ลูกไม้หล่นไม่ไกลรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 83,632 Views

  • 120 Comments

  • 635 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,320

    Overall
    83,632

ตอนที่ 6 : 2 ชีวิตและลมหายใจ 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3811
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    16 ก.ย. 61



“ทางนี้ปกติดีครับ แต่น้ำนิ่งมักไหลลึกเสมอ”

“ไม่รู้เมื่อไรเหตุการณ์พวกนี้เป็นปกติสักทีนะครับดาบ” เนติพัฒน์พูดจบก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ

“น่าเห็นใจชาวบ้านครับผู้กอง ระวังตัวกันตลอดเวลา”

“ทำยังไงได้ล่ะครับ ที่นั่นคือบ้านของเขา ต่อให้อันตรายยังไงก็คือบ้าน ยิ่งคนเฒ่าคนแก่ยิ่งไม่อยากย้ายไปไหน บางคนบอกว่าถ้าจะตายก็ขอตายที่บ้าน ถึงสถานการณ์ไม่ปกติแต่ผมเห็นรอยยิ้มในแววตาพวกเขา พวกเขาภูมิใจที่เกิดในแผ่นดินด้ามขวาน”

“ผมนับถือพวกเขานะครับ ความรักจากครอบครัวคงช่วยให้ลืมความกลัวไปได้”

“ขอบคุณที่ดาบคอยช่วยเหลือผมนะครับ ในทีมเราถ้าขาดใครคนใดคนหนึ่งไปก็เหมือนขาดแขนขา” สำหรับเขา ทุกคนในชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดมีความสำคัญเท่าๆ กัน ไฟจากตะเกียงที่ให้แสงสว่างต้องพึ่งเชื้อเพลิงจากไม้ขีดไฟก้านเล็กๆ

“ผมสิครับต้องขอบคุณผู้กองที่เป็นหัวหน้าทีม” ดนัยมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความชื่นชม

“เลือด ตชด. เข้มข้นอยู่แล้วครับ” พูดจบเนติพัฒน์ก็ก้มลงมองนาฬิกาตรงข้อมือ แล้วยกกระเป๋าเป้ขึ้นสะพายบนบ่าเช่นเดิม“ผมต้องขอตัวแล้วเหมือนกันครับ”

“แล้วของที่แวะมาเอาล่ะครับผู้กอง ได้หรือยังครับ” ก่อนหน้านี้หัวหน้าเขาบอกไว้ว่าแวะเข้ามาเอาของ

“เรียบร้อยครับ” เนติพัฒน์ยกของที่ว่าขึ้นเล็กน้อย มันคืออาวุธสีดำทะมึนที่สามารถปลิดชีวิตคนร้ายได้เพียงเขาแค่ลั่นไก ตำรวจมีอาวุธชนิดนี้ติดตัวไม่ใช่เรื่องแปลก

“พักผ่อนเยอะๆ ครับผู้กอง ที่นี่ยังมีผมกับลูกทีมอีกสองคน”

“เจอกันพรุ่งนี้ครับดาบ ไปก่อนครับทุกคน” ชายหนุ่มเอ่ยลาเป็นที่เรียบร้อยจึงเดินลงมายังลานจอดรถแล้วขับมันออกมา จุดหมายคือบ้านมารดา

ผู้กองหนุ่มปฏิบัติหน้าที่ในชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดมาเป็นเวลาเจ็ดปีซึ่งเท่ากับจำนวนปีที่ย้ายมาประจำการที่บ้านเกิด และเมื่อสองปีก่อนทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าชายหนุ่มเหมาะสมกับตำแหน่งหัวหน้าทีม การมีตำแหน่งสูงกว่าคนอื่นไม่ได้หมายถึงสามารถออกคำสั่งกับใครก็ได้ แต่ตำแหน่งนี้มาพร้อมกับความรับผิดชอบใหญ่หลวง เพราะคำสั่งเด็ดขาดของเขาล้วนส่งผลต่อชีวิตอีกหลายชีวิต

เนติพัฒน์เปรียบกณิศาให้เป็นลมหายใจ และเปรียบการทำงานเป็นชีวิต เขาไม่ได้รักอาชีพตำรวจตระเวนชายแดนเท่าชีวิต แต่พูดได้เต็มปากว่าอาชีพตำรวจตระเวนชายแดนคือชีวิตของเขา หากไม่มีลมหายใจ ชีวิตก็สูญสิ้น และหากไม่เหลือชีวิต ลมหายใจก็ไร้ซึ่งที่พักพิงเช่นกัน

 


“ยังไงดีคะ น้ำตาลรอฟังคำตอบมานานแล้วนะ ไม่มีใครแก้ตัวอะไรเลยหรือ” ณัฐกานต์ยังคงคาดคั้นหลังจากผ่านมาสิบนาทีแต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบ หญิงสาวกอดอกยืนพิงราวบันไดและทิ้งน้ำหนักตัวลงบนขาข้างหนึ่ง ในอกร้อนรุ่มราวกับน้ำเดือดที่อุณหภูมิพุ่งถึงหนึ่งร้อยองศาเซลเซียส ใครจะรู้บ้างว่าเธอต้องใช้ความพยายามมากขนาดไหนในการข่มความโกรธ

ด้านคนถูกถามทั้งสามยังคงเงียบกริบได้แต่มองหน้ากันไปมา ใช่ว่าไม่มีคำตอบ แต่เป็นเพราะไม่รู้จะเริ่มพูดอย่างไรต่างหาก

“คือ...เอ่อ คือว่า...” ณกรณ์ทนความอึดอัดไม่ไหวจึงพูดขึ้นเป็นคนแรก แต่ถึงกระนั้นยังตะกุกตะกักและฟังไม่ได้ศัพท์ เมื่อเงยขึ้นมองก็เห็นว่าน้องสาวจ้องมายังจุดที่ตนยืนอยู่ตาเขม็ง ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าแรงๆ ราวกับให้กำลังใจตัวเอง ก่อนกลั้นใจพูด “ใช่ ทุกอย่างเป็นตามที่น้ำตาลเห็นนั่นแหละ ย่าสบายดี แข็งแรงสมบูรณ์ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บทุกประการ”

“ย่าไม่ได้ป่วย...แล้วทำไมทุกคนต้องหลอกน้ำตาลด้วยล่ะ เล่นขายของกันอยู่หรือไงคะ” ดวงตาคู่สวยเริ่มมีน้ำใสๆ เอ่อคลอ ความสงสัย ผิดหวัง รวมทั้งความเสียใจผสมปนเปกันไปหมด

“มันไม่ใช่การเล่นขายของหรอกน้องรัก แต่นี่ย่าเอาจริงเลยละ” คนเป็นพี่แก้ข้อสันนิษฐานของน้องสาวเสียใหม่

“พี่เกลือจะพูดอะไรก็พูดมา แพลมมาทีละนิดแบบนี้ต้องการเรียกเรตติ้งหรือไง”

น้ำเสียงที่เคยหวานหูบัดนี้กลับฟังดูเยือกเย็นจนทำเอาทุกคนขนลุกซู่ ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้อาวุโสที่สุดอย่างคุณหรีด

“พี่ไม่ได้อยากเรียกเรตติ้งอะไรนักหรอก แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงก็แค่นั้น โธ่เว้ย !”” ณกรณ์หงุดหงิดตัวเองที่พูดอะไรไม่ได้สักอย่าง ได้แต่สบถอย่างโมโห เขาห่วงความรู้สึกน้องสาวเกินกว่าจะพูดในสิ่งที่ทำให้น้องผิดหวังได้

“พอเถอะตาเกลือ ย่าอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ยายน้ำตาลฟังเอง” ในเมื่อท่านเป็นคนผูก หวังให้คนอื่นมาช่วยแก้คงจะไม่ได้ ยิ่งแก้อาจพันยุ่งเหยิงกว่าเดิม ณัฐกานต์เป็นหลานสาวที่ท่านเลี้ยงมาเองกับมือ รู้ดีว่าหลานคนนี้มีนิสัยคล้ายตนคือไม่ยอมคน สู้สุดใจขาดดิ้น จะยอมอ่อนให้ก็เฉพาะคนในครอบครัวเท่านั้น

“น้ำตาลพร้อมฟังแล้วค่ะย่า พร้อมมาก !” หญิงสาวเดินมานั่งบนเก้าอี้หวาย แววตามุ่งมั่นถูกส่งออกให้ผู้เป็นย่า

คุณหรีดเดินตามมานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม หันไปก็เห็นว่าลูกชาย ลูกสะใภ้รวมทั้งหลานชายยังยืนนิ่งจึงกวักมือเป็นนัยบอกให้มานั่งใกล้ๆ กัน คทากับปรียาย้ายตัวเองนั่งลงบนเก้าอี้หวายชุดเดียวกันอย่างเสียไม่ได้ ส่วนณกรณ์ยังคงยืนพิงฝาผนังเช่นเดิม

“เกลือว่าเกลืออยู่ตรงนี้ก็เสถียรดีอยู่แล้วครับย่า” เขาได้แต่ยิ้มแหยๆ ให้ ใครอยากนั่งใกล้ณัฐกานต์กันเล่า ตาเขียวปัดขนาดนั้น เกิดเข้าไปนั่งใกล้ๆ จะโดนน้องสาวหักคอเสียหรือเปล่าก็ไม่รู้

               “เอาละ ในเมื่อทุกคนพร้อม ย่าก็จะพูดเสียที”

----------------------------------------------------------

เปิดจองหนังสือ ลูกไม้หล่นไม่ไกลรัก

จองได้ยาวๆ ตั้งแต่วันนี้ - 15 พฤศจิกายน จัดส่งภายในเดือนพฤศจิกายน 2561
ในช่วงเปิดจองราคา 339 บาท จากราคาปก 369  ส่งฟรีลงทะเบียน + พลาสติก (ส่ง EMS เพิ่ม 40 บาท) 
ส่งค่าสินสอดได้ที่  บัญชีชื่อ Waraporn S.

ไทยพาณิชย์ 235-223329-6 / กสิกรไทย 022-1-89084-1 / กรุงไทย 381-0-07445-4
(พร้อมเพย์ทักข้อความนะคะ)
แจ้งโอนได้ที่
1. Fanpage: วรศิษฏ์ / วรศิษฏา           2. E-mail: worasith.dew@gmail.com
ปล. สำหรับท่านที่ต้องการเรื่อง ลงหลักปักรัก ซึ่งเป็นภาคต่อ สามารถสั่งซื้อได้ในราคา 359 บาทค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #4 19112518 (@19112518) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 09:29

    ติิิิิิิิิิิิิิิิิิดตาม2เรื่องเลยค่ะ

    #4
    1