Freshy ! คุณกับผม เราเป็นคู่กัด #ก่อสร้างดีที่สุด (B2S)

ตอนที่ 10 : คู่กัดรอบที่เก้า : ยอมรับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47,841
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,810 ครั้ง
    19 ม.ค. 62






คู่กัดรอบที่เก้า
คำเตือน : โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน





         กูเห็นมึงกับเดือนมนุษย์คนนั้นเจอกันบ่อยไปนะ มีอะไรกันเปล่าวะ


         มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เพื่อนร่วมเอกถามคำถามนี้ขึ้นมาโดยบังเอิญในระหว่างที่เรากำลังมีเรียนกันในคาบ ซึ่งมันเป็นคำถามที่ทำให้ผมแปลกใจอยู่มากพอสมควร


        ทำไม

        กูแค่สงสัยเฉย ๆ

        ...ก็เปล่า

        แน่ใจเหรอ เห็นคราวก่อนยังจะตีกันอยู่เลย

        แค่เล่นกัน


         ผมตอบไปตามความรู้สึกของผมจริง ๆ เวลาเห็นคนแบบนั้นหัวร้อนแล้วผมรู้สึกสนุกแปลก ๆ รู้ว่าไม่ใช่เรื่องดี แต่ผมกลับชอบซะอย่างนั้น


         เล่นอีท่าไหนวะ ไอ้เดือนมนุษย์จ้องมึงตาเขียวปั๊ดเลย

        สงสัยเขินมั้ง


         พิชิตหรือชิตเป็นคนที่ไปเรียกผมช่วงที่เรากำลังทำสงครามน้ำกัน คงจะอาศัยจังหวะนั้นเห็นแล้วเก็บเอามาสงสัย


         มึงแก้ตัวให้ขนาดนี้ นี่อย่าบอกนะว่ามึง...


         พิชิตทำตาโตมองผมด้วยความอึ้ง ผมเลยได้แต่ยิ้มมุมปากตอบกลับ ไม่ว่าเรื่องไหนหรือเรื่องอะไรที่มันกำลังคิดอยู่ มันคือเรื่องจริงทั้งหมด


         ปกติสเป็กมึงไม่ได้เป็นแบบนี้นี่

        ...แล้วเป็นแบบไหนล่ะ


         สเป็กเหรอ...สำหรับผมแล้วมันไม่ได้มีอะไรตายตัวขนาดนั้นหรอก ผมแค่ทำตามใจตัวเองเท่านั้นเอง ตัวอย่างเช่น...กับคนปากปีจอคนนี้ไง


         ผมยอมรับว่าในตอนแรกผมไม่ได้สนใจเบสมากเท่าไหร่ มีบ้างที่เจอกันที่โรงอาหาร หมายถึงมีแค่ผมคนเดียวที่เจอเพราะเหมือนอีกฝ่ายแทบจะไม่เห็นผมเลย และสำหรับผม เบสก็เหมือนคนกร่างที่คอยเอาแต่พูดจาไม่ดีใส่ ไม่เคยถามหาเหตุผลอะไรนอกจากจะใช้แต่กำลังเป็นตัวตัดสิน ใจร้อน ถ้าหากพูดเลวร้ายหน่อยก็คงอาจจะเรียกว่า มีดีแค่หน้าตา


         แต่นอกเหนือจากที่เจอที่โรงอาหารแล้ว...ผมก็เคยเจอเขาอยู่อีกที่หนึ่ง


         แล้วก็เป็นที่ที่ทำให้ความรู้สึกของผมกับคนปากปีจอนั่นเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง


         ผมจำไม่ค่อยได้เท่าไหร่ ตอนนั้นอาจจะเป็นช่วงก่อนจะขึ้นปีสอง ผมมักจะชอบไปออกกำลังกายอยู่ที่สวนในมหาลัยกับเพื่อน บางวันก็ไปคนเดียว หรือไม่ก็ไปกับแฟนที่ปัจจุบันเลิกกันไปแล้ว ซึ่งระหว่างเส้นทางที่วิ่งไป ตรงด้านข้างจะเป็นสวนขนาดใหญ่ มีพุ่มหญ้าประดับเรียงแถวสวยงาม มีต้นไม้ให้ร่มเงาตามปกติ แต่วันนั้นวันที่ผมออกมาวิ่งอยู่คนเดียว ซึ่งตามปกติผมไม่ค่อยจะสนใจข้างทางเท่าไหร่ แต่ก็ไม่รู้อะไรดลใจทำให้ผมหันไปมองตรงใต้ต้นไม้เหล่านั้น


         ผมทำได้แต่หยุดยืน มองผู้ชายคนหนึ่งในชุดนักศึกษาที่กำลังนั่งให้อาหารแมว


         แมวพวกนั้นเป็นแมวจร จะเรียกว่าจรก็ไม่เชิงเพราะบางทีก็มีลุงที่ดูแลสวนมักจะมาให้อาหารอยู่เสมอ บางครั้งก็มีคนใจดีให้ขนมบ้าง แต่ก็แทบไม่เห็นว่าจะมีคนมารับเลี้ยงอะไร


         แต่ดูเหมือน...คนปากปีจอก็เป็นคนใจดีด้วยเหมือนกัน


        อย่าแย่งกันแดกสิวะ


         เสียงของผู้ชายโทนห้าวดังขึ้นแต่ดูเหมือนไม่ได้โกรธอะไร เพราะทำเพียงแค่อุ้มแมวตัวหนึ่งที่เดินไปแย่งข้าวในถ้วยของอีกตัวแยกออกไป


         แบ่งใส่ถ้วยให้แล้วเนี่ย

        แมวโง่เอ๊ย


         เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนที่ฉายออกมา ฝ่ามือยกขึ้นยีหัวแมวตัวนั้นด้วยท่าทีที่ผมไม่เคยเจอมาก่อน


         ผมเลยได้แต่ระบายยิ้มออกมาก่อนจะออกตัววิ่งออกกำลังกายตามปกติเพราะไม่อยากรบกวน


         แต่ภายใจในก็คิดว่ามุมนี้ของคนปากปีจอ...ผมว่ามันก็น่าสนใจดีอยู่เหมือนกัน


         เพราะอย่างนั้นผมเลยกะว่าถ้ามีโอกาสก็อยากจะเข้าไปทักทาย แล้วก็หวังว่าเราจะเริ่มต้นกันได้ด้วยดีโดยที่ไม่มีเรื่องอะไรมาเกี่ยว


         แต่เหมือนโอกาสนั้นก็หายไปเพราะหลังจากผ่านไปเกือบหลายสัปดาห์ ผมก็ไม่เห็นเขาอีกเลย รวมไปถึงแมวพวกนั้นด้วย


        ลุงครับ แมวที่อยู่แถวนี้ไปไหนแล้วเหรอครับ


         ผมตัดสินใจเลือกที่จะถามลุงแถวนั้นที่กำลังกวาดเอาใบไม้ลงถังขยะอยู่


        อ๋อ เห็นมีเด็กผู้ชายเขาขอเอาไปตามหาคนรับเลี้ยงให้แล้วน่ะ ป่านนี้คงได้แล้วล่ะมั้ง

        ใช่คนที่หน้าตากวน ๆ ตาตกแบบนี้หรือเปล่าครับ แล้วก็ตัวสูงเท่า ๆ ผม

        คนนั้นแหละ เขาชอบมาให้อาหารบ่อย ๆ น่ะ


         ผมนึกเสียดายอาหารแมวกระป๋องที่ซื้อมา แต่ที่เสียดายมากกว่าก็คงจะเป็นการที่ผมตัดสินใจช้าไป


         จากนั้นพอผมขึ้นปีสองได้ ผมก็ได้มีโอกาสพบปะผู้คนมากมายเพราะได้เข้าไปอยู่ในสโมสรนักศึกษาของคณะจบแทบไม่ได้สนใจเบสไป มีการเจอพี่วี่ที่เป็นแฟนพี่มีนที่ผมรู้จักเพราะสโมฯ แต่ไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ ถึงได้มีข่าวคราวว่าผมไปจีบพี่วี่ แต่เรื่องนั้นผมพูดแก้ต่างกับพี่มีนไปแล้ว แต่หลังจากนั้นนั่นแหละ ผมก็โดนเบสที่ไม่รู้มาจากไหนพุ่งเข้ามาต่อยแบบงง ๆ เพียงแค่เพราะจะเอาของมาส่งให้เพื่อนที่เรียนอยู่ตึกครุศาสตร์


         แต่ผมก็นึกขอบคุณเขาอยู่ในใจเหมือนกัน ที่ทำให้ผมได้มีโอกาสแก้ตัวกับโอกาสที่พลาดไปในครั้งนั้น ถึงจะเริ่มต้นได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้เริ่มต้นอะไรเลย


         เพราะงั้นต่อให้เบสไม่ชอบ ผมก็จะดันทุรังพยายามให้ตัวผมเข้าไปอยู่ในสายตาเอง


         แต่ผมรู้ว่าเบสมีแฟนอยู่แล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าเบสจะดูออกไหมว่าผู้หญิงคนนั้นคิดอะไรอยู่ ซึ่งผมคาดว่าเจ้าตัวคงจะรู้ดีเพียงแค่ไม่อยากพูดหักหน้าก็เท่านั้น แล้วดูเหมือนเบสก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเพราะงั้นผมเลยไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายมาก แค่รอวันให้เลิกกันเท่านั้น


         แต่ดูเหมือนว่าโอกาสที่จะรอให้สองคนนั้นเลิกกันมันมาเร็วไปหน่อย


         เพราะวันนี้ในขณะที่ผมกำลังขับรถกลับเข้าหอหลังจากที่ทำงานพิเศษที่ร้านพี่เดือนเสร็จแล้ว ระหว่างทางผมก็เห็นคนปากปีจอในชุดนักศึกษากำลังมีสีหน้าเคร่งเครียดอยู่คุยกับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งผมก็รู้ได้ทันทีว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟน


         ตอนแรกผมไม่คิดสนใจเท่าไหร่ แต่...


         “เบสจะหาว่ายิ้มเห็นแก่ได้เหรอ?!


         แต่วันนี้คนปากปีจอดูจะมีปัญหาใหญ่แล้วล่ะ

 



...


         “ทำไมอ่ะเบส แค่ยิ้มจะไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนแค่ไม่กี่วันเอง ทำไมให้ไปไม่ได้?!


         เสียงของยิ้มดังขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่คนแถวนั้นเองต่างก็หันมามองด้วยความสนใจ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ผมกับยิ้มต้องมายืนทะเลาะกันอยู่ใกล้หอผมแบบนี้ก็คงจะมีอยู่เรื่องเดียว


         “ไปน่ะไปได้ แต่ยิ้มขอเบสไปสามพันเมื่อสองวันที่แล้วเรื่องจ่ายค่าเดินทาง แล้วทำไมมาวันนี้ถึงจะขออีกสองพันไปจ่ายค่ารถอีก”


         “เบสเลยสงสัยว่าทำไมยิ้มถึงต้องจ่ายค่ารถอีกรอบทั้งที่จ่ายไปแล้ว”


         ก่อนหน้านี้ผมเลือกที่จะให้โอกาสยิ้มครั้งสุดท้ายในใจ เพียงเพราะว่ายิ้มก็มีด้านดีอยู่บ้าง ผมเลยไม่ได้ตัดสินใจเด็ดขาด แต่พอจากนั้นไม่นานยิ้มก็เดินเข้ามาขอเงินผมไปสามพันเพราะอยากจะเอาไปจ่ายเป็นค่ารถไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อน ตอนแรกผมก็สงสัยว่าทำไมค่ารถมันถึงได้แพงขนาดนั้นแต่ก็ผมก็ยังเก็บเอาไว้ในใจ ส่วนเงินสามพันผมก็จ่ายไป แต่พอหลังจากนั้นอีกสองวันยิ้มก็มาขอผมอีก ทำให้ผมจำเป็นต้องถามจริง ๆ เลยกลายเป็นว่าเราทั้งสองคนต้องมายืนทะเลาะกันเรื่องเงินอยู่แบบนี้


         “ก็มันมีสองต่ออ่ะ เบสไม่เข้าใจหรอก” ยิ้มว่าอย่างงอน ๆ เอามือกอดอก หน้าตาดูอารมณ์เสียอย่างเห็นได้ชัด


         “ถ้าเบสไม่เข้าใจ ยิ้มก็อธิบายสิ มันยากตรงไหน”


         ผมพยายามว่าอย่างใจเย็นที่สุด ถึงแม้ว่าในใจผมกำลังร้อนเป็นไฟอยู่ก็ตาม


         “เรื่องของอะไรที่ยิ้มอยากได้ เบสไม่เคยเกี่ยงสักครั้งว่ามันราคาเท่าไหร่ แต่แบบนี้มันมากเกิน สามพันที่ยิ้มขอไปยังไม่ถึงสามวันเลยนะ”


         “ก็ยิ้มบอกไปแล้วว่าไปจ่ายค่ารถอ่ะ แต่มันไม่พอ ยิ้มก็เลยมาขอใหม่ ยิ้มขอแค่นี้ก็ไม่ได้เหรอเบส ทั้งที่เราเป็นแฟนกันนะ”


         ผมตาวาวโรจน์ มือไม้สั่นจนต้องพยายามกำหมัดเอาไว้แน่น ถ้าหากว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ยิ้ม ผมคงทำอะไรที่มันเกินไปกว่านี้จริง ๆ


         “...ยิ้มคบกับเบสเพราะต้องการแค่นี้เหรอ” ผมเค้นเสียงพูดออกมา แต่ก็ทำให้ยิ้มเบิกตากว้างก่อนสีหน้าจะย่ำแย่ลงพร้อมกับตวาดผมจนเสียงดังลั่น


         “เบสจะหาว่ายิ้มเห็นแก่ได้เหรอ?!


         คนที่ยืนมองแถวนั้นต่างก็พากันเดินหนีไปเพราะไม่อยากยุ่งเรื่องของผมกับยิ้มที่เริ่มจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เข้าไปทุกที ไม่รู้ว่ามีคนที่รู้จักผมบ้างไหม แต่คาดว่าอาจจะมีคนที่พอได้ยินชื่อผมอยู่บ้างนั่นแหละ


         “ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เราก็ไปกันได้ดี เวลายิ้มขออะไร เบสก็ไม่เห็นพูดอะไรเลยไม่ใช่เหรอ แล้วมาวันนี้ทำไมถึงเอาแต่ว่ายิ้มอยู่คนเดียวอ่ะ” ยิ้มว่าเหมือนจะร้องไห้เข้าไปทุกที


         “ถ้าค่ารถห้าพันนี่มันก็เกือบตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวต่างประเทศแล้วนะยิ้ม”


         ผมเงียบไปสักพัก สบตากับยิ้มที่เริ่มสั่นไหวเหมือนคนโดนจี้จุดพอดี ผมนี่มันโง่จริง ๆ


         “...อย่ามาโกหกกันแบบนี้นะ คิดว่าเบสโง่ขนาดนั้นเลยเหรอที่ไม่รู้อะไรน่ะ”


         “...รู้งี้เป็นแค่คนคุยยังจะดีซะกว่า” ยิ้มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ


         “เราห่างกันสักพักเถอะเบส”


         ...ผมแค่นหัวเราะ


         “...ไม่ต้องหรอกยิ้ม” ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดลบเบอร์โทรศัพท์ของยิ้มพร้อมกับอันเฟรนด์ในเฟสบุคทันที


         “หมายความว่าไง”


         “เราจบกันแค่ตรงนี้ เบสคงให้ยิ้มไม่ได้กว่านี้แล้ว” ผมว่าก่อนจะรีบหมุนตัวเดินหนีแต่ยิ้มก็ยังเดินตามมายื้อแขนผมเอาไว้ด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเพราะไม่คิดว่าผมจะพูดแบบนี้ออกไป


         “เบส เดี๋ยวสิ”


         “ปล่อย ถ้ายิ้มไม่ได้รักเบสจริง ๆ ก็อย่าใช้คำว่าแฟนเลย” ผมสะบัดแขนของตัวเองออกแล้วหันไปสบตากับยิ้ม ในใจรู้สึกเสียดายมากกว่าจะโกรธไปแล้ว


         “เบสเสียดายว่ะ”


         ...เสียดายเวลา เสียดายความรู้สึกที่มีให้


         ผมนึกอยากจะพูดออกไปแต่สายตาก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่จอดรถมองผม แต่พอมันเห็นว่าผมมองก็ขับรถออกไป ผมเลยเลื่อนสายตากลับมา...


         “คงมีแค่เงินกับหน้าตา ตำแหน่งเดือนมนุษย์ของเบสเท่านั้นแหละที่ยิ้มชอบ”


         “ขอให้เจอคนที่ดีกว่าเบสแล้วกัน”


         “ส่วนเรื่องเงิน เบสจะถือว่าทำบุญ”


         พอกันที ผมแม่งโคตรเสียเวลาเลย


         ...


         ผมกลับมาที่ห้องด้วยสภาพจิตใจไม่คงที่ ตอนนี้อยากจะอาบน้ำออกมาทำการบ้านส่งพรุ่งนี้น่าจะมีประโยชน์มากกว่าอีก แต่ถึงอย่างนั้นในระหว่างที่ขึ้นมาถึงชั้นสี่ ร่างสูงแสนคุ้นตาของใครบางคนก็ยืนพิงประตูห้องของตัวเองเหมือนกับ...กำลังรอผม


         ผมยืนนิ่งมองมันสักพักก่อนจะเดินหมุนตัวไปเปิดล็อกประตู


         “เฮ้”


         ผมหันกลับไปมองตามเสียงเรียกแต่มันกลับไม่ยอมพูดออกมาสักที เพราะงั้นผมเลยเปิดประตูเข้าไปในห้องของตัวเอง ทิ้งมันไว้อยู่หน้าห้องอย่างนั้น


         หลังจากเข้ามาในห้อง ผมก็วางสัมภาระลงบนเตียงก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแล้วออกมาแต่งตัวด้วยชุดลำลอง หยิบการบ้านขึ้นมาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมไม่รู้ว่ายิ้มติดต่อกลับมาอีกหรือเปล่า เพราะยังไงแล้ว ผมก็ไม่ได้คิดจะกลับไปคืนดีเป็นครั้งที่สอง แค่ครั้งเดียวมันก็เกินพอแล้วสำหรับยิ้ม


         แต่พอมานั่งสงบสติดูแล้วเหมือนช่วงก่อนจะเดินหนีมาผมใช้คำรุนแรงไปหรือเปล่านะ


         ช่างมันเถอะ


         ( ทำไมวันนี้มึงดูเงียบ ๆ วะเบส ) ลมถามขึ้นมาในขณะที่เราสองคนกำลังช่วยกันหาข้อมูลเกี่ยวกับงานกลุ่มกันผ่านโปรแกรมพูดคุยออนไลน์


         “ก็ปกติ เอาอะไรมาเงียบ” ผมตอบกลับไป มือยังคงพิมพ์ไม่หยุด


         ( แต่กูรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ นะ )


         ผมนิ่งไป ขนาดคนซื่อบื้ออย่างมันถึงกับดูผมออกเลยเหรอ


         “...กูไม่ได้ป่วย มึงรู้แค่นั้นไป” ผมยิ้มอ่อน


         ( มีปัญหาอะไรบอกกูได้นา )


         “มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร มึงไม่ต้องห่วง”


         ( เหรอ )


         “เออ” ผมบอกปัดไป ไอ้ลมก็เงียบไปสักพักก่อนจะพูดขึ้นอีก


         ( เสียงมึงดูเหงา ๆ อ่ะ )


         “กูเคยเหงาด้วยเหรอ” ผมเนี่ยนะเหงา ตลก


         ( ปกติมึงไม่ได้เป็นแบบนี้อ่ะ กูเลยเป็นห่วง )


         “ห่วงอะไรล่ะ ห่วงพี่มึงเถอะ เห็นพี่มังกรยุ่งกับวิจัยอยู่ไม่ใช่”


         ( ช่าย กูบอกพี่มังกรแล้วนะว่าไม่ต้องมารับมาส่งกูก็ได้ เวลามารับทีไรหน้าพี่เขาโทรมทุกวันเลย บางวันหน้าก็เครียด ๆ วิจัยไม่ผ่าน ) เสียงไอ้ลมพูดแสดงถึงความเป็นห่วงเป็นใยจนผมหมั่นไส้ เบะปาก


         “นวดให้ดิ เผื่อจะสดชื่น”


         ( นวดให้แล้วนะ นวดไหล่ให้ทุกวัน )


         “มึงนวดผิดจุดลม พี่มังกรจะไปสดชื่นได้ยังไง” ผมเผลอยิ้มเจ้าเล่ห์ รู้สึกตลกในใจไปแล้ว เพราะคาดว่าไอ้ลมมันต้องถามแน่นอน


         ( แล้วต้องนวดตรงไหนอ่ะ )


         กูว่าแล้วไง


         “ก็นวดตรง...”


         พรึ่บ!


         ฉับพลันไฟทั้งห้องก็ดับสนิทรวมไปถึงคอมพิวเตอร์ของผมที่ดับไปด้วย สัด ไฟดับ!


         ผมมาอยู่หอนี้เจอสภาพไฟดับปีนึงเกือบห้าหกรอบได้ บางวันก็ดับนาน บางวันก็แป๊บเดียว แต่ครั้งนี้ไม่รู้ว่ากี่นาทีไฟถึงจะมา แต่ที่น่าเป็นห่วงมากกว่าการบ้านก็คอมผมนี่แหละ ไม่รู้ว่าจะเป็นอะไรหรือเปล่า


         แต่ถ้ามานั่งรอไฟอยู่แบบนี้แม่งโคตรเสียเวลาว่ะ เดี๋ยวงานกลุ่มส่งพรุ่งนี้ผมคงไม่เสร็จแน่ ๆ


         พอคิดแบบนั้นได้ผมเลยหยิบเอกสาร กระเป๋าเงินรวมไปถึงกุญแจรถแล้วเปิดประตูออกมากะว่าจะไปที่ร้านเน็ตอีกฝั่งเพื่อทำงาน...


         แล้วไอ้ชนินมันมาทำอะไรอยู่หน้าประตูห้องผม


         ผมยืนนิ่งหลังจากที่เปิดประตูออกไปแล้วเจอสภาพไอ้ชนินกำลังยื่นมือเหมือนจะมาเคาะประตู เสื้อผ้ากางเกงบอลคล้าย ๆ ชุดนอน


         เฮ้อ วันนี้วันเหี้ยอะไรเนี่ย


         “หลบ” ผมบอกมันเสียงเข้ม


         “ไปกินก๋วยเตี๋ยวกัน” แต่ไอ้ชนินกลับพูดสวนทางซ้ำยังเอามือทั้งสองข้างค้ำประตูห้องผมเอาไว้


         “กูไม่ไป”


         “หอไฟดับนะ อยู่ได้เหรอ”


         “กูก็อยู่ของกูมานานแล้ว มึงอยู่ไม่ได้มึงก็ไป”


         “ไปเถอะ อากาศก็ร้อน อย่าเพิ่งกวนอารมณ์กันจะดีกว่า” มันเอื้อมมือมาจับข้อมือผม


         “กูไม่ไปไงไอ้สัด ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอ?!



         ...



         “เส้นเล็กเนื้อเปื่อยน้ำตกสองที่ได้แล้วค่ะ”


         ผมนั่งนิ่งมองถ้วยก๋วยเตี๋ยวตรงหน้าที่ยื่นส่งมาจากพนักงาน ก่อนที่จะเดินหนีไปผมเลยได้เลื่อนสายตามามองตัวการที่แม่งลากผมออกมากินด้วยกันจนได้


         สาเหตุก็เพราะมันดึงเอากุญแจรถผมไปแบบหน้าด้าน ๆ จนผมต้องรีบเดินตามมันไป แล้วต่อจากนั้นมันยังมีหน้าถือวิสาสะใช้กุญแจรถสตาร์ทรถผมหน้าตาเฉย เพราะงั้นผมเลยทำอะไรไม่ได้ต้องตามมันมาอย่างที่เห็น ทั้ง ๆ ที่รถมันไม่กี่วันก่อนผมก็เห็นอยู่ชัด ๆ ว่ามันเอาไปซ่อมแล้ว!


         “หอบกระดาษพวกนั้นออกมาด้วย...จะไปไหน?” มันเงยหน้าจากถ้วยก๋วยเตี๋ยวขึ้นมาถามผมด้วยความสงสัย

 

         “ไปไหนก็เรื่องของกู” ผมตอบกลับ นึกฉุนอยู่ที่มันจงใจมากวนส้นตีนผมขนาดนี้


         “วันนี้อารมณ์รุนแรงผิดปกตินะ”


         “ทะเลาะกับแฟนมาเหรอ”


         ผมเลื่อนสายตาขึ้นไปสบตากับมัน หึ ทั้ง ๆ ที่มันเองก็เห็นแล้วยังจะมีหน้ามาถามผมอยู่อีกเหรอ


         “...”


         แต่นอกจากการคีบเอาเนื้อกับผักเข้าปากแล้วผมก็ไม่คิดจะตอบอะไรมันเพราะไม่อยากจะพูดถึงยิ้มอีก เราจบกันไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องเอากลับมารื้อฟื้น


         “แล้วตกลงจะไปไหน ถามดี ๆ นะ” มันว่ากลับ ผมเลยถอนหายใจใส่ เออ กูผิดเองที่เอาอารมณ์มาลงกับมึง


         “ไปร้านเกม”


         “อืม...ไปด้วยกันเลยสิ”


         “มึงจะไปทำไม” ผมขมวดคิ้ว


         “เล่นเกม...คงไม่มีใครไปร้านเกมเพื่อไปซักผ้าหรอก”


         “ตกลงไปด้วยกันนะ”


         แล้วกูตอบอะไรได้ล่ะ กุญแจรถกูอยู่ที่มึงน่ะ


         “...เรื่องของมึง”



         ...



         สุดท้ายมันก็พาผมมาที่ร้านเกมที่ไม่ไกลจากหอเท่าไหร่ แต่ก็ไม่โดนผลกระทบจากการที่ไฟดับ เพราะงั้นเลยมีคนมาใช้บริการเยอะพอสมควร


         “มึงจะทำอะไรก็เรื่องของมึง แต่อย่ามายุ่งกับกู ตกลงไหม” ผมหันกลับไปคุยกับมันหลังจากที่จองตัวเครื่องคอมพิวเตอร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว


         “ครับ ๆ ท่านหัวหน้า” มันตอบกลับแบบผ่าน ๆ แล้วเดินนำผมไป


         ผมกลอกตามองบน เดินตามมันไปที่เครื่องของตัวเองที่นั่งติดอยู่กับมัน ก่อนจะทำการเปิดเครื่องแล้วเข้าโปรแกรมออนไลน์ ทักไปหาไอ้ลม


         “...ลม มึงได้ยินกูไหม”


         ( ได้ยิน ๆ ) เสียงกุกกักดังมาตามสายจากมันที่เหมือนคนเพิ่งจะลุกไปไหนมาสักอย่างแล้วรีบวิ่งกลับมา


         ( ไปไหนมาอ่ะ โทรไปก็ไม่รับ )


         “หอกูไฟดับ”


         ( อ้าว เวร แล้วตอนนี้มึงอยู่ไหน )


         “ร้านเกม” ผมพูดพลางเลื่อนสายตาไปมองไอ้ชนินที่กำลังเข้าเล่นเกมอะไรสักอย่างของมันอยู่ พอมองมันไปสักพักมันก็สังเกตเห็นผม มันเลยหันมาเลิกคิ้วถามเหมือนคนสงสัย


         หึ สบายจริงนะมึง


         ( อ้าวเหรอ ทำไมไม่มาหอกูล่ะ )


         “แล้วตัวมึงอยู่หอไหมล่ะ”


         ( เอ่อ...ไม่อ่ะ แหะ ๆ ) กูว่าแล้วไง


         “ช่างเถอะ ส่วนของมึงใกล้เสร็จแล้วหรือยัง เอามาใส่พาวเวอร์พ้อยก่อน”


         ( ใกล้แล้ว เดี๋ยวมึงรอแป๊บนึง... )


         จากนั้นผมกับมันก็นั่งทำงานกันไป ส่วนไอ้ชนินมันก็เล่นอยู่ของมันไม่ได้รบกวนอย่างที่ผมเคยบอกมันไป ก่อนที่ทำไปเกือบชั่วโมงกว่า ๆ ก็ใกล้จะเสร็จ ผมเลยขอไอ้ลมว่าไปเข้าห้องน้ำก่อน แต่พอกลับมาจากห้องน้ำที่โต๊ะของผมก็มีขวดน้ำส้มที่ยังไม่ได้เปิดฝาและขนมปังตั้งเอาไว้อยู่ใกล้ ๆ กัน


         ผมทำเพียงมองไปยังไอ้หัวทุย ๆ ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ มันกำลังกินขนมปังอย่างเอร็ดอร่อย สายตาจ้องมองไปยังภาพเคลื่อนไหวที่มันเปิดดูบนยูทูป ไม่รู้ว่ามันเลิกเล่นเกมไปตั้งแต่เมื่อไหร่


         ผมไม่รู้จะพูดอะไร เลยนั่งลงบนเก้าอี้ตามเดิม ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับงานของตัวเองต่อ แต่พอทำไปสักพักก็รู้สึกหิวน้ำ ผมเลยเอื้อมมือไปหยิบเอาขวดน้ำส้มของมันที่ซื้อมานั่นแหละมาดื่ม ไม่บอกก็รู้ว่ามันซื้อมาให้ผม ไม่ได้โง่ขนาดนั้น


         ( เสร็จแล้วมึง เดี๋ยวกูส่งไปเลยนะ )


         “เออ”


         ยังไม่ทันจะแกะดื่มไอ้ลมก็พูดขึ้นมาก่อน ผมเลยต้องหันไปให้ความสนใจ แต่จังหวะนั้นขวดน้ำส้มที่ผมจับเอาไว้ ก็ถูกแรงดึงจากด้านข้างดึงออกไป ได้ยินเสียงเหมือนคนเปิดฝาให้ก่อนจะถูกยัดใส่เข้าที่มือเหมือนเดิม


         ผมติดสตั๊นหันกลับไปมองคนกระทำที่ยังคงนั่งดูยูทูปอยู่ทำเหมือนไม่ได้สนใจหรือใส่ใจผม แต่แม่ง...


         กูยอมรับก็ได้ว่ามึงก็มีดีอยู่เหมือนกัน ชนิน




TBC
#ก่อสร้างดีที่สุด
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.81K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,480 ความคิดเห็น

  1. #10402 Yook-Yik (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 03:41

    ววนอ่านสิบรอบก็ต้องว่าชนินคือดี~

    #10,402
    0
  2. #10371 nok0711 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 09:15

    มีรอให้เขาเบิกกัน เหมือนจะเป็นคนดีนะ

    #10,371
    0
  3. #10343 gisel (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 21:24
    กำจัดชะนีได้แล้ว เย้!
    #10,343
    0
  4. #10340 Yaow (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 21:10

    มันคือความห่วงใย.ไง😄

    #10,340
    0
  5. #10338 mz24 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 15:07
    ชนินคือแสนดีไม่หยุด
    #10,338
    0
  6. #10308 bow26042002 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 17:13
    เป็นคู่ที่ไม่ต้องสนใจโพอะไรเลย น่ารักเหวย
    #10,308
    0
  7. #10304 plubich (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 16:41
    เทคแคร์ดีอย่างกับแฟน อุ๊ย หรือเป็นอยู่แล้วหว่า5555
    #10,304
    0
  8. #10242 NACHI1743 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 11:43
    ไม่อยากนึกถึงตอนคบแม่งเอ้ยยยยย
    อบอุ่นน่าดูเลยกรี้ดดดดดดด
    #10,242
    0
  9. #10174 Earn0624 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 22:52
    ชนินดีมากเลยเบส มานี่จะขายให้ฟัง ชนินอะนะเป็นคนที่สุภาพ ช่างสังเกต ช่างเป็นห่วง ที่มานั่งเป็นเพื่อนเนี่ย เพราะกลัวว่าเบสจะรู้สึกไม่ดีไง แภมยังดูแลเก่งอีกต่างหาก ใจดี ช่างช่วยเหลือ เห้ย คุณสมบัติแฟนมากนาย
    #10,174
    1
    • #10174-1 ZicoXo(จากตอนที่ 10)
      10 เมษายน 2563 / 02:21
      5555555
      #10174-1
  10. #10160 .✟Yaoiจัง✟. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 21:29
    ถ้าเราเป็นเบสนะ แค่นั้นกุก็เขินตัวบิดแล้วอะ วรั๊ยย>•<
    #10,160
    0
  11. #10143 filmnaruepron (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 11:46
    โอ้ยพ่อ~ เกินไปแล้ววววว
    #10,143
    0
  12. #10120 THIPTHA (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:33
    ชนินนนนน💜💜💜
    #10,120
    0
  13. #10119 THIPTHA (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:33
    ชนินนนนน💜💜💜
    #10,119
    0
  14. #10103 Xakas (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:48
    แง้วววว
    #10,103
    0
  15. #10081 psunrise (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 20:58
    ใจอ่อนได้แล้วเบสเขาเทคแคร์ขนาดนี้
    #10,081
    0
  16. #10042 Biekps99 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 23:45
    ชนินน่ารัก
    #10,042
    0
  17. #10008 Feum23 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 16:19
    เขินมาก ฮือ ทั้งๆที่ไม่มีอะไรเลยแต่ทำไมมันละมุนงี้ ชนินน่ารักมากกก แง ชอบจะแย่แล้ว อยากได้แก
    #10,008
    0
  18. #9972 JKCGV (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 09:54

    ง่อวววเป็นดูแลเก่งนะคะชนิน ไม่รู้เลยยยยว่าจีบเบสอยู่

    #9,972
    0
  19. #9965 TarNwlp (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 23:05
    พออ่านถึงตอนนี้ ก็นึกย้อนไปถึงเรื่องลมกับพี่มังกร ไอ่บ้เอ้ยยยยยย เบสของพี่~~~~~

    ฮือออออ
    #9,965
    0
  20. #9952 Twin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 20:39

    คือความใส่ใจไงงงงงง????

    #9,952
    0
  21. #9930 KhunLOMAs (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 21:25
    รุ้จังหวะการเข้าหาดีจีๆชนินนน สู้ๆน้าาา
    #9,930
    0
  22. #9898 kaotrn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 01:07
    แงดีเกินดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #9,898
    0
  23. #9892 Spices_smile (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 00:28
    เเงงงง ทำไมน่ารัก
    #9,892
    0
  24. #9870 byun_Uracha (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 20:03
    อยากมีชนินเป็นของตัวเองง่ะ ฮือออออเทคแคร์ดีกว่าประกันชีวิตอีกมั้งคะ เบสเริ่มเห็นข้อดีของชนินแล้วใช่มั้ยล่ะจริง ๆ ชนินดีน้าาาา ใจอ่อนไว ๆ ส่วนเรื่องยิ้มก็คือโนคอมเม้นเรารู้สึกว่าผู้หญิงแบบนี้เห็นแก่ตัวอะ การจะให้แฟนซื้อของให้เราไม่ว่าว่ามันน่าเกลียดนะแต่นี่คือเกินไปจริง ๆ
    #9,870
    0
  25. #9860 Yook-Yik (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 11:59

    ชชนินนิหลัวทิพย์ชัดๆ

    #9,860
    0