ลงหลักปักรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 953,827 Views

  • 2,171 Comments

  • 9,137 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,158

    Overall
    953,827

ตอนที่ 31 : 10 ข่าว (ฉาว) ไปไวเหมือนไฟลามทุ่ง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4805
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    16 เม.ย. 62



หลังแยกกับกันธรหน้าเรือนปีกไม้ บรมัตถ์ก็กอดก้อนผ้าขึ้นมาบนห้องนอน ดูๆ ไปเขาเหมือนพวกโรคจิตเข้าไปทุกที อะไรๆ ที่เกี่ยวข้องกับพรรษศิกา หรือแม้แต่ตัวหญิงสาวเอง เขาก็ไม่อยากให้ใครเห็น ไม่อยากให้ใครมอง อยากเก็บไว้กับตัวไม่ให้ห่าง

บรมัตถ์จำภาพหน้าตาเหลอหลาปนตกใจของภูธรและภัสสรตอนเขาออกจากห้องสวีทพร้อมด้วยผ้าปูเตียงได้แม่น ทั้งคู่คงงงว่าเขาติดใจอะไรนักหนา จนถึงขั้นขอซื้อผ้าปูสีขาวที่แสนจะธรรมดา และยังจองห้องสวีทไว้เป็นรายเดือน ห้ามแขกคนไหนมาพักอีกเป็นอันขาด นอกจากตัวเขาเอง

ชายหนุ่มวางก้อนผ้าลงบนเตียงนอนนุ่ม คลี่ออกก็เห็นหยดเลือดสามสี่หยดที่เริ่มเปลี่ยนสีเด่นชัดบนเนื้อผ้า หากเขาไม่เอาติดมือมาด้วย คนมีประสบการณ์อย่างภูธรและภัสสรต้องรู้แน่ๆ ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ต้นเหตุของหยดเลือดนี้คือสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนหวงแหน และเป็นเครื่องยืนยันว่ามีเพียงเขาคนเดียวที่ได้ใกล้ชิดพรรษศิกา

มือหนาสากจากการลุยงานช่วยบิดามาตั้งแต่เด็กบรรจงพับผ้าเปื้อนเลือดได้ทะนุถนอมอย่างไม่น่าเชื่อ จากผ้ายับยู่ที่ม้วนเป็นก้อนกลมๆ กลายมาเป็นผ้าสี่เหลี่ยมพับทบกันหลายครั้ง ชายหนุ่มลูบคางตัวเอง พลางมองรอบห้องเพื่อหาแหล่งหลบซ่อนให้ผ้า สุดท้ายที่คิดว่าน่าจะปลอดภัยสุดก็คือตู้เหล็กตรงมุมห้อง

...เข้าใจความรู้สึกพวกชอบสอยชุดชั้นในสาวจากราวตากผ้าแล้วแอบเอามาซุกไว้ในห้องก็คราวนี้

“ตู้เซฟก็ตู้เซฟวะ”

บรมัตถ์หยิบผ้าที่พับเรียบร้อยไปยังตู้ ใส่รหัสแล้วเปิดออก ด้านในไม่มีอะไรนอกจากธนบัตรสีเทาหลายปึกที่เก็บไว้เผื่อใช้ยามฉุกเฉิน กับนาฬิกาแบรนด์ดังที่สะสมด้วยความชอบส่วนตัว ในตู้ยังมีพื้นที่เหลืออีกมาก

“ไว้ในนี้ป้าพวงเอาไปซักไม่ได้แน่ ปลอดภัย”

ชายหนุ่มวางผ้าลงยังที่ว่างแล้วปิดประตูตู้เซฟไว้ตามเดิม ก่อนจะกลับมานอนแผ่หลาบนเตียง คิดถึงสาวหน้าคมเจ้าของหยดเลือดบนผ้าก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

“ไม่ใช่แค่ผ้าหรอกที่ผมอยากให้มาอยู่ในห้องนี้ ซอก็เตรียมตัวไว้เถอะ ผมไม่ยอมเสียตัวฟรีๆ”

 

เคาน์เตอร์พยาบาลแผนกผู้ป่วยพิเศษอยู่ในบรรยากาศอึมครึม หากก็มีเสียงแจ๋นๆ จากหญิงสาวเพียงคนเดียวดังต่อเนื่องหลายสิบนาทีแล้ว ปาลินนั่งไขว่ห้างบนโต๊ะสี่เหลี่ยมหน้าขาว โดยรอบโต๊ะมีพยาบาลเวรอีกสามคนนั่งอยู่ด้วย บ้างส่ายหัวเอียนๆ บ้างทำหน้าปูเลี่ยนกับแต่ละประโยคบอกเล่าจากปากสาวเปรี้ยวเข็ดฟันสุดในแผนก หรืออาจเปรี้ยวสุดในโรงพยาบาล

“เล่ามาตั้งนาน ไม่มีอารมณ์ร่วมเลยหรือคะ”

“ที่บังคับ เอ๊ย ! เรียกพวกพี่มานี่ ก็เพราะจะพูดเรื่องแค่นี้น่ะหรือ”

“เรื่องแค่นี้ ? พี่ใช้คำว่าเรื่องแค่นี้หรือคะ” ประสาทกันไปหมด ทุกคนมองว่าเรื่องยายซอ...ผู้เป็นที่รักของทุกคนในแผนก ไปนอนกกกอดกับผู้ชายเป็นเรื่องชิลล์

“ถ้าพี่ช่อมาได้ยิน รับรองว่าเธอหูชา”

“พี่ช่อมาเกี่ยวอะไรด้วยคะ”

“ประเด็นแรกคือซอเป็นน้องรักของพี่ช่อ”

จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่ช่อลดา ทว่าพรรษศิกาคือน้องรักของทุกคนในแผนก ต่างจากปาลินที่ทำตัวเป็นแกะดำ ไม่คบค้าสมาคมกับใคร และมักถูกช่อลดาอบรมเรื่องความรับผิดชอบต่อหน้าที่อยู่เนืองๆ หากที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลในสังกัดมหาวิทยาลัย แต่เป็นโรงพยาบาลเอกชนแล้วละก็ ปาลินคงถูกเด้งไปนานแล้วเพราะทำงานไม่คุ้มเงินเดือน

“ส่วนประเด็นที่สองคือเธอเอาเวลาทำงานมานั่งเม้าท์เพื่อน”

“เพื่อนหรือคะ หึ ไม่หรอกค่ะ แค่เรียนพยาบาลรุ่นเดียวกัน”

“อืม พี่เชื่อ ชีวิตนี้เธอคงไม่มีเพื่อน” พยาบาลรุ่นพี่อีกคนพูดบ้าง หญิงสาวจบวิทยาลัยพยาบาลแห่งเดียวกับทั้งปาลินและพรรษศิกา รุ่นห่างกันแค่สองปี รู้แจ้งเห็นจริงว่าอะไรเป็นอะไร ใครดี ใครบ้า “แล้วเรื่องซอก็ด้วย อย่าเที่ยวไปเล่าพร่ำเพรื่อล่ะ”

“ทำไมคะ”

“คนฟังเขาจะหาว่าเธอให้ร้ายซอน่ะสิ” คนรักศักดิ์ศรียิ่งชีพอย่างพรรษศิกาไม่มีทางเสิร์ฟตัวเองเข้าปากผู้ชายรวยๆ เพียงเพราะอยากได้เงินค่าทำขวัญอย่างที่ปาลินบอกแน่ๆ เธอมั่นใจ

รุ่นน้องคนนี้พูดจาอะไร ต้องหักลบออกร้อยละเก้าสิบ ถึงจะเหลือความจริงที่พอจะให้ทำใจเชื่อได้

“เชื่อไม่เชื่อ อีกหน่อยก็รู้ค่ะ” ปาลินกอดอกแล้วสะบัดหน้าค้อนขวับ ก่อนจะเชิดหน้าตามเดิม

“หมายถึงอะไร”

“ก่อนมาทำงาน หลินไปหาเพื่อนที่ตึกผู้ป่วยนอกมาค่ะ เดินมาเรื่อยๆ จนถึงผู้ป่วยใน พอดีเพื่อนเยอะ รุ่นพี่เยอะ รุ่นน้องเยอะ และก็นานๆ จะได้เจอกันทีน่ะค่ะ แต่ละคนถามหาซอ คิดถึงซอกันทั้งนั้น หลินก็เลย...”

“ก็เลยอะไร” รุ่นพี่พยาบาลรบเร้าคนเล่นตัว เริ่มกังวลว่าปาลินจะก่อเรื่องอีกแล้ว

“ก็เลยอัพเดตข่าวคราวให้พวกเขาฟังไงคะ”

“ข่าวคราวอะไร ตอบให้เคลียร์”

“ก็เหมือนที่บอกพวกพี่แหละค่ะ”

“หลิน ! / ยายหลิน ! / ปาลิน !

พยาบาลสามคนร้องขึ้นพร้อมกัน พวกเธอสนิทกับพรรษศิกา รู้จักนิสัยน้องดี หากหูเบาเชื่อปาลินทั้งหมดก็ถือว่าเสียชาติเกิด แต่คนอื่นที่ไม่ได้สนิทเล่า จะเอนมาทางฝั่งพรรษศิกาสักกี่องศากันเชียว เรื่องชู้สาวแบบนี้ใครได้ยินก็ต้องคิดต้องมองแง่ลบก่อนอยู่แล้ว แถมผู้ชายที่เป็นประเด็นยังเป็นพี่ชายคนไข้ ดีกรีผู้บริหารหน้าตาดีมีฐานะที่พยาบาลกว่าครึ่งโรงพยาบาลรู้จัก รวมทั้งยังมองตามตาเยิ้มทุกครั้งที่เขามาเยี่ยมน้องสาว

“ตกใจอะไรกันคะ”

“ปากเธอนี่นะ”

“ทำไมคะ หรือปากซีดไป” นิ้วเรียวยกขึ้นแตะริมฝีปาก เสียดายที่กระเป๋าถืออยู่ไกล ไม่อย่างนั้นจะหยิบกระจกมาส่องตรวจเช็กความสวยสักหน่อย “หลินไปเติมลิปเพิ่มดีกว่า”

“พี่ไม่ได้หมายความว่าเธอปากซีด แต่หมายถึงปากเธอน่ะ...เหมือนโทรโข่ง โพนทะนาไปทั่ว แถมยังเป็นเรื่องมั่วๆ ซั่วๆ”

“หลินพูดเรื่องจริง ทำไมทุกคนถึงหาว่าหลินโกหก” ปาลินเก็บอาการโกรธไว้เต็มพิกัด “ก็ได้ค่ะ คำพูดปรุงแต่งกันได้ แต่รอยแดงๆ บนคอน้องซอคนดีของพี่ๆ ปกปิดไม่ได้แน่นอน หลักฐานออกจะชัดเจน ซอไม่ได้ใสๆ หรอกนะคะ”

“ทำอะไรไม่คิด ตั้งแต่สมัยเรียนจนถึงตอนนี้ เมื่อก่อนพี่คิดว่าเป็นเพราะวัยวุฒิ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่”

“ใช่ค่ะ ซอน่ะทำอะไรไม่คิด”

“พี่หมายถึงเธอ ไม่ใช่ซอ”

บรรยากาศภายในห้องเริ่มคุกรุ่น ปาลินหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อรุ่นพี่ทั้งสามคนพากันมองเสมือนเธอฆ่าคนตายมาอย่างนั้น หญิงสาวทิ้งลายสาวมั่น วันเดียวเธอเจอสายตาดุๆ โหดๆ ถึงสี่คู่ หนึ่งคู่คือของบรมัตถ์ ส่วนอีกสามก็ที่กำลังเผชิญอยู่ คราวนี้พวกพี่ๆ คงโกรธจริงจัง

“จะให้ทำยังไง ก็หลินบอกไปหมดแล้ว” ใบหน้าเฉี่ยวก้มงุด

“เรื่องนินทากาเลคนชอบนักละ ป่านนี้ไม่ฟุ้งไปทั่วโรงพยาบาลแล้วหรือ แต่ก่อนจะแก้ข่าว เธอต้องขอโทษซอเขาด้วย กล้าทำก็ต้องกล้ารับ”

แม้จะกลัวพี่ๆ มากแค่ไหน แต่เมื่อถูกบังคับให้ไปขอโทษพรรษศิกา ปาลินกลับไม่อยากทำ หญิงสาวหายใจฟึดฟัด กำหมัดแน่นจนเล็บแทบหัก

...ให้ทำกับข้าวเลี้ยงคนทั้งโรงพยาบาล หรืองดทาลิปสติกไปหนึ่งเดือน ยังตัดสินใจง่ายกว่าพูดขอโทษแม่นั่นเสียอีก

 

วันนี้พรรษศิการู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนดังอย่างไรอย่างนั้น ตั้งแต่เข้ามาในอาคาร ขึ้นลิฟต์โดยสาร จนกระทั่งมาถึงแผนกผู้ป่วยพิเศษ มีแต่คนรู้จักเข้ามาทักทาย ทั้งพยาบาล ทั้งเจ้าหน้าที่ หากแต่คำทักดูจะแปลกกว่าทุกวัน แถมบางประโยคก็หาความจริงใจไม่เจอ

อดทนหน่อยนะซอ เราเป็นผู้หญิง ยังไงก็เสียเปรียบอยู่วันยังค่ำ

ซอจะแจ้งความไหม

เขาหลอกล่อซอไปใช่ไหม อย่าไปยอมนะ ต้องเรียกคืนให้หนักๆ

แล้วจะเป็นพยาบาลต่อหรือเปล่า หรือลาออกไปอยู่กับคุณมัตถ์เลย

ดังใหญ่แล้วนะ เลือกของดีเสียด้วย

เขาให้มาเยอะหรือเปล่า ตั้งตัวได้เลยละสิ

แค่นี้ก็พอเดาได้แล้วว่าปาลินประชาสัมพันธ์เรื่องบรมัตถ์กับเธอไปเรียบร้อย และคงใส่ไข่ ใส่หมู ใส่ลูกชิ้น เติมผักไปไม่น้อยเลย แม้แต่อาจารย์หมอซึ่งประจำอยู่แผนกศัลยกรรมที่เมื่อครู่เกาะเจ้ากระบอกเหล็กขึ้นมาด้วยกัน ก็ยังพูดกับเธอเรื่องนี้

อาจารย์คิดว่าซอรู้ดีว่าต้องจัดการกับเรื่องนี้ยังไง แต่ถ้าเขาจะมาอยู่กับเราจริงๆ ก็ต้องให้เขาอยู่นะ ถึงจะเกิดจากความไม่ตั้งใจก็เถอะ เด็กไม่มีความผิดอะไร อย่าทำลายเขา อาจารย์ขอแค่นี้ ซอให้ได้หรือเปล่า

ยิ่งคิดพรรษศิกาก็ยิ่งปวดหัว ข่าวนี้ดังเกินกว่าที่คาดไว้มาก ปาลินเล่าอะไรไปบ้างก็สุดรู้ แล้วที่อาจารย์หมอพูดถึงเด็ก ท่านหมายถึงเด็กที่อาจเกิดมาจากความผิดพลาดสินะ

เด็กอะไรกันล่ะ ไม่มีทั้งนั้น ไม่ว่าตอนนี้หรือตอนไหน มีแต่คนแก่ตัณหากลับ ที่เมื่อคืนมองเธอเป็นวัตถุระบายความใคร่ !!!

 



รูปแบบอีบุ๊กโหลดได้ที่เมพนะคะ 

ส่วนรูปเล่มสั่งได้ทางแฟนเพจหรืออีเมล worasith.dew@gmail.com ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #2147 Kwanta Lorliam (@kwantal) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 09:18

    น่าน คืนเดียวพูดถึงเด็กแล้ว

    #2147
    0
  2. #2108 sky:) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 10:00

    มาอัพต่อไวๆนะคะ ไรท์ รอต่อไม่ไหวแล้วน้าาาา~~

    #2108
    0
  3. #2050 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 23:30
    เมื่อไหร่พี่มี่จะรักตัวเองให้มากกว่ารักคนที่เค้าไม่ได้รักเรา
    #2050
    0
  4. #410 Kann4455 (@Kann4455) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 06:06
    ชอบนางเอกแบบนี้มีว๊าก
    #410
    0
  5. #409 KAN (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 05:23
    กรี๊ดดดดดด...ดัง ๆ เลยค่ะไรท์ "ไม่ให้อยู่เป็นเพื่อน ...งั้นอยู่เป็นผัว" วลีเด็ดลุงมัตถ์ 55
    #409
    0