ลูกไม้หล่นไม่ไกลรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 79,579 Views

  • 117 Comments

  • 661 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    7,816

    Overall
    79,579

ตอนที่ 48 : 16 (ซ้อม) เป่าลมเข้าท้อง 35%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3045
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 112 ครั้ง
    7 พ.ย. 61




16 

(ซ้อม) เป่าลมเข้าท้อง


“อะไรหรือคะ เรื่องดีหรือเรื่องไม่ดี ?” สีหน้าจริงจังของณกรณ์พาให้ใจหวิวชอบกล

“รู้ไหมว่าเราเจอกันครั้งแรกตอนไหน”

“ช่วงที่นุกเปิดร้านใหม่ๆ ไงคะ พี่เกลือมาอุดหนุนเพราะรู้จักกับพี่นิก เราเลยได้รู้จักกัน”

ชายหนุ่มร้องหึในลำคอขณะที่ปากหนาคลี่ยิ้ม ก่อนส่ายหน้าช้าๆ...นั่นครั้งแรกที่ไหนกัน วันเสาร์คงจำไม่ได้ แต่เขาจำได้ขึ้นใจ

“ตอนนิกแนะนำว่านุกคือน้องสาว นั่นเป็นครั้งที่สองที่เราเจอกัน”

“คะ ? เราเคยเจอกันตอนไหน ทำไมนุกจำไม่ได้เลย” หญิงสาวขมวดคิ้วครุ่นคิด แต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก

“หลายปีมาแล้ว แต่ไม่แปลกหรอกที่นุกจำพี่ไม่ได้” ณกรณ์จับแขนข้างขวาของคนรักแล้วพลิกเบาๆ ให้เห็นข้อศอกซึ่งปรากฏรอยแผลเป็นจางๆ สายตาจับจ้องไปยังรอยแผลเป็นนั้น “จำวันเกิดเหตุได้ไหม”

วันเสาร์ย้อนนึกไปถึงวันที่ได้มันมา ราวๆ เจ็ดแปดปีมาแล้ว ช่วงนั้นเป็นช่วงปิดเทอมเธอจึงช่วยยายส่งขนมได้เต็มที่ ทุกเช้าเธอจะหอบขนมหวานเต็มตะกร้าทั้งสองมือไปส่งตามหน่วยงานต่างๆ ตามออเดอร์ที่ได้รับ และวันนั้นคงเป็นโชคร้ายที่อยู่ๆ รถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งพุ่งขึ้นมาบนบาทวิถี โชคดีที่เธอหลบทันจึงได้เพียงแผลที่ข้อศอกถลอกลึกยาวเป็นทาง อย่างน้อยๆ ก็ไม่ได้หนักถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อ แต่ก็แสบแผลไม่น้อย ซ้ำยังใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะตกสะเก็ด

“จำได้ค่ะ” หญิงสาวตอบหลังจากนึกทบทวนเหตุการณ์ “แต่ทำไมพี่เกลือพูดเหมือนอยู่ในเหตุการณ์คะ”

“เคยเกิดเหตุการณ์คล้ายๆ กันตอนพี่ยังเด็ก แม่กำลังตั้งท้องน้ำตาล แล้วตอนที่ย่า แม่และก็พี่ยืนรอรถสองแถวจะกลับบ้าน มอไซค์พุ่งเข้ามา คนขับชนกำแพงตายคาที่ พี่กับย่าไม่เป็นอะไรมาก แต่แม่กลิ้งไปไกลและน้ำตาลเกือบไม่ได้ลืมตาดูโลก” เรื่องราวในวันนั้นเขาจำได้ดีราวกับม้วนฟิล์มที่ถูกฉายซ้ำไปซ้ำมา “ทุกคนอาจคิดว่าเด็กสี่ขวบลืมอะไรได้ง่ายๆ แต่ไม่ใช่เลยพี่จำมาถึงทุกวันนี้

วันเสาร์ตกใจกับสิ่งที่เธอไม่เคยรู้ จิตใจเด็กบริสุทธิ์เกินกว่าจะมาพบเจอเรื่องร้ายๆ ภายใต้ความทะเล้นอารมณ์ดี เขาซ่อนความรู้สึกกับเรื่องพวกนี้ไว้ได้อย่างไร แต่สิ่งที่สงสัยมากกว่าคือทำไมเขาถึงรู้ที่มาที่ไปของรอยแผลเป็นบนข้อศอกเธอ และมีจุดเชื่อมโยงกับเรื่องเฉียดตายในวัยเด็กของเขาอย่างไร

“วันนั้นพี่กลับจากเตะบอลตอนเช้ากับเพื่อน สนามบอลอยู่ใกล้ๆ กับจุดที่นุกเกือบถูกรถชน” เสียงทุ้มเงียบไป ชายหนุ่มเอนหลังไปพิงพนักเก้าอี้แล้วยกมือขึ้นมาลูบหน้าตัวเองก่อนเล่าต่อ “รถที่พุ่งเข้ามาหานุกทำให้พี่นึกถึงเมื่อตอนสี่ขวบ ไม่ลังเลสักนิดที่จะวิ่งไปถึงตัวเด็กคนนั้นให้เร็วที่สุด แต่กว่าพี่เข้าไปถึงตัว นุกก็ลงไปนอนกับพื้นและได้แผลไปแล้ว มอไซค์คันนั้นขับหนี ระยำจริงๆ”

“อย่าบอกนะคะว่าพี่เกลือคือคนที่พานุกไปทำแผลที่คลินิก” ดวงตาคู่คมจดจ่อรอคอยคำตอบ

“ยายเด็กบ้า ! ตัวเองเลือดไหลเต็มแขนยังจะห่วงขนมอีก”

ประโยคต่อว่าแบบไม่จริงจังแทนคำตอบทั้งหมด เขาคือคนคนนั้น คือคนที่ช่วยเธอเก็บเศษซากถุงขนมหวานที่แตกเสียหายไม่เหลือสภาพลงในตะกร้ายับเยิน แล้วหิ้วตะกร้าแบกเธอขึ้นหลังพาไปทำแผลที่คลินิกใกล้ๆ

“วันนั้นทำไมนุกไม่เจอพี่เกลือล่ะคะ คำขอบคุณสักคำนุกยังไม่มีโอกาสได้พูด” ในวันนั้นเธอออกมาจากห้องทำแผลก็กวาดตามองหาพลเมืองดีทว่าไม่พบ เห็นเพียงตะกร้าสภาพใช้การไม่ได้สองใบที่ล้างทำความสะอาดเรียบร้อยวางอยู่บนเก้าอี้ เจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์ชำระเงินบอกเพียงว่าคนที่พาเธอมาจ่ายค่าทำแผลให้และออกจากคลินิกไปเมื่อไม่นาน

“เพราะรู้ว่านุกยังพอเดินกลับบ้านไหว และพี่ก็แค่อยากช่วย ไม่ได้อยากให้เป็นบุญคุณอะไรเลยออกมาก่อน เจ้าหน้าที่บอกว่านุกเป็นหลานยายลำดวนแม่ค้าขนมหวาน บ้านอยู่ไม่ไกลจากคลินิก”

“พี่เกลือรู้ไหมคะ นุกเคยคิดนะ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ นุกจะลากผู้ชายคนนั้นเข้าห้องทำแผลไปด้วย จะได้ไม่ต้องคลาดกัน”

“ฮ่าๆๆ คนที่มัวแต่ห่วงขนมนี่หรือจะมาลากพี่เข้าห้องทำแผล ตอนนั้นนุกตกใจจนไม่มีแรงยืนด้วยซ้ำ” เด็กอะไร ไม่ยอมไปหาหมอ จนเข้าต้องแบกตะกร้ายับเยินมาด้วยนั่นแหละเธอถึงยอมขึ้นขี่หลังมาทำแผล

“ก็นุกเสียดาย”

“ช่างขนมเถอะ นุกไม่เป็นอะไรหนักกว่านั้นก็ดีมากแล้ว”

“ขอบคุณนะคะ นุกรอพูดคำนี้มาแปดปี ถ้าไม่ได้พี่เกลือนุกคงเจ็บอยู่ตรงนั้น คงไม่มีใครจอดรถแล้วช่วยเด็กหน้าตามอมแมมแต่งตัวปอนๆ หรอกค่ะ”

“รู้ไหม เด็กหน้าตามอมแมมคนนั้นอยู่ในความทรงจำพี่ตลอดเลยนะ เด็กบ้าเด็กบอที่ห่วงขนมมากกว่าแผลตัวเอง แถมตอนอยู่บนหลังพี่มียังมีแก่ใจคิดคำนวณว่าขนมแตกไปกี่ถุง”

“ก็ตอนนั้นนุกกลัวไม่มีเงินค่าขนมกลับไปให้ยายนี่คะ ถุงขนมที่แตกไปตีเป็นเงินก็หลายบาท ซื้อข้าวมาหุงได้ตั้งหลายมื้อ” วันเสาร์ก้มหน้ามองมือตัวเองที่ยังถูกเขากอบกุมอยู่ วันนั้นยายตกใจไม่น้อยที่เธอได้แผลกลับบ้าน พอทราบเรื่องราวท่านก็ลูบหลังลูบไหล่เรียกขวัญโดยไม่สนใจว่าตะกร้าขนมยับเยินขนาดไหนด้วยซ้ำ

“ทีนี้ก็เข้าใจตรงกันแล้วนะว่าเราเจอกันครั้งแรกเมื่อแปดปีก่อน”

“ค่ะ ดีใจจังที่ตอนนี้พี่เกลือกุมมือนุกอยู่” พูดเองก็เขินเอง

“พี่ดีใจที่น้องสาวนิกคือเด็กที่เคยช่วยไว้ คิดว่าตัวเองคงเดินสะดุดจนตกหลุมรักนุกตั้งแต่ตอนนั้นแล้วละ”

“เอ่อ...ไม่ต้องพูดบ่อยก็ได้ค่ะคำนั้นน่ะ” นุกอาย หญิงสาวต่อประโยคในใจ

“คำไหน ?” ชายหนุ่มยื่นหน้าทะเล้นเข้าไปถาม

“กะ...ก็คำนั้นไงคะ”

“อ๋อ คำว่ารักน่ะหรือครับหวานใจของพี่เกลือ”

 


“อานุกขา”

เสียงเล็กๆ จากเด็กผู้หญิงที่เธอคิดถึงดังมาแต่ไกล ตามด้วยเสียงฝีเท้าวิ่งซอยถี่ๆ วันเสาร์เงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้ พร้อมกับวางไม้นิตติ้งที่ถักไปได้ราวหนึ่งฝ่ามือลงบนโต๊ะ ก่อนลุกจากเก้าอี้ไม้แล้วอ้าแขนพลางย่อตัวลงเตรียมรับร่างตุ้ยนุ้ยเข้าสู่อ้อมกอด

“อานุกขา น้องคิดทึ้งคิดถึง”

หนูน้อยกอดอานุกแน่น เป็นผลมาจากความคิดถึงที่ไม่ได้เจอหน้ากันเกือบอาทิตย์ พอผละออกจากอ้อมอกก็หอมแก้มซ้ายแก้มขวาซ้ำไปซ้ำมาจนพอใจ

“อานุกก็คิดถึงน้องต้นข้าวค่ะ คิดถึงมากๆ เลย ใครไปรับน้องที่โรงเรียนคะ”

“พ่อจ๋าไปรับน้องค่ะ”

รอยยิ้มใสซื่อตามแบบฉบับหนูน้อยกณิศาเป็นเครื่องช่วยยืนยันว่าเธอคิดไม่ผิดที่ยังปักหลักอยู่บ้านแวววิริยาตามคำชวนของมารดาคนรัก...แม้ต้องทนเห็นสายตาดุๆ จากย่าหรีดก็ตาม

น้องนุกอยู่เป็นเพื่อนแม่ก่อนนะจ๊ะ พี่เกลือบอกว่าหนูถักไหมพรมเก่ง แม่ซื้อไหมพรมมาเยอะเลย จะถักแล้วบริจาคให้ผู้ประสบภัยหนาว น้องนุกช่วยแม่หน่อยนะลูก

แม้รู้ดีว่าเรื่องถักไหมพรมเป็นแค่เรื่องรอง แท้จริงแล้วที่ต้องการให้อยู่เพราะไม่อยากให้กลับบ้านไปด้วยหัวใจที่ยังบอบช้ำจากการหมางเมินของคุณหรีด ทว่าคำขอและน้ำเสียงแสดงความห่วงใยของปรียาก็ทำให้วันเสาร์ใจอ่อนยอมอยู่ต่อจนถึงเย็น

“อุ๊ย ! ยายจ๋า” เด็กหญิงตาโตตกใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่าลืมทักผู้เป็นยาย จากนั้นจึงเดินเข้าไปไหว้ถอนสายบัวใกล้ๆ แถมจุ๊บแก้มอีกหลายที

“นึกว่าน้องต้นข้าวลืมยายจ๋าเสียแล้วค่ะ” หญิงวัยกลางคนแกล้งน้อยใจ

“น้องไม่ลืมค่ะ น้องรักยายจ๋า รักอานุกด้วย แต่จะรักมากๆ ถ้ามีขนมให้น้องค่ะ คิคิ”

“ห่วงแต่กินขนม ดูซิ หลานยายจ๋าตัวกลมป๊อกเลยค่ะ” ปรียากอดเอวและหอมแก้มนุ่มๆ สลับข้างกันจนหนูน้อยหัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจ

“แม่จ๋าบอกว่าน้องตัวกลมน่ารักค่ะ”

คนฟังทั้งสองส่ายหน้าอย่างยอมแพ้ กณิศามักมีลูกล่อลูกชนมาให้คนรอบข้างต้องอ่อนข้อให้เสมอ นี่คงเป็นเสน่ห์อีกอย่างที่ทำให้หลงรักได้ง่ายๆ

“อานุกขา น้องอยากกินบัวลอยอร๊อยอร่อยค่ะ”

“เสียดายจัง อานุกไม่ได้เอามาให้ค่ะ ไว้พรุ่งนี้น้องต้นข้าวชวนแม่จ๋าไปกินขนมที่ร้านอานุกดีไหมคะ”

“ดีค่ะ วันนี้น้องกินขนมถ้วยฟูก่อนก็ได้ค่ะ ลุงดาบซื้อให้น้อง”

ประโยคหลังเด็กหญิงพูดกับยายจ๋าพร้อมส่งสายตาแป๋วแหวว อาทิตย์ที่แล้วถูกดุเพราะซื้อขนมถ้วยฟูมากินบ่อยเสียจนจะกลายเป็นอาหารหลักแทนข้าว คราวนี้เด็กเจ้าเล่ห์เลยต้องยกชื่อลุงดาบมาดักไว้ก่อน

“ลุงดาบซื้อให้ ถ้าน้องไม่กินลุงดาบเสียใจนะคะยายจ๋า”

“ค่ะลูก ยายจ๋ายอมแพ้ค่ะ” มีครั้งไหนบ้างที่ลูกอ้อนใช้ไม่ได้ผล “ไปค่ะ เข้าไปในบ้านกัน พ่อจ๋าอยู่ไหนคะน้องต้นข้าว”

“อยู่กับแม่จ๋าค่ะ แม่จ๋ากับพ่อจ๋าให้น้องมาหาอานุกค่า”

คิดไว้ไม่มีผิด...ช่วงนี้ลูกสาวเธอกับว่าที่ลูกเขยมีเวลาให้กันไม่มากนัก พอเวลาสวยๆ งามๆ แพล่มเข้ามาจึงต้องรีบคว้าไว้

ปรียายิ้มให้เด็กพูดจ้อก่อนช่วยคนรักของลูกชายเก็บอุปกรณ์ถักไหมพรมลงในตะกร้าหวายทรงสี่เหลี่ยม อดไม่ได้ที่จะสัมผัสไหมพรมสีชมพูเนื้อนิ่มฝีมือวันเสาร์ซึ่งยังถักค้างไว้คาไม้นิตติ้ง ลายสวย ทุกช่องปักห่างเท่ากัน เธอเคยหวังให้ณัฐกานต์เก่งงานบ้านงานเรือน งานเย็บปักถักร้อยแบบนี้บ้าง แต่ดูว่าจะยากเกินไปสำหรับลูกสาว แค่ตอนนี้ฝีมือการทำอาหารพัฒนารุดหน้าก็ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีมากแล้ว เข็นครกขึ้นภูเขาอาจง่ายกว่าเคี่ยวเข็ญให้ลูกสาวถักนิตติ้ง วันเสาร์จึงเป็นเหมือนส่วนเติมเต็ม ทำไมหนอ มองหน้าหญิงสาวรุ่นลูกคนนี้ทีไรพานให้นึกถึงตนสมัยสาวๆ ช่วงที่เพิ่งพบรักครั้งแรกซึ่งกลายมาเป็นรักสุดท้ายในตอนนี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 112 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #57 punnada400 (@punnada400) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 10:21

    มาแล้วววว

    #57
    0
  2. #56 gas0000 (@gas0000) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 23:45
    มาคนแรกเบยยย5555
    #56
    0