ลูกไม้หล่นไม่ไกลรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 84,947 Views

  • 121 Comments

  • 632 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    410

    Overall
    84,947

ตอนที่ 46 : 15 บัวลอยไข่หวานในจานมาการอง 70%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2711
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 104 ครั้ง
    3 พ.ย. 61



อายแดดในยามสายไม่ได้ทำให้บริเวณสวนข้างบ้านร้อนขึ้นเลย หูกระจงต้นใหญ่แผ่ใบหนาช่วยดักความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้เป็นอย่างดี สิ่งที่เผื่อแผ่มาถึงพื้นอิฐมอญ ไม้ระดับล่างและชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้หมอนรถไฟจึงเหลือเพียงแสงสว่างพอเหมาะ สายลมเอื่อยๆ พัดความเย็นจากผิวน้ำอันมีแหล่งกำเนิดจากน้ำตกเทียมเบื้องหน้าขึ้นปะทะผิว บ่อปลาถูกสร้างให้ทอดตัวยาวหยอกล้อตั้งแต่ส่วนด้านข้างบ้านยาวไปด้านหลัง เพิ่มชีวิตชีวาด้วยฝูงปลาคาร์ฟตัวใหญ่หลายตัวหลากลายแหวกว่ายไปมา ประตูกระจกบานเฟี้ยมในห้องนั่งเล่นเปรียบเสมือนประตูมหัศจรรย์ที่พาให้หลุดจากความเรียบง่ายแต่หรูหราในตัวบ้านสู่สวนเขียวขจีแสนผ่อนคลายรอบบ่อปลา

วันเสาร์ไม่ปฏิเสธว่าบ่อปลาคาร์ฟ น้ำตก และสวนเขียวๆ นี้ถูกใจเธอ เงินทองรวมทั้งกำลังในการก่อสร้างทำให้เนรมิตพื้นที่ตรงนี้ขึ้นมาได้ หากแต่สิ่งที่ก่อเกิดความมีชีวิตชีวาคือความใส่ใจและความสามารถในการออกแบบ

“เริ่มจากตัดผ้าก่อนนะคะพี่นุก”

“น้องน้ำตาลทำให้พี่ดูเป็นตัวอย่างก่อนแล้วกันค่ะ”

มัณฑนากรสาวกับแม่ค้าบัวลอยไข่หวานวันนี้ต้องแปลงร่างเป็นแม่ศรีเรือนผู้เชี่ยวชาญงานประดิดประดอย ความคิดสร้างสรรค์จากณัฐกานต์เป็นตัวแปรสำคัญให้ของชำร่วยออกมาสวยเก๋ ส่วนความประณีตจากวันเสาร์ก็ช่วยเสริมให้งานดูเนี้ยบ เสียงหัวเราะปนเสียงพูดคุยยังดังต่อเนื่องเป็นระยะ ขณะที่ความคืบหน้าของงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเวลาเกือบเที่ยงทุกอย่างก็ถูกเตรียมไว้พร้อมสรรพ รอประกอบเป็นของชำร่วยสำหรับกำนัลแขกเหรื่อราวห้าร้อยคนซึ่งมาร่วมงานทั้งพิธีรดน้ำสังข์ในช่วงเช้าและร่วมรับประทานอาหารมื้อเที่ยง

“วันนี้เราพอแค่นี้ก่อนดีกว่าค่ะ ค่อยมาทำต่อวันหลัง เดี๋ยวพี่เกลือกลับมาแล้วจะหาว่าน้ำตาลใช้แรงงานพี่นุกโหดเกิน”

“พอได้ทำอะไรกระจุ๋มกระจิ๋มแบบนี้พี่คิดถึงน้องต้นข้าวจังเลยค่ะ ไม่ได้เจอหลายวันแล้ว ไม่รู้คิดถึงอานุกบ้างหรือเปล่า” วันเสาร์หยิบผ้าสีชมพูลายหวานแหววที่เธอกับว่าที่เจ้าสาวช่วยกันตัดเป็นวงกลมตามขนาดที่ต้องการขึ้นมาเช็กดูอีกครั้ง กณิศาชอบสีชมพู เธอรู้เพราะหนูน้อยพูดจ้อให้ฟังทุกทีที่เจอ

“เด็กน้อยยังบ่นคิดถึงบัวลอยไข่หวานของอานุกอยู่เลยค่ะ ว่าจะพาไปหาพี่นุกที่ร้าน แต่น้ำตาลวุ่นๆ เรื่องเตรียมงานแต่งน่ะค่ะ”

“ใกล้เรียบร้อยครบร้อยเปอร์เซ็นต์หรือยังคะ ถ้าตรงไหนที่พี่ช่วยได้ก็บอกนะคะ พี่เต็มใจช่วย”

“ตอนนี้เกือบๆ เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ตื่นเต้นจังค่ะ อีกแค่สามอาทิตย์ และไม่ต้องห่วงค่ะ เรื่องของชำร่วยน้ำตาลต้องรบกวนพี่นุกอีกแน่”

“ยินดีมากค่ะ น้องสาวแต่งงานทั้งคนพี่ทุ่มสุดตัวเลย” หญิงสาวพูดไปก็ช่วยณัฐกานต์เก็บอุปกรณ์ทุกอย่างลงกล่องพลาสติกขนาดกลางไปด้วย “มาค่ะพี่ช่วยยกไปไว้ในบ้านดีกว่า”

“ไม่เป็นไรค่ะ สองกล่องเอง พี่นุกช่วยยกซ้อนให้น้ำตาลก็พอ”

เจ้าของบ้านถือกล่องไว้ในอ้อมแขนหนึ่งกล่อง แขกสาวจึงช่วยวางอีกกล่องซึ่งขนาดเล็กกว่าซ้อนกันไว้ ณัฐกานต์เตรียมเดินมุ่งหน้าตามทางเดินเข้าสู่ตัวบ้าน แต่ต้องชะงักเท้าและหันมาพูดกับอีกคนเสียก่อน

“พี่นุกรออยู่ตรงนี้ดีกว่าค่ะ น้ำตาลเก็บของเดี๋ยวเดียว แล้วขออุ่นกับข้าวสักหน่อย อีกเดี๋ยวแม่คงกลับมาแล้ว กินข้าวด้วยกันนะคะ”

“ค่ะ” วันเสาร์รับคำ ลับร่างน้องสาวนอกสายเลือดเธอก็เหยียดเท้าไปด้านหน้าและบิดตัวคลายความเมื่อยที่นั่งท่าเดิมกว่าสองชั่วโมง ได้ยืดเส้นยืดสายรู้สึกดีขึ้นไม่น้อย หญิงสาวประสานมือกันแล้วโน้มตัวไปทางซ้าย เปลือกตาสองข้างปิดเข้าหากัน

“แม่หนูเป็นใครกัน มาอยู่ในบ้านฉันได้ยังไง !

เสียงหญิงชราดังอยู่ใกล้ๆ คนที่กำลังสร้างความผ่อนคลายให้ตัวเองสะดุ้งสุดตัวจนต้องลุกขึ้นจากเก้าอี้ เสียงนั้นไม่ได้ดังจนเธอตกใจ หากแต่น้ำเสียงเนิบๆ เชิงตำหนิบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าท่านไม่พอใจกับการเห็นคนแปลกหน้าในพื้นที่ส่วนตัว

หรือนี่จะเป็นย่าหรีด...น่าแปลกที่ท่านทำให้เธอรู้สึกว่าร่างหดลงจนเหลือขนาดเท่าเจ้ากะปิ

“เอ่อ หนะ...หนู หนูชื่อนุกค่ะ” วันเสาร์ตอบตะกุกตะกัก ก่อนถูกน้ำเสียงนิ่งเรียบในประโยคต่อมาสตัฟฟ์ให้นิ่งแข็ง

“อ๋อ แม่ค้าบัวลอยไข่หวานน่ะหรือ”

“คะ ค่ะ” หญิงสาวไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าที่น้ำเสียงตัวเองสั่นๆ เป็นเพราะสมองพร่าเลือนจนประมวลผลผิดพลาดหรือเป็นเพราะกลัวประมุขบ้านแวววิริยากันแน่

“ไม่คิดว่าจะมีดีแค่ขนม แม่ค้าก็หน้าตาดีด้วย”

“เอ่อ ค่ะ ขอบคุณค่ะ”

“เกร็งหรือแม่หนู ตัวสั่นเชียว” คุณหรีดยังถามต่อด้วยกิริยามาดคุณนายเต็มที่

“เอ่อ นิดหน่อยค่ะ” พูดไปก็อยากตบปากตัวเองนัก อยู่ต่อหน้าท่าน ความมั่นใจเธอหนีไปวิ่งเล่นที่ไหนหมดเสียก็ไม่รู้

“ถามคำตอบคำ ไม่มีมาดแม่ค้าสักนิดเลยนะแม่หนู”

“คะ ?” วันเสาร์เริ่มทำหน้าไม่ถูก หรือที่ตรงนี้จะไม่เหมาะกับเธอจริงๆ ดูท่าทางเจ้าบ้านไม่อยากต้อนรับขับสู้เลยแม้แต่น้อย แต่ที่ยังมีกำลังใจทรงตัวอยู่ได้ด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิดก็เพราะณัฐกานต์บอกไว้ว่า ย่าหรีดใจดี

“ไม่ต้องเกร็ง ไม่ต้องกลัวฉันหรอก” ท่านนั่งลงบนเก้าอี้ไม้หมอนรถไฟด้วยท่าทางราวนางพญา “เราก็แม่ค้าเหมือนๆ กัน”

คนฟังเริ่มใจชื้น น้ำเสียงและท่าทางของย่าหรีดดูผ่อนคลายลง หญิงสาวจึงค่อยนั่งตามบนเก้าอี้ตัวเดิมของตนอย่างระมัดระวัง

คุณหรีดดันแว่นขึ้นเล็กน้อย คิดจะเป็นสะใภ้แวววิริยาก็ต้องถูกทดสอบเสียหน่อย ท่านลอบยิ้ม มองหญิงรุ่นราวคราวเดียวกับหลานสาวแวบหนึ่งแล้วพาสายตากลับไปที่ต้นไม้ใบหญ้าตามเดิม ก่อนเชิดหน้าแสร้งเอื้อนเอ่ยประโยคถัดมา

“เพียงแต่ฉันน่ะเป็นแม่ค้าที่มีร้านค้าวัสดุก่อสร้างใหญ่โต ส่วนแม่หนูก็...แม่ค้าบัวลอยร้านเล็กๆ แต่ก็เอาเถอะ ถึงจะห่างชั้นกันเยอะ ฉันก็เชื่อว่าแม่หนูคงดีพอตัว ถึงได้ไปมาหาสู่กับน้ำตาลได้”

วันเสาร์ไม่รู้ว่าความรู้สึกตอนถูกตบหน้าเจ็บขนาดไหนเพราะไม่เคยโดน แต่คงเจ็บไม่ต่างจากความรู้สึกที่ถูกประชดประชันซึ่งโดนอยู่ขณะนี้มากนัก

“พี่นุกคะน้ำตะ...อ้าวย่ากลับมาตั้งแต่เมื่อไรคะ ไม่ได้ยินเสียงรถเลย”

เสียงหวานจากน้องสาวราวกับเสียงสวรรค์ อย่างน้อยๆ ก็ช่วยไม่ให้เธอต้องอยู่ภายใต้แรงกดดันที่ไม่ทันตั้งตัว

“ย่ามาถึงได้สักพักหนึ่งแล้วลูก พ่อครกเขาจอดรถไว้ข้างรั้ว ไม่ได้ขับเข้ามาจอดในโรงจอดน้ำตาลเลยไม่ได้ยินเสียงรถ”

“แล้วแม่กับพ่อล่ะคะย่า”

“เล่นกับเจ้ากะปิอยู่ตรงห้องนั่งเล่นโน่นแน่ะ ย่าเห็นประตูตรงนี้เปิดอยู่เลยเดินมาดู”

วันเสาร์จับสังเกต น้ำเสียงที่คุณหรีดพูดกับหลานสาวสุดแตกต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง

“งั้นก็รู้จักกับพี่นุกแล้วน่ะสิคะ นี่พี่นุก แฟนพี่เกลือไงคะย่า”

“คุยกันไปบ้างแล้วละ ใช่ไหมแม่หนู”

แม่หนูของคุณหรีดถึงกับสะดุ้ง รู้สึกแปลกๆ กับคำคำนี้

“เอ่อ ค่ะ”

“แฟนพี่เกลือน่ารักไหมคะย่า วันนี้มาช่วยน้ำตาลทำของชำร่วยด้วย” ณัฐกานต์ควงแขนว่าที่พี่สะใภ้ แล้วซบหน้าลงกับไหล่มนราวเด็กหวงพี่สาว

“ของชำร่วยเสร็จหรือยังลูก” คุณหรีดไม่ตอบคำถามหลานสาว หากแต่ถามกลับไปแทน

“ยังค่ะย่า ช่วงนี้คงต้องรบกวนพี่นุกอีกหลายวันเลยค่ะ เย็นๆ หนุ่มๆ กลับมาถึงว่าจะขอแรงให้ช่วยสักสองสามชั่วโมง” หนุ่มๆ ที่หญิงสาวหมายถึงคือพี่ชายกับว่าที่เจ้าบ่าว “น้ำตาลอุ่นกับข้าวเสร็จแล้ว ผัดผักเพิ่มด้วย กินข้าวเที่ยงกันเถอะค่ะย่า ไปค่ะพี่นุก”

ณัฐกานต์ควงแขนย่ากับพี่สาวคนละข้าง พากันเดินกะหนุงกะหนิงเข้าตัวบ้านผ่านทางเดินอิฐมอญที่ด้านบนมีกิ่งหูกระจงปกคลุมตลอดทาง ทว่าวันเสาร์ไม่ได้รู้สึกถึงความร่มรื่นเลยสักนิด ตอนนี้สมองเธอไม่มีพื้นที่ว่างเผื่อไว้สำหรับความรื่นรมย์เพราะมีเรื่อง หนักๆให้ต้องคิดมากมาย

 

“น้ำตาลใช้งานหนักไปหรือเปล่าครับหวานใจของพี่เกลือ”

เสียงทุ้มที่ถูกดัดให้หวานซึ้งดังมาแต่ไกล ทุกคนบนโต๊ะอาหารหันไปมองด้วยความหมั่นไส้...อะไรจะหวานกันขนาดนั้น

“ว่าไงไอ้เสือ เรื่องงานโอเคไหมเรา” คทาถามลูกชายที่ยิ้มแป้นจนเห็นฟันครบสามสิบสองซี่ การดูแลร้านไม่มีอะไรให้ต้องห่วง ณกรณ์ทำได้ไม่บกพร่อง แน่นอนว่ายิ่งกิจการขยายใหญ่ขึ้น ปัญหาต่างๆ ที่ไม่คาดคิดย่อมเกิดขึ้นได้ แต่ลูกชายแก้ปัญหาได้ทุกครั้ง เขาแค่เข้าไปที่ร้านเป็นครั้งคราว

“ระดับเกลือเสียอย่าง ผ่านฉลุยอยู่แล้วครับพ่อ” ชายหนุ่มพูดพลางนั่งลงข้างๆ แฟนสาว “คงต้องมาคุยเรื่องวัสดุกันอีกทีครับ รีสอร์ทลูกค้าอยู่ติดทะเล วัสดุต้องทนความเค็มได้ดี ราคาสูงหน่อยแต่อายุการใช้งานยาวนานกว่า”

“ดีแล้วละ ทำอะไรทำให้เต็มที่ไอ้ลูกชาย”

“วันก่อนๆ ไม่เห็นมากินข้าวเที่ยงกับย่า สาวมาบ้านหน่อยรีบแจ้นมาเชียวนะตาเกลือ” คุณหรีดแกล้งตัดพ้อน้ำเสียงน้อยใจ

“โธ่ ย่าครับ วันอื่นก็กลับมากินข้าวเย็นกับย่าไง”

“แก้ตัวน้ำขุ่นๆ วันอื่นที่เราว่าน่ะแค่อาทิตย์ละครั้ง สงสัยสมบัติของย่าต้องทำพินัยกรรมให้น้ำตาลคนเดียวเสียแล้วละมั้ง”

“ดีค่ะย่า ยกให้น้ำตาลคนเดียว ส่วนพี่เกลือก็เป็นลูกจ้าง” ณัฐกานต์ทำหน้าทะเล้นใส่อย่างเป็นต่อ

“เฮ้ย ! ได้ไงไอ้ลูกลิง แล้วเงินพี่จะพอขอเมียไหมล่ะเนี่ย” ณกรณ์ต่อว่าน้องสาวแบบไม่จริงจังนัก พลันสายตาหันไปสบกับคนที่อยากได้มาเป็น เมียแบบอ้อนๆ “หวานใจดูน้ำตาลทำกับพี่สิครับ อีกหน่อยคงพานุกกินแกลบ”

วันเสาร์ทำเพียงส่งยิ้มให้ ไม่ได้ตอบอะไรกลับเพราะเกรงจะเข้าตัว ความเครียดที่เคยมีอยู่ก่อนหน้าหายไปหมดสิ้นเมื่อมีคนรักอยู่ใกล้...เธอต้องเชื่อมั่นในเขา เชื่อมั่นในรัก

“แม่ว่ากินข้าวกันได้แล้ว ก่อนที่พี่เกลือจะได้กินแกลบ” ปรียารีบห้ามทัพ มีอย่างที่ไหน โตจนจะมีครอบครัวอยู่แล้วยังทะเลาะกันได้สามมื้ออาหาร “น้องนุกกินเยอะๆ นะจ๊ะลูก”

หญิงสาวเอ่ยขอบคุณเบาๆ เมื่อปรียาตักผัดผักรวมมิตรวางให้ในจาน ก่อนหน้าที่ณกรณ์จะมา ณัฐกานต์แนะนำให้รู้จักคทากับปรียา พวกท่านใจดีอย่างที่น้องสาวบอกไว้ไม่มีผิด ปรียาดูจะมีความสุขเป็นพิเศษเพราะคุยกันถูกคอไม่ว่าเรื่องอาหารหรือขนม ส่วนคทานั้นชมเปาะเรื่องรสชาติบัวลอยไข่หวานที่เอาคนบ้านนี้อยู่หมัด

ณกรณ์เป็นฝ่ายบริการตักอาหารให้ทุกคนอย่างเอาใจ จนข้าวในจานแต่ละคนพร่องไปมากกว่าครึ่งบรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็มีสีเทาปกคลุมหลังจากคุณหรีดเริ่มเปิดประเด็น

“เกลือว่างวันไหนแวะไปบ้านป้าเพียรหน่อยนะลูก”

“ไปบ้านป้าเพียรหรือครับย่า” พักหลังมานี้เขากับป้าสมเพียรเรียกได้ว่าเจอกันบ่อย เพราะฝ่ายนั้นกลายเป็นลูกค้าประจำร้านบัวลอยของวันเสาร์ไปแล้ว ส่วนเขาก็ไม่มีวันไหนที่ไม่ไปหาหวานใจ

“ใช่ บ้านป้าเพียร วันนี้ย่าเจอแม่เพียรที่วัด เลยได้รู้ว่าหนูกระแตกลับมาบ้านแล้ว เพิ่งถึงเมื่อเย็นวาน คราวนี้จะอยู่บ้านเป็นเดือนเลย เกลือแวะไปคุยเล่นกับน้องบ้างนะลูก ไม่ได้เจอกันนานน้องคงคิดถึง หนูกระแตสวยขึ้นเยอะเชียวลูก”
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 104 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #64 NO2H (@NO2H) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 11:32
    คุณย่า...!!!!!
    #64
    0
  2. #53 Jabberwockie (@aN_An) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 18:25

    ท่าทางนุกจะมีคู่แข่งแล้วล่ะสิhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-03.png

    #53
    0
  3. #52 peerakasom (@peerakasom) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 18:22
    คุณยาวางระเบิด55555
    #52
    0