ลูกไม้หล่นไม่ไกลรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 85,285 Views

  • 121 Comments

  • 625 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    183

    Overall
    85,285

ตอนที่ 45 : 15 บัวลอยไข่หวานในจานมาการอง 35%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2898
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 101 ครั้ง
    2 พ.ย. 61



15 

บัวลอยไข่หวานในจานมาการอง

รถยนต์แรงม้าสูงแล่นฉิวออกนอกตัวเมืองบนถนนทางหลวงเส้นสงขลา-นาทวี จุดหมายปลายทางคือบ้านแวววิริยา บรรยากาศภายในรถไม่เงียบนักเพราะสารถีและผู้โดยสารอีกคนพูดคุยกันตลอดทาง หากแต่คนที่ผูกขาดกับบทสนทนาส่วนใหญ่เป็นผู้ที่กำพวงมาลัยรถเอาไว้ สองข้างทางจากที่เป็นร้านรวง สถานที่ราชการ รวมทั้งสิ่งก่อสร้างที่บ่งบอกถึงความเป็นเมือง บัดนี้เปลี่ยนเป็นเรือกสวนไร่นาและพื้นที่สีเขียวแหล่งผลิตออกซิเจนเมื่อเข้าสู่เขตชานเมือง

“เดี๋ยวขับไปอีกราวๆ ครึ่งกิโลเลี้ยวขวาเข้าซอยถนนคอนกรีตก็ถึงบ้านแล้วค่ะพี่นุก”

“ค่ะ”

“พี่นุกหนาวหรือคะ มือเย็นเจี๊ยบเลย น้ำตาลเปิดแอร์แรงไปหรือเปล่า” คนขับเอื้อมมือข้างซ้ายไปจับมือ คนรักใหม่เอี่ยมของพี่ชาย วันเสาร์พูดน้อยลงแถมมือยังสั่นๆ ตั้งแต่ผ่านป้ายซึ่งบอกเขตตำบลที่ตั้งของบ้าน “แต่ไม่น่าจะใช่ น้ำตาลว่าพี่นุกตื่นเต้นมากกว่า”

“เอ่อ จะว่าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ” ณกรณ์เล่าให้ฟังว่าบ้านเขามีสมาชิกทั้งหมดหกชีวิต นั่นคือตัวเขา ย่า พ่อ แม่ น้องสาว พ่วงด้วยแมวตัวเมียอ้วนๆ อีกหนึ่งตัว ทุกคนจะคิดอย่างไรที่จู่ๆ เธอก็โผล่ไปที่บ้าน และคงไม่แปลกหากเธอจะรู้สึกกดดัน

“ไม่ต้องตื่นเต้นหรอกค่ะ พ่อกับแม่น้ำตาลน่ะใจดีค่ะ ส่วนย่าหรีดอาจดูดุไปบ้าง แต่จริงๆ แล้วใจดีม๊ากมาก”

“มีน้องน้ำตาลทั้งคน พี่ก็ไม่กลัวอะไรแล้วค่ะ”

“อยู่กับน้ำตาล สบายหายห่วงค่ะ” หญิงสาวส่งยิ้มแบบฮีโร่

ณัฐกานต์นึกถึงคำพูดฝากฝังของพี่ชายที่ต้องออกไปดูไซต์งานก่อสร้างแต่เช้าก็แอบยิ้มเผล่ นี่ถ้าไม่ติดว่านัดกับทางโน้นไว้แล้วพี่เกลือคงไม่มีทางปล่อยให้พี่นุกมากับเธอแบบนี้หรอก และคงหนีไม่พ้นการแปลงโฉมตัวเองเป็นสารถีรูปหล่อขับราชรถคันหรูไปเกยถึงหน้าร้านบัวลอยไข่หวาน

“พี่ไปแบบฉุกละหุกแบบนี้ น้องน้ำตาลแน่ใจนะคะว่าพวกท่านจะไม่ว่าเอา”

“โธ่ ว่าอะไรล่ะคะ ต้องดีใจสิคะที่น้ำตาลมีพี่สาวมาช่วยทำของชำร่วย ไม่มีพี่นุกน้องคนนี้คงแย่ ถ้าให้น้ำตาลทำคนเดียวมีหวังแขกที่มางานคงได้เห็นเจ้าสาวตาคล้ำเป็นหมีแพนด้าแน่ๆ”

ณัฐกานต์อดยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงของชำร่วยงานแต่ง หญิงสาวเปิดดูแบบของชำร่วยในเว็บไซต์ไปเรื่อยๆ แล้วเกิดไอเดียบรรเจิด พอเอาไอเดียนี้ไปพูดให้เจ้าบ่าวฟังเขาก็ไม่คัดค้านแถมยังเห็นด้วย ความจริงแล้วหากจะสั่งแบบสำเร็จรูปมาเลยก็ยังได้ แต่เจ้าสาวอยากให้ของทุกชิ้นเกิดจากความตั้งใจและน้ำแรงของเธอเองมากกว่า วันต่อมาจึงชวนเนติพัฒน์ไปซื้ออุปกรณ์ด้วยกัน และที่ขอร้องวันเสาร์ให้มาช่วยก็เพราะอยากให้ว่าที่พี่สะใภ้ได้สนิทกับครอบครัว รับรองได้ว่าถ้าทุกคนรู้จักพี่นุกจะหลงรักเหมือนที่เธอกับพี่ชายกำลังเป็นอยู่ ยิงปืนนัดเดียวได้นกตั้งสองตัว ของชำร่วยก็เสร็จไวขึ้น แถมยังได้เป็นทูตสันถวไมตรี

“น้องน้ำตาลสวยอยู่แล้ว อย่ากังวลไปเลยค่ะ”

“งั้นวันโน้นพี่นุกอย่าสวยแซงหน้าน้ำตาลนะคะ ถึงซอยบ้านน้ำตาลแล้ว” พวงมาลัยถูกหมุนเพื่อบังคับล้อทั้งสี่ให้เคลื่อนสู่จุดหมาย “เราคงต้องอยู่ด้วยกันสองคนจนถึงเกือบๆ เที่ยงเลยค่ะ วันนี้วันพระย่ากับแม่ไปวัด กลับบ้านตอนพระฉันเพลเสร็จโน่นเลย ส่วนพ่อก็ถูกลากไปเป็นคนขับรถค่ะ”

ประตูรั้วเปิดออกหลังจากเจ้าของบ้านกดรีโมตอัตโนมัติ หญิงสาวค่อยๆ เคลื่อนรถเข้ามาจอดนิ่งในโรงจอดรถ ณัฐกานต์กับวันเสาร์เปิดประตูลงมายืนด้านล่าง ส่วนเจ้ากะปิที่วิ่งเล่นไล่จับแมลงปออยู่ตรงสนามหญ้ารีบพุ่งเข้ามาหาเจ้านายทันที

“ว่ายังไงหืม คิดถึงพี่หรือไง ไม่ได้เจอกันแค่แป๊บเดียวเองนะ” หญิงสาวอุ้มเจ้ากะปิขึ้นมาแนบอก มืออีกข้างผลักประตูรถให้ปิด ก่อนที่จะจัดการล็อกแล้วเดินมาหาพี่สาว

แมวอ้วนถูไถหน้าไปกับอกเจ้านายอย่างอ้อนๆ นั่นทำให้คนที่ไม่เคยเลี้ยงสัตว์อะไรเลยอย่างวันเสาร์มองแบบยิ้มๆ ในความน่ารักของณัฐกานต์กับเจ้าสี่ขา

“นี่กะปิค่ะพี่นุก ลูกสาวสุดที่รักของพี่เกลือเขานั่นแหละค่ะ หอบหิ้วกันมาตั้งแต่ยังเรียนมหาลัย”

กะปิ...ช่างตั้งชื่อ คงจะให้เข้ากับชื่อเขา

“เมี้ยววว”

ณัฐกานต์หลุดขำที่เห็นเจ้ากะปิในอ้อมกอดตัวเองพยายามยืดตัวออกไปใกล้แขกสาว วันเสาร์ยื่นมือรับเธอจึงส่งเจ้าก้อนกลมๆ ให้ พอเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนแฟนพ่อ แมวขี้อ้อนก็ดุ๊กดิ๊กไปมาสองสามที ก่อนนอนนิ่งหลับตาพริ้ม

“ดูสิคะ สงสัยชอบพี่นุก ปกติถ้าไม่ใช่คนคุ้นเคยหรือไม่ใช่เด็กเล็กๆ กะปิจะไม่ยอมให้อุ้มง่ายๆ ”

“น่ารักจังค่ะน้องน้ำตาล พี่ก็อยากเลี้ยงแมว แต่ติดที่ยายพี่แพ้ขนสัตว์”

“เลี้ยงที่บ้านไม่ได้ก็มาเล่นกับเจ้ากะปิที่นี่ก็ได้ค่ะ กับพี่นุกน่ะพี่เกลือเขาไม่หวงลูกสาวหรอก”

“ตัวอ้วนจังเลยค่ะ น่าฟัดมาก ขนนิ่มด้วย” พูดจบหญิงสาวก็ซุกหน้าลงกับขนฟูๆ นิ่มๆ นั่น ได้ยินเสียงเจ้ากะปิครางเบาๆ เหมือนถูกรุกรานการนอน แต่สุดท้ายก็มุดตัวนอนต่อในอ้อมแขนแคบๆ ของเธอ

“พี่เกลือคงกลัวลูกสาวไปเจอแมวหนุ่มที่ไม่คู่ควรมั้งคะเลยจับทำหมัน พอทำหมันเท่านั้นแหละกินเก่งจนอ้วนกลมเชียวค่ะ ขี้อ้อนขึ้นด้วย”

“พี่เกลือนี่ไม่ไหวเลย แบบนี้ลูกสาวขึ้นคานกันพอดี”

“ลูกสาวขึ้นคานน่ะไม่เท่าไร พี่เกลือเลี้ยงได้ แต่ถ้าพี่เกลือขึ้นคานนี่สิคะน่าเป็นห่วง ใครจะเลี้ยงก็ไม่รู้ ปากร้ายแบบนั้นน้ำตาลไม่เลี้ยงหรอก เพราะฉะนั้นพี่นุกอย่าใจร้ายนักนะคะ”

แม่ค้าบัวลอยไข่หวานหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาทันที เขินไม่น้อยที่ถูกแซวซึ่งๆ หน้า ถ้าณกรณ์มาได้ยินน้องสาวพูดคงรีบตกรางวัลก้อนใหญ่ให้

“พี่นุกอุ้มเจ้ากะปิไว้ก่อนนะคะ น้ำตาลจะถ่ายรูปส่งให้พี่เกลือดูค่ะ เห็นแล้วคงรีบแจ้นกลับบ้านแน่ๆ” ไวเท่าความคิด เธอหยิบโทรศัพท์เคลื่อนที่คู่ใจออกจากกระเป๋าถือ ถ้าพี่เกลืออยู่ด้วยคงได้ถ่ายรูปกันสามคนพ่อแม่ลูก แต่ไม่เป็นไร วันนี้หยวนให้หนึ่งวัน

วันเสาร์ทำตามอย่างว่าง่าย หญิงสาวยิ้มหวานแล้วหมุนแมวอ้วนให้หันหน้าหากล้อง

“เรียบร้อยแล้วค่ะ” ตากล้องสาวเก็บโทรศัพท์ไว้ที่เดิมแล้วชวนนางแบบจำเป็น “ไปค่ะ เข้าบ้านกัน แดดแรงเดี๋ยวผิวเสียค่ะพี่นุก”

สองสาวพากันเดินเข้าบ้านตามทางเดินที่สองข้างเป็นพุ่มดอกดาวเรือง ณัฐกานต์นั้นโอบเอวพี่สาวเอาไว้ ส่วนคนถูกโอบเอวก็อุ้มเจ้าแมวอ้วนที่กำลังหลับปุ๋ย

ณกรณ์มักเผื่อแผ่ต้นดาวเรืองต้นเล็กที่อยู่ในถุงเพาะชำสีดำมาถึงเธอเสมอ เขาบอกว่าคนที่บ้านชอบดอกดาวเรือง ว่างๆ ก็เก็บเมล็ดมาปลูกลงกระบะเพาะแล้วแจกจ่ายให้คนรู้จักบ้าง ปลูกลงดินทั่วบริเวณบ้านบ้าง รอบๆ จึงเต็มไปด้วยต้นดาวเรืองโดยปริยาย ตอนฟังเขาเล่าวันเสาร์จินตนาการบรรยากาศรอบๆ บ้านว่าคงร่มรื่นและสดชื่นไม่น้อย พอได้มาเห็นกับตาจึงรู้ว่าเขาไม่ได้พูดเกินจริงเลย

 

“พี่นุกนั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวน้ำตาลไปเอาน้ำมาให้”

“ไม่เป็นไรค่ะน้องน้ำตาล” วันเสาร์เอ่ยอย่างเกรงใจ

“ไม่เป็นไรไม่ได้ค่ะ แขกมาบ้านก็ต้องยกน้ำยกท่ามาให้ดื่ม ซังกุงสูงสุดของบ้านสอนไว้ค่ะ” เมื่อคิดว่าที่คนฟังคิ้วขมวดมุ่นคงเป็นเพราะคำว่า ซังกุงสูงสุดของบ้านหญิงสาวจึงอธิบายต่อ “ย่าน่ะค่ะ เป็นโค้ดลับที่น้ำตาลกับพี่เกลือใช้เรียกเวลาที่ย่าบงการอะไรสักอย่าง”

“อ๋อ ค่ะ” วันเสาร์พยักหน้าเข้าใจ

“งั้นเดี๋ยวน้ำตาลมานะคะ เมื่อวานเป็นลูกมือช่วยแม่ทำมาการอง จะเอามาให้พี่นุกชิมด้วยว่ารสชาติโอเคหรือเปล่า”

คนพูดเดินเข้าไปด้านในแล้ว ซึ่งแขกของบ้านเดาว่าทางนั้นคงเป็นทางไปสู่ห้องครัว ดวงตาคู่คมสวยกวาดมองทั่วห้องรับแขกด้วยไม่รู้จะทำอะไรเพื่อรอเวลาให้น้องสาวกลับมา กะด้วยสายตาก็มั่นใจว่าบ้านของณกรณ์หลังใหญ่กว่าบ้านเธอหลายเท่านัก คงมากกว่าห้าเท่าแบบยังไม่รวมบริเวณรอบๆ บ้าน และไม่รวมข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่คนไม่สันทัดเรื่องแบรนด์หรือมูลค่าเครื่องเรือนเช่นเธอยังรู้ว่าทุกชิ้นราคาสูงและคุณภาพดีขนาดไหน

เมื่ออยู่คนเดียวสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในห้วงความคิดและได้หายไปในช่วงระยะเวลาหนึ่งก็วกกลับเข้ามาอีกครั้ง...

ฐานะเธอกับณกรณ์ต่างกันลิบลับชนิดที่ไม่มีทางบรรจบพบเจอกันได้เลย ไม่ใช่ไม่เคยคิดเรื่องนี้ เธอคิดตลอดเวลาที่หัวใจดวงน้อยๆ เริ่มมีผู้ชายที่ชื่อเล่นแสนประหลาดว่า พี่เกลือเข้ามาวิ่งเล่น ไม่เคยมั่นใจเลยสักครั้งยามเดินผ่านร้านค้าวัสดุก่อสร้างของแวววิริยาที่คำว่า อาณาจักรค้าวัสดุก่อสร้างน่าจะเหมาะกว่า แม้ว่าสมองคอยค้านให้เจียมตัว หากแต่หัวใจแสนดื้อกลับพยศ เธอพ่ายแพ้ให้กับลูกล่อลูกชน ความเป็นกันเองและความเอาใจใส่ที่เขามีให้...และสิ่งสำคัญที่สุดคือพ่ายแพ้ให้กับความรู้สึกของตัวเอง

“มาแล้วค่า”

เสียงเจ้าของบ้านดึงหญิงสาวให้หลุดจากห้วงความคิด วันเสาร์ขยับตัวเล็กน้อยแล้วพยายามปั้นยิ้มส่งให้คนที่เดินถือถาดเข้ามา

ณัฐกานต์วางแก้วบรรจุน้ำสีแดงหม่นๆ ลงบนโต๊ะตรงหน้าพี่สาวแล้ววางอีกแก้วไว้ข้างๆ ก่อนหย่อนก้นลงนั่งตรงที่ว่างบนเก้าอี้หวาย จานกระเบื้องถูกยกออกจากถาดและวางแนบโต๊ะเป็นอย่างสุดท้าย มาการองหลากสีสันในจานถูกจัดวางอย่างน่าทาน

“ไม่รู้ว่าพี่นุกชอบกินรสไหน น้ำตาลเลยยกมาให้ชิมทุกรสเลยค่ะ”

“น่ากินจังค่ะ แต่พี่เกรงใจจัง ชิ้นหนึ่งต้นทุนคงหลายบาทเลย” เธอเดินผ่านร้านขายขนมพวกนี้ทีไรก็ตกใจในราคาของมันทุกที คงเป็นหนึ่งในขนม คนมีเงินเห็นชิ้นเล็กๆ แต่ราคาไม่ได้แปรผันตรงกับขนาดเลย คิดจะซื้อมาลองกินเหมือนกัน แต่สุดท้ายก็กลั้นใจซื้อไม่ได้สักที

“เกรงใจอีกแล้ว พับความเกรงใจเก็บไว้แล้วกินขนมกันดีกว่าค่ะ แม่ทำไว้เยอะมาก ยังมีในครัวอีกเป็นกระบุงเลย”

คนขี้เกรงใจหมุนจานไปมา หน้าตาไม่ต่างจากที่วางขายในร้านหรูๆ เลยสักนิดเดียว แต่จำนวนที่อยู่ในจานก็ทำให้เธออดเกรงใจเพิ่มขึ้นไม่ได้

“พี่กินไม่หมดหรอกค่ะ น้องน้ำตาลแบ่งกลับไปเก็บก่อนดีกว่า”

“ไม่เป็นไรค่ะ ไว้อย่างนี้แหละ เดี๋ยวพอพี่เกลือกลับมาก็มาเก็บกินหมดเกลี้ยงนั่นแหละค่ะ พี่นุกชิมสีนี้ก่อนดีกว่าค่ะ ไส้เปรี้ยวๆ น้ำตาลชอบที่สุด แต่รับรองว่าที่เหลือก็อร่อยทุกชิ้น” ณัฐกานต์ส่งมาการองสีเหลืองนวลไส้คัสตาร์ดเลมอนให้คนชิม ชิ้นเล็กกว่าที่ขายตามท้องตลาดเล็กน้อยเพราะเจ้าตัวหยดเป็นชิ้นใหญ่ล่มทุกที สุดท้ายเลยมาจบสวยหรูเอาที่ชิ้นเล็ก “แม่ใช้อัลมอนด์ป่นเกรดเอ ส่วนของที่เอามาทำไส้ก็เลือกที่เป็นอย่างดีด้วยค่ะ”

วันเสาร์ไม่เซ้าซี้ต่อ ณกรณ์กลับมาเมื่อไรคงจัดการกับขนมที่เหลืออย่างน้องสาวว่า เธอรู้ดีเขากินจุ ไม่ว่าจะเป็นขนมหวานหรืออาหารมื้อค่ำที่พักนี้แวะมาฝากท้องกับเธอตลอดเขาก็กินไม่เหลือ ไม่รู้ว่าหิวจริงหรือกลัวคนทำเสียใจกันแน่ หญิงสาวรับมาการองมาชิม รสชาติขนมละมุนลิ้น เข้ากันดีกับไส้ที่เปรี้ยวนิดๆ

“อร่อยไหมคะพี่นุก”

“อร่อยมากค่ะ”

“น้ำตาลช่วยแม่หยดก็เสียไปตั้งหลายฝากว่าจะได้สวยๆ แบบนี้ ตอนกินแป๊บเดียวหมด แต่ตอนทำนี่ไม่อยากจะเล่าเลยค่ะ หน้าตาเลยออกมาเล็กๆ แบบนี้แหละค่ะ หยดง่ายกว่าฝาใหญ่เยอะ”

“น้องน้ำตาลเก่งจังค่ะ พี่ทำพวกขนมอบขนมฝรั่งไม่เป็นกับเขาเลย จะมีก็พวกขนมไทยที่ถนัด”

“ไม่ได้เก่งอะไรเลยค่ะ แม่เป็นเชฟใหญ่ น้ำตาลแค่ช่วยหยดฝาช่วยผสมไส้และก็ประกบกันเป็นชิ้นๆ ค่ะ”

“จากที่น้องน้ำตาลบอก คงทำยากน่าดูเลย พี่พอจะเข้าใจแล้วค่ะว่าทำไมขนมพวกนี้ถึงแพงนัก”

“ไว้คราวหน้าเรามาทำด้วยกันนะคะ แม่คงดีใจถ้ามีพี่นุกเป็นลูกมือ” คนทำหยิบมาการองสีเขียวยื่นให้คนช่วยชิม “ชิมนี่หน่อยค่ะ อันนี้เป็นไส้บัตเตอร์ครีมชาเขียว ส่วนฝาสีขาวก็ไส้เดียวกัน”

หลังจากนั้นมาการองก็ถูกยื่นให้เรื่อยๆ ชิ้นหนึ่งหมด อีกชิ้นต่อคิว จนวันเสาร์บอกว่าเริ่มอิ่มและท้องเริ่มตึงเข้าทุกที ณัฐกานต์จึงหยุดทำหน้าที่สายพานลำเลียงขนม

กินเพลินจนลืมดื่มน้ำไปเสียสนิท มือเรียวหยิบแก้วน้ำขึ้นมาพิจารณาก็พอจะเดาได้ว่าเป็นน้ำอะไรตั้งแต่ยังไม่ได้ชิม

“ต้นกระเจี๊ยบแดงหลังบ้านลูกดกมากค่ะ น้ำตาลเลยเก็บมาเลาะกลีบออกต้มน้ำ ต้มกับกระเจี๊ยบสดๆ รสชาติดีและก็อร่อยกว่ากระเจี๊ยบแห้งเป็นไหนๆ พี่นุกชิมดูสิคะ ไม่หวานมากค่ะ”

“แปลกจัง น้องน้ำตาลใส่กลีบกระเจี๊ยบไปด้วย เวลาไปซื้อที่ร้านแม่ค้าจะกรองกากออกให้แล้ว”

“ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะพี่นุก พี่เกลือเขาชอบน้ำกระเจี๊ยบและก็ชอบเคี้ยวกากเล่น น้ำตาลเลยเอาใส่มาด้วย แต่ไม่ทั้งหมดค่ะ ส่วนหนึ่งเอาไปกวนแยมทำไส้มาการองฝาสีแดงน่ะค่ะ”

“ดีจังค่ะ ไม่เสียของ แถมยังอร่อยด้วย” พูดจบมือข้างหนึ่งก็จับหลอดไว้แล้วก้มลงดูดน้ำสีแดงๆ รสชาติหวานๆ เปรี้ยวๆ ทำให้รู้สึกสดชื่น ยิ่งได้พูดคุยได้รู้จักมากขึ้นเธอยิ่งรู้สึกว่าน้องสาวคนนี้น่ารัก ไม่ถือตัวเลยสักนิด สำหรับณัฐกานต์แล้ว ความแตกต่างทางฐานะคงไม่ใช่อุปสรรคในการสร้างสัมพันธไมตรี

ความรู้ใหม่ที่ได้เพิ่มมาอีกอย่างคือณกรณ์ชอบน้ำกระเจี๊ยบ เห็นทีคงต้องลองทำให้เขาชิมบ้างแล้ว...หวังว่า ย่า พ่อ และแม่ของหญิงสาวจะใจดีอย่างที่บอกไว้

“พี่แอบอู้มานานแล้ว กินขนมกินน้ำจนอิ่มแล้วด้วย เราเริ่มทำของชำร่วยกันเลยไหมคะ”

“ตายแล้ว น้ำตาลให้พี่นุกช่วยชิมขนมจนลืมไปเลยค่ะว่าจริงๆ แล้วชวนมาช่วยทำของชำร่วย ตลกจัง”

คู่สนทนาลอบกลั้นยิ้มเมื่อเห็นณัฐกานต์ทำท่าลุกลี้ลุกลนเหมือนลืมอะไรที่มันยิ่งใหญ่มาก สิ่งที่มองเห็นในตัวสองพี่น้องแวววิริยาคือทั้งสองคนทำให้เธอยิ้มได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นณกรณ์ที่เจอเธอแต่ละครั้งก็มักหอบคารมมาเป็นพันทะนาน หรือณัฐกานต์ที่เป็นตัวของตัวเองจนเธอรู้สึกผ่อนคลายไปด้วย

“พี่ก็มัวแต่กินจนเกือบลืมเหมือนกันค่ะ” วันเสาร์พูดให้เข้าพวก

“งั้นเดี๋ยวน้ำตาลไปยกของมาก่อน เราจะนั่งทำกันตรงไหนดีน้า” พูดพลางสายตาสอดส่องหามุมที่พอจะนั่งสบายๆ ทำของชำร่วยได้ ความจริงอยากชวนวันเสาร์นั่งที่โต๊ะสนาม แต่นึกขึ้นได้ว่าช่วงสายๆ แบบนี้แดดส่องถึง “ตรงโต๊ะไม้ข้างบ่อปลาคาร์ฟแล้วกันค่ะพี่นุก”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 101 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #51 gas0000 (@gas0000) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 21:07
    นุกขี้เกรงใจจัง
    #51
    0