ลงหลักปักรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 955,071 Views

  • 2,172 Comments

  • 9,132 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,402

    Overall
    955,071

ตอนที่ 18 : 6 ริมฝีปากนุ่มๆ...รสส้ม 70%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5608
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    10 มี.ค. 62




“หนุ่มๆ ของฉันมีแค่น้องต้นไม้ค่ะ รายนั้นงอนฉันอยู่เหมือนกันที่ไม่ไปหาตามนัด” กว่าจะอธิบายให้ฟังจนเข้าใจว่าเธอต้องทำงาน ไม่สามารถไปหาเมื่อวันศุกร์ที่แล้วได้ ก็เล่นเอาเหนื่อย “แต่ตอนนี้หายงอนแล้วละค่ะ”

“ต้นไม้เป็นญาติฝั่งไหนของคุณหรือ” นักธุรกิจหนุ่มรอฟังคำตอบ ทว่าได้กลับมาเพียงรอยยิ้มพิมพ์ใจ “ผมคงถามมากเกินไป”

“ไม่ได้เป็นญาติอะไรกันเลยค่ะ พ่อน้องต้นไม้เป็นเจ้านายหน่วย EOD[1] ที่พ่อฉันประจำอยู่ค่ะ พ่อเป็นตำรวจตระเวนชายแดน เมื่อก่อนพวกเราอยู่บ้านพักใกล้ๆ กัน น้องต้นข้าว พี่สาวของน้องต้นไม้น่ะค่ะ ฉันเล่นด้วยมาตั้งแต่ยังเด็ก”

“ต้นไม้ ต้นข้าว แล้วมีต้นอะไรอีกหรือเปล่า”

“มีน้องต้นเข็มอีกคนค่ะ เป็นคนกลาง”

“สามคนพี่น้อง เหมือนกันกับผม ไม่เหงา แต่ก็ปวดหัวได้โล่ คุณเคยบอกว่าคุณเป็นลูกคนเดียว เหงาบ้างไหม”

“มีบ้าง แต่ไม่มากเท่าไร ฉันโตในบ้านพักข้าราชการ เพื่อนเล่นเยอะแยะ แต่เป็นเด็กผู้ชายทุกคนค่ะ มีฉันเป็นผู้หญิงคนเดียว จะเล่นกันทีก็โปลิสจับขโมย หรือไม่ก็อะไรผาดโผนที่เด็กผู้ชายเขาเล่นกัน น้องต้นข้าวเป็นเพื่อนเล่นผู้หญิงคนแรกของฉัน” พูดเรื่องอดีตแล้วก็คิดถึงช่วงเวลานั้นขึ้นมา เพื่อนผู้ชายวัยเดียวกันกับเธอแยกย้ายไปมีชีวิตของตัวเองกันหมดแล้ว เป็นอาจารย์บ้าง ตำรวจบ้าง พนักงานบริษัทเอกชน หรือมีกิจการเป็นของตัวเองก็มี

“คุณกับต้นข้าวอายุไล่ๆ กันหรือ”

“เพื่อนเล่นต่างวัยน่ะค่ะ เราห่างกันเกือบสิบสี่ปี เด็กๆ แก๊งสามต้น ฉันเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ทุกต้นค่ะ เหมือนเป็นน้องแท้ๆ ของตัวเองเลย” เรื่องส่วนตัวแบบนี้ทำไมเธอจะต้องบอกละเอียดยิบก็ไม่รู้ แต่เอาเถอะ ไหนๆ เขาก็เคยเจอกับตราพฤกษ์ และเล่าเรื่องส่วนตัวให้เธอฟัง ก็ถือว่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตก็แล้วกัน

บรมัตถ์พยักหน้า จากที่เคยเห็นพรรษศิกาผลัดกันหอมแก้มกับตราพฤกษ์ เขาเชื่อเต็มร้อยว่ารักกันจริงๆ กับอีกสองต้นก็คงเหมือนกัน

“ในชีวิต ฉันรู้จักใครไม่เยอะหรอกค่ะ ไม่มีญาติที่ไหนด้วย แม่เสียไปนานมากแล้ว ส่วนพ่อเสียตอนฉันเข้าเรียนวิทยาลัยพยาบาลค่ะ”

ชายหนุ่มฟังอย่างตั้งใจ เธออยู่ด้วยตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อย ถึงได้ดูแกร่งและไม่กลัวใคร

“พื้นที่ชีวิตของฉันไม่กว้างเลย ออกจะแคบกว่าเพื่อนคนอื่นด้วยซ้ำ เมื่อก่อนเป็นแบบนั้น ตอนนี้ก็เหมือนกัน ชีวิตฉันมีแค่ทำงานที่รัก วันไหนไม่มีเวรก็อ่านหนังสือเล่นที่ห้อง ฉันมีครอบครัวของน้องต้นไม้ที่ดีกับฉัน แต่คุณรู้ไหมคะ ฉัน...กลับมีความสุขในพื้นที่เล็กๆ นี้”

“ต่างกับผม พื้นที่ชีวิตผมกว้างมาก กว้างจนรู้สึกว่ามากเกินไป” กว้างหลายพันตารางกิโลเมตร แต่เขาไม่รู้จักมันดีแม้แต่ตารางนิ้วเดียว

“แต่คุณก็ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานนี่คะ”

“เป็นครั้งแรก ที่ผมเห็นคุณมองโลกในแง่ดี” ชายหนุ่มปรบมือให้

“คุณมัตถ์ !” เขาก็ยังคงเป็นเขาสิน่า จะดีอยู่แล้วเชียว พังอีกจนได้ “เราจะพูดดีๆ กันสักวันไม่ได้เลยหรือไงคะ”

“ตกลง ผมจะเลิกกวนตีนคุณหนึ่งวัน” มือหนาสองข้างถูกัน หนึ่งวันไม่ยาวนานนักหรอก “เล่าต่อสิ ตอนที่คุณเริ่มเรียนพยาบาล”

“อืม ฉันพักที่หอพักของวิทยาลัยค่ะ แต่วันเสาร์อาทิตย์และก็ช่วงปิดเทอมฉันไปช่วยเลี้ยงเด็กๆ คุณย่าของน้องต้นไม้ท่าน...เมตตาฉันมาก ทุกคนในครอบครัวนี้ดีกับฉัน”

“คุณก็เลยไม่โดดเดี่ยว” น้ำเสียงสั่นๆ ของพรรษศิกายามเอ่ยถึงครอบครัวน้องต้นไม้เปี่ยมไปด้วยความเคารพนับถือ หญิงสาวคือคนหนึ่งที่ยืนยันกับเขาได้ว่าแม้ครอบครัวไม่สมบูรณ์ก็ไม่ได้หมายความว่าเส้นทางชีวิตจะถูกปิดตาย

“ค่ะ อยู่กับเด็กๆ ก็ดีหลายอย่าง ฉันไม่เครียด หายเหนื่อย และก็รู้สึกว่าตัวเองเด็กลง”

“งั้นผมคงแก่ อยู่แต่กับงาน”

“ไม่แก่หรอกค่ะ คุณน่าจะอายุมากกว่าฉันสัก...” พรรษศิกาลากเสียงยาวยามครุ่นคิด จ้อง คนไม่แก่อย่างประเมินอายุ

“สามสิบห้า เรียกว่าแก่หรือเปล่า” ชายหนุ่มขยับใกล้ขึ้น

“เอ่อ...” สาวใต้ตาคมหายใจไม่ทั่วท้อง ใบหน้าหวานซ่านแดง ถามแค่นี้ทำไมต้องนั่งเบียดกันด้วย

“หืม ผมแก่กว่าคุณกี่ปี”

หญิงสาวผู้ที่ไม่เคยใกล้ชิดชายใดนอกจากบิดาและเด็กชายตราพฤกษ์เริ่มทำตัวไม่ถูก

“คือ ฉันว่าคุณ...” แย่แน่ๆ เธอขยับตัวไม่ได้เสียแล้ว แล้วสายตาละลายใจนั่นอีก โอ๊ย ซอเอ๊ย ! “คุณมัตถ์ไม่แก่ค่ะ สามสิบห้ากำลังดี”

“อะไรกำลังดี”

“หมะ...หมายถึงทุกอย่างในชีวิตน่ะค่ะ หน้าที่การงานกำลังดี เจอโลกมาในเวลาที่กำลังดี”

“แสดงว่าสำหรับคุณ...ผมไม่แก่เกินไป” บรมัตถ์เลื่อนหน้าเข้าใกล้ใบหน้าหวานซึ้ง มองไปมองมา คุณพยาบาลซอก็...น่ารักดี

สายตาสองคู่สบกันราวต้องมนตร์ เหมือนแม่เหล็กคนละขั้วที่ดึงดูดเข้าหากัน ระยะห่างหนึ่งคืบเริ่มหดสั้นลง คำว่า คู่อริถูกวางลงบนพื้นใกล้โซฟา เหลือเพียงบางอย่างที่ทั้งคู่ไม่รู้เช่นกันว่าควรเรียกเช่นไร คนหนึ่งค่อยๆ หลับตาลงด้วยรู้สึกว่าเปลือกตาหนักเหลือแสน ส่วนอีกคนมองกลีบปากบางฉ่ำวาวแน่นิ่ง ก่อนจะเคลื่อนริมฝีปากตัวเองเข้าใกล้เรื่อยๆ...จนแตะกันในที่สุด

ตัวปลิว ไร้น้ำหนัก ร่างลอยละล่องในอวกาศ พรรษศิกาเป็นเช่นนั้นในตอนนี้ แม้เขาจะไม่รุกล้ำมากกว่าแตะนิ่งๆ แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าตนกับบรมัตถ์กำลังจูบกันอยู่ จูบโดยที่มือเธอไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะยกขึ้นผลักไส

อาการไม่ต่อต้านทำให้นักธุรกิจหนุ่มได้ใจ ก่อนหน้าเขาเคยคิดว่าตนชอบความเร่าร้อน เผ็ดซาบซ่าน แต่นั่นเป็นความเข้าใจผิดมหันต์ ริมฝีปากนุ่มๆ เหมือนซอฟต์เค้กเช่นนี้สิถูกปากมากกว่า แถมลิปกลอสยังมีกลิ่นผลไม้อ่อนๆ

กลิ่นส้ม รสส้ม

เวลาผ่านไปเท่าไรพรรษศิกาไม่อาจทราบได้ หญิงสาวรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนกลีบปากถูกปลดปล่อยจากพันธนาการ รังสีแห่งความเงียบแผ่กระจายทั่วทุกอณูบริเวณห้องพักผู้ป่วยพิเศษ บรมัตถ์ผละออกแล้วนั่งพิงพนักโซฟาตามเดิม กลบเกลื่อนความต้องการที่มากกว่าการได้จูบหวานๆ ด้วยการตีหน้าขรึม

ผมขอโทษ

คะ ?”

ขอโทษที่จูบคุณ บรรยากาศมันพาไป

พยาบาลสาวหน้าชายิ่งกว่าถูกน้ำเย็นเฉียบอุณหภูมิศูนย์องศาเซลเซียสสาดเข้าหน้าเป็นถังใหญ่ ที่เขาจูบเธอเพราะ ‘บรรยากาศพาไป’ อย่างนั้นหรอกหรือ

มันจะไม่เกิดขึ้นอีกไม่เกิดขึ้นอีก เหอะ ! พูดฝืนความต้องการตัวเองชะมัด

ค่ะ มันจะไม่เกิดขึ้นอีกหญิงสาวก้มหน้าตอบ แล้วพาร่างกายอันมีเรี่ยวแรงน้อยนิดมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงมงกุฎมุก เธอไม่อยากเห็นหน้าเขาในตอนนี้

คุณนอนบนโซฟานี่เถอะ คืนนี้ผมจะลงไปนอนในรถ ฝากดูแลมุกด้วย

พรรษศิกาได้ยินเสียงรองเท้ากระทบพื้น ก่อนตามมาด้วยเสียงเปิดและปิดประตูห้อง ใบหน้าหวานคมหันมองประตูด้วยความรู้สึกแปลกๆ เขาไม่ได้ออกไปเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่หอบเอาความมั่นใจประดามีของเธอออกไปด้วย หากต้องเจอกันอีกครั้ง เธอจะมองหน้าเขาได้อย่างไร

แล้วถ้าเขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...เธอจะทนได้หรือ



[1] EOD ย่อมาจาก Explosive Ordnance Disposal หรือเจ้าหน้าที่หน่วยทำลายวัตถุระเบิด ในกรณีความสงบในจังหวัดชายแดนใต้ เราจะได้ข่าวการวางระเบิดอยู่ตลอดเวลา ระเบิดที่ไม่ทำงานหรือยังไม่ระเบิดก็จะเป็นหน้าที่ของหน่วย EOD ที่จะเข้าไปเก็บกู้และทำลายระเบิดเหล่านั้น ปรัชญา 4 ข้อที่เป็นหัวใจของนักเก็บกู้ระเบิด คือชีวิตต้องปลอดภัย ทั้งชีวิตผู้เก็บกู้ระเบิดและชีวิตของประชาชน ทรัพย์สินต้องไม่เสียหาย วัตถุพยานต้องสมบูรณ์พอที่จะดำเนินคดีคนร้ายได้ และชุมชนต้องดำเนินชีวิตเป็นปกติ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #2134 Kwanta Lorliam (@kwantal) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 08:21

    ความผูกพันเริ่มมีแล้วซินะ

    #2134
    0
  2. #2037 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 15:54
    สิจ๊ะมองโลกแง่ดีเกินไปนะ แบบแรกที่คิดอ่ะมันใช่เลย
    #2037
    0
  3. #169 Bowjung (@thegrift) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 19:54
    ทำ ebook ด้วยนะคะๆๆๆ น้าๆๆๆ ได้โปรดๆๆๆ
    #169
    1