ลงหลักปักรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 953,838 Views

  • 2,171 Comments

  • 9,136 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,169

    Overall
    953,838

ตอนที่ 44 : 15 ดวงใจบรมัตถ์ 35%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5337
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    6 พ.ค. 62



15 

ดวงใจบรมัตถ์

หัวเรือใหญ่แห่งวิสกรุ๊ปหงุดหงิดทันทีที่มาถึงหน้าห้องทำงานพี่สาวแล้วพบว่าเจ้าตัวไม่มาทำงาน มีไม่กี่เหตุผลที่ทำให้ผู้หญิงทุ่มเทกับงานอย่างปารมียกเลิกประชุมหารือกับผู้จัดการแต่ละแผนก ทั้งที่ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ซ้ำยังเลื่อนออกไปก่อนแบบไม่มีกำหนด

“เพราะมันอีกแล้วใช่ไหม”

“คือ...” ป้องภัยกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่อยากให้เจ้านายโกรธ แต่ก็ไม่อาจใจร้ายเกินกว่าจะผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับปารมี

เห็นบรมัตถ์กำหมัดจนเส้นเลือดปูด บวกกับใบหน้าโกรธขึ้งดูน่าเกรงขามนี้แล้ว ชายหนุ่มเห็นใจน้องชายขึ้นมาทันที ตัวเขาประจำอยู่วิสกรุ๊ปสำนักงานใหญ่ คอยดูแลความเรียบร้อยตามคำสั่งเจ้านายและเป็นที่ปรึกษาให้ปารมี ในขณะที่กันธรเป็นมือขวาให้บรมัตถ์ เป็นไปได้ว่าเจอความโหดของเจ้านายบ่อยครั้ง

...อาจบ่อยจนนับไม่ถ้วน

“เท่าที่จำได้ นอกจากสั่งเรื่องงาน ฉันขอให้นายดูแลมี่”

“มันเป็นเรื่องส่วนตัวของคุณมี่นะครับ ผมก็เลยคิดว่า...”

“นายคิดเอง ?” บรมัตถ์แทรกขึ้น ความรู้สึกตอนนี้เหมือนถูกหักหลังจากสองคนที่ตัวเองไว้ใจ

“เห็นทีว่าฉันต้องกลับไปคิดใหม่ว่ายังไว้ใจนายได้หรือเปล่า เพราะแค่รายงานว่าวันวันหนึ่งมี่ทำอะไรบ้าง นายยังทำไม่ได้ นับประสาอะไรกับดูแลวิสกรุ๊ป”

“โธ่คุณมัตถ์ ไม่ใช่แบบนั้นเลยครับ” ชายหนุ่มหน้าเจื่อน ตกงานยังพอรับได้ แต่หากบรมัตถ์ตัดขาดใครแล้ว ไม่มีรายไหนที่กลับมามองหน้ากันดีๆ ได้สักคน ดูจากคู่ค้าหลายรายที่โบกมือลากันไปเพราะฝ่ายนั้นเห็นแก่ผลประโยชน์ ไม่มีความจริงใจ

บรมัตถ์ร้องหึเบาๆ ในลำคอ พักหลังยามเขาถามเรื่องปารมี ป้องภัยมักบอกว่างานติดพันจนไม่มีเวลาทำอย่างอื่น เขาชะล่าใจ คิดว่าปารมีตัดใจเรื่องรักครั้งเก่าได้แล้ว ที่ไหนได้ รวมหัวกันปิดบังชัดๆ

“แล้วทำไมคุณมัตถ์มาเร็วจังครับ ไหนว่าอีกสองวัน” ชายหนุ่มใจดีสู้เสือ พูดบ้างยังดีกว่าเงียบแล้วบรรยากาศอึมครึม

“ถ้าบอก คงไม่รู้ว่ามี่ไปหามันอีก”

บอกจบ ร่างสูงก็ก้าวฉับๆ ไปยังลิฟต์โดยสาร กว่าป้องภัยจะตั้งสติได้ เจ้านายก็เดินไปไกลจนต้องวิ่งตาม

“ไปไหนครับคุณมัตถ์”

“ไม่เสือกสักเรื่องคงไม่ตาย”

“อ้าว” ไม่น่ารนหาที่เลยจริงๆ

บรมัตถ์เข้าไปในกระบอกโดยสาร กดปุ่มเปิดค้างไว้แล้วมองลูกน้องด้วยสายตาดุๆ บอกเป็นนัยว่า ห้ามตามมา

“ถ้าคุณมัตถ์ไปดูโรงงาน ให้ผมไปเป็นเพื่อนไหมครับ” ป้องภัยรีบเสนอตัวทั้งที่รู้ว่าอารมณ์เดือดแบบนี้ คนตรงหน้าไม่ได้ไปโรงงานอย่างแน่นอน

“อะไรนักหนาวะ เมียฉันยังไม่จู้จี้เท่านายเลย”

ประตูปิดลง ป้องภัยได้แต่เกาหัวแกรกๆ ขณะมองตัวเลขบนแผงดิจิตอลบ่งบอกว่าเจ้ากระบอกเหล็กลดระดับชั้นลงเรื่อยๆ งงกับเจ้านาย ทว่าก็เห็นใจว่าที่เจ้าสาวของเจ้านายอยู่ไม่น้อย ทนได้หรือถ้าต้องมารองรับอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ จะแต่งงานอยู่แล้ว แต่บรมัตถ์ยังเลือดร้อนไม่เปลี่ยน และมีทีท่าว่าจะหนักกว่าเดิม

“ซวยแล้วละครับคุณซอ”

พี่ชายของกันธรเปรยชื่อว่าที่ภรรยาเจ้านายซึ่งน้องชายเคยเล่าให้ฟัง แต่เหนือฟ้ายังมีฟ้า ป้องภัยไม่รู้เสียแล้วว่าคนที่เขาต้องเห็นใจควรเป็นบรมัตถ์

หาใช่พรรษศิกาไม่...

 

โชคดีเป็นของบรมัตถ์ที่ประตูรั้วบานเล็กของบ้านหลังที่เขาไม่อยากมาเหยียบไม่ได้ล็อกไว้ แต่โชคร้ายเป็นของปารมีที่กำลังจะเจอระเบิดลูกโต จากรั้วบ้านจนถึงตัวบ้าน ชายหนุ่มใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที โทสะพลุ่งพล่านลุกลามเมื่อเห็นว่ารถยนต์พี่สาวจอดนิ่งๆ อยู่ในโรงจอดรถ

ต้องถูกคนบ้านนี้เหยียบย่ำอีกสักกี่ครั้ง ถึงรู้ว่าควรถอย

บรมัตถ์มองไปรอบห้องโถง เคยมาที่นี่อยู่สองสามครั้ง แม้หลังไม่ใหญ่มากแต่ก็มีคนรับใช้หกเจ็ดคน ซึ่งมากกว่าบ้านแม่เขาด้วยซ้ำ แต่น่าแปลกที่วันนี้ตั้งแต่เดินเข้ามายังไม่เห็นใครแม้แต่คนเดียว หรือคุณกรองทองจะล้มบนฟูกจริงอย่างที่ได้ยินมา

ประตูห้องด้านปีกขวาแง้มนิดๆ ดึงดูดให้ฝ่าเท้าใหญ่ก้าวเข้าหา ก่อนเปิดประตูอย่างไม่นึกขออนุญาต ด้วยตระหนักแก่ใจว่าคนบ้านนี้ไม่คู่ควรกับการให้เกียรติใดๆ แล้วภาพที่เห็นก็ทำให้ชายหนุ่มโมโหหนักกว่าเดิม ปารมีกำลังป้อนข้าวให้ชายที่เคยไล่ตัวเองออกจากชีวิตอย่างไม่ดูดำดูดี และหากกีรดิษไม่นั่งอยู่บนรถเข็น เขาคงกระชากคอมันแล้วเล่นงานให้เข้าไปนอนตากแอร์ในโรงพยาบาลสักอาทิตย์

“กลับบ้านเดี๋ยวนี้มี่”

“มัตถ์ !” ปารมีอ้าปากค้าง ช้อนที่ถืออยู่หล่นกระทบพื้นดังกริ๊ง รู้ดีว่ามาถึงขั้นนี้แล้วบรมัตถ์ไม่มีทางปล่อยไปง่ายๆ

“ลุกขึ้น ถ้าไม่อยากให้มันตาย” บรมัตถ์บอกเสียงเฉียบ

ปารมีตัวเกร็งเป็นแท่งหิน หญิงสาวจับมือกีรดิษแน่น รับรู้ถึงแรงบีบตอบ แม้จะเป็นแรงน้อยนิดก็ตาม สายตาของคนที่เธอยังรักหมดหัวใจมองอย่างให้กำลังใจ หญิงสาวเชื่อว่าเขารับรู้ทุกอย่าง เพียงแต่พูดออกมาไม่ได้เท่านั้น เกือบเดือนแล้วที่อดีตสามีอาการดีขึ้นจนแพทย์ลงความเห็นว่านี่คือปาฏิหาริย์ กีรดิษเริ่มตอบสนองได้ดีตามลำดับ ต่อมาก็กินข้าวเคี้ยวข้าวได้ ทำให้เธอมีความหวังว่าอีกไม่นานเขาจะเดินได้ พูดได้ ช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง

เธอรู้...ความลับไม่มีในโลก แต่จะรอให้กีรดิษหายก่อนไม่ได้หรือไร สวรรค์ถึงค่อยอนุญาตให้บรมัตถ์รู้เรื่องที่เธอยังติดต่อกับคนบ้านนี้

“พี่ขอโทษ มัตถ์กลับไปก่อนนะ พี่ยังกลับตอนนี้ไม่ได้ อย่าใจร้ายนักเลย พี่ดิษเขาเป็นแบบนี้ มัตถ์ก็เห็น” เจ็ดโมงเช้าหญิงสาวได้รับโทรศัพท์จากคุณกรองทองว่ากีรดิษตกจากรถเข็น และเพราะบุรุษพยาบาลที่จ้างไว้ลากิจพร้อมกันสองคน เธอจึงรีบบึ่งรถมาด้วยความเร็วที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเท่าไร

ร่างกายกีรดิษไม่มีบาดแผล และหมอที่เธอให้มาตรวจอาการก็บอกว่านี่เป็นสัญญาณดี เพราะการที่ชายหนุ่มตกรถเข็นทั้งที่รถจอดนิ่ง นั่นหมายความว่าก่อนหน้านี้เขาพยายายามเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง

บรมัตถ์เจ็บในอก วันนี้ปารมีมองว่าเขาใจร้าย และอาจไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาทำ แต่ในวันข้างหน้าจะรู้ว่าที่ทำแบบนี้เพื่อปกป้องทั้งนั้น

“มันกับแม่มันเห็นมี่เป็นเศษขยะ ลืมไปแล้วหรือ”

“พี่...”

“รู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังทำร้ายตัวเอง โดยการแบกหัวใจกลับมาให้ไอ้ดิษมันเหยียบซ้ำ” แท้จริงแล้วปารมีไม่ได้ทำร้ายแค่ตัวเองหรอก แต่ยังพ่วงรวมถึงตัวเขาด้วย ไม่มีน้องชายคนไหนทนได้ หากต้องเห็นพี่สาวเจ็บปวดครั้งแล้วครั้งเล่าจากผู้ชายคนเดิม

“พี่รู้ว่าพี่กำลังทำอะไรอยู่”



รูปแบบอีบุ๊กโหลดได้ที่เมพนะคะ 

ส่วนรูปเล่มสั่งได้ทางแฟนเพจหรืออีเมล worasith.dew@gmail.com ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

0 ความคิดเห็น