ลูกไม้หล่นไม่ไกลรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 84,936 Views

  • 121 Comments

  • 631 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    399

    Overall
    84,936

ตอนที่ 79 : 26 แสงดาวแห่งศรัทธา 35%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1296
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 80 ครั้ง
    21 ก.พ. 62



26 

แสงดาวแห่งศรัทธา

โลงศพคลุมด้วยธงชาติไทยทั้งสองโลงซึ่งมีนายตำรวจสิบสองนายแบกไว้บนบ่าเคลื่อนออกจากบริเวณห้องดับจิตมายังรถที่จอดรออยู่ก่อนหน้า สองข้างทางขนาบด้วยเหล่าตำรวจประจำกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๔๓ ทั้งชั้นประทวนและชั้นสัญญาบัตรยืนเรียงแถวหน้ากระดานอยู่ในท่าตะเบ๊ะ แม้เป็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ตรงศีรษะพอดี ทว่าแดดกลับไม่แผดจ้าอย่างที่ควรเป็น อีกทั้งสายลมยังพัดเอื่อยเฉื่อยราวกับไว้อาลัยแด่การจากไปของตำรวจตระเวนชายแดนทั้งสองนาย

“เจ้าพีโชคดีที่ได้มาอยู่ที่นี่ เวลาที่เขาโทรเล่าเรื่องที่ทำงานให้ฟัง พ่อรู้ว่าลูกชายพ่อมีความสุขมาก” แม้ชีวิตลูกชายจะสูญสิ้น หากแต่ความภูมิใจที่เขากับครอบครัวมีต่อพีรวัตรจะเพิ่มขึ้นในทุกๆ วัน

“ตอนพีเขาตัดสินใจลงใต้ แม่กับพ่อมาส่งเขา แต่ไม่คิดเลยว่าจะต้องมารับร่างไร้ลมหายใจของพีกลับบ้าน” มารดาพีรวัตรบอกกับเจ้านายโดยตรงของลูกชาย “แม่ขอบใจผู้กองต้นกล้ามากนะคะที่จัดการเรื่องทุกอย่างให้”

เนติพัฒน์ยิ้มรับพร้อมทั้งใช้มือข้างที่ไม่ใส่เฝือกบีบมือคนตรงหน้าอย่างให้กำลังใจ

“ผมก็โชคดีที่มีเพื่อนร่วมงานอย่างหมวดพีครับ เขาจะอยู่ตรงนี้ครับ...ตลอดไป” ชายหนุ่มทุบกำปั้นเบาๆ ลงบนอกข้างซ้ายของตน

หญิงวัยกลางคนยิ้มอ่อนโยนแล้วผละจากเนติพัฒน์ก้าวหาเด็กสาวที่ยืนอยู่หลังทนงค์ ลูกชายมักเล่าเรื่องราวรวมทั้งส่งภาพแอบถ่ายผู้หญิงในดวงใจให้ดูอยู่เนืองๆ เมื่อเช้าเป็นครั้งแรกที่เธอได้เจอและพูดคุยกับพรรษศิกา ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดพีรวัตรถึงยอมทิ้งลายเจ้าชู้

“เดินทางปลอดภัยนะคะ” ดวงตาหวานคมส่งความจริงใจให้

หญิงผู้มีเค้าหน้าไม่ต่างจากลูกชายยิ้มในหน้าแล้วรูดซิปกระเป๋าถือ หยิบของบางอย่างที่อยู่ในซองพลาสติกใสออกมาส่งให้กับเด็กสาวที่อาจกลายเป็นลูกสะใภ้เธอ...หากพีรวัตรไม่จากไปเสียก่อน

“เก็บไว้นะลูก พี่พีคงดีใจถ้าหนูรับมันไว้ พี่เขารักน้องซอมาก คงดีใจถ้าได้อยู่ใกล้ๆ คนที่เขารัก แม่รู้จักน้องซอจากที่พี่พีเล่าให้ฟัง ก่อนที่เราจะได้เจอกันเสียอีกนะ หนูไม่ซีเรียสกับการเก็บของใช้คนตายใช่ไหม”

“ขอบคุณค่ะ นี่คือตัวแทนของ ตชด. ที่เก่งที่สุดคนหนึ่งต่างหาก ซอจะเก็บไว้อย่างดีเลยค่ะ” พรรษศิกาแนบหมวกเบเรต์ดำที่มักติดกายพีรวัตรเสมอไว้กับอก น้ำตารื้นรอบดวงตาคู่งาม หากแต่มันเกิดจากความยินดี หาใช่ความเสียใจไม่

“แม่ต้องไปแล้ว ถ้ามีโอกาสน้องซอไปเยี่ยมแม่บ้างนะลูก คิดเสียว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ถ้ามีเรื่องทุกข์ใจขอให้หนูคิดถึงแม่กับพ่อเป็นคนแรกๆ นะจ๊ะ”

“ค่ะ ซอสัญญาว่าสักวันหนึ่งจะไปเยี่ยมพ่อกับแม่ค่ะ ไปในที่ที่ พี่พีรัก” นึกแล้วก็ปวดใจแปลบปลาบ ตลอดเวลาที่รู้จักกัน พีรวัตรคะยั้นคะยอให้เธอเรียกเขาว่าพี่ แต่เธอปากหนักไม่เคยเรียกตามที่เขาหวังเลยสักครั้ง กว่าจะเรียก พี่พีได้เต็มปาก เจ้าของชื่อก็ไม่อยู่ฟังเสียแล้ว หากย้อนเวลากลับไปได้ เธอไม่ลังเลเลยที่จะทำอย่างที่ชายหนุ่มขอ

“โชคดีนะลูก หนูอย่าเสียใจกับสิ่งที่พ่อหนูเต็มใจทำ” มือขาวอวบรั้งร่างผอมบางเข้ากอดแน่น ลูกชายคนเดียวรักใครเธอก็รักด้วย

พรรษศิกามองส่งรถตำรวจที่มีร่างไร้วิญญาณของพีรวัตรเคลื่อนออกไปจนลับสายตา ก่อนจะเดินมายังรถอีกคันอันมีร่างบิดาซึ่งถูกนำขึ้นไปไม่นาน เนติพัฒน์ที่รออยู่ด้านบนก่อนแล้วยื่นมือให้จับ เด็กสาวส่งมือออก ใช้เขาเป็นหลักแล้วก้าวขาขึ้นรถ จากนั้นก็หย่อนตัวนั่งพับเพียบแนบแก้มเข้ากับโลงศพผ่านผืนธงชาติไทย มือบางลูบเนื้อผ้าอย่างภูมิใจในตัวบิดา

ซอเป็นลูกสาวป๊า ซอจะแกร่งให้ได้เหมือนป๊าค่ะ

 

แม้เหตุการณ์ในวันนั้นจะผ่านมาเกือบอาทิตย์ และพิธีพระราชทานเพลิงศพดาบตำรวจดนัยจะสิ้นสุดลงแล้วเมื่อช่วงเย็น หากแต่ยามได้อยู่เพียงลำพัง เรื่องราวเกี่ยวกับลูกน้องทั้งสองคนก็แวบเข้ามาให้คิดถึง ความประทับใจหลายๆ อย่างทำให้เขายิ้มได้ แต่ก็ปวดใจพอกันเมื่อตระหนักว่าต่อไปจะไม่ได้ฟังคำแนะนำที่ดีจากดนัย และไม่ได้หัวเราะกับมุกแสนฝืดของพีรวัตรอีกแล้ว

“พี่ต้นมายืนทำอะไรตรงนี้คะ เข้าบ้านกันเถอะค่ะ เดี๋ยวน้ำตาลจะเช็ดตัวและก็ทายาให้” หญิงสาวเดินมาทางด้านหลังแล้วลูบมือลงบนเฝือกอ่อนของสามี

“น้องต้นข้าวกับซอหลับแล้วหรือ”

“หลับแล้วค่ะ เด็กๆ คงเหนื่อยกับงานศพดาบ แต่น้ำตาลก็รู้สึกว่าน้องซอร่าเริงขึ้นกว่าวันแรกๆ ที่ดาบจากไปนะคะ อาจจะเป็นเพราะว่ามีน้องต้นข้าวตามประกบชวนคุยโน่นคุยนี่เลยทำให้น้องซอไม่มีเวลาเครียด” ณัฐกานต์พูดไปก็ยิ้มไปด้วย พรรษศิกาเข้มแข็งเกินวัย นั่นทำให้เธอเบาใจ แต่ก็ยังอดห่วงไม่ได้ จึงขอร้องให้น้องสาวมานอนกับกณิศาทุกคืน

ชายหนุ่มใช้แขนข้างซ้ายโอบไหล่บางไว้ แล้วชักชวนให้ดูดาวด้วยกัน ยามดึกในเดือนสุดท้ายของปีเช่นนี้หนาวลมฝนไม่น้อย แต่ลมที่พัดเอากลิ่นเฉพาะของดอกดาวเรืองแตะจมูกทำให้เคลิบเคลิ้มจนลืมความหนาวเสียสนิท

“คืนนี้ดาวสวยจังเลยนะคะ พี่ต้นหนีน้ำตาลมาดูดาวนี่เอง”

“ตอนพี่เข้ามาเป็นหัวหน้าชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดใหม่ๆ ต้องออกปฏิบัติหน้าที่ครั้งละนานๆ ไม่ได้กลับบ้านเป็นเดือนก็มี ดาบดนัยบอกว่าเวลาคิดถึงบ้านหรือคิดถึงคนที่รักให้เงยขึ้นมองดาว เมื่อก่อนพี่ไม่เข้าใจหรอกว่าแค่มองดาวจะหายคิดถึงได้ยังไง แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว”

“เข้าใจว่ายังไงคะ”

“ก็เพราะคนคนนั้นอาจจะมองดาวดวงเดียวกับเราอยู่ก็ได้ และบางทีดาบกับหมวดพีอาจจะกลายเป็นดาวดวงไหนสักดวงที่อยู่บนท้องฟ้านี่ แสงดาวคือแสงแห่งศรัทธา...ศรัทธาแห่งรัก” เป็นตรรกะการคิดที่แปลกประหลาด แต่ก็ทำให้หัวใจเขาชุ่มชื่นได้ไม่น้อย

แม้ในยามรัตติกาลก็ยังมีแสงดาวสาดส่องให้เห็นสรรพสิ่งรอบกายได้รางๆ เมื่อปรับสายตาให้เข้ากับความมืดนั้นได้แล้ว ณัฐกานต์ก็ได้เห็นว่าตรงหัวตาของผู้ชายที่เธอรักมีหยาดน้ำที่กำลังส่องประกายเมื่อกระทบกับแสงดาว แต่แปลกที่มันไม่มีทีท่าว่าจะหล่นร่วงเลยแม้แต่น้อย เนติพัฒน์ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครได้เห็น ยามอยู่ต่อหน้าลูกน้องเขามักตีสีหน้าปกติเพื่อไม่ให้คนที่เหลือต้องบอบช้ำยิ่งกว่าเดิม ทว่าเหล็กแข็งก็อ่อนตัวลงได้เมื่อโดนไฟร้อนแรงแผดเผา...พี่ต้นของเธอคงอัดอั้นมากจริงๆ

“น้ำตาลว่าดาบดนัยกับหมวดพีที่มองลงมาจากด้านบน คงอยากเห็นผู้กองต้นกล้ายิ้มกว้างๆ มากกว่าทำหน้าดุเป็นยักษ์นะคะ พี่ต้นว่าไหม” หญิงสาวแกล้งเย้าให้สามีอารมณ์ดีขึ้น

“งั้นพี่คงต้องอารมณ์ดีทุกวันเสียแล้ว ยิ้มแบบนี้ใช้ได้ไหมครับ”

“นี่เรียกว่ายิ้มแล้วหรือคะ” เธอแนบฝ่ามือทั้งสองข้างไปกับใบหน้าคมคล้ามที่บาดแผลเริ่มตกสะเก็ดแล้ว ดูอย่างไรก็เหมือนการยกริมฝีปากมากกว่ายิ้ม

“งั้นแบบนี้ล่ะ” ชายหนุ่มยิ้มกริ่ม จนเริ่มเผยให้เห็นฟันที่เรียงกันเป็นระเบียบ

“ยิ้มแบบนี้ไม่เห็นจะหล่อเลยค่ะ ยังใช้ไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ” รอยยิ้มนั่นไม่เท่าไรหรอก แต่แววตาที่เขามองมานี่สิที่ทำเธอเขิน ขนาดอยู่ท่ามกลางความมืดเธอยังเกือบบิดตัวม้วนต้วน แล้วถ้าอยู่ในที่สว่างไม่มุดดินหนีเลยหรือ

ทำไมเดี๋ยวนี้ขี้อายนักนะยายน้ำตาล ความใจกล้าหน้าด้านหายไปไหนหมด

“แล้วยิ้มแบบนี้...” ฝ่ามือหนาข้างที่ไม่ใส่เฝือกยกขึ้นปิดหน้าตัวเอง พอเลื่อนมือออกอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มที่เขามั่นใจว่าจะละลายใจคนมองก็ถูกเปิดเผย “พี่หล่อหรือยัง”

ณัฐกานต์ถึงกับหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เธอตกหลุมรักเขาเป็นครั้งที่ห้าร้อยเสียแล้วละมั้ง

“หล่อแล้วก็ได้ค่ะ” หญิงสาวทำใจกล้ามองสบตา แต่เมื่อเขายังไม่ยอมผละไป ก็เป็นเธอเสียเองที่ต้องหลบตาแล้วพูดเสียงเบา แต่ก็แอบหวังให้เขาได้ยิน “หล่อแค่นี้ก็รักจะตายอยู่แล้ว”

“อะไรนะครับ หล่อแค่นี้จะไม่รัก ?” เขาแกล้งพูดผิด

“เฮ้อ จะแกล้งกันให้ได้เลยใช่ไหมคะ” ณัฐกานต์ส่งค้อนนิดๆ ก่อนจะค่อยๆ คลี่ยิ้ม “พี่ต้นหล่อที่สุดในโลกเลยค่ะ และก็อย่าไปยิ้มแบบนี้ให้ใครนะคะ น้ำตาลหวง หวงเพราะว่า...รักม๊ากมาก”

ฟอด !!!

“พี่ต้น !” มือบางจับแก้มตัวเองข้างที่ถูกเขาฉกหอม หญิงสาวหันมองซ้ายขวาทันที “ถ้าเกิดใครมาเห็นเข้าจะเอาพี่ต้นไปพูดได้นะคะ”

“ขอบคุณครับ พี่สบายใจขึ้นเยอะ ต่อไปจะยิ้มบ่อยๆ ดาบดนัยกับหมวดพีมองลงมาจะได้สบายใจ” นิ้วโป้งบรรจงลูบไล้แก้มเนียนอย่างหลงใหล “ขอบคุณที่อยู่ข้างๆ กัน”
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 80 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #117 lk-ket (@lk-ket) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:17
    ถึงว่า ซอ หมวดพี ทำไมเราคุ้นๆอย่างนี้นี่เองเหมือนมาคลายปมที่เคยอ่านเรื่องก่อนนี่เอง
    #117
    1
    • #117-1 agnasis (@agnasis) (จากตอนที่ 79)
      23 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:47
      เรื่องอะไรหรือคะ อยากตามไปอ่านบ้าง
      #117-1
  2. #116 punnada400 (@punnada400) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:16

    สู้ๆนะคะทุกคน

    #116
    0
  3. #115 Wee (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:54

    ????????????????????????

    #115
    0