ลูกไม้หล่นไม่ไกลรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 84,936 Views

  • 121 Comments

  • 631 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    399

    Overall
    84,936

ตอนที่ 76 : 25 พิราบขาว 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1124
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    18 ก.พ. 62




ร่างบางนั่งอยู่ที่เดิมอีกครู่ใหญ่ จนรู้สึกว่าแก้มหายแดงจึงลุกขึ้นโดยไม่ลืมถือของชำร่วยซึ่งนำมานั่งดูเลานเมื่อครู่กลับไปวางไว้ที่เดิม ทว่าเมื่อหญิงสาววางมันบนชั้นไม้บิวต์อินแล้วก้าวออกมาได้เพียงสองก้าว กระปุกแก้วใบนั้นก็ร่วงกระแทกพื้นเสียงดัง เศษแก้วเกลื่อนกระจายเป็นชิ้นใหญ่บ้างเล็กบ้าง น้ำตาลก้อนสีขาวที่บรรจุอยู่ด้านในกลิ้งหลุนๆ คนละทิศละทาง

“สวยเสียเปล่า แต่ทำไมซุ่มซ่ามนักนะ ยายน้ำตาลเอ๊ย !” เธอส่ายหน้าให้ตัวเองและบ่นค้อนล้มค้อนแล้งไปเรื่อย ก่อนนั่งยองแล้วเริ่มเก็บแก้วชิ้นใหญ่ๆ เท่าที่พอจะหยิบได้มากองรวมกัน “โอ๊ย !

ความไม่ระมัดระวังและการพลิกข้อมือกะทันหันทำให้หญิงสาวต้องร้องเพราะอาการเจ็บแปลบ ยกมือขึ้นดูก็พบว่าเศษแก้วได้ทิ้งแผลฉาบเลือดแดงฉานไว้ตรงนิ้วนางข้างซ้ายใกล้กับตำแหน่งแหวนแต่งงาน ณัฐกานต์เบิกตากว้าง เลือดเริ่มไหลมากขึ้นเรื่อยๆ เธอลุกขึ้นสาวเท้าไปหยิบกล่องกระดาษกล่องทิชชูที่วางอยู่ตรงโต๊ะตัวเล็กข้างเก้าอี้รับแขก แต่ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อสายตาเลื่อนเห็นกระจกกรอบรูปที่ถ่ายกันสามคนพ่อแม่ลูกในวันแต่งงานร้าวเป็นทางยาวจากมุมบนด้านหนึ่งมายังมุมล่างอีกด้าน

อะไรกัน เมื่อวานยังดีๆ อยู่เลย

เธอเป็นคนหัวสมัยใหม่ที่ไม่ได้เชื่อในเรื่องลางสังหรณ์ทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่กลับรู้สึกว่าตั้งแต่ที่เนติพัฒน์ไปทำงานคราวนี้ เรื่องราวหลายๆ อย่างช่างเป็นลางให้นึกเอะใจเสียเหลือเกิน ถ้อยคำของแม่สามีย้อนกลับมาให้ครุ่นคิดอีกครั้ง

ต้นกล้ามาหาแม่ที่บ้าน แม่จะเอาเหรียญที่ฝากไว้กับแม่ตอนวันงานแต่งคืนให้ แต่แม่ดันลืม พี่เขาเพิ่งขับรถออกไปเมื่อกี้ แม่เรียกไว้ไม่ทัน

“พี่ต้น !

ณัฐกานต์ไม่สนใจบาดแผลอีกต่อไป เธอคว้าสมาร์ตโฟนขึ้นมากดโทรออกไปยังหมายเลขที่เพิ่งโทรเข้าเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ทว่ากลับได้ยินเพียง หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

“พี่ต้น รีบกลับมาหาน้ำตาลกับลูกนะคะ”

แขนเรียวสองข้างทิ้งลงแนบลำตัวอย่างคนหมดแล้วซึ่งเรี่ยวแรง ดวงตาเคลือบแววกังวลมองเลื่อนลอยไร้จุดหมาย สุดท้ายก็สบเข้ากับภาพวาดแนวตั้งขนาดใหญ่ในกรอบหลุยส์สีทองที่ติดผนังไว้ มือบางยกขึ้นประนมไหว้บุคคลในรูป ผู้ซึ่งเป็นองค์อุปถัมภ์ตำรวจตระเวนชายแดน

“สมเด็จย่า...คุ้มครองพี่ต้นและทุกคนให้ปลอดภัยด้วยนะคะ”

 

“บังๆ”

เสียงเด็กชายหญิงหลายคนดังขึ้นขรมขณะชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดทุกนายกำลังช่วยกันขนของขึ้นรถ หลังจากที่จัดการกับฐานชั่วคราวเรียบร้อย จนพื้นที่ตรงนี้เหลือเพียงลานหญ้าที่เคยเป็นอยู่เดิม ตำรวจทุกคนมองยังแนวเสียงเป็นสายตาเดียว

“นึกว่าจะมาไม่ทันเสียแล้วจ้ะ” อัสรอฟวางเข่งไม้ไผ่ขนาดย่อมที่ด้านบนปิดคลุมไว้ด้วยใบตองลงข้างตัว แล้วย่อตัวเท้าฝ่ามือลงกับหัวเข่าพลางก้มหน้าหายใจเข้าออกอย่างเหนื่อยหอบ

“อ้าวๆ ใจเย็นๆ อัสรอฟ” พีรวัตรลูบหลังเด็กชายผ่านเสื้อกุรงสีเทาตัวเก่าอย่างเอ็นดู ฝ่าเขามือสัมผัสได้ถึงความเปียกชุ่มจากเหงื่อที่แทรกผ่านเนื้อผ้าขึ้นมา มองดูที่ศีรษะก็เห็นว่ากะปิเยาะห์ชื้นเหงื่อเช่นกัน

ไม่ใช่แต่เพียงอัสรอฟเท่านั้นที่หายใจแรง เด็กคนอื่นๆ รวมทั้งชาวบ้านที่ถือของพะรุงพะรังก็มีเม็ดเหงื่อผุดพรายบนใบหน้าเช่นกัน เนติพัฒน์ยิ้มให้กับทุกคนอย่างสุดซึ้งในน้ำใจ

“พวกผมจะกลับกันทีไรก็ขนของมาให้ทุกที” ไม่ใช่ว่าไม่เคยห้ามไม่ให้ชาวบ้านขนของมาให้เยอะขนาดนี้ เพราะเขารู้ดีว่าพวกชาวบ้านก็ไม่ได้ร่ำรวย หากแต่ความร่ำรวยในน้ำใจทำให้เขาปฏิเสธต่อความหวังดีเช่นนี้ไม่ได้เลยสักครั้ง

“เอากลับไปกินที่บ้านนะจ๊ะ ของทั้งหมดนี่พวกเราไม่ได้ซื้อหามาหรอกจ้ะ ปลูกไว้กินกันเองทั้งนั้น ไม่ได้เสียเงินอะไรเลย”

ชายมุสลิมคนหนึ่งพูดขึ้น ชาวบ้านคนอื่นพยักหน้าเห็นด้วย

“ขอบคุณครับ พวกผมจะกินไม่ให้เหลือ” ผู้กองหนุ่มไหว้ขอบคุณทุกคนอย่างไม่ถือตัว

“ขอกอดหน่อยได้ไหมจ๊ะ” หญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่หน้าสุดเอ่ยขอกับเนติพัฒน์

ชายหนุ่มไม่พูดอะไร แต่อ้าแขนรับร่างผอมแห้งนั้นเข้ากอด คนในอ้อมกอดแนบหน้าลงแล้วกอดตอบเขาด้วยแขนซ้าย เนติพัฒน์ยกมือขึ้นลูบตรงไหล่ขวาของคนวัยเดียวกับมารดาอย่างไม่นึกรังเกียจ...ไหล่ขวาที่ไร้ซึ่งแขนข้างที่ถนัด

เหตุการณ์เมื่อสามปีก่อนยังชัดติดตาเขา หญิงวัยกลางคนผู้นี้คือหนึ่งในเหยื่อไฟใต้ที่โหมกระพือรุนแรง สามีและลูกอีกสี่คนเสียชีวิตด้วยแรงระเบิด มีเพียงคนที่กอดตอบเขาด้วยแขนเพียงข้างเดียวที่รอดชีวิต หากบาดแผลฉกรรจ์อันเกิดจากมฤตยูร้ายทำให้ต้องตัดแขนข้างหนึ่งเพื่อรักษาชีวิต

“โชคดีนะจ๊ะ คนที่นี่ทุกคนรัก ตชด. จ้ะ” หากในวันนั้น คนตรงหน้าไม่เอะใจแล้วเดินย้อนกลับมาดู เธอคงนอนดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บจากบาดแผล และอาจตายอยู่ตรงนั้น

“ครับ พวกเราก็รักชาวบ้านทุกคน”

“มาฮานีก็รักบังจ้ะ มาฮานีจะเป็นเด็กดี จะตั้งใจเรียนอย่างที่บังบอก บังมาหาพวกเราอีกนะจ๊ะ บังมาบ่อยๆ ก็ได้ มาฮานีไม่อยากได้รางวัลเด็กดีหรอก แต่อยากเจอบัง”

“จริงๆ น่ะหรือ” เขาย่อตัวลง มือหนาวางบนศีรษะเด็กหญิงแล้วโยกเบาๆ มาฮานีขี้อ้อนไม่ต่างจากกณิศา “งั้นไม่เอารางวัลก็ได้ใช่ไหม”

“ไม่เอาก็ได้จ้ะ” เด็กหญิงเสียงอ่อย “แต่ว่า...ถ้าบังให้ มาฮานีจะเก็บไว้จ้ะ”

เสียงหัวเราะดังขึ้นประสานกันจนอื้ออึง รอยยิ้มปรากฏในหน้าทุกคน การนับถือศาสนาแตกต่างไม่ใช่อุปสรรคของการสร้างมิตรภาพที่ดีต่อกันเลยสักนิด คนเหล่านี้ยืนยันได้ดี

 

ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดทั้งสิบนายนั่งมาในรถที่ด้านข้างมีตัวหนังสือบ่งบอกชื่อหน่วยงานที่พวกเขาประจำอยู่ ถนนลูกรังความกว้างไม่มากนักถูกใช้เป็นเส้นทางที่จะนำตำรวจทุกนายกลับไปยังค่าย อีกไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตรจะเข้าเขตแดนจังหวัดสงขลา ความเหนื่อยล้าจากการไม่ได้นอนหลายชั่วโมงทำให้หลายคนนั่งสัปหงก ล้อรถยนต์ซึ่งบดเคลื่อนช้าๆ บนถนนไม่ราบเรียบโคลงเคลงคล้ายกับมารดาไกวเปลกล่อมลูกน้อยนอนก็ไม่ปาน

เอี๊ยด !!

รถเบรกกะทันหัน ดึงสติทุกคนในทีมให้กลับมาครบถ้วนสมบูรณ์อีกครั้ง

“รถเป็นอะไรหรือเปล่า” เนติพัฒน์ตะโกนถามพลขับซึ่งยังคงนั่งประจำอยู่หน้าพวงมาลัยรถ

“ข้างหน้ามีตะปูเรือใบเพียบเลยครับผู้กอง” เขาตอบด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก ตะปูเรือใบพบได้บ่อยครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนที่เกลื่อนถนนราวกับปูพรมเช่นนี้

“ผมลงไปดูเองครับผู้กอง” ดนัยอาสาแล้วพุ่งตัวลงไปยืนบนพื้นทันทีโดยไม่รอคำอนุญาตจากหัวหน้า

คนอื่นๆ ในชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดโยนความง่วงทิ้งไปได้ไวกว่าความเร็วแสง ตำรวจทุกนายรีบคว้าปืนคู่กายมาขึ้นนกแล้วถือไว้ เรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอและมักมาแบบไม่ทันตั้งตัว จังหวะนั้นเองที่พีรวัตรนึกบางอย่างได้

“ผู้กองครับ ดาบไม่ได้ใส่รองเท้า EOD กับเสื้อเกราะ” ชายหนุ่มบอกก่อนจะกระโจนลงจากรถไปอีกคน

“อย่าเพิ่งหมวดพี !

ในเมื่อรั้งไว้ไม่ทันเนติพัฒน์จึงลงตามไป แต่ไม่วายพยักหน้าเป็นสัญญาณให้ลูกน้องบนรถเตรียมพร้อมรับมือ กลิ่นตุๆ จากบรรยากาศโดยรอบเริ่มโชยชัดแตะจมูกเขาชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ “เตรียมตัวให้พร้อม จ่านงตัดสัญญาณทุกอย่างด้วย”

เสียงหัวหน้าชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดรั้งพีรวัตรไว้ไม่ได้ เพราะความห่วงที่ผู้หมวดหนุ่มมีต่อชายรุ่นพ่อที่ร่วมหัวจมท้ายภารกิจกันมานับไม่ถ้วนมีอิทธิพลเหนือกว่ามากมายนัก เขารู้ดีที่สุดว่ารองเท้าที่ดาบดนัยสวมใส่อยู่ไม่ได้เป็นรองเท้ากันระเบิดคู่ที่ใส่เป็นประจำ เพราะคู่นั้นชำรุดเมื่อไม่กี่วันก่อนตอนออกลาดตระเวนด้วยกัน นั่นทำให้นายตำรวจวัยใกล้เกษียณต้องเปลี่ยนมาใช้รองเท้าคอมแบทธรรมดา ส่วนเสื้อเกราะไม่ต้องพูดถึง เพราะถอดกันหมดทั้งทีมตั้งแต่รถแล่นออกจากพื้นที่สีแดง

หากแต่สิ่งที่พีรวัตรลืมคิดคือเขาเองก็ไม่ได้ใส่รองเท้ากันระเบิด เสื้อเกราะ หรือสิ่งใดๆ ที่ป้องกันชีวิตเอาไว้เหมือนกัน รวมทั้งลืมนึกถึงผลร้ายที่จะตามมา

“ดาบ !” ผู้หมวดหนุ่มตะโกนดังลั่นระหว่างวิ่งเข้าในดงตะปูเรือใบ สองเท้ากวาดตะปูไปให้พ้นทางอย่างลวกๆ “ออกมาก่อนครับ มันไม่ปลอดภัย !

“น่าจะมีแค่ตะปูเรือใบนะหมวด” ดนัยป้องปากบอก ก่อนปาดเหงื่อตรงหางคิ้วพลางหันกลับไปมองคนที่เรียกเขา ฝ่าเท้าใหญ่ก้าวถอยหลังอีกหนึ่งก้าวให้ห่างจากตะปูเรือใบที่เกลื่อนเต็มพื้นถนนลาดยางมะตอย

ตู้ม !!!

เสียงระเบิดดังลั่นกึกก้องเข้าไปถึงโสตประสาทการได้ยินของทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้น ดวงไฟสีส้มขยายกว้างตูมเดียวในเวลารวดเร็ว นกหลายตัวที่ซ่อนอยู่ตามสุมทุมพุ่มไม้กางปีกบินหนีเอาตัวรอดตามสัญชาตญาณ ใบไม้สีเขียวเข้มละทิ้งต้นปลิวหล่นลงพื้นจากแรงระเบิดที่รุนแรง

เนติพัฒน์และคนอื่นๆ ในทีมเร่งรุดมายังด้านหน้ารถ มองอะไรไม่เห็นมากไปกว่าควันสีดำซึ่งเป็นผลพวงจากเขม่าระเบิด ไม่เห็นแม้แต่ร่างดาบตำรวจดนัย

พีรวัตรลุกขึ้นโดยมีเพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งคอยช่วย หลังจากเศษดินเศษหินปะทะกายจนล้มลง ส่งผลให้แสบไปทั่วทั้งใบหน้ารวมทั้งลำตัว หากแต่ไม่มีอะไรจะดึงความสนใจจากเขาได้เท่ากับภาพเบื้องหน้า ลูกไฟที่เกิดจากแรงระเบิดบางลูกยังคงลุกโชติช่วง ทว่าเมื่อสายลมพัดเอาควันออกไปบางส่วนจึงทำให้ผู้หมวดหนุ่มเห็นร่างไร้สติภายใต้เสื้อขาดวิ่นของคนที่เขาตามมาอย่างชัดเจน

“ดาบบบบบ” พีรวัตรร้องลั่น และคงพุ่งตัวไปหากไม่มีลำแขนของใครอีกคนรั้งเขาไว้ทั้งตัว

“อย่าเพิ่งเข้าไป อาจมีอาฟเตอร์ช็อก” ไม่ใช่เพราะขลาดกลัวกับอำนาจทำลายล้างที่เกิดขึ้นรวดเร็วยิ่งกว่าความไวแสง แต่ถ้าหากปล่อยให้พีรวัตรเข้าไปโดยปราศจากสติก็อาจจะทำให้ได้รับบาดเจ็บมากกว่าที่เป็นอยู่ ประสบการณ์จากการเป็นหัวหน้าชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดหลายปีสอนให้เขาคิดรอบคอบ...แม้ในใจจะปั่นป่วนไปแล้วก็ตาม มือเขาไม่ได้กำไว้แค่ชีวิตตัวเอง แต่ยังต้องปกป้องลมหายใจของลูกน้องในทีมทุกคนด้วย “เราต้องใส่ชุด EOD ก่อน”

ผู้กองหนุ่มสบสายตากับลูกน้อง ดวงตาสีนิลคมกล้าบ่งบอกถึงความมุ่งมั่น การสูญเสียจะต้องเกิดขึ้นน้อยที่สุด และการที่จะควบคุมให้เป็นเช่นนั้นได้ คนที่เข้าไปต้องมีแค่คนเดียว...และต้องเป็นเขา

เนติพัฒน์เคลื่อนมือตัวเองออกจากตัวพีรวัตร ตั้งใจจะสาวเท้ากลับไปยังรถที่จอดอยู่ แต่ไม่ทันหมุนตัวก็รู้สึกได้ว่ามีฝ่ามือมาผลักเขาด้วยแรงมหาศาลจนล้มลง

“ช้าไม่ได้ครับ และผู้กองก็สละเพื่อพวกเรามามากแล้ว” ใบหน้าพรรษศิกาลอยเด่นขึ้นมา หากดาบดนัยเป็นอะไรไป น้องซอจะเสียใจแค่ไหน

“อย่าหมวด ! โธ่เว้ย !” หัวหน้าชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดร้องห้าม หากก็ปวดแปลบไปทั้งร่างกายซีกข้างขวาที่เกิดจากการกระแทกกับพื้นอย่างแรงและเร็ว ก่อนรีบลุกขึ้นมาจากพื้นแล้วผละหน้าไปมองลูกน้องอีกเจ็ดชีวิต “ถ้าผมไม่สั่ง ห้ามใครตามมาเด็ดขาด จ่านง วอ. เรียกหน่วยพยาบาลและกำลังเสริม ปฏิบัติ !

ผู้กองหนุ่มวิ่งตามลูกน้องคนสนิทแบบไม่คิดชีวิต ส่วนลูกน้องที่เหลือแม้อยากวิ่งตามหัวหน้ามากขนาดไหนก็ต้องอดกลั้นไม่เข้าไป สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือรอรับมือพร้อมกับเรียกหน่วยเสริม และหน่วยพยาบาล นั่นเพราะพวกเขารู้ดีว่าคำสั่งที่ออกจากปากร้อยตำรวจเอกเนติพัฒน์คือประกาศิตขั้นเด็ดขาด

ไม่รู้ว่าตาฝาดหรือเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน ถึงทำให้เขาเห็นร่างเบื้องหน้าซึ่งกำลังวิ่งอยู่มีแค่ลำคอลงมา...ทว่าไร้ซึ่งศีรษะ

ตู้ม !!!

ร่างหนาลอยขึ้นจากพื้นราวปุยนุ่นมวลเบาหวิว วินาทีนั้นแม้เปลือกตาหนักอึ้งจะพยายามลืมขึ้นเพียงไร แต่ก็ไม่อาจต้านต่อเศษอะไรต่อมิอะไรที่เข้ามาปะทะไปทั่วตัวได้เลย

ผู้กองฝีมือดีของหน่วยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเอง ปลิวมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ชายหนุ่มค่อยๆ ตะเกียกตะกายขึ้นจากพงหญ้ารกชัฏ อาการตึงๆ ที่หลังสั่งให้ฝ่ามือเอื้อมแตะโดยอัตโนมัติ ของเหลวเหนียวๆ สีแดงข้นที่ติดมือมาและกลิ่นคาวของมันไม่ได้ทำให้ผู้ที่ควบคุมสติได้ดีในทุกสถานการณ์ที่เคยเผชิญตกใจได้เท่ากับเห็นร่างแน่นิ่งที่ห่างจากเขาราวห้าเมตรในชุดเวสมอร์แลนด์ขาดรุ่งริ่งไม่เหลือสภาพเดิม

แม้ร่างนั้นจะนอนคว่ำและหันเสี้ยวหน้าไปยังทิศทางตรงข้ามกับเขา หากแต่เนติพัฒน์มั่นใจว่าเป็นร่างลูกน้องคนสนิทไม่ผิดแน่

“หมวดพี !!

เสียงทุ้มตะโกนลั่นเมื่อเห็นร่างแน่นิ่งของพีรวัตร ชายหนุ่มพยายามลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก แต่เมื่อเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องล้มลงแปะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับผืนดินและผืนหญ้าอีกครั้ง ร่างกายหนักอึ้งจนขยับเขยื้อนได้น้อยเต็มที สายลมที่พัดมาปะทะใบหน้าก่อเกิดความรู้สึกเสียดแสบ กระนั้นโสตประสาทก็ยังคงทำงานได้ดี เขาได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคู่วิ่งตรงมาและยังแยกออกว่ามีอีกหลายฝีเท้าวิ่งไปอีกทาง

...แข็งใจไว้นะหมวดพี เราผ่านมันมาได้ตั้งหลายครั้ง ครั้งนี้คุณก็ต้องผ่านไปให้ได้
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #102 lk-ket (@lk-ket) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:45
    การบุ่มบ่ามแบบนี้หมวดพีอาจทำให้คนอื่นๆได้รับอันตรายไปด้วยนะ#อุ้ยอินไปหน่อย
    #102
    0
  2. #101 punnada400 (@punnada400) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:13

    ขอให้ปลอดภัยนะคะทุกคนเลย

    #101
    0
  3. #100 sawutdipab (@sawutdipab) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:53
    ทำไมตอนนี้หดหู่จังเลย
    #100
    0
  4. #99 sawutdipab (@sawutdipab) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:52
    อะไรกันเนี่ย เศร้าจัง
    #99
    0