ลูกไม้หล่นไม่ไกลรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 84,936 Views

  • 121 Comments

  • 631 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    399

    Overall
    84,936

ตอนที่ 77 : 25 พิราบขาว 75%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1101
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    19 ก.พ. 62




“พี่น้ำตาลทำอะไรอยู่คะ” น้ำเสียงแจ่มใสดังขึ้นก่อนเด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลายจะเดินเข้ามายังห้องครัว

“แกงจืดตำลึงหมูสับจ้ะ น้องซอกินด้วยกันนะคะ เย็นนี้ทุกคนจะกลับมาถึงค่ายแล้ว พี่แกงจืดไว้หม้อใหญ่ และก็ทำกับข้าวไว้เยอะเลยค่ะ” ณัฐกานต์บอกขณะใช้จวักตักน้ำซุปขึ้นมาใส่ในช้อนแล้วชิมรสชาติ ก่อนปิดเตาแก๊ส “อืม อร่อยแล้ว น้องซอว่ากับข้าวพวกนี้จะพอไหมคะ พี่ทำยำหมูยอเพิ่มอีกสักอย่างดีหรือเปล่า”

“ถมเถค่ะพี่น้ำตาล” พรรษศิกากวาดตามองอาหารมากกว่าห้าอย่างบนโต๊ะตัวยาว นี่ก็แทบจะเลี้ยงคนได้ทั้งค่าย “แต่ตอนนี้ซอมีอะไรอยากบอกพี่น้ำตาลค่ะ”

“อะไรหรือคะ” หญิงสาวยิ้มให้ มั่นใจว่าเป็นเรื่องดี

“จริงๆ ซอตั้งใจจะบอกป๊าเป็นคนแรกค่ะ แต่ทนเก็บไว้ไม่ไหว เลยแวะมาบอกพี่น้ำตาลก่อน...ซอสอบติดพยาบาลแล้วนะคะ ผลเพิ่งออกเมื่อคืน ดีใจจนกระโดดไปทั่วบ้านเลยค่ะ”

“ว้าว จริงๆ หรือจ๊ะ พี่ดีใจด้วยนะน้องซอ ป๊าน้องซอต้องดีใจมากๆ แน่ๆ” ณัฐกานต์คว้ามือน้องสาวมากุมไว้แล้วเขย่าอย่างตื่นเต้น ไม่แปลกใจเลยที่น้องสาวคนนี้สอบติด แต่พอได้ฟังข่าวดี ความยินดีของเธอก็ไม่น้อยลงเลย

“ดีใจอะไรกันอยู่สองสาว เสียงดังไปถึงหน้าบ้าน” ณกรณ์เดินพลางพูดพลาง แล้วหยุดพิงหลังแนบกับขอบประตูห้องครัว

“น้ำตาลคิดถึงพี่นุกจังเลย ไม่ได้เจอกันเป็นอาทิตย์” หญิงสาวแหวกร่างกำแพงของพี่ชายเข้ามาโอบเอวว่าที่พี่สะใภ้ ก่อนย่อตัวลงหอมแก้มกณิศา วันนี้ณกรณ์กับวันเสาร์ขันอาสาไปรับหนูน้อยที่โรงเรียนให้ เธอจึงมีเวลาทำอาหารเลี้ยงต้อนรับทุกคนอย่างเต็มที่

“อานุกซื้อขนมถ้วยฟูให้น้องด้วยค่ะแม่จ๋า” เด็กหญิงชูถุงขนมอวดคนตรงหน้า ดวงตากลมโตฉายแววดีใจอย่างเปิดเผย

“ค่ะ แต่ว่าต้องกินข้าวด้วยนะคะ มีแกงจืดของโปรดน้องต้นข้าวด้วย”

“เย้ น้องจะกินข้าวกับพ่อจ๋าด้วยค่ะ”

“ค่ะ เรากินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตานะคะ” มือบางหยิกแก้มยุ้ยอย่างมันเขี้ยว

“เฮ้ย ! ไม่คิดจะทักพี่ทักเชื้อบ้างหรือไงยายลูกลิง นี่ยืนให้ท่าอยู่นานแล้วนะเนี่ย” ชายหนุ่มยืนกอดอกแสร้งพูดน้อยใจ “เดี๋ยวพอผัวมาก็จะอ้อนผัว พี่คงยิ่งตกกระป๋อง”

พรรษศิกากับวันเสาร์มองหน้ากันแล้วป้องปากหัวเราะ อดขำไม่ได้กับสรรพนามที่ณกรณ์ใช้เรียกสามีน้องสาว ณัฐกานต์นั้นได้แต่หายใจฟึดฟัด ในขณะที่กณิศาง่วนอยู่กับการแกะถุงขนมถ้วยฟู

“น้องน้ำตาล น้องน้ำตาล อยู่ไหนคะ” ผู้มาใหม่รีบถอดรองเท้าไว้ตรงประตูบ้าน แล้วสาวเท้าเข้าด้านใน เมื่อไม่เจอใครก็สอดส่องหาทั่วด้วยสีหน้าร้อนรน “น้องนะ...”

“มีอะไรหรือเปล่าคะพี่ไล”

ณัฐกานต์เดินออกจากห้องครัวมาหยุดยืนตรงห้องรับแขก คิ้วสองข้างขมวดมุ่นเข้าหากันเป็นเครื่องหมายคำถาม ส่วนคนอื่นๆ ที่ออกตามๆ กันมาก็งงกับท่าทางคล้ายหนักใจของวิไลไม่แพ้กัน

“ซออยู่ที่นี่ด้วยหรือลูก ดีเลย น้าจะได้บอกทีเดียว” วิไลลูบไหล่หลานสาวที่เธอเห็นมาตั้งแต่ยังไม่เข้าโรงเรียน “ทำใจดีนะลูก ทำใจดีๆ นะคะน้องน้ำตาล”

“อะไรหรือคะน้าไล” พรรษศิกาใจเต้นไม่เป็นส่ำ มองณัฐกานต์ก็พบว่าพี่สาวมีอาการไม่ต่างจากเธอ

“ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด วอ. มาที่หน่วยสื่อสารค่ะ หมวดโมทย์เป็นคนรับวิทยุและโทรบอกพี่ให้มาบอกน้องน้ำตาลกับซอ” วิไลเริ่มถ่ายทอดสิ่งที่ได้รับฟังจากสามีอีกต่อหนึ่ง “หมวดโมทย์ไม่ได้บอกอะไรมาก บอกแค่ว่าให้น้องน้ำตาลกับซอไปที่โรงพยาบาล ตอนนี้รถกำลังเคลื่อนย้ายคนเจ็บกลับมาค่ะ”

“คะ...คนเจ็บ ระ...หรือคะ” ณัฐกานต์ถามกระท่อนกระแท่น อย่าให้เป็นอย่างที่เธอคิดเลย

“น้าไล บอกซอเถอะค่ะ ซอรับได้ทุกอย่าง” พรรษศิกาดูจะรักษาระดับเสียงไว้ได้ดีกว่า ทว่าในใจว้าวุ่นไม่น้อยกว่าอีกคน แข้งขาพากันอ่อนเปลี้ย แต่ก็ต้องขืนแข็งไว้

“บาดเจ็บกันเกือบทุกคนเลยลูก แต่ที่น่าเป็นห่วงคือผู้กอง หมวดพี และก็ป๊าของซอ”

วิไลดึงร่างหลานสาวเข้ากอดปลอบ ส่วนณัฐกานต์นิ่งอึ้งดวงตาเหม่อลอยจนพี่ชายต้องเข้ามาเขย่าตัวและประคองร่างนั้นไว้

“ซอ...” วิไลเอ่ยกับไหล่พรรษศิกา “ซอต้องเข้มแข็งนะลูก เราต้องไปโรงพยาบาลและก็ช่วยกันภาวนาให้ทุกคนปลอดภัย”

 


“น้ำตาลกับน้องซอลงไปรอก่อนแล้วกัน พี่เอารถไปจอดก่อน ไหวใช่ไหม” ณกรณ์ถามหลังจากจอดรถตรงทางรถหน้าห้องฉุกเฉิน

“ค่ะ พี่เกลือรีบมานะ” หญิงสาวบอกเสียงอ่อยทิ้งลายสาวมั่น มือบางปลดเข็มขัดนิรภัยลงจากรถ โดยไม่ลืมจับจูงมือพรรษศิกาให้เดินมายังประตูห้องฉุกเฉินด้วยกัน

คนที่นั่งอยู่หน้าพวงมาลัยรถยนต์มองส่งน้องสาวทั้งสองไปถึงหน้าห้อง ก่อนเคลื่อนรถออกไปจอดยังลานจอดที่อยู่ไม่ไกลกันมากนัก

“ขอโทษนะคะ” ณัฐกานต์ถามเจ้าหน้าที่หน้าห้องฉุกเฉินทันที “ไม่ทราบว่ารถที่ไปรับ ตชด. มาถึงหรือยังคะ”

ยังไม่ทันที่เจ้าหน้าที่จะตอบ เสียงไซเรนก็ดังให้ได้ยินและเงียบลงเมื่อรถจอดนิ่งสนิทหน้าทางเข้าห้องฉุกเฉิน ณัฐกานต์กับพรรษศิกากุมมือแล้วมองหน้ากันด้วยความหวังว่าจะเจอกับคนที่ตัวเองรักในสภาพที่ไม่สะบักสะบอมจนเกินไป...บางทีคนที่พวกตนรักอาจจะอยู่ในรถคันนี้ก็ได้

ประตูท้ายรถพยาบาลเปิดออก ล้อเปลแบบพับได้ถูกลากลงมาสัมผัสกับพื้นจนเกิดเสียงทำให้ผู้หญิงสองคนที่ยืนกุมมือกันอยู่สะดุ้งได้อย่างประหลาด ร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเปลมีผ้าคลุมทั้งตัว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไร้ซึ่งลมหายใจ ทั้งคู่มองตามจนร่างนั่นค่อยๆ ถูกเข็นเข้าไปยังโซนหนึ่งของห้องฉุกเฉิน

ทว่าสิ่งที่ทำให้ณัฐกานต์กับพรรษศิกาตกใจได้ยิ่งกว่าคือร่างสูงใหญ่ที่เดินกะเผลกลงจากรถ รอยเปื้อนเป็นวงกว้างบนกางเกงไม่มีใครเดาผิดว่ามันคืออะไร แขนข้างขวาของคนเจ็บได้รับการดามไว้อย่างง่ายๆ เมื่อเจ้าของใบหน้าคมคล้ามที่มีแผลถลอกไปทั่วเงยขึ้น ทำเอาณัฐกานต์ถึงกับร้องไห้โฮอย่างไม่อายแล้ววิ่งเข้าไปกอดร่างนั้น

“พี่ต้น !

“อั๊ก !” เนติพัฒน์เบี่ยงมือข้างซ้ายลูบแผ่นหลังตัวเองป้อยๆ หวังบรรเทาอาการเจ็บปวดจากแรงกอด

“น้ำตาลขอโทษค่ะ ดีใจมากไปหน่อยที่เห็นพี่ต้นยืนอยู่ตรงนี้ คิดถึงพี่ต้นที่สุดเลยรู้ไหม” หญิงสาวหลั่งน้ำตาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอภาวนาให้เขาและทุกคนปลอดภัยตลอดทางที่นั่งรถมาโรงพยาบาล และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้ใจร้ายกับเธอเกินไป “เจ็บที่หลังด้วยหรือคะ”

“นิดหน่อยครับ พี่ก็คิดถึงน้ำตาล”

ณัฐกานต์สำรวจทั่วร่างสามี เสื้อผ้าท่อนบนถูกแทนที่ด้วยแผ่นผ้าก๊อซสีขาวสะอาด แม้แต่ใบหน้าเขาก็ยังมีรอยถลอกให้เห็น ที่หนักสุดคงจะเป็นแขนขวาซึ่งได้รับการปฐมพยาบาลมาบ้างแล้ว แค่ประเมินด้วยสายตาเธอก็รู้ว่าห่างไกลจากคำว่า นิดหน่อยครับมากโข และเมื่อจ้องมองดวงตาคู่ที่ฉาบฉายความอ่อนโยนมาให้เสมอ เธอก็เห็นว่ามันบวมช้ำ ไม่ใช่จากการถูกกระแทก...แต่เหมือนคนที่ร้องไห้มามากกว่า

ณกรณ์หยุดยืนใกล้กับพรรษศิกา เขาสบายใจอย่างบอกไม่ถูกที่เห็นสามีน้องสาวยืนอยู่ตรงนี้ ชายหนุ่มยกนิ้วโป้งให้เนติพัฒน์และยิ้มให้อย่างรู้กัน

“พี่ต้นให้พยาบาลด้านในดูแผลให้หน่อยนะคะ” แต่จะว่าไป เธอยังไม่เห็นชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดคนไหนอีกเลยนอกจากสามี “คนอื่นๆ ล่ะคะ”

“คนอื่นๆ นั่งรถค่ายตามมา ดาบดนัยอยู่บนรถพยาบาลอีกคัน คงยังมาไม่ถึง” ชายหนุ่มตอบน้ำเสียงนิ่งเรียบ

“ป๊า...ป๊าไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมคะผู้กอง แล้วคนที่ถูกคลุมทั้งตัวนั่นใครหรือคะ” พรรษศิกาถามด้วยกระแสเสียงสั่น เธอไม่อยากให้ใครต้องเป็นอะไรไปทั้งนั้น

“ดาบดนัยใจแข็งมากครับ ระหว่างรอรถพยาบาล ป๊ายังพูดถึงซออยู่เลย” ผู้กองหนุ่มบีบไหล่เด็กสาวเบาๆ

“จริงๆ นะคะ ป๊าจะคุยกับซอได้ใช่ไหมคะ” น้ำใสๆ กลบดวงตาจนมองไม่เห็นอะไร และในที่สุดมันก็ร่วงลงมาเป็นสาย “แล้วหมวดพีล่ะคะ หมวดพีเป็นไงบ้าง”

เนติพัฒน์นิ่งไป จนทั้งสามคนที่รอฟังอยู่ล้วนแต่ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ

“หมวดพีไม่หายใจ...ตั้งแต่รถพยาบาลยังไม่มา” ยามพูด หยาดน้ำก็คลอหน่วย ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ และมันก็กลับเข้าข้างในอย่างที่หวัง “คนที่ถูกเข็นเข้าไปในห้องคือหมวดพี”

พรรษศิกาปล่อยโฮออกมาอย่างหนัก ตอนนี้สมองไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว หากณกรณ์ไม่รับไว้ร่างผอมบางนั้นคงลงไปกองกับพื้น แต่ไม่ทันที่เด็กสาวจะได้เอื้อนเอ่ยประโยคใดๆ รถพยาบาลอีกคันก็แล่นเข้าจอด และร่างที่ถูกเข็นลงมานั้นพรรษศิกาก็จำได้ดี ต่อให้เห็นเพียงปลายเท้าเธอก็จำได้

“ป๊า” เสียงแหบแห้งเคลื่อนผ่านลำคอตีบตันพร้อมน้ำตา เปลแบบพับเคลื่อนผ่านหน้า และเธอก็ไม่ลังเลจะวิ่งเกาะตามเปล เมื่อได้เห็นบาดแผลฉกรรจ์ตามร่างกายพ่อ คนเป็นลูกก็แทบขาดใจ ออกซิเจนที่ครอบจมูกอยู่คือสิ่งเดียวที่ทำให้มั่นใจว่าท่านยังมีลมหายใจ “ป๊าตื่นมาคุยกับซอหน่อยสิคะ ซอสอบพยาบาลติดแล้วนะ ป๊าภูมิใจในตัวซอไหมคะ...ป๊าอยู่กับซอก่อน เรามีกันแค่สองคนเองนะคะป๊า ฮือๆ”

แต่แทนที่เปลแบบพับได้ที่มีร่างดาบตำรวจดนัยนอนอยู่จะถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉิน กลับถูกเข็นเบี่ยงเลี้ยวขวาไปยังลิฟต์

“พี่จะพาป๊าของหนูไปไหนคะ”

“ห้องผ่าตัดค่ะ คุณหมอพร้อมแล้ว ญาติตามขึ้นไปที่ชั้นสามเลยนะคะ” พยาบาลที่ตามติดลงมาจากรถพยาบาลเป็นคนตอบ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #121 Resident-holy (@Resident-holy) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 21:59

    จิตตกทั้งวันเลย..หมวดพี
    #121
    0
  2. #105 Kapom (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:18

    สงสารหมวดพี

    #105
    0
  3. #104 punnada400 (@punnada400) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:39

    น้ำตาไหล บีบหัวใจมาก????

    #104
    0