจากกลับมาค่อยเก็บน่าจะดีกว่า เพราะอย่างนั้นผมเลยถือตะกร้าเดินลงมาจากชั้นสี่เพื่อที่จะเอาผ้าออกจากเครื่องซักมาตาก


         ผมชอบหอพักนี้อีกหนึ่งอย่างก็คือเครื่องซักผ้ากับราวตากผ้าเป็นของทางหอที่เอาไว้ให้คนในหอได้ใช้ฟรีแบบไม่เสียเงิน แต่อาจจะลำบากหน่อยเวลาที่ทุกห้องซักผ้าตรงกันแล้วราวมีไม่พอให้ตากนั่นแหละ


         แล้วก็อย่างที่บอกไป ตอนนี้แม่งเหลือราวตากผ้าอยู่อันเดียวแล้ว


         เพราะงั้นผมเลยชิงเอาไม้แขวนเสื้อไปแขวนทิ้งเอาไว้ก่อนหน้านั้นเพื่อเป็นการจองว่าอันนี้มีคนใช้แล้ว ซึ่งวิธีนี้ก็ได้ผลแบบทั่ว ๆ ไปสำหรับคนที่อาศัยอยู่หอนี้นาน แต่สำหรับคนที่เพิ่งจะย้ายเข้ามาใหม่...


         “นั่นราวตากผ้ากู”


         ผมพูดออกมาอย่างขุ่นเคือง สายตามองตรงไปยังไอ้คู่กรณีเมื่อคืนที่แม่งยังมีหน้ามายืนสลอนใช้ราวตากผ้าที่มีไม้แขวนเสื้อของผมแขวนเอาไว้อยู่หน้าตาเฉย


         “มีชื่อติดไว้ด้วยเหรอ ไม่เห็นจะมี”


         “กูเอาไม้แขวนเสื้อมาแขวนแล้ว มึงก็น่าจะรู้นะ” ผมดึงราวตากผ้าประชิดเข้าหาตัวเองเป็นการแสดงความเป็นเจ้าของ


         “มันเป็นของหอไม่ใช่เหรอ มาซี้ซั้วติ๊ต่างเป็นของตัวเองได้ยังไง” ไอ้ชนินดึงเอาราวตากผ้ากลับไป


         “เรื่องของกู”


         “มันมีตั้งสองด้าน แบ่งกันคนละด้านสิ”


         “ไม่ เสื้อผ้ากูเยอะ มึงมีแค่ผ้าไม่กี่เศษ ตากแถว ๆ นั้นคงไม่ตายหรอกมั้ง”


         “เหรอ แบ่งให้กันแค่นี้ก็คงไม่ตายหรอกมั้ง”


         ...ไอ้เหี้ยนี่มึงนี่เอาแต่เช้าเลยนะ


         อยากจะกัดมันให้เจ็บ ๆ แต่ทำแบบนั้นในเวลานี้ผมคงไม่ต้องทำอะไรกันแล้วล่ะ


         ผมพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรงเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด เหลือบสายตามองมันที่กำลังเลิกคิ้วมองผมอยู่เช่นเดียวกัน ผมหยิบเสื้อของตัวเองขึ้นมาทีละตัวเพื่อใส่ไม้แขวนเสื้อก่อนจะยกขึ้นแขวนไว้บนราวตากผ้า โดยที่ไอ้ชนินเองก็ยังมองอยู่


         “...ที่เหลือของมึง”


         ผมยกตะกร้าขึ้นมาหลังจากที่ตากเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยเหลือพื้นไว้ให้มันเพียงแค่ความกว้างของช่วงแขนหนึ่งข้างที่มันจะตากผ้าได้หรือไม่ได้ก็เรื่องของมันเอง


         เพราะวันนี้มีนัดกับยิ้มและผมต้องรีบไปหรอก ถึงได้ทำแบบนี้เพื่อตัดปัญหา


         “ขอบคุณครับ” ไอ้ชนินยิ้มกว้างออกมาด้วยความพอใจ


         “หึ”


         ...


         หลังจากผมอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยเสร็จแล้ว ผมก็ขับรถมารับยิ้มที่หอก่อนจะพาไปกินข้าวที่เป็นร้านโปรดของยิ้ม แน่นอนว่าต้องวิวสวย ถ่ายรูปได้ ซึ่งผมว่ามันก็เฉย ๆ ไม่ได้อะไรขนาดนั้นแต่อาหารร้านนี้มันก็อร่อยดี


         “ตัว”


         “หืม” ผมเงยหน้าขึ้นมาสบตากับยิ้มที่กำลังฉีกยิ้มให้ผมอยู่


         “กินนี่เสร็จแล้วเราไปเที่ยวสวนกันนะ”


         “สวนเหรอ”


         “อื้ม เค้าอยากไปถ่ายรูปอ่ะ บรรยากาศน่าไปดี” ยิ้มพยักหน้ารับ ผมเลยหันไปมองฟ้าที่เหมือนจะมีเมฆคลึ้มมามากกว่าจะเรียกว่าบรรยากาศดี


         “เค้าว่าฝนมันจะตกมากกว่านะ”


         “ไม่ตก ๆ เค้าดูพยากรณ์มาแล้ว...ตกลงไปนะ น้า”


         ผมถอนหายใจออกมาเบา ๆ สงสัยคงต้องได้ไปจริง ๆ “อืม ไปก็ไป”


         “เย้”


         แต่ในระหว่างที่กำลังจะเดินออกมาจากร้าน ไอ้เมฆที่ผมคาดการณ์ไว้ว่ามันเป็นเมฆฝนแม่งลอยดำครึ้มมาแต่ไกล ผมว่างานนี้คงไม่ได้ไปไหนทั้งนั้นแหละนอกจากกลับกัน ไม่งั้นก็เที่ยวห้าง


         “ตัว เค้าว่าคงไม่ได้ไปแล้วล่ะ มันมืดมาแล้ว”


         ยิ้มหน้าง้อง้ำ มองดูท้องฟ้า “เดี๋ยวไปซื้อร่มเอาก็ได้”


         “ขับรถขึ้นเขาตอนฝนตกมันอันตรายนะ” ผมดุออกไป


         “ไม่ตกหรอก มันแค่ขู่เราเฉย ๆ นะตัว”


         “ไปเที่ยวอย่างอื่นแทนได้ไหม”


         ยิ้มมีสีหน้าไม่พอใจแทบจะทันเมื่อผมพูดประโยคเมื่อกี้ออกไป แต่ผมก็ได้แต่ยืนนิ่งไม่คิดจะโอ๋อะไรทั้งนั้นเพราะการไปเที่ยวทั้งที่ไม่ดูสภาพอากาศแบบนี้แม่งไม่ใช่เรื่องตลก


         นั่นไง ยังไม่ทันไรฝนก็เริ่มอ่อยแล้ว


         “เห็นไหม มันตกแล้ว”


         ยิ้มขมวดคิ้ววุ่น ยืนเอามือกอดอกเหมือนคนไม่ยอม ผมเลยได้แต่ถอนหายใจ “ยิ้ม...”


         ...ไอ้สัด กูตากผ้าทิ้งไว้นี่?!


         ผมเบิกตาเล็กน้อยเมื่อยามที่คิดออกว่าลืมอะไรไว้ เวรจริง ๆ ซักผ้าทีไรไม่เคยมีแดดหรอกมีแต่ฝน!


         “ยิ้ม เดี๋ยวรอฝนตกแล้วค่อยไปได้ไหม กลับหอก่อน”


         “กลับทำไม”


         “เค้าตากผ้าทิ้งไว้ ไม่อยากให้เปียกฝน” ผมว่างั้น ไม่ชอบเวลาเสื้อมันโดนฝนแล้วความหอมแม่งหายไปกับน้ำด้วยเลย เหม็นเหี้ย ๆ แล้วยังต้องมาเสียเวลาซักใหม่อีก


         “ที่หอตัวไม่มีคนมาเก็บให้หรือไง”


         ...คนเก็บเหรอ


         พอยิ้มพูดมาแบบนี้ผมก็ดันนึกไปถึงไอ้หน้าแป๊ะยิ้มที่ใช้ราวตากผ้าร่วมกับผมอยู่ ให้ตายเถอะ แม่งต้องเก็บแต่ของตัวเองเอาไว้แน่ ๆ ไอ้เหี้ยนี่ยิ่งชอบกวนส้นตีนอยู่ วัน ๆ ไม่ทำอะไรหรอกจ้องแต่จะยุ่งเรื่องของคนอื่น


         “เดี๋ยวเค้ากลับไปเก็บก่อนดีกว่า แต่เดี๋ยวไปส่งตัวกลับหอก่อน” ผมว่าแล้วหยิบกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองออกมา ที่เลือกจะไปส่งยิ้มกลับหอก่อนเพราะหอยิ้มใกล้กว่า และผมกลัวว่าอีกฝ่ายจะเปียกละอองฝนแล้วเป็นหวัดไม่สบาย


         “ไม่กลับ”


         “ยิ้ม”


         “ตัวบอกแล้วว่าจะไปเที่ยวกันนี่ ทำไมเป็นคนแบบนี้ล่ะ?!


         “ฝนมันตก จะให้ทำไง อย่าเพิ่งไร้เหตุผลตอนนี้สิ รีบขึ้นรถก่อน”


         “ไม่ขึ้น จะกลับก็กลับไปคนเดียวเลย”


         “ยิ้ม!” ผมตะคอกเสียงดัง เมื่อฝนเริ่มลงเม็ดหนักขึ้นทุกที ผมไม่อยากมาเสียเวลาทะเลาะกันอยู่ตรงนี้แล้ว


         “ไม่ต้องเดินหนี ไม่ตามไปแน่ ๆ...” ผมพูดเสียงเข้มเมื่อยิ้มทำท่าจะเดินไปอีกทาง “...ขึ้นรถ”


         ยิ้มทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แต่ก็ยอมเดินมานั่งซ้อนหลังผมเพราะเจ้าตัวรู้ดีว่าผมไม่มีทางเดินตามไปแน่ ๆ เพราะมันไม่ใช่การขู่ แต่เป็นเรื่องจริง


         ...เป็นแบบนี้ผมว่าผมคงต้องพอแล้วล่ะ



 


         ผมขับรถไปส่งยิ้มเสร็จก็รีบขับกลับมาที่หอซึ่งระหว่างทางฝนก็เริ่มตกหนักจนผมใจคอไม่ดี พอจอดรถที่ลานจอดรถได้ก็รีบวิ่งไปที่หลังหอเพื่อที่จะเก็บเสื้อที่ตากทิ้งไว้


         แต่พอผมเดินมาถึง...ราวตากผ้าที่ผมใช้กลับถูกยกไปอยู่ใต้หอพร้อมทั้งเสื้อผ้าที่แขวนทิ้งเอาไว้คู่กับเสื้อที่ไม่ใช่ของผม


         ผมเดินลัดเลาะมาดูเสื้อผ้าของตัวเองที่เหมือนจะแขวนเอาไว้เรียบร้อยผิดปกติราวกับมีคนมาถอดมันออกแล้วแขวนให้ใหม่ในสภาพที่ดูดี มีการกลับเสื้อและกางเกงเอาด้านในออกมาให้ด้วยทั้งที่ผมไม่เคยทำ ซึ่งปกติแล้วทุกครั้งที่ฝนตก แม่บ้านที่หอไม่เคยยกราวตากผ้ามาเก็บให้แบบนี้และแขวนใหม่แบบนี้


         ใครทำแบบนี้ให้...


         ถามตัวเองในใจแต่ในระหว่างนั้นสายตาของผมก็เหลือบมองสภาพเสื้อไม่คุ้นตานับสิบตัวที่แขวนอยู่บนราวเดียวกัน และมันก็ทำให้ผมรู้ได้ทันที


         เพราะมัน...ถูกแขวนเอาไว้อย่างดีเหมือนกับเสื้อผ้าของผมไม่มีผิดเพี้ยน



 

         เพราะการที่ฝนแทบจะตกอยู่ทั้งวันทำให้ผมตัดสินใจที่จะไม่พายิ้มไปเที่ยวที่ไหน ๆ เลย และยิ้มก็งอนหายไปเกือบทั้งวันเป็นอย่างนี้มาได้เกือบสองวันเต็มแล้ว ซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย ถ้ายิ้มยังดื้อดึงเป็นอยู่แบบนี้เห็นทีผมคงต้องไปคิดใหม่เรื่องความสัมพันธ์เน่า ๆ นี้อีกทีหนึ่ง


         “วันนี้ให้ผมเข้าร้านเหรอครับ” ผมกรอกเสียงตัวเองลงไปตามสายในขณะที่กำลังนั่งพิมพ์งานช่วงเย็นหลังเลิกเรียนอยู่ แต่ระหว่างนั้นพี่แรมก็โทรเข้ามาพอดี


         ( ใช่ ลูกค้าร้องมาในเพจพี่ว่าอยากได้เบสไปเล่นบ้าง พอจะว่างไหม )


         “ก็ว่างครับ” ผมเหลือบตามองนาฬิกาที่ใกล้เข้าหกโมงไปทุกที


         ( โอเค ถ้ายังไง เข้ามาก่อนสองทุ่มนะ เดี๋ยวพี่จะเซ็ตเครื่องไว้ให้ )


         “ขอบคุณครับ”


         พี่แรมวางสายไปแล้ว เพราะงั้นผมเลยปิดคอมของตัวเองบ้างแล้วเดินเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดตัวเก่งที่คิดว่าน่าจะหล่อที่สุดแล้วแต่งตัว หยิบของที่จำเป็นอย่างกระเป๋าสตางค์กับกุญรถกุญแจห้องแล้วเปิดประตูออกมา...


         ผมมองหน้าเจ้าของห้องฝั่งตรงกันข้ามที่ยืนถือถุงกับข้าวอยู่ตรงหน้าห้องของตัวเองในลักษณะเหมือนคนเพิ่งจะกลับมาจากไหนสักที่ เพราะกำลังไขกุญแจห้องอยู่


         พอมันได้ยินเสียงปิดประตูห้องของผม มันก็หันมามอง


         “จะออกไปข้างนอกเหรอ”


         ผมไม่ได้ตอบ นึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่าเรื่องเสื้อผ้าของผมในวันนั้นเป็นฝีมือของมันจริง ๆ หรือเปล่า แต่ถ้าใช่ มันจะทำไปเพื่ออะไรกันล่ะ


         “หรือว่าไปทำงาน?” มันเลิกคิ้วถามผม ก่อนจะแย้มรอยยิ้ม


         “...ไม่ยุ่งสักเรื่องจะตายไหม”


         เมื่อพูดเสร็จผมก็เลือกที่จะเดินออกไปจากตรงนั้นอย่างไม่ไยดีมัน ก่อนจะเดินลงบันไดมาเพื่อจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปทำงาน แล้วบึ่งออกไป


         ...


         งานคืนนี้หนักอยู่พอสมควร เพราะพอถึงร้านเกือบสองทุ่ม พี่แรมก็ให้ผมขึ้นไปเล่นแทบจะทันทีไม่มีการพักสักนิด ก่อนจะเลิกงานในเวลาเกือบตีสามที่พลังงานชีวิตผมแทบจะหมดลงไปทุกที พรุ่งนี้ผมคงได้หงุดหงิดเพราะนอนไม่พอทั้งวันแน่ ๆ


         ผมเดินขึ้นบันไดมาด้วยท่าทีอ่อนล้า พยายามฝืนเดินมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องเพื่อไข...แต่ให้ตายเถอะ ล้วงกี่ช่องก็ไม่เจอกุญแจห้องสักดอก นี่ผมเอาไปทิ้งไว้ไหนวะ


         ผมพยายามควานหาลึกลงไปจนสุดขอบทั้งกระเป๋ากางเกงและกระเป๋าเสื้อ หวังว่ามันจะหลบมุมอยู่ แต่แม่งไม่ใช่ แม่งหายจริง ๆ


         สงสัยคงได้หายไปตอนผมกำลังโดนลูกค้าที่ร้านพี่แรมมารุมอยู่แน่ ๆ


         “แม่งเอ๊ย” ผมลองควานหากระเป๋าเงินของตัวเองบ้าง แต่มันก็ยังอยู่ครบทุกบาททุกสตางค์ ที่หายไปก็มีแต่กุญแจห้องของตัวเองเท่านั้น


         มึงมาหายถูกวันจริง ๆ


         ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูรายชื่อเผื่ออาจจะมีโอกาสให้โทรไปขอนอนด้วยสักคืนบ้าง จะไปรบกวนไอ้ลมก็คงไม่ได้ เพราะมันคงอยู่หอพี่มังกร แต่ถ้าผมโทรไปยังไงมันก็ต้องตกลงให้ผมไปนอนด้วยแน่ ๆ ซึ่งผมไม่อยากรบกวนมันเท่าไหร่ ส่วนไอ้เจียเป็นหอปิด สี่ทุ่มก็เข้าไม่ได้แล้ว เพราะงั้นทางเดียวก็มีแต่ไอ้กาน


         ( ...ฮัลโหล ) เสียงแหบแห้งของไอ้กานตอบรับกลับมาเมื่อรับสายของผม


         “มึงนอนอยู่เหรอ”


         ( อืมมม มึงมีไร )


         “วันนี้ฝ้ายกลับบ้านไหม” ผมลองเชิงถามออกไป เพราะไอ้กานเคยบอกผมว่าช่วงนี้ฝ้ายกลับบ้านบ่อยเพราะต้องไปทำธุระที่บ้าน มันเลยได้นอนอยู่คนเดียว


         ( ม่ายอ่ะ นอนอยู่ข้าง ๆ )


         “เหรอ เออ งั้นโทษทีว่ะ”


         ( มึงมีอะไรเปล่า )


         “...กูทำกุญแจห้องหาย” ไม่อยากจะยอมรับแต่ก็ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าผมกลายเป็นโง่ตอนตีสามไปแล้ว


         ( ...มึงเนี่ยนะ )


         “เออ กูนี่แหละ”


         ( มึงลองโทรไปถามลมยัง )


         “วันนี้มันนอนหอพี่มังกร ไกล กูขี้เกียจขับรถ” เริ่มพูดเริ่มหาวออกมาอย่างปิดไม่ได้ พรุ่งนี้เช้าก็มีเรียนอีก เวรกรรมกูจริง ๆ


         ( ขอโทษว่ะมึง ) เสียงไอ้กานอ่อนลงเหมือนรู้สึกผิด ผมเลยยิ้มอ่อน จะมารู้สึกผิดในเรื่องแบบนี้ทำไมมันไม่ใช่ความผิดมึง


         “ไม่เป็นไร มึงนอนเถอะ เดี๋ยวกูไปนอนโรงแรมเอา”


         ( ถ้ายังไง มึงโทรมาบอกกูนะ เดี๋ยวไปรับ )


         “เออ”


         ผมวางสายจากไอ้กานไป แต่ในจังหวะนั้นประตูห้องฝั่งตรงข้ามก็เปิดออก...


         “...ทำกุญแจห้องหายเหรอ”


         “...” ผมหันไปมองไอ้ชนินที่ยื่นหน้าจากข้างในห้องออกมาถามผม นี่มันยังไม่นอนอีกเหรอ ผมนึกว่ามันหลับไปแล้วเพราะไม่เห็นแสงไฟลอดออกมาจากใต้ประตูห้องของมัน


         “ตอนนี้เจ้าของหอคงหลับแล้ว” มันยกโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเปิดดูเวลา “คงจะไปขอเอากุญแจห้องตอนนี้ไม่ได้หรอก”


         เออ กูรู้ ตีสามจะตีสี่อยู่แล้ว ใครมันจะตื่นมาให้กุญแจห้องมึงกันล่ะ


         ผมไม่คิดจะสนใจมันอีกเพราะตอนนี้มันเริ่มง่วงจนหงุดหงิดเข้าไปทุกที เลยได้แต่หยิบเอาโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเปิดดูว่าตอนนี้พอจะมีโรงแรมแถวนี้ให้เช่าอยู่หรือเปล่า...


         “...เข้ามานอนก่อนก็ได้นะ แล้วค่อยไปติดต่อพรุ่งนี้เช้า”


         ผมเลื่อนสายตามองคนด้านหน้าที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูด้วยท่าทีสบาย


         “หรือจะนั่งให้ยุงหามอยู่ข้างนอกก็ได้ ไม่ว่ากัน”


         นี่อย่าบอกว่ามัน...กำลังพยายามช่วยผมอยู่


         “หรือจะบอกว่าไม่ยุ่งสักเรื่องจะตายอีกแล้ว?” ไอ้ชนินพูดออกมาเหมือนไม่ได้คิดอะไร แต่ทำไมผมฟังแล้วเหมือนมันกำลังพูดตัดพ้อผมอยู่หรือไม่ก็น้อยใจผมอยู่ หรือ...ผมอาจจะคิดไปเอง


         “...กูยังไม่ได้พูดอะไร”


         ผมสบตากับมันที่กำลังยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยด้วยความพอใจ ก่อนจะเดินกลับไปในห้องเพื่อให้ผมได้เดินตามไป


         “นั่งตามสบายเลย” มันว่าอย่างนั้นพร้อมกับเปิดไฟในห้องให้สว่าง ดูเหมือนว่ามันจะปิดไฟเล่นคอมแบบผิด ๆ เดี๋ยวก็เสียสายตาตายห่า แล้วก็...มันจะให้กูนั่งตรงไหนของส่วนห้องวะ


         ห้องของมันดูคับแคบไปถนัดตาเมื่อมีคอมพิวเตอร์รุ่นสำหรับคนชอบเล่นเกมตั้งเอาไว้อัดห้อง ด้านข้างเป็นเตียงนอนขนาดนอนคนเดียวแต่สามารถฝืนนอนสองคนได้ ส่วนที่เหลือก็มีโต๊ะกับพวกตู้เสื้อผ้า ตู้เย็นที่ทางหอมีไว้ให้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่เหลือเค้าโครงเดิมของห้องพี่นายเลย


         แต่ไอ้คนอยู่มันก็ไม่ใช่พี่นายล่ะนะ


         “กูดูไม่ออกเลยว่าติดเกมขนาดไหน” ผมพูดออกมา มองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังเปิดเกมทิ้งเอาไว้กลางคัน


         “เรียกว่างานอดิเรกจะน่าฟังกว่า” มันเดินเข้าไปในครัวแล้วหยิบน้ำออกมาหนึ่งขวด


         “จะพูดให้มันดูดีขึ้นทำเพื่ออะไร”


         “ก็อยากดูดีในสายตาบ้าง...กินน้ำไหม” มันยื่นขวดน้ำมาให้ผม ผมที่กำลังติดชะงักกับคำพูดก่อนหน้านั้นเลยได้แต่ยื่นมือไปรับมาด้วยความไม่เต็มใจ


         มันยิ้มออกมา เดินไปนั่งลงที่เก้าอี้หน้าคอมแล้วเล่นเกมต่อ


         ผมมองมันอยู่สักพัก ก่อนที่จะไม่มีอะไรทำไปมากกว่านี้ เลยได้แต่แอบสอดส่องห้องมันไปในตัวจนไปเห็นกีตาร์ตัวหนึ่งวางทิ้งเอาไว้อยู่บนหัวที่นอน...


         “มึงเล่นดนตรีเป็นด้วยเหรอ” ผมถือวิสาสะยกกีตาร์ตัวนี้ขึ้นมา มันยังใหม่อยู่ดูท่าแล้วไม่ค่อยได้ใช้งานเท่าไหร่


         “นาน ๆ ทีเล่น แต่ก็ไม่ได้ชำนาญอะไร”


         “ส่วนใหญ่กีตาร์ตัวนั้นจะออกงานได้ก็ตอนมีวงเหล้า”


         “เหอะ เสียงแสลงหูกูวันก่อนนั่นน่ะนะ” ผมว่าอย่างเหยียด ๆ เสียงแม่งเพี้ยนจริง ๆ อยากจะเห็นหน้าคนเล่นจริง ๆ


         “อย่างน้อยตอนนั้นก็ไม่ได้เป็นคนเล่น” มันยักไหล่อย่างไม่สนใจ ผมเลยได้แต่วางกีตาร์ลงที่เดิมแล้วมองไปเรื่อย


         “ถ้าจะนอนบนเตียงก็เอากีตาร์ลงก่อน”


         ไอ้ชนินลุกขึ้นมาจากเก้าอี้แล้วเดินไปหยิบเอารีโมทแอร์ขึ้นมากดเพื่อเพิ่มอุณหภูมิห้องให้เล็กน้อย ก่อนจะหันหน้ากลับมาส่งยิ้มให้ผม


         “หนาวไหม ถ้าหนาวบอกนะ พอดีเป็นคนขี้ร้อน”


         “เออ”


         “ปิดไฟนะ” เดินไปยืนอยู่ใกล้ ๆ กับสวิตซ์แล้วพูดขึ้น


         “นี่มึงจะปิดไฟเล่นเกมเหรอ”


         “พอดีชินแล้ว”


         “...ช่างมึงเถอะ”


         ผมว่าแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงของมัน ก่อนที่แสงในห้องจะดับลงเหลือไว้เพียงแสงสลัว ๆ จากจอคอมที่ปล่อยออกมา ผมมองภาพตรงหน้าที่มีไอ้ชนินในสภาพด้วยความรู้สึกหลากหลาย แต่ที่แน่ชัดไปกว่านั้น...


         ผมพลิกตัวเข้าหากำแพง นอนหลับตานิ่ง ๆ อยู่สักพัก “...ชนิน”


         “ว่าไง”


         มันเลือกที่จะเยาะเย้ยผมก็ได้ ไม่สนใจกันก็ได้ แต่มันก็ไม่ทำ เพราะงั้นผมก็ควรที่จะ...


        “ขอบใจ”


         เสียงกดแป้นคีย์บอร์ดเงียบไป ผมไม่รู้หรอกว่าตอนนี้มันกำลังทำหน้ายังไงหรือรู้สึกยังไงอยู่เพราะมันมืด แต่ถึงอย่างนั้น...


         “...แค่นี้เอง”


         “หึ”


         ผมส่งเสียงในลำคอไปหนึ่งทีก่อนจะหลับตาเพื่อพักผ่อนสำหรับการเริ่มต้นใหม่ในพรุ่งนี้เช้าที่คิดว่าน่าจะดีกว่าวันนี้





TBC
#ก่อสร้างดีที่สุด
งุ้ย



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.386K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,478 ความคิดเห็น

  1. #10477 Thxsine (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มกราคม 2564 / 16:00
    หวานมากกอ่ยยยยน
    #10,477
    0
  2. #10348 Wiwha (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 20:58
    ก่อสร้างดีที่สุดจจริงๆค่ะ อะไรจะใส่ใจเค้าขนาดนี้~~~
    #10,348
    0
  3. #10336 mz24 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 14:39
    เอาล้าวววว พายุสงบล้าใ
    #10,336
    0
  4. #10263 despasito (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 01:57
    คู่นี้มันน่ารักกกก
    #10,263
    0
  5. #10240 NACHI1743 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 11:15
    พระเจ้า🙊
    #10,240
    0
  6. #10216 0804211939 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 01:49
    งุ้ยด้วย งุ้ยยย
    #10,216
    0
  7. #10203 parewna (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 02:01
    ชนิน 10 10 100000
    #10,203
    0
  8. #10202 parewna (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 01:51
    ยิ้ม นิสัยแบบนี้ คบกับตัวเองเถอะ อห.
    #10,202
    0
  9. #10172 Earn0624 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 22:26
    ชอบบบบ ฮืออออชอบเรื่องนี้จริงจัง! ชนินกับเบสน่ารักมาก สงสารเลยตอนบอกไม่ยุ่งซักเรื่องจะตายมั้ย คือเขากักทายดีๆอะเบสเบส แต่ตอนนี้เบสเบสมีความดีคือคิดจะเลือกกับยัยยิ้มแล้ว เดินหน้าเลิกเลยนาย
    #10,172
    0
  10. #10141 filmnaruepron (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 11:17
    โอ้ยพ่อ~~~ ละมุนอะไรเบอร์นี้~
    #10,141
    0
  11. #10101 Xakas (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:24
    แง ชนิน ดีต่อใจจัง
    #10,101
    0
  12. #10093 roooose (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 20:05

    อรุ่มมมม
    #10,093
    0
  13. #10089 JKCGV (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 10:06

    ชั้นน่ะนะ อยู่เรือชนินเบสจนวันตาย กี๊ดดเนี่ยยย ชนินอบอุ่นอ่ะ

    #10,089
    0
  14. #10080 psunrise (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 20:36
    เย็นชาจังเลยเบสสส
    #10,080
    0
  15. #10068 Saengnin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 23:07
    หวานเลยแกร
    #10,068
    0
  16. #10040 Biekps99 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 22:36
    ชนินเราอยู่ข้างนาย
    #10,040
    0
  17. #10007 Feum23 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 11:18
    ชนินดีจังเลย ฮือ อยากให้เบสเปิดใจบ้างอย่างน้อยเป็นเพื่อนกันไปก่อนก็ยังดี เวลาเบสพูดแรงๆใส่เหมือนชนินหงอยๆ สงสาร ;-;
    #10,007
    0
  18. #9975 tongy_ket (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 12:59
    #ทีมชนินค่ะ 55555
    #9,975
    0
  19. #9969 Micky Petch (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 22:30
    เขินแบบบอกไม่ถูก
    #9,969
    0
  20. #9889 Spices_smile (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 00:08
    เเง ทัมมัยบางครั้งสงสารชนินจังเลย
    #9,889
    0
  21. #9869 byun_Uracha (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 19:31
    ชนินอะชอบเบสมานานยังเหอะดูจากการกระทำ คำพูดอะ เอาน่าสู้เข้าเดี๋ยวเบสก็ใจอ่อน
    #9,869
    0
  22. #9842 Porfai6290 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 19:01

    เขิลว่ะ -////-

    #9,842
    0
  23. #9829 Odthon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 07:29
    เขิลชิบหาย เขิลตัวเเตกเเล้วเเมมมม่
    #9,829
    0
  24. #9807 wannisapanta111 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 13:47
    ลูกฉันเข้าห้องผู้ชายต้องเตรียมไม้ไปตีหรือเตรียมต้อนรับลูกเขยดีเนี่ย
    #9,807
    0
  25. #9793 Defdaniel (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 21:25
    ไอบ้าเอ้ย น่ารักทากๆ
    #9,793
    0