จิตอมตะ
คุณอยากรู้ไหมว่าคนที่เป็นเจ้าชายนิทราเขาคิดอะไรอยู่
มีคนใกล้สิ้นใจหลายคนอยากบอกเรื่องราวสุดท้าย
เราทำได้แค่เพียงเอียงหูเข้าหา
แล้วปล่อยคำพูดสุดท้ายให้หายไป
กับสายตาที่ยังห่วงกังวล
หากคุณต้องการ... ผมมีคำตอบให้
ขึ้นกับคุณทั้งหมดว่าจะกล้าท้าทายต่อพระเจ้า
ที่คุณนึกถึงเฉพาะตอนที่คุณเป็นทุกข์หรือไม่
ผมนำเสนอร่างทรงของพระเจ้า บอกกล่าวเรื่องราวที่พระเจ้าเคยบอก แต่พวกคุณไม่เคยได้ยิน
วันนี้ผมจะนำเสียงนั้นมาบอกกล่าวต่อทุกคน...
พวกคุณร่วมสร้างประวัติศาสตร์ได้
เพียงแค่เขียนชื่อคุณลงกระดาษเพียงแผ่นเดียว
ทั้งหมดคือคำกล่าวของคุณบุญเกิด
เพื่อโน้มน้าวต่อคณะกรรมการเพื่อขออนุมัติโครงการ
นั่นคือจุดเริ่มต้นเมื่อหลายปีก่อนของโครงการจิตอมตะ...
ตึกอันทันสมัยเพียบพร้อมไปด้วยอัฉริยะแทบจะทุกด้าน เครื่องมืออันทันสมัยล้ำยุค
แน่นอนเงินทุนอันมหาศาล ค่าใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมโครงการย่อมอยู่ในเงื่อนไข
วันนี้ผู้เข้าร่วมโครงการรายใหญ่ ได้เข้ามาเพื่อรับฟังเสียงของลูกชายผ่านเครือข่ายจิตอมตะ
ลูกชายที่กำลังมีชื่อเสียงในวงการบันเทิงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ประสานงากับรถของขี้เมารายหนึ่ง
ตอนนี้นอนแน่นิ่งในเครื่องควบคุมชีวกายภาพ มีเครื่องให้อ๊อกซิเย็นครอบที่ปากและจมูก ท่อกระจกใสมีน้ำท่วมเต็ม แต่เป็นน้ำยาพิเศษประจุไฟฟ้าวิ่งกระตุ้นกล้ามเนื้อ
เพื่อว่าวันหนึ่งวิทยาการก้าวหน้าสามารถฟื้นสภาพเซลล์สมองทั้งหมด กล้ามเนื้อยังคงแข็งแรงพร้อมรับชีวิตใหม่แต่เป็นไปได้หรือ
เจ้าหน้าที่ผู้หนึ่งกล่าว
“ ระดับชีวภาพคงที่อยู่ในสภาพปรกติ เซลล์สมองส่วนที่สภาพสมบูรณ์ตอบรับการเชื่อมต่อ ฝ่ายชีวภาพพร้อม”
“ ระบบแปรสัญญาณพร้อม... รอรับคำสั่งการเริ่มปฏิบัติงาน”
“ ทุกฝ่ายเตรียมรับคำสั่ง”
ชายผู้สูงอายุมองภาพลูกชายผ่านจอภาพ เขาเคยมายืนเคียงข้างกับภรรยาซึ่งพึ่งเสียชีวิตไปเมื่อสามวันก่อน เขาเพียงอยากมาบอกต่อลูกชายเริ่มนับถอยหลัง
“ สาม สอง หนึ่ง”
เครื่องเริ่มทำงานในห้องเงียบไร้ซุ่มเสียงของผู้ใด  มีเพียงเสียงการปรับสัญญาณสุดท้ายเงียบเสียงลงอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นมีเสียงดังผ่านลำโพงแม้แผ่วเบาแต่ฟังได้ชัดเจนทุกถ้อยคำ
“ พ่อหรือครับ.. แม่หายดีหรือยัง? ผมอยากได้ยินเสียงแม่แม่”
ผู้เป็นพ่อน้ำตาเอ่อออกมา พยายามบังคับน้ำเสียงให้เป็นปรกติ แต่นี่เป็นจุดบอดของมนุษย์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดอาจลอกเลียนได้แต่ปิดบังไม่ได้
“ แม่เขาไปดีแล้ว...วันสุดท้ายเขาอยากมาพบลูกแต่มาไม่ทัน แต่แม่เขาส่งสัญญาณมาถึงลูก พ่ออยากให้ลูกได้ยินเป็นคนแรก พ่อยังไม่ได้แปรสัญญาณ พ่ออยากให้ลูกบอกคำพูดนั้นให้พ่อฟัง”
จากนั้นเจ้าหน้าที่เปิดเสียงสัญญาณที่บันทึกจากคลื่นสมองของผู้เป็นแม่ ถ่ายทอดไปยังลูกชายผู้ซึ่งหลับมาสามปีแล้ว
ผู้เป็นพ่อต่างสงบใจรอฟังคำพุดสุดท้ายของภรรยาจากจิตของลูกชาย เพียงเท่านี้เขาก็คงตายอย่างเป็นสุข
“ พ่อครับ... แม่พูดถึงพ่อ แม่บอกให้พ่ออยู่กับความจริง ให้ลืมผมลืมแม่ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ มองดูโลกด้วยสายตาของตัวเอง แม่พึ่งรู้ว่ามันทรมาน...”
เสียงสัญญาณเริ่มขาดหาย แต่เป็นแค่ไม่กี่วินาทีในสภาวะที่สะเทือนใจย่อมไม่อาจจำแนกออก จากนั้นเสียงเริ่มดังชัดอีกครั้ง
“ มันทรมานที่จะจากคนที่รักไปไกล อย่างไม่มีวันพบกันอีก แม่ขอให้พ่ออย่าทอดทิ้งผม”
“ แน่นอนพ่อจะไม่ทอดทิ้งลูก.. พ่อมีลูกเพียงคนเดียวทุกสิ่งอย่างจะมอบแก่ลูกให้ลูกคงอยู่ตลอดไป”
“ ขอบคุณครับพ่อ... ผมรักพ่อ แม่ก็รักพ่อเช่นกัน ผมเหนื่อยพ่อมาเยี่ยมผมอีกนะครับ”
“ พักผ่อนให้สบายเถอะ... พ่อจะมาเยี่ยมใหม่ หลับให้สบายนะลูกรัก”
ทุกอย่างจบสิ้นเพียงเท่านี้ ชายผู้นี้กลับไปด้วยความหวังที่จะมาพบกับลูกชายอีกครั้ง นี่คือสิ่งปลอบประโลมใจเพียงอย่างเดียวที่เขามี
        ............................................................
“ ทำไมคุณต้องหลอกลวงเขา... นั่นเป็นคำสั่งเสียสุดท้าย นั่นเป็นเสียงพระเจ้าที่คุณเคยบอกจะมอบแก่ทุกคน”
เทวา พูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงความไม่พอใจออกมาอย่างเปิดเผย ต่อหน้าคุณบุญเกิดผู้ริเริ่มโครงการจิตอมตะ
แต่คุณบุญเกิดไม่มีการสนองตอบต่อท่าทางและคำพูดของเทวาแม้แต่น้อย คุณบุญเกิด กลับตั้งคำถาม
“ แม้คำนั้นจะทำลายความสุขที่คุณเคยเชื่อมาหลายปีเช่นนั้นหรือ... มันเหมือนกับเพื่อนรักคุณคนหนึ่งกำลังจะตายแล้วเขาต้องการพบภรรยาเป็นครั้งสุดท้าย แต่ตอนนี้ภรรยาของเขากำลังดื่มฉลองกับชู้รักที่เก็บซ่อนมานาน คุณจะกล้าบอกกับเขาไหม? ว่าภรรยาของเขาตอนนี้กำลังรื่นเริงอยู่กับชู้?”
เทวา ไม่มีปัญญาจะโต้เถียงต่อคำพูดของหัวหน้าโครงการคุณบุญเกิด
“ ผมยอมรับว่า ผมเห็นแก่เงินบริจาคนั้น... แต่ถ้าความจริงมันทำร้ายจิตใจของคนที่มีชีวิตอีกไม่นาน คุณกล้าทำหรือ? แต่ถ้าคนในจิตอมตะต้องการตายอย่างถาวรผมยินดีปลดปล่อยเขาไป พวกเรายังมีอีกหลายจิตซึ่งครอบครัวเขาจากไปหมดแล้ว แต่เขาต้องการอยู่ เราจำเป็นต้องพึ่งพาเงินเหล่านั้น”
ชายสูงวัยเดินมาโอบไหล่เทวา พูดอย่างสนิทสนม
“ ผมเข้าใจคุณ วันนี้เราไปหาสิ่งที่เราต้องการกันเถอะ...ผมจะไปชวนคุณกับครอบครัวไปเที่ยวทะเลดีไหม?”
นั่นเป็นสิ่งที่เทวาไม่อาจปฏิเสธ ที่เขายอมเข้าร่วมโครงการก็เพราะครอบครัวอันเป็นที่รัก ลูกสาวกับภรรยาของเขาประสบอุบัติเหตุอยู่ในห้องไอซียูเกือบเดือน เทวาเป็นหมอที่อาจไม่เก่งที่สุดแต่มีชื่อเสียงที่สุด
เทวารู้ว่าโอกาสที่ครอบครัวของเขาจะกลับคืนมามีโอกาสน้อยอย่างยิ่ง คุณบุญเกิดยื่นข้อเสนอให้แก่เขาว่าจะรักษาสภาพของภรรยาและลูกสาววัยสิบสองปีให้คงอยู่ตลอดไป ทั้งยังสามารถพูดคุยกันได้ตามที่เขาต้องการ
เทวาเคยได้ยินเรื่องราวโครงการจิตอมตะของคุณบุญเกิดมาบ้าง นั่นเป็นความลับอย่างหนึ่งในวงการแพทย์ เขาไม่เคยเห็นด้วย แต่ปุถุชนเมื่อหมดสิ้นหนทางย่อมยอมเสี่ยงทุกอย่างแม้หนทางลางเลือน
ตอนนี้เทวากับบุญเกิดนอนอยู่บนเก้าอี้ยาวที่หัวถูกครอบด้วยเครื่องบางอย่าง เหมือนหมวกกันน็อคเพียงแต่มีสายเชื่อมต่อโยงอยู่มากมาย เจ้าหน้าที่คนสนิทของคุณบุญเกิดตรวจสอบความพร้อมทุกอย่าง
“ จากสภาวะร่างกายขณะนี้ ความตึงเครียดมีผลต่อคลื่นสมอง พวกคุณเข้าไปได้เพียงครึ่งชั่วโมง แต่นั่นก็น่าจะเพียงพอต่อหนึ่งวันในโลกของจิตอมตะ”
“ ผมเข้าใจ แค่นี้ก็พอเพียงกับอดีตที่เราช่วงชิงมาจากพระเจ้า”
จากนั้นทั้งสองต่างเหมือนล่องลอยไปในอวกาศ ผ่านหลายสิ่งทีเราต่างไม่เคยสัมผัส เหมือนรถโดยสารที่ขับฝ่าพายุเฮอริเคนทุกสิ่งเคว้งคว้างเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ แต่เกิดในโลกที่เขาเลือกได้ว่าจะพบเจอใคร
คุณบุญเกิดขับรถมากับภรรยา ทั้งสองมารับแคนกับครอบครัวที่บ้านเพื่อไปเที่ยวทะเล ลูกสาวของแคน น้องฟ้ารู้สึกตื่นเต้นกับการเที่ยวครั้งนี้
“คุณลุงลืมนัดพาหนูไปเที่ยว ตอนหนูโทรไปเตือน คุณลุงเหมือนยังไม่ตื่น”
“ ลุงไม่ลืมหรอกจ๊ะ.. ต้องโทษป้าที่ไม่ยอมปลุกลุง”
คุณบุญเกิดพูดคุยกับเด็กหญิงผู้น่ารักอย่างอารมณ์ดี เพลงที่เปิดแม้จะเก่าไปบ้างแต่เขาชอบฟังทุกครั้งที่ขับรถ เพราะให้ความรู้สึกอดีตที่หวานชื่น
รถบนถนนโล่งขับสบายผู้คนต่างปฏิบัติตามกฎจารจรทุกอย่าง นั่นเป็นถนนในฝันของทุกคน จนมาถึงยังจุดหมายไม่เคยแม้แต่เห็นหมาวิ่งอยู่ข้างถนน
ทั้งสองครอบครัวต่างได้รับการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่โรงแรมอย่างนอบน้อมเหมือนกับเป็นเจ้าของโรงแรมอันหรูหราแห่งนี้ ปริศนาภรรยาของแคนพูดกับสามีเมื่อจัดเสื้อผ้าเข้าตู้
“ ฉันรู้สึกว่าหัวหน้าของฉันเขาใจดีมากเลย ที่ยอมให้ฉันลาพักร้อน แต่ว่าตกลงเราจะให้ลูกสาวของเราเข้าโรงเรียนไหนดี..?”
“ ก็แล้วแต่คุณ ผมคิดว่าคุณน่าจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกของเรา”
“ แต่ฉันรู้สึกเหมือนเคยถามคุณ เมื่อครั้งที่เราไปเที่ยวภูเขาเมื่อปีก่อน และเราเคยพาแกไปดูโรงเรียนมาแล้วดูแกจะชอบมาก”
แคนรู้สึกสะท้านในหัวใจ เขาย่อมจำทุกเรื่องราวได้ แต่ยังคงตอบออกไป
“ ก็คุณเป็นห่วงเรื่องนี้มาก มักถามเตรียมเรื่องนี้ตั้งแต่ลูกฟ้ายังอยู่ ปอหนึ่ง”
“ คงใช่นะ... แต่ฉันมักรู้สึกว่าไม่อาจดูแลลูกไปได้ตลอดไปจนถึงวันที่แกโตขึ้นมา แต่กลับรู้สึกว่าคุณดูแลครอบครัวของเราอย่างใกล้ชิด แม้คุณต้องออกต่างจังหวัดบ่อยครั้ง บางครั้งยังไปต่างประเทศเป็นเวลานาน”
เทวา ชิงตัดบทชวนภรรยาออกไปดูลูกที่อยู่อีกห้องที่แกมักเรียกร้องขอชีวิตส่วนตัว ทั้งสองต่างมอบห้องส่วนตัวให้แก่ลูกสาวตั้งแต่เล็ก แต่ทั้งสองชอบไปนอนเป็นเพื่อนลูกสาวจนลูกสาวบอกว่า
“ หนูโตแล้วนะ...พ่อกับแม่จะไม่ยอมปล่อยให้หนูนอนห่มผ้าด้วยตัวเองเลยหรือคะ”
สิ่งนั้นไม่ได้ทำให้พ่อแม่ของน้องฟ้าน้อยใจ เพียงแต่บอกว่า
“พ่อกับแม่รักลูกจ๊ะ”
เทวามักติดอยู่กับอดีต ทุกเรื่องราวผ่านเข้ามาในสมองตลอดเวลาหากมีเรื่องใดมากระตุ้น
ปริศนาภรรยาของเทวากระตุกแขสามี พูดชักชวนเทวาอีกครั้ง
“ อ้าว..ไหนคุณบอกจะไปดูลูก แล้วมานั่งเหม่อถึงใครอีกละ?”
“ ไปครับ.. คุณบุญเกิดคงรอพวกเราที่ชายหาดแล้วละ”
ชายหาดที่ทอดยาว เม็ดทรายที่ละเอียดนุ่มเท้า มีหนุ่มสาวหลายคู่หยอกล้อกันในทะเล ท่ามกลางแสงสีทองยามอาทิตย์อัสดง สวยงามเหมือนฉากจากภาพยนตร์โรแมนติกยอดนิยม
หนุ่มสาวคู่หนึ่งเดินจูงมือขึ้นจากทะเล เมื่อมองออกไปคล้ายมือทั้งสองประคองตะวันไม่ให้จมน้ำ ฉากหลังสีทองขอบฟ้ากับขอบทะเลที่ใช้เส้นขอบเดียวกันแบ่งตะวันกันอย่างครึ่ง
หญิงสาวกับชายหนุ่มหน้าตาดีเหมือนพระเอกตามสมัยนิยม ทั้งสองเดินผ่านครอบครัวของเทวาหันมายิ้มให้ น้องฟ้าบอกให้พ่อและคุณบุญเกิดดู แต่ทั้งสองกำลังคุยกันอย่างสนุกสนานเพียงพูดออกไป
“ คงเห็นดาราขวัญใจละสิ? ที่นี่คนดังเขาชอบมาเที่ยวกัน”
ช่างเป็นคืนวันที่สนุกสนาน จนถึงเข้าวันที่ทั้งหมดขับรถกลับ ทุกครั้งหากติดไฟแดงต่างมีผู้คนที่ขับรถมาจอดด้านข้างต่างยิ้มแย้มให้อย่างเป็นมิตร
แต่วันนี้กลับมีรถคันหนึ่งซึ่งทั้งสองไม่คุ้นเคยมาจอดติดไฟแดงข้างกัน ชายหนุ่มผู้หนึ่งยิ้มให้กับทั้งหมด แต่กลับสร้างความตื่นตะลึงแก่ทั้งเทวาและบุญเกิด
น้องฟ้าก็ตื่นเต้นเช่นกัน เพราะนั่นคือดาราขวัญใจวัยรุ่นที่กำลังโด่งดัง และยิ้มให้ตอนอยู่ที่ชายหาด
ชายหนุ่มผู้นั้น คนที่ผู้เป็นพ่อมาบอกเรื่องราวของแม่ผู้จากไป ทั้งสองต่างภาวนาให้ไฟแดงอยู่ตลอดไป
แต่เมื่อเสียงแตรดังขึ้นรถคันนั้นก็ขับออกไปก่อนแล้วอย่างปรกติ บุญเกิดหายตื่นตะลึงจึงขับรถออกไปรถมีอาการสะดุดกระชากแต่ก็ขับต่อไปได้อย่างไม่มีปัญหา
แต่เบื้องหน้ากลับมีรถวิ่งอยู่ด้านหน้าอยู่ไม่รู้ว่ามาจากไหน
ไม่มีสิ่งใดสิ่งใดผิดปรกติตามโปรแกรมที่ถูกจัดเตรียมไว้อาจเป็นเพราะวันนี้จิตใจของเทวาไม่เป็นปรกติ เก็บเอาภาพนั้นเข้ามาในโปรแกรมด้วย
เมื่อบุญเกิดมาส่งเทวาถึงบ้านเขารู้สึกโล่งอก ที่ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีจนเมื่อเขากลับถึงบ้านนอนเตียงนุ่มที่เขาชื่นชอบ เขาหลับอย่างเป็นสุข แล้วเขาจะตื่นมาพบกับโลกความเป็นจริง ในห้องปฏิบัติการที่เขาสร้างมันขึ้นมา
      ......................................................
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นที่หัวเตียงคุณบุญเกิดเอื้อมมือหยิบกระแทกเสียงออกไป
“ นี่ผมเคยบอกกี่ครั้งแล้ว หากเรื่องเร่งด่วนให้ตามเทวามาจัดการแทนผมได้ทุกอย่าง”
“ นี่น้องฟ้านะคะ คุณลุงหนูโทรมาเตือนคุณลุงตามคำสั่งคุณพ่อคะ พวกเราต่างรอคุณลุงอยู่นะคะ..”
บุญเกิดหันไปมองภรรยาเห็นเธอกำลังออกมาจากห้องน้ำ เธอส่งเสียงเตือนอีกครั้ง
“ เราต้องไปรับครอบครัวคุณเทวา ลุกขึ้นอาบน้ำได้แล้ว”
บุญเกิดแทบไม่อยากขับรถออกจากบ้าน เขาไม่กลัวไปเที่ยวทะเลแต่กลัวว่าจะต้องตื่นมารับโทรศัพท์ทุกเช้าแล้วเตือนว่าวันนี้เขาต้องไปเที่ยวทะเล
        ..........................................................
ข้อความที่โพสจะต้องไม่น้อยกว่า {{min_t_comment}} ตัวอักษรและไม่เกิน {{max_t_comment}} ตัวอักษร
กรอกชื่อด้วยนะ
_________
กรอกข้อมูลในช่องต่อไปนี้ไม่ครบ
หรือข้อมูลผิดพลาดครับ :
_____________________________
ช่วยกรอกอีกครั้งนะครับ
กรุณากรอกรหัสความปลอดภัย
ความคิดเห็น