ลูกไม้หล่นไม่ไกลรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 79,570 Views

  • 117 Comments

  • 661 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    7,807

    Overall
    79,570

ตอนที่ 5 : 2 ชีวิตและลมหายใจ 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4092
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    15 ก.ย. 61


ชีวิตและลมหายใจ


ภาพชายร่างสูงในชุดเวสมอร์แลนด์สีเขียวขี้ม้าตัวเก่าซึ่งผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน ท่อนบนเป็นเสื้อแขนยาวมีหมวกเบเรต์สีดำพับสอดไว้ในกระเป๋า แขนเสื้อถูกชายหนุ่มพับขึ้นเหนือข้อศอกทำให้ดูไม่เทอะทะ รองเท้าคอมแบทที่สวมอยู่บัดนี้เลอะไปด้วยคราบดินโคลนจนมองแทบไม่ออกว่าเดิมเป็นสีใดกันแน่ อีกทั้งบ่าแกร่งอย่างชายชาตรีที่สะพายกระเป๋าเป้ใบโตเอาไว้ช่างเป็นภาพคุ้นตาของลูกน้องในทีม

“เป็นยังไงบ้างครับผู้กอง เจอศึกหนักมาหรือครับ” ดาบตำรวจดนัยถามหลังทำความเคารพผู้มาใหม่เป็นที่เรียบร้อย ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์วัยใกล้เกษียณชื่นชมในตัวหัวหน้าทีมอยู่ไม่น้อย เพราะถึงแม้ชายหนุ่มมียศสูงกว่าแต่ไม่เคยถือตัวกับลูกน้องและตะเบ๊ะเขากลับทุกครั้ง

“เหมือนเดิมครับดาบ แต่คราวนี้หนักขึ้นมาอีกหน่อย เหตุการณ์ทางโน้นไม่น่าไว้ใจ เราเตรียมพร้อมไว้ก่อนได้เปรียบกว่าครับ” เนติพัฒน์ตอบคำถามลูกน้องหลังจากเดินมานั่งที่โต๊ะทำงาน

หัวหน้าชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดประจำกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๔๓ อย่างร้อยตำรวจเอกเนติพัฒน์ สุวรรณเมฆ ไม่เคยปฏิเสธการออกฝึกปฏิบัติภาคสนาม ครั้งนี้ก็เช่นกัน เขากับลูกน้องในทีมอีกหกคนเข้ารับการฝึกปฏิบัติด้านการเก็บกู้วัตถุระเบิด ณ กองบังคับการฝึกพิเศษซึ่งตั้งอยู่อีกอำเภอหนึ่ง แม้ว่าการฝึกฝนในแต่ละครั้งจะหนักไม่ใช่น้อย แต่ในสถานการณ์จริงนั้นหนักและเสี่ยงชีวิตกว่าที่ฝึกซ้อมอยู่หลายเท่าตัว

ชุดเก็บกู้ระเบิดที่มีเนติพัฒน์เป็นหัวหน้าทีม มีสมาชิกทั้งสิ้นสิบสองชีวิต ประกอบด้วยตำรวจตระเวนชายแดนตั้งแต่ชั้นประทวนยศสิบตำรวจตรี จนมาถึงเขาที่เป็นตำรวจตระเวนชายแดนชั้นสัญญาบัตรยศร้อยตำรวจเอก แต่ในการฝึกปฏิบัติภาคสนามต้องแบ่งกำลังออกไป โดยเหลือสมาชิกบางส่วนประจำอยู่ที่ฐานปฏิบัติการเผื่อมีเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้นจะได้ควบคุมสถานการณ์และแก้ไขได้ทันท่วงที

“คนอื่นๆ ล่ะครับ” ดนัยถามต่อเมื่อเห็นเนติพัฒน์เดินเข้ามาในห้องทำงานเพียงคนเดียว

สถานที่ที่เรียกว่า ‘ห้องทำงาน’ เป็นเพียงห้องสี่เหลี่ยมขนาดพอเหมาะสำหรับสมาชิกทั้งสิบสองคน ตรงมุมหนึ่งมีกระดานไวท์บอร์ดติดบนฝาผนัง ถัดจากกระดานมาเล็กน้อยมีโต๊ะขนาดหนึ่งคูณหนึ่งเมตรครึ่งที่ใช้สำหรับปรึกษาหารือเกี่ยวกับแผนจู่โจมต่างๆ โต๊ะทำงานภายในห้องเหมือนกันหมด รวมทั้งโต๊ะเนติพัฒน์ก็ไม่ต่างไปจากของสมาชิกคนอื่น

“จ่านงเอาของไปเก็บครับ อีกเดี๋ยวคงตามมา ส่วนหมวดพีกับคนอื่นๆ ผมให้กลับไปพักแล้วละ เหนื่อยกันมาหลายวัน พักเอาแรงสักหน่อย ผมแวะขึ้นมาเอาของครับ เย็นนี้จะกลับไปหาน้องต้นข้าว รายนั้นคงงอนผมแย่แล้ว สัญญาว่าจะรับมาอยู่บ้านพักแต่ดันติดไปภาคสนามเสียก่อน” เนติพัฒน์ก้มๆ เงยๆ บริเวณโต๊ะทำงาน พลางสนทนากับดนัยไปด้วย ริมฝีปากหนาระบายยิ้มเมื่อเอ่ยถึงเด็กหญิงกณิศา ลูกสาววัยสี่ขวบครึ่ง

“ช่วงนี้ปิดเทอมคงอยากอยู่ใกล้ๆ พ่อละมั้งครับ ผมไม่ได้เจอเกือบเดือน น้องต้นข้าวจะลืมลุงดาบคนนี้แล้วหรือเปล่าก็ไม่รู้” กณิศาเป็นเด็กน่ารัก คุยเก่ง ทำให้หนูน้อยเป็นขวัญใจเขาและคนอื่นๆ ด้วย

“ครับ รบเร้าให้ผมพามาอยู่บ้านพักตลอด บอกว่าที่นี่มีเพื่อนเล่นเยอะ” เนติพัฒน์มีบ้านพักตำรวจภายในที่ทำงาน เขาพักที่นี่เป็นหลักเนื่องจากสะดวกหากมีภารกิจกะทันหัน ส่วนกณิศาอยู่กับมารดาเขาซึ่งอยู่นอกตัวเมือง

“ฝากบอกด้วยนะครับว่าลุงดาบคิดถึง” ดนัยฝากความคิดถึงไปให้หลานสาว ก่อนนึกอะไรขึ้นได้ ฝ่ามือหยาบกร้านหยิบถุงที่บรรจุขนมถ้วยฟูสีเขียวและสีชมพูขึ้นมาแล้วส่งให้เนติพัฒน์ “นี่ครับ ขนมถ้วยฟูของโปรดน้องต้นข้าว”

“ขอบคุณมากครับดาบ ยายตัวเล็กได้กินของโปรดอีกแล้ว” ชายหนุ่มรับถุงขนม แล้วใส่ไว้ช่องด้านหน้ากระเป๋าเป้ กณิศาต้องดีใจแน่นอนที่ลุงดาบฝากขนมมาให้

“กินขนมลุงดาบก็ต้องรักลุงดาบเยอะๆ นะครับ ฮ่าๆๆ” ดนัยหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เมื่อเห็นเพื่อนร่วมงานเดินเข้ามาในห้อง คนที่นั่งอยู่ก่อนจึงถามเชิงหยอกล้อ “จ่านงมาพอดี เป็นไงบ้างจ่า ฝึกหนักจนเอวเคล็ดไปแล้วหรือเปล่า”

 “เอวไม่เคล็ดแต่พุงลดลงไปเยอะ ถ้าฝึกต่ออีกสักอาทิตย์ผมคงได้ตัดชุดใหม่เพราะชุดเก่าหลวมโพรก” สิบตำรวจโททนงค์ตอบคำถามแบบไม่ยอมอ่อนข้อ มือข้างหนึ่งลูบพุงกลมๆ ราวผลแตงโม พลางยักคิ้วหลิ่วตาให้เพื่อนร่วมอาชีพ เขากับดนัยเรียกได้ว่าเป็นสีสันของทีม มีมุกมาฟาดฟันใส่กันเสมอและนี่ก็ทำให้สนิทกันถึงขั้นรู้ไส้รู้พุง

“ไม่ต้องห่วงหรอกจ่า แค่จ่าอยู่ค่ายไม่กี่วัน พุงลีบๆ ก็กลับมาป่องเท่าเดิมนะผมว่า ไม่แน่อาจจะมากกว่าเดิมเพราะเมียเลี้ยงดี”

ตำรวจทุกนายเรียกกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนว่า ‘ค่าย’ คำคำนี้อาจเป็นคำสั้นๆ แต่แท้จริงแล้วแฝงไปด้วยความหมายอันยิ่งใหญ่

ค่าย...สถานที่ที่เป็นศูนย์รวมของเหล่านักรบ

“นั่นสิดาบ แล้วชาตินี้ผมจะมีโอกาสได้ใส่ชุดหล่อๆ กับเขาบ้างหรือเปล่า กลับไปถึงบ้านเมียขุนตลอด แหม ! ไอ้ผมก็เป็นประเภทรักเมียบูชาเมียเลยขัดใจเมียไม่เป็นเสียด้วย แค่พูดก็คิดถึงขึ้นมาจับจิตจับใจ”

ทุกคนในห้องทำงานต่างหลุดขำกับคำพูดของทนงค์ เป็นที่รู้กันดีว่าเขาขึ้นชื่อเรื่องการกลัวเมีย ออกเวรแต่ละครั้งรีบกลับบ้านตลอด ไม่มีเหลวไหลหรือซิกแซกไปทางไหนได้เลย

“ผมกลับก่อนนะครับผู้กอง ผิดเวลากลัวเมียโมโหแล้วไล่ให้นอนนอกบ้าน ไปก่อนนะดาบ ไปก่อนเว้ยทุกคน” ทนงค์ตะเบ๊ะทำความเคารพหัวหน้าทีม ก่อนร่ำลาเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ พูดจบก็เดินออกจากห้องทำงานด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

เนติพัฒน์ลากเก้าอี้มาใกล้ ชายวัยใกล้เกษียณเดาได้ทันทีว่าหัวหน้ารุ่นลูกคนนี้ต้องมีเรื่องไม่สบายใจอย่างแน่นอน ชั่วโมงบินและอายุของดนัยมากกว่าทุกคนในชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เนติพัฒน์จึงมักปรึกษาเขาเรื่องงานอยู่เสมอ

“ทางนี้เป็นยังไงบ้างครับ พวกผมไม่อยู่หลายวัน ดาบกับคนที่เหลือคงวุ่นวาย” เพราะสมาชิกต้องฝึกปฏิบัติภาคสนามเสียครึ่งหนึ่ง ที่เหลือจึงต้องทำงานหนักขึ้นเป็นสองเท่า

“ทางนี้ปกติดีครับ แต่น้ำนิ่งมักไหลลึกเสมอ”





----------------------------------------------------------

เปิดจองหนังสือ ลูกไม้หล่นไม่ไกลรัก

จองได้ยาวๆ ตั้งแต่วันนี้ - 15 พฤศจิกายน จัดส่งภายในเดือนพฤศจิกายน 2561
ในช่วงเปิดจองราคา 339 บาท จากราคาปก 369  ส่งฟรีลงทะเบียน + พลาสติก (ส่ง EMS เพิ่ม 40 บาท) 
ส่งค่าสินสอดได้ที่  บัญชีชื่อ Waraporn S.

ไทยพาณิชย์ 235-223329-6 / กสิกรไทย 022-1-89084-1 / กรุงไทย 381-0-07445-4
(พร้อมเพย์ทักข้อความนะคะ)
แจ้งโอนได้ที่
1. Fanpage: วรศิษฏ์ / วรศิษฏา           2. E-mail: worasith.dew@gmail.com
ปล. สำหรับท่านที่ต้องการเรื่อง ลงหลักปักรัก ซึ่งเป็นภาคต่อ สามารถสั่งซื้อได้ในราคา 359 บาทค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #3 punnada400 (@punnada400) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 23:25
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-01.png รอตอนต่อไปค่าาา
    #3
    1