ลูกไม้หล่นไม่ไกลรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 76,623 Views

  • 98 Comments

  • 657 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,860

    Overall
    76,623

ตอนที่ 9 : 3 แรกพบ...ไม่สบพักตร์ 35%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3891
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    18 ก.ย. 61




แรกพบ...ไม่สบพักตร์


สองเดือนก่อน

“ต้นกล้ายุ่งอยู่หรือเปล่าลูก แม่ขอคุยอะไรด้วยหน่อย” เนตรอนงค์เดินมานั่งบนม้าหินอ่อนฝั่งตรงข้ามกับลูกชาย วันนี้เหมาะที่สุดแล้วหากจะพูดเรื่องที่คุยไว้กับคุณหรีดเมื่อเดือนก่อน

“ครับแม่” เนติพัฒน์ผละจากกองเอกสารตรงหน้า แม้วันนี้เป็นวันเสาร์ แต่สำหรับผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างเขาไม่มีคำว่าวันหยุดปรากฏในปฏิทิน

“เมื่อวันก่อนแม่คุยกับย่าหรีด ย่าหรีดบอกว่าน้ำตาลจะกลับมาอยู่บ้านแล้วลูก”

“ไม่มีที่ไหนอยู่แล้วสุขใจเท่าบ้านครับ ไม่ได้เจอน้ำตาลหลายปีเหมือนกันนะครับตั้งแต่ยายแสบไปเรียนกรุงเทพฯ” ณัฐกานต์เรียนต่อในมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ ของประเทศ เป็นช่วงเดียวกับที่เขาแต่งงานกับปิรัญญาพอดี แม้ณกรณ์บอกว่าที่น้องสาวเลือกเรียนไกลบ้านเป็นความตั้งใจเพราะอยากเรียนในคณะและสาขาวิชาที่ชอบ แต่เขารู้ดีว่านั่นไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด

“น่าตีจริงๆ เลยลูกชายฉัน น้องโตเป็นสาวยังเรียกน้องว่ายายแสบอีก”

“ไม่รู้โตขึ้นจะแสบน้อยลงหรือแสบเพิ่มขึ้นนะครับ” ใครจะลืมได้ลงล่ะว่าน้องสาวในวัยเด็กคนนี้แสบขนาดไหน เป็นน้องเล็กสุดและเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว แต่กลับซนจนทำให้ณกรณ์กับเขาหัวปั่นมาแต่ไหนแต่ไร

“แม่ไม่อ้อมนะ”

แววตาคุณเนตรอนงค์จริงจัง ยังผลให้คนฟังอยู่ในโหมดจริงจังตามไปด้วย

“ย่าหรีดเป็นห่วงน้ำตาลมาก ถึงน้องจะแสบแบบที่ต้นกล้าว่า แต่น้องก็เป็นผู้หญิง ลูกก็รู้ว่าสังคมสมัยนี้ไม่น่าไว้ใจ น้องก็ใช่ว่าจะขี้ริ้วขี้เหร่ ย่าหรีดกลัวน้ำตาลเจอคนไม่ดี เลยอยากให้น้องมีคนดูแล ซึ่งคนที่ย่าหรีดไว้ใจคือต้นกล้า” ใช่ว่าเป็นฝ่ายนั้นฝ่ายเดียวที่อยากได้เนติพัฒน์มาเป็นหลานเขย เธอเองก็อยากให้สองครอบครัวเป็นทองแผ่นเดียวกัน การแต่งงานครั้งแรกของลูกชายเธอไม่เห็นด้วยนัก แต่ไม่อาจขัดขวางความรักของลูกได้จึงปล่อยเลยตามเลย สุดท้ายชีวิตคู่ก็สิ้นสุดลงก่อนที่ผลผลิตอย่างเด็กหญิงกณิศาจะหย่านมเสียด้วยซ้ำ

“ผมว่าแม่อ้อมไปสุไหงโก-ลกเลยละครับ”

“ไม่ได้เบี่ยงประเด็นไปมากขนาดนั้นเสียหน่อย” แค่อยากพูดให้ลูกเข้าใจง่ายๆ ก็เท่านั้น

“โอเคครับ เท่าที่ฟังมา ผมสรุปเอาเองว่าแม่อยากให้ผมแต่งงานอีกครั้ง”

“ใช่จ้ะ แม่ไม่อยากให้ต้นกล้ายึดติดกับอดีตนะลูก แล้วอีกอย่างแม่ก็สงสารหลาน ตั้งแต่เข้าโรงเรียน พอกลับมาบ้าน น้องต้นข้าวถามตลอดว่าแม่จ๋าไปไหน ทำไมหนูไม่มีแม่จ๋า” รักลูกมากเท่าไร ยิ่งทำให้เธอรักหลานมากขึ้นทบทวี ปวดใจทุกครั้งที่เห็นนัยน์ตาหลานสาวหมองเศร้ายามถามหามารดา

“ผมไม่อยากล้มเหลวเรื่องครอบครัวอีกแล้วครับแม่ ถ้าแต่งงานกันไป ผมคงรักน้ำตาลแบบสามีภรรยาไม่ได้” ความรักทั้งหมดทุ่มให้กับกณิศาหมดแล้ว ลูกสาวคือชีวิตที่เหลือของเขา

“แต่ต้นกล้าก็เอ็นดูน้องไม่ใช่หรือ ความเอ็นดูเป็นบ่อเกิดของความรักนะลูก”

“อย่าเพิ่งคิดมากสิครับ แค่จะบอกว่าผมรักน้ำตาลไม่ต่างจากที่เกลือรัก ถ้าฝ่ายนั้นไม่ขัดข้อง ผมก็ยินดี” เนติพัฒน์มั่นใจว่าจะดูแลณัฐกานต์ได้ดีพอ แต่เรื่องหัวใจบังคับกันไม่ได้ เขาคิดกับหญิงสาวแบบพี่น้องมายี่สิบกว่าปี จะให้เปลี่ยนความรู้สึกแบบปุบปับก็ดูโกหกเกินไป

“ต้นกล้าตกลง แม่ไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม โอย แม่ดีใจที่สุดเลยลูก” ไม่คิดไม่ฝันว่าเรื่องมันจะง่ายขนาดนี้ เธอคิดคำพูดไว้หว่านล้อมลูกชายหัวแก้วหัวแหวนตั้งมากมาย สุดท้ายแล้วไม่ได้งัดออกมาใช้เลยสักนิด

“ครับ ตอนแต่งงานครั้งแรกแม่เตือนแล้วว่าให้ทบทวนดีๆ แต่ผมไม่ฟังเอง ครั้งนี้ผมเชื่อว่าแม่มองคนไม่ผิด”

ความผิดหวังในอดีตทำให้เนติพัฒน์ไม่สามารถมอบความรักให้ใครได้อีกแล้ว แต่หากภรรยาในอนาคตของเขาคือณัฐกานต์ เขามั่นใจว่าจะดูแลหญิงสาวได้ในฐานะ ‘น้องสาว’ ได้อย่างไม่มีปัญหา มันมั่นคงกว่าการอยู่ด้วยกันแบบคนรักเป็นไหนๆ และที่สำคัญคือเขามองออกว่าตั้งแต่เริ่มแตกเนื้อสาวน้องสาวคนนี้ไม่ได้รักเขาในแบบพี่น้องอีกแล้ว

แววตาณัฐกานต์อ่านง่ายนิดเดียว...

 


ปัจจุบัน

เวลาเปลี่ยนใจคนก็เปลี่ยนตาม หากไม่มาได้ยินคำพูดที่ออกจากปากจิ้มลิ้มนั่น เขาคงเข้าใจอย่างที่คิดมาโดยตลอดว่าการแต่งงานในครั้งนี้เกิดจากความเต็มใจ

“ถ้าอาชีพที่ผมทำอยู่มันเสี่ยงต่อการทำให้น้ำตาลต้องเป็นม่าย งานแต่งก็ยกเลิกไปได้เลยครับย่าหรีด ผมรักในอาชีพที่ผมทำและไม่มีทางทิ้งทุกอย่างเพียงเพราะผู้หญิงที่ไม่เห็นค่า ตชด. มีเกียรติมีศักดิ์ศรีมากพอครับ”

ประโยคนั้นเนติพัฒน์ตั้งใจบอกคุณหรีด หากกลับมองไปยังณัฐกานต์ด้วยแววตาบ่งบอกถึงความผิดหวังชัดเจน แม้รู้ว่าเธออาจพูดด้วยโทสะ แต่ไม่คิดว่าน้องสาวในวัยเด็กจะใช้ถ้อยคำที่ทำร้ายจิตใจเขาได้ถึงเพียงนี้

“พะ...พี่ต้น” ณัฐกานต์เสียงแผ่ว รู้ซึ้งก็ตอนนี้ว่าถูกน็อกกลางอากาศเป็นอย่างไร “น้ำตาลไม่ได้หมายความแบบนั้นนะคะ น้ำตาลไม่ได้รังเกียจพี่ต้น”

“เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่แบบที่น้ำตาลว่า เพราะฉะนั้นงานแต่งระหว่างเราจะไม่เกิดขึ้น พี่ไม่อยากเป็นเหมือนห่วงที่ไปผูกคอจนคนที่แต่งงานด้วยหายใจไม่ออก” เขาย้อนเอาคำพูดหญิงสาวมาย้ำให้ฟังอีกครั้ง

“น้ำตาลไม่ได้อึดอัดขนาดนั้น เอ่อ น้ำตาลแค่โกรธที่ย่าบังคับ เฮ้อ จะพูดยังไงดีล่ะ ตะ...แต่ไม่ใช่ว่าน้ำตาลรังเกียจพี่หรือรังเกียจอาชีพของพี่นะคะ” มือบางประสานกันอยู่ด้านหน้าอย่างไม่รู้จะวางไว้ตรงไหนดี แววตาที่ทอดมองไปยังคู่สนทนาอ้อนวอนและขอโทษอยู่ในที

“น้ำตาลคงเคยได้ยินที่เขาว่ากันว่า เมื่อเรายังไม่ได้พูด เราเป็นนายคำพูด แต่เมื่อพูดไปแล้ว คำพูดเป็นนายเรา” เนติพัฒน์รู้สึกเจ็บจนจุกไปหมด การถูกหญิงสาวซึ่งตนรักเหมือนน้องสาดเทคำพูดที่ฟังยังไงก็ไปในทางร้าย มันบีบหัวใจเขาให้แหลกละเอียดยิ่งกว่าคราวผิดหวังจากชีวิตคู่ครั้งแรกเสียอีก 



----------------------------------------------------------

เปิดจองหนังสือ ลูกไม้หล่นไม่ไกลรัก

จองได้ยาวๆ ตั้งแต่วันนี้ - 15 พฤศจิกายน จัดส่งภายในเดือนพฤศจิกายน 2561
ในช่วงเปิดจองราคา 339 บาท จากราคาปก 369  ส่งฟรีลงทะเบียน + พลาสติก (ส่ง EMS เพิ่ม 40 บาท) 
ส่งค่าสินสอดได้ที่  บัญชีชื่อ Waraporn S.

ไทยพาณิชย์ 235-223329-6 / กสิกรไทย 022-1-89084-1 / กรุงไทย 381-0-07445-4
(พร้อมเพย์ทักข้อความนะคะ)
แจ้งโอนได้ที่
1. Fanpage: วรศิษฏ์ / วรศิษฏา           2. E-mail: worasith.dew@gmail.com
ปล. สำหรับท่านที่ต้องการเรื่อง ลงหลักปักรัก ซึ่งเป็นภาคต่อ สามารถสั่งซื้อได้ในราคา 359 บาทค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #7 punnada400 (@punnada400) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 22:40

    พี่ต้นเสียใจเลย

    #7
    0