ทะเลดวงดาวและเธอคนนั้น - ทะเลดวงดาวและเธอคนนั้น นิยาย ทะเลดวงดาวและเธอคนนั้น : Dek-D.com - Writer

    ทะเลดวงดาวและเธอคนนั้น

    โดย Demon`kid

    ความรักที่เก็บไว้ หากมั่นใจแล้วก็ควรจะบอก เก็บไว้อาจทำให้มันสายเกินไป

    ผู้เข้าชมรวม

    1,028

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    9

    ผู้เข้าชมรวม


    1.02K

    ความคิดเห็น


    1

    คนติดตาม


    0
    หมวด :  ซึ้งกินใจ
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  15 ส.ค. 46 / 00:09 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ
      เคยมั้ยครับ ที่คุณไม่รู้ว่าจะบอกรักกับคนที่คุณชอบด้วยวิธีไหน  
          เคยมั้ยครับ ที่คุณเงยหน้ามองดูดาวแล้วแอบคิดถึงคนๆนั้นของคุณ
          เคยมั้ยครับ ที่คุณรู้สึกอยากให้มีปาฏิหารย์มาดลใจให้คุณกล้าพูดคำสั้นๆ คำนี้ “รัก”

          ผมเป็นคนชอบมองดูดาวมาแต่ไหนแต่ไร เวลาไม่สบายใจ อะไร ก็มักจะมาบ่นให้ดาวฟังอยู่เสมอๆ เวลาที่ผมมีความสุข ผมก็มักจะมาเล่าให้ดาวฟังบ่อยๆ แต่ไม่ได้พูดเสียงดังนะคับ เป็นแค่การเล่าในใจ เวลามองดูดาวเท่านั้นเอง  คืนนี้ผมก็มานอนดูดาวอีกแล้ว มาเล่าความในใจของผมที่มีต่อผู้หญิงคนหนึ่งให้ดาวฟัง  
          “คืนนี้ฟ้าสวยจังเลยนะ วอยซ์ “  เสียงนั้นปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์ ไม่ใช่เสียงของใครหรอกครับ เธอคนนั้นของผมเอง  
          “ติ๊กมาได้ไงเนี่ย” ผมถามเธอด้วยความประหลาดใจ
          “อ้าว ที่ตรงนี้มี วอยซ์มาได้คนเดียวเหรอ”  เธอตอบแบบกวนๆ ตามแบบฉบับ ติ๊กสไตล์
      ติ๊กสไตล์ เป็นไงน่ะเหรอคับ  ซ่า แสบ ซน กวน เอาแต่ใจ ขี้งอนเป็นที่หนึ่ง แต่เวลาจนแต้ม เวลาที่ผมเริ่มจะไม่สนใจเธอ   เธอมีไม้ตายเด็ดมาจัดการกับผมทุกครั้ง ไม้ตายนั้นก็คือ   น้ำตา ครับ ช่วยไม่ได้นี่ฮะ ผมมันแพ้น้ำตาผู้หญิง(โดยเฉพาะคนน่ารักๆ แบบเธอ เห็นทีไรเป็นแพ้ ทุกที เฮ่อ….)  
          “แม่ให้มาตามแน่ะ วอยซ์ เร็วๆ สิ เดี๋ยวต้องสอนติ๊ก ทำการบ้านอีก “ เธอ ดึงมือผมให้รีบลุกขึ้นตามเธอ
          “รู้แล้วๆ ไปเดี๋ยวนี้แหละ”
          คืนนั้นผมสอนการบ้านเธอจนดึก ผมเลยต้องเดินไปส่งเธอที่บ้าน ซึ่งก็อยู่ไกลกันนักหรอกครับ
          “วอยซ์ ตอนดูดาวน่ะ แอบคิดถึงใครเหรอ” ติ๊กถามผมก่อนที่เธอจะปิดประตูบ้าน
          “ไม่บอกได้ไหมล่ะ “
                      “ไม่บอกเหรอ  ได้    งั้นพรุ่งนี้ติ๊กไม่รอวอยซ์แล้ว ไปรร.เองละกัน “ เธอพูดเสร็จก็เดินเข้าบ้านไปเลย
          แล้วกันเป็นแบบนี้อีกละ  แต่ผมก็ชินแล้วคับ รู้จักเธอมาตั้งแต่เด็กๆ  แต่ผมกับเธอไม่ได้อยู่ รร.เดียวกันนะครับ ผมเรียนในสถาบันอาชีวะ วิทยาลัยเทคนิค นั่นแหละครับ ส่วนเธอ เรียนอยู่ชั้นม.ปลาย ที่รร.ชื่อดังแห่งหนึ่ง แต่เพราะว่าซอยบ้านผม มันเป็นซอยตัน บ้านเธออยู่ท้ายซอย ผมจึงเลยได้ไปรร.พร้อมเธอ เสมอๆ (^_^)
          วันรุ่งขึ้น ผมต้องไปวิทยาลัย คนเดียวจริงๆ วันนั้นทั้งวันของผม ที่วิทยาลัยจึงน่าเบื่อไปโดยปริยาย ทั้งๆที่มันเป็นวิชาที่ผมชอบมากที่สุด
          “บึ๊ม เฮ้ย ไอวอยซ์  ทำไรวะ ปล่อยให้ฟิวส์ ระเบิดได้ไง “ ไอ้จิต เพื่อนซี้ย่ำปึ๊กของผม ด่า
          “ไอบ้า ใจลอยอะไรอยู่วะ ต่อไฟกลับขั้วแบบนี้ได้ไง เสียชื่อหมด”
          “เออๆ ขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจ”
          “ไง ทะเลาะอะไรกับยัยติ๊กซี่ มาอีกล่ะ” จิตพูดพลางต่อวงจร ใหม่ แต่หน้ามันยังไม่มองผมเลย
          “นาย ก็เป็นซะแบบนี้ เมื่อไหร่จะบอกๆไปสักที”
          “พูดง่าย แต่ทำยากนี่หว่า “ผมเถียง  “ถ้านายไม่รีบบอก ระวังมีคนแย่งไปแล้วนายจะเสียใจ”
      แล้ววันนี้ของผมก็หมดไปอย่างช้าๆ พร้อมกับคำพูดของจิตเพื่อนรักที่ยังก้องอยู่ในหัว ระหว่างทางเดินกลับบ้าน ผมเดินคิดถึงคำพูดนี้มาตลอด ผมคิดมาในใจตลอดว่าไม่มีทาง แต่แล้ว ภาพที่ผมได้เห็น ก็ทำให้ผมเข้าใจคำนี้ลึกซึ้งขึ้น ภาพที่ผมได้เห็น คือมีรุ่นพี่ผู้ชายสองคน มาส่งติ๊กที่หน้าปากซอย แค่ดูก็รู้ว่า คงกำลังจีบเธออยู่แน่ๆ
                      “ติ๊ก ทำไมไม่ให้พี่ไปส่งที่บ้านล่ะ “ รุ่นพี่ที่จีบติ๊กอยู่ถาม
          “ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้เอง ติ๊กเดินกลับได้”
          “ไม่เป็นไรได้ยังไง อีกตั้งไกลแน่ะ”
          “ติ๊กเดินทุกวันจนชินแล้ว ไม่เป็นไรจริงๆค่ะ”
          “งั้นพี่ไม่รบกวนติ๊กแล้ว รีบๆกลับบ้านนะ แล้วค่ำนี้พี่จะโทรไปหา”
          “ค่ะ” ติ๊กรับคำ สั้นๆ แล้วเดินกลับเข้าบ้าน
                      เมื่อติ๊กเดินเข้าซอยไปแล้ว เขาก็เดินไปขึ้นรถเก๋ง BMW ตัวใหม่ป้ายแดงที่จอดอยู่ หน้าตาของรุ่นพี่คนนั้นน่ะเหรอคับ พูดได้คำเดียวครับ หล่อมากๆ เรียกว่าครบสูตรที่สาวๆหมายปอง เลย หล่อ รวย เจ้าคารม เรียนดี กีฬาเด่น เทียบกับผมแล้ว มันเปรียบกันไม่ได้เลยครับ เหมือนเอาหินไปเทียบกับเพชร ถามว่าทำไมผมถึงรู้จักน่ะเหรอคับ เพราะเขาเป็นรุ่นพี่ที่เข้ามาจีบติ๊ก ตอนอยู่ ม.2 ซึ่งตอนนั้นผมก็อยู่ด้วย แถมติ๊กยังเล่าถึงเขาให้ฟังบ่อยๆ นี่ละครับ อีกสาเหตุหนึ่งที่ผม ไปเรียนสายอาชีวะ ไม่อยากเจอหน้าหมอนี่อีก แม้มันจะเป็นเหตุผลส่วนน้อยก็ตามที  ผมเดินเข้าบ้านด้วยอาการของคนผิดหวัง จนใครๆในบ้านก็ไม่อยากรบกวน
          วันนี้ผมเดินไปคุยกับดาวอีกแล้ว ริมบึงกว้างใหญ่ ที่แห่งนี้ เหมาะแก่การดูดาว มากที่สุดแล้วในความคิดผม
          “วอยซ์”  “วอยซ์” ผมได้ยินเสียงที่คุ้นหู แต่ผมจำได้ว่าเธอต้องรับโทรศัพท์พี่คนนั้นนี่ เลยไม่หันไป
          “วอยซ์ เรียกไม่ได้ยินเหรอ อย่าให้ติ๊กต้องออกแรงนะ “ คราวนี้ชัดเลยครับ เป็นเธอแน่ๆ แต่ยังไม่ทันจะหันไปเลยครับ เธอก็ซัดของสิ่งหนึ่งมาโดนหัวผม
          “เก็บไว้ให้ดีๆ ล่ะ ถ้าหายไป ไม่ต้องมาพูดกันอีกเลย” เธอพูดเสร็จเธอก็จากไป
          มันเป็นเข็มกลัดครับ รูปราศี สิงห์ เดือนเกิดของผมเอง
          หลังจากนั้น สองอาทิตย์ผมก็แทบจะไม่ได้เจอเธออีกเลย ทั้งเช้าทั้งเย็น วันนี้เพื่อนที่แสนดีข้างบ้านผมชวนออกไปนั่งเล่นกีตาร์กัน ซึ่งมันก็เป็นประจำ ของวัยรุ่นอยู่แล้ว ร้องกันไปได้สักพักนึง ไอเด็ดก็พูดขึ้นมา
          “วอยซ์ รู้รึยัง เรื่องติ๊กน่ะ “
          “ยัง ติ๊กทำไมเหรอ”ผมพยายามเก็บอาการไว้ ตอนถาม
          “ติ๊กมีแฟนแล้วว่ะ หล่อด้วย เห็นเมื่อตอนเย็นยังขับรถ BMW ไปส่งถึงบ้านเลย “
          ผมตอนนี้หัวใจเหมือนโดนกรีด แต่นึกว่าเจ้าเด็ดล้อเล่นเหมือนเดิม เลยไม่คิดอะไร
          “ล้อเล่นอีกแล้ว เจ้าเด็ด “
          “เฮ่ย จริงๆ นะเว้ย วอยซ์ ข้าก็เห็น “เจ้าก๊อง พูดอีกคน
          ขณะที่ผมกำลังลังเล คำตอบก็ปรากฏให้เห็นต่อหน้าพวกเราทั้งสามคน BMW สีดำ ป้ายแดง คันนั้น คนขับไม่ใช่ใคร พี่คนนั้นน่ะเอง แถมยังหันมาส่งยิ้ม เหมือนเยาะเย้ยผม อีกด้วย
          ผมพูดไม่ออก ได้แต่ร้องเพลง ทั้งๆที่หัวใจ เจ็บปวดมากมาย
          เวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว สามเดือนแล้วที่ผม หลบหน้าเธอ ไม่ว่าทั้งเช้า หรือเย็น ไม่แม้แต่จะเอ่ยชื่อเธอออกมา ติ๊กเองก็คงรู้สึกเหมือนกัน เธอพยายามโทรมาที่บ้านตั้งหลายครั้ง แต่ผมก็ให้ที่บ้านบอกให้ว่า ไม่อยู่เสมอๆ

      วันนี้เป็นวันแรก ของเดือนสิงหาคม
          “วอยซ์” เสียงเรียกชื่อผมดังขึ้นมาจากด้านหลัง  ผมได้ยิน แต่กลับเร่งฝีเท้าให้เดินเร็วขึ้น
          “วอยซ์ รอด้วยสิ “คราวนี้เธอตะโกนให้ดังขึ้นกว่าเดิม
          คราวนี้เธอวิ่งมาดึงไหล่ผมไว้ ผมจึงต้องหยุดเพื่อไม่ให้เป็นการผิดสังเกต
          “วอยซ์ เรียกไม่ได้ยิน เหรอ หูตึงหรือไง “
          “มั้ง”
          “งั้นก็ไปหาหมอรักษาได้แล้ว ยังหนุ่มอยู่แท้ๆ กลายเป็นคนหูตึงเหมือนคนแก่เลย หรือว่า วอยซ์แก่แล้ว “
          “เปล่า แค่คิดอะไรเพลินๆ น่ะ”
          “ไม่เจอตั้งนานสบายดีเหรอ “ “บ้านก็อยู่ใกล้กันแค่นี้กลับไม่เจอกันเป็นเดือนๆ แปลกเนอะ”
          “ก็ดี     ไม่เห็นจะแปลกเลย”
          “เป็นอะไรรึเปล่าวอยซ์ ทำไมตอบเย็นชาจังเลย”
          “ก็บอกว่า เปล่า” ผมรีบตอบ
          “ติ๊ก มีเรื่องจะบอกด้วยแหละ สำคัญมากๆเลย “
          “ทำไมไม่ไปบอกแฟนเธอล่ะ มาบอกอะไรกะคนคนนี้”ผมบ่นเบาๆ
          “วอยซ์พูดอะไรนะ ติ๊กไม่ได้ยินเลย”
          “เปล่า ไม่ได้พูดอะไร “ “อืม เรื่องสำคัญที่ว่าน่ะ เรื่องอะไร “ ผมรีบถามกลบเกลื่อน
          “เดือนหน้าติ๊กจะไปเรียนภาษา ที่ต่างประเทศ “
          “อืม ยินดีด้วยนะ “ผมแสดงความยินดีกับเธอ ทั้งๆที่หัวใจแทบสลายเมื่อได้ยินคำว่า ต่างประเทศ
          “จ๊ะ “ ติ๊กรับคำ แต่แววตาของเธอกลับหมองหม่น จนผมเองสังเกตได้
      30 วันก่อนสิ้นเดือน
          ผมพยายามจะผูกพันกับเธอให้มากที่สุด เรื่องที่ผ่านมาผมไม่อยากสนใจอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ด้วยเวลาที่เหลืออยู่ ผมอยากเก็บช่วงเวลานี้เอาไว้ให้นานที่สุด ผมกับติ๊กจึงไปรร.พร้อมกันทุกวัน แม้ตอนกลับบ้านผมก็รอที่จะกลับพร้อมกับเธอ
      20 วันก่อนสิ้นเดือน
          เวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน สิบวันแล้วเหรอเนี่ย ผมยังไม่ได้บอกรักเธอเลย แต่แววตาของผมและเธอเวลาจ้องมองกัน มันเหมือนมีความนัยอะไรแอบแฝงอยู่
      10 วันก่อนสิ้นเดือน
          ว้าผ่านไปอีกสิบวันแล้ว อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์ พวกเราไปดูหนังกันบ่อยมาก เรียกได้ว่าดูหมดทุกเรื่องที่เข้าฉายในเดือนนั้นเลยก็ว่าได้ ติ๊กมาคุยกับผมจนดึก บางทีก็เลยเที่ยงคืน จนตื่นสายไป รร.แทบไม่ทัน
      24 สิงหาคม
          วันนี้วันเกิดผม ผมหยิบเอาเข็มกลัดรูปราศี สิงห์ที่ติ๊กให้มากลัดไว้ บนหน้าอกเสื้อฝึกงาน แล้วออกไปรร. พร้อมกับเธอ  เมื่อติ๊กเห็นเข็มกลัดอันนั้นอยู่บนเสื้อฝึกงานของผม เธอก็ยิ้มจนแก้มแดง แสงแดดตอนเช้าๆที่ อบอุ่นสาดส่องมา ภาพที่ผมเห็นเธอยิ้มตอนนี้ ไม่ว่าใครมาเห็นก็ต้องตกหลุมรักเธอแน่ๆ ครับ เธอสวยและน่ารักจริงๆ
          “นึกว่า วอยซ์ ทึ้งมันไปแล้วซะอีก”
                      “จะทึ้งได้ยังไง ถ้าทึ้งไปแล้ววอยซ์จะคุยกับติ๊กได้อีกเหรอ “ ผมกวนเธอนิดๆ
          “แหม ได้ทีเอาใหญ่เลยนะ วันนี้ยอมให้วันนึงก็ได้ เห็นว่าเป็นวันเกิด วอยซ์หรอกนะ “ เธอค้อน
          ผมกับเธอก็เดินคุยกันมาจนถึงหน้าปากซอย ที่เราต้องแยกกันขึ้นรถ
          “วอยซ์  Happy birthday นะ “เธออวยพรให้ผม พร้อมกับขึ้นรถไปรร. นี่นับเป็นอีกยิ้มที่น่ารักของเธอ ยิ้มน่ารักๆ มีเขี้ยวโผล่มานิดหน่อย แก้มมีลักยิ้ม เล็กๆ รับกับดวงตาคู่สวย คู่นั้น
          ”แล้วเจอกันที่รึมบึง ตอน ทุ่มนึง “
      24 สิงหาคม 18.30 น.
          วันนี้เธอนัดกับผมไว้ว่า จะทำอาหารเลี้ยงฉลองกันที่ริมบึง กันสองคน ผมจึงมาเตรียมสถานที่ไว้ไม่ให้เธอผิดหวัง
          หนึ่งทุ่มพอดี เธอมาตรงเวลาเลยคับ  คืนนั้นเราย่าง หมูกระทะ กัน สองคน ตอนนี้เวลาล่วงเลยมาถึงเที่ยงคืนแล้ว    ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่อง บนท้องฟ้ามีดาวนับพัน ทอแสงประกายระยิบระยับ ผมแหงนหน้ามองดาว เหมือนรวบรวมความกล้า
          “ติ๊ก ดูดาวบนท้องฟ้าสิ สวยนะ “เธอมองดูดาวตามที่ผมบอก อย่างไม่ขัดขืน
          “สวยจริงๆ ด้วย มิน่าละ วอยซ์ถึงชอบมองดูดาวนัก “
          “วอยซ์ ไม่ได้แค่มองดูอย่างเดียว หรอก วอยซ์มาคุยกับดาวเสมอๆ”
          “วอยซ์ คุยอะไรกับดาวเหรอ”
          “วอยซ์ มาเล่าเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งให้ดาวฟังเสมอๆ”
          ตอนนี้ติ๊กเงียบไปแล้ว ได้แต่มองมาที่ผม เหมือนกำลังรอฟังผมอยู่
          “ติ๊ก เคยได้ยิน ตำนานทะเลดวงดาวมั้ย “
          “ไม่เคย เป็นไงเหรอ “เธอถามด้วยเสียงแผ่วเบา
          “เราทุกคน ถ้าจะว่าไปแล้วก็เปรียบกับดวงดาวนะ  ดูสิ ดาวบนฟ้ามีมากมายตำแหน่งล้วนแต่แตกต่างกัน ทว่า ถ้าเรามองดูดีๆ จะเห็นว่า ดาวแต่ละดวง ล้วนสัมพันธ์กัน สมมุติให้ วอยซ์เป็นดาวดวงหนึ่ง ให้ดาวทางด้านซ้ายมือเป็นดาวของคนที่วอยซ์รัก ด้านขวามือ เป็นคนที่รักวอยซ์  ด้านบนหมายถึง พ่อแม่ ด้านล่าง หมายถึง มิตรสหาย เมื่อเอามาเรียงต่อกันเรื่อยๆ มันก็จะกลายเป็นทะเลดวงดาวเต็มท้องฟ้า ที่สวยงามแบบนี้แหละ  “
          “แล้วดาวด้านซ้ายมือของวอยซ์ มีใครอยู่เหรอ บอกติ๊กได้ไหม”
          “มีสิ เธอคนนี้อยู่ข้างๆ วอยซ์ มาตลอดเวลาเลย แต่ตอนนี้ ดาวดวงนี้กำลังจะหมุนไปอยู่ด้านซ้ายของ ดาวดวงอื่นแล้ว “
          “ทำไมล่ะ” ติ๊กย้อนถาม แม้คำตอบนั้นเธอจะพอรู้อยู่แก่ใจแล้วก็ตามที
          “เค้ามีแฟนแล้ว แฟนเค้าทั้งหล่อ ทั้งรวย คารมก็ดี เรียนก็ดี กีฬาก็เก่ง วอยซ์ สู้อะไรกับเค้าไม่ได้หรอก”
          เพียะ สิ้นเสียงนี้ผมถึงกับหน้าหันด้วยความชา แต่มันไม่ชา เท่าหัวใจผมตอนนี้หรอกครับ
          “แล้วทำไม วอยซ์ไม่ถามเค้าให้รู้เรื่องล่ะ ทำไมไม่ไปถามจากเจ้าตัวเค้าเอง ว่าเค้ามีแฟนรึยัง หรือว่าเค้าชอบใครอยู่ ทำไมๆๆๆ”   ติ๊กพูดขึ้น ขณะที่น้ำตาไหลรินจากดวงตาสวยๆ คู่นั้น ผ่านแก้มที่เนียนใส  ตอนนี้ใบหน้าของคนที่ผมรักจนหมดหัวใจ  มีน้ำตาไหลริน ผมทำอะไรไม่ถูกอีกแล้ว นอกจากดึงเธอมากอดไว้ในอ้อมอก ของผู้ชายคนนี้ คนที่รักเธอหมดหัวใจ คนที่แม้เธอจากไป ก็ยังคงมาบ่นให้ดาวฟังเสมอๆ  
          “คราวนี้รู้แล้วใช่มั้ย ว่าเค้ายังไม่มีแฟน”ติ๊กสะอื้น อยู่ในอ้อมกอดของผม
          “แล้วคราวนี้ ติ๊กจะกลับมาเป็นดาวด้านซ้ายมือของวอยซ์ ต่อไปได้มั้ย”
          เธอผละออกจากอ้อมกอดของผม มองหน้าผมด้วยดวงตาคู่นั้น คล้ายกับจะมองเพื่อจะตัดสินใจสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ ผมเอื้อมมือเอานิ้วไปเช็ดน้ำตาออกจากดวงตาสวยคู่นั้น
          “วอยซ์รักติ๊ก นะ รักมานานแล้ว แต่วอยซ์กลัวติ๊กจะคิดเป็นแค่เพื่อน ยิ่งอยู่ไกลกันแบบนี้วอยซ์ไม่อยาก……”
          เธอไม่ตอบแต่โผเข้ามาสู่อ้อมกอดของผมอีกครั้ง คราวนี้เธอพูดเบาๆ คำตอบที่ผมอยากได้ยินมานานแล้ว
          “ติ๊กก็รักวอยซ์ ไม่ว่าติ๊กจะอยู่ที่ไหน จะคิดถึงวอยซ์เสมอ “
          ติ๊กเงยหน้าขึ้นช้าๆ ไม่รู้ว่าอะไรดลใจ แต่ผมก้มลงไปจูบเธอ ด้วยความรู้สึกของหัวใจทั้งหมดที่มีปล่อยให้หัวใจของเราสองคนได้ผูกพันกัน ปล่อยผ่านความรู้สึกของเราสองคนผ่านการจูบครั้งนี้  ถึงแม้เวลาที่เหลืออยู่เพียงอาทิตย์เดียวแต่เราสองคนก็ยังรู้สึกว่าดีกว่า ปล่อยให้มันจมหายไปในหัวใจของทั้งสองคน ดีกว่าเก็บมันไว้ในหัวใจแล้วไม่ได้บอก
          และแล้วก็มาถึงวันที่ติ๊กต้องเดินทางไปต่างประเทศ แต่เธอไม่ได้ไปเพียงลำพัง เธอยังมีหัวใจดวงหนึ่งไปกับเธอด้วย หัวใจของคนที่รักเธอสุดหัวใจ พวกเขาสองคนสัญญากันไว้ ถ้าคิดถึงกันเมื่อไหร่ให้แหงนหน้า ขึ้นมองดาวเหนือ เพราะไม่ว่าจะอย่างไร ดาวเหนือจะยังคงอยู่บนท้องฟ้าเสมอ ไม่จากไปไหนเหมือนความรักของ วอยซ์และติ๊ก ที่จะผูกพันกันนานแสนนาน

      ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      ความคิดเห็น

      ×