หลอน - หลอน นิยาย หลอน : Dek-D.com - Writer

    หลอน

    ความรักความเข้าใจเป็นสิ่งที่ฉันใฝ่ฝันมานานถ้าถามว่าฉันต้องการอะไรมากที่สุดในตอนนี้ฉันก็สามารถตอบได้ทันทีว่า ต้องการความรัก แต่.รักในวัยเรียนก็เหมือนกับการที่จุดเทียนกลางสายฝน

    ผู้เข้าชมรวม

    884

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    4

    ผู้เข้าชมรวม


    884

    ความคิดเห็น


    13

    คนติดตาม


    0
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  1 ก.ค. 46 / 14:23 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ
      เรื่องหลอน
                  ความรักความเข้าใจเป็นสิ่งที่ฉันใฝ่ฝันมานานถ้าถามว่าฉันต้องการอะไรมากที่สุดในตอนนี้ฉันก็สามารถตอบได้ทันทีว่า ต้องการความรัก แต่….รักในวัยเรียนก็เหมือนกับการที่จุดเทียนกลางสายฝน สู้ไม่รักมันก็จะง่ายกว่านี้เป็นแน่

                    ฟา เด็กสาวอายุ 17 ที่น่าตาไม่ค่อยร่าเริงแจ่มใสกำลังเดินไปตามอาคารเรียนเพื่อจะไปส่งรายงาน เปิดประตูเลื่อนเข้าไปที่ห้องพักครูบรรยาการที่นี่ก็เหมือนๆกับทุกๆวันเธอเดินมองหาโต๊ะอาจารย์แล้วเธอก็เดินเข้าส่งรายงานที่โต๊ะอาจารย์สุจิตราแล้วไหว้อาจารย์           อาจารย์สุจิตราซึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้ว
      ก็หยิบรายงานของเธอมาดู“นี่มันเป็นโครงงานนะไม่ใช่รายงานครูเปิดโอกาสให้เธอไปทำใหม่  ”
      อ.สุจิตรา ดูอีกทีนึง แล้วบอกอีกว่า “ต้องมีภาพข้อมูลให้มากๆ ถ้าเธอไม่อยาก
      ขนของจริงที่จะทำโครงงานมาที่โรงเรียนเนี่ย” “ค่ะ” ฟา ไหว้อาจารย์แล้วเดินออกไป ระหว่างที่เดินจะไปห้องเรียนนั้นมีเด็กสาวรุ่นราว คราวเดียวกับเธอผิวสีน้ำตาลไหม้เธอเดินเข้ามา “เธอเราขอยืมปากกาหน่อยสิ่” “ได้ๆเดี่ยวรอก่อนนะจะหยิบให้” ฟาหยิบกระเป๋าใบเล็ก หยิบปากกาสีน้ำเงินมาจะให้เธอคนนั้น แต่พอเงยหน้าขึ้นก็ไม่เจอใครอีกเลย เธอเลยเดินเข้าห้องเรียน เพื่อนๆที่เห็นเธอ
      ต่างเดินกรูกันเข้ามาหา “ฟา เป็นไงบ้าง” “อาจารย์ให้ไปทำใหม่ว่ะ” เพื่อนๆในโครงงานเดียวกันต่างเงียบซึม “ไมเป็นงี้วะ” “อาจารย์บอกว่า ให้ใส่ภาพเพิ่มอีกถ้าไม่อยากเอาของจริงมา Present รายงานอีก 1 อาทิตย์  ”  “งั้นฟาจะไปหาในเน็ตให้ก็ได้ภาพหาได้ง่ายๆ” เนมพยักหน้าและจับไหล่ฟา “งั้นเราฝากฟาด้วยนะ บอกตามตรง 4- 5 ครั้งที่ผ่านมาทำให้ตอนนี้เราขี้เกรียจทำว่ะ”
                      เธอเดินกลับบ้านแล้วเปิดเครื่องคอมฯ ต่อเน็ต และค้นหาภาพเทาที่เธอจะหาได้ ระหว่างนั้น ..เธอเช็คเมล์ เปิด ดูว่าใครส่งมา อยู่ๆ ก็เป็นภาพหน้าหญิงสาวแก่ที่ปากเต็มไปด้วยเลือด และภาพนั้นก็เลื่อนซ้ำไปซ้ำมา เธอตกใจมาก จึงรีบปิดเครื่อง แต่เครื่องปิดไม่ได้ เธอเปิดประตูแล้ววิ่งออกไปนอกห้องมันเกิดอะไรขึ้นนะ?? “คงจะมีคนส่งเมล์มาแกล้งเราแน่ๆ” เธอคิดในใจ แล้วตัดสินใจเข้าไปในห้องเพื่อจะหางานต่อไป…..
      วันรุ่งขึ้น
            “ไง ฟางานเป็นไงบ้าง” ฟาทำสีหน้าเรียบๆเหมือนกับมีอะไรในใจ “เสร็จแล้วแล้วเราเอาไปส่งแล้วอาจารย์ไม่ได้ว่าไรนี่” “โล่งออกไปที” ส้มเอ่ยขึ้น
      เมื่อเสียงระฆังโรงเรียนดังขึ้นนักเรียนที่ได้ยินต่างดีใจดังเสีงนั้นเป็นเสียงสวรรค์ที่เทวดาประธานให้โรงเรียนเลิกแล้ว …แต่ก็มีบางคนที่ไม่ค่อยดีใจก็คือ ฟา นั่นเองเพราะชีวิตของเธอไม่มีอะไรดีเลยพ่อแม่ไม่ค่อยมาให้เห็นหน้าสักเท่าไหร่อาจเพราะเนื่องจากการงานนานๆทีถึงจะมาสักครั้งหนึ่ง ส่วนคนสวนและแม่บ้านก็มาทำงานตั้งแต่ตี 3 แล้วก็ไปตอนตี 5 ครั้นอยากคุยกับคนพวกนั้นบ้างแต่เธอก็ทนความง่วงนอนแล้วตื่นขึ้นมาไม่ค่อยไหว ส่วนมากเธอจะตื่นมาตอน 6 โมงเช้าของทุกวัน..บางครั้งอาจจะสายกว่านี้ถ้านอนดึก
            ฟาเดินไปส่งการบ้านเสร็จก็เดินทอดน่องรอบโรงเรียนอีก 2 รอบช่วงนั้นก็เย็นมากๆ แล้วฟาก็ไปเข้าห้องน้ำของโรงเรียนเพื่อล้างหน้าล้างตา เธอเดินเข้ามาที่อ่างล้างหน้าเปิดก็อกน้ำแล้วล้างหน้า อยู่ๆไฟก็ดับ ผึบ. บ..ฟาเงยหน้าขึ้นมองหลอดไฟในห้องน้ำ มีเธออยู่คนเดียวในห้องน้ำ เธอคิดปัดๆปัญหาไปว่าคงไฟดับ หรือไฟเสียละมั้ง
      สักพักเธอก็ได้ยินเสียงเหมือนของตก เธอสงสัยจึงผลักห้องน้ำดูทุกห้อง ห้องที่ 1 ไม่มีอะไร ห้องที่ 2 ไม่มีอะไร ห้องที่ 3 ไม่มีอะไร เดินไปเปิดห้องที่ 4 ไม่มีอะไร ห้องที่ 5 ไม่มี ห้องสุดท้าย พระเจ้าช่วย!!!!!!!!!!!!!! มีเลือดในห้องน้ำเจิ่งนองไปทั่วเธอตกใจรีบวิ่งออกไปอย่างไม่คิดชีวิตเพราะเธอเป็นคนกลัวเลือดมากๆ   เลือดนองออกมาเหมือนกับว่ามันจะไหลมาตามทางที่เธอวิ่งหนี ฟาวิ่ง วิ่งและวิ่ง ไปชนกับชายคนนึงอย่าแรงทำให้เธอสลบเพราะความอ่อนแรง เลือดที่ตามเธอมา มันไหลย้อนกลับเข้าไปในห้องน้ำและหายไปจนหยดสุดท้ายก็ไม่มีให้เห็น ผู้ชายคนนั้น คือคนที่แอบชอบเธออยู่นั่นเอง เขาและเธอก็รู้จักกันมาบ้างแล้ว เขาคนนั้น ชื่อ เจ   เจรีบตะโกนเรียกคนมาช่วย แต่ไม่ค่อยมีใครอยู่ที่นั่นเลยเลยเนื่องจากเย็นมากแล้วเขาจึงอุ้มขึ้นไปที่ห้องพยาบาล  
           “ฟา ..ฟา ” เธอตื่นขึ้นขึ้น เมื่อเปิดดวงตาขึ้นมาเธอก็เห็นเพื่อนชายห้องเดียวกันที่ชื่อ เจ  “เป็นไงบ้างน่ะ  ฟาวิ่งมาชนกับเราแล้วสลบไป เกิดไรขึ้นหรอ ? วิ่งหนีอะไรมา?”     “เราขอไม่บอกในตอนนี้แล้วกันเพราะเรายังไม่แน่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?   ขอโทษด้วยนะ” แล้วเธอก็ลุกขึ้นจากเตียงนอนแล้วจัดเตียงนอนและเดินออกไปจากห้องพยาบาล เพื่อเดินทางกลับบ้าน  ฝ่ายทาง เจ ก็กังวลอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวเพราะอยากรู้เรื่องทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเดินตามเธอไป เพื่อสืบเรื่องราวและคุ้มกันเธอด้วยในอีกด้านนึง   ก่อนที่เธอจะเดินเข้าบ้านนั้นเธอแวะกินอาหารตามสั่งแถวๆนั้น เขาหลบอยู่ข้างๆพุ่มไม้เพื่อดูรอบๆสักพัก ฟาก็ออกมาจากร้านแล้วก็เข้าบ้านไป  เจ ประเมินเหตุการณ์ในวันนี้ตอนเธอกลับบ้านไม่มีอะไรที่ผิดปกติ เขาจึงรีบกลับไปที่โรงเรียน แล้วแอบเข้าไปในห้องน้ำหญิงมองตรวจตราสอดส่องไปทั่วบริเวณแต่ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ  เขาจึงกลับบ้านด้วยความสงสัยงงงวย ..
            “ เจ แม่ไปครั้งนี้ไปนานอีกประมาณ 3 หรือ 4 เดือนกว่าจะกลับฝากดูน้องด้วยนะลูกกิจการร้านอาหารไทยของเราที่เบอร์ลินกำลังไปได้สวยพ่อให้แม่มาช่วยงานแล้วแม่จะโทรมาทุก 1 อาทิตย์นะ”  เมื่อเขาไปส่งแม่ที่ Airport แล้วจึงพาน้องสาววัย 15 ปี ไปส่งบ้านก่อนที่ตัวเองจะไปเที่ยวข้างนอกได้ตามสบาย
      “ ดูบ้านดีๆนะ ฝ้ายพี่ ไปไม่นานหรอกเย็นๆก็กลับ อย่าฟ้องแม่เด็ดขาดนะ“ เขากระซิบให้น้องสาวรับรู้ “ได้งั้นไปๆซะเบื่อขี้หน้าเหมือนกัน พูดเล่นน่าาาาาาาไปเถอะฝ้ายอยู่ได้” “เออดีแล้ว ” แล้วเขาก็เดินออกไป  แต่ก็ไม่วายที่จะหันมามองน้องเพราะความเป็นห่วง ปกติไม่เคยอยู่บ้านคนเดียว  เขาเดินไป หาฟาเพื่อนสาวนั่นเอง  เขากดอ๊อดที่หน้าบ้านของเธอ ฟาที่อยู่ในชุดนอนสีอ่อน ท่าทางงัวเงียเดินเขามาเปิดรั้วประตูบ้าน “อ้าว เจ มีไรหรอ มาบ้านเราถูกได้ไงอ่ะ ”
      “อืม..ก็…มาเยี่ยมเธอไง ” “หรองั้นรอเดี๋ยวนะ ” เธอเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อหาของบางอยางนั่นคือมืดคัตเตอร์แล้วใส่ไว้ที่กระเป๋ากางเกง “เมืองเราเดี๋ยวนี้ไว้ใจใครไม่ค่อยได้” เธอบนพึมพำขึ้น  สักพักเธอก็เดินออกมาต้อนรับและเปิดประตูให้ เขาเข้ามา “นั่งอยู่นี่ก่อนนะเดี๋ยวไปเอาน้ำมาให้ ” ระหว่างที่เธอรินน้ำ ก็พูดขึ้นว่า “ทำมาแต่เช้าเลยนายไม่เคยมาที่นี่ซะด้วยซ้ำแล้วมีไรแอบแฝงหรือเปล่าเนี่ย ” เธอเดินมาหาเขาพร้อมกับน้ำเย็นหนึ่งแก้ว “เรารู้มาว่าเธออยู่บ้านคนเดียวมานานแล้วเลยถือโอกาสมาเยี่ยม” “เรายังไม่หายสงสัยอยู่ดี”
      “ก็เพราะเราชอบ ...…” เขาหลุดปากมาต้องครึ่งค่อนคำทำให้ผู้ฟังอีกฝ่ายพอจะรู้คำตอบอยู่บ้าง  เธอยิ้มแล้วจับมือ เจ แล้วเดินเขามากระซิบข้างๆหูว่า” ก็ดี  พูดตรงๆสักที ยังไงเราก็ไม่ตีตัวออกห่างเจหรอก เพราะความรักมันก็มักจะดีกว่าที่เราจะเกลียดกันไม่ใช่หรอ?? “ เขาโล่งออกแล้วยิ้มแบบเย็น “หิวไหมเราจะไปซื้อกับข้าวมาให้ ” “อยากกินฝีมือฟาทำมากกว่า ” “ก็ได้ รู้ไหมแต่ส่วนมากฟาจะออกไปซื้ออาหารข้างนอกมากินบ่อยๆเพราะเรามักจะลืมแกงที่ตั้งเตาแก็สเอาไว้แล้วหม้อไหม้อยู่บ่อยๆน่ะ แต่ร้านข้างนอกก็อหร่อยดีนะเรายังติดใจเลย ” “รอ สักครู่นึงเดี๋ยวทำให้” เธอเปิดเพลงเบา แล้ว เข้าไปในครัว  ไม่นานแกงจืดปลาหมึกยัดไส้  ผัดผักรวมมิตร ก็มาถึง บนโต๊ะอาหาร เจและ ฟานั่งกินด้วยกัน
      และเจ ขออาสาล้างจานให้เอง  อยู่ ๆระหว่างที่เขากำลังล้างจานอยู่ ฟาเดินเข้าไปกอดเขาทางด้านหลัง “อย่าจากฟาไปนะ ฟามันตัวคนเดียว ขอร้องล่ะ อย่าจากไปเลย ” เจหนมาหา ฟา ทำหน้าตาอย่างเห็นอกเห็นใจ แล้วจับมือฟาไว้ “ไม่ทิ้ง    ไม่ทิ้งแน่ ๆ งั้นเรามาเป็นแฟนกันวันนี้เลยนะ ตกลงไหม” “ได้แต่มีข้อแม้นะ” “ว่ามา ๆ”  “เป็นแฟนกันในวัยเรียนเนี่ยมันก็ไม่ดีสำหรับสายตาผู้ใหญ่อยู่แล้ว ก็เลยต้องสร้างกฎเกณฑ์เพื่อให้คนอื่นได้วางใจในความรักของเรา เช่น ไม่ล่วงเกินกัน ไม่ทะเลอะกันในสาธารณชน ไม่ทำตัวก้าวร้าว ไม่หลงระเริงในเรื่องนี้จนการเรียนต้องแย่ไป และสุดท้ายคือ ไม่โกหกซึ่งกันและกัน ทั้งหมดนี้ทำได้ไหม ” “เจ ทำได้”
      “บ๊าย บาย กลับบ้านดีๆนะ เจ” “คืนนี้ฝันดีนะ บ๊ายบาย”  
                  “ฟาไมวันนี้ดูแจ่มใสจังง่ะ ” “ยังไม่รู้หรอเนี่ย” เพื่อนสาวที่ชื่อเปิ้ลทำหน้าแปลกใจ “เราเป็นแฟนกับเจแล้ว ”  “จริงง่ะ ดีจัง เห็นเธอมีความสุขแล้วมีเราก็รู้สึกสดชื่นแจ่มใสไปด้วย”  
             มันทำให้เธอรู้สึกว่าสิ่งที่ขาดหายในชีวิตได้เข้ามาทำให้ไม่ขาดสิ่งนั้นไป และสิ่งที่ว่าคือความรักนั่นเอง…..

                 หลังเลิกเรียน ระหว่างที่ฟากำลังเดินอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เธอ
      สะดุ้งตกใจเล็กน้อย แล้วรับโทรศัพท์ “ฟาวันนี้เจต้องขอโทษด้วยนะที่วันนี้ไปส่งฟาไม่ได้เพราะติดธุระน่ะ” “จ้า ไม่เป็นไรหรอก หวัดดีจ้า”

           “อ่าวพี่เจ ไมวันนี้กลับมาช้าจังง่ะ เนี่ยฝ้ายกลับมาต้องนานแล้วนะ ไปไหนมาหรอ” “ไปส่งพัสดุให้แม่มาไงพี่บอกตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ” “อ๋อ เออลืมไป”
      “เปิดทีวีดูหน่อยดิ” < ข่าววันนี้มีรายงานว่า มีผู้เสพยาเสพติดคุ้มคลั่งปีนตึกสูงชั้น 17 ของอาคารแห่งหนึ่งกระโดดลงมาตายอนาท > “พี่ล่ะเกลียดไอพวกที่เสพยาเสพติดที่สุดเลย คนขายก็ตัวแสบนะ เกลียดทั้งคนขายคนเสพเลย เป็นที่น่ารังเกลียดของสังคมเรานะฝ้าย” “รู้ค่ะว่าพี่เกลียดมากแค่ไหน แต่ถ้าคนที่ติดยาโดยที่เขาไม่รู้ตัว พี่จะเกลียดพวกเขาไหมนะ” “ขึ้นชื่อว่าเรื่องยาเสพติดพี่เกลียดทั้งหมดแหล่ะ “ “พี่ไปนอนก่อนนะ ”
                       เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ฟาเดินมารับโทรศัพท์ “ฮัลโหล …ฮัลโหล ได้ยินไหมคะ ฮัลโหล” ฟาวางโทรศัพท์  เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง “ฮัลโหล สวัสดีค่ะ ..ฮัลโหล ..” เธอวางอีกรอบ    ด้วยความโกรธเธอเอาหูโทรศัพท์วางไว้ข้างนอกตัวเครื่อง แล้วเข้าไปนอน  
          “เอ๊ะทำไมสายไม่วางนะ ฟาโทรศัพท์อยู่กับใครเนี่ย ว่าจะโทรมาราตรีสวัสซะหน่อย ” แล้วเจก็วางสายไป    
                                                       เช้ารุ่งขึ้น
      “ฟาเมื่อวานโทรศัพท์อยู่กับใคร เจโทรไปสายก็ไม่ว่างซะที” “อ๋อ…สงสัยฟาวางโทรศัพท์ไม่สนิทน่ะ เจไม่ต้องคิดมากหลอก”   เขาสังเกตคนที่เขารัก ใบหน้าดูหมองๆ ไปมาก  ใน2วันนี้  
                   ฟาเดินออกมานอกห้องตอนพักกลางวัน “ฟาไปกินข้าวกัน วันนี้เจเลี้ยง” “ไม่หรอกเจฟายังไม่หิวขอตัวนะ”  เธอเดินเข้าไปในห้องเรียน ในห้องมีเธอคนเดียว แต่ทำไม เธอถึงได้ยินเสียงเก้าอี้ลากไปมาทั้งๆที่มองดูแล้วก็ไม่มีอะไร เก้าอี้ทุกตัวยังอยู่ที่เดิมที่มันเคยเป็น ฟา กลัวและตกใจมาก เธอเดินออกมาดูที่ห้องข้างๆ ไม่มีใครอยู่ ไปดูอีกข้างหนึ่ง ก็ไม่มีใครเลย  เธอยืนหลับตาที่หน้าห้องสักพัก ก็ได้ยินเสียงเก้าอี้ลากอีก เธอจึงรีบวิ่งลงมาที่ชั้นล่างของตึกเรียน
      “มันเกิดอะไรขึ้น???” “อ่าว ฟาจะไปไหนหรอ?” “ขอโทษด้วยวันนี้พาไม่ค่อยสบายขอไปนอนห้องพยาบาลละกันนะคาบนี้” “ได้เดี๋ยวหมดชั่วโมงแล้วเจจะเอากระเป๋าลงมาให้นะ แล้วอีกคาบจะเรียนไหมล่ะ” “เรียนฟา ขอนอนสักคาบนึง”   เธอเดินเข้าไปนอนที่นั่นอย่างอ่อนเพลียหลังจากกินยาแก้ปวดหัวไปหนึ่งเม็ด “ ฟา  …ฟา   ฟาฉันจะฆ่าเธอ ฟา ฟาฉันจะฆ่าเธอ  ”    ฟาลืมตาขึ้นแล้วเอาผ้าห่มคลุมโปรงครึ่งหน้า สายตามองกวัดกวาดไปทั้งซ้ายและขวา  เธอกลัวจนตะโกนออกออกไปว่า “ออกไปเดี๋ยวนี้นะ ออกไป”  ทุกคนที่นอนอยู่ตื่นขึ้นพร้อมโวยวาย และออกจากห้องพยาบาลไป เธอนั่งกอดเข่าฟุบหน้าลง พยาบาลหญิงรีบเดินเข้ามา “เกิดอะไรขึ้นจ๊ะ เธอเป็นอะไร?..ฝันหรอ” “หนูก็ยังทราบแน่ว่ามันคือความฝันหรือความจริงเมื่อสักครู่ต้องขอโทษด้วยนะคะ” ฟาเดินออกจากห้องพยาบาล  ในห้องเรียนคาบสุดท้าย อาจารย์สอนตามปกติ แต่เจสังเกตว่า ฟานั่งเหม่อลอย    เมื่อเลิกเรียนแล้วเจต้องไปทำธุระอีกวันนึง เจบอกกับฟาว่าจะโทรมาหาที่บ้านประมาณ 3 ทุ่ม ฟารับคำและนั่งทำการบ้านอยู่ตามลำพัง ที่ห้องเรียน โทรศัพท์มือถือดังขึ้น “ฮัลโหล….ใครอ่ะ” ไม่มีคนพูด เธอจึงวางสายไป
      และโทรมาอีกครั้ง “ฮัลโหล” >> ฮัลโหลเธอจะต้องตายแน่ๆ<< แล้วเสียงสาวลึกลับผู้นั้นก็วางหูไป และโทรมาอีก แล้ววาง แล้วก็โทรมาอีก ฟาเอามือก่ายหน้าพาก เธอขว้างโทรศัพท์ทิ้งแล้วก็หยิบขึ้นมาทุบซ้ำอีกเพราะเสียงนั้นยังคงดังอยู่จนมันหยุดไป เธอนั่งลงบนพื้นแถวระเบียงอย่างหมดแรงแล้วเธอก็หายใจแรง ขึ้น เธอรีบเดินออกจากห้องพร้อมกับกระเป๋า อยู่ๆมีเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเธอคนที่ผิวสีน้ำตาลไหม้คนนั้นเข้ามาพลักเธอจนเธอล้มลง แล้วหญิงผู้นั้นก็เอามีดคัตเตอร์มาพยายามจะมาแทงเธอแต่ ฟาก็รีบวิ่งหนีไปหญิงผู้นั้นดึงผมเธอ  เธอสะบัดจนสุดแรงทำให้ยางมัดผมหลุดฟาวิ่งหนีไปด้วยความหวาดกลัวมาก เธอสบัดสะบอมมาถึงอาคาร 1 ของโรงเรียน แล้วถอนหายแล้วใจเข้าไปในห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตา แล้วเอาน้ำมารูบผมจนเปียกไปหมดแล้วรีบออกจากห้องน้ำ เธอย้อนกลับไปหยิบกระเป๋าพร้อมพวนาไม่ให้เจอกับสิ่งที่เคยเจออีก เธอหยิบกระเป๋านักเรียนแล้วเดินออกไป “ฟาช่วยหากระเป๋าตังเราหน่อยดิ่เราอาจทำตกในห้องนี้น่ะ” เสียงของ เนม เพื่อนสนิทดังขึ้นจากข้างหลัง “อ้าว ฟาไมผมเปียกจังแล้วทำไมไม่มักผมล่ะ ” “เราหายางมัดผมไม่เจอ ” “อ่ะเราให้พอดีว่ามีติดตัวอยู่” สักครู่หนึ่งเนมเพื่อนสาวก็หากระเป๋าตังเจอ  ระหว่างที่ ฟากำลังเดินไปหยิบการบ้านให้เนมอยู่เนมก็ได้หายตัวไป แต่ที่แปลกคือเนมออกจากห้องไปเร็วมาก เธอจึง มองหาแถวในห้อง ก็ไม่มีพอหันหน้ามาทางข้างหลังเธอก็ถูกจับบีบคอคนที่บีบคอเธออยู่นั้นก็คือหญิงสาวคนเดิมกับที่เคยทำร้ายเธอ
      เธอจึงพลักหญิงคนนั้นแล้วแย่งมีดจากหญิงคนนั้นมาแล้วขู่ว่าจะแทงถ้าเขาไม่ปล่อยเธอไปเป็นอิสระ แต่หญิงสาวผู้นั้นก็ยิ้มแล้วกระชากมีดมาจะแทงเธอแต่เธอก็หนีทัน ฟาทำอะไรไม่ถูก เธอวิ่งถือกระเป๋าออกไปอย่าไม่คิดชีวิต
                                                      เช้าวันต่อมา
           ตำรวจนอกเครื่องแบบได้มาดูศพของเนมเพื่อนรักของฟาและห้องที่ว่านั้นเป็นห้องเดียวกับที่เธอหนีหญิงฆาตกรคนนั้น เธอตกใจจนบอกไม่ถูกเลยขณะนั้น และจนวันแล้ววันเล่าเพื่อนก็ได้ตายไปทีละคนทีละคน จนเธอไม่มีกระจิตกระใจจะเรียนหนังสือ และเด็กในห้องทุกคนลาออกหมดรวมทั้ง เจ คนรักของ ฟาด้วย เจมาอยู่ที่บ้านของฟาตลอดทุกเย็นเพื่อดูและคุ้มกันจากสาวฆาตกรคนนั้น แต่มีอยู่คืนหนึ่งเป็นคืนวันศุกร์ ฟาโทรมาหาเจ ว่าให้รีบมารับ เธอออกไปจากบ้านของเธอเพราะฆาตกรได้เขียนคำขู่ฆ่าเธอไว้ว่า >เธอจะต้องตายไม่ช้าก็เร็ว < เจจึงไปรับฟามาอยู่ที่บ้านน้องสาวคนสุดท้องที่ชื่อ เกด เธอคนนี้อยู่คนเดียวแม่กับพ่อไม่อยู่ ไปทำธุระที่ต่างจังหวัด 1 อาทิตย์   เจจึงวางใจทางด้านนี้ ส่วนเจกับเพื่อนอีกคนที่ชื่อ เอ ได้ซุ่มดูแถวบ้านของฟาตลอดคืนนั้นจนประมาณ  ตี 3 ก็มีชายกับหญิงคู่หนึ่งทำท่าทางลับๆล่อๆ ไขกุญแจแล้วจะเข้าไปในบ้านของฟา เจและเอ เห็นจึงไปรวบตัวทั้งคู่ไว้แล้วถามว่ามาที่นี่ทำไม พวกเขาตอบว่า พวกเขาเป็นเพียงคนใช้ของที่นี่ เจจึงถามพวกเขาต่อไปอีกว่า แล้วมาทำงานเช้าจัง พวกเขากล่าวอีก ว่า ฟาเป็นคนคุ้มคลั่งติดยาไม่มีใครอยากใกล้ชิดเธอเพราะกลัวเธอจะถูกฆ่าตายกันหมด และเพื่อรักษาซื่อเสียงพ่อแม่ของเธอจึงไม่ไปรักษาที่ไหนเพราะเธออยู่กับคนหลายๆคนหรือในหมู่ฝูงชนเธอจะเป็นคนธรรมดาแต่ถ้าอยู่กับเธอตามลำพังอาจจะถูกเธอฆ่าได้เพราะเธอคิดว่าคนคนนั้นจะมาฆ่าเธอ !!!!!ทั้งเจ และเออึ้งไปแล้วคิดขึ้นได้ว่าฟาก ฟา ไว้กับน้องเกด เขาทั้งสองคนจึงรีบวิ่งไปเพื่อจะให้ทันที่นั่น
      “พี่ฟาไม่ต้องกลัวนะเดี๋ยวเกดจะไปชงไมโลอุ่นๆมาให้”  ระหว่างที่น้องเกดชงไมโล ฟาเห็นเกดกลายเป็นหญิงฆาตกรคนนั้นและแค้นที่ฆ่าเพื่อนของเธอไปมากมายเธอจึงเอามีดมาไล่ฟันเกด ทางฝ่ายเกดตกใจมากเธอจึงร้องตะโกนด้วยความเจ็บปวดที่แขน เจและเอมาทันเวลาพอดี เจรีบแย่งมีดจากฟา แล้วตบหน้าไปหนึ่งที ฟาล้มลงสักพักก็ได้สติ ฟาถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างตกใจ เจทำสีหน้าบึ่งตึงและเดินหนีออกไป ส่วนน้องเกดเอพาไปส่งโรงพยาบาลก่อนหน้านี้ได้สักพักแล้ว ฟาเดินตามเจไป ตอนนั้นเป็นตอนเช้าตรู่ของวันใหม่ ฟารีบเดินตามจนทัน เจ  “ฟาผิดอะไรหรอ เจ เจหนีฟามาทำไมล่ะ เจไม่รักฟาแล้วหรอ แล้วเรื่องมันเกิดอะไรขึ้น”   เจก้มหน้า “ใช่…….เจไม่รักฟาแล้ว”    เมื่อฟาได้ฟังคำพูดจากปากของเจ เธอก็พูดขึ้นว่า  “ความรักความเข้าใจเป็นสิ่งที่ฉันใฝ่ฝันมานานถ้าถามว่าฉันต้องการอะไรมากที่สุดในตอนนี้ฉันก็สามารถตอบได้ทันทีว่า ต้องการความรัก แต่….รักในวัยเรียนก็เหมือนกับการที่จุดเทียนกลางสายฝน สู้ไม่รักมันก็จะง่ายกว่านี้เป็นแน่” แล้วเธอก็เอาปืนมายิงที่ขมับของตัวเองเลือดไหลนองเต็มพื้น ส่วนเจคล้ายจะหันหลังกลับมา แต่ก็ไม่เจยังคงยืนก้มหน้าแล้วหลับตามือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋า “ลาก่อนนะ……..ฟา”     เรื่องทั้งหมดตำรวจมาสืบทราบอีกทีนึงว่า แม่ค้าขายอาหารตามสั่งแถวบ้านของฟาเป็นคนใส่ยาเพื่อจะให้คนมากินที่ร้านของเธอแล้วติดใจจนขายดีและแม่ค้าคนนั้นก็โดนจับเข้าคุกไป………………………………………….
                      
      SAD ENDING

      ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      ความคิดเห็น

      ×