ระหว่างแสงไฟกับแสงดาว - ระหว่างแสงไฟกับแสงดาว นิยาย ระหว่างแสงไฟกับแสงดาว : Dek-D.com - Writer

    ระหว่างแสงไฟกับแสงดาว

    โดย pimpat

    ระหว่างชายหนุ่มสองคน คนหนึ่งเปรียบดั่งแสงไฟสว่าง และไม่แสดงความรู้สึก อีกคนเหมือนแสงดาว สวยงามแต่ห่างไกล เธอจะเลือกใคร

    ผู้เข้าชมรวม

    692

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    5

    ผู้เข้าชมรวม


    692

    ความคิดเห็น


    0

    คนติดตาม


    0
    หมวด :  ซึ้งกินใจ
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  21 ต.ค. 46 / 18:06 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ
      ฉันละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ขึ้นมองนาฬิกาบนผนัง เข็มสั้นยาวบนหน้าปัดบอกเวลาเกือบเที่ยงคืน มิน่าล่ะ...ถึงได้รู้สึกว่าปวดหัวตุบๆทำงานมาตั้ง 2 ชั่วโมงแล้ว เวลากลางคืนช่างเป็นเวลาที่เงียบสงบเหมาะแก่การทำงานที่ต้องใช้สมาธิเช่นงานแปลเอกสาร เพราะเวลาที่ทำงานนั้นฉันจะพยายามไม่สนใจสิ่งอื่น เมื่อใจเลิกจดจ่อกับงานตรงหน้า ฉันจึงเพิ่งรู้สึกถึงความเงียบที่ครอบคลุมไปทั้งห้องชุดเล็ก ๆ ขนาด 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำบนชั้น 14 ของคอนโดมิเนียมใจกลางกรุง ความจริงฉันก็ออกจะเคยชินกับความเงียบนี้เพราะฉันอาศัยอยู่ที่นี่คนเดียวตั้งแต่เรียนจบ แต่บางครั้ง...อย่างเช่นในคืนนี้ ความเงียบก็นำพาความเหงาเข้ามาในใจฉันได้ง่ายๆ ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ร้องเป็นทำนองขึ้น ฉันเอื้อมมือไปรับสาย กรอกเสียงตอบรับไปด้วยความคุ้นชิน รู้ทันทีว่าเป็นสายจากใคร

                  \"ออนค่ะ\"
                  \"ออน ยังไม่นอนอีกเหรอ\" เสียงพี่เอกลอยมาตามสาย มีเค้าเหน็ดเหนื่อยและกังวลอยู่ จนเป็นปกติสำหรับฉัน
                  \"แปลเอกสารอีกนิดหน่อยค่ะ พี่เอกเพิ่งเลิกงานเหรอคะ\"
                  \"อือ เหนื่อยจัง อยากนอนจะแย่แล้วล่ะ ต้องขับรถกลับบ้านอีก\"
              ฉันถอนหายใจเบา ๆ พยายามไม่ให้อีกฝากหนึ่งของสายได้ยิน แม้จะคิดในใจว่า ตามเคย...เขาบ่นแต่ก็ยังคงทำงานหนักแบบนี้
                  \" งั้นก็รีบกลับบ้านเถอะค่ะ ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวออนก็นอนแล้วล่ะ\"
                   \"จ้ะ รีบนอนนะ วันเสาร์เราไปทานข้าวกัน\" เสียงของพี่เอกกระตือรือร้น จนฉันอดสงสัยไม่ได้ว่า ทานข้าวนี่มันน่าสนุกขนาดนั้นเลยหรือ
                ฉันตอบว่า \"ค่ะ แล้วที่ว่าจะไปดูหนังกันละคะ\"
                   \"พี่ไม่ค่อยแน่ใจนะ...กลัวว่าจะมีประชุม...เอาไว้ค่อยคุยกันแล้วกัน ตอนนี้พี่ง่วงมาก ๆ เลย จะรีบกลับไปนอนล่ะ ออนก็รีบนอนล่ะ เดี๋ยวจะไม่สบาย ปวดหัวตัวร้อนไปอีก\"
                    \"ค่ะ\"  ฉันรับคำทั้ง ๆที่อยากจะคุยกับเขาให้นานกว่านี้  แต่ก็ไม่อยากรบกวน   พี่เอกเหนื่อยมากแล้ว...ฉันควรให้เขาพัก เขาก็ใช่ว่าจะไม่สนใจฉัน ถึงไม่ค่อยได้เจอกันเพราะเขาทำงานหนัก เขาก็ยังโทรมาหาฉันบ่อย ๆ วันละหลาย ๆครั้ง ฉันวางหูโทรศัพท์ลงแล้วปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ น่าแปลกที่แม้พี่เอกโทรมาทุกวันแต่ฉันก็อดรู้สึกถึงความเหงาหลังจากเขาวางสายไม่ได้ ระหว่างเราเหมือนขาดอะไรบางอย่างซึ่งฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่า มันคืออะไร ฉันพยายามคิดเรื่องอื่นเพื่อให้ลืมความเหงาของตัวเอง แต่ในที่สุดฉันก็ยอมแพ้ ยกหูโทรศัพท์ขึ้นอีกครั้ง แล้วกดเลขหมายที่จำได้จนขึ้นใจ เมื่อเสียงทุ้ม ๆ ปลายสายตอบรับว่า \"ครับ\" ฉันจึงพูดออกไป
                  \"พุฒเหรอ ออนเองนะ นอนรึยัง ออนโทรมากวนรึเปล่า\"
                 พุฒหัวเราะเบา ๆ ก่อนตอบว่า \"ไม่หรอก พุฒมีเวลาให้สาวน้อยขี้เหงาที่ชื่อออนเสมอแหละ คืนนี้ทำงานดึกอีกเหรอ\" พุฒเอ่ยถามอย่างอ่อนหวาน...เขาหวานและอ่อนโยนเสมอสำหรับผู้หญิง
                \"อือ พุฒล่ะ ทำอะไรอยู่ เก็บเสื้อผ้าเตรียมออกไปท่องโลกอีกละซี\"
                 \"ใช่ คราวนี้จะไปเกาะรอกน่ะ อยู่ที่ตรัง เค้าว่าปะการังสวย ดำน้ำสนุกอย่าบอกใครเลย ไว้จะถ่ายรูปกลับมาฝากนะ\"
                 \"จ้ะ จะรอดูนะ เออ พุฒดูหนังเรื่องเกาหลีเรื่องใหม่รึยัง ออนว่าท่าทางจะโรแมนติคดีนะ\"
                      ฉันคุยกับพุฒเรื่องสัพเพเหระประมาณหนึ่งชั่วโมงถึงจะบอกลากัน ก่อนวางสายพุฒพูดประโยคที่เขามักจะพูดเสมอ \"ออน เราคิดถึงออนนะ เรายังเหมือนเดิมเสมอนะสำหรับออน\" ฉันบอกว่าฉันรู้ดีแล้ววางสายไปพร้อมกับความรู้สึกผิดในใจ  ฉันรู้ดีว่าทำแบบนี้ผิดทั้งกับพี่เอกและผิดต่อพุฒด้วย เพราะมันก็ไม่ต่างจากการที่ฉันให้ความหวังเขา ยึดเขาเป็นที่พึ่งยามที่เหงา และที่สำคัญ มันทำให้ฉันสับสนในใจว่า วันหนึ่งฉันอาจจะ \'กลับไป\' หาพุฒอย่างที่เขาต้องการ ทั้งที่ฉันก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าพุฒไม่ได้อ่อนหวานอย่างนี้กับฉันคนเดียว แต่การพูดคุยกับเขามันทดแทนสิ่งที่พี่เอกไม่เคยให้ฉัน เมื่อพี่เอกโทรมา คำทักทายเดิมๆ คำถามเดิมๆ ก็จะหลั่งไหลมา \'ทานข้าวรึยัง นอนได้แล้ว ระวังเป็นหวัด\' รวมทั้งคำขอเลื่อนนัด การทำงานหนักเพื่อสิ่งที่เขาเรียกว่า อนาคต
                     อยู่ดี ๆ แสงไฟในห้องและที่โต๊ะทำงานก็ดับวูบลง ฉันมะงุมมะงาหราหาไฟฉายที่ไม่เคยมีไว้ใกล้ตัวด้วยความทุลักทุเล นั่งรอให้ไฟฟ้าติดอีกครั้งเพราะคิดว่าคงไม่นานนัก แต่ผิดคาดเพราะเมื่อเวลาผ่านไปพักหนึ่งไฟฟ้าก็ยังไม่มา อากาศในห้องเริ่มร้อนขึ้นเรื่อย ๆ จนจะนอนก็นอนไม่หลับ สุดท้ายฉันก็ทนไม่ไหวต้องออกไปสูดอากาศรับลมที่ระเบียงนอกห้อง
      ภายนอกมืดสนิทจนแปลกตา อาจจะเพราะไม่มีแสงไฟจากตึกรามบ้านช่อง และท้องถนนก็ไม่ค่อยมียวดยานวิ่งแล้ว ท้องฟ้าใสขึ้นจนมองเห็นดวงดาวสวยแปลกตา ฉันปล่อยใจให้ครุ่นคิดถึงชายหนุ่มทั้งสองคนที่ฉันเพิ่งวางสาย
                    ถ้าเห็นดาวคงนึกถึงพุฒละมั้ง พุฒคนโรแมนติคคงชอบฟ้าใส ๆ แบบนี้ พุฒชอบสิ่งสวยงาม เขาจึงเดินทางไปเรื่อยๆ เพื่อแสวงหาความสวยงามใหม่ ๆ แปลกตา และประทับใจ...ซึ่งรวมไปถึงผู้หญิง และเขาก็ไม่เคยคิดจะผูกพันกับใครแม้แต่กับฉัน คนที่เขาบอกว่าเป็นที่หนึ่งคนเดียวสำหรับเขา สิ่งนี้ทำให้ฉันก็ยังไม่สามารถทำใจยอมรับได้ และความรักของเราก็จบลงอย่างง่ายๆ ด้วยเหตุผลที่ว่า \'เราไปกันไม่ได้\' แน่นอน ฉันเป็นคนขอเลิก
                  ส่วนพี่เอก ฉันได้พบกับเขาหลังจากเลิกกับพุฒ เพราะงานที่ทำให้เราเกี่ยวข้องกัน ฉันสะดุดตาครั้งแรกกับผู้ชายที่ท่าทางเงียบขรึม เอางานเอาการ ผู้ชายซื่อ ๆ ทื่อ ๆ ที่เข้ามาบอกฉันว่า \'ผมชอบคุณ\' และขอโอกาสพาฉันไปทานข้าว เราเริ่มสนิทกันมากขึ้น จนในที่สุดฉันตัดสินใจคบหากับเขา แต่ตั้งแต่ตอนนั้นถึงตอนนี้ ฉันก็ไม่เคยเห็นเขาแสดงความห่วงใยฉันมากกว่าความห่วงใยในสุขภาพ การทำงาน รวมถึงปากท้องของฉัน เขาคะยั้นคะยอให้ฉันทานข้าวมาก ๆ ย้ำว่าอย่าหักโหมทำงานจนดึก เวลาอากาศเปลี่ยนก็กังวลกลัวว่าฉันจะไม่สบาย ย้ำให้ฉันใส่เสื้อผ้าหนา ๆ เวลาที่เขาไปไหน ของที่เขาจะซื้อมาฝากก็จะเป็นขนมแทนที่จะเป็นดอกไม้ \'พี่เอกทำเหมือนเป็นคุณพ่อ\' ฉันเคยค่อนเขาบ่อย ๆ แต่เขาก็เพียงแต่ยิ้ม ๆ ราวกับว่ามันเป็นคำชม
                   \"ถ้าเปรียบเทียบพุฒเป็นแสงดาว พี่เอกก็คงเป็นแสงไฟนีออน\" ฉันคิด แสงไฟนีออนที่ส่องสว่างอยู่เสมอ คงที่ แต่ก็ไม่สวย ไม่ดึงดูดสายตาเหมือนแสงดาว
                     ตอนนี้ถ้าฉันไม่มีพี่เอกแต่มีพุฒแทน จะเป็นไงนะ ฉันถามตัวเองกับแสงดาวที่อยู่ตรงหน้า เปลี่ยนจากแสงไฟนีออนเป็นแสงดาว...”เรานี่ชักจะเพ้อเจ้อ” ฉันคิดในใจ รู้สึกเหมือนเริ่มจะง่วงนอน
                      


               “กริ๊งงงงงงงงงงงงงง” ฉันสะดุ้งตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังกังวานขึ้น เหลือบมองดูนาฬิกาบนหัวเตียง หน้าปัดเรืองแสงของมันบอกเวลา 2 นาฬิกาของวันใหม่ แสดงว่าฉันเพิ่งหลับไปได้เพียงชั่วโมงกว่า ๆ เท่านั้น ใครกันนะโทรศัพท์มาเวลานี้ได้
               “ออน ออนเหรอลูก นี่แม่นะ” เสียงคุณแม่ของพี่เอกละล่ำละลักมาจากปลายสาย
              “ค่ะ คุณแม่มีอะไรหรือคะ”
              “ออน...เอก...เอกรถชน อาการสาหัส ตอนนี้อยู่ในไอซียู”
              ฉันรู้สึกเหมือนประโยคที่ได้ยินเมื่อครู่ทำให้เป็นอัมพาตไปชั่วอึดใจ
             “โรงพยาบาลไหนคะ”
              เมื่อฉันไปถึงที่นั่น คุณแม่ของพี่เอกและน้องสาวของเขากำลังนั่งรออยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉิน ทั้งคู่หน้าตาซีดเซียวไม่ต่างจากฉันตอนนี้ “หมอว่าไงบ้างคะ” ฉันกระซิบ “หมอยังไม่ออกมาเลยลูก” คุณแม่ว่า “ออน เอกจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้” คุณแม่พูดเสียงเครือคล้ายกับพร้อมที่จะร่ำไห้ในไม่ช้า ฉันเกือบลืมไปแล้วว่า พ่อของพี่เอกเสียแล้วและเขาเป็นคนเดียวที่ดูแลแม่และน้องสาว เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เขาต้องทำงานหนัก “ทำใจดี ๆ ไว้นะคะ ออนว่าพี่เอกต้องไม่เป็นอะไรค่ะ” ฉันพูดทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า
              ระหว่างที่นั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัด ฉันหวนคิดถึงครั้งสุดท้ายที่เจอกับพี่เอก เรานัดทานข้าวกันที่ร้านอาหารร้านประจำ พี่เอกตักกับข้าวอย่างโน้นอย่างนี้ใส่จานของฉันอยู่ตลอดเวลา โดยไม่สนใจคำทักท้วงของฉันที่กลัวว่าจะอ้วน
              \"ออนน่ะ ต้องทานมาก ๆ รู้มั้ย ผอมจะแย่อยู่แล้ว ทำงานก็หนัก\"
              \"พี่เอกไม่ชอบมีแฟนผอมเพรียวหุ่นเป็นนางแบบเหรอคะ\" ฉันถามยิ้มๆ
              เขายิ้มตอบกลับมา พี่เอกจะยิ้มตอบเสมอเมื่อฉันยิ้มให้เขา \"ไม่เอาหรอก พี่ชอบแฟนพี่อย่างที่เป็นอยู่แบบนี้แหละ\"
               พี่เอกขับรถมาส่งฉันที่คอนโดเมื่อเกือบจะ 4 ทุ่มแล้ว เขาอยากเดินขึ้นไปส่งฉันถึงหน้าห้อง แต่ฉันยืนยันว่าฉันขึ้นไปเองได้ และบอกให้เขากลับบ้านเพราะว่าดึกแล้ว เมื่อฉันเข้าไปในห้อง เปิดไฟพร้อมทั้งเปิดม่านหน้าต่างห้องนั่งเล่นและมองลงไป ฉันก็จะเห็นภาพที่เห็นทุกครั้งที่พี่เอกมาส่งนั่นก็คือ ภาพพี่เอกยืนพิงประตูรถมองขึ้นมาที่หน้าต่างห้องฉัน \'บอกให้กลับบ้านก็ไม่ยอมกลับ’ ฉันคิดอย่างระอานิด ๆ พร้อมกับโทรศัพท์หาเขา
             \"พี่เอก ทำไมยังไม่กลับอีกละคะ ออนบอกแล้วว่าออนขึ้นมาคนเดียวได้\"
              \"ก็พี่รอให้เห็นไฟในห้องออนติดก่อนไง พี่ไปละนะ รีบๆ นอนล่ะ\" เขาโบกมือให้ฉันพร้อมกับขับรถจากไป เขาจะรอให้ฉันขึ้นมาถึงห้องเสียก่อนทุกครั้ง แต่ฉันไม่เคยประทับใจกับการแสดงความห่วงใยของเขาเลย บางครั้ง ฉันรู้สึกรำคาญความห่วงใยของเขาด้วยซ้ำ
                 ฉันดึงความคิดกลับมาเมื่อคุณหมอในชุดผ่าตัดสีเขียวเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน คุณหมอมองเราด้วยสายตาแสดงความสงสารพร้อมกับพูดว่า
               “หมอเสียใจด้วยครับ...คนไข้เสียชีวิตแล้ว”
              ประโยคนั้นทำให้เราสามคนแทบทรุดลงหมดสติ สำหรับฉัน...ภาพพี่เอกยิ้มให้ฉัน ภาพที่เขายืนมองหน้าต่างห้องฉันจากข้างรถ ภาพเหล่านั้นเหมือนจะย้อนกลับไปกลับมาและหายไปในที่สุด มันคล้ายกับแสงไฟในชีวิตดับลงไปในทันทีทันใด ไม่นะ...ถึงเขาจะดูธรรมดา ถึงเขาจะน่าเบื่อ ถึงเราจะไม่ค่อยได้เจอกัน ฉันก็จะขอเลือกพี่เขา ฉันไม่อยากเปลี่ยนพุฒกับพี่เอกอีกแล้ว แสงดาวที่ได้แต่สวยมันไม่มีประโยชน์อะไรกับฉันได้เท่าแสงไฟที่คอยให้ความสว่างกับชีวิต แต่...มันก็สายไปแล้ว...


               “กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงง”
              ฉันสะดุ้งตื่น ไฟยังดับอยู่ และฉันยังคงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม พี่เอกไม่ได้ประสบอุบัติเหตุ เขาไม่ได้เป็นอะไร เขายังอยู่กับฉัน สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้มันไม่ใช่ความจริง ฉันคิดอย่างโล่งใจพร้อมกับเดินกลับมาเข้ามาในห้องและรับโทรศัพท์ เสียงพี่เอกรายงานอย่างง่วง ๆ
               \"ออน พี่กลับถึงบ้านแล้วนะ ออนยังไม่นอนอีกละสิ”
               “พอดีไฟดับน่ะค่ะ ออนร้อนก็เลยนอนไม่หลับ”
               “หา ไฟดับเหรอ” พี่เอกรีบพูดด้วยเสียงละล่ำละลัก “แล้วออนกลัวรึเปล่า เซฟงานรึยัง หาไฟฉายเจอมั้ย\" พี่เอกพูดรัวเป็นชุด ฉันอมยิ้มคนเดียว ตกใจเกินเหตุตามเคยนะ ผู้ชายคนนี้
             \"ไฟมาแล้วค่ะ ไม่เป็นไรหรอก\"
              \"เหรอ” เสียงพี่เอกอึกอักเหมือนอยากจะคุยต่อแต่แล้วก็ตัดใจ
               “งั้นพี่วางสายแล้วกันนะ ออนจะได้เข้านอน\" พี่เอกรีบตัดบทจะวางสายตามเคย แต่ครั้งนี้ฉันรู้ดีแล้วว่า เขารีบวางสายเพื่อให้ฉันได้พักผ่อน ถึงแม้ว่าเขาจะอยากคุยกับฉันก็ตาม
                ฉันเหลือบมองแสงดาวบนฟ้าอีกครั้ง น่าแปลก ขณะที่มองแสงดาวระยิบระยับตรงหน้าฉันกลับนึกถึงแสงไฟที่เคยส่องสว่างตามถนนหนทางและบ้านเรือน ป่านนี้คนที่ทำงานดึก ๆ แบบฉันคงบ่นกันที่ไม่มีแสงสว่าง อีกหลาย ๆ คนที่เดินทางกลับบ้านก็คงจะลำบากกันมากขึ้นเพราะต้องอาศัยเพียงแสงจากหน้ารถ ในนาทีนี้แสงไฟที่คนไม่เคยให้ความสนใจดูจะกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว บางทีสำหรับฉันและใครหลาย ๆคน แสงไฟอาจจะสำคัญกว่าแสงดาว
                    ทันใดนั้น แสงไฟภายในห้องของฉันและอาคารด้านล่างก็สว่างขึ้น กลบแสงดาวไปเสียสนิท แต่ฉันไม่คิดเสียดายแสงดาวระยิบระยับเมื่อครู่เลย
                  \"รีบ ๆ เข้านอนนะคะ พี่เอก\" ฉันบอกเขา
                “จ้ะ เดี๋ยววันเสาร์เจอกันนะ\" เสียงเขาฟังดูเขิน ๆ พิกลก่อนจะพูดต่อว่า \"...พี่คิดถึงออนจ้ะ \"
                 ฉันมองออกไปนอกระเบียงอีกครั้ง \"ออนก็คิดถึงพี่เอกค่ะ\"
                   น่าแปลกที่คืนนี้ แสงไฟข้างนอกดูจะส่องสว่างสวยเป็นพิเศษ

      ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      ความคิดเห็น

      ×