กษัตริย์ไทยในความเชื่อ : พระนารายณ์อวตาร - กษัตริย์ไทยในความเชื่อ : พระนารายณ์อวตาร นิยาย กษัตริย์ไทยในความเชื่อ : พระนารายณ์อวตาร : Dek-D.com - Writer

    กษัตริย์ไทยในความเชื่อ : พระนารายณ์อวตาร

    พระนารายณ์เป็นใครในสยาม

    ผู้เข้าชมรวม

    3,269

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    10

    ผู้เข้าชมรวม


    3.26K

    ความคิดเห็น


    0

    คนติดตาม


    0
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  11 ก.ค. 46 / 15:03 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ
      ในตำนานทางคติพราหมณ์ฮินดู พระนารายณ์เป็นเทพเจ้าผู้อวตารลงมาเพื่อปราบยุคเข็ญให้แก่มนุษย์ทั้งมวล เช่น รามาวตาร (อวตารเป็นพระราม) พุทธาวตาร (อวตารเป็นพระพุทธเจ้า) ฯลฯ     โดยพระนารายณ์นั้นมีพญาครุฑเป็นสัตว์พาหนะ ตามตำนานของฮินดูได้กล่าวถึงการสู้รบกันของพญาครุฑกับพระนารายณ์เอาไว้ว่าผลการรบครั้งนั้นทำให้ครุฑต้องยอมเป็นพาหนะของพระนารายณ์ โดยที่ครุฑได้ตั้งเงื่อนไขสำคัญไว้ว่า “ตนจะยอมเป็นพาหนะทรงของพระนารายณ์ แต่ตนต้องอยู่เหนือศีรษะของพระนารายณ์เสมอ” พระนารายณ์จึงต้องงัดไม้เด็ดมาแก้ลำโดยการทำธงรูปครุฑแล้วชักชึ้นเหนือศีรษะของพระองค์เวลาเสด็จไปไหนมาไหน โดยที่พระองค์ยังคง “ทรงครุฑ” อยู่อย่างสบายอุรา


      เมื่อไทยเรารับเอาคตินี้เข้ามาด้วย คือ การยกให้พระมหากษัตริย์เป็นพระนารายณ์อวตารนั้น จึงทำให้เราต้องมี “สัตว์พาหนะ” ควบคู่กันไปด้วย นั่นก็คือมีการทำธงตราครุฑ หรือการแกะสลักไม้เป็นตราครุฑพ่าห์ บางครั้งก็แกะสลักรูปพระนารายณ์ทรงสุบรรณไว้ ณ หน้าบันของพระอุโบสถวัดต่าง ๆ โดยตราครุฑพ่าห์ที่แกะสลักด้วยไม้เป็นตราแสดงสถานะความเป็นพระมหากษัตริย์นอกเหนือจากตราพระราชลัญจกร ซึ่งเป็นตราส่วนพระองค์ โดยได้พัฒนาลวดลายในการแกะสลักมาโดยตลอด จนได้รูปแบบที่แน่นอนในปัจจุบัน เมื่อไม่กี่รัชกาลมานี้เอง

      ปัจจุบันนี้ตราครุฑจึงถือเป็นตราแสดงความเป็นพระมหากษัตริย์ ไม่ว่าพระมหากษัตริย์หรือพระบรมวงศ์ชั้นสูงจะเสด็จไปไหน รถพระที่นั่งก็จะต้องมี “ธงครุฑพ่าห์” เสมอ ในหนังสือราชการเองก็ใช้ “ตราครุฑพ่าห์” เพื่อแสดงให้เป็นถึงความเป็นเอกสารใน “พระราชกิจ” นั่นเอง

      นอกเหนือไปจากการสร้างตราสัญลักษณ์แทนสัตว์พาหนะของพระนารายณ์ หรือพระมหากษัตริย์ของไทยเราแล้ว การตั้งชื่อเมืองหลวงก็สามารถเป็นเงาสะท้อน “การอุบัติสมมติ” ของพระมหากษัตริย์ในฐานะเป็นพระนารายณ์อวตารได้เป็นอย่างดี คือ การที่เราตั้งชื่อเมืองหลวงว่า “กรุงศรีอยุธยา” ก็ดูเหมือนจะได้รับอิทธิพลมาจากชื่อ “กรุงอโยธยา” อันเป็นเมืองของพระรามนั่นเอง หรือภาพวาดเรื่อง “รามเกียรติ์” ที่ระเบียงรอบพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม   ราชวรมหาวิหาร ที่ซุ้มประตูเมืองของพระรามยังได้เขียนชื่อเมืองเป็น “กรุงศรีอยุธยา” หรือ “อยุธยา”   ตรง ๆ อีกด้วย เช่น ห้องที่ ๑๗๘ เป็นต้น นั่นก็อาจหมายถึง ไม่ว่าจะเป็น “กรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา” หรือ “กรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร์” ก็ยังคงเป็นที่สถิตแห่งองค์นารายณ์อวตาร อันอุบัติเป็นพระมหากษัตริย์ของไทยอยู่ดี

      ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น เราจึงอาจสรุปได้ว่าชาติไทยได้นำเอาคติพราหมณ์ที่เชื่อเรื่องความยิ่งใหญ่ของพระนารายณ์ อันสามารถอวตารลงมาปราบยุคเข็ญในยุคต่าง ๆ ได้ มาเปรียบเทียบให้เป็นพระมหากษัตริย์ของไทย เพื่อเป็นเครื่องสะท้อนว่า “พระมหากษัตริย์ไทย คือ ผู้มีบุญญาธิการบารมีมากล้น และได้จุติลงมาเพื่อปราบยุคเข็ญให้แก่ชาวสยามทั้งมวล” ซึ่งความเชื่อนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นที่ยอมรับของชาวสยามทั้งมวล เพราะพระมหากษัตริย์สยามนั้นช่วยปราบยุคเข็ญได้อย่างแท้จริง

      สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
      ผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

      ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      ความคิดเห็น

      ×