ลูกไม้หล่นไม่ไกลรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 85,363 Views

  • 121 Comments

  • 626 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    261

    Overall
    85,363

ตอนที่ 47 : 15 บัวลอยไข่หวานในจานมาการอง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2831
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    4 พ.ย. 61




“สงสัยต้องไปดูให้เห็นกับตาเสียหน่อยว่าสวยขึ้นจริงๆ อย่างที่ย่าโม้หรือเปล่า ป้าเพียรเป็นลูกค้าร้านนุกครับย่า แต่ไม่ยักบอกว่ากระแตกลับมาแล้ว”

คุณหรีดฟังหลานชายพูด หากสายตาก็ลอบมองแม่ค้าบัวลอยไข่หวานที่หน้าเริ่มถอดสีไปด้วย ท่านถามขึ้นเมื่อเห็นวันเสาร์รวบช้อนส้อมไว้ข้างจาน

“อิ่มแล้วหรือแม่หนู”

“ค่ะ เมื่อเช้านุกกินมาการองไปเยอะแล้ว”

“อร่อยไหมล่ะมาการอง ถ้าไปซื้อร้านข้างนอกน่ะแพงนะ อร่อยๆ ก็หากินยาก แม่หนูขายบัวลอยสองถ้วยก็ยังซื้อไม่ได้นะขนมฝรั่งนี่ กินให้เยอะๆ ล่ะ ของแบบนี้คงไม่ได้กินบ่อยนัก”

“แม่ ! / แม่คะ ! / ย่าครับ ! / ย่าคะ !

สมาชิกบนโต๊ะร้องขึ้นพร้อมกัน จะมีก็แต่คนถูกพาดพิงถึงที่นิ่งอึ้งคล้ายถูกน็อกกลางอากาศ วันเสาร์ชาดิกไปทั้งร่างราวเลือดแล่นปราดจากศีรษะลงไปกองรวมกันอยู่ที่เท้าแล้วไม่มีกำลังจะวิ่งกลับมาเลี้ยงส่วนบนของร่างกาย ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าและอยู่ผิดที่ผิดทางได้มากเท่าตอนนี้ เธอเหมือนถ้วยบัวลอยไข่หวานราคาแสนถูกที่สะเหล่อพาตัวเองมาวางเคียงมาการองราคาแพงในจานกระเบื้องเคลือบสุดหรู

เราต้องผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้

หญิงสาวบอกตัวเองเช่นนั้น ใช่ ต้องผ่านไปให้ได้ ความจริงใจจะเอาชนะทุกสิ่ง ยายเคยบอกไว้ วันเสาร์สูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกกำลังใจ และในตอนนี้เองที่รู้สึกว่าฝ่ามือสั่นๆ ถูกประคับประคองเอาไว้ด้วยฝ่ามือแสนคุ้นเคย ทุกครั้งที่เหนื่อยหรือท้อณกรณ์จะจับมือเธอไว้แบบนี้เพื่อถ่ายทอดความเข้มแข็งให้ หยาดน้ำซึ่งบังคับให้ไหลกลับเข้าไปในดวงตาเมื่อครู่พลันกลับมาคลอหน่วยตาอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะหวั่นไหวกับคำพูดย่าหรีด แต่เป็นเพราะหัวใจมีกำลังเพราะมีเขาอยู่ข้างๆ

“ย่าแค่ล้อนุกเล่นน่ะ ไม่คิดมากนะ” ชายหนุ่มยิ้มอบอุ่นให้แฟนสาวหลังจากปรับอารมณ์ของตนขึ้นมาได้บ้าง ดวงตาคู่คมแสนเศร้าที่เห็นแวบหนึ่งทำเอาหัวใจอันแข็งแกร่งอ่อนยวบ

วันเสาร์ก้มมองมือที่กอบกุมมือเธอและเริ่มบีบแน่นขึ้น มืออีกข้างยกมาวางทาบทับมือแกร่งเป็นการขอบคุณที่มากกว่าคำพูดวันนี้ยอมรับได้เต็มปากว่า...เธอรักเขา

“ค่ะ นุกไม่คิดมาก”

“นุกอิ่มแล้วหรือ เอาอะไรอีกไหม กินต่ออีกนิดนะ พี่ตักกับข้าวให้ ช่วงนี้ซูบไปแล้วนะพี่ว่า”

“ไม่ดีกว่าค่ะพี่เกลือ นุกอิ่มแล้วจริงๆ”

“ก็ได้ครับ งั้นมื้อเย็นต้องกินเยอะๆ นะรู้ไหม”

“ห่วงกันเสียจริง นี่ถ้าเคี้ยวแล้วป้อนส่งเข้าปากให้ได้เราคงทำไปแล้วใช่ไหมตาเกลือ” คุณหรีดพูดเสียงแหลมโดยไม่มองหน้าหลานชายเลยแม้แต่น้อย ไม่ต้องเดาว่าใครจะโดนหางเลขเป็นรายต่อไป “อ้อ กินไม่อิ่มก็ตักใส่ปิ่นโตกลับไปกินที่บ้านก็ได้นะแม่หนู”

“ย่าคะ ย่ากินนี่ต่อดีกว่าค่ะ มาค่ะน้ำตาลตักให้” ณัฐกานต์เห็นท่าไม่ดีจึงแก้สถานการณ์โดยการตักไข่พะโล้ให้ผู้เป็นย่า ทว่าสายตามองว่าที่พี่สะใภ้ราวขอโทษแทนบุพการี

“จริงด้วยครับแม่ แม่ยังไม่กินไข่พะโล้เลย” คทาสนับสนุนลูกสาว ก่อนตักน้ำสีน้ำตาลเข้มหอมกลิ่นเครื่องพะโล้ขึ้นซดดังซูดยืนยันความอร่อยอีกเสียง แล้วส่งยิ้มหวานให้ภรรยา “ฝีมือพริกไม่เคยตกลงเลยจริงๆ พี่ไปไหนไม่รอดก็เพราะแบบนี้”

วันเสาร์สบตาคนรักอีกครั้ง...ย่าหรีดไม่ชอบเธอ หลักฐานทุกอย่างฟ้องเด่นชัดทั้งท่าทางและคำพูดท่าน

“แหม ย่าแตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยนะตาเกลือแฟนเราน่ะ แค่อยากทักทายผู้หญิงในสังกัดของหลานชาย ย่าผิดมากหรือไง”

“นุกเป็นแฟน เป็นคนที่เกลือรักครับย่า” ณกรณ์ไม่คิดนาน หากเป็นระบบภายในร่างกาย สมองจะประมวลผลแล้วสั่งการให้ถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูด แต่สำหรับเขา...หัวใจสั่งการโดยตรง

คำว่า ผู้หญิงในสังกัดคือคำนิยามบรรดาผู้หญิงมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต...ผู้หญิงที่เป็นเพื่อนกิน เพื่อนเที่ยว และมักจะจบลงด้วยการเป็นเพื่อนบนเตียง แต่สำหรับวันเสาร์ เขาพูดได้เต็มปากว่าเธอคือ คนรักเป็นตำแหน่งที่ไม่เคยคิดยกให้ใคร แต่กลับอยากยกให้เธอ

“จะอะไรก็ช่างเถอะ ถึงยังไงแม่หนูคนนี้ก็ยังเป็นแม่ค้าบัวลอยอยู่ดี”

“ครับย่า เป็นแม่ค้าบัวลอยที่ทำให้เกลือมีความสุขทุกครั้งที่อยู่ใกล้ เป็นแม่ค้าบัวลอยที่ทำให้เกลือคิดเรื่องการมีครอบครัว” ณกรณ์ยืนยันหนักแน่น ฝั่งหนึ่งย่า อีกฝั่งก็คนรัก แต่เขานี่แหละจะเป็นสะพานเชื่อมสองฝั่งเข้าหากัน

“ไหนๆ ก็มั่นใจขนาดนี้ ย่าก็อยากจะทำความรู้จักกับแม่หนูคนนี้บ้าง เผื่อจะตกถังข้าวสารได้เป็นคุณนายวิศวกรขึ้นมาจริงๆ” เล่นละครหลอกเด็กสนุกใช่ย่อย แต่หวังว่าวันเสาร์คงไม่โกรธเคืองท่านขึ้นมาจริงๆ

“ย่าครับ เกลือขอเถอะ” รู้ว่าคนเป็นย่าเจ้ายศเจ้าอย่างและเด็ดขาด แต่ไม่คิดว่าท่านจะพูดเสียดสีวันเสาร์จนเหมือนทำร้ายเขาทางอ้อมแบบนี้

“ไม่เป็นไรค่ะพี่เกลือ นุกไม่เป็นไร” วันเสาร์พูดเสียงเบาด้วยน้ำเสียงที่พยายามปั้นแต่งให้คนรักจับไม่ได้ว่าข้างในร้าวราน หากก็รู้ว่าดวงตาเธอไม่อาจหลอกเขาได้เลย ไม่ว่าครั้งไหนๆ ก็ตาม

คนที่เหลืออย่าง คทา ปรียาและณัฐกานต์หน้าเสียไปตามๆ กัน คราวนี้คงเจอ ของจริง

“แม่หนูอยู่กับใครหรือ” คุณหรีดเริ่มสัมภาษณ์

“นุกมียายกับพี่สาวค่ะ”

“ที่บ้านทำอะไรบ้าง นอกจากหาเช้ากินค่ำอย่างการขายบัวลอย”

“พี่สาวเป็นพยาบาล ทำงานที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดค่ะ ส่วนยายของนุก เมื่อก่อนท่านเป็นแม่ค้าขนมหวาน แต่ตอนนี้อายุมากแล้วนุกเลยให้พักผ่อนอยู่กับบ้านค่ะ” น้ำเสียงที่ตอบถูกปรับให้ไม่สั่นรัว ทั้งนี้เพราะได้แรงบีบกระตุ้นจากคนข้างๆ

“อย่างนั้นหรือ ไม่เห็นพูดถึงพ่อกับแม่เลย ไปไหนเสียล่ะ”

“แม่กับพ่อเลิกกันตั้งแต่นุกยังเด็กๆ แม่เสียไปนานแล้ว ส่วนพ่อก็มีครอบครัวใหม่ค่ะ” วันเสาร์ตอบอย่างไม่อายเพราะมันคือความจริงที่เธอหนีไม่พ้น

“กำพร้า ?

“ไม่ค่ะ นุกไม่เคยคิดว่าตัวเองกำพร้า ถึงครอบครัวไม่ได้สมบูรณ์เหมือนคนอื่นๆ แต่ก็ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองขาดอะไร แม่เป็นแม่ที่ประเสริฐที่สุด เป็นทั้งพ่อและแม่ในคนคนเดียว พอแม่เสีย ยายก็เป็นทุกอย่างในชีวิตนุก บ้านเราไม่ได้มีเงินทองมากมายแต่ก็มีความสุขในทุกๆ วันค่ะ”

“หึ แม่หนูกำลังจะบอกว่าคนรวยไม่มีความสุขอย่างนั้นหรือ” คุณหรีดย้อนถาม แววตาภายใต้กรอบแว่นไม่บ่งบอกว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ใด

“ไม่ค่ะ นุกไม่ได้หมายความแบบนั้น” หญิงสาวมองหน้าผู้ฟัง แววตาแสดงความจริงใจไม่เสแสร้ง “คนเราไม่ว่าจนหรือรวยก็มีความสุขได้เหมือนกันค่ะ ความสุขกับการได้อยู่กับครอบครัวมันเป็นสิ่งซื้อด้วยเงินทองไม่ได้ แต่ใช้เวลาแลกได้ อยู่ที่ว่ายี่สิบสี่ชั่วโมงในแต่ละวันเราใช้มันยังไง”

“แฟนเราปากเก่งไม่น้อยเลยนะตาเกลือ” ท่านพูดกับหลานชาย หากดวงตาไม่ละไปจากใบหน้าวันเสาร์ “ระวังไว้เถอะปากเก่งแบบนี้”

และแล้วสิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น ประมุขของบ้านผู้ไม่เคยยอมใครในทุกๆ กรณีกลับเลื่อนเก้าอี้ลุกขึ้นจากโต๊ะกินข้าวแล้วเดินออกโดยไม่มีทีท่าว่าจะหันกลับมามองข้างหลัง แผ่นหลังหญิงชราห่างเรื่อยๆ จนมองไม่เห็น ทุกคนจึงเปลี่ยนความสนใจทั้งหมดมาที่วันเสาร์ สายตาทุกคู่มองหญิงสาวร่างเล็กอย่างทึ่งๆ ทุกอย่างที่เธอพูดไม่ได้แสดงถึงความก้าวร้าวเลยสักนิด แต่กลับทำให้ซังกุงสูงสุดของบ้านยอมจำนน

“นุก ? นี่ใช่วันเสาร์หวานใจของพี่เกลือหรือเปล่า” ณกรณ์จับไหล่แฟนสาวให้หันกลับมาประจันหน้า

“ก็นุกคนเดิมนี่แหละค่ะ” เขาคงอึ้งไม่น้อยกับบทสนทนาระหว่างเธอกับย่าหรีด “เห็นด้านมืดของนุก พี่เกลือโกรธหรือเปล่าคะ”

“ใครว่าล่ะ พี่ชื่นชมนุกมากขึ้นต่างหาก นี่ไม่ใช่ด้านมืดแต่เป็นด้านที่เข้มแข็งที่สุด ขอบคุณนะ เราจะผ่านทุกอย่างไปด้วยกัน พี่จะจับมือนุกไว้แบบนี้”

หญิงสาวยิ้มให้เมื่อเขายกมือที่ประสานกับมือเธออยู่ยกชูขึ้นตรงหน้า คงเป็นความรักที่เธอมีต่อยาย แม่และพี่สาวที่มากเกินคณานับ จึงทำให้ขีดความกล้าพุ่งพรวดขึ้นรวดเร็วโดยไม่รู้ตัว

“เอ่อ เราคงอยู่ผิดที่ผิดทาง ออกไปด้านนอกกันดีกว่าค่ะพี่ครก น้องน้ำตาล ไปลูก” ปรียาลากสามีกับลูกสาวออกจากห้องกินข้าวแทบไม่ทัน แต่ว่าก็ว่าเถอะ ณกรณ์เลือกลูกสะใภ้ได้ถูกใจเธอจริงๆ

สายตาณกรณ์กับวันเสาร์ที่ยังปักหลักบนโต๊ะอาหารถูกดึงดูดเข้าหากันด้วยพลังงานสีชมพูจนยากจับแยก หญิงสาวรู้สึกตัวอีกทีตอนมือถูกฝ่ามือแกร่งนำทางมาให้จรดกับริมฝีปากเขา

“พี่มีอะไรจะบอกนุก”



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #65 NO2H (@NO2H) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 11:37
    เจอย่าเล่นแบบนี้..ถ้าไม่รักหลานย่ามากๆคงขอถอนตัว...แรง!!!!!
    #65
    0
  2. #55 punnada400 (@punnada400) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 09:48

    เกินไปนะ

    #55
    0
  3. #54 1986p (@1986p) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 07:19
    ย่าหรีดเล่นแรงงงงอ่ะ
    #54
    0