ลูกไม้หล่นไม่ไกลรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 75,400 Views

  • 96 Comments

  • 660 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3,637

    Overall
    75,400

ตอนที่ 18 : 6 แม่ค้าขนม (หน้า) หวาน 35%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3738
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 118 ครั้ง
    28 ก.ย. 61





แม่ค้าขนม (หน้า) หวาน


หลังจากจัดเสื้อผ้าซึ่งมีไม่มากชิ้นเข้าตู้เป็นที่เรียบร้อย ณัฐกานต์ก็เดินมานั่งลงบนเตียงนอนแล้วบิดตัวไปมาช้าๆ เพื่อผ่อนคลาย พลันสายตาสบเข้ากับกระเป๋าสะพายไหล่ใบโปรด มือบางคว้ามันมารูดซิปหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอทันที และก็เป็นไปตามที่คิดเพราะเจ้าโทรศัพท์มือถือฟ้องว่ามีสายที่ไม่ได้รับยี่สิบกว่าสาย โดยเป็นทั้งสายจากเจ้านายและเพื่อนร่วมงาน

เธอลืมโทรบอกสุจิราเสียสนิท ป่านนี้เจ้านายคงกังวลไม่น้อย ไวเท่าความคิด นิ้วเรียวรีบกดโทรออกยังหมายเลขนั้นทันที และไม่ถึงสามวินาทีทางโน้นก็กดรับ

“น้ำตาล เป็นยังไงบ้าง พี่ใจหายหมด โทรไปไม่รับเลย ให้เจ้าพวกนี้ลองต่อสายหาน้ำตาลดูก็ได้ผลเหมือนกัน”

“ขอโทษค่ะพี่แอ้ม คือน้ำตาลไม่ได้พกมือถือติดตัวเลยค่ะ กลับมาถึงบ้านลืมโทรบอกพี่แอ้มได้ยังไงก็ไม่รู้ ขอโทษนะคะที่ทำให้เป็นห่วง” น้ำเสียงลุแก่โทษถูกส่งผ่านไปตามสาย

“ไม่เป็นไรหรอก พี่นึกว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก นี่ก็คิดว่าคืนนี้ถ้ายังติดต่อน้ำตาลไม่ได้พี่คงต้องให้ฝ่ายบุคคลค้นเบอร์บ้านน้ำตาลที่ใต้ให้”

“ขอโทษอีกครั้งนะคะพี่แอ้ม เลยวุ่นวายกันไปหมดเลยคราวนี้”

“ว่าแต่ คุณย่าเป็นยังไงบ้าง”

“ย่า เอ่อ...คือ” เอาแล้วไงล่ะ ไม่ได้คิดล่วงหน้าไว้ด้วยสิว่าจะอธิบายเรื่องนี้ให้เจ้านายฟังอย่างไร ณัฐกานต์เดินวนไปวนมาทั่วห้องเป็นหนูติดจั่นเพราะยังคิดประโยคดีๆ ไม่ได้สักที

“น้ำตาล ฮัลโหล ได้ยินไหม”

“อ๋อ ค่ะๆ ได้ยินค่ะ เอ่อ ย่าก็ดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วค่ะ ขอบคุณพี่แอ้มมากนะคะ” เธอขอตั้งหลักก่อน แล้วจะเรียบเรียงคำพูดดีๆ มาแก้ตัวกับสุจิราทีหลัง

“สงสัยคุณย่าจะได้กำลังใจดีจากหลานสาว ดูแลคุณย่าดีๆ นะ แล้วอาการคุณย่าดีขึ้นยังไง น้ำตาลโทรบอกพี่ด้วยนะ พี่กับพวกเราทุกคนเป็นห่วงน้ำตาลเสมอนะ”

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ น้ำตาลจะติดต่อเรื่อยๆ ค่ะ” ใจจริงแล้วไม่ได้อยากพูดคำว่า ‘ขอบคุณ’ สักเท่าไรเลย เธออยากพูดคำว่า ‘ขอโทษ’ สักร้อยครั้ง...ขอโทษที่โกหกไปแบบนั้น

“พักผ่อนบ้างนะ แค่นี้แหละ ไว้คุยกันจ้ะ”

คนมีชนักติดหลังเป่าลมออกจากปากด้วยความโล่งอก ไม่ว่าครั้งไหนๆ ที่ติดต่อกันทางโทรศัพท์สุจิรามักวางสายไปเสียดื้อๆ ทั้งที่คู่สนทนายังพูดไม่จบด้วยซ้ำ ณัฐกานต์เพิ่งเห็นประโยชน์จากการตัดสายฉับของเจ้านายก็คราวนี้แหละ

“ขอโทษนะคะพี่แอ้ม ถ้าน้ำตาลพร้อมเมื่อไรรับรองว่าจะบอกพี่แอ้มแน่นอนค่ะ” หญิงสาวทำได้เพียงฝากคำพูดไปกับสายลม เธอรู้จักเจ้านายดี ถ้าบอกความจริงตอนนี้รับรองว่าต้องถูกซักยาวเป็นหางว่าวอย่างแน่นอน

 


เป็นเวลากว่าหนึ่งอาทิตย์แล้วที่ณัฐกานต์กลับมาอยู่บ้าน และก็เป็นเวลากว่าหนึ่งอาทิตย์แห่งความหมางเมินที่พี่ชายมีต่อเธอ จากที่เคยคิดว่าการง้อณกรณ์ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากเกินความสามารถ แต่ผิดคาด เพราะไม่ว่าจะชวนเขาคุยหรือชวนไปโน่นไปนี่ทว่ากลับถูกพี่เมินใส่อยู่เสมอ จนเธอรู้สึกว่าตนเป็นฝ่ายพูดอยู่คนเดียว พอไปขอให้ย่า พ่อหรือแม่ช่วย พวกท่านก็บอกปัดแบบอ้อมๆ ด้วยการเปลี่ยนประเด็นการสนทนา

ส่วนผู้กองหนุ่มนั้นหญิงสาวไม่เจอเขาหลายวันแล้วเช่นกัน และไม่ต้องไปสืบที่ไหนไกลก็รู้ว่าชายหนุ่มนอนค้างที่ทำงานพร้อมด้วยลูกน้องในทีมเก็บกู้วัตถุระเบิด ที่เป็นแบบนี้เนื่องจากคอยเฝ้าระวังสถานการณ์ความไม่สงบที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ทุกคนในบ้านมักสนทนากันโดยมีชื่อเนติพัฒน์เป็นหัวข้ออยู่บ่อยครั้ง แม้พยายามไม่สนใจแต่ห้ามตัวเองให้เงี่ยหูฟังไม่ได้สักที ได้พูดคุยกันครั้งสุดท้ายตอนเขาอุ้มเด็กหญิงกณิศามาฝากไว้ที่บ้านเพราะต้องพาป้าเนตรไปตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาล เขาไม่ได้โกรธอย่างที่เธอกังวล คุยปกติเหมือนลืมว่าเคยมีเรื่องบาดหมางต่อกัน และเธอก็ฉลาดพอที่จะไม่ฟื้นฝอยหาตะเข็บ

“น้องน้ำตาลเอากับข้าวไปส่งพ่อกับพี่เกลือที่ร้านให้แม่หน่อยสิลูก”

เสียงหวานของผู้เป็นแม่ดึงหญิงสาวให้หลุดออกจากอาการเหม่อลอย ในมือแม่ถือปิ่นโตเถาใหญ่อยู่ด้วย แน่นอนว่าในนั้นต้องบรรจุอาหารมื้อกลางวันสุดแสนอร่อยไว้

“แม่เตรียมเผื่อน้องน้ำตาลด้วย กินข้าวที่ร้านเลยนะลูก จะได้ไม่ต้องหิ้วท้องไปมา”

ณัฐกานต์รับปิ่นโตมาจากมารดา ปกติแล้วมื้อเที่ยงพี่ชายเธอหาอะไรง่ายๆ กินแถวร้าน บางครั้งถ้าไม่ติดคุยธุระกับลูกค้าก็จะแวะมากินข้าวที่บ้าน หรือหากบิดาไปร้านในช่วงกลางวันก็มักหิ้วปิ่นโตไปให้ณกรณ์ด้วย แต่วันนี้ทั้งพ่อและพี่ชายต้องอยู่โยงเฝ้าร้านตั้งแต่เช้าเนื่องจากมีสินค้าล็อตใหม่มาลง ดังนั้นหน้าที่การส่งข้าวส่งน้ำจึงตกเป็นของลูกสาวคนเล็กอย่างเธอ

“ค่ะแม่” มือบางยกเถาปิ่นโตขึ้นให้เสมอกับจมูกแล้วสูดกลิ่นอาหารฝีมือมารดาเข้าเต็มๆ “หืม ห๊อมหอม ขอทายว่ามื้อนี้เป็นปลาทอดขมิ้น ต้องใช่แน่ๆ เลย ใช่ไหมคะแม่”

“ใช่จ้ะ มีปลาทอดขมิ้น แกงจืดเต้าหู้ และก็ไข่ตุ๋นเห็ดหอม”

“โหย มีแต่ของอร่อยๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ ลูกต้องน้ำหนักขึ้นแน่ๆ แม่ขุนเสียขนาดนี้”

“น้องน้ำตาลต้องเพิ่มน้ำหนักอีกสักสองสามกิโลฯ นะลูก แม่ว่าตอนนี้ผอมเก้งก้างยังไงก็ไม่รู้” ปรียาประมาณรูปร่างลูกสาวด้วยสายตา หากคนตรงหน้าเพิ่มน้ำหนักขึ้นมาอีกนิดคงมีน้ำมีนวลขึ้นมาก แต่ก็อย่างว่า ผู้หญิงสมัยนี้ห่วงรูปร่างกันนักหนา จะกินอะไรแต่ละคำต้องคิดแล้วคิดอีกและรู้ดีว่าลูกสาวเธอเป็นหนึ่งในนั้น

“ผอมอะไรกันคะ แบบนี้เขาเรียกว่าหุ่นดีต่างหากล่ะ”

ปรียาส่ายหน้าอย่างเอ็นดู นี่แหละเจ้าหญิงของบ้าน หาข้อแก้ตัวหรือข้ออ้างมาได้ทุกกรณี

“ไปเถอะจ้ะ สองหนุ่มคงชะเง้อคอคอยมองทางแล้ว แม่โทรไปบอกพ่อว่ามื้อนี้จะได้กินของอร่อย”

“งั้นลูกรีบไปดีกว่าค่ะ พอได้กลิ่นอาหารพยาธิในท้องลูกก็เต้นระบำแล้วค่ะ” ณัฐกานต์ยืนยันด้วยการลูบท้องไปด้วยขณะที่พูด

“จ้ะ ขับรถดีๆ นะน้องน้ำตาล”

หญิงสาวยิ้มให้มารดาก่อนหยิบกุญแจรถยนต์ที่วางอยู่บนโต๊ะตัวเล็กใกล้บันไดทางขึ้นชั้นสอง พอได้สิ่งที่ต้องการก็เดินออกจากบ้านตรงมายังโรงจอดรถ นิ้วชี้ข้างหนึ่งควงพวงกุญแจรถยนต์ไปพลาง ส่วนมืออีกข้างถือปิ่นโตมื้อกลางวัน ณัฐกานต์กดรีโมตเพื่อให้ประตูรถปลดล็อกและให้ระบบแอร์ทำงาน ก่อนเปิดเข้าไปนั่งประจำที่นั่งคนขับ วางปิ่นโตในกล่องอเนกประสงค์บนที่นั่งด้านข้าง จากนั้นบังคับเจ้าสี่ล้อให้ขับเคลื่อนไปยังจุดหมายทันที


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 118 ครั้ง

0 ความคิดเห็น