ลูกไม้หล่นไม่ไกลรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 79,742 Views

  • 117 Comments

  • 663 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    7,979

    Overall
    79,742

ตอนที่ 23 : 7 หัวใจกระซิบรัก 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3785
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 84 ครั้ง
    2 ต.ค. 61




เชฟโรเลตโคโลราโดสีดำค่อยๆ เลี้ยวเข้ามาจอดในลานจอดรถสวนสาธารณะซึ่งติดกับชายหาดขาวสะอาด คนขับบังคับพวงมาลัยด้วยความชำนาญให้ส่วนท้ายเทียบกับขอบบาทวิถี ก่อนบิดกุญแจดับเครื่องยนต์สมรรถนะสูงแล้วเปิดประตูลงมานอกตัวรถ เมื่อเห็นว่าผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยยังคุยกันอยู่อย่างออกรสออกชาติชายหนุ่มจึงกระแอมเบาๆ

“น้ำตาล น้องต้นข้าว ถึงแล้วครับ ลงมาข้างล่างกัน”

“เย้ๆ ถึงทะเลแล้ว ไปค่ะแม่จ๋า ไปดูคลื่นสีขาวๆ กันค่ะ” เด็กหญิงกณิศาบอกอย่างตื่นเต้น เธอไม่ได้มาเที่ยวทะเลกับบิดาเกือบเดือนแล้ว ทั้งที่ชายหาดแห่งนี้อยู่ห่างจากบ้านเพียงสามกิโลเมตรเท่านั้น

เมื่อเห็นว่าหนูน้อยเปิดประตูลงจากรถไปแล้ว ณัฐกานต์จึงเอี้ยวตัวคว้าตะกร้าปิกนิกสีหวานแล้วตามร่างตุ้ยนุ้ยมาทันที

“นั่งตรงนี้สิน้ำตาล พี่จะให้น้องต้นข้าวกินข้าวก่อน ถ้าปล่อยให้ลงไปวิ่งเล่นตอนนี้มีหวังไม่ยอมกลับขึ้นมากินข้าว” เนติพัฒน์อุ้มร่างลูกสาวขึ้นนั่งบนท้ายกระบะ

ลมทะเลพัดเอื่อยๆ สัมผัสใบหน้าและผิวกายทำให้หญิงสาวรู้สึกสดชื่นขึ้นอย่างประหลาด เธอปิดเปลือกตาแล้วค่อยๆ สูดเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าจนชุ่มปอด ชายหาดตรงนี้อยู่นอกตัวเมืองจึงยังคงความสวยงามตามที่ธรรมชาติสรรค์สร้างไว้ รอบบริเวณปราศจากร้านค้าและร้านขายของฝากหลากชนิดดังเช่นชายหาดในตัวเมือง รวมทั้งผู้คนก็ไม่ได้มากเท่า ณัฐกานต์หย่อนสะโพกตรงกระบะท้ายรถข้างหนูน้อยกณิศาที่แกว่งเท้าใบหน้ายิ้มแฉ่ง มือบางวางตะกร้าปิกนิกไว้ด้านหลังตัวเอง ก่อนหยิบกล่องพลาสติกลายเฮลโลคิตตี้ออกมาทีละกล่อง

“ที่นี่เปลี่ยนไปเยอะเลยนะคะ เมื่อก่อนยังไม่มีลานจอดรถเลย น้ำตาลจำได้ว่าต้องจอดริมถนนแล้วก็วิ่งปรู๊ดลงหาด”

“น้ำตาลอยู่กรุงเทพฯ หกปีได้ไหม” เนติพัฒน์ถามขณะช่วยหญิงสาวเปิดฝากล่องข้าว เป็นหกปีที่เจอกันแทบนับครั้งได้ คล้ายกับเธอพยายามหลบหน้าเขาตลอดเวลา

“ค่ะ มากกว่าอายุน้องต้นข้าวเสียอีก”

“สองสามปีที่แล้วทางการปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะ ยายตัวเล็กชอบมาที่นี่ สมกับเป็นลูกทะเล” คนถามตัดสินใจวกเข้าเรื่องชายหาดอีกครั้งเพราะเห็นว่าใบหน้างามหม่นแสงลงอย่างที่เขาก็ไม่รู้สาเหตุ

“ลูกทะเลคืออะไรหรือคะ” เด็กหญิงเอียงหน้าเล็กน้อย

“ลูกทะเลคือคนที่ผูกพันกับทะเลไงคะ น้องต้นข้าวเกิดในเมืองชายทะเล ใกล้ชิดกับทะเล แบบนี้เรียกว่าลูกทะเลค่ะ” ชายหนุ่มอธิบายให้ลูกสาวเข้าใจได้ง่าย

“น้องเป็นลูกพ่อจ๋าแม่จ๋า ไม่ได้เป็นลูกทะเลเสียหน่อย”

เนติพัฒน์กับณัฐกานต์หันหน้ามองกัน เป็นอันรู้กันว่าเจ้าหนูจำไมเริ่มสงสัยอีกแล้ว

“เป็นลูกพ่อจ๋าแม่จ๋า และก็เป็นลูกทะเลด้วยไงคะ ทะเลก็รักน้องต้นข้าวนะคะ”

“น้องชอบทะเล น้องรักทะเล น้องเป็นลูกทะเลค่ะ” หนูน้อยกางแขนออกจนสุดคล้ายกับจะโอบท้องทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาลไว้ในอ้อมกอดเล็กๆ

“กินข้าวกันดีกว่าค่ะ ไหนดูซิย่าจ๋าทำอะไรให้น้องต้นข้าวกินเอ่ย” ชายหนุ่มเบี่ยงความสนใจของลูกสาวให้จดจ่อกับอาหารแทน “โห มีแกงจืดตำลึงหมูสับที่น้องต้นข้าวชอบด้วยค่ะ แล้วกล่องนี้อะไรน้อ ไหนพ่อจ๋าเปิดดูหน่อยซิ”

“น้องช่วยเปิดค่ะ” เด็กหญิงขันอาสาแล้วรับกล่องจากมือพ่อมาเปิด “ไข่เจียวค่ะ”

“กินเองหรือให้พ่อจ๋าป้อนคะ”

“กินเองค่ะ”

พอหนูน้อยบอกว่าจะกินเอง เนติพัฒน์จึงยื่นกล่องข้าวอีกกล่องให้ณัฐกานต์

“น้ำตาลก็กินด้วยนะ แม่ทำกับข้าวมาเยอะ ตักข้าวเผื่อเราสองคนด้วย”

“แล้วไหนข้าวพี่ต้นล่ะคะ” มีกล่องข้าวเพียงสองกล่อง กล่องเล็กของกณิศา ส่วนกล่องที่เขายื่นให้เป็นกล่องใหญ่ที่มีข้าวอัดแน่น ซึ่งถ้าประเมินด้วยสายตาก็มากเกินกว่าจะกินหมดเพียงคนเดียว

“เราคงต้องกินด้วยกัน” ทำไมจะเดาไม่ออกว่าข้าวกล่องนี้เยอะผิดปกติเพราะอะไร เห็นเงียบๆ แต่แม่เขาซ่อนแผนไว้เพียบ

สามคนพ่อแม่ลูกผลัดกันป้อนข้าวจนทุกอย่างหมดเกลี้ยง กณิศากินข้าวได้เยอะกว่าทุกวันเพราะได้นั่งริมทะเลอย่างที่ชอบ เนติพัฒน์กับณัฐกานต์ก็เช่นกัน ดูเหมือนบรรยากาศดีๆ ลมเย็นๆ ทำให้เจริญอาหารเป็นพิเศษ

“เดินเล่นกันค่ะ”

ชายหนุ่มบอกเมื่อเก็บกล่องข้าวใส่ตะกร้าวางไว้ท้ายรถเรียบร้อย กณิศาจูงมือบิดาและมารดากำมะลอคนละข้าง แล้วลากให้ลงชายหาดด้วยกัน ลูกทะเลตัวน้อยกระโดดเหยงๆ บนผืนทรายขาวสะอาดยาวสุดลูกหูลูกตา พอเริ่มเหนื่อยก็นั่งลงให้น้ำทะเลปะทะร่าง

“น้ำตาล”

“คะ ?” ณัฐกานต์เงยหน้าสบนัยน์ตาคมเข้มของผู้ชายที่เธอแอบหลงรักมานานหลายปี

“รักน้องต้นข้าวไหม” เนติพัฒน์ถามด้วยเสียงทุ้มน่าฟัง

เพื่อเลี่ยงมนตร์สะกดจากดวงตาคู่นั้น หญิงสาวจึงผละมองกณิศาที่กำลังสนุกอยู่กับการวิ่งตามเกลียวคลื่นซึ่งม้วนกลับลงไปในทะเล พอคลื่นซัดเข้าฝั่งอีกครั้ง หนูน้อยก็วิ่งขึ้นมาคล้ายกับจะหนีมัน

“ไม่รู้สิคะ” มือบางทัดผมที่ปลิวสยายตามแรงลมให้อยู่หลังกกหู “รู้แต่ว่า น้ำตาลมีความสุขเวลาที่ได้เห็นน้องต้นข้าวยิ้ม”

“ยังเครียดเรื่องที่ผู้ใหญ่พยายามจับคู่เราสองคนอยู่ไหม”

“แล้วพี่ต้นยังคิดมากเรื่องที่น้ำตาลเคยพูดตอนที่กลับมาบ้านวันแรกอยู่หรือเปล่าคะ” เธอไม่ตอบ แต่ถามสิ่งที่ค้างคาในใจกลับไปแทน

“พี่ถามเรา ไม่ใช่ให้เรามาถามพี่กลับ หืม” ผู้กองหนุ่มวางมือบนผมนุ่มลื่นของอีกฝ่าย ก่อนโยกศีรษะเล็กเบาๆ

หญิงสาวคว้ามือแกร่งที่วางอยู่บนศีรษะตัวเองมาไว้ในอุ้งมือและบีบเบาๆ มองมือนั้นอยู่พักหนึ่ง แล้วจึงเงยหน้าขึ้นพูดกับเขา

“สารภาพนะคะว่าตอนนั้นโกรธมากที่ย่าแต่งเรื่องขึ้นเพื่อหลอกให้น้ำตาลลาออกแล้วกลับมาอยู่บ้าน แล้วพอย่าบอกว่าอยากให้แต่งงานน้ำตาลก็โกรธหนักขึ้น ไม่อยากแต่งงานกับคนที่เขาไม่ได้รักเรา แต่พอเจอน้องต้นข้าว ยายหนูกลับทำให้คนที่ไม่ชอบเด็กหลงรักเด็กเข้าไปเต็มเปาเลย ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมความรู้สึกถึงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้แบบนี้” หลายวันที่ผ่านมาณัฐกานต์หาคำตอบให้ตัวเองได้แล้วว่ากลับไปรักเขาแบบพี่ชายไม่ได้แล้ว “พี่ต้นลืมไปได้ไหมคะ ลืมสิ่งที่ได้ยินน้ำตาลพูดในวันนั้น แล้วเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม”

“เริ่มต้นใหม่” เนติพัฒน์เลิกคิ้วขึ้น แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ “ยังไงครับ”

“พี่ต้นเนี่ย น้ำตาลรู้ว่าพี่เข้าใจดีทุกอย่าง ไม่ต้องมาทำฟอร์มเลยนะ” น้ำเสียงติดจะเหวี่ยงนิดๆ ถึงรู้ว่าเขาแกล้งแต่เธอก็ยังเขินอยู่ดี

“ยังรังเกียจพ่อม่ายลูกติดอยู่ไหม”

“น้ำตาลไม่เคยรังเกียจพี่ต้นเลยนะคะ น้ำตาลรักน้องต้นข้าว และก็ระ...” ด้วยความที่รีบพูดจึงทำให้เกือบเผลอหลุดคำบางคำ แต่เพียงแค่นี้เธอก็รู้สึกได้ถึงอาการร้อนผ่าวๆ บนใบหน้า

“พี่ดีใจที่ได้ยินแบบนี้” ใบหน้าคมคล้ามยิ้มกว้าง “ตกลงครับ เริ่มต้นใหม่”

มือแกร่งที่กุมเอาไว้ทำให้เธอรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั้งสี่ห้องหัวใจ อนาคตเป็นอย่างไรต่อไปไม่อาจคาดเดา แต่เธอจะทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

เมื่อดวงไฟสีส้มลูกโตหายลับไปในภูเขาที่ทอดตัวฝั่งตรงข้ามทะเลกว้าง ความมืดก็เริ่มเข้าปกคลุมทีละน้อย ผืนน้ำสีครามค่อยๆ ทึบจวนเป็นสีนิล ระดับน้ำหนุนสูงแตกต่างกับเมื่อช่วงเย็นชัดเจน

“เรากลับกันดีกว่าไหมคะ นี่ก็เริ่มมืดแล้ว” ลมทะเลโชยผ่านจนเธอรู้สึกหนาว กณิศาก็คงไม่แพ้กันเพราะรายนั้นเล่นน้ำจนเปียกม่อลอกม่อแลกไปทั้งตัว

“อืม” พูดจบร่างสูงก็เดินไปย่อตัวลงนั่งข้างๆ ลูกสาว “น้องต้นข้าว กลับบ้านได้แล้วค่ะ มืดแล้วลูก”

“ยังก่อกองทรายไม่เสร็จเลยค่ะ” เด็กหญิงทำหน้าเสียดาย ปากจิ้มลิ้มเม้มเข้าหากัน แต่ก็ยอมลุกขึ้นจับมือบิดาที่ยื่นรอก่อนแล้ว

“ไว้ค่อยมาวันหลังค่ะ”

“แม่จ๋ามากับน้องอีกนะคะ พ่อจ๋าบอกว่าวันหลังจะพามาอีก” กณิศากระตุกมือคู่สนทนาเบาๆ

“ค่ะ ได้สิคะ” หญิงสาวยิ้มให้

รถคันโตค่อยๆ เคลื่อนออกจากลานจอดรถพร้อมๆ กับรอยยิ้มของสารถีและผู้โดยสารอีกสองคน ณัฐกานต์รู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่เธอมีความสุขมากที่สุดอีกวันหนึ่ง ได้พูดสารพัดสิ่งที่อัดอั้นในใจให้เขารับรู้ และตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปเธอจะเริ่มต้นใหม่...กับความรู้สึกที่คงเดิม

วันนี้เธอรักทะเลมากขึ้นอีกเท่าตัว... 


----------------------------------
โปรโมชันลดราคาอีบุ๊กวันสุดท้ายแล้วนะคะ ส่วนรูปเล่มจองได้ที่แฟนเพจค่ะ ^ ^


ลูกไม้หล่นไม่ไกลรัก
วรศิษฏ์
www.mebmarket.com
“หนาวหรือเปล่า พี่เบาแอร์ให้ไหม” ชายหนุ่มบอกด้วยความหวังดีเนื่องจากเห็นเพียงใบหน้าสวยเฉี่ยวเท่านั้นที่โผล่พ้นผ้านวมขึ้นมา“ไม่หนาวค่ะ กำลังดี พี่ต้นนอนเถอะ เดี๋ยวน้ำตาลคงง่วงแล้วหลับไปเองนั่นแหละค่ะ”ฟังคำบอกอ้อมแอ้มไม่เต็มเสียง เนติพัฒน์ก็รู้ได้ทันทีว่าเหตุผลคงเป็นเพราะกลัวเขาทำมิดีมิร้าย ริมฝีปากหนายกยิ้มกระหยิ่มใจ ก่อนเอ่ยสิ่งที่ทำให้ขนทุกเส้นบนร่างกายคนฟังพร้อมใจกันยืนตรง“งั้น...พี่เกาหลังให้ไหม”“ห้ะ ! อะไรนะคะ” กะ...เกาหลังอย่างนั้นหรือ เกาหลังแล้วยังไงต่อล่ะคะพี่ต้นกล้า !


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 84 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #15 1986p (@1986p) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 22:49
    สนุกค่ะติมตามค่ะ
    #15
    0
  2. #13 punnada400 (@punnada400) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 13:55

    เย้!!!น้องต้นจะมีแม่จ๋าแล้ววว

    #13
    0