เฟรินรุกราน.........คาโล The Thief Of Baramos Fiction - เฟรินรุกราน.........คาโล The Thief Of Baramos Fiction นิยาย เฟรินรุกราน.........คาโล The Thief Of Baramos Fiction : Dek-D.com - Writer

    เฟรินรุกราน.........คาโล The Thief Of Baramos Fiction

    โดย emrysmerlin

    Ferin : \"อย่าบอกน่ะว่านายไม่สนใจไอ้ร่างอรชรอ้อนเเอ้นของฉันเลยซักนี๊ดดดดดดเดียวน่ะคาโล Kalo :โอ้ สนสิ สนมากเลยเเหละถ้าไม่ติดที่ว่าตอนเธอเมาอยู่น่ะเฟริน...........................

    ผู้เข้าชมรวม

    12,727

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    1

    ผู้เข้าชมรวม


    12.72K

    ความคิดเห็น


    85

    คนติดตาม


    13
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  21 พ.ย. 48 / 21:00 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ
      เฟรินรุกราน.........คาโล  The Thief Of Baramos Fiction

               ณ โรงเรียนพระราชาเอดินเบิร์ก

      “สวัสดีโร นายจะไปไหน ไปด้วยดิ” สาวน้อยหน้าใสผู้ได้ชื่อว่าธิดาเเห่งความมืดเอ๋ยทักเจ้าชายที่เเฝงกายมาในนามของขอทาน

      “เป็นไงมาไง ถึงได้นึกอยากตามฉันขึ้นมา”คำถามที่สวนกลับอย่างไม่เชื่อหูตนเองว่าหญิงสาวนั้นยังปกติดีหรือเปล่าที่มาขอตามเขา พร้อมกับเปรียบตามองอย่างสงสัย

      “เฮ้อ..........เซง ก็ไอ้สองคนนั้นมันถูกพี่โรเวนเรียกไปพบ ฉันก็เลยอยู่คนเดียวพอดีรู้สึกเหงาขึ้นมาเลยมาเดินเล่นเเล้วก็มาเจอเเกนี่เเหละ” เฟรินกล่าวด้วยสีหน้าปลงตกกับชะตาตัวเอง เพราะตั้งเเต่เธออยู่ในร่างหญิงเพื่อนๆเธอจะทำอะไรก็สามารถรับรู้ได้ ทุกอย่างถือเป็นความลับสำหรับเธอไปหมด ทั้งที่ปกติอยู่ในร่างผู้ชายพวกเค้าก็ไม่ค่อยอยากจะเอาเธอเอี่ยวด้วยเท่าไหร่นัก

      “ฉันจะกลับห้อง นายจะไปด้วยมั้ย” โรกล่าวพร้อมกับก้าวเท้าฉับๆสายตามองไปยังเบื่องหน้า โดยมีเฟรินเดินเเนบข้าง

      “ไปสิ ฉันไม่อยากอยู่คนเดียวมั่นน่าเบื่อจะตาย กว่าพวกนั้นจะกลับคงดึก” เฟรินรีบตอบกลับอย่างกระตือรือร้น

      โรเผยรอยยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเลห์ทำให้สาวน้อยที่เหลือบไปเห็นมุ่นคิ้วอย่างสงสัย เเต่เธอก็ไม่กล้าถามกลับเพราะกลัวโดนไล่กลับไป หากเผลอพูดอะไรออกไปไม่เข้าหูคนข้างๆเข้า

      “ห้องพวกนายหรอนี่ เฮ่อๆๆๆๆ” เฟรินเอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจพร้อมกับหัวเราะแห้งๆตามหลัง

      “ใช่ ทำไมหรอ ห้องพวกฉันมันไม่ใหญ่เท่าห้องพวกนายหรอกน่ะเเต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นนี่” โรเอยขึ้นพร้อมกับมองสาวตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณาความคิดของเธอ

      “ฉัน เฮ่อๆๆๆ ไม่ได้หมายความว่างั้น แต่ฉันสงสัยว่าพวกนายนี่เคยเคลื่อนย้ายของในห้องบ่างรึเปล่า ทำไมมันถึงเป็นระเบียบจัง” เฟรินถามอย่างนึกระอายเเกใจ เพราะเธอเป็นผู้หญิงเเท้ๆยังไม่มีความเป็นระเบียบเเม้เศษเสี้ยวของโรซีบิลเเละครี๊ดเเม้เเต่น้อย

      “หวัดดีสาวน้อย วันนี้บุกมาหาพวกเราถึงห้องเลยหรอ” ครี้ดที่กำลังนั่งขีดๆเขียนบางสิ่งบางอย่างบนโต๊ะทำงานเอยทักขึ้น เมื่อเหลือบมาเห็นเฟรินที่เดินเคียงข้างมากับโร

      “นี่ทักซะหวานเชียวน่ะเเก เเต่ใครเค้าจะบุกมาหาเเกเฮอะ” เฟรินส่วนกลับอย่างนึกขบขันบุรุษนักรักเเห่งป้อมอัศวิน

      “เออโร นายมาก็ดีเเล้วเดี๋ยวพวกเราออกไปข้าวนอกเเปล๊บน่ะ เออมีคนเอาของมาฝากให้เเกน่ะฉันวางไว้บนโต๊ะทำงานเเกน่ะ เออระวังเเม่ตัวดีนี่ทำลายข้าวของห้องเราล่ะ พวกฉันไปก่อนล่ะ” ครี๊ดกล่าวขึ้นพร้อมกับเบือนตาไปยังเเม่จอมยุ่งที่มุ่นคิ้งอย่างไม่พอใจพร้อมกับเบ้ปากใส่

      “แกจะไปก็ไปเลยน่ะครี๊ด ไม่ต้องมาพูดพาดพิงฉันให้เสียเวลา” เฟรินตอบกลับไปอย่างงอนๆ สมเป็นหญิง

      เเล้วบุรุษสองคนก็เดินออกจากห้องไป

      โรเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานหยิบห่อของขึ้นมาดู โดยมีเฟรินเดินไปสมทบพร้อมกับยืนดูอยู่ข่างๆ

      “อะไรน่ะโร” เเม่ตัวยุ่งถามขึ้นอย่างสงสัย

      “ไม่รู้สิ”

      “แกะดูสิว่ะ ยืนดูเเบบนี้เเล้วจะรู้หรอว่าข้างในมีอะไร”

      “เเล้วนี่ฉันจะมีความลับเเกะเวลาฉันอยู่คนเดียวจะไม่ได้เลยหรอเฟริน” โรกระเซ้ากลับอย่างเอ็นดู

      “วะ ไอ้นี่นิ ก็คนมันอยากรุ้นี่หน่า”

      “ก็ได้” โรว่าอย่างว่าง่ายพร้อมเเกะกระดาษสีม่วงออ่นที่ห่อหุ้มกล่องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าทรงแบนๆออก เเล้วจดหมายฉบับเล็กก็ล่วงหล่นลงไปวางอยู่ที่พื้น

      “โห ช๊อกโกเเลต น่ากินจังขอหน่อยดิ” เฟรินเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น

      “อื่ม เอาสิ” โรตอบกลับในขณะที่ก้มคว้านหาจดหมายที่หล่นลงไปใต้โต๊ะ เฟรินเปิดกล่องช๊อกโกเเล็ตออก ข้างในนั้นมีช๊อกรูปทรงสี่เหลี่ยมสามเหลี่ยมต่างๆนาๆมากมาย หน้าตาเย้ายวนใจเจ้าหัวขโมยยิ่งนัก เฟรินหยิบช๊อกโกเเลตชิ่นเเรกเข้าปากพร้อมกับเคี้ยวกินอย่างอเร็ดอร่อย

      โร เซวาเรส

      สวัสดี โร นายเป็นไงบ่างสบายดีมั้ย นานเเล้วน่ะที่เราไม่ได้เจอกัน ตอนนี้ฉันกับพ่อได้ย้ายบ้านอีกเเล้ว เราคงไม่ได้เจอนายอีก เมื่อสามวันที่ผ่านมาก่อนที่ฉันจะเขียนจดหมายฉบับนี้ ฉันกับพ่อได้ไปเมืองเมืองหนึ่งมาอยู่ทางตอนเหนือของทริสทรอ เเล้วฉันได้เจอกันช๊อกโกเเล็ตขึ้นชื่อเข้าเลยลองซื้อกินดู รสชาติมันอร่อยมากพวกเราเลยตัดสินใจซื้อส่งมาให้นาย พวกเราคิดถึงนายจังโร เมื่อไหร่นายจะกลับมาอีก ตั้งเเต่นายไปอยู่ที่นั่นชีวิตของพวกเราขาดสีสันไปเยอะเลย การที่จะมีคนฉลาดรอบรู้อยู่ข่างด้วยได้นี่มันไม่ง่ายเลยน่ะ เห็นทีจะมีเเต่นายนี่แหละที่ฉลาดที่สุดในบรรดาเพื่อนฝูงที่คบกันมา ฮ่าฮ่าฮ่า เออฉันเตือนนายอย่างน่ะไอ้ช๊อกโกเเล็ตนั่นอย่ากินเข้าไปมากล่ะเเค่อันเดียวนายก็เมาเเอ๋เเล้ว เพราะมันมีเเอลกอฮอร์ผสมอยู่เยอะพอสมควรเลย ฉันกับพ่อนอนกองอยู่หน้าร้านขายนั่นแหละหลังจากกินเสร็จ น่าขายหน้าชมัดยาก งั้นเเค่นี้ก่อนล่ะพวกเราต้องเดินทางต่ออีกเเล้ว บ๊ายบายน่ะเพื่อนรัก
      รักเเละคิดถึง

      อเล็กซิส


      “แอลกอฮอร์ หรอ” โรพึมพำกับตัวเองพร้อมกับหันหน้ากลับไปทางเฟรินที่มีอาการณ์เมาเเอ๋อย่างที่อเล็กซิสเตือนไว้อย่างไม่มีผิด

      “เฮ่อๆๆๆๆ โรจ๋าาาาาาาาาาาาาาา มากินนนนนนนนนด้วยกานนนนนม้ายยยยย”เฟรินเอ๋ยขึ้นอย่างเนิบๆพร้อมกับกวักมือเรียกเพื่อนหนุ่มให้ไปร่วมกินกับเธอ

      “เเย่เเล้ว เฟรินฉันว่านายคงต้องกลับห้องเเล้วแหละ” โรเอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินเข้าไปประคองร่างบางของสาวน้อยที่เมาแอ๋

      “คาาาาโลลลลล ฉาานร๊ากกกกนาาายน๊าาาาา” เฟรินพุ่งตัวกอดคนตรงหน้าเพราะความเมาที่ควบคุมสติไม่อยู่เเม้ว่าจะไม่ใช่คนที่ตนกล่าวถึงก็ตาม

      โรหน้าเเดงเมื่อถูกร่างบางโอบกอดเข้าอย่างจัง เเม้จะนึกขัดใจอยู่เล็กน้อยที่ชื่อที่เธอเอ๋ยถึงนั้นไม่ใช่ชื่อเค้า

      ,ฉันอยากกอดนายน่ะเฟริน เเต่ฉันฉวยโอกาศในเวลาแบบนี้ไม่ได้ ไม่ได้จริงๆ, จิตใต้สำนึกของโรเตือนตัวเองออกมา พร้อมทั้งเเกะมือสาวน้อยตรงหน้าออกอย่างถนุถนอม

      โรอุ้มเฟรินไว้ในออ้มเเขนเพราะรู้ว่าสถานการณ์เช่นนี้เธอคงไม่มีความสามารถที่จะเดินเองได้เเน่นอน โรย่องออกจากห้องไปตามระเบียงอย่างระเเวดระวัง ภาวนาอยู่ในใจว่าอย่าให้เจอกับใครเข้ากลางทาง ส่วนสาวน้อยในอ้อมเเขนก็ได้เเต่พล่ามถึงเทพบุตรของเธอไม่ขาดปาก

      “แกรู้รายยม๊ายยยยยโร ไอ้คาาาาาาาาโลลลมันน่ะจีบบบบบบสาวววววหวววววยยยยยย เเตกกกกกกกที่่่่สุดดดดดดดเลย” เจ้าตัวยุ่งกล่าวเสียงเอื้อนๆยืดๆ แก้มที่เคยมีสีชมพูกลายเป็นสีเเดง ปากเรียวบาวขยับไม่หยุดหย่อน เธอยังคงสวยน่ารักเสมือเเม้ในยามเมาเช่นนี้ ชุดนักเรียนหญิงที่ถูกจำเเต่งเพราะโดนบังคับดูเหมาะสมกับเธอเป็นที่สุด

      “นายนี่ตัวก้เล็กนิดเดียว เเต่หนักชะมัดเลยน่ะเฟริน” โรพึมพำ

      ก๊อก ก๊อก!!!!!!!

      แอ๊ดดดดดด!!!!

      “ได้เรื่องว่าไงบ่างคิ.....” เจ้าชายน้ำเเข็งไม่สามารถต่อคำพูดให้จบได้เนื่องจากภาพตรงหน้ามันบาดตาบาดใจเหลือเกิน ก็ไอ้การที่คนรักของเค้าไปอยุ่ในออ้มเเขนของคนอื่นเเบบนี้มันน่าเลือดขึ้นหน้าน้อยซะเมื่อไหร่เล่า เเต่เนื่องจากว่าเค้าตีสีหน้าไร้อารมณ์จนเคยชินซะเเล้ว จึงพยายามเก็บกดอารมณ์ระคายเคืองเอาไว้ข้างใน

      “รบกวนนายดูเเลมันต่อเเล้วกันน่ะ ขอโทษที พอดีเจ้านี้มันดันไปเปิดซ๊อกโกเเล็ตผสมแอลฮอรฺ์ที่เพื่อนฉันส่งมาให้ไปซะห้าอันมันเลยออกมาสภาพเเบบนี้” ขอทานกิตติมศิกดิ์กล่าวขึ้น ทำให้อารมณ์ของเจ้าชายผ่อนคลายลงเล้กน้อยเพราะเนื่อกจากว่าเหตุผลที่คนตรงหน้าอธืบายมานั้นมันช่างสมเหตุสมผลจริงๆ เพราะคนรักของเค้านั้นตะกละน้อยซะที่ไหนเล่า

      “ขอบใจ เเล้วมันไปรบกวนนายมั้ย” เจ้าชายน้ำเเข็็งกล่าวพร้อมกับเอื้อมมือไปรับคนรักของตนจากบุรุษตรงหน้า

      “ไม่หรอก ฉันยินดีให้มันมารบกวน ไปนอนล่ะน่ะบาย” ขอทานหนุ่มวางระเบิดเล็กไว้เป็นเชิงหยอกหนุ่มนำ้เเข็งเเห่งป้อมไว้พร้อมกับยิ้มอย่างมีเลสนัยก่อนเดินจากไป

      “ยุ่งจริงๆเลยน่ะเฟริน” เจ้าชายน้ำเเข็งเอ่ยพร้อมกับมองดูสาวน้อยในออ้มกอดอย่างรักใคร่

      “ฮื่อ.....คาโล”สาวน้อยครางออกมาเบาในขณะที่ตายังปิด บุรุษหนุ่มบรรจงวางร่างบางลงบนเตียงอย่างถนุถนอม ก่อนที่จะลุกไปรื้อหาผ้าสำหรับชุบน้ำเช็ดตัวในตู้เสื้อผ้าของตน เเต่สาวน้อยที่เค้าเคยวางไว้บนเตียงนั้นกลับลุกขึ้นมายืนอยู่ด้านหลังของเค้าอย่างไม่มั่นคงเท่าไหร่นัก

      “คาโล” สาวน้อยกล่าว ในขณะที่พยายามยืนทรงตัวให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

      “ลุกออกมาทำไม กลับไปนอนก่อนดีกว่าจะได้ส่างเมา เดี๋ยวฉันจะเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้” คาโลดึงผ้าผืนเล็กๆที่อยู่ในลิ้นชักออกมา แล้วก็ลุกขึ้นประคองคนรักของตน

      “ทำไมนายถึงได้ดีกับฉันนักน่ะ”

      “...........” +เเค่นี้เธอยังไม่รู้อีกหรอยายบ๊อง ที่เคยบอกไปนี่ไม่เคยจำเลยน่ะ ฉันยิ่งพูดไม่ค่อยเป็นอยู่+  คำพูดที่วนเวียนอยุ่ในห่วงเเห่งความคิดของเจ้าชาย

      “นายจำได้มั้ย ที่ฉันเคยบอกนายว่าถ้านายยอมไปเอาเลือดจิ้งจองเก้าหางให้ ฉันจะสละความบริสุทธิ์ให้นาย” คนเมายังพล่ามต่อไปอย่างไม่สนใจว่าบุรุษตรงหน้าเริ่มหน้าเเดงเพราะความอาย เมื่อเห็นที่ท่าจริงจังของคนเมา ก็ใครจะไปคิดเล่าว่ามันจะรื้อฟื้นขึ้นมาอีก

      “.........” ยังไม่มีคำตอบของเจ้าชายน้ำเเข็ง ในใจพยายามระงับจิตใจตนว่า +อย่าถือคนบ้าอย่าว่าคนเมา+

      “ฉันรักนายน่ะคาโล” เฟรินเอ่ยอย่างจริงจังด้วยเสียงที่ถูกปรับให้ขรึมอย่างพยายามสุดขีด พร้อมกับดึงคอเสื้อของบุรุษให้คอก้มต่ำลงมาอย่างช้าๆ ก่อนที่จะโอบคอของบุรุษตรงเเละประทับริมฝีปากอันอ่อนนุ่มของเธอลงบนริมฝีปากของเจ้าชายอย่างอ่อนโยน

      “ฮืม..... นายเมา ไปนอนกอ่นดีกว่า” คาโลกล่าวหลังจากที่ปริปากออกจากริมฝีปากของคนรัก

      “นอน” เฟรินคอนหัวไปทางซ้ายเล็กน้อยพร้อมกับหรี่ตาจ้องคนตรงหน้าอย่างพิจาราณา ก่อนที่จะปลดเสื้อนอกของตนออก ทำให้หัวใจเจ้าชายเต้นผิดจังหวะยืนตัวเเข็วทื่อทำอะไรไม่ถูก ,ทั้งๆที่เคยกล้าขัดหญิงอื่นเเต่ทำไมน่ะถึงขัดหญิงตรงหน้าไม่ได้ ทั้งที่นางก็เมาอยุ่เเท้ๆ อย่าถือคนเมา อย่าถือคนเมา, ในขณะที่เจ้าชายกำลังพยายามสงบสติอารมณ์อยู่นั้น ก็โดนสาวงามตรงหน้าผลักตนล้มลงไปนอนหงายหลังอยู่บนเตียง เฟรินถอดเสื้อยูนิฟอร์มของโรงเรียนออกเหลือเพียงเสื้อซับในบางๆจนสามารถมองผ่านทะลุเนื้อผ้า จนเห็นเรือนร่างอันบอบบางอรชรอ้อนเเอ่นได้อย่างไม่มีอะไรปิดบัง เฟรินเเนบกายลงบนอกของเจ้าชายพร้อมกับจุมพิตที่ริมฝีปากนั้น มือหนึ่งถือวิสาสะปลดกระดุมเสื้อของบุรุษตรงหน้าที่ล่ะเม็ด

      “ไม่ เฟริน นายเมากลับไปนอนได้เเล้ว” คาโลพลิกตัวกลับอย่างกระทันหันกดเเขนเล็กทั้งสองข้างลงบนเตียงพร้อมกลับตักเตือน

      “หรือว่า แก แกไม่ต้องการฉัน เเกไม่ได้รักฉันใช่มั้ยคาโล ดีงั้นฉันจะหาแฟนใหม่” สาวน้อยรำ่ไห้พร้อมกับถีบตรงท้องของเจ้าชายส่งผลให้ลงไปกองอยู่กับพื้น ก่อนที่ตนจะจะมุ่งหหน้าวิ่งออกไปยังประตูอย่างทุลักทุเล

      ผลัก!!! ปั่ง!!! โครม!!!

      “โอ้ย!” เฟรินอุทานออกมาอย่างจังหลังจากปะทะกับประตูที่ถูกเปิดโดยหนุ่มนักฆ่าเพื่อนรักเข้าอย่างจัง ก่อนที่จะล้มลงไปกองกับพื้นอย่างหมดท่าเเละสลบไปในบันดล

      “นายเข้ามาไม่ระมัดระวังเลยน่ะ” เจ้าชายตำหนิเพื่อนนักฆ่า

      “เออ เฮ้ยเฟริน ฉันเเค่จะเข้าห้ามไม่ให้มันหนีไปอีก เเต่นายน่าจะขอบใจฉันมากกว่าที่ยั้งมันไว้ไม่ให้หนีไปได้” คิลกล่าวขึ้นพร้อมกับยักไหล่ก่อนจะเดินไปช้อนร่างไร้สติลงไปวางลงบนเตียงของเจ้าตัว “คนอะไรเพื่อนเปิดโอกาศให้เเล้วยังปล่อยไปได้” คิลพึมพำอยู่คนเดี่ยว

      “นายว่าอะไรน่ะคิล” เจ้าชายที่กำลังปั้นน้ำออกจากผ้าสำหรับเช็ดตัวให้เเม่จอมยุ่งถามขึ้นอย่างไม่เเน่ใจในสิ่งที่เพื่อนของตนกล่าว

      “เออ อะไรน่ะ เปล่านี่ นายหูฝาด หูฝาดเเน่ๆ ฉันไม่ได้บอกซะหน่อยว่า..... เออไม่มีอะไร” คิลเเก้ตัวตะกุกตะกักไปด้วยน้ำขุ่น เพราะกลัวโดนเสกให้กลายเป็นน้ำแข็ง เเต่อากัปกิริยาของเค้ากลับเเสดงออกมาอย่างมีพิรุธ ทำให้คิวของเจ้าชายมุ่นเข้าหากันพร้อมกับจ้องเพื่อนของตนอย่างพิจารณา

      “นายไม่ได้บอกซะหน่อยว่านายเปิดโอกาศให้ฉันเเละยังปล่อยโอกาศไป”

      “เออก็นายน่ะมันบ้าเฟรินมันอุตส่าเปิดโอกาศให้เเล้วยังไม่รับ ฉันน่ะนั่งรอฟังอยู่ตั้งนานว่าเมื่อไหร่นายจะตอบตกลง เฮ้ย โอ้ย ไม่ใช่น่ะคาโล” คิลเผลอตัวอธิบายไปจนหมดเปลือกพร้อมกับรีบปฎิเสธทันควัน หลังจากที่รู้สึกตัวว่าตนกำลังตกหลุมพรางของเจ้าชายมาดมาก

      “นายได้ยินทั้งหมดใช่มั้ย” เจ้าชายถามด้วยเสียงเรียบเย็นชวนให้ขนลุกขนพอง พร้อมกับส่งสายตาดุเดือดไปยังเพื่อนตรงหน้า

      “ฮื่อ เออ ฉันได้ยิน ก็ตอนฉันเดินกลับมาที่ห้องนั้น ฉันเดินสวนทางกับโรมัน เเล้วโรมัน้ล่าให้ฟังว่าเฟรินไปกินช๊อกโกเเล็ตผสมแอลกอฮอร์มา ฉัันก็เลยจะมาดูเเต่พอมาถึง ก็ได้ยินเสียงเฟรินมันกำลังพยายามพลอดรักกับเเกอยู่ ฉันเลยไม่อยากรบกวน แต่ทำไงได้ล่ะก็ตอนนี้มันมืดเเล้วฉันก็ต้องนั่งรอพวกเเกอยุ่หน้าห้องสิว่ะ ไม่ได้ยินจะเป็นไปได้ไง จริงมั้ย” คิลอธิบายพร้อมกับเเก้ตัวเสร็จสรรพ เเล้วส่งยิ้มหวานๆให้เพื่อนตนโดยหวังจะให้ลดผ่อนหย่อนโทษให้ และไม่เสกเค้าให้เป็นน้ำเเข็ง

      “นายไม่ต้องยิ้มเเบบนั้นให้ฉันก็ได้คิล ตลกสิ้นดี” คาโลเปรยขึ้นพร้อมกับเช็ดหน้าให้เจ้าจอมยุ่งอย่างบอบเบา

      “นายไม่โกรธฉันหรอ” คิลถามขึ้นอย่างดีใจ

      “โกรธนาย เรื่องอะไร”

      “ก็เรื่องที่ฉันมาขัดจังหวะนาย”

      “ขัดจังหวะ นายคงไม่คิดหรอกน่ะว่าฉันเป็นพวกชอบฉวยโอกาศ เเละอีกนายก็ไม่ได้เป็นคนที่เอาเหล้าให้เฟรินกิน เจ้านี่มันไปกินของมันเอง เเละที่นี่มันห้องนายการที่นายจะกลับมาห้องของตัวเองมันก็เป็นเรื่องธรรมดา มาเจอจังหวะเเบบนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดวิสัยอะไร” เจ้าชายเอ่ยอย่างเรียบง่ายทำให้ขนเเขนของนักฆ่ากลับมาสู่ภาวะปกติตามเดิม

      “โชคดีน่ะนี่ที่พรุ้งนี้เป็นวันเสาร์ เฮ้อ เฟรินน่ะเฟริน ตะกละไม่เข้าเรื่อง” คิลถอนหายใจซะยาวเหยียดอย่างปลงไม่ตก

      ++++++++++++

      เเสงเเดดทอดข้ามผ่านศรีษะของเจ้าชายอัศวินน้ำเเข็งเเห่งเอดินเบิร์ก ที่กำลังนั่งกุมมือของหญิงสาวคนรักที่นอนอยู่บนเตียง หนุ่มนักฆ่ายังคงหลับไหลเนื่องจากว่าวันนี้เป็นวันหยุดจึงไม่มีใครใส่ใจที่จะกระตือรือร้นที่จะตื่นจากนิทราอันเเสนสุขเท่าไหร่นัก

      ก๊อก ก๊อก !!!! เสียงเคาะประตูดังขึ้นเเต่ไม่มีที่ท่าว่าใครจะตื่น

      ก๊อก ก๊อก !!!!

      “อืม” เจ้าชายน้ำเเข็งขยับตัวลุกขึ้นเเล้วเดินตรงไปยังประตู

      “อรุณดี์สวัส คาโล ดูท่านายคงจะไม่ได้่หลับได้นอนเลยสิน่ะ”

      “ก็นิดหน่อย”

      “โทษที่เเต่มันไม่ใช่ความผิดฉันน่ะ เเล้วเเม่ตัวยุ่งเป็นไงล่ะ” โรกล่าวพร้อมกับชะเง้อคอมองเข้าไปข้างในห้องอย่างสงสัย

      “ยังไม่ตื่นเลย นายเข้ามาก่อนสิ” เจ้าชายคาโลกล่าวเชิญขอทานกิตติมศักดิ์เข้ามาในห้องอย่างไม่ปิดบัง

      “มีใครรู้เรื่องนี้มั้ย” โรเอ๋ยขึ้น

      “ไม่ นอกจากเราสามคน”

      “งั้นก็ดีเเล้ว หากเรื่องถึงหูพี่โรเวนเเล้วจะเป็นเรื่องใหญ่ ที่จริงฉันก็เเค่เเวะมาดูอาการเฟรินเฉย เเต่ดูท่าเจ้าตัวจะยังไม่ตื่น เดี๋ยวไงฉันจะเเวะมาใหม่ ตอนนี้ฉันจะไปห้องสมุด เชิญนายนอนต่อตามสบายน่ะ” เมื่อกล่าวจกก้สาวเท้าก้าวออกจากห้องไป เจ้าชายน้ำเเข็งจึงได้เดินไปยังห้องน้ำเพื่อปฎิบัติภารกิจส่วนตัว

      “ ฮื่อ....โอ๊ยปวดหัว” เฟรินครางพร้อมกับพลิกตัวกลับไปทางซ้าย คิลเมื่อได้ยินเสียงครางจึงลุกขึ้นมาดูอาการณ์

      “ฉันเป็นไรคิล ปวดหัวชะมัด” เจ้าตัวดียิงคำถามใส่เพื่อนที่เพิ่งตื่นนอนพร้อมๆกับตน

      “เฮ่อ ฮือ เมื่อคืนนายเมา”

      “เมา” เจ้าตัวยุ่งทวนคำ

      “ก็นายไปกินช๊อกโกเเล็ตผสมเหล้าของไอ้โรมัน”

      “อ๋อ เออจริงด้วย พอจะจำได้เเล้ว ว้ากินไปนิดเดียวเอง เเต่มันอร่อยจริงๆน่ะ เเต่ว่าไอ้ร่างบ้านี่สิเเค่นิดๆหน่อยดันเมาซะเเล้ว ฉันกะว่าจะกินซักสิบชิ้น ฮ่าฮ่าฮ่า โอ๊ย” เจ้าตัวดีสาธยายเเล้วก็ต้องเอามือกลุ่มขมับเพระอาการณ์ปวดเริ่มกำเริบ

      “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดีที่เเกกินไปแค่ห้าอัน ไม่งั้นคงได้มีเรื่องสนุกเกิดขึ้นตั้งเเต่เมื่อคืนนี้เเล้วจริงๆ” หนุ่มนักฆ่าหัวเราะขบขันเพื่อนของตนที่ไม่ประสีประสาหรือรู้เรื่องของตนที่เคยกระทำไว้ยามเมา

      “เรื่องสนุก ตั้งเเต่เมื่อคืน อะไรของเเกว่ะ” เเม่ตัวยุ่งมุ่นคิวเข้าหากันอย่างสงสัย คิลจึงเดินเข้าไปนั่งอยู่ข่างๆเเล้วกระซิบที่ข้างหูอย่างแผ่วเบา เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง

      “เฮ้ย! ไม่จริง เเกโกหก ฉันนี่น่ะจะไปทำอะไรกะอีตาบ้ามาดมากนั่น” เฟรินหน้าเเดงพร้อมกับเเหกปากลั่นคับห้องเพราะความอาย พร้อมกับนึกไม่เเน่ใจว่าสิ่งที่เพื่อนตนพูดนั้นเป็นจริงนึเปล่า ซึ่งตัวเธอเองก็ไม่สามารถรับรู้อะไรตั้งเเต่กัดซ๊อกโกเเล็ตคำเเรกเข้าไปเเล้วซะด้วยสิ

      “เเหกปากแต่เช้าเลยน่ะ เมื่อกี้นายว่าอะไรน่ะ อีตาบ้ามาดมากหรอ” เจ้าชายคนสำคัญที่เดินออกจากห้องน้ำมาพร้อมกับใช้ผ้าเช็ดหัวที่เพิ่งผ่านการสระมา เเล้วก้มมองหน้าสาวน้อยจอมป่วนอย่างสงสัย ร่างกายท่อนบนไรเสื้อปกปิดเรียกความสนใจจากสาวน้อยหน้าใส่ได้อย่างบังคับตัวเองไม่ได้

      ,หุ่นดีชะมัดยาก โอ๊ย อะไรนี่เฟริน ไอ้บ้านี่ทำไม่ไม่ใส่เสื้อน่ะ เเต่ว่าเราจะทำอะไรเเบบนั้นกับมันจริงๆหรอ ไม่จริงง่ะ เป็นไปไม่ได้ โอ๊ย ไม่มีวันเเละไม่มีทางที่ฉันจะทำอะไรแบบนั้นกับเจ้าชายน้ำเเข็งบ้านั่นแน่ๆ, สาวน้อยคิดเเล้วก็ถึงกับหน้าเเดงพร้อมกับงอเข่าเอามือปิดหน้าของตนเพราะความอาย ทำให้คิลหัวเราะออกมายกใหญ่เพราะความขันสาวน้อยที่ทำตัวสมเป็นหญิงซักหนึ่งครั้งในรอบร้อยปี

      “โอ๊ย เเกหัวเราะทำบ้าอะไรว่ะคิล” เจ้าตัวเเหกปากขึ้นอีกรอบ

      “ก็หัวเราะสาวน้อยขี้อายไงเล่า”

      “ไอ้นี่” เจ้าตัวไม่ว่าเปล่าเเถมยังปาหมอนใส่หนุ่มนักฆ่าซึ่งพลาดเป้าไปอย่างเห็นได้ชัดเพราะเจ้าลิงนั่นดันไวกว่าเธอ วิ่งเข้าห้องน้ำไปเเล้วซะนี่

      “เป็นไงบ่าง ปวดหัวรึเปล่า” เจ้าชายเอ๋ยขึ้นพร้อมกับเอามือไปสัมผัสใบหน้าของหญิงสาวเพื่อวัดอุณหภูมิ ทำเอาเฟรินหน้าเเดงอีกระลอกสอง พร้อมกับส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าเพราะความอาย

      “หน้าเเดงจัง สงสัยยังไม่ส่างเมา จะดืมอะไรหน่อยมั้ย” คนสงสัยมากยังคงซักถามอยู่ต่อไปเพราะไม่คิดว่าสาวน้อยตรงหน้านั่นมีอาการณ์หน้าเเดง เพราะรู้เรื่องการกระทำที่เธอกระทำต่อเค้าเมื่อคืนนี้

      “เออ คาโล เรื่องเมื่อคืน.......” เฟรินพยายามกลั้นใจเพื่อต้องการเค้นหาความจริง

      “เมื่อคืนทำไม”

      “ฉันทำอะไรอนย่างที่คิลมันว่าจริงๆหรอ”

      “ทำอะไรอย่างที่คิลมันว่า” เจ้าชายคอนหัวเล้กน้อย

      “โอ๊ย แกนี่ เมื่อคืนฉันทำอะไรเล่า ฉันเป็นผู้หญิงน่ะ จะให้พูดออกมาได้ไง นายช่วยบอกฉันสิว่ามันไม่จริง”

      “เเล้วนายอยากให้ฉันบอกอะไรล่ะ”

      “บอกว่า.. โอ๊ย บอกว่าฉันไม่ได้พยายามสละความบริสุทธิ์ให้นายไงเล่าไอ้คาโลบ้า” เเม่ตัวยุ่งกัดฟันพูดเเล้วก็เอามือกุมหน้าอีกรอบ

      “อ๋อ ใช่สิ จริงมากเลยหละ เธอพยายามจะสละความบริสุทธิ์ให้ฉันสุดขีดเลยน่ะเฟริน เมื่อคืนนี้น่ะ” คาโลหยอกสาวน้อยที่ก้มหน้าเพราะความอาย คำพูดของเค้าทำให้เฟรินถึงกับเงยหน้าขึ้นอย่างเคืองๆ ก่อนที่จะนึกแผนหลอมน้ำเเข็งตามสไตล์เจ้าตัว ,หน่อย ไอ้นี่ไม่โดนหลอมมานานเเล้วสิน่ะ,

      “เเต่นายไม่รับ อย่าบอกน่ะว่านายไม่สนใจไอ้ร่างอรชรอ้อนเเอ้นของฉันเลยซักนี๊ดดดดดดเดียวน่ะคาโล”

      “..............”

      “ฮ่า ฮ่า เย้ ฉันชนะเเกเเล้วน่ะคาโล” เจ้าตัวกล่าวอย่างดีใจที่สามารถปราชัยแฟนหนุ่มได้จนลืมความอายที่เคยมี

      นัยตาบุรุษเผยเเววเจ้าเลห์สงยเสียงหัวเราะของเธอไปชั่วครู่ ทั้งสองคนจ้องหน้ากันเชิงหยั่งรู้ ก่อนที่บุรุษจะเอ่ยขึ้นว่า

      “โอ้ สนสิ สนมากเลยเเหละถ้าไม่ติดที่ว่าตอนเธอเมาอยู่น่ะเฟริน เเล้วตอนนี้เธอยังคิดที่จะสละความบริสุทธิ์ของเธออยู่มั้ยล่ะ” เจ้าชายก้าวเข้ามาใกล้เเล้วกระซิบอยู่ข้างหูของเเม่ตัวยุ่งที่นั่งตัวเเข็งทื่ออยู่บนเตียง หัวใจเจ้าตัวเต้นเเรงไม่เป็นจังหวะเพราะความใกล้ชิดของบุรุษ ตาเธอเบิกโตเท่าไข่ห่านเพราะความสับสนงงงวยว่าเธอต่างหากไม่ใช่หรอที่เคยเป็นผู้หลอมน้ำเเข็ง เหตุฉไหนคราวนี้เค้ากลับกลายเป็นผู้หหลอมเธอซะเอง เเต่มือเจ้ากรรมก็อดไม่ได้ที่จะคว้าคอของบุรุษข้างกายเข้ามาโอบกอดก่อนที่จะประทับรอยจูบลงบนริมฝีปากบางนั้น เจ้าชายเเห่งคาโนวาลเกิดอาการหน้าเเดงเล็กน้อยเเต่ก็ประสารการจูบต่อไปอย่างดูดดื่ม

      (โอ๊ยพอๆๆอิจฉาจังมีคาโลไว้คนเดียวเลยน่ะเฟริน เเต่เฟรินฝีมือตกเล็กน้อยน่ะ กลับไปพัฒนาใหม่ก็ดี)

      Happy Ending  ~*_*~  *_~

      ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      ความคิดเห็น

      ×