ลูกไม้หล่นไม่ไกลรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 85,019 Views

  • 121 Comments

  • 633 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    482

    Overall
    85,019

ตอนที่ 74 : 24 เมฆหมอกที่มองไม่เห็น 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1256
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    16 ก.พ. 62




“ย่าจ๋าหรือคะ”

“ค่ะ วันนี้น้องต้นข้าวคนเก่งเดินขึ้นห้องเรียนเองได้ไหมคะ แม่จ๋าขอกลับไปเอาของให้พ่อจ๋าก่อนนะคะ”

“ได้ค่ะ คนเก่งขึ้นห้องเรียนเองค่ะ”

รถจอดด้านหน้าโรงเรียน ณัฐกานต์จึงปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยให้ลูกสาว ก่อนเดินลงจากรถอ้อมมาเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารและจูงมือหนูน้อยมายังประตูโรงเรียน หอมแก้มร่ำลากันอย่างเช่นทุกวันแล้วจึงฝากฝังครูพี่เลี้ยงให้ช่วยพาลูกสาวเข้าห้องเรียนแทน ส่วนตัวเองก็กลับขึ้นรถและขับออกมาในทันที

เมื่อรถเบรกลงหน้าบ้านณัฐกานต์ก็ดับเครื่องยนต์แล้วสาวเท้ารีบขึ้นมาคว้าเหรียญหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดในห้องนอน ก่อนขับเจ้าด้วงเต่ามาจอดหน้าตึกสองชั้นที่ชั้นบนเป็นจุดรวมตัวของชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดทั้งสิบสองชีวิต ขาเรียววิ่งซอยเท้าถี่ๆ ขึ้นชั้นบนที่เธอเคยมาแล้วครั้งหนึ่งอย่างไม่รีรอ จนกระทั่งยืนหอบอยู่หน้าประตูไม้มองทะลุกรอบกระจกสี่เหลี่ยมผืนผ้าเข้าไปด้านใน และผู้ชายที่เดินออกจากห้องก็ทำให้เธอยิ้มได้

“ขอโทษนะคะ ผู้กองต้นกล้ายังอยู่ในห้องหรือเปล่าคะ” เสียงเหนื่อยหอบถามลูกน้องสามีขณะชี้นิ้วไปด้านใน “พอดีจะเอาของมาให้ผู้กองน่ะค่ะ”

“สวัสดีครับคุณน้ำตาล ผู้กองออกไปแล้วครับ เมื่อสักครู่นี่เอง คุณน้ำตาลมีธุระอะไรด่วนหรือเปล่าครับ ผม วอ. ไปที่ผู้กองได้ ผมกับตำรวจอีกนายอยู่ประจำที่หน่วยครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากนะคะ ถ้าพี่ต้นว่างคงโทรหาน้ำตาลกับน้องต้นข้าวเอง นึกว่าไปนราธิวาสกันหมดทั้งทีมเสียอีก”

“เปล่าครับ เหลือไว้ที่นี่สองคน เผื่อมีเหตุฉุกเฉิน ทางโน้นได้กำลังเสริมจากหน่วยเฉพาะกิจ ตชด. ครับ หน่วยเดียวกันกับที่ผู้กองฝึกเก็บกู้ระเบิดเบื้องต้นให้ที่เขามีเกียรติ ผู้กองคงบอกคุณน้ำตาลบ้างแล้ว”

“ค่ะ พี่ต้นบอกไว้คร่าวๆ เหมือนกัน” ที่แท้ที่พี่ต้นไปเขามีเกียรติบ่อยๆ ก็เพราะฝึกสอนหน่วยเฉพาะกิจเก็บกู้วัตถุระเบิดขั้นเบื้องต้นหรอกหรือ แล้วยังมีอะไรที่เธอไม่รู้อีกหรือเปล่า

สุดท้ายแล้วณัฐกานต์ก็ต้องขับเจ้าด้วงเต่ากลับบ้านทั้งที่มือยังกำเหรียญนั้นไว้ ในใจได้แต่หวังว่าเขาจะรอดปลอดภัยเหมือนทุกครั้ง

“แม่เนตรคะ น้ำตาลมาไม่ทันค่ะ พี่ต้นออกไปก่อนแล้ว” หญิงสาวกรอกเสียงลงไปหลังจากแม่สามีรับสาย

“ไม่เป็นไรหรอกลูก อย่างน้อยๆ ต้นกล้าก็มีชายผ้าถุงแม่ แม่คงจะพออุ่นใจได้บ้าง”

ณัฐกานต์จำได้ว่ากระเป๋าด้านล่างของชุดเวสมอร์แลนด์และชุดฟาติกทุกชุดของสามีมีชายผ้าถุงชิ้นเล็กของคุณเนตรอนงค์เย็บติดไว้ ซึ่งเนติพัฒน์เล่าให้ฟังว่าขอให้มารดาเย็บให้ตั้งแต่เข้ารับราชการใหม่ๆ

“พ่อแม่ประเสริฐและศักดิ์สิทธิ์กว่าพระไหนๆ ในโลกอีกนะคะแม่เนตร ของของพ่อกับแม่ก็คุ้มครองลูกได้เหมือนกัน”

“จ้ะ น้ำตาลก็อย่าคิดมากนะลูก เย็นนี้พาน้องต้นข้าวมากินข้าวกับแม่ที่นี่ได้ไหมลูก นอนกับแม่สักคืนนะ”

 


ณัฐกานต์ฆ่าเวลาในวันนี้ให้หมดไปด้วยการเช็กสต็อกสินค้าเกือบหมดโกดัง หนักเข้าก็แย่งหน้าที่พนักงานแล้วกระโดดนั่งบนรถยกสินค้า จัดการเคลื่อนย้ายของเองจนพี่ชายต้องปรามเสียงดุ แม้จะถูกลากกลับมานั่งตากแอร์เย็นฉ่ำในสำนักงานก็ไม่อาจบั่นทอนพลังฮึดได้ ลูกค้ากี่คนต่อกี่คนที่แวะมาอุดหนุนเธอต้อนรับขับสู้ด้วยตัวเองทั้งสิ้น จนณกรณ์ออกปากแซวว่าโดปยาม้ามาจากไหน

พอเข้าช่วงบ่ายนั่นแหละหญิงสาวถึงล้างหน้าล้างตาแล้วไปรับกณิศาที่โรงเรียนมาที่บ้านสุวรรณเมฆพร้อมกัน เธอแวะกลับไปหาย่า พ่อกับแม่ที่บ้านครู่หนึ่ง แล้วกลับมากินข้าวเย็นกับเนตรอนงค์

“หู...มีแกงจืดของน้องด้วยหรือคะย่าจ๋า” กณิศาใช้ช้อนกลางตักประคองแกงจืดตำลึงหมูสับมาไว้ในจานข้าวอย่างระมัดระวัง แล้วใช้ช้อนป้อนเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อย “พ่อจ๋าก็ชอบแกงจืดเหมือนน้องค่ะ”

ณัฐกานต์ยิ้มให้คนตัวเล็ก ลูกสาวเธอเริงร่าได้เหมือนเดิมนับตั้งแต่คุยกับคนเป็นพ่อเข้าใจ

“งั้นน้องต้นข้าวต้องกินเยอะๆ นะคะ กินเผื่อพ่อจ๋าด้วยค่ะ นี่ค่ะ กินทอดมันกุ้งด้วย” หญิงสาวตักทอดมันกุ้งให้กณิศา ก่อนตักอีกชิ้นไว้ในจานแม่สามี “แม่เนตรก็ต้องกินเยอะๆ นะคะ”

“จ้ะ ขอบใจมากลูก”

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เจ้าของรู้ดีว่าปลายสายเป็นใคร หญิงสาวยิ้มเผล่ให้แม่สามีแล้วลุกขึ้นรับโทรศัพท์ที่วางไว้บนโต๊ะอีกตัว

“กินข้าวหรือยัง”

มันคือคำถามแสนธรรมดา แต่กลับทำให้หัวใจคนที่กังวลมาทั้งวันชุ่มชื่นราวต้นไม้ใกล้ตายที่ได้รับน้ำฝนอีกครั้ง วันนี้ทั้งวันเธอเพียรโทรหาเขาแต่ก็ติดต่อไม่ได้ ได้แต่ส่งข้อความบอกให้โทรกลับ

“กินแล้วค่ะ พี่ต้นกินหรือยังคะ”

“ยังครับ แต่ใกล้แล้วละ วันนี้ทำอะไรกินกับลูก”

“น้ำตาลพาน้องต้นข้าวมานอนค้างกับแม่เนตรค่ะ แม่เนตรทำแกงจืดตำลึงหมูสับของโปรดพี่ต้นกับน้องต้นข้าวด้วย”

“กินเยอะๆ จะได้ไม่ซูบ ช่วงนี้พี่อาจโทรหาน้ำตาลได้ไม่ทุกวัน สัญญาณตกหล่มบ่อยๆ”

“ค่ะ พี่ต้นดูแลตัวเองด้วยนะคะ เฮ้อ อยากกอดพี่จัง”

“กลับไปจะให้กอดจนอิ่มเลยครับ พี่ขอคุยกับน้องต้นข้าวหน่อย”

“ค่ะ แป๊บหนึ่งนะคะ” เธอยื่นโทรศัพท์ให้หนูน้อย แล้วกระซิบเสียงเบา “คุยกับพ่อจ๋าหน่อยค่ะ”

กณิศารับโทรศัพท์มาด้วยท่าทางตื่นเต้น ก้นเล็กๆ โยกไปโยกมาบนเก้าอี้อย่างดีใจ ก่อนปากน้อยๆ ที่เลอะข้าวสวยสองสามเมล็ดจะกรอกเสียงเจื้อยแจ้ว

“พ่อจ๋าขา วันนี้น้องนอนกับย่าจ๋าค่ะ”

“ค่ะ เก่งมากค่ะ แล้ววันนี้ย่าจ๋าทำอะไรให้น้องต้นข้าวกินเอ่ย”

“แกงจืดค่ะ น้องกินเผื่อพ่อจ๋าด้วยค่ะ มีทอดมันกุ้งด้วย พ่อจ๋ากินไหมคะ”

“กินค่ะ ถ้าน้องต้นข้าวรักพ่อจ๋าก็กินข้าวเยอะๆ นะคะ”

“น้องกินเยอะๆ ค่ะ น้องรักพ่อจ๋าเท่าฟ้าเลย แม่จ๋ากับย่าจ๋าก็กินเยอะๆ ด้วยค่ะ” ดวงตาแป๋วแหววสบกับผู้เป็นย่าแล้วยิ้มให้พร้อมกับส่งโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้ ก่อนกระซิบกระซาบเลียนแบบแม่จ๋าเมื่อครู่ “ย่าจ๋าคุยกับพ่อจ๋าหน่อยค่ะ”

เนตรอนงค์รับสมาร์ตโฟนมาคุยกับลูกชายราวสองนาทีก็ส่งมันคืนให้กับลูกสะใภ้ ได้ยินเสียงลูกแม้เพียงนิด หัวใจคนเป็นแม่ก็ยิ้มได้

 


เนติพัฒน์ยิ้มในหน้าเมื่อวางสาย ชายหนุ่มหย่อนโทรศัพท์ลงกระเป๋าเสื้อแล้วจัดการกับข้าวในจานที่เย็นชืดเต็มที ชาวบ้านในแถบที่เขาตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ไม่ได้ร่ำรวยหรือสะดวกสบายมากมายนัก หากแต่น้ำใจที่หยิบยื่นให้กลับมากล้น ข้าวในจานรวมทั้งกับข้าวพื้นบ้านสองอย่างนี้ยืนยันได้ดี

เสียงสวบสาบคล้ายเสียงเหยียบใบไม้แห้งจากฝีเท้าสองคู่ทำให้มือแกร่งที่ถือช้อนกำลังจะส่งอาหารเข้าปากต้องชะงักแล้วค่อยๆ วางมันกลับลงในจานเช่นเดิมอย่างเบามือ อันตรายอยู่รอบข้าง ประมาทไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว เนติพัฒน์เลื่อนมือข้างขวาจับด้ามปืนที่เหน็บไว้ตรงเอวอย่างช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นกลับตัวหลังหันอย่างรวดเร็ว มือหนาเล็งปลายกระบอกปืนไปยังทิศทางเสียง

“อย่าจ้ะบัง[1] ! / เราเองบัง”

เด็กหญิงและเด็กชายวัยสิบสามและแปดขวบร้องขึ้นพร้อมกัน มือเด็กชายเผลอปล่อยกล้วยน้ำว้าหวีใหญ่ที่ถือมาด้วยตกลงพื้นด้วยความตกใจ

“ขอโทษทีเด็กๆ บังนึกว่าเป็นคนอื่น” ชายหนุ่มสอดปืนเข้าเก็บไว้ที่เดิมแล้วเดินเข้าไปหาเด็กสองคนพี่น้องที่เขาคุ้นเคยดี “ทำไมมากันมืดๆ ล่ะ เดินกันมาสองคนหรือ”

เนติพัฒน์วางมือลงบนไหล่ของเด็กทั้งสองอย่างขอโทษและปลอบใจในที...เกือบแล้วจริงๆ

“มะแก่[2] ให้เราเอากล้วยมาให้บังต้นกล้ากับบังคนอื่นๆ ครับ”

เด็กชายซึ่งอายุมากกว่าพูดขึ้น พลางก้มลงหยิบหวีกล้วยเกือบงอมมาเช็ดกับเสื้อตัวเองให้เศษดินหลุดออก แล้วยกขึ้นเสมอปาก ลมร้อนๆ เป่าไล่ฝุ่นผงที่อาจตกค้างอยู่สองสามที ก่อนยื่นตรงหน้า บัง ส่วนเด็กหญิงคนน้องยังคงเกาะแขนพี่ชายไว้เพราะความกลัวหลงเหลืออยู่ อาการนั้นเริ่มทุเลาเมื่อคนที่ทำให้กลัวลูบศีรษะที่ปราศจากฮีญาบเบาๆ

“ขอบใจมาก เด็กๆ รอบังแป๊บเดียว” ผู้กองหนุ่มรับกล้วยแล้วนำไปวางไว้ตรงแคร่ไม้ไผ่ที่เขาเพิ่งจากมาเมื่อครู่ จากนั้นจึงจูงมือเด็กทั้งสองคนละข้าง “มืดแล้ว บังเดินไปส่งที่บ้าน”

บ้านเด็กทั้งสองห่างจากฐานชั่วคราวของตำรวจตระเวนชายแดนประมาณสามร้อยเมตร หากแต่ใช้เวลาเดินนานหลายนาทีเพราะต้องเดินผ่านเส้นทางมืดทึบไร้แสงไฟส่องทางและไร้บ้านหลังอื่นๆ มีเพียงกระบอกไฟฉายในมือเท่านั้นที่ส่องให้เห็นเบื้องหน้า เนติพัฒน์รู้จักครอบครัวนี้เมื่อห้าปีก่อนเมื่อครั้งที่เขาตั้งฐานชั่วคราวที่นี่ครั้งแรก แม้ห่างจากตัวเมืองหลายกิโลเมตร แต่นับว่าเป็นชัยภูมิที่ดีในการเตรียมพร้อม

เมื่อมาถึงบ้านไม้กึ่งปูนหลังเก่าทรุดโทรม เด็กชายก็เปิดประตูเข้าไปตักน้ำในตุ่มใส่ขันเงินใบย่อมยื่นให้ผู้มาส่ง ส่วนเด็กหญิงยังกุมมือเนติพัฒน์ก่อนเงยหน้ามอมแมมขึ้นมอง ดวงตาหม่นเศร้าฉายประกายความหวัง

“มะแก่บอกว่าพรุ่งนี้พวกผู้ชายจะรวมตัวกันที่มัสยิดแล้วละหมาดฮายัตให้ในหลวงหายป่วย ส่วนพวกผู้หญิงจะละหมาดอยู่ที่บ้านจ้ะ บังเป็นผู้ชาย เข้ามัสยิดได้ บังไปละหมาดแทนมาฮานีได้ไหมจ๊ะ”


[1] บัง เป็นคำที่ชาวมุสลิมใช้เรียกพี่ชายหรือคนที่มีอายุมากกว่า รวมทั้งยังเป็นคำเรียกเพื่อให้เกียรติผู้ที่พูดด้วย

[2] มะแก่ เป็นคำที่ชายชาวมุสลิมใช้เรียกยายหรือย่า แต่ละท้องถิ่นอาจเรียกแตกต่างกันไป เช่น โต๊ะ มะ




อีบุ๊กสามารถโหลดได้ที่ MEB ค่ะ ฝากด้วยน้า
ส่วนหนังสือสั่งได้ทางแฟนเพจหรืออีเมล worasith.dew@gmail.com ค่ะ


ลูกไม้หล่นไม่ไกลรัก
วรศิษฏ์
www.mebmarket.com
“หนาวหรือเปล่า พี่เบาแอร์ให้ไหม” ชายหนุ่มบอกด้วยความหวังดีเนื่องจากเห็นเพียงใบหน้าสวยเฉี่ยวเท่านั้นที่โผล่พ้นผ้านวมขึ้นมา“ไม่หนาวค่ะ กำลังดี พี่ต้นนอนเถอะ เดี๋ยวน้ำตาลคงง่วงแล้วหลับไปเองนั่นแหละค่ะ”ฟังคำบอกอ้อมแอ้มไม่เต็มเสียง เนติพัฒน์ก็รู้ได้ทันทีว่าเหตุผลคงเป็นเพราะกลัวเขาทำมิดีมิร้าย ริมฝีปากหนายกยิ้มกระหยิ่มใจ ก่อนเอ่ยสิ่งที่ทำให้ขนทุกเส้นบนร่างกายคนฟังพร้อมใจกันยืนตรง“งั้น...พี่เกาหลังให้ไหม”“ห้ะ ! อะไรนะคะ” กะ...เกาหลังอย่างนั้นหรือ เกาหลังแล้วยังไงต่อล่ะคะพี่ต้นกล้า !


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #97 mommoo06051958 (@mommoo06051958) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:37

    เป็นกำลังใจให้แนวหน้าทุกคนนะ

    #97
    0
  2. #96 punnada400 (@punnada400) (จากตอนที่ 74)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:58

    เมื่อไหร่จะสงบสุขเนอะ

    #96
    0