ลูกไม้หล่นไม่ไกลรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 77,738 Views

  • 104 Comments

  • 655 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    5,975

    Overall
    77,738

ตอนที่ 39 : 13 เกลือหวานน้ำตาลเปรี้ยว 35%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3087
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 99 ครั้ง
    23 ต.ค. 61




13 

เกลือหวานน้ำตาลเปรี้ยว


กำแพงอิฐฉาบปูนสูงราวสองเมตรถูกลดความกระด้างลงด้วยไม้ไผ่รวกลำยาวหลายลำทั้งสามด้าน ตรงพื้นดินด้านล่างที่ชิดกำแพงหนาคลาคล่ำไปด้วยพืชผักสวนครัวหลากหลายชนิดปลูกเป็นแนว ตรงกลางลานหินขนาดเล็กหลังบ้านมีม้าหินอ่อนวางโดดเด่นอยู่เพียงหนึ่งตัว ที่ตรงนี้เจ้าของใช้เป็นมุมนั่งเล่นผ่อนคลายและเป็นสวนผักขนาดย่อมไปในตัว

ต้นดาวเรืองดอกเหลืองอร่ามนับสิบต้นถูกปลูกแซมไว้กับดงผักสวนครัว ณกรณ์รู้ดีว่าเป็นต้นที่เขาหอบจากบ้านมาฝากหญิงสาว วันเสาร์เคยบอกว่าปลูกผักสวนครัวง่ายๆ ไว้กินเองและนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้เข้ามาใน พื้นที่ส่วนตัวของหวานใจ

“ยิ้มอะไรเกลือ เมื่อไรจะพูดสักทีเนี่ย จะรอจนค่ำให้ยุงมาหามก่อนหรือไง” วันพุธเปิดประเด็น พื้นที่บนม้าหินอ่อนข้างๆ เธอมีวันเสาร์นั่งอยู่ด้วย

ชายหนุ่มที่ยืนกอดอกทิ้งน้ำหนักตัวลงบนเท้าข้างหนึ่งเปลี่ยนอิริยาบทโดยก้าวมาข้างหน้าสองสามก้าวเพื่อให้ใกล้คนฟังมากขึ้น ก่อนเริ่มเท้าความ

“ช่วงนี้ที่นุกเอาแต่หลบหน้าหลบตาไม่คุยกับพี่เหมือนเดิมเป็นเพราะคิดว่าพี่กับน้ำตาลเป็นแฟนกันใช่ไหม”

“ใจคอนายจะให้น้องสาวฉันปีนต้นงิ้วหรือไงล่ะ” พี่สาวผู้หวงน้องทะลุกลางปล้อง

“เงียบไปเลยเธอน่ะ เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างเรากับน้องสาวเธอ กรุณาช่วยนั่งเฉยๆ เป็นผู้ฟังที่ดีหน่อยเถอะครับคุณเพื่อน...ตัวดี”

“เชอะ จะพูดอะไรก็พูดมาเถอะย่ะ”

“นุก ฟังพี่นะครับ” ชายหนุ่มคว้ามือเรียวที่ตอนนี้รับรู้ได้ว่าสั่นน้อยๆ มาจับไว้ “สิ่งที่พี่จะพูดต่อไปนี้เป็นเรื่องจริงทุกอย่าง พี่ไม่อยากให้นุกต้องคิดไปเองอีกแล้ว และถ้าสงสัยอะไรถามพี่นะครับ”

“นี่ๆ พูดอย่างเดียวก็ได้มั้ง ไม่ต้องมาจับมือน้องฉัน” พยาบาลสาวยังคงกันท่า

“โอเค เธอก็อย่าขัดแล้วกัน”

“พี่เกลือพูดมาเถอะค่ะ นุกพร้อมฟังแล้ว” วันเสาร์มองมือตัวเองที่เขากุมอยู่ ก่อนใช้มืออีกข้างดันมือแกร่งออกอย่างนุ่มนวล

“เรื่องที่น้ำตาลจะแต่งงานน่ะเป็นเรื่องจริง” ณกรณ์หยุดพูดกะทันหันแล้วชี้ไปทางวันพุธที่อ้าปากเตรียมจะพูด พออีกฝ่ายหุบปากลงนั่นแหละเขาถึงได้อธิบายต่อ “แต่น้ำตาลกับพี่ไม่ได้เป็นคนรักกัน”

“แล้วน้องน้ำตาล...”

“น้ำตาลเป็นน้องสาวพี่ เป็นพี่น้องพ่อแม่เดียวกัน เป็นน้องสาวแท้ๆ ที่คลานตามกันมา แต่ที่นุกไม่เคยเจอเพราะน้ำตาลเขาเรียนมหาลัยที่กรุงเทพฯ และก็ทำงานที่นั่นต่อเลย เพิ่งย้ายกลับมาอยู่บ้านช่วงที่ยายนิกไปเห็นพี่อยู่กับน้องสาวแล้วเอามาคิดเองเออเองเป็นตุเป็นตะนั่นแหละ”

สองศรีพี่น้องหันมองหน้ากันด้วยสีหน้าที่ไม่สามารถบ่งบอกอารมณ์ได้ แล้วหันมองคนพูดพร้อมกัน

“นี่ เอ่อ...นี่นายกับน้องน้ำตาลเป็นพี่น้องกันหรอกหรือ” ก็ใครจะไปรู้เล่า ปกติเห็นอีตานี่ควงสาวไม่ซ้ำหน้าอยู่แล้ว พอเห็นเดินควงหยอกล้อกับน้องน้ำตาลแถมยังอยู่บ้านเดียวกัน ไม่ว่าใครก็ต้องคิดว่าเป็นคนรักกันทั้งนั้นแหละ

“ก็ใช่น่ะสิ แล้วที่น้ำตาลจะแต่งงานก็แต่งกับว่าที่เจ้าบ่าวของเขาโน่น ขืนแต่งกับเราฟ้าคงได้ผ่าหัว” วิศวกรหนุ่มพูดพลางหยิบโทรศัพท์เคลื่อนที่ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วกดเข้าไปที่อัลบั้มรูป เลื่อนหาภาพที่ถ่ายไว้เมื่อวันก่อนแล้วส่งให้สองพี่น้องดู “นี่ไงเจ้าบ่าวยายน้ำตาล ชื่อพี่ต้นกล้า บ้านอยู่ใกล้ๆ กัน เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก”

ภาพนี้เขาถ่ายเอาไว้วันที่เนติพัฒน์พาเนตรอนงค์มาสู่ขอน้องสาวที่บ้าน ในภาพมีหญิงสูงวัยมาดคุณนายนั่งยิ้มปริ่มอยู่บนเก้าอี้หวายและมีชายหญิงคู่หนึ่งนั่งพับเพียบเรียบร้อยบนพื้น มือคุณหรีดข้างหนึ่งประคองใบหน้าหลานสาวขึ้นหอมแก้มโดยว่าที่เจ้าบ่าวกำลังมองดูด้วยความรู้สึกที่บ่งบอกถึงความอิ่มเอมใจ

พี่น้องทั้งสองวันอึ้งไป ทว่ากลับอยู่ในอารมณ์ต่างกัน วันเสาร์โล่งอกที่เขายังไม่มีใคร ส่วนวันพุธนั้นกลืนไม่เข้าคายไม่ออก คิดในใจว่าเธอก่อคดีอุกฉกรรจ์ขนาดนี้คงไม่แคล้วถูกตัดสินโทษประหารชีวิต

“น้องต้นข้าวเป็นลูกสาวคนเดียวของพี่ต้น หรือถ้าจะให้พูดง่ายๆ ก็คือพี่ต้นเขาเป็นพ่อม่ายลูกติด แล้วน้องต้นข้าวก็ติดยายน้ำตาลเป็นตังเม นี่เธอไม่รู้จริงๆ หรือนิกว่าเรามีน้องสาว เป็นเพื่อนห้องเดียวกันประสาอะไรเนี่ย”

“ไอ้รู้น่ะมันก็รู้อยู่หรอกว่านายมีน้องสาว แต่เคยเห็นหน้าที่ไหนกัน”

ผู้ฟังนั่งนิ่งคล้ายกำลังรวบรวมข้อมูลและใช้สมองอย่างหนักเพื่อประมวลความคิด แต่ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกสะกิดแรงๆ เข้าที่ไหล่ขวา

“ขอโทษเรามาเดี๋ยวนี้นิก”

“ขอโทษ ?

“ใช่ ขอโทษที่พูดเสี้ยมนุกจนเข้าใจผิดยุ่งเหยิงไปหมด ถึงเจ้าชู้แต่เราคบทีละคน ควงทีละคน”

ตัวต้นเรื่องจะร้องไห้อยู่รอมร่อ สีหน้าแบบนักเลงของณกรณ์ไม่ต่างจากตอนเป็นแกนนำยกพวกไปตีนักเรียนชายห้องข้างๆ เพราะถูกแย่งโต๊ะในโรงอาหารเมื่อครั้งยังเรียนมัธยม วีรกรรมนี้ทำให้เขาถูกเรียกพบผู้ปกครอง แต่กิตติศัพท์ก็เลื่องลือจนอันธพาลทั้งหลายในโรงเรียนไม่กล้ายุ่งด้วย

“ฉัน ฉันเอ่อ...ขอโทษ ก็ใครจะรู้กันเล่า ภาพมันฟ้องเสียขนาดนั้น แล้วนายกับน้องน้ำตาลเหมือนพี่น้องกันเสียที่ไหน น้องสาวหน้าตาดีอย่างกับดารานางแบบ แต่ทำไมพี่ชายดันขี้เหร่นักก็ไม่รู้”

“ผู้หญิงอะไรปากจัดชะมัด น้องสาวออกจะสวยหวานเรียบร้อย แต่ทำไมพี่สาวต่างกันราวแม่สายกับสุไหงโก-ลก” ณกรณ์สวนกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ที่คนฟังไม่ได้นิ่งเลย “บอกตรงๆ นะ อย่างเธอนี่เสี่ยงต่อการขึ้นคานมาก”

“อ๊ายยยย นายเกลือ ! ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้นะ ว่าฉันไม่สวยก็แรงแล้ว แต่ถึงกับแช่งให้ขึ้นคานนายฆ่าฉันให้ตายยังดีกว่า” คนกลัวขึ้นคานกำหมัดแน่น เงยหน้าตอบโต้ไม่ยั้ง...ที่โสดอยู่ทุกวันนี้ก็เครียดพออยู่แล้ว

“ฮ่าๆๆ นี่เธอกลัวขึ้นคานจริงๆ หรือ เอาน่า...หม้อทุกใบย่อมมีฝาหม้อเป็นของมันเอง รอหน่อยแล้วกัน สักวันคงมีคนตกหลุมอุกกาบาตของเธอบ้างนั่นแหละนิก”

“พูดบ้าอะไร หม้อๆ ฝาๆ น่าเกลียด”

“น่าเกลียดอะไรกัน เราไปอ่านเจอมาจากหนังสือแปลเลยนะ รีบๆ หน่อยแล้วกัน หาฝาหม้อน่ะ เราอยากเห็นหน้าแฟนเธอจนตัวสั่นไปหมดแล้ว” เขายืนยันด้วยการแกล้งสั่นไหล่ให้ดู และก็ได้เห็นวันเสาร์กลั้นขำ แบบนี้สิถึงค่อยเป็นคนเดิมขึ้นมาหน่อย

“แล้วมาคอยดูกันว่าระหว่างฉันกับนายใครจะลงจากคานก่อนกัน”

“ตกลงครับคุณเพื่อน” ณกรณ์รับคำท้า “นิก หมดคิวของเธอแล้ว เข้าไปช่วยลีในร้านได้แล้ว คราวนี้เป็นคิวของเรากับน้องสาวเธอ”

“แหม พอแถลงข่าวจบก็ไล่กันเลยนะ นี่ถ้าไม่ติดว่ายังรู้สึกผิดอยู่ฉันไม่มีวันปล่อยให้นุกอยู่กับนายสองต่อสองแน่”

“แฟนเขาจะเคลียร์กัน เราไม่ได้ต้มน้ำเดือดๆ แล้วจับนุกโยนลงหม้อเป็นปลาไหลต้มโคล้งเสียหน่อย ไม่ต้องกลัวจนเกินเหตุหรอกน่า”

“นุก ถ้าเกลือทำมิดีมิร้ายหรือว่ามีท่าทีไม่ชอบมาพากลตะโกนเรียกพี่ดังๆ เลยนะ แล้วระหว่างที่พี่กำลังวิ่งมาช่วยนุกก็จับหัวอีตานี่โขกกับม้านั่งไปพลางๆ ก่อน”

“ค่ะพี่นิก”

คนนอกอย่างวันพุธจำใจต้องเดินลงส้นเท้าไปยังประตูหลังบ้าน พยาบาลสาวเปิดประตูเหล็กแล้วพาร่างอวบอิ่มของตัวเองเข้าด้านใน ก่อนปิดประตูแรงๆ โครมใหญ่เป็นการขู่ชายหนุ่มหนึ่งเดียวในที่นี้ว่า อย่าได้กล้าหือแต่คนถูกข่มขู่กลับมองว่านั่นเป็นการระบายอารมณ์ขัดใจที่โดนอัญเชิญให้ออกไปจากตรงนี้เสียมากกว่า

“คราวนี้ก็เหลือแค่เราแล้วนะนุก”

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองคนพูดเพียงวูบเดียว สายตาเขาทำให้เธอประหม่าจนรู้สึกว่าร่างตัวเองลดขนาดลงเหลือเพียงลูกมดตัวกระจ้อยร่อยเท่านั้น ประสาทสัมผัสกลับมาทำงานอีกครั้งเมื่อมีบางสิ่งแนบชิดไล่ตั้งแต่ช่วงไหล่ไปจนแนวขาซีกขวา

อาการประหม่าของวันเสาร์เรียกรอยยิ้มจากริมฝีปากหนาได้ดี กิริยานี้ไม่ได้ดูน่ารำคาญแม้เพียงนิด แต่ณกรณ์กลับรู้สึกวูบไหวแปลกๆ ในอก ก่อนหน้านี้เขายืนอยู่ห่างจากเธอเกือบเมตร แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดบางอย่างที่อดีตนักศึกษาสายวิทยาศาสตร์จ๋าอย่างเขาไม่อาจคำนวณได้ดึงให้ต้องย้ายตัวเองมานั่งชิดกับเธอบนม้าหินอ่อนอย่างที่เห็นและเป็นอยู่

“เอ่อ...” ลักษณะการจู่โจมที่รวดเร็วส่งผลให้สมองเริ่มเบลอ เมื่อหลุดจากภวังค์สะโพกงามก็พาร่างขยับห่างมาชิดขอบม้านั่ง ทว่าดูเหมือนไม่เป็นผลเพราะยิ่งเธอหนีเขาก็ยิ่งตามติดจน...“กรี๊ด !


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 99 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #44 koffee (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 21:16

    อย่าบอกนะว่า ตกเก้าอี้นั่ง

    #44
    0