ปริศนานักเขียน - ปริศนานักเขียน นิยาย ปริศนานักเขียน : Dek-D.com - Writer

    ปริศนานักเขียน

    เรื่องเกี่ยวกับชายหนุ่มผู้หลงใหลงานเขียนเพียงแค่ในนาม เบื้องหลังรอยปากกานั้นแฝงไปด้วยเขี้ยวเล็บยิ่งกว่าสัตว์ดุ

    ผู้เข้าชมรวม

    469

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    4

    ผู้เข้าชมรวม


    469

    ความคิดเห็น


    1

    คนติดตาม


    0
    หมวด :  หักมุม
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  4 มี.ค. 47 / 22:24 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ
      ปริศนานักเขียน
      ผมกรีกนิ้วปิดหน้าหนังสือลงด้วยสีหน้าอิดโรยเต็มที มันเป็นหนังสือที่ผมควรน่าจะโปรดปราน ผมมักวางมันไม่ลงทิ้งตัวอยู่กับหนังสือเล่มนี้เป็นเวลานานมากแล้ว จุดประสงค์หลักคือการค้นพบ ผมต้องการพบความหมายของคนแต่งหนังสือปริศนา ผมเรียกมันเช่นนี้เพราะความลงตัว ความหมายที่ไม่ได้แปลจากอักษร มันคืออะไรกัน .ผมเองก็ยังไขโค๊ตลับที่ผู้แต่งทิ้งไว้ก่อนจบชีวิตอย่างอนาถไม่ได้
          เมื่อหลายปีที่แล้ว ผมเป็นคนหนึ่งที่คลุกคลีกับท่านผู้แต่งหนังสือ  ผมให้ท่านเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวเพื่ออะไรน่ะเหรอ คนอย่างผม ……..ผมให้ท่านเป็นขั้นบันได้ เพื่อให้ผมจะก้าวต่อไปจนถึงฝั่ง ผมไม่เคยแยแสร่างกายที่ชราภาพ และจิตใจของคนแก่ที่อยากใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุข ผมขอให้ท่านทำทุกๆอย่างเพื่อให้ผมได้เป็นนักเขียน สมกับที่ตั้งใจ และในวันนี้ ผมก็ไปไม่ถึง มันอาจเป็นผลกรรมที่ผมเคยทำกับท่านไว้ สภาพจิตใจของท่านในตอนนั้น คงไม่ต่างจากผมสักเท่าไรในตอนนี้ ผมเริ่มกลับตัวใหม่ เมื่อผมรู้ตัวว่าผมไม่มีค่า ท่านให้ชีวิตใหม่กับผม และท่านก็ทำให้ผมตายได้ในวันที่ท่านต้องการ ชีวิตของผมเกิดและตายได้ด้วยชีวิตของคนๆหนึ่ง
          ท่านตายไปกับปมปริศนาและวันนี้ผมก็ยังไขมันไม่ออก ชีวิตผมเหมือนกับคนตายทั้งเป็น ใช่ …ผมตาย ใจผมตายไปนาน นานพร้อมๆกับที่ท่านจากไป
          ผมอยู่กับท่านเพื่อผลประโยชน์ ผมคิดมาเสมอ หากถึงวันที่ผมได้เป็นนักเขียนสมใจ สิ่งที่ตามมาคือ เงิน ผู้หญิง ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก ผมคงไม่ต้องมาลำบากนั่งตรวจบทประพันธ์งี่เง่า ของไอ้แก่ บุคคลที่เลี้ยงดูผมมาหลังจากวันที่แม่ไม่เลี้ยง ผมไม่มีความรักให้ใครได้อีก เพราะคนที่ผมรักเขาทำให้ผมเสียใจมาก ผมไม่อยากรักใครอีก มันอาจเป็นเหตุผลโง่ๆของผู้ชายคนหนึ่ง แต่สิ่งนี้ก็ทำให้ผมจดจำมาโดยตลอด ผมเจอกับอดีตที่ไม่ดี เมื่อครั้งที่ผมยังเยาว์ มันทำให้ผมกลายเป็นสิงในคราบมนุษย์ ผมไม่มีรักให้กับผู้มีพระคุณ ผมแสวงแต่เพียงประโยชน์ ทุกๆวัน ผมได้แต่ปั้นหน้าทำเป็นดี เพื่อหลอกท่านว่าผมรัก ท่านไว้ใจผม ให้ความรักแก่ผมเสมือนลูก แต่ผมกลับคิดว่ามันเป็นสิ่งจอมปลอม อาจเป็นเพราะท่านไม่มีคนดูแล ท่านจึงต้องหันมาเอาใจผม ผมก็เป็นเสมือนสิ่งทดลองชิ้มใหม่ของท่าน ท่านเก็บผมมาไม่ใช่เพราะความสงสาร มันเป็นเพียงความสมเพชมากกว่า
          เมื่อท่านจากไป ผมต้องพลัดตัวเองจากกล่อง ..สภาพบ้านที่แสนจะซอมซ้อขนาดกลาง ในวาระสุดท้ายของท่าน ท่านก็ยังไม่ลืมที่จะทิ้งของขวัญชิ้นสำคัญ หนี้สินชุดใหญ่พร้อมชนวนแห่งความทรมาน ผมตกเป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับการตายของท่าน ผมระเห็ดตนเองไปกับเงินก้อนสุดท้ายที่มี เงินจำนวน๕๑๖บาท ซึ่งมันจะทำให้ผมมีลมหายใจไปได้อีกสักกี่วันเชียว
          ผมจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ไปอยู่แถวๆชานเมืองนนทบุรี  ผมอาศัยบ้านร้างแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ติดกับโรงฆ่าสัตว์เพื่อประทังชีวิต ผมแปลกใจที่บ้านหลังนี้ไม่มีใครแวะเวียนมาสักคน มันเหมือนบ้านร้างที่อยู่นอกเมือง ผมไม่พบปะกับใครตั้งแต่ครั้งที่ผมก้าวเข้าบ้านหลังนี้ ในบางครั้ง ผมก็รู้สึกเหงา ผมอยากมีเพื่อน ผมอยากใช้ชีวิตเหมือนคนหนุ่มทั่วไป แต่ผมกับกลัว ไม่กล้า ผมกักตัวเองอยู่กับอดีตทั้งๆที่ผมไม่ได้ก่อขึ้น ผมเสียใจมากเมื่อท่านจากไป ท่านจากไปในขณะที่ตัวผมเลว ผมเคยโกรธ เกียจท่านเอามากๆ และที่ผมยิ่งเสียใจไปกว่านั้นคือ ผมกลายเป็นคนอ่อนแอ ผมกลับรักคนที่ผมเกียจ กลับคิดถึงคนที่ทำให้ผมโกรธ ผมควรทำอย่างไรดี
      หนังสือเล่มสุดท้ายของท่าน ที่ออกวางสู่สายตาประชาชน และไม่นานนัก ท่านก็จากไป ท่านทิ้งปมปริศนามากมายเอาไว้ เหมือนท่านจะบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการตาย แต่แล้วตัวผมเองกลับต้องตกเป็นแพะรับบาปของกลุ่มเป็นแฟนคลับ ปมปริศนามันส่งผลต่อผม เหมือนกับเขียนไว้เพื่อบอกว่า “ผมทำให้ท่านตาย”  คนอ่านเชื่อเช่นนั้น เขาไม่คิดว่าท่านแต่งเรื่องขั้นมา แต่กลับคิดว่าท่านเขียนเพื่อจะบอกว่าผมเป็นฆาตกร ทั้งๆที่ผมบริสุทธิ์ ผมให้ท่านเป็นที่ปรึกษา แต่ผมกลับต้องมาตรวจข้อผิดพลาดจากหนังสือเพื่อรับใช้ท่าน และนี่คือหนังสือเล่มเดียวที่ผมไม่ได้ตรวจ มันเกิดขึ้นพร้อมกับความตายของท่าน มีคำกล่าวหนึ่งที่ท่านทิ้งเอาไว้ อยากมีชีวิต อยากมีลมหายใจ แต่อีกไม่นาน ..คงได้พบกันเพียงชื่อ เพราะ ฆาตกรในคราบนักเขียน บทกล่าวนำตอนหนึ่งที่ท่านเขียนไว้ มันทำให้ตัวผมถูกข้อครหาว่าเป็นไอ้ฆาตกร เพราะผมคือคนที่ใกล้ชิดท่านเพียงคนเดียว
      ทุกวันนี้ผมใช้ชีวิตอยู่กับอดีต มันหลอกหลอนตัวผมเสมอ ไม่ว่าผมจะลืมตา หรือหลับตา ภาพความตายของท่านมันคอยหลอนผมอยู่เรื่อยมา ผมไม่ใช่ฆาตกร ผมไม่ใช่คนเข้มแข็ง ผมเป็นเพียงชายคนหนึ่ง
      เมื่อก่อนผมกลัวความมืด ผมไม่กล้าแม้จะหลับตา ผมกลัว กลัวท่านจะมารับ มารับผมไปอยู่กับท่าน เหมือนเมื่อก่อน ตอนที่เราอยู่กันสองคน ท่านเองก็คงเหงา เหมือนกับที่ผมเป็น แต่ผมไม่อยากที่จะอยู่กับท่านในโลกที่ไม่มีคน…มีแต่……ผมอยู่มาได้เพราะความเคยชิน จำเป็น ไม่ใช่ความต้องการ
      ผมคิดว่าตอนนี้ผมเองยังคงอยู่กับท่านเหมือนบ้านหลังเก่า ความรู้สึกยังคงไม่เปลี่ยน เปลี่ยนไปเพียงเพราะสถานที่ ผมนำของทุกอย่างจากบ้านหลังเดิม เพื่อมาศึกษาเหตุผลการตาย ผมไม่ใช่ตำรวจ ผมไม่เคยเรียนด้านนี้ ผมฝันแต่เพียงเป็นนักเขียน แต่ผมกลับต้องมานั่งไขปริศนาการตายของท่านอย่างเลื่อนลอย ทั้งๆที่ความจริงก็ไม่มีใครรู้ว่าท่านตายเพราะอะไร บางทีมันอาจเป็นแนวการเขียนใหม่ที่ท่านเพิ่งค้นพบ แต่กระแสของท่านในตอนนี้มันช่างต่างกับเมื่อก่อนจริงๆ คนทั่วเมืองต่างอยากรู้เกี่ยวกับตัวท่าน และผม ฆาตกรในคราบนักเขียน ฉายาที่คนทั่วไปเรียก
      ผมได้ฉายานี้มาได้ยังไงกัน ผมว่าท่านต่างหากที่ฆ่าผม ท่านต่างหากที่เป็นฆาตกรในคราบนักเขียน เมื่อวันที่ตาย ผมก็เหมือนตายทั้งเป็น ทั้งๆที่เราต่างก็ตายพร้อมกัน แต่การตายของท่านกลับมีคนให้ความสนใจ ต่างจากคนไร้ค่าอย่างผม ที่ได้รับคำประนาม สาปแช่ง เป็นของที่ระลึกจากการตาย
      ผมไม่คิดแก้ปริศนาการตายของท่านเพื่อให้ผมอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข  ผมมีเหตุผลอีกข้อหนึ่งที่ปล่อยวางไม่ได้ คือความต้องการของท่าน ท่านกล่าวในตอนท้ายว่า “ หากใครรักฉันจริง อย่าปล่อยให้ฆาตรกรลอยนวล “ มันให้ผมต้องสู้ต่อไปเพื่อพบมัน ตัวทำลายชีวิต
          ผมอยู่กับท่านมาเป็นเวลา๑๕ปี ตั้งแต่วันที่ผมหนีออกจากบ้าน ท่านก็เป็นคนอุปการะผม ผมว่าท่านเป็นนักเขียนที่งี่เง่ามาก งานเขียนของท่านไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม ท่านมักมีข้อพลาดให้เด็กอย่างผมคอยแก้เป็นประจำ ท่านมักมีโลกส่วนตัวอยู่เสมอ ท่านหลอกตัวเองว่าเป็นนักเขียนที่ยิ่งใหญ่ สิ่งที่ท่านทำลงไป ผมว่าเหนื่อยเปล่า ท่านไม่เคยได้สิ่งตอบแทน นอกจากสิ่งตอบแทนทางใจเล็กๆน้อยๆ ท่านชอบการเขียนมาก แต่งานเขียนของท่านกลับถูกแบน และมักปิดตัวลงเป็นช่วงๆ  ท่านไม่มีฝีมือ มีแต่เพียงความอยาก แต่แล้วในปีก่อนหนังสือที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามกลับเป็นหนังสือที่ท่านแต่งขึ้น ผมไม่อยากเชื่อว่าท่านทำได้ ความเชื่อมั่นที่ผมมีต่อท่านมันหมดลงไปนานแล้ว   หากท่านยังมีชีวิตอยู่ท่านคงดีใจที่วันนี้ ท่านสามารถทำตามที่ท่านฝันได้ ต่างจากผมนอกจากไม่ได้กลับต้องเสีย หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงการตายของท่าน เขียนไว้เหมือนรู้ว่าตัวเองต้องตาย และเขียนเน้นไว้ว่าท่านไม่อยากตาย และคนฆ่าท่านคือนักเขียนในอนาคต นี่คือสิ่งสำคัญในหนังสือเล่มนั้น
          ผมอ่านมันเพื่อหาประเด็นสำคัญที่ท่านทิ้งไว้ ผมค้นหามันเป็นเวลาหลายปี ผมไม่ได้อะไรจากมันเลย ผมหยุด หยุดที่จะพยายาม ทำในสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์ ผมเบื่อชีวิตที่เป็นสวะสังคมเช่นทุกวันนี้ ผมปล่อยตัวเองไปเวลา ผมอยู่เพื่อรอความตาย ไม่ได้อยู่เพื่อค้นปมปริศนาอีกต่อไป
      แต่แล้วสิ่งที่ผมกลัวที่สุดก็เกิดขึ้น ผมปรารถนาให้ปมปริศนาปิดลงไปกับการตายของท่าน ผมพยายามไม่ใส่ใจคนรอบข้าง ผมตัดใจออกจากตัณหา ราคะ รอบๆกายไปนานแล้ว จนวันนี้ผมไม่ต้องการอะไรอีก แม้กระทั่งปมปริศนานั้น ผมก็ไม่ต้องการรู้อีต่อไป
          และแล้วผมก็รู้มัน ผมปิดกล่องสมุดบันทึกของท่านไว้เป็นกล่องปิดตาย ผมกะว่าจะไม่ขุดมันขึ้นมาอีก แต่โชคชะตาก็นำพาให้ผมต้องรู้ ความหมายของหนังสือเล่มนี้ ผมพบสมุดบันทึกของท่าน ท่านเขียนถึงช่วงชีวิตบั้นปลายที่ผมไม่เคยรู้มาก่อน  ท่านไม่ได้ตายเพราะถูกฆ่า ท่านตายเพราะอยากตาย ท่านใช้ผมเป็นเครื่องมือเพื่อให้ตัวเองเป็นที่รู้จัก ถึงแม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม ทุกอย่างที่ผมเคยคิดไว้ก็ไม่ผิด ไม่มีใครรักผมจริง ดีที่ผมไม่ปรักใจรักท่านไปมากกว่านี้  ท่านอยากให้หนังสือเล่มสุดท้ายเป็นที่รู้จัก ท่านจึงยอมลงทุนสร้างตัวละคร ที่แลกมาด้วยเงินไม่ได้จัดฉากให้สมจริงที่สุด และผลก็เป้ฯดังที่ท่านหวัง ผมใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ค้นหาความจริงในหนังสือด้วยความปวดร้าว ช่วงเวลาที่ผ่านมาผมไม่เคยมีความสุขเลยแม้แต่น้อย และวันนี้ผมก็ยังต้องใช้ชีวิตต่อไปเหมือนเคย
          ในหนังสือเล่มนี้มีสิ่งหนึ่งที่เป้นความลับ  ทุกคนยอมทำทุกอย่างเพื่อที่จะไขความลับนั้น และเมื่อไรที่ฉันยอมให้คนเหล่านั้นรู้ความลับ สิ่งนั้นก็จะไม่เป็นความลับต่อไป ถึงแม้จะเรียกร้องให้เขามาดู เขาก็จะไม่สนใจ เพราะเขาได้รู้ความลับนั้นแล้ว ความลับนั้นก็จะหมดค่าไป และความลับในหนังสือเล่มนี้ก็คงต้องเป็นความลับต่อไป ใช่ไหม นี่คือสิ่งที่ท่านกล่าวไว้ และท่านก็ปรารถนา
          ผมจะปิดความลับของท่านไว้ มันเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมสามารถทดแทนบุญคุณที่ท่านจำต้องทำกับผม ผมก็ปล่อยวาง ไม่ถือทิฐิ เคืองท่านแต่อย่างไร เพราะท่านให้บทเรียนที่ล้ำค่าเกินกว่าที่ผมจะรับได้ ถึงแม้ชีวิตผมเริ่มต้นไม่สวยนัก แต่จุดจบของผมต้องสวย ท่านตายเพื่อให้คนยอมรับ แต่ผมต้องอยู่เพื่อให้คนยอมรับ

      ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      ความคิดเห็น

      ×