++ก่อนวันที่สาย++ - ++ก่อนวันที่สาย++ นิยาย ++ก่อนวันที่สาย++ : Dek-D.com - Writer

    ++ก่อนวันที่สาย++

    คุณเคยคิดมั้ยว่าสักวันหนึ่งคนที่คุณรักอาจจะต้องจากไปอย่างไม่คาดฝัน แล้วคุณล่ะทำอะไรที่ดีเพื่อเค้าคนนั้นบ้าง คุณเริ่มลงมือทำอะไรที่ดีใน\"วันแรก\"ของวันที่เหลือหรือยัง ก่อนที่มันจะถึงวันที่สาย

    ผู้เข้าชมรวม

    485

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    8

    ผู้เข้าชมรวม


    485

    ความคิดเห็น


    10

    คนติดตาม


    0
    หมวด :  ซึ้งกินใจ
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  25 ธ.ค. 48 / 14:30 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ
      “แนนๆ เรามีข่าวร้ายมาบอก”

      “o.O ฮะ อารายเหรอ เรื่องอาราย” แนน หญิงสาวที่ถูกเรียกหันมาอย่างตกใจ

      “คือว่า คือว่า เออ เรื่องสอบ”

      “ทำไมเหรอ ฉันสอบเป็นไงเหรอ เจ” หญิงสาวคาดคั้นเพื่อนสนิทที่ชื่อเจ

      “ คือ เธอ สอบติด มช. มหาลัยเชียงใหม่”

      “oh yes” หญิงสาวอุทานอย่างดีใจ ใช่แล้ว มช. มหาลัยเชียงใหม่
      สถานที่ที่เธอฝันจะเรียนมานาน ฉะนั้นการที่ได้ฟังข่าวที่สอบเข้าได้
      จึงเป็นสิ่งที่วิเศษสุดในชีวิตของเธอ

      +++++++++++++++

      “พ่อคะ แม่คะ แนนสอบติด มช. ค่ะ แม่ๆ” หญิงสาวเข้ามาเขย่า
      ตัวมารดาอย่างดีใจ

      “จริงเหรอลูก” ผู้เป็นมารดาถามอย่างตื่นเต้น

      “จริงสิคะ แนนเคยโกหกแม่เหรอ”

      “ก็ ไม่เคยน้อยๆน่ะลูก”ผู้เป็นมารดาตอบย้อน

      “แหะๆ”หญิงสาวจึงได้แต่ยิ้มแห้งๆ

      “งั้นแนนไปเตรียมตัวก่อนนะคะ ไม่พูดด้วยแล้วค่ะ”
      แล้วเธอก็ปราดไปที่ห้องนอนอย่างรวดเร็วราวกับเด็กน้อย

      “เฮ้อ จริงๆเล้ย ลูกคนนี้” ผู้เป็นแม่พูดเบาๆอีกครั้งและยิ้มอย่างเอ็นดู

      ++++++++++++++++++++++++++

      “เร็วๆสิคะแม่ เดี๋ยวไม่ทันเครื่องนะ”

      “จ้าๆ รู้แล้วจ้าลูก แหมเบาก็ได้”

      “แหมก็หนูไม่เคยไปเที่ยวเชียงใหม่นี่คะ เร็วๆเถอะค่า”

      “ป่ะๆ ลูกป่ะ” แล้วทั้งคู่ก็ขึ้นเครื่องบินมุ่งหน้าไปสู่เชียงใหม่
      สถานที่ในฝันของหญิงสาว

      +++++++++++++++++ วันปฐมนิเทศ +++++++++

      “อุ๊ยขอโทษค่ะ คือเราผิดเอง” แนนร้องอย่างตกใจเมื่อรู้สึกตัวว่า
      ชนใครเข้า

      “ไม่เป็นไรค่ะ เราไม่ดูทางเอง” เธอคนนั้นยิ้มให้แอนอย่างเป็นมิตร

      “เออ คุณอยู่คณะไหนเหรอคะ” แนนถามออกไป

      “คณะชีวะวิทยาค่ะ”

      “จริงเหรอคะ คณะเดียวกับเราเลย เราชื่อแนนค่ะ ^^”

      “เราชื่อดาวนะแนน สวัสดีจ้า ^__^”

      “ดาวๆ แกเสร็จรึยัง ทำไรอยู่” ชายหนุ่มท่าทางสะอาดสะอ้าน
      เดินเข้ามาหาทั้งคู่

      “เราเจอเพื่อนใหม่อยู่ ต้น นี่แนนเพื่อนเรา ส่วนนี่แนน ต้นเพื่อน
      สนิทเราเองจ้า”

      “^_^ หวัดดีครับ”

      “หวัดดีค่ะ”

      “ป่ะไปกันเถอะ รุ่นพี่เรียกแล้วล่ะ”

      “จ้าๆ ป่ะ”

      ++++++++++++++++++++++++

      “เฮ้ย แนน แก อย่ามาแย่งของชั้นสิ” ต้นโวยวายเมื่อเห็นตะเกียบ
      ของแนนยื่นมาตรงหน้า

      “ไม่ได้ๆ แย่งของกินชาวบ้าน คืองานของเรา โฮะๆ” แนนพูดอย่าง
      อารมณ์ดี ตอนนี้ ทั้ง 3 คนเป็นเพื่อนรักกันแล้ว แล้วก็สนิทกันมาก
      ชนิดที่ว่าแยกจากกันไม่ได้เลยด้วย

      “ได้ไงอ่ะ นี่ ชั้นเอาที่ดาวแทนก็ได้” ต้นพูดแล้วก็ยื่นตะเกียบ
      ไปที่ชามของดาว

      “ได้ไงอ่ะ ต้น โห แก ไม่ค่อยเลยอ่ะ”

      “ไม่เป็นไรดาวเอาที่เรานี่ อ่ะๆ” ทั้ง 3 กำลังคุยกันเพลินๆ ก็มีหญิง
      สาวแปลกหน้าท่าทางหน้าตาดีคนหนึ่งเข้ามาทัก

      “หวัดดี เออ เธอชื่อดาวใช่มั้ย เราชื่อแยมนะ เราอยู่คณะเดียว
      กับพวกเธอล่ะ” หญิงสาวทักด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

      “ เออ สวัสดีจ้า แยม เราชื่อแนนนะ แล้วนี่ต้นเพื่อนเรา”
      แนน กล่าวเมื่อเห็นท่าไม่ค่อยดี เพราะเพื่อนๆของเธอไม่มีใคร
      ทักแยมเลย

      “เออ หวัดดี เราต้น”

      “เรานั่งด้วยได้มั้ยคะ”

      “อ๋อได้สิ ได้ๆ” แล้วแนนก็จัดการพาเพื่อนใหม่มานั่งข้างๆเธอ

      “ดาว เราได้ยินว่าเธอชอบแฮร์รี่ พอตเตอร์เหรอ ชอบเหมือนเราเลย”
      แยมพูดไปเรื่อย

      “เหรอ อืม ขอตัวก่อนนะ จะไปห้องสมุดอ่ะ ต้น แนน พวกแกจะไปกับเราป่ะ”

      “ออไม่ล่ะ เดี๋ยวเราจะไปหอเลย” แนนตอบปัดดาวไปเพราะใจหนึ่ง
      ก็นึกสงสารแยม

      “งั้น ชั้นไปกับแกแล้วกัน แล้วเจอกันนะแนน”

      “อืม บายจ้า” จากนั้นทั้งคู่ก็เดินจากไป เหลือเพียงหญิงสาว 2 คน
      คือแนนและแยม

      “แยม ชอบแฮร์รี่ พอตเตอร์เหรอ เราก็ชอบนะ แต่ชอบไม่เท่าไอ้
      ดาวมันหรอก มันนิสัยดีมากเลยนะ”

      “เหรอ อืม สงสัยเราคงไม่ดี เค้าเลยไม่ยอมพูดด้วย”

      “ไม่จริงหรอก ดาว มันเป็นอย่างงั้นแหละ ไม่ค่อยพูด แต่นิสัยมัน
      ดีมากเลยนะ เป็นคนที่ใช้ได้เลยล่ะ ^^”

      “จริงเหรอ”

      “จริงสิ ถ้าคบๆไปแล้วเธอก็จะรู้”

      “แล้วเราจะรู้ได้ไง ในเมื่อเค้าคงไม่ยอมคุยกับเรา” แยมพูดพลาง
      ทำหน้าเศร้า

      “ไม่เป็นไรนะ ^^ เดี๋ยวเราจะช่วยเอง เชื่อสิ ถ้าเธอคบต้นกับดาว
      แล้วเธอจะรู้สึกว่าพวกเค้านิสัยดีมากเลยล่ะ”

      “ขอบใจนะแนน” ทั้ง 2 ยิ้มให้กันอย่างเป็นมิตร

      ++++++++++++++++ คาบเรียน +++++++++++++++

      “แนนๆ มานั่งกับเราเนี่ย มา มีที่ 3 ที่พอดีเลย” ดาวเรียกแนนที่เดิน
      ตามพวกเธอมาข้างหลัง

      “เออ แยม มานั่งกับพวกเรามา เอางี้แล้วกัน เดี๋ยวเรานั่งข้างหลังเอง
      นั่งกับแยมนะ ดาวแกนั่งกับต้นไปเถอะ” แนนพูดยิ้มๆแล้วเดินไปนั่งกับ แยม
      ส่วนต้นได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมละอา

      “เออ แนน มานั่งกับเราแล้ว ต้นกับดาวไม่ว่าเหรอ” แยมถามด้วยสี
      หน้าหวาดๆ

      “คงไม่หรอกมั้ง เค้าใจกว้างนะเว้ย อย่าคิดมากเลย รีบจดงานเถอะ”
      แนนส่ายหน้าประมาณว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย

      “อืม” แยมตอบเพื่อนไป แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวว่าจะทำให้เพื่อนใหม่
      ของเธอเข้าใจผิดกับเพื่อนสนิท

                 แนนเริ่มไปไหนมาไหนกับแยมแทนที่จะไปกับต้นและดาว
      ทำให้ช่องระหว่างทั้ง 3 เริ่มเพิ่มขึ้น แนน ต้นและดาว ก็เริ่มรับรู้ได้ถึง
      ช่องว่างระหว่างเพื่อนนี้ แต่ก็ไม่มีใครทำอะไรได้นอกจากปล่อยให้มัน
      เป็นไปตามทางของมัน เพราะทุกคนก็ต่างมีเหตุผลของตัวเอง ที่คนอื่น
      ไม่อาจที่จะเข้าใจได้........

      “แนนๆ เราจะไปห้องสมุดนะ ไปป่ะ”

      “ไปจ้า ไปๆ ไปดิ” ผู้เป็นเพื่อนตอบไปยิ้มๆ มือก็สาละวนเก็บของไปด้วย

      “แนนๆ ดาวมันจะไปโรงอาหารอ่ะ แกจะไปกับพวกเราป่ะ” ต้นหันมาถามแนน
      ซึ่งนั่งอยู่ข้างหลัง

      “ไม่อ่ะจ้า เดี๋ยวเราจะไปห้องสมุดกับแยม”

      “เหรอ อืมๆ”
      ทุกคนเดินแยกย้ายกันไป โดยที่แนนไปห้องสมุดกับแยม
      ในขณะที่ต้นไปหาของกินกับดาว

      “แนนๆ ไม่ได้ไปกับดาวเหรอ” หนึ่งเด็กหนุ่มเพื่อนในคณะของแนนหันมา

      ถามอย่างงงงวย เมื่อเห็นแนนเดินมากับแยมแทนที่จะเดินมากับดาวและต้น

      “ป่าวจ้า พวกนั้นไปหาของกินน่ะ”

      “เหรอ อืม ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นไปด้วยกันเลยนะ พวกนั้นนิสัยดีมาก
      เลยนะเว้ย เราว่าช่วงนี้แกทำตัวห่างๆนะ” หนึ่งเตือนด้วยความเป็น
      ห่วงหญิงสาว หวังว่าจะเตือนให้คิด เพราะตอนนี้ แนนเริ่มทำตัว
      ห่างเข้าไปทุกทีๆ ช่องว่างระหว่างทั้ง 3 จึงมีมากขึ้น

      “เรานี่นะทำตัวห่าง ไม่มั้ง” แนนตอบอย่างตกใจที่คิดๆดูแล้ว เธอก็เป็น
      อย่างที่หนึ่งว่าจริงๆ

      “จริงๆนะเว้ย ระวังนะ ถ้าไม่รีบหาทางแก้ จะเป็นแบบเรากับเพื่อนสนิท”

      “ขอบใจมากนะ ^_^” หญิงสาวยิ้มให้ชายหนุ่ม 1 ที พลางคิดว่า
      ถ้าเธอทิ้งแยมไป แยมก็คงไม่มีเพื่อนเป็นแน่ แต่ ต้นกับดาวเพื่อน
      สนิทเธอล่ะ เธอไม่อยากจะเสียทั้ง 2 ฝ่าย ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปเลย
      ถ้าเป็นไปได้ เธอจะทำให้พวกเราเป็นกลุ่มเดียวกัน แต่มันจะมีวัน
      นั้นมั้ยนะ เธอจะทำยังไงดีล่ะ แต่ถึงยังไง เธอก็สงสารแยม เธอ
      ทิ้งแยมไปไม่ได้หรอก

      “แนนๆ คิดไรอยู่\"

      “ ป่าว เราแค่ปวดหัวน่ะ โอยปวดหัวจังเลย\" แนนสะดุ้งตื่นจากพวัง
      ด้วยน้ำเสียงของแยม

      \" เป็นอะไรรึป่าว ไปทำงานที่ห้องแม่เราดีกว่านะ เดี๋ยวฝนจะตกแล้ว”
      แยมชวนไปห้องแม่ของเธอ แม่ของเธอเป็นอาจารย์สอนใน
      มหาวิทยาลัยนี้ เพราะเห็นว่าฝนใกล้จะตกแล้ว และอีกอย่างห้อง
      สมุดจะปิดแล้วด้วย

      \"ป่าวหรอก ไปเถอะป่ะ\" หญิงสาวรีบตอบเพื่อนไป เพราะกลัวว่าเพื่อน
      สาวจะกังวลไปกับเธอด้วย

      “ฝนตกแล้ว แนน เอาร่มไปมั้ย” แยมมองดูฝนที่ตกลงมาด้วยสีหน้ากังวล

      “ไม่เป็นไรหรอก ขอบใจนะ”

      “เอาไปเถอะน่า แม่คะ ขอร่มให้แนนหน่อยสิ”หญิงสาวหันไปหา
      ผู้เป็นมารดา

      “นั่นไง อยู่ตรงนั้น เอาไปเลย จะได้ไม่เปียก ไปลูกไป รีบกลับบ้าน
      เดี๋ยวฝนตกหนัก แยม ไปหยิบร่มให้เพื่อนซิ”

      “ขอบคุณค่ะอาจารย์” แนนยิ้มอย่างซาบซึ้งใจ

      +++++++++++++++++++++++

      “แยม มานั่งนี่ดิมาๆ” แนนเรียกเพื่อนสาวให้มานั่งโต๊ะเดียวกับพวกเธอ

      “^___^”

      “นี่ๆ ดาวๆเรามีรูปแฮร์รี่มาด้วยล่ะ ภาคใหม่เลยนะ”

      “ไหนๆ ดูมั่งดิ”

      “จริงๆเลย พวกนี้เนี่ย - -^” ต้นส่ายหน้าอย่างเอือมระอา

      “ฮิฮิ ต้น กินมั่งดิ” ทั้ง 4 หยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน มันเป็นสิ่งที่แนนต้อง

      การ ใช่แล้ว เพื่อนๆ ของเธอตอนนี้เป็นกลุ่มเดียวกันแล้ว

      +++++++++++++++++++++

      “อ๊าย ตายๆ ต้นๆ แกทำงานนี่ยัง”

      “ยังเลย แกอ่ะ”

      “เสร็จแล้ว อ่ะนี่เอาไปดู เราต้องไปห้องสมุดก่อนล่ะนะ” แนนพูดกับ
      ต้นด้วยท่าทีลุกลน เพราะตอนนี้งานของพวกเธอมีเยอะมาก แล้วแนน
      ยังไปเป็นอาสาห้องสมุดอีก ทำให้เธอไม่มีเวลาให้กับเพื่อนทั้ง 3
      ของเธอเลย ช่องว่างจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง โดยฝีมือของเธอเอง
      เธอมักจะเดินคนเดียวเสมอ ทำให้เพื่อนๆเข้าผิด คิดว่าเธอไม่อยาก
      คบพวกเค้า จนพวกเค้าลืมเธอไป

      “ต้นๆ เรานั่งด้วยได้ป่ะ”

      “เฮ้ย ไม่ได้ นี่ที่แยม แกไปนั่งข้างหน้าเลยแนน”

      “เหรอ อืมไม่เป็นไร” แนนตอบเพื่อนพร้อมกับยิ้มไปให้ แล้วก็เดิน
      ไปนั่งข้างหน้าต้น มันเป็นเพราะเธอ เพราะตัวของเธอเอง เธอเป็น
      คนทำมันขึ้นมา ช่องว่าง ช่องว่างที่เกิดขึ้นเพราะเธอ เธอเป็นคน
      ผิดเอง ถ้าเพื่อนๆจะลืม เธอก็คงไม่อาจที่จะห้ามพวกเค้าได้ เพราะ
      เธอทำมันขึ้นมาเอง เธอได้แต่คิดว่าถ้าเพื่อนๆลืมเธอจริงๆ เธอก็คง
      จะไม่เสียใจ เพราะว่าเธอได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดขึ้นมาแล้ว นั่นคือทำให้
      เพื่อนของเธอ แยม มีความสุข ดังนั้นมันก็เป็นความสุขของเธอด้วย
      เช่นกัน

      “เออ ต้น เดี๋ยวเรากับแยมว่าจะไปเที่ยวที่น้ำตกอ่ะ แกจะไปป่ะ”
      ดาวเอ่ยถามเมื่อนั่งอยู่กันตามลำพัง

      “ไปดิ ไม่ไปได้ไง” ต้นตอบดาวไป ทั้ง 2 จึงเดินไปปรึกษาแยมเรื่อง
      ไปเที่ยว ในขณะที่ลืมชวนแนน

      “เราต้องยิ้ม ต้องยิ้มสิ ต้องดีใจนะ เอาล่ะ ยิ้มเข้าไว้ เร็วเข้า”
      เธอบอกกับตัวเองทั้งน้ำตา บางทีโชคชะตาอาจจะกำหนดให้ชีวิต
      เธอเป็นแบบนี้ก็เป็นได้

      “แนนๆ เป็นไรรึป่าว” ต้น ที่เดินมากับดาว เรียกแนนด้วยอาการตกใจ
      เมื่อเห็นเพื่อนสาวหน้าซีดๆ

      “ป่าวหรอกจ้า ปวดหัวนิดหน่อยน่ะ”

      “ไม่เป็นไรแน่นะ”

      “อืม”

      “งั้นเราไปก่อนนะ บายจ้า”

      “บายจ้า” หญิงสาวตอบเพื่อนด้วยสีหน้าซีดขาว ตอนนี้หัวของ
      เธอแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ แต่เธอก็ยังฝืนยิ้ม บอกดาวว่า
      ไม่เป็นอะไร

      ตุบ!
                  เสียงแนนล้มพับลงไปกับพื้น ต้นและดาวได้ยินเสียง
      จึงรีบวิ่งมาหาเพื่อนอย่างไม่รีรอ เห็นหญิงสาวพับลงไป จึงช่วยกัน
      พยุงขึ้นมา

      “แนนๆ เป็นไรอ่ะแนน” ดาวเขย่าตัวแนนอย่างตกใจ ในขณะที่ต้น
      พยายามอุ้มแนนขึ้นมาอย่างทุลักทุเล

      “ป่าว เราแค่ปวดหัว โอ๊ยปวดหัวจังเลย” แนนกุมหัวอย่างทรมาน
      ดาวเห็นเพื่อนเป็นแบบนี้ก็อยากจะเป็นแทน ต้นอุ้มแนนขึ้นมาได้
      ก็วิ่งไปที่รถอย่างไม่ห่วงตัวเอง ตอนนี้ที่เขาคิดคือ เขาต้องช่วยเพื่อน
      รักของเขาให้ได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

      “คุณหมอคะ แนนเป็นยังไงมั่งคะ” แยมถามหมอที่พึ่งออกมาจาก
      ห้องฉุกเฉินด้วยอาการร้อนรน ตอนนี้เพื่อนๆทุกคนของแนน ร่วมทั้ง
      พ่อแม่และพี่ชาย ต่างมายืนรอกันที่หน้าห้องฉุกเฉิน

      “คือ คนไข้เป็นมะเร็งที่สมองระยะสุดท้ายแล้วครับ”

      “อะไรนะคะ” ดาวได้แต่อ้าปากค้าง ในขณะที่แม่ของแนนเป็นลม
      ล้มพับไปแล้ว ทั้งพ่อและพี่ชายต่างรีบช่วยกันพยุงเอาไว้

      “หมอ พูดจริงๆเหรอครับ ไม่จริงใช่มั้ยหมอ ลูกผมไม่ได้เป็นมะเร็งใช่มั้ย”
      พ่อของแนนถามด้วยเสียงสั่นเครือ

      “มันเป็นเรื่องจริงครับ เสียใจด้วยนะครับ ถ้าเรารู้อาการเร็วกว่านี้
      ก่อนหน้านี้ซักหน่อย ก่อนที่จะเป็นขั้นสุดท้าย ก็คงจะช่วยทัน
      แต่ตอนนี้หมอเสียใจด้วยจริงๆครับ ”

      “แล้ว น้องผมจะอยู่ได้อีกนานเท่าไหร่ครับ” ตอนนี้หน้าพี่ชายของ
      แนนนองไปด้วยน้ำตาแห่งความโศกเศร้า

      “ถ้ากำลังใจดี ก็คงซักประมาณ 2 อาทิตย์น่ะครับ ช่วงนี้คนไข้ต้อง
      การกำลังใจมากเลยนะครับ” หลังจากพูดจบ หมอก็เดินออกไป
      ทิ้งไว้แต่เสียงสะอึกสะอื้นของเพื่อนๆแนน

      “เพราะผมเอง ถ้าผมห้ามน้องก็คงไม่เป็นแบบนี้ ถ้าผมสนใจน้องซักนิด
      ไม่มัวแต่เที่ยวเตร่ น้อง น้องก็คงไม่ต้องเป็นแบบนี้ ผมผิดเอง ทำไม
      ทำไมไม่เอาผมไปแทน” น้ำตาแห่งความเศร้าไหลลงมาไม่ขาดสาย
      ทุกคนทยอยกันเข้าไปหาแนน

      “แนน เป็นไงมั่งลูก” พ่อของเองถามด้วยรอยยิ้มเศร้าสร้อย
      น้ำตานองหน้า

      “ยังไม่ตายง่ายๆ หรอกค่ะ พ่อแม่แล้วก็พี่นพอย่าร้องไห้สิคะ
      แนนไม่ชอบเห็นน้ำตาเลย” หญิงสาวยิ้มเซือยๆ

      “โถ่ แนนน้องพี่ พี่ผิดเอง พี่น่าจะเอะใจตั้งแต่ทีแรกแล้ว ถ้าพี่ไม่มัว
      แต่เที่ยวเตร่จนไม่ยอมสนใจน้อง น้องก็คงไม่เป็นแบบนี้ พี่ผิดเอง
      ทำไม ทำไมต้องเอาน้องที่ดีของผมไปด้วย ทำไมไม่เอาผมไป
      ทำไมไม่เอาคนเลวๆอย่างผมไป อย่าเอาน้องผมไปเลย โฮ....”

      บรรยากาศพาเศร้า ไม่มีใครพูดอะไรออกมา มีแต่เสียงสะอื้นเท่านั้นที่
      ทำลายความเงียบ

      “ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่ มันไม่ใช่เรื่องน่าใหญ่หรอกนะคะ อย่าร้องไห้กัน
      สิคะ จริงสิ ดาว ต้น วันนี้จะไปน้ำตกกับแยมไม่ใช่เหรอ เราจำได้ต้นชอบน้ำตก ไม่รีบไปล่ะ เดี๋ยวจะไม่ทันรถนะ”
      หญิงสาวหันไปถามเพื่อนรัก

      “แนนยังจำได้อีกเหรอ เราไม่ไปแล้วล่ะ ฮือๆ แนน เราขอโทษนะ
      แนนจำทุกๆอย่างที่เราชอบได้ ในขณะที่เราไม่เคยสนใจแนนเลย
      ไม่เคยแม้แต่คิดสนใจว่าแนนมีอาการผิดปกติอะไรบ้าง ถ้าเรา ถ้าเรา
      สนใจแนนมากกว่านี้ สนใจแนนซักครึ่ง 1 ที่แนนสนใจเรา แนน
      แนนก็คงไม่เป็นแบบนี้ เราผิดเอง โฮ.....” ต้นปล่อยโฮมาอย่าง
      ไม่อายใคร

      “แนน เราขอโทษนะ แนนคอยดึงเราเข้ากลุ่ม แต่พอเราเข้ากลุ่ม
      ได้เรากลับลืมแนน เพื่อน เพื่อนที่ดีที่สุดของเรา เราผิดเอง
      เรามันเลวจริงๆ” แยมพูดออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ

      “อย่าร้องสิ อย่าว่าตัวเองแบบนั้นนะ อย่าคิดมากเลย เราไม่เป็นไรหรอก”
      หญิงสาวยิ้มให้เพื่อนอีกครั้ง

      “พ่อจะพาแนนกลับบ้านนะลูก”

      “ไม่ค่ะพ่อ แนนไม่อยากกลับ แนนอยากอยู่ที่นี่ พ่อพาแนนเที่ยวที่
      เชียงใหม่นะคะ แนน

      อยากมาเที่ยวตั้งนานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้เที่ยวเลย ตั้งแต่มาที่นี่”

      “ได้สิลูก พ่อจะพาลูกเที่ยวนะ เดี๋ยวพ่อจะซื้อบ้านที่เชียงใหม่ให้ลูกนะ
      ลุกรัก”

      “ขอบคุณค่ะพ่อ ^^”

                 ข่าวการลาหยุดยาวของแนนแพร่กระจายไปทั่วมหาวิทยาลัย
      โดยที่ไม่มีใครรู้สาเหตุ ยกเว้น ดาว แยม และต้น ซึ่งหยุดตามเพื่อน
      รักเพื่อพาแนนไปเที่ยวให้ทั่วเชียงใหม่ สถานที่ที่เพื่อนของเธอชอบมาก

      “สวยจังเลยนะ เราดีใจมากเลยที่ได้มาที่นี่ ได้พบกับเพื่อนดีๆอย่าง
      พวกเธอ ได้เกิดมาเป็นลูกของพ่อกับแม่ และเป็นน้องของพี่นพ แนน
      ดีใจมากเลยถ้าชาติหน้าจริง ถ้าชาติหน้ามีจริง ขอให้แนนได้เกิดมา
      เป็นลูกของพ่อกับแม่ และเป็นน้องของพี่นพอีกนะคะ ขอบคุณสำหรับ
      ทุกอย่างในชาตินี้ที่เคยให้แนน แนนดีใจมากค่ะ ที่เป็นลูกพ่อกับแม่
      ลาก่อนนะคะ” หญิงสาวกล่าวลา ก่อนที่จะจากไปอย่างสงบ

      “พ่อก็รักแนนลูก พ่อดีใจมากที่แนนเกิดมาเป็นลูกพ่อ ถ้าชาติหน้ามี
      จริงหนูเกิดมาเป็นลูกพ่ออีกนะแนน” ชายหนุ่มปาดน้ำตาก่อนที่จะ
      ลูบหัวบุตรตรีเป็นครั้งสุดท้าย ภาพของลูกสาวตัวน้อยตั้งแต่แรกเกิด
      ค่อยๆผ่านเข้ามาในสมองของผู้เป็นพ่ออย่างช้าๆ ภาพที่เธอยิ้ม
      ภาพที่เธอร้องไห้ ภาพที่เธอดีใจ จนกระทั่ง ภาพสุดท้ายก่อนที่ยม
      ภูตจะพรากชีวิตของลูกสาวตัวจ้อยของเขาไป

      ณ งานศพของแนน เต็มไปความเศร้าสร้อยและเสียง
      สะอื้นไห้ของผู้เป็นสหาย สายลมอันอบอุ่นค่อยๆพัดผ่านทุกคนไปอย่าง
      ปลอบโยน ทุกคนต่างพร้อมใจกันใส่สีขาว สีที่แนนชอบมากที่สุด เพราะแนนบอกว่ามันเป็นสีแห่ง
      ความรักที่บริสุทธิ์ ความรักของคำว่า “มิตรภาพ” ที่ไม่มีวันจางหายไป

      หลังจากงานศพของแนนแล้ว ญาติสนิทจึงพากันไปเก็บ
      ของที่หอ เพื่อที่จะนำของทุกสิ่งทุกอย่างของแนนไปไว้ ณ บ้านพักตากอากาศ ที่ซึ่งพ่อของแนนซื้อ
      ให้ลูกสาวเป็นสิ่งสุดท้าย

      “หนูดาว หนูแยม พ่อต้น มานี่หน่อยลูก” แม่ของแนนเรียกเพื่อนสนิทลูกสาวอย่างเอ็นดู

      “คุณแม่มีอะไรจะให้ดาวช่วยเหรอคะ” ผู้ถูกเรียกถามอย่างนอบน้อม

      “คือ แม่อยากจะให้พวกหนูช่วยเก็บห้องนอนของแนนให้หน่อยน่ะลูก
      เพราะแนน บอกว่าพวกหนูเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุด แม่เชื่อว่า เค้าคง
      อยากจะให้หนูเก็บห้องนอนของเค้าแน่นอน หนูๆช่วยแม่หน่อยได้มั้ยลูก”
      ผู้เป็นมารดาของเพื่อนสนิทถามอย่างเกรงใจ

      “ได้สิคะ ^^ ดาวเชื่อว่าแนนเค้าคงอยากให้ดาวเก็บห้องให้เค้า
      แน่นอนค่ะ”

      “ขอบใจนะลูก เดี๋ยวพ่อกับแม่จะไปจัดการธุระเรื่องบ้านพักตากอากาศ
      ก่อนนะจ๊ะ เย็นๆคงจะกลับมา”

      “ไม่เป็นไรค่ะคุณแม่ เดี๋ยวเราดูทางนี้ให้นะคะ ^^” แยมรับคำด้วยความ
      เต็มใจ

      “^^”
      หลังจากมารดาของเพื่อนไปแล้ว พวกเธอก็จัดการเก็บห้อง
      ของเพื่อนรักตามที่ได้รับมอบหมาย หลังจากเก็บไปได้ซักพัก ดาวก็รู้สึกแปลกๆ
      เหมือนมีบางอย่างดลใจให้เธอล้วงมือเข้าไปใต้เตียง แล้วก็เจอ
      สมุดอะไรบางอย่างจึงเรียกเพื่อนๆมาดู

      “นี่มันสมุดอะไรเหรอ” แยมถามอย่างสงสัย

      “ลองเปิดดูสิ” ต้นบอกอย่างสงสัย

      ดาวจึงเปิดดู ปรากฏว่าข้างในเป็นไดอารี่ของแนน ตั้งแต่เข้ามหา
      วิทยาลัยจนถึงวันสุดท้าย ของเธอ

      *****************

                     สวัสดีสมุดไดอารี่จ๋า เราชื่อแนนนะ ต่อไปนี้ เราคงต้อง
      เป็นเพื่อนกันแล้วล่ะ ^^ เราดีใจมากเลย เพราะว่าไดอารี่นี้เป็นสิ่ง
      ที่พี่นพ พี่ชายที่แสนดีของเราให้มาเนื่องในโอกาสที่เราสอบเข้า มช.
      ได้ ต่อไปนี้เราคงต้องเป็นเพื่อนกันแล้วนะ เราจะตั้งชื่อให้แล้วกันนะ
      ต่อไปนี้เราจะตั้งชื่อไดอารี่เล่มนี้ว่า ฟ้าใสนะ เพราะว่าต่อไปนี้ถ้าเรา
      มีอะไร เราจะเล่าให้ฟ้าใสฟัง ฟ้าใส ต้องสัญญานะ ว่าเรื่องที่เราเล่า
      จะเป็นความลับเฉพาะเรา 2 คนเท่านั้น ^-^

      16 พ.ค.
      ฟ้าใส เราดีใจจังเลย วันนี้เจมาบอกว่าเราสอบติด มช. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ซึ่งเราอยากเข้า
      มานานด้วยล่ะ ฟ้าใสดีใจ กับเรามั้ย

      17 พ.ค.
      เราตื่นเต้นมากเลยล่ะ วันนี้เราจะเก็บของ แล้วก็จะโทร
      ไปเล่าให้เพื่อทุกคนฟังเลย เราดีใจจังเลยฟ้าใส

      22 พ.ค.
      เราขอโทษนะฟ้าใส ไม่ได้คุยกันตั้งนานแหนะ วันนี้เรา
      เดินทางมาถึงมหาวิทยาลัยเชียงใหม่แล้วล่ะ รู้สึกปวดหัวจังเลย
      สงสัยคงเพราะนั่งเครื่องบินมานานมั้ง เราขอตัวไปนอนก่อนนะ พรุ่งนี้
      ต้องไปปฐมนิเทศจะเป็นยังไงมั่งน้า

      23 พ.ค.
      ดีใจจังเลย ฟ้าใส วันนี้เราเจอเพื่อนใหม่ด้วยล่ะ ชื่อว่าดาว
      กับต้น เค้านิสัยดีทั้งคู่เลย ต้นเป็นผู้ชาย ส่วนดาวเป็นผู้หญิง แต่ฟ้าใส
      ไม่ต้องงอนนะ ยังไงเราก็จะคุยกับฟ้าใสเหมือนเดิมแน่นอน แต่อาจจะ
      คุยน้อยหน่อยนะ เพราะว่าเราเรียนหนักมากเลย

      26 พ.ค.
      คิดถึงเรามั้ย ฟ้าใส วันนี้เราเจอเพื่อนใหม่อีกคนหนึ่งแล้วล่ะ
      เค้าชื่อว่าแยม นิสัยดีมากเลยนะ เค้าบอกว่าชอบ แฮร์รี่ พอตเตอร์
      มากเลย แต่ดาวก็ไม่ยอมคุยกับเค้าทั้งที่เตยก็ชอบแฮร์รี่ พอตเตอร์
      เหมือนกัน เราก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่เราก็ขอยืนยันนะ ว่าเตยนิสัย
      ดีจริงๆ เราสงสารแยมจังเลย ฟ้าใส

      28 พ.ค.
      ปวดหัวจังเลยฟ้าใส วันนี้เรามึนหัวมากเลย เดินไปแทบ
      ล้มแหนะ สงสัยเป็นเพราะเรียนหนักแน่ๆเลย

      29 พ.ค.
      ฟ้าใส ดาวยังไม่ยอมคุยกับแยมเลย เราจะทำยังไงดีล่ะ
      เราสงสารแยมจังเลย

      30 พ.ค.
      ^^ วันนี้เราไม่ได้เดินแล้วก็ไปเที่ยวกับ ดาวและก็ต้น
      หรอกนะ รู้มั้ยทำไม เราไปเดินกับแยม อย่าบอกใครนะ เราจะพยายาม
      ดึงแยม เข้ากลุ่มให้ได้เลย ฟ้าใสต้องเอาใจช่วยเราด้วยนะ

      1 มิ.ย.
      วันนี้นะเราไปห้องสมุดกับแยม เจอหนึ่งด้วย หนึ่งถามว่า
      ต้นกับดาวไปไหน เราบอกว่าไม่ได้มากับเราหรอก เค้าเลยทักว่าเรา
      ทำตัวห่าง ฟ้าใส ว่าเราทำตัวห่างจริงหรือป่าวเหรอ แล้วถ้าเราทำ
      ตัวห่างจริงๆ เราจะทำยังไงดี วันนี้ฝนตกมากเลยด้วย อาจารย์ที่
      เป็นแม่ของแยมเลยให้เรายืมร่มมา แยมนิสัยดีมากเลยนะ ฟ้าใสว่าเรา
      จะทำไงดี เราทิ้งแยมไม่ได้หรอก

      10 มิ.ย.
      เย้ๆ และแล้วสิ่งที่เราอยากจะให้เป็นก็มาถึง วันนี้ดาวยอมคุยกับแยมแล้ว พวกเราเป็นกลุ่มเดียวกันแล้วล่ะ
      เราดีใจจังเลยฟ้าใส แต่ก็ปวดหัวมากเลย สงสัยเป็นเพราะฝนตกเลยเป็นไข้แน่ๆ

      15 มิ.ย.
      วันนี้เราไปสมัครเป็นอาสาช่วยงานห้องสมุดมาล่ะ งาน
      เยอะมากๆเลย ฟ้าใสว่าเราจะมีเวลาให้เพื่อนมั้ย เวลากินเรายังไม่มีเลย
      เราจะทำไงดี เค้าจะหาว่าเราหยิ่งมั้ย เรากลุ้มใจจังเลยฟ้าใส ถ้าซัก
      วันหนึ่งเป็นคนถูกทิ้งจะเสียใจมั้ยนะ เราจะทำใจได้มั้ย เรากลัวจังเลย
      ฟ้าใส เราไม่อยากโดนทิ้งเลย

      24 มิ.ย.
      ปวดหัวมากเลย ทนไม่ไหวแล้ววันนี้ไปหาหมอมา หมอบอก
      ว่าเราเป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้ายล่ะฟ้าใส อีกไม่นานก็คงถึงเวลา
      ของเราแล้ว เรากลัวจังเลย เราจะทำยังไงดีฟ้าใส ฟ้าใสว่าจะบอก
      พ่อกับแม่ดีมั้ย แต่อย่าเลย เราไม่อยากให้ท่านเป็นห่วง ให้เราจากไป
      เงียบๆดีกว่าเนาะ

      1 ก.ค.
      ฟ้าใส ดาวกับต้นเค้าคงลืมเราแล้วจริงๆล่ะ วันนี้นะ เราไป
      ขอนั่งกับพวกเค้า แต่พวกเค้าบอกว่านี่ที่ของแยม เราคงไม่มีความ
      สำคัญแล้วใช่มั้ย เราจะทำยังไงดี ฟ้าใส จะปล่อยเป็นแบบนี้ดีมั้ย
      แต่ก็ดีแล้วล่ะ ปล่อยเป็นแบบนี้ ถ้าซักวันหนึ่ง เราจากไป เค้าจะได้
      ไม่เสียใจกัน เพราะว่าเราไม่ใช่เพื่อนสนิทเค้า

      10 ก.ค.
      พรุ่งนี้ ดาว แยม และต้น เค้าจะไปน้ำตกกันล่ะ แต่เค้า
      ไม่ได้ชวนเราหรอกนะ แต่ไม่เป็นไร จริงมั้ย เรายังมีฟ้าใสนี่ อีกอย่าง
      เราก็มีงานตั้งเยอะด้วย ไม่เป็นไรหรอกนะ ดีแล้วล่ะ มันเป็นอย่างที่
      เราคิดอีกครั้ง เพราะว่าเราทำมันเอง เราพยามทำตัวออกห่าง เพื่อว่า
      วันหนึ่งถ้าเราจากไป จะได้ไม่มีใครเสียใจไงล่ะฟ้าใส

      26 ก.ค.
      วันนี้ปวดหัวมากเลย ฟ้าใส วันนี้ดาว ต้น และแยม กำลัง
      จะไปเที่ยวน้ำตกกัน แต่เราก็ทำเสียแผน วันนี้ตอนพวกเค้ากำลังจะไป
      กัน อยู่ๆเราก็เป็นลมลงไปเลย ไปฟื้นอีกทีที่โรงพยาบาล ทุกคนร้อง
      ไห้กันใหญ่เลย สงสัยเค้าจะรู้เรื่องกันหมดแล้ว เรานี่แย่จริงๆเลยนะ
      ฟ้าใส เราทำคุณพ่อคุณแม่ร้องไห้อีกแล้ว และก็ยังทำ ดาว แยม และ
      ต้น อดไปเที่ยวน้ำตกที่ที่ต้นชอบกันอีก

      30 ก.ค.
      วันนี้เราออกจากโรงบาลได้แล้ว และกำลังจะไปเที่ยวให้ทั่วเชียงใหม่ด้วยล่ะ
      ดีใจจังเลย เราอยากเที่ยวมานานแล้ว ฟ้าใสดีใจกับ
      เรามั้ย เรากำลังจะได้ไปเที่ยวเชียงใหม่แล้วนะ

      6 ส.ค.
      เราเที่ยวจนเกือบทั่วแล้วฟ้าใส เวลาผ่านไปเร็วมากๆเลย
      อีกไม่นานเราก็คงต้องจากไปแล้วล่ะนะ แต่ถึงยังไงเราจะไม่ลืมฟ้าใส
      หรอกนะ ขอบคุณที่ยอมฟังเรื่องราวทุกเรื่องของเรานะฟ้าใส

      15 ส.ค.
      ไม่ไหวแล้ว ฟ้าใส แต่ถึงยังไง เราก็อยู่ถึงวันแม่ ได้กราบ
      แม่ในวันแม่เป็นครั้งสุดท้ายด้วย เราดีใจมากเลย แต่เราคงจะอยู่ไม่
      ถึงวันพ่อ ฟ้าใสช่วยกราบคุณพ่อแทนเราด้วยนะ เราทรมานมากเลย

      20 ส.ค.
      เราไม่ไหวแล้วฟ้าใส เราปวดหัวมากๆเลย ทรมานเหลือเกิน
      เราดีใจนะที่ได้เกิดมาเป็นลูกพ่อกับแม่

      ขอบคุณ พ่อ ที่คอยช่วยเราทุกอย่าง อยากจะบอกพ่อว่าหนูรักพ่อนะคะ

      ขอบคุณ แม่ ผู้ที่มีแต่ให้เราตั้งแต่เกิด ขอขอบคุณจริงๆ ถ้าชาติหน้ามี
      จริงเรา อยากเกิดมาเป็นลูกพ่อกับแม่อีก

      ขอบคุณพี่นพ พี่ชายที่แสนดี คอยปกป้องดูแลเราเสมอมา

      ขอบคุณดาว ที่ยอมเป็นเพื่อนกับเรา

      ขอบคุณต้น ที่ทำให้เราได้มีความสุข

      ขอบคุณ แยม ที่ทำให้เรารู้จักคำว่าการให้

      ขอบคุณ หนึ่ง ที่คอยเตือนสติเรา

      ขอบคุณ มช. มหาวิทยาลัย เชียง ที่ซึ่งทำให้เราได้รู้จักคำว่ามิตรภาพ
      และทุกๆสิ่งทุกอย่าง

      และขอบคุณ ฟ้าใส ที่คอยเป็นเพื่อนเราตลอดมา ขอบคุณ ขอบคุณ
      จริงๆนะ

                    “ถ้าซักวันหนึ่งเป็นคนถูกลืมก็คงไม่เสียใจ เพราะเราได้ทำ
      สิ่งที่ดีที่สุดขึ้นมาแล้ว เราทำให้เพื่อนๆของเรามีความสุข
      เราทำให้แยม เพื่อนที่แสนดีเข้ากับดาวได้ ถึงแม้ว่าตัวเราเองจะกลายเป็นคนถูกลืม
      แต่แค่นี้ก็เป็นความสุขแล้ว บางทีฟ้าอาจจะกำหนดให้เรามีวาสนาต่อ
      กันแค่นี้ก็ได้ คนบนฟ้าคงต้องการให้เราได้มาพบกันเพื่อเป็นกาวใจให้
      กับพวกดาวและแยม แต่แค่นี้ก็มีความสุขแล้วล่ะ เราไม่เสียใจหรอก
      อย่างน้อยเราก็มีโอกาสได้พบเพื่อนที่ดี ต้องขอบคุณโชคชะตาที่ทำ
      ให้เรามีวันนี้ ได้เจอเพื่อนดีๆแบบนี้สินะ ไม่ว่าจะเป็นยังไง ดาวและต้น
      จะยังคงเป็นเพื่อนรักเราเสมอ ถึงยังไงเราจะไม่ลืมพวกเธอเลย....”

      ขอบคุณฟ้าส่งเรามาให้พบกัน
      ขอบคุณสวรรค์ที่ให้ฉันได้รักเธอ
      ขอบคุณดาวที่นำเรามาพบเจอ
      ขอบคุณเธอที่เป็นเพื่อนมิเลือนเอย

      ******************
      “เป็นอย่างนี้เองใช่มั้ย แนนถึงได้ทำตัวออกห่างจากเรา
      เราขอโทษที่เราไม่เคยเข้าใจแนนเลย แต่ที่แนนคิดมันไม่จริงหรอก
      นะแนน เพราะแนนไม่ใช่แค่กาวใจ แต่แนนจะเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเรา
      แนนจะไม่ใช่คนถูกลืม เพราะแนนจะอยู่ในใจเราตลอดไป ไม่ว่าเรา
      จะทำอะไรอยู่ที่ไหน ขอให้รู้ไว้ว่าเรายังรักแนนเสมอ” ดาวพูดพร้อมกับ
      น้ำตาที่ร่วงพรูเมื่ออ่านไดอารี่จบ เธอไม่เคยนึกถึงจิตใจเพื่อนของเธอเลย
      ไม่เคยแม้แต่จะใส่ใจเพื่อนคนนี้ด้วยซ้ำ จนถึงบัดนี้ ตอนที่เธอรู้มันก็
      สายไปซะแล้ว เพราะเธอไม่อาจจะย้อนเวลากลับมาได้อีก เมื่อแนน
      ได้จากไป จากไปพร้อมกับรอยยิ้มแห่งความสุข

                    แล้วคุณล่ะคะ ตอนนี้คุณใส่ใจคนที่คุณรัก ใส่ใจกับคำว่า
      “มิตรภาพ” หรือยัง คุณทำอะไรให้กับเพื่อนแท้ของคุณในวันนี้
      แล้วบ้าง ทำอะไรให้กับมิตรภาพดีๆใน\"วันแรก\" ของวันที่เหลือ
      แล้วบ้าง หรือจะปล่อยให้ถึงเวลาที่สายถึงจะมารู้ตัว แล้วมันก็
      สายเกินแก้ เมื่อคนที่เรารักและพร้อมที่จะเสียสละเพื่อเราได้
      จากเราไปแล้ว จากไปอย่างไม่มีวันกลับที่ ฉะนั้นหันมามองตัวเอง
      ซักนิดเถอะค่ะ หันมามองมิตรภาพ ของคุณ ถ้ามิตรภาพของคุณ
      กำลังมีปัญหา ก็รีบหันหน้าเข้ามาปรึกษากันเถอะนะคะ อย่าปล่อย
      ไว้จนมันสายเกินแก้เลย เพราะว่าปัญหาทุกปัญหา
      ย่อมมีทางออกแน่นอนค่ะ ขอให้โชคดีนะคะ

      ++++++++++++++++++++
      เป็นไงมั่งคะ กับเรื่องแรกของเรา
      แหะๆ พึ่งหัดแต่งน่ะค่ะ ไม่รู้ว่าจะสนุกหรือป่าว
      คือว่าอิง ชีวิตจริงเป็นหลักเลยค่ะ โดนเพื่อนทิ้ง
      แบบนี้เลย แต่ว่ายังไม่ตายนะคะ แหะๆ
      คือยังไงล่ะ ลองมาคดดูว่า คนที่ไม่สำคัญอย่างเรา
      ถ้าเกิดว่าตายขึ้นมาแล้วจะมีคนมาสนใจมั้ย แล้วที่ให้แนน
      เขียนไดอารี่ทิ้งไว้เนี่ยแบบว่า โมโหเพื่อนค่ะ เลยอยากให้เป็น
      บาปติดตัวไปเลย ฮึ่มๆ แต่ว่าที่เขียนมานี่ก็ความรู้สึกเรา
      ทั้งหมดล่ะนะคะ อยากให้เพื่อนรู้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง
      เลยอยากมาระบาย ให้คนที่เคยทิ้งเพื่อนแบบนี้ หันไปใส่ใจเพื่อน
      ของคุณซักนิดเถอะค่ะ ก่อนที่จะสายนะคะ ^^

      ปล. แบบว่าเออ มหาวิทยาลัยเนี่ย นู๋ไม่รู้หรอกนะคะว่ามีสาขาอารายมั่ง
      คิดๆเอาน่ะค่ะ แหะๆ แบบว่าหันไปจะเอ๋ วิชาชีวะเลยว่ามันน่าสนใจดี

      เมอร์รี่ คริสมาสตร์ ค่า ^_______^

      ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      ความคิดเห็น

      ×