ลูกไม้หล่นไม่ไกลรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 84,929 Views

  • 121 Comments

  • 633 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    392

    Overall
    84,929

ตอนที่ 31 : 10 หนูน้อยไปโรงเรียน 70%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3454
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 83 ครั้ง
    12 ต.ค. 61




“น้องต้นข้าวจะเอาแต่ใจก็เพราะน้ำตาลให้ท้ายนี่แหละ” ชายหนุ่มพึมพำเบาๆ อยากเตือนเธออย่างจริงจังอยู่หรอก แต่คำว่า ลูกใช้ได้ผลทุกครั้งไป ไม่รู้ทำไมเขาถึงใจอ่อนลงได้ด้วยคำพยางค์เดียวคำนี้ ดังนั้นความคิดที่จะตักเตือนจึงต้องเก็บพับชนิดที่ไม่รู้ว่าจะได้ฉวยเอาออกมาใช้งานเมื่อไร

“อะไรนะคะ” หญิงสาวเลิกคิ้วถาม ฟังไม่ถนัดว่าก่อนหน้าเขาพูดอะไร

“พี่บอกว่า น้องต้นข้าวจะมีกำลังใจที่น้ำตาลไปส่งนี่แหละ”

“อ๋อค่ะ น้ำตาลก็นึกว่าเรื่องอะไรเสียอีก”

คนยิ้มหน้าบานที่สุดตอนนี้หนีไม่พ้นเจ้าตัวเล็ก หนำซ้ำรอยยิ้มที่ระบายบนใบหน้าจิ้มลิ้มยังดูกรุ้มกริ่มผิดปกติ ไม่รู้ว่าไปได้มาจากไหนกัน

หึๆ น้องมะเฟืองตัวแสบล้อเราไม่ได้หรอก วันนี้พ่อจ๋ากับแม่จ๋าไปส่งที่โรงเรียนด้วย แม่เราสวยกว่าแม่น้องมะเฟืองตั้งเยอะ


 

ณัฐกานต์เดินตามคนตัวเล็กที่จูงมือเธอมายังตึกเรียน บนไหล่บางมีกระเป๋าสะพายสีชมพูคล้องอยู่ สายตาคู่หวานมองห้องทั้งด้านซ้ายและขวาเพื่อหาห้องเรียนชั้นอนุบาลสองทับสองตั้งแต่เดินขึ้นบันไดวนมายังชั้นสองของอาคาร จำได้ว่ากณิศาเคยบอกตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันว่าอยู่ห้องผีเสื้อ

ส่วนเนติพัฒน์ที่ถูกลูกสาวเมินเนื่องจากเห่อแม่ใหม่ เดินถือเบาะที่นอนเด็กซึ่งนักเรียนอนุบาลใช้นอนในช่วงบ่ายเดินตามหลังสองแม่ลูกต้อยๆ

“ห้องผีเสื้ออยู่ไหนน้า ห้องลูกกบ ห้องแมลงปอ ห้องผึ้งมิ้ม นี่ไง ! ห้องผีเสื้อของน้องต้นข้าว” ณัฐกานต์ไล่ชื่อแต่ละห้องมาเรื่อยๆ จนพบเข้ากับห้องผีเสื้อ ร่างบางย่อตัวลงนั่งให้เสมอกับความสูงของกณิศา แล้วช่วยตรวจสอบความเรียบร้อยให้อีกครั้ง “ผมเปียหลุดไปแล้วนิดหนึ่ง แต่ไม่เป็นไรค่ะ ลูกสาวแม่จ๋ายังน่ารักอยู่”

คำชมนี้ทำเอาคนถูกชมอมยิ้มแก้มป่อง ก่อนใช้สองมือเล็กๆ ทั้งสองข้างประกบเข้าขนาบใบหน้าคนที่มาส่ง จากนั้นปากจิ้มลิ้มก็เอ่ยถ้อยคำออดอ้อน

“แม่จ๋าอย่าลืมมารับน้องนะคะ”

“ค่ะ แม่จ๋าไม่ลืมค่ะ จะมารับตรงเวลาเป๊ะเลย ดีไหมคะ”

“ดีค่ะ แต่ว่าแม่จ๋าขา น้องอยากกินไอติมอีกค่ะ รสสตรอเบอรี่หวานๆ เปรี้ยวๆ น้องชอบ”

“ถ้าวันนี้น้องต้นข้าวตั้งใจเรียน แม่จ๋าสัญญาว่าจะพาไปกินไอติมค่ะ”

“เย้ จริงๆ นะคะ” พูดจบหนูน้อยก็แหงนหน้าขึ้นคล้ายกำลังคิดโจทย์คณิตศาสตร์แสนซับซ้อน “เมื่อไรจะเย็นน้อ”

เนติพัฒน์ที่ยืนมองคู่หูต่างวัยอยู่เงียบๆ ส่ายหน้าให้กับความคิดลูกสาว คงอยากให้ถึงตอนเย็นไวๆ เพราะจะได้กินไอศกรีมของโปรด

 “ไปค่ะ เข้าห้องเรียนได้แล้ว คุณครูรอรับน้องต้นอยู่หน้าห้องแล้วค่ะ” ณัฐกานต์ลุกขึ้นยืนแล้วส่งมือให้หนูน้อยจับ หมายจูงเดินไปอีกนิดให้ถึงประตูห้องเรียน

“น้องต้นข้าวลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ” เนติพัฒน์เอ่ยรั้งลูกสาวเอาไว้

ร่างตุ้ยนุ้ยหมุนตัวกลับมายืนตรงหน้าพ่อแล้วยกมือป้อมๆ ขึ้นไหว้อย่างชดช้อยตามที่ย่ากับคุณครูได้สอนมา ส่วนคนถูกไหว้ก็ย่อตัวลงหอมแก้มนุ่มๆ ที่ทาแป้งเด็กจนหอมฟุ้งทั้งสองข้าง ตามด้วยหน้าผาก จมูกและปลายคาง กณิศาหอมพ่อตอบเช่นกัน นี่เป็นโค้ดลับที่รู้กันว่าหากพ่อจะไปทำงาน หรือลูกจะไปโรงเรียนต้องให้กำลังใจกันแบบนี้

“น้องต้นข้าวหอมแม่จ๋าบ้างสิคะ” คนพูดประโยคนี้ไม่ใช่เจ้าของชื่อ หากแต่เป็นเนติพัฒน์ซึ่งเห็นว่าหญิงสาวมองเขากับกณิศาผลัดกันหอมแก้มแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

ณัฐกานต์ย่อตัวลงอีกครั้งเพื่อรับร่างลูกสาวนอกสายเลือดเข้าสู่อ้อมกอด สิ่งที่ได้รับตอบกลับมาคือการถูกหอมทั้งห้าจุดและเธอก็ทำตามลูกเช่นกัน หนูน้อยยิ้มดีอกดีใจที่วันนี้ไม่ต้องนั่งรถโรงเรียน แต่มีพ่อจ๋าแม่จ๋ามาส่งถึงหน้าห้อง

“ตั้งใจเรียนนะคะ เย็นๆ ตอนเลิกเรียนแม่จ๋าจะมารับค่ะ”

พ่อจ๋ากับแม่จ๋าเดินมาส่งน้องจ๋าถึงประตูห้องเรียนที่มีคุณครูประจำชั้นคนสวยยืนรอรับนักเรียนอยู่ หนูน้อยยกมือไหว้ถอนสายบัวทันทีเมื่อเห็นครู

“สวัสดีค่ะคุณครูเตือน”

“สวัสดีค่ะน้องต้นข้าว วันนี้ใครมาส่งเอ่ย” คุณครูเตือนใจยิ้มให้นักเรียนคนเก่งแล้วยื่นมือมารับเบาะที่นอนจากเนติพัฒน์

“พ่อจ๋ามาส่งค่ะ ส่วนคนนี้แม่จ๋าของน้องค่ะคุณครู” กณิศายิ้มหวาน แนะนำผู้มาส่งตามประสาเด็กอย่างเป็นการเป็นงาน

เตือนใจยิ้มให้ผู้ปกครองนักเรียน ในใบระเบียนประวัติทำให้เธอรู้ว่าพ่อแม่กณิศาแยกทางกัน หนูน้อยถึงแม้จะร่าเริงตามวัย แต่ยามที่เพื่อนๆ พูดถึงครอบครัวโดยเฉพาะเรื่องแม่ เธอมักเห็นแววตาหม่นแสงในดวงตากลมโตนี้เสมอ วันนี้เห็นลูกศิษย์เรียกคนที่มาส่งว่า แม่เธอก็พลอยอุ่นใจ แม้ดูออกว่าไม่ใช่แม่ลูกกันแท้ๆ แต่ท่าทางที่หญิงสาวตรงหน้าแสดงออกมาทั้งหมดเมื่อครู่อยู่ในสายตาเธอตลอด มั่นใจว่าคนที่กณิศาเรียกว่า แม่จ๋ารักนักเรียนของเธอไม่น้อยเลย

“ฝากน้องต้นข้าวด้วยนะคะคุณครู / ฝากน้องต้นข้าวด้วยนะครับคุณครู”

ณัฐกานต์กับเนติพัฒน์พูดออกมาพร้อมกันโดยบังเอิญ แถมยังใจตรงพูดเหมือนกันเสียด้วย

“เป็นหน้าที่ของเตือนอยู่แล้วค่ะ น้องต้นข้าวแกเป็นเด็กน่ารัก คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องห่วงนะคะ” คุณครูเตือนใจรับปาก พร้อมทั้งยืนยันในความน่ารักของลูกศิษย์ตัวน้อย

“ขอบคุณมากค่ะ / ขอบคุณมากครับ”

เป็นอีกครั้งที่ทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกัน ณัฐกานต์เขินจนหน้าเริ่มเป็นสีชมพูระเรื่อ หญิงสาวเลี่ยงที่จะพูดต่อเพราะเกรงว่าจะใจตรงกับเขาอีก เดี๋ยวคงได้เขินไปมากกว่านี้ แค่นี้ก็ไม่รู้จะเอาความเขินไปเก็บไว้ตรงไหนแล้ว

“ไปก่อนนะครับคุณครู” เนติพัฒน์เอ่ยลาครูประจำชั้นแล้วหันมาที่คนตัวเล็ก วางมือลงบนศีรษะนั่นอย่างเอ็นดู ก่อนโยกเบาๆ “พ่อจ๋ากับแม่จ๋าไปก่อนนะคะ ไว้เจอกันตอนเย็นค่ะคนเก่ง”

ณัฐกานต์ยิ้มเจื่อนๆ ให้คุณครูเตือนใจเพราะยังอายเรื่องเมื่อครู่อยู่ แล้วโบกมือให้กับกณิศา ก่อนเดินออกมาจากตึกเรียนพร้อมกับพ่อของหนูน้อย แค่วันแรกหัวใจเธอยังเต้นแรงได้มากขนาดนี้ หากมาส่งน้องต้นข้าวทุกวันแล้วเนติพัฒน์มาด้วย เธอไม่กลายเป็นโรคหัวใจ (อ่อนระทวย) ไปเลยหรอกหรือ


-----------------------------------------------
ฝากผลงานในรูปแบบอีบุ๊กด้วยนะคะ ส่วนหนังสือสั่งจองได้ทางแฟนเพจและอีเมล worasith.dew@gmail.com ค่ะ

ลูกไม้หล่นไม่ไกลรัก
วรศิษฏ์
www.mebmarket.com
“หนาวหรือเปล่า พี่เบาแอร์ให้ไหม” ชายหนุ่มบอกด้วยความหวังดีเนื่องจากเห็นเพียงใบหน้าสวยเฉี่ยวเท่านั้นที่โผล่พ้นผ้านวมขึ้นมา“ไม่หนาวค่ะ กำลังดี พี่ต้นนอนเถอะ เดี๋ยวน้ำตาลคงง่วงแล้วหลับไปเองนั่นแหละค่ะ”ฟังคำบอกอ้อมแอ้มไม่เต็มเสียง เนติพัฒน์ก็รู้ได้ทันทีว่าเหตุผลคงเป็นเพราะกลัวเขาทำมิดีมิร้าย ริมฝีปากหนายกยิ้มกระหยิ่มใจ ก่อนเอ่ยสิ่งที่ทำให้ขนทุกเส้นบนร่างกายคนฟังพร้อมใจกันยืนตรง“งั้น...พี่เกาหลังให้ไหม”“ห้ะ ! อะไรนะคะ” กะ...เกาหลังอย่างนั้นหรือ เกาหลังแล้วยังไงต่อล่ะคะพี่ต้นกล้า !


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 83 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #26 punnada400 (@punnada400) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 00:55

    น่าเอ็นดูน้องต้นข้าว

    #26
    0
  2. #25 1986p (@1986p) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 19:52
    พ่อจ๋าแม่จ๋าน่ารัก
    #25
    0