ลูกไม้หล่นไม่ไกลรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 84,914 Views

  • 121 Comments

  • 634 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    377

    Overall
    84,914

ตอนที่ 69 : 23 น้ำตา (ล) 35%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2277
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    17 ม.ค. 62



23 

น้ำตา(ล)

ณัฐกานต์เดินขึ้นบันไดอย่างเลื่อนลอย ตลอดทางที่ขับรถมาโรงเรียนหญิงสาวคิดเรื่องโน้นเรื่องนี้จนสมองรวนไปหมด

“สวัสดีค่ะคุณแม่น้องต้นข้าว”

ณัฐกานต์หลุดออกจากภวังค์ด้วยเสียงเรียกนั้น หญิงสาวหันมองก็เห็นว่าคนที่เรียกคือแม่ของเพื่อนลูกสาว ข้างๆ กันมีชาวต่างชาติร่างโตกับเด็กผู้หญิงลูกครึ่งหน้าตาน่ารักยืนส่งยิ้มให้

“สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่น้องเบลล่า สวัสดีค่ะน้องเบลล่า” ณัฐกานต์ส่งยิ้มอย่างพยายามปั้นให้เป็นธรรมชาติที่สุด

“สวัสดีค่ะ” หนูน้อยเบลล่าถอนสายบัวสวยงาม “น้องต้นข้าวอยู่ที่ห้องเรียนค่ะ”

“ขอบคุณมากนะคะน้องเบลล่าคนเก่ง” เธออดไม่ได้ที่จะลูบผมสีน้ำตาลเข้มม้วนเป็นลอนสวยนั่น “จะกลับบ้านแล้วหรือคะ”

“กลับก่อนแล้วค่ะ เจ้าคนเล็กหลับอยู่กับคุณยาย แม่กับปาเดรเลยแอบแวบมารับเจ้าคนโต กลัวแกจะน้อยใจถ้าแม่สนใจแต่น้อง” คนตอบคือคุณแม่ผู้ซึ่งเพิ่งคลอดลูกคนที่สองได้เพียงไม่กี่เดือน

“ตัวเล็กเป็นไงบ้างคะ”

“ช่วงนี้อ้วนกลมเชียวค่ะ ขยันหม่ำนมแม่ หม่ำเสร็จก็หลับปุ๋ย” หญิงสาวยิ้มกับสามีชาวสเปน “คุณแม่น้องต้นข้าวก็มีน้องตัวเล็กๆ ไวๆ นะคะ ตามพี่มาให้ทันค่ะ”

ณัฐกานต์ยิ้มให้สามคนพ่อแม่ลูกที่เดินลงบันไดไป มือบางยกขึ้นลูบหน้าท้องตัวเอง พลันรอยยิ้มค่อยๆ จางหาย ประจำเดือนเธอเพิ่งมาเมื่อเช้า นั่นหมายความว่าน้องตัวเล็กๆ ของลูกสาวยังไม่อยากมาอยู่กับแม่สักเท่าไรนัก

หญิงสาวเดินเรื่อยมาจนถึงห้องที่มีป้ายไม้เป็นรูปผีเสื้อสีสันสดใส ตัวเลข ๒/๒ ถูกแปะไว้บ่งบอกว่าเป็นระดับชั้นไหนห้องไหน มองเข้าไปภายในห้องก็เห็นว่านักเรียนส่วนใหญ่ยังไม่กลับบ้าน

“สวัสดีค่ะ เตือนเรียกน้องต้นข้าวให้นะคะคุณแม่” คุณครูประจำชั้นคนสวยทักทาย

“ขอบคุณค่ะคุณครู” ณัฐกานต์มองตามร่างนั้นที่เดินไปกลางห้องแล้วนั่งคุกเข่าลงและยื่นมือสะกิดไหล่กณิศา ก่อนชี้มาทางเธอ

“แม่จ๋ามารับน้องแล้ว”

หนูน้อยยิ้มแก้มปริ รีบวิ่งเข้ากอดคนมารับโดยมีคุณครูเตือนใจเดินนำกระเป๋าสะพายสีชมพูลายเฮลโลคิตตี้ตามมาให้ด้วยรอยยิ้ม

 

“รถใครหรือคะ”

“รถเราไงคะ น้องต้นข้าวชอบไหม” หญิงสาวย่อตัวลงพูดกับคนตัวเล็ก

“ไม่ใช่รถเราค่ะ รถพ่อจ๋าคันสีดำโตๆ รถแม่จ๋าสีขาว แต่ไม่ใช่คันนี้”

ณัฐกานต์อมยิ้ม รถคันสีขาวอีกคันที่ลูกสาวหมายถึงคือรถณกรณ์ที่ระยะหลังเธอยึดเป็นของตัวเองและใช้รับส่งหนูน้อยไปโรงเรียน

“คันนี้เป็นคันใหม่ค่ะ แม่จ๋าขับให้น้องต้นข้าวนั่งคนแรกเลยนะคะ ไปค่ะ เข้าไปในรถกัน” เธอเปิดประตูให้ กระนั้นกณิศาก็ยังเลิ่กลั่กไม่กล้าขึ้นนั่งบนเบาะหนังสีดำ “รถเราจริงๆ ค่ะ รถพ่อจ๋า รถแม่จ๋า รถน้องต้นข้าวด้วย ดูสิคะ มีตุ๊กตาพี่คิตตี้ที่น้องต้นข้าวชอบนั่งรออยู่ด้านหลังด้วย”

ลูกไม่ยอมขึ้นรถ เธอจึงเปิดประตูหลังแล้วหยิบตุ๊กตาตัวโปรดออกมาส่งให้ ดีที่ก่อนออกจากบ้านนึกเอะใจและคว้าเอาเจ้าตุ๊กตาญี่ปุ่นขนาดเหมาะมือมาด้วย

“พี่คิตตี้ของน้องค่ะ” หนูน้อยรับมากอด นิ้วป้อมๆ ชี้ไปที่หูข้างซ้ายของตุ๊กตา “ตรงนี้ไม่มีโบ พี่กะปิทำโบพี่คิตตี้หลุดค่ะ”

“ใช่ค่ะ มีกลิ่นน้ำลายเด็กที่ไหนก็ไม่รู้ด้วยค่ะ”

หญิงสาวดันตุ๊กตาชิดจมูกยายตัวยุ่ง และสองคนก็หลุดหัวเราะพร้อมกัน กณิศายอมขึ้นนั่งบนรถโดยที่เธอไม่ต้องหาคำมาหว่านล้อมอีก หนูน้อยคาดเข็มขัดนิรภัยเองและนั่งแกว่งเท้ามือกอดตุ๊กตาตัวโปรด ณัฐกานต์นั่งประจำที่คนขับ กดล็อกประตูก่อนรั้งเข็มขัดนิรภัยมาคาดบ้าง

“แม่จ๋าไปเอาพี่คิตตี้ตัวโตๆ ที่ทวดจ๋าซื้อให้น้องมาไว้ที่บ้านใหม่ด้วยนะคะ” เมื่อได้กอดของเก่า หนูน้อยก็นึกถึงของใหม่ขึ้นมา

“ได้เลยค่ะ พรุ่งนี้แม่จ๋าไปเอาให้นะคะ”

“แม่จ๋าขา บ้านหลังใหม่มีพี่คิตตี้เยอะๆ ไหมคะ” ดวงตากลมโตฉายแววสงสัย

“มีสิคะ บนเตียงน้องต้นข้าวมีพี่คิตตี้เยอะเลย เตียงเป็นสีชมพูด้วยนะคะ แต่ตอนนี้เรากลับบ้านกันก่อนดีกว่าค่ะ ไปทำกับข้าวรอพ่อจ๋ากลับมากินนะคะ” หญิงสาวบิดกุญแจสตาร์ตรถและค่อยๆ ขับเคลื่อนออกมา รถคันใหม่ขับง่ายกว่ารถพี่ชายที่เธอยึดมาขับอยู่พักใหญ่ อาจเป็นเพราะเจ้าคันนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเอาใจผู้หญิงที่ชอบความคล่องตัว

“น้องอยากกินไข่เจียวฟูๆ ด้วยค่ะ ราดซอสมะเขือเทศด้วยนะคะแม่จ๋า” มือเล็กกำหมัดหลวมๆ ทำท่าเหยาะซอสให้ดู

“ได้สิคะ เราทำกับข้าวกันหลายๆ อย่างเลย น้องต้นข้าวต้องช่วยแม่จ๋าทำกับข้าวด้วยนะคะ”

“น้องช่วยตีไข่ ช่วยล้างผัก ช่วยหั่นผักด้วยได้ไหมคะ”

คำถามออกจากปากจิ้มลิ้มพร้อมเครื่องหมายคำถามบนใบหน้า เด็กหญิงไม่มั่นใจนักว่าจะได้รับอนุญาตให้ช่วยหั่นผักอีกหรือไม่ เพราะเมื่อหลายวันก่อนที่เข้าครัวและช่วยหั่นผักก็เผลอทำมีดบาดมือตัวเอง แม้แผลไม่ลึกแต่ทำเอาคนเป็นแม่ (เลี้ยง) หน้าซีดหน้าเซียวหัวใจปลิวหาย ทว่าหนูน้อยกลับไม่ร้องสักแอะ

ตอนนี้นึกภาพตัวเองในอดีตที่เคยไม่ชอบเด็กไม่ออกเลย กณิศาเปลี่ยนทัศนคติเธอจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่ได้เห็นหน้า ไม่ได้กอดร่างนุ่มๆ นี้แค่วันเดียวก็แทบลงแดง แล้วหากไม่ได้พบหน้ากันเลยเธอจะทนต่อความคิดถึงได้ไหมหนอ ณัฐกานต์ยิ้มให้ลูกสาว ก่อนกลับมาให้ความสนใจกับการขับรถต่อ

“ได้สิคะ แต่คราวนี้น้องต้นข้าวต้องระวังมากกว่าเดิมนะคะ” ยายตัวเล็กมีแววว่าจะคลั่งไคล้ในการเข้าครัวช่วยเธอทำอาหารให้ทุกคนได้กิน และหากได้รับคำชมกณิศาจะยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียม เห็นทีคงต้องซื้อมีดทำครัวสำหรับเด็กมาไว้ติดบ้านเสียแล้ว

“น้องต้นข้าวหั่นผักระวังค่ะ ระวังๆๆ”

“เก่งมากค่ะ” หญิงสาวโยกศีรษะเล็กที่ฟุบอยู่บนหัวตุ๊กตาคิตตี้เบาๆ คงดีไม่น้อยหากวันข้างหน้ามีลูกน่ารักแบบน้องต้นข้าวอีกสักคนสองคน

 

ห้องนอนสีขาวกับเครื่องเรือนสีชมพูสลับกับขาวและบรรดาตุ๊กตาคิตตี้หลายขนาดบนเตียงหลังเล็กที่เธอเตรียมไว้ให้ถูกใจกณิศาเป็นที่สุด หนูน้อยกระโดดโลดเต้นดีใจกับห้องนอนใหม่ แถมยังทั้งกอดทั้งหอมแก้มเธอหลายฟอด พอกระโดดทั่วห้องจนเริ่มหมดพลัง ดวงตากลมโตนั่นก็จวนเจียนจะปิดจนเธอต้องถอดเครื่องแบบนักเรียนออกให้และพาไปยังห้องน้ำ คนตัวเล็กบอกว่าจะอาบน้ำเองเธอจึงเลือกเสื้อผ้าวางไว้ให้บนเตียงและลงมาเตรียมวัตถุดิบทำครัวที่แวะซื้อตรงตลาดซึ่งไม่ไกลจากบ้านพักมากนัก ไม่นานกณิศาก็อาบน้ำเสร็จ แม่หนูประแป้งเด็กจนตัวหอมฉุยแล้วลงมาด้านล่าง เสียงฝีเท้าเดินเป็นจังหวะประกอบกับเสียงฮัมเพลงทำให้คนได้ยินหัวเราะเบาๆ ขณะจับมีดเตรียมหั่นเนื้อไก่

“กระต่ายขาวมีหูยาวเรียว หางสั้นนิดเดียวตาแดงแวววาว กระโดดเล่นชมแสงจันทร์สกาว อยู่ตามราวป่า ช่างน่ารักเอ่ย”

“ว้าย !! น้องต้นข้าว”

ภาพที่เห็นเมื่อเดินออกจากห้องครัวคือเด็กผู้หญิงชูนิ้วชี้กับนิ้วกลางทั้งสองมือแนบไว้ข้างขมับแล้วกระโดดลงมาจากขั้นบันได นั่นทำให้หญิงสาวตกใจถึงกับรีบวิ่งไปรวบร่างตุ้ยนุ้ยที่กระโดดมาถึงบันไดเกือบขั้นสุดท้าย หนูน้อยผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวรีบกระโดดพุ่งตัวเข้ากอดแม่จ๋าไว้แน่นเพราะคิดตามประสาเด็กว่าการอ้าแขนออกรับแบบนี้คือเล่นกับตน

“น้องอยากเลี้ยงกระต่ายขาวตาสีแดงค่ะ วันนี้คุณครูเตือนใจสอนร้องเพลงกระต่ายขาว น้องชอบจังเลยค่ะ”

“น้องต้นข้าว ! ไม่กระโดดลงมาจากบันไดนะคะ ต้องเดินลงมาดีๆ ถ้าเกิดล้มลงมาแม่จ๋าจะทำยังไง” เธอคงใจสลายถ้าเห็นร่างเล็กๆ นี้ต้องเลือดตกยางออก

“ก็กระต่ายขาวกระโดดแบบนี้นี่คะ น้องกระโดดเหมือนกระต่ายขาว”

“กระโดดที่พื้นได้ค่ะ แต่ห้ามกระโดดลงมาจากบันไดนะคะ มันอันตราย สัญญากันก่อนค่ะ”

“สัญญาค่ะ น้องไม่กระโดดลงบันได” หนูน้อยพยักหน้าหงึกๆ

“งั้นเราไปทำกับข้าวกัน ดีไหมคะ”

“ดีค่ะ”

พูดจบแม่ครัวตัวน้อยก็จูงมือแม่จ๋าเข้าไปในครัว ประจำหน้าอ่างล้างจานที่เตี้ยกว่าตัวเองเพียงนิดเดียวเพื่อรอช่วยล้างผัก ณัฐกานต์หยิบผ้ากันเปื้อนสีโปรดของหนูน้อยมาสวมให้แล้วเลื่อนชั้นไม้ตัวเตี้ยมาวางข้างๆ อ่าง ก่อนอุ้มลูกสาวขึ้นเหยียบด้านบน วันนี้การทำกับข้าวไม่มีเลือดตกยางออกแล้ว มีแต่เสียงเจื้อยแจ้วขี้สงสัยคอยถามโน่นถามนี่ และหญิงสาวก็เต็มใจตอบ

เสียงเพลงชาติจากโทรทัศน์ที่เปิดทิ้งไว้ถึงประโยคสุดท้าย ณัฐกานต์กับกณิศาก็ช่วยกันลำเลียงอาหารวางบนโต๊ะเสร็จเรียบร้อยพอดี เป็นจังหวะเดียวกับที่เนติพัฒน์กลับถึงบ้าน ผู้กองหนุ่มยิ้มให้ภรรยากับลูกสาวแล้วถอดรองเท้าวางไว้บนชั้นดังเช่นที่มันเคยอยู่เมื่อเช้า กณิศายิ้มให้บิดาแล้ววิ่งเข้าหอมแก้ม ต่างจากณัฐกานต์ที่คลี่ยิ้มเพียงนิด ก่อนผละไปรินน้ำในครัวมายื่นให้

“ขอบคุณมากครับ” ชายหนุ่มซดน้ำเย็นชื่นใจลงคอจนหมดแล้วส่งแก้วนั้นคืนให้ ทว่าใบหน้าเรียบเรื่อยของภรรยาบ่งบอกชัดเจนว่าไม่ได้อยู่ในอารมณ์ปกติ “น้องต้นข้าวนั่งรอพ่อจ๋าที่โต๊ะก่อนนะคะ ตักข้าวใส่จานเลยค่ะ ค่อยๆ ตักนะคะ”

“ค่ะ” หนูน้อยรับคำ เท้าเล็กๆ เดินเร็วๆ รีบทำหน้าที่ที่ตัวเองชอบหนักชอบหนา

“เหนื่อยไหม” สายตาเขามองลึกลงในดวงตาคู่หวาน

“เอาน้ำให้พี่ต้นแค่นี้ไม่เหนื่อยหรอก”

“พี่ไม่ได้หมายถึงเอาน้ำมาให้ แต่ที่น้ำตาลทำหน้าบึ้ง งอนพี่แบบนี้...เหนื่อยไหมครับ”

“เหอะ ความจริงก็งอนจริงๆ นั่นแหละค่ะ แต่ตอนนี้เหลือน้อยแล้ว อืม...พี่ต้นง้อหน่อยก็ดีค่ะ” ต้องขอบคุณน้องต้นข้าวที่ทำให้เธอคลายความเครียดไปได้เยอะ จากที่คิดว่าจะงอนพี่ต้นนานกว่านี้ กลับกลายเป็นทนไม่ได้ที่จะต้องเล่นเกมหมางเมินใส่กัน การพยายามเข้าใจในงานของเขาไม่ได้ยากอย่างที่นึกกลัว

“วันนี้พี่ผิดนัดเพราะเป็นงานสำคัญจริงๆ” มือแกร่งลูบไล้แก้มเนียนของคนที่อยากให้เขาง้อ “น้ำตาลเข้าใจพี่หน่อยนะ เป็นเมีย ตชด. ต้องอดทน ต้องใจกว้าง”

“อาจจะยังไม่เต็มร้อย แต่ก็จะพยายามเข้าใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ” หญิงสาวยกฝ่ามือขึ้นทาบทับมือที่แนบแก้มเธออยู่ แล้วเอียงหน้าเข้าซบกับความอบอุ่นนั้น ฝ่ามือคู่นี้ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย

“แบบนี้แสดงว่าหายงอนแล้ว” เนติพัฒน์โยกศีรษะภรรยาแล้วยิ้มกว้างให้

“พรุ่งนี้ไปลอยกระทงกันไหมคะ” เธอจับมือที่แนบแก้มอยู่มากุมไว้ ดวงตาเปล่งประกายความหวัง “ค่ำๆ เราค่อยออกไป น้ำตาลอยากลอยในทะเล ตั้งแต่อยู่กรุงเทพฯ ก็ลอยในแม่น้ำตลอดค่ะ แต่ปีที่แล้วยุ่งๆ เลยไม่ได้ลอย”

 “ไปสิครับ พี่ไม่ได้ลอยกระทงนานแล้วเหมือนกัน” พรุ่งนี้วันลอยกระทง เขาทำงานจนลืมเรื่องพวกนี้ไปสิ้น

“งั้นพรุ่งนี้ไปกันนะคะ แต่ตอนเช้าน้ำตาลต้องพาเพื่อนๆ ไปเล่นน้ำตกที่สวนพี่ต้นก่อน ตกลงกันได้แล้วค่ะว่าจะพรุ่งนี้เลย”

จู่ๆ ชายหนุ่มก็หลุดหัวเราะเมื่อคิดถึงเรื่องที่เคยหลอกลูกสาวเอาไว้ มองหน้าภรรยาก็ต้องหัวเราะดังกว่าเดิม

“หัวเราะอะไรคะ หัวเราะน้ำตาลหรือ” มือบางตีเพียะตรงแขนเสื้อที่เขาพับไว้หลายทบ ไม่กล้าตีตรงเนื้อเขาตรงๆ พี่ต้นเจ็บเธอก็เจ็บด้วย

“พี่เคยบอกน้องต้นข้าวไว้ว่าถ้าลอยกระทงแล้วจะได้น้องตัวเล็กๆ กลับมาอยู่ในท้องน้ำตาล”

“พี่ต้นเนี่ย ไม่รู้ลูกจำได้หรือเปล่า เกิดจำได้แล้วทวงขึ้นมาจะแย่นะคะ”

“ไม่เห็นยากเลยครับ ถ้าน้ำตาลให้ความร่วมมือ”

รอยยิ้มทะเล้นจากเขาที่พักหลังมีให้เห็นบ่อยๆ น่ารักเสียจนเธออดไม่ได้ที่จะดึงแก้มเขาทั้งสองข้างให้ยืดออกมากเท่าความมันเขี้ยวที่มีอยู่

“น้องร่วมมือกับพ่อจ๋ากับแม่จ๋าด้วยค่ะ”

เนติพัฒน์กับณัฐกานต์ก้มลงมองยายตัวแสบที่กำลังกระตุกชายเสื้ออยู่ หนูน้อยหันหน้ามองพ่อจ๋าสลับกับแม่จ๋าอย่างสนใจใคร่รู้ไปตามวัย

“ได้เลยค่ะ ร่วมมือกันค่ะ” ชายหนุ่มย่อตัวลงพูดกับลูกสาว

“ร่วมมืออะไรหรือคะพ่อจ๋า”

“อ้าว แล้วน้องต้นข้าวจะร่วมมืออะไรล่ะคะ” เนติพัฒน์ยิ้มขำ

“น้องร่วมมือกับพ่อจ๋ากับแม่จ๋าทุกอย่างเลยค่า คุณครูเตือนใจบอกว่าต้องสามัคคีและก็ร่วมมือกัน จะประสบความสำเร็จค่า”

ผู้ใหญ่ทั้งสองคนหัวเราะให้กับความช่างจ้อช่างจดช่างจำ แต่เมื่อตรองดูแล้วว่าขืนยังยืนหัวเราะกันอยู่ตรงนี้ก็ไม่ได้ทำให้อิ่มท้องขึ้นมา จึงจับจูงกันไปที่โต๊ะอาหารแล้วนั่งประจำที่ ก่อนสามัคคีกันกวาดทุกอย่างบนโต๊ะลงท้องจนหมดเกลี้ยง

อีบุ๊กสามารถโหลดได้ที่ MEB ค่ะ ฝากด้วยน้า
ส่วนหนังสือสั่งได้ทางแฟนเพจหรืออีเมล worasith.dew@gmail.com ค่ะ


ลูกไม้หล่นไม่ไกลรัก
วรศิษฏ์
www.mebmarket.com
“หนาวหรือเปล่า พี่เบาแอร์ให้ไหม” ชายหนุ่มบอกด้วยความหวังดีเนื่องจากเห็นเพียงใบหน้าสวยเฉี่ยวเท่านั้นที่โผล่พ้นผ้านวมขึ้นมา“ไม่หนาวค่ะ กำลังดี พี่ต้นนอนเถอะ เดี๋ยวน้ำตาลคงง่วงแล้วหลับไปเองนั่นแหละค่ะ”ฟังคำบอกอ้อมแอ้มไม่เต็มเสียง เนติพัฒน์ก็รู้ได้ทันทีว่าเหตุผลคงเป็นเพราะกลัวเขาทำมิดีมิร้าย ริมฝีปากหนายกยิ้มกระหยิ่มใจ ก่อนเอ่ยสิ่งที่ทำให้ขนทุกเส้นบนร่างกายคนฟังพร้อมใจกันยืนตรง“งั้น...พี่เกาหลังให้ไหม”“ห้ะ ! อะไรนะคะ” กะ...เกาหลังอย่างนั้นหรือ เกาหลังแล้วยังไงต่อล่ะคะพี่ต้นกล้า !


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #92 Kapom (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 03:27

    น้องตัวเล็กสาเร็วๆนะ ขอแฝดผู้ชายได้ไหมไรท์เอาให้พี่ต้นข้าวหัวหมุนไปเลย

    #92
    0
  2. #91 punnada400 (@punnada400) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 23:10

    น้องตัวเล็กๆมาเร็วๆน๊าาา

    #91
    0