ลูกไม้หล่นไม่ไกลรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 75,475 Views

  • 96 Comments

  • 658 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3,712

    Overall
    75,475

ตอนที่ 15 : 5 แม่จ๋าของน้องต้นข้าว 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4847
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 80 ครั้ง
    24 ก.ย. 61



แม่จ๋าของน้องต้นข้าว


ถึงจะเพิ่งค้นพบว่าเด็กไม่ได้น่ารำคาญอย่างที่คิด แต่ให้พร้อมได้ยังไงล่ะ ในเมื่อเธอกับพ่อน้องต้นข้าวยังเมินใส่กันอยู่แบบนี้

“น้ำตาลจะพูดอะไรก็ระวังหน่อย น้องต้นข้าวอยู่นี่ด้วย” ชายวัยกลางคนมองไปที่กณิศา เมื่อเห็นว่าหนูน้อยกำลังสนุกกับการคุยโน่นคุยนี่กับมารดาและภรรยาของเขาตรงระเบียงที่อยู่ติดห้องนั่งเล่น คทาจึงมั่นใจว่าสิ่งที่ลูกสาวพูดเมื่อครู่คงลอยไปไม่ถึงหูเจ้าตัวเล็กอย่างที่เขากังวล

“น้ำตาลว่าเราเปลี่ยนเรื่องคุยเถอะค่ะพ่อ คุยเรื่องนี้แล้วเครียดจัง”

“ไม่มีอะไรน่าเครียดหรอก เราก็เป็นเสียแบบนี้” คทาลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู ถึงณัฐกานต์เรียนจบทำงานแล้ว แต่ในสายตาคนเป็นพ่อยังเห็นลูกคนนี้เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อยู่ดี “พ่อรู้ว่าน้ำตาลเครียดเรื่องพี่ต้นกล้า ถ้าเจอกันก็ขอโทษพี่เขาเสีย พี่เขาไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำ”

“หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นค่ะ” ดวงตาคู่สวยเหม่อลอยไร้จุดหมาย สักพักหญิงสาวก็เดินเอาถุงขนมถ้วยฟูกับกระเป๋าใบสีชมพูของกณิศามาวางไว้บนโต๊ะตัวเล็กใกล้ๆ กับบันไดทางขึ้นชั้นสอง เธอหย่อนก้นลงบนขั้นบันไดแล้วเหยียดเท้าไปด้านหน้าเพื่อยืดเส้นยืดสาย

“หิวไหมลูก แม่เขาเก็บกับข้าวไว้ให้น้ำตาลแน่ะ ถ้าพ่อเดาไม่ผิดตั้งแต่เช้ายังไม่กินอะไรเลยใช่ไหม ไปลูก เอากับข้าวเข้าไมโครเวฟสักนิดให้ร้อนๆ เดี๋ยวจะปวดท้อง”

ณัฐกานต์กอดแขนออดอ้อนบิดา บนโลกนี้มีผู้ชายแสนดีแบบพ่อเหลืออยู่บ้างไหมหนอ

“ใครบอกคะพ่อ เมื่อกี้น้องต้นข้าวแบ่งขนมให้น้ำตาลกิน แต่ไปกินข้าวฝีมือแม่สักหน่อยก็ดี ตอนนี้ท้องชักจะร้องประท้วงแล้วค่ะ”

“ขนมถ้วยฟูละสิ ยายตัวเล็กชอบกินนักหนา”

หญิงสาวยิ้มแทนคำตอบ พ่อพูดแบบนี้แสดงว่ากณิศาชอบขนมชนิดนี้เอามาก

“ชวนเด็กน้อยไปกินข้าวด้วยกันดีกว่าค่ะพ่อ ไม่รู้ก่อนมานี่น้องต้นข้าวกินอะไรมาหรือยัง” ขณะพูดก็เบี่ยงหน้าผ่านราวบันไดมองคนที่มีชื่ออยู่ในบทสนทนาไปด้วย เสียงหัวเราะคิกคักจากสามสาวสามวัยที่คุยกันอย่างออกรสทำให้ณัฐกานต์อดยิ้มไม่ได้ “น้องต้นข้าวคะ ไปกินข้าวเป็นเพื่อนแม่จ๋าหน่อยค่ะ”

ร่างบางลุกขึ้นเดินไปหากณิศาตรงระเบียงหลังจากที่ตะโกนนำหน้ามาก่อน หนูน้อยจับมือณัฐกานต์ซึ่งยื่นรออยู่ก่อนแล้ว จากนั้นก็เดินจูงมือกะหนุงกะหนิงเข้าไปในครัวด้วยกัน ความสนิทสนมอย่างรวดเร็วของทั้งสองคนทำให้คุณหรีด คทา และปรียามองหน้ากันโดยมีเครื่องหมายปรัศนีปรากฏบนใบหน้า แต่นั่นยังไม่ประหลาดใจเท่ากับตอนที่เจ้าหญิงของบ้านเรียกแทนตัวเอง

“เขาไปสนิทกันตอนไหนครับแม่ เรียกตัวเองว่าแม่จ๋าเสียขนาดนั้น” คทาพูดขึ้นเป็นคนแรกหลังจากทุกคนเงียบจนได้ยินเสียงลมที่พัดเข้ามา

“นั่นสิ ยายน้ำตาลทำคนแก่งง เมื่อเช้าโวยวายยกใหญ่ว่าไม่อยากเลี้ยงลูกให้ตาต้นกล้า คงไปเจอกันหน้าบ้านนั่นแหละ เห็นเดินเข้ามาพร้อมกันนี่”

“ครับ เห็นว่าน้องต้นข้าวแบ่งขนมให้กิน”

“เห็นแบบนี้แม่ค่อยเบาใจหน่อย จริงไหมแม่พริก” คุณหรีดถามความเห็นจากลูกสะใภ้

“ค่ะแม่ พริกก็เหมือนกันค่ะ” ปรียาตอบเสียงหวานนุ่มเช่นเคย เธอวิตกอยู่ไม่น้อยเพราะเกรงว่าลูกสาวจะเข้ากับกณิศาไม่ได้ แต่สิ่งที่เห็นกับตาในวันนี้ทำให้โล่งเหมือนยกภูเขาลูกหนึ่งออกจากอก ทีนี้ยังเหลือภูเขาอีกลูกซึ่งก็คือพ่อของหนูน้อยกณิศา

“แต่แม่ว่าตามเข้าไปดูหน่อยเถอะตาครก ไม่รู้อยู่กันสองคนแบบนั้นยายน้ำตาลจะตีลูกเขาหรือเปล่า ลูกเจ้ายิ่งไม่ชอบเด็กอยู่ด้วย” แม้เบาใจลงก็จริง ทว่าอีกใจหนึ่งท่านยังกังวลว่าหลานสาวอาจรำคาญในความช่างซักช่างถาม กณิศาสงสัยอะไรมักถามออกมาหมด แถมความลับของคำตอบก็คือคำถามต่อไป

นั่นทำให้ทุกคนในบ้านย้ายตัวเองมาอยู่ในห้องครัว จนห้องทั้งห้องดูเล็กลงไปถนัดตา แล้วภาพที่เห็นตรงหน้าก็ทำเอาฉีกยิ้มกว้าง

“มาแล้วค่ะ ไอติมสีชมพู สีโปรดของน้องต้นข้าว” ณัฐกานต์วางถ้วยไอศกรีมรสสตรอเบอรี่ราดหน้าด้วยซอสช็อกโกแลตลงบนโต๊ะกินข้าวตรงหน้าหนูน้อย แล้วเดินมานั่งเก้าอี้ตัวที่อยู่ติดกัน

“ขอบคุณค่ะ” ดวงตาคู่เล็กมองจ้องถ้วยไอศกรีมขณะพูด ก่อนมือป้อมๆ จะหยิบช้อนตักมันเข้าปาก

“ระวังเลอะนะคะ”

“ทำอะไรกันคะสาวๆ” ปรียาทักขึ้นตอนลูกสาวตักกับข้าวมาไว้ในจาน

มือบางวางช้อนกับส้อมลงข้างจาน แล้วเงยหน้าขึ้นพูดกับผู้มาใหม่

“กะจะชวนน้องต้นข้าวกินข้าวเป็นเพื่อนค่ะ แต่เห็นว่ากินมาเรียบร้อยแล้ว ลูกเห็นในตู้เย็นมีไอติมอยู่ก็เลยตักมาให้นั่งกินเป็นเพื่อนกันค่ะแม่”

“อร่อยไหมคะลูก” ปรียาดึงกระดาษเช็ดปากจากกล่องมาเช็ดคราบไอศกรีมซึ่งติดอยู่ตรงแก้มใส

“อร่อยค่ะ” กณิศาชูมือข้างที่ถือช้อนขึ้นยืนยันในรสชาติของหวานตรงหน้า ร่างเล็กๆ ดิ้นดุ๊กดิ๊กไปมาบนเก้าอี้ตามประสาเด็กที่ได้ลิ้มรสของโปรด

“จ้า น้องต้นข้าวกินให้หมดถ้วยนะคะ” ปรียานั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่ว่างและอยู่ใกล้กับกณิศา เมื่อหนูน้อยก้มหน้าก้มตาทานต่อ เธอจึงพูดกับอีกคน “น้ำตาลกินข้าวต่อเถอะลูก แม่ดูน้องต้นข้าวให้เอง”

“ค่ะแม่ ลูกจะกินให้หมดเลย คิดถึงฝีมือแม่จะแย่” ครั้งสุดท้ายที่ได้ลิ้มชิมรสอาหารฝีมือมารดาคือเมื่อสองเดือนที่แล้ว คราวนั้นพ่อแม่พากันไปเยี่ยมเธอถึงกรุงเทพมหานคร เหตุผลคือทนคิดถึงลูกสาวสุดที่รักไม่ไหว

คทาเลื่อนเก้าอี้ตรงหัวโต๊ะให้คุณหรีด ส่วนตัวเองนั้นยึดเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับปรียาแล้วนั่งมองกณิศาค่อยๆ กินไอศกรีม ความน่ารักทำให้ชายวัยกลางคนเกิดความคิดอยากมีหลานวิ่งเล่นเต็มบ้าน ถึงแม้ไม่ได้เร่งรัดให้ลูกชายลูกสาวเป็นฝั่งเป็นฝา แต่ลึกๆ แล้วคนเป็นพ่ออย่างเขาก็ต้องการอุ้มหลาน ณกรณ์นั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะทำตัวเป็นพวงมาลัยลอยไปลอยมา ปากหวานตาหวานกับผู้หญิงไปทั่วแต่ไม่เห็นจริงจังกับใครสักคน ที่เข้าเค้าหน่อยคงเป็นแม่ค้าขายบัวลอยไข่หวาน

หากอยากอุ้มหลานตัวเล็กๆ ไปอวดเพื่อนในวัยเดียวกัน เขาถามหาจากณัฐกานต์น่าจะง่ายกว่าด้วยซ้ำ ถ้าลูกสาวได้ออกเรือนไปกับเนติพัฒน์ เขาก็เหมือนได้ทั้งลูกเขยและหลานสาวไปพร้อมๆ กัน นี่คงเป็นข้อดีข้อหนึ่งของการมีลูกเขยเป็นพ่อม่ายลูกติด...ยิ่งคิดยิ่งมีความสุข

“หมดแล้วค่า อร่อยอย่างงี้เลยค่ะทวดจ๋า” หนูน้อยชูนิ้วโป้งทั้งสองมือให้ผู้อาวุโสที่สุดดู

“กินน้ำก่อนลูก” คุณหรีดยื่นแก้วน้ำใบเล็กที่มีหูจับให้ ใบหน้าเหี่ยวย่นตามกาลเวลามองผ่านหน้าต่างออกไปด้านนอกตัวบ้าน ถึงเป็นช่วงบ่าย หากแต่ต้นไม้รอบๆ บ้านช่วยพรางแสงจากดวงอาทิตย์ไว้ได้มากพอสมควร “น้องต้นข้าวไปเดินเล่นหน้าบ้านกับทวดไหมลูก”

“ไปค่ะ น้องอยากเดินเล่นกับทวดจ๋า” ยิ้มจนตาหยีเมื่อได้ยินคำว่าเดินเล่น

กณิศาค่อยๆ พาตัวเองลงจากเก้าอี้อย่างทุลักทุเลโดยมีปรียาคอยช่วย พอยืนบนพื้นได้หนูน้อยก็ตรงเข้าจูงมือคุณหรีดแล้วเดินนำออกจากห้องครัวทันที

“แม่กับพ่อตามไปเถอะค่ะ เดี๋ยวตรงนี้น้ำตาลจัดการเอง” หญิงสาวหมายถึงล้างจานที่ตัวเองยังกินข้าวค้างอยู่ รวมทั้งถ้วยไอศกรีมของคนตัวเล็กด้วย

“เสร็จแล้วตามมานะลูก” คทาพูดก่อนเดินออกไปพร้อมกับภรรยา



----------------------------------------------------------

เปิดจองหนังสือ ลูกไม้หล่นไม่ไกลรัก

จองได้ยาวๆ ตั้งแต่วันนี้ - 15 พฤศจิกายน จัดส่งภายในเดือนพฤศจิกายน 2561
ในช่วงเปิดจองราคา 339 บาท จากราคาปก 369  ส่งฟรีลงทะเบียน + พลาสติก (ส่ง EMS เพิ่ม 40 บาท) 
ส่งค่าสินสอดได้ที่  บัญชีชื่อ Waraporn S.

ไทยพาณิชย์ 235-223329-6 / กสิกรไทย 022-1-89084-1 / กรุงไทย 381-0-07445-4
(พร้อมเพย์ทักข้อความนะคะ)
แจ้งโอนได้ที่
1. Fanpage: วรศิษฏ์ / วรศิษฏา           2. E-mail: worasith.dew@gmail.com
ปล. สำหรับท่านที่ต้องการเรื่อง ลงหลักปักรัก ซึ่งเป็นภาคต่อ สามารถสั่งซื้อได้ในราคา 359 บาทค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 80 ครั้ง

0 ความคิดเห็น