Freshy ! คุณกับผม เราเป็นคู่กัด #ก่อสร้างดีที่สุด (B2S)

ตอนที่ 3 : คู่กัดรอบที่สอง : สะใจเป็นที่สอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 54,778
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,799 ครั้ง
    6 ม.ค. 62






คู่กัดรอบที่สอง
คำเตือน : โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน





            โชคยังดีที่ฟ้าเข้าข้างผมไม่น้อยที่ไม่อยากให้หน้าหล่อ ๆ ของผมต้องพังไปเพราะกำปั้นอ่อน ๆ ของพวกไก่อ่อน เพราะอย่างนั้นพอผ่านไปแค่ไม่กี่วัน หน้าของผมที่มีรอยจากรอยช้ำก็เริ่มจางลงจนไม่มีใครสังเกตเห็นแล้ว ซึ่งก็ดี เพราะผมจะได้ถ่ายเซลฟี่ลงออนไลน์ได้สักที


            แต่หน้าแหก ๆ ก็เท่ไม่เบาอยู่เหมือนกัน


“ฮัลโหลครับ” ผมขานรับใส่โทรศัพท์ของตัวเองในขณะที่กำลังเดินเข้าไปในโรงอาหารในเวลาพักเที่ยง


"...ตัวจะกินข้าวไหน...กับเพื่อนเหรอ...อืม...ให้ไปกินด้วยไหม...ครับ...งั้นเค้าไม่ไปรับนะ...ครับ...เจอกันตอนเย็นครับ"


ผมตัดสายทิ้งก่อนจะเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงแล้วมองหาไอ้กานว่ามันนั่งโต๊ะตรงไหน วันนี้ผมมากินกับพวกไอ้กานไอ้เจีย ส่วนลมมันก็แน่นอนว่าต้องไปกินกับพี่มังกรอยู่แล้ว ผมก็เข้าใจ


ไม่นานผมก็เห็นไอ้กานนั่งอยู่กับแฟนของมัน แต่ไม่เห็นไอ้เจีย สงสัยคงเดินไปซื้อ ผมเดินเข้าไปหาทั้งสองคนก่อนจะนั่งลงตรงข้ามไอ้กาน มันมองหน้าผมเล็กน้อยก่อนจะยิ้มมุมปาก


"หน้าใกล้หายแล้วนี่เพื่อน"


ผมพยักหน้าให้มันเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองหน้าฝ้าย "ดีฝ้าย"


"ดีจ้ะเบส ดูหน้าสิ หมดหล่อเลย" ฝ้ายหัวเราะให้ผมเล็กน้อยเหมือนเอ็นดู ส่วนผมก็ได้แต่ยักไหล่ เหล่ตามองสภาพรอบข้างก่อนจะอมยิ้มแล้วพูดไปตรง ๆ


"ถ้าหมดจริง ๆ คงไม่มีคนมองขนาดนี้หรอก" ผมพูดจบฝ้ายก็ร้องแหมออกมาเสียงดังก่อนจะหัวเราะใส่


"เขาคงตกใจหน้ามึงอ่ะ เลยมองกัน" ไอ้กานเบะปากมองบนจนน่าหมั่นไส้


ผมสอดส่ายสายตามองรอบ ๆ อีกรอบก่อนจะขมวดคิ้ว ไอ้เจียมันหายไปไหนของมัน


"แล้วเจียไปไหน"


"ไปไหนไม่รู้ เห็นบอกว่าให้กินก่อนเลย" ไอ้กานว่าก่อนจะลุกขึ้นยืน


"เออ"


"มึงจะกินอะไร" มันเลิกคิ้วถามผม ผมมองเลยไปทางร้านอาหารที่เปิดอยู่ ไม่รู้จะกินอะไรว่ะ สงสัยคงต้องได้โซ้ยเส้นแก้หิวไปก่อน


"ก๋วยเตี๋ยว"


ไอ้กานพยักหน้าใส่ผมก่อนจะหันไปส่งยิ้มหวานให้แฟนตัวเอง "เดี๋ยวฝ้ายนั่งรอตรงนี้นะ เดี๋ยวกานไปซื้อให้"


"อื้ม"


"แล้วกูล่ะ" ผมถามมันกลับ มองมันหน้าตาย จริง ๆ แค่แกล้งมันเล่นเฉย ๆ


"อ้าว เมียกูก็ไม่ใช่นา"


"..." ผมแกล้งหรี่ตามองมันเหมือนหาเรื่อง


"อ่ะ ล้อเล่นน้า เดี๋ยวกูซื้อให้ ว่าจะกินก๋วยเตี๋ยวด้วยพอดี แต่ฝากซื้อโกโก้ปั่นหน่อย อยากแดก" ไอ้กานส่งเสียงหัวเราะก่อนจะหยิบเอาแบงค์ร้อยส่งมาให้ผม แล้วเดินหายไปกับฝูงนักศึกษาที่พากันทยอยเข้ามาในโรงอาหาร


ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะเดินไปทางร้านชาไข่มุกที่เปิดขายอยู่ในโรงอาหาร โชคยังดีที่ไม่ค่อยมีคนทำให้ไม่ต้องรอนาน


"รับอะไรดีคะ" พยักงานส่งรอยยิ้มหวานให้กับผมจนผมยกยิ้มมุมปาก


ผมไม่อยากจะบอกอะไรมากว่าพนักงานคนนี้ผมก็เคยมาจีบ ๆ คุย ๆ กันอยู่พักหนึ่งก่อนที่ผมจะมีแฟน แต่ตอนนี้ผมเลิกไปแล้ว เพราะเวลาผมมีแฟนผมไม่ชอบคุยกับใครที่ไม่ใช่แฟนตัวเอง ก็ไม่ได้เลิกเจ้าชู้อะไรขนาดนั้น แต่ผมแค่ไม่ชอบสร้างปัญหาให้ตัวเองก็เท่านั้น


เมื่อเหลือบตามองเมนูที่คาดว่ามีของไอ้กานเสร็จ ผมก็ยกยิ้มมุมปากแล้วพูดชื่อน้ำที่ต้องการออกไป


"โกโก้ปั่นใส่ไข่มุกครับ / โกโก้ปั่นไข่มุกครับ"


เสียงหนึ่งพูดประสานขึ้นมาพร้อมกับผมจนทำให้พี่พนักงานสาวสวยทำสีหน้าลำบากใจจนเห็นได้ชัด แต่ผมไม่มีความลำบากใจอะไรเลยสักเม็ด เพราะผมจำได้ว่าไอ้เสียงเรียบ ๆ เนิบ ๆ มันเป็นของใคร


ผมหันไปทำตาแข็งใส่มันที่ยืนยิ้มน้อย ๆ อยู่ข้าง ๆ ผมพร้อมกับชุดช็อปสีเลือดหมูคู่ใจของมัน


ไอ้เหี้ย ในโรงอาหารมึงก็ไม่เว้นเหรอ


แล้วอะไร นึกอยากจะแดกไข่มุกเหมือนกันรึไง ไอ้สัด


ไอ้ชนิน


"กูกับมึงนี่มันจะเกินไปแล้วนะ" ผมเชิดหน้าเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงตัวเองอย่างหาเรื่อง


"โรงอาหารมหาลัยเป็นของนักศึกษา จะเจอกันที่นี่ก็ไม่เห็นแปลก" มันกลอกตามองไปมาก่อนจะเลื่อนมาสบตากับผม


เจอกันเหรอ ทั้งปีทั้งชาติผมไม่ยักจะเห็นมันมากินสักที ถ้าไม่เรียกว่าตั้งใจก็บังเอิญเหรอ ตลก


"หึ ตลก ทั้งปีกูไม่เห็นมึงจะมากิน"


"...ไม่เห็นหรือไม่ใส่ใจจะเห็นกันแน่"


ผมเลือกที่จะนิ่ง เมื่อมันตอบกลับผมมาด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่ออกว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่ถึงได้พูดแบบนี้ ผมไม่ใส่ใจจะเห็นเหรอ จริงอยู่ที่ผมมากินที่โรงอาหารอยู่หลายครั้งแต่ผมไม่เห็นมันจริง ๆ


ก็มันไม่ใช่คนที่ผมต้องเก็บมาใส่ใจจริง ๆ ว่ะ


"ช่วงนี้ดูสนใจกันเป็นพิเศษนะ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า" ไอ้ชนินว่าแล้วเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่ง


"มีกับมึงไปก็โคตรปัญญาอ่อน" ผมแค่นหัวเราะออกมาอย่างตลกในคำพูดของมัน


"เริ่มมาต่อยกันก่อนที่หน้าตึกครุฯ ก็ดูจะปัญญาอ่อนอยู่เหมือนกัน"


"สมควรแล้วมึงน่ะ"


"ก็สมควรแล้วเหมือนกัน"


ผมจ้องตากับมันราวกับคนเริ่มมีน้ำโห ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าไอ้เหี้ยนี่มันเป็นพวกกวนส้นตีนจริง ๆ กวนแบบนิ่ง ๆ จนคนอย่างผมหัวลุกเป็นไฟแทน


"เอ่อ...ขอโทษนะคะ"


"ครับ / ครับ?"


เสียงหนึ่งพูดขัดจังหวะขึ้นมาทำให้พวกผมหันไปมอง เป็นพนักงานคนเดิมที่โชว์แก้วโกโก้ปั่นไข่มุกให้พวกผมดู แต่กลับมีสีหน้ารู้สึกผิดเล็กน้อยเหมือนคนทำอะไรผิดมา


"พอดีโกโก้ไข่มุกได้แค่แก้วเดียวค่ะ ส่วนอีกแก้วไม่มี หมดพอดี"


เวร เหี้ยจริง ๆ มาเจอไอ้เหี้ยนี่แล้วยังต้องมาเจอไข่มุกหมดอีกเหรอ


ไอ้ชนินยกยิ้มมุมปาก หันมามองหน้าผมเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือไปจับแก้วโกโก้ปั่นไข่มุกต่อหน้าต่อตาผม


"ของผมโกโก้ไข่มุกครับ"


"เดี๋ยวไอ้สัด กูสั่งก่อน" ผมรีบคว้าเข้าข้อมือมันข้างที่มันจับแก้วโกโก้เอาไว้กับพนักงานก่อนจะดึงกลับแล้วสะบัดทิ้งไว้ข้างตัว


"เห็น ๆ กันอยู่ว่าใครมาก่อน"


"หน้ามึงนี่ด้านจริง ๆ นะ" ผมขมวดคิ้ว ไฟในตัวเริ่มประทุ


"น่าจะเคยบอกไปแล้วนะว่าหน้าไม่ได้ด้านโดนหยิกก็เจ็บ" มันยิ้มบางแต่ยิ้งทำให้ผมรู้สึกร้อนกว่าเดิม


"ถึงว่าแถจนสีข้างถลอกหมด"


"ยี่สิบบาทใช่ไหมครับ" มันไม่ได้ตอบผมแต่หันไปยิ้มหวานให้พนักงานเหมือนเดิม มันว่าไม่พอแต่ยังยื่นเงินยี่สิบบาทไปให้อีกด้วย


ไอ้สัด!


"เดี๋ยวไอ้เหี้ย มึงหยุด" ผมกระชากมือมันกลับมาเหมือนเดิม มันหันหน้ามาหาผมช้า ๆ แล้วยิ้มยียวน ผมว่ามันคงจะเริ่มร้อนแล้วล่ะ หึ!


"จะเอายังไง"


"ไม่เอายังไง นั่นมันของกู"


มันจ้องหน้าผม ก่อนจะถอนหายใจ "จะเอาอย่างนี้ใช่ไหม"


"ทำไมไอ้สัด?"


ผมขยับตัวเข้าหาไอ้เหี้ยชนิน ถลึงตาใส่มัน รอยยิ้มของมันยังคงไม่จางหายไปไหน ดี ยิ้มเข้าไปไอ้หน้าแป๊ะยิ้มที่หาเจอได้ในไชน่าทาวน์ โดนอีกสักหมัดมันจะยังยิ้มออกไหม...


หมับ


"มายืนทำอะไรกันอยู่ตรงหน้าร้านน้ำปั่น?"


มือปริศนาวางลงบนบ่าของผมและไอ้ชนินคนละข้าง ก่อนที่จะถามขึ้นมาเหมือนคนไม่รู้เรื่องอะไร ผมหันไปถลึงตาใส่คนมาใหม่ ไอ้สัด...นี่มันเดือนบริหารที่เคยแข่งเดือนมหาลัยด้วยกันเมื่อปีที่แล้ว!


พวกมึงเป็นเหี้ยอะไรกัน


คนมาใหม่เลิกคิ้วมองผมสองคนที่ยืนหันหน้าเข้าหากันเพราะกำลังหาเรื่องกันอยู่ พวกผมต่างเงียบไม่ยอมตอบ ก่อนที่มันจะยักไหล่แล้วเดินไปคุยกับพนักงานหน้าตาเฉย


"ขอโกโก้ปั่นไข่มุกครับ"


"อ เอ่อ..." พนักงานพูดอ้ำอึ้ง มองผมกับไอ้เหี้ยชนินสลับไปมา เพราะแก้วที่เธอถืออยู่เป็นแก้วที่ผมกับมันมีประเด็น


แต่ไอ้เดือนบริหารกลับมองแก้วโกโก้นั้นแล้ว...


"ขอผมแล้วกัน"


"ขอบคุณครับ" ดึงออกมาจากมือแล้วยื่นแบงค์ยี่สิบไปให้ ก่อนจะหันกลับมา ยกชาไข่มุกขึ้นมาอึกหนึ่งแล้วทำตาโต ครางเสียงในลำคออย่างพอใจในรสชาติ...


"อื้ม...ไข่มุกนุ่มดี"


"ชิมไหม?" มันว่าไม่พอแต่ยื่นแก้วมาจ่อหน้าผมแบบไม่รู้สึกเหี้ยอะไร ผมได้แต่ยืนนิ่งจ้องหน้ามัน


"ไม่ชิมเหรอ ก็ดี" มันดึงกลับแล้วเดินหนีไป


...


...ไอ้เหี้ยเอ้ย




...


ผมเดินกลับมาที่โต๊ะแล้วเดินมานั่งลงตรงเก้าอี้ของตัวเองด้วยความหัวเสีย


"มาละเหรอ อ้าว” ไอ้กานร้องอ้าวเสียงดัง ก่อนจะมองซ้ายมองขวา ผมหันไปมองมัน “...แล้วไหนโกโก้ปั่นกูอ่ะ"


มึงยังจะถามหาอีกเหรอ!


"แดกน้ำเปล่าไปไอ้สัด!"


"เอ๊า อะไรของเขาวะน่ะ!"

 

 

 

เรื่องเมื่อตอนเที่ยงแม่งเหนือความคาดหมายจริง ๆ นอกจากจะต้องมาเจอไอ้ชนินอยู่ร้านน้ำปั่นแล้ว ยังต้องมาเจอเดือนบริหารที่ชาตินึงจะเจอกันทีอีก ไม่รู้ว่าพวกมันสองตัวนัดกันมากวนตีนผมหรือเปล่า อันนี้ก็ไม่แน่ใจนัก แต่สำหรับไอ้ชนิน...ช่วงนี้ผมเจอมันบ่อยจนผิดสังเกตเกินไปหรือเปล่า แค่ต่อยมันที่หน้าตึกครุศาสตร์ทำไมมันถึงส่งผลมาถึงตอนนี้ได้ขนาดนี้วะ


            “ไอ้เบส!” เสียงไอ้ลมลอยมาตามลมสมชื่อ ก่อนที่ผมจะเงยหน้ามองมันที่วิ่งมาหา แต่มันกลับชะงักเท้าแล้วขมวดคิ้วก่อนจะเดินเลียบ ๆ เคียง ๆ เข้าไปหาไอ้กานที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ แทน


            ทำเหมือนรังเกียจกูออกนอกหน้าเชียวนะมึง


"ทำไมหน้ามันมุ่ยมาขนาดนี้วะกาน" ไอ้ลมพูดเสียงกระซิบ ไม่รู้กระซิบจริงไหม แต่ดันดังมาถึงนี่


ไอ้กานมองหน้าผมเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจแล้วส่ายหน้าเหมือนคนไม่รู้ หึ ต่อให้ถามผมก็ไม่คิดจะบอกหรอก เผลอ ๆ นึกอยากจะตบหัวไอ้กานด้วยซ้ำที่มันนึกอยากจะแดกโกโก้ปั่นไม่รู้จักเวล่ำเวลา ทุกทีไม่เห็นซื้อแดก มาวันเสือกอยากกิน


"ไม่รู้ แม่งมุ่ยมาจากไหนไม่รู้ได้ โกโก้ปั่นไข่มุกกูที่ฝากมันซื้อตอนเที่ยงก็เลยพลอยเป็นหมันไปด้วยเลย"


ไอ้ลมได้แต่ส่งยิ้มแห้งให้เท่านั้น ก่อนจะวิ่งไปอีกทางเพราะมีคนเรียกชื่อ ผมเลยเงยหน้ามองไปอีกทางหนึ่งที่มีรุ่นน้องปีหนึ่งกำลังทยอยเดินเข้ามาหาพวกผม


ตอนนี้เป็นช่วงเวลาตอนเย็นประมาณบ่ายสาม พวกผมทั้งเอกมีนัดรับน้องกันที่ลานกว้างใกล้สนามกีฬาของมหาลัย เหตุผลที่วันนี้ต้องมาไกลถึงสนามกีฬาก็เป็นเพราะว่าลานกว้างใกล้ตึกมนุษย์ถูกเอกไทยยึดไปครองก่อนแล้ว เพราะไปจองสถานที่ไม่ทันก็เลยต้องชวดไป แต่ก็ยังกว้างพอที่จะรับน้องเอกผมได้สบาย ๆ เพราะอย่างนั้นผมเลยไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก


( น้อง ๆ ที่มากันแล้วอย่าลืมลงทะเบียนแล้วมานั่งกันเป็นแถวตรงนี้เลยนะครับ ) ผมหยิบไมค์ขึ้นมาประกาศเพื่อเรียกน้อง ๆ ที่ยืนกระจายตัวกันอยู่ให้เดินมารวมตัวกันอยู่ลานกว้าง โดยมีผมยืนอยู่ข้างหน้าคอยทำหน้าที่เป็นตัวบันเทิงให้น้อง จริง ๆ ที่ได้หน้าที่นี้มาเพราะทุกคนตกลงใจว่าผมเป็นเดือนมนุษย์ต้องทำได้ทุกอย่างโดยไม่ถามความเห็นผมเลยสักคำ


ความคิดเพื่อนผมนี่มันก็ตลกดีนะ


"ไอ้ลม มึงเอาน้ำมาให้กูกินหน่อย" ผมลดไมค์ลงแล้วหันไปคุยกับไอ้ลมที่มันเป็นทั้งหน่วยสวัสดิการและหน่วยพยาบาล


"เค"


ผมหันกลับมามองน้อง ๆ อีกรอบที่พากันพร้อมเพรียงเดินมานั่งหน้าสลอนกันเป็นแถวตามที่ผมคาดหวังเอาไว้ ผมให้เวลาน้องได้นั่งพักกันตามอัธยาศัยเกือบประมาณสิบนาที ก่อนที่เริ่มเข้าสู่การรับน้องตามกำหนดการ


( โอเค...ถ้าเข้ามานั่งเป็นแถวกันครบแล้วนะครับ ให้น้อง ๆ นับหนึ่งถึงห้าเลยครับ เริ่ม-)


( หมอบครับ! )


ผมเบิกตาเล็กน้อยด้วยความตกใจ เพราะจู่ ๆ เสียงไมค์จากที่ใกล้ ๆ ก็ดังลั่นขึ้นจนต้องหันไปมองลานกว้างอีกที่ที่อยู่ใกล้ ๆ กัน มีฝูงคนเสื้อดำอีกกลุ่มนึงก็มารับน้องด้วย แต่จู่ ๆ มาสั่งหมอบเสียงดังใส่ไมค์แบบนี้มันก็ไม่ใช่เปล่าวะ แต่กูแน่ใจแล้วนะว่าตรงนี้ไม่มีใครมารับน้องร่วมด้วย


( สักครู่นะครับ ) ผมบอกน้องก่อนจะเดินมาหาไอ้กานที่ยืนอยู่ไม่ไกล


"ไอ้กาน มึงไปดูข้างหลังเราหน่อย เอกอะไรมันมารับน้องวะ เสียงดังฉิบหาย"


"ได้ ๆ" ไอ้กานพยักหน้ารับก่อนจะวิ่งติดจรวดไปหากลุ่มเสื้อดำกลุ่มนั้นให้ผม ผมมองตามไปสักพักก่อนจะเริ่มจับไมค์บอกน้องใหม่


( น้อง ๆ เริ่มนับหนึ่งถึงห้าครับ เริ่มครับ )


วี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดด


สัด! เมื่อไหร่น้องกูจะได้นับหนึ่งถึงห้าวะ?!


ผมยกมือขึ้นปิดหูตัวเองทั้งสองข้างอัติโนมัติ เมื่อไอ้กลุ่มเสื้อดำกลุ่มเดิมทำไมค์หอนขึ้นมาเสียงดังลั่นกว่าเดิม พร้อม ๆ กันคนอื่นที่ต่างพากันยกมือขึ้นปิดบ้าง ผมตวัดสายตาคมกริบหันไปมองกลุ่มนั้นที่อยู่ไกล ๆ แล้วยกไมค์ขึ้นพูดเสียงดัง


( ใครมันทำไมค์หอนครับ?! กรุณาปิดด้วย เสียงดังมาก! น้อง ๆ เอกผมหูจะแตกอยู่แล้ว! )


หลังจากที่ผมพูดแบบนี้ออกไป เสียงไมค์หอนก็เงียบลง ก่อนจะได้ยินเสียงดังคล้าย ๆ คนกำลังหยิบอะไรสักอย่างดังออกมาจากไมค์ฝั่งนั้น


( ขอโทษด้วยครับ )


เสียงทุ้มดังขึ้นมาเพื่อตอบกลับผม ผมถอนหายใจเพื่อระบายอารมณ์ตัวเองแล้วส่ายหน้าไปมาเบา ๆ แต่ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าเสียงมันคุ้น ๆ หูอยู่เหมือนกัน


"อ ไอ้เบส" ไอ้กานเรียกชื่อผม หน้าตามันตื่น ๆ เหมือนคนไปเจอเรื่องไม่น่าเชื่อมา ผมหันไปขมวดคิ้วใส่มัน


"ว่า"


"คือ...กูไม่รู้จะพูดยังไงว่ะ" มันยกมือขึ้นเกาหัวตัวเอง อ้าปากอยากจะพูดแต่ก็ไม่กล้าพูด


( ถ้าทางนั้นไม่ว่าอะไร ก็ช่วยลดเสียงไมค์ด้วยนะครับ เสียงดังพอกันเลย )


แต่ยังไม่ทันที่ไอ้กานจะพูดอะไรกับผม เสียงจากฝั่งนั้นก็ดังขึ้นมาอีกรอบทำให้ผมละความสนใจจากมัน เพื่อมองไปทางลานกว้างอีกฝั่ง...เมื่อกี้มันบอกว่าทางผมเสียงดังเหรอ


( ไอ้ที่เสียงดังนี่น่าจะเป็นฝั่งนั้นมากกว่านะครับ ทำอะไรก็เกรงใจคนอื่นหน่อยนะครับ )


ผมตอบกลับไปแล้วลดไมค์ลงเพื่อรอว่าฝั่งนั้นมันจะพูดอะไร...


( กำลังด่าตัวเองอยู่เหรอครับ? )


...ทำไมวันนี้มีแต่คนกวนส้นตีนกูจังฮะ


ผมตวัดสายตาไปจ้องไอ้กานจนตัวมันส่ายหน้าเหมือนไม่อยากมายุ่ง


“...กูไม่รู้แล้วนะ” มันว่าแล้วรีบเดินหนีไปอีกทาง


ไอ้สัด


ผมขมวดคิ้ว หรี่ตามองฝั่งนั้นก่อนจะหันกลับมาทำหน้าที่ของตัวเองต่อ เถียงกับคนที่ตัวเองไม่รู้จักไปก็มีแต่เสียกับเสีย ยิ่งตอนนี้กำลังรับน้อง โคตรไม่ควรเลย


( ปีหนึ่งนับหนึ่งถึงห้าครับ )


( ปีหนึ่งไม่ต้องนับหนึ่งถึงห้านะครับ เรามาด้วยกัน รับน้องด้วยกัน )


...เหมือนแม่งไม่จบ


( ไม่ยุ่งเรื่องชาวบ้านเป็นมารยาทของมนุษย์ที่ดีนะครับ ) ผมว่ากลับไป ถ้าไม่ติดว่ามีน้องอยู่กูเดินไปตบหัวมึงแล้วนะไอ้สัด ยุ่งกับกูจัง


( ไม่คิดเข้าข้างว่าคุยกับตัวเองถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเหมือนกันนะครับ )


เหี้ยไรเนี่ย กูล่ะอยากจะเห็นหน้ามึงจริง ๆ เลย!


“เบส”


เสียงของเพื่อนผมที่เป็นผู้หญิงแถมยังมีดีกรีเป็นถึงประธานเอกดังขึ้นเหมือนเป็นการเตือน ทำให้ผมต้องส่งเสียงในลำคออย่างขัดใจเล็กน้อย ก่อนจะทำหน้าที่ตัวเองใหม่ พยายามบอกกับตัวเองว่าอย่าไปสนใจอีกฝั่งให้มาก เดี๋ยวมันจะได้ใจ


( ถ้าใครนับหนึ่งถึงห้าเสร็จแล้วให้แยกกันไปตามฐานของตัวเองเลย น้อง ๆ หัวแถวตามพี่เดินไปเลยครับ ) ผมชี้ไปทางพี่เดินที่พร้อมทำหน้าที่ของตัวเองแล้ว ก่อนจะยืนนิ่งเพื่อมองน้อง ๆ ที่เหลือเดินกระจายกันไป ก่อนจะเหลือไว้เพียงแค่กลุ่มหนึ่งเพื่อเล่นเกมที่ฐานผม


( โอเค สำหรับฐานหนึ่งนะครับ มีเกมมาให้น้อง ๆ ได้เล่น... )


ผมยกเกมขึ้นมาอธิบายให้น้อง ๆ ฟัง ก่อนจะมีการแบ่งทีมให้น้อง ๆ เพื่อได้ร่วมเล่นเกมด้วยกันตามที่วางแผนเอาไว้ โดยเกมของผมก็ง่ายมาก นั่นก็คือการโยนลูกโป่งน้ำข้ามเส้น ทีมไหนรับได้มากที่สุดเป็นคนชนะไป ซึ่งน้อง ๆ ต้องมาแข่งกับพวกปีสองด้วย ส่วนการทำโทษของคนที่แพ้ก็คือเต้นให้เพื่อนดูเอาให้มันส์เท่าที่จะทำได้


“เบส ๆ”


“ว่าไงแจน” ผมโน้มหน้าเข้าหาคนชื่อแจนในขณะที่เจ้าตัวเขย่งขาเพื่อกระซิบข้างหูผมในระหว่างที่น้อง ๆ กำลังเตรียมตัวเล่นเกมกัน


“เราเป็นประจำเดือนอ่ะ เปียกน้ำไม่ได้” เธอว่าไม่พอทั้งยังทำท่าเขินอายด้วย


ผมกวาดตามองคนอื่นที่มีหน้าที่ทำกันหมดแล้ว...กูต้องเล่นใช่ไหม


“งั้นแจนช่วยเป็นคนทำตรงนี้แทนก่อนได้ไหม เดี๋ยวเราจะไปเล่นแทน”


“ได้ ๆ”


ผมยื่นไมค์ไปให้แจนก่อนจะเดินเข้าไปต่อแถวเพื่อน ๆ ที่ตั้งท่าจะโยนลูกโป่งน้ำให้อีกฝั่งแล้ว และหลังจากที่เสียงนกหวีดดังขึ้น เกมมหกรรมเปียกน้ำก็ได้เริ่มต้นขึ้นเหมือนกัน...


แต่ฉิบหาย หลังจบเกมทีมผมเสือกแพ้รุ่นน้อง


เพราะระหว่างที่เล่นเกมทีมผมเล่นไม่ค่อยดีเท่าไหร่ บางคนแรงเยอะขว้างอย่างกับเล่นรักบี้ แต่ฉิบหายสุดก็ผมนี่แหละโยนไม่ดูว่าแรงผู้หญิงจะรับได้ไหม อัดเข้าหน้าสวย ๆ พวกเธอเต็ม ๆ เลยกลายเป็นว่าเป็นเกมทำร้ายตัวเองไปโดยปริยาย


แต่น้อง ๆ ดันชอบซะด้วยสิ


( น้อง ๆ มีบุญกันมากเลยนะคะเนี่ยที่จะได้เห็นเดือนมนุษย์ปีที่แล้วมาเต้นตรงหน้ากันชัด ๆ แบบนี้ ) แจนทำหน้าที่ได้ดีแบบที่ผมไม่ได้คาดหวังเอาไว้ ก่อนที่แจนจะเรียกทีมพวกผมไปยืนอยู่ตรงหน้ารุ่นน้องด้วยสภาพเปียก ๆ


( เอาเพลงอะไรกันดีนะ น้อง ๆ อยากได้เพลงไหนกันคะ? )


“อุลตร้าแมนนนน”


เสียงตอบดังลั่นฐานผมจนคนฐานอื่นต่างพากันมองมา น้องพวกนี้นี่รู้จักคิดนะเอาเพลงที่มันมีท่าส่ายเอวมาให้กูเต้นเนี่ย


( อุลตร้าแมนนะ ถ้างั้นให้น้อง ๆ เปลี่ยนคำร้องจากคำว่าน้องใหม่ให้เป็นปีสองนะคะ...พี่ปีสองพร้อมไหมคะ )


กูควรตอบว่าอะไรล่ะ


ผมยืนนิ่ง รอยยิ้มกรุ้มกริ่มต่างพากันมองมาทางผม มีบ้างที่เพื่อนในฐานหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพร้อมที่ถ่ายวิดีโอแล้ว มันหายากมากเลยใช่ไหมที่จะเห็นผมทำอะไรแบบนี้


( โอเค...พร้อมนะคะ )


"เอาเลย ๆ!" เสียงเชียร์จากรุ่นน้องก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่น่าเหลือเชื่อ


( กำลังโดนทำโทษเหรอครับ? )


แต่แล้วเสียงคนในฐานต่างก็เงียบลงเมื่อมีเสียงทุ้มที่เคยปะทะคารมกับผมดังขึ้น แถมยังปรากฏร่างของมนุษย์เพศชายสูงชะลูดสวมเสื้อช็อปสีเลือดหมูแสนคุ้นตาผมฉิบหาย ยืนจังก้าอยู่ด้านหลังของปีหนึ่งฐานผม


ผมจะไม่อะไรเลยถ้าแม่งไม่ใช่ไอ้เหี้ยชนิน


...ที่แท้ก็เป็นเอกมึงเองเหรอที่มารับน้องอยู่ใกล้ ๆ กับเอกกู


มันที่กำลังยืนถือไมค์ลอยเอาไว้ พร้อมกับข้าง ๆ มีเพื่อนของมันอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้วยกันมองมาทางผม แต่มีแค่มันเท่านั้นที่มีสีหน้าเหมือนพอใจ ยกยิ้มมุมปากรอผมที่กำลังตั้งท่าจะเต้นให้รุ่นน้องดู


( เอาสิครับ ) มันว่าเสียงดังออกมาแล้วยืนกอดอกมอง


"..."


ผมกัดฟันกรอดจนสันกรามขึ้น เพื่อน ๆ ผมต่างงุนงงว่าต้องทำยังไงต่อ เพราะจู่ ๆ ก็มีคนแปลกหน้ามายืนดูแบบนี้ ผมที่ทำท่าจะอ้าปากด่ามันแต่ก็ต้องเงียบลงเมื่อมันพูดขึ้นมาอีกประโยคหนึ่ง


( ไม่เต้น...แปลว่าไม่ใจนะครับ ) แล้วมันก็ส่งรอยยิ้มหวานมาให้ผม


( ถ้างั้น...เพลงมา! )


เสียงของแจนดังลั่นขึ้นพร้อมกับเสียงกลองที่ตีเป็นจังหวะ ก่อนที่น้อง ๆ จะเริ่มร้องเพลง ทำให้ผมจนใจหมดทางจะด่ามัน ต้องเก็บเอาไว้ก่อนแล้วสนใจกิจกรรมตรงหน้า


“อุลตร้าแมนปล่อยลำแสงใส่ปีสอง จะทำยังไงปีสองวิ่งหนีไม่ทัน อยู่ดี ๆ ก็มีชินจัง วู้ ๆ ๆ” ผมยกมือขึ้นสูงเพื่อเต้นไปตามเนื้อเพลงและท่าที่จำมา


“อยู่ดี ๆ ก็มีชินจัง มิซาเอะจังให้มาจับตัวไป จับตัวไป จับตัวไป จับตัวไปปีสองส่ายเอว ส่ายเอว ส่ายเอว!


“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด!


เสียงกรี๊ดดังลั่นขึ้นมาเมื่อผมทำท่าส่ายเอวที่แรงและเน้นอวัยวะเบื้องล่างพอสมควร ก่อนที่เพลงจะเริ่มเร็วขึ้น พอ ๆ กับเอวของผมเช่นเดียวกัน


“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด! พี่เบสสสสสสสสสสสสสสส!


เพลงจบลงแต่เสียงกรี๊ดก็ยังไม่จบ มีเสียงหัวเราะดังขึ้นมาประปรายตามประสาเพื่อนของผมที่ยืนมองและร่วมถ่ายวิดีโอกัน แต่ผมรู้เลยคลิปเต้นนี้จะแม่งต้องเป็นที่กล่าวขวัญกันในหมู่เพื่อนผมฉิบหาย แต่ผมไม่ได้สนใจเสียงกรี๊ดพวกนี้เลยเพราะตอนนี้สายตาของผมจดจ้องไปยังไอ้ชนินที่ยังยืนอยู่ ไม่ยอมหนีไปไหนถึงแม้เพลงจะจบไปแล้วก็ตาม


( ...เอวดีจังนะครับ สมกับเป็นเดือนมนุษย์เลย ) มันพูดออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม


( แต่ไม่เหมือนหน้าตาเลย...อ่อ ไม่เหมือนนิสัยด้วยครับ )


( แต่... ) มันเว้นช่วงไปเล็กน้อย เหมือนรอปฏิกิริยาของผมว่าจะทำยังไง ก่อนที่มันจะยกยิ้มมุมปากแล้วพูดประโยคที่ทำให้ผมเบิกตาตกใจเล็กน้อย


 ( ก็ชอบนะครับ )


“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!


ผมสบตากับมันที่ไม่รู้ว่ามันคิดจะเล่นอะไรอยู่ ถึงได้พูดประโยคที่ชวนให้คนอื่นคิดแบบนี้ โดยเฉพาะเพื่อนผมที่ต่างพากันกำลังยืนกรี๊ดพอ ๆ กับรุ่นน้องอยู่ ไอ้ชนิน นี่มึง...


( ...แต่ท่าเต้นนะครับ ไม่ใช่คนเต้น )


“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!


...ไอ้สัด นี่มึงวอนใช่ไหม


( ไปนะครับ )


มันว่าก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปอีกฝั่งที่เป็นเอกของมันเอง แต่เสียงกรี๊ดก็ยังไม่หยุดพอ ๆ กับสายตาที่พากันมองผมสลับกับมัน ไอ้เหี้ย มันไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ!


( ...ทำกิจกรรมต่อครับ ) ผมแย่งไมค์มาจากแจนเพื่อหยุดการคิดไกลของคนที่ไม่รู้ลึกตื้นหนาบางความสัมพันธ์ระหว่างผมกับไอ้เหี้ยชนิน ก่อนที่ทุกคนต่างพร้อมใจกันทำตามที่ผมบอกเพราะเห็นหน้าตาผมที่ยักษ์ใส่ไมค์


กูฝากไว้ก่อนเถอะไอ้ชนิน


...


( พักสิบนาทีครับ )


ผมพูดขึ้นหลังจากที่เล่นเกมกันไปเกือบจะสิบห้านาทีได้ในกลุ่มที่สามที่เพิ่งจะมาเปลี่ยน ซึ่งระยะเวลาในการเล่นเกมของแต่ละฐานคือสามสิบนาที และตอนนี้ผมก็เล่นเปียกน้ำไปสามรอบแล้วภายในหนึ่งชั่วโมง


รุ่นน้องที่ได้ยินว่าพักก็พากันปล่อยตัวพักผ่อนกันตามอัธยาศัย มีบ้างที่ลุกไปกินน้ำและไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ใกล้ ๆ แต่จะไปได้ก็ต้องมีรุ่นพี่พาไป ส่วนคนอื่น ๆ ก็กินขนมที่พวกปีสองกำลังเดินแจกกันอยู่ ส่วนผมก็เดินมาล้างหน้าล้างตาจากการเปื้อนสี เปื้อนแป้งออกเล็กน้อย ยังดีที่วันนี้ใส่เสื้อพละของเอกมาเลยยังพอเปื้อนได้


แต่ในระหว่างที่ผมกำลังล้างหน้าอยู่ สายตาก็เหลือบไปเห็นกลุ่มที่มารับน้องอยู่ใกล้ ๆ กำลังทำกิจกรรมน่าสนใจกันอยู่


ผมไม่รู้ว่ามีใครสนใจไหม แต่ที่แน่ ๆ ผมโคตรสนใจ เพราะไอ้ชนินกำลังยืนก้มหน้าเรียงแถวกับเพื่อนมันอยู่ ถ้าให้เดาก็คือไม่พี่ปีสามก็ปีสี่ที่ลงมาแล้วทำโทษพวกปีสองสักอย่าง ซึ่งผมว่า...ผมคิดอะไรออกแล้วล่ะ


"แจนขอไมค์หน่อย" ผมเดินกลับมาหาฐานของตัวเองแล้วหยิบไมค์ที่เป็นไมค์ลอยเหมือนกันออกมาใช้ ก่อนจะเดินย่างสามขุมไปหยุดยืนอยู่ใกล้ ๆ สายตาฉงนต่างหันมาให้ความสนใจกับผมเป็นการใหญ่ โดยเฉพาะไอ้ชนินที่เงยหน้าขึ้นมาสบตากับผม


ทีกูแล้วไอ้เหี้ยชนิน


( อ้าว โดนทำโทษอยู่เหรอครับ อยากจะเห็นคนโดนทำโทษอยู่พอดีเลย ) ผมลากเสียงนิ่งเดินมานั่งอยู่เก้าอี้ตัวหนึ่งที่ไม่รู้ว่าใครเอามาตั้งไว้ ก่อนจะเริ่มสานต่อ


( ทำเลยครับ )


ผมผายมือให้ ทำหน้าเหมือนยินดีที่จะดูคนโดนทำโทษ แน่นอนสิวะ ใครมันจะไม่ยินดีบ้าง โดยเฉพาะต้องเห็นไอ้เหี้ยชนินโดน


( ไม่ทำ...แปลว่าไม่ใจนะ )


สิ้นสุดเสียงผม เสียงของรุ่นพี่แปลกหน้าก็ตะโกนดังลั่น


"ก่อสร้าง!"


"ครับ!" เสียงผู้ชายที่ยืนเรียงแถวกันประสานเสียงรับดังลั่น ส่วนพวกเสื้อดำที่เป็นปีหนึ่งก็นั่งมองพี่ปีสองโดนทำโทษไป


"หมอบ!"


หึ อย่างกับฝึกทหารฉิบหาย


( สุดยอดไปเลยครับ หมอบเก่งสมกับเป็นเดือนเทคโนอุตฯ เลย ) ผมปรบมือในขณะที่พวกไอ้ชนินหมอบลงกับพื้น


( ผมล่ะอย่างชอบเลย...) ผมเว้นจังหวะพูดอย่างที่มันทำ ก่อนจะพูดขึ้นมาอีก ( ...แต่คนสั่งทำโทษนะ ไม่ใช่คนโดนทำ )  


ผมจ้องหน้าไอ้ชนินที่กำลังพยายามฝืนยิ้มทั้งที่ตัวเองก็กำลังหมอบอยู่ด้วยความรู้สึกสะใจฉิบหาย มันเองก็แอบเงยหน้าขึ้นมาจ้องตากับผมตอบเช่นเดียวกัน


แต่งานนี้กูวินกว่าว่ะ เพราะงั้น...


( เอาอีกครับ ผมอยากดูอีก )


สมน้ำหน้ามึงแล้วไอ้ชนิน



TBC
#ก่อสร้างดีที่สุด
ทำมาทำกลับไม่โกง

Note : สำหรับเรื่องโพซิชั่น ทางนักเขียนอยากให้คนอ่านได้ลองอ่านเนื้อเรื่องไปก่อนนะคะ แล้วจะเข้าใจเอง ไม่อยากให้โฟกัสมันมากเกินไปค่ะ ^-^ 
ขอบคุณค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.799K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,482 ความคิดเห็น

  1. #10468 hello_gik (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2563 / 23:08
    ปั่นเก่งงงง
    #10,468
    0
  2. #10450 B3erry (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 10:49
    ฉันละอย่างชอบเลย (*≧∇≦*)
    #10,450
    0
  3. #10415 Katcher (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 11:10
    ชอบหรอค่ะพี่ชนินไม่ตรงแถเลยสีข้างถลอกแล้ว
    #10,415
    0
  4. #10411 sillnapp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 13:54
    แกกกกก ฉันแบบ🌚
    #10,411
    0
  5. #10395 lovehyper17 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 16:59
    ว่าแล้ว ชนินชอบเบส
    #10,395
    0
  6. #10380 นิกเมน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 19:57

    ชอบแนวนี้

    #10,380
    0
  7. #10367 nok0711 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 06:24

    ร้ายทั้งคู่555

    #10,367
    0
  8. #10344 Wiwha (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 07:23
    อื้อหืออ ทีใครทีมันไปเลยจ้าาา
    #10,344
    0
  9. #10328 FeMeelz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 12:42
    ใครรุกคะเอางี้ก่อน55555 เบสผัวมากถึงมากที่สุดค่ะ กรี๊สสส
    #10,328
    0
  10. #10302 ต้นหลิว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 17:49

    แค่ต้นเรื่องเขาก็บอกชอบกันแล้วอะคู๊ณ

    #10,302
    0
  11. #10259 despasito (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 19:46
    คู่นี้ไทป์รุกทั้งคู่5555
    #10,259
    0
  12. #10235 NACHI1743 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 09:30
    เดาไม่ถูกเลยว่าใครรุกใครรับ
    จากรูปก็ผัวทั้งคู่เลย5555
    แต่ก็นะในความขี้ชิปขอโทษนะเบส
    แต่เราให้แกเปงเมีย55522
    #10,235
    0
  13. #10225 tmpat2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 16:29
    แสบกันจังเลย555555
    #10,225
    0
  14. #10213 Jkangaboo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 22:18
    ชอบบบ ไม่ค่อยเห็นเรื่องที่นายเอกได้แก้แค้นพระเอกเลย
    #10,213
    0
  15. #10167 Earn0624 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 17:17
    ตายแล้ว ชอบทั้งเบสชอบทั้งชนิน คือมันเอามาก โอ๊ย ชอบ
    #10,167
    0
  16. #10157 namtan1911 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 04:33

    ชอบจางเลยยยย กลับมาอ่านอีกรอบก็ชอบอยู่ดี โอ๊ยยย
    #10,157
    0
  17. #10137 filmnaruepron (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 02:46
    แม่งเปรี้ยวทั้งคู่เลย โอ้ยกูขำ ถ้ากูเป็นรุ่นน้องสองเอกนี้นะคงเฮฮาน่าดู
    #10,137
    0
  18. #10126 Harry6112 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:47
    แสบทั้งคู่แต่ใครจะรักอีกฝ่ายก่อนน้าาาาา55
    #10,126
    0
  19. #10124 ดอกไม้และสายรุ้ง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:03
    เปรี้ยวตีงทั้งคู่เลย555
    #10,124
    0
  20. #10097 Xakas (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:30
    เขินตอนที่ชนินบอก "แต่ชอบนะครับ" มากเลย แอแงงงง
    #10,097
    0
  21. #10078 nan.nnoka (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 02:00
    แสบมากนะ เบสน่ะ แสบจริงๆ
    #10,078
    0
  22. #10064 Saengnin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 22:25
    " แต่ก็ชอบนะครับ "
    อุว้ากกกกกกก
    #10,064
    0
  23. #10063 Saengnin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 22:18
    เดือนเทคโน เดือนบริหาร ทำไมเดือนมนุษย์ถึงฮอตจังคะ555555555555
    #10,063
    0
  24. #10035 Biekps99 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 19:17
    สมกันจัง
    #10,035
    0
  25. #10014 packky005300 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 14:10
    ชอบค่ะแสบทั้งคู่555
    #10,014
    0