ตอนที่ 12 : 4 คู่อริอย่างเป็นทางการ 70%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4334
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    2 มี.ค. 62




“คุณพยาบาลซอ”

“คะ”

พรรษศิกาขานตอบคนที่กำลังจ้องตนอยู่ ขณะมือยังง่วนกับการเปลี่ยนขวดน้ำเกลือขวดใหม่หลังขวดเก่าหมดไปแล้ว หวังว่านี่จะเป็นขวดสุดท้าย

“เมื่อไรหมอจะให้เราออกจากโรงพยาบาลเสียที เบื่อจะแย่”

“ก็คงเป็นตอนที่คุณมุกพักผ่อนเพียงพอ ไม่อ่านหนังสือจนปวดหัวมั้งคะ” จริงๆ แล้ว ความผิดส่วนหนึ่งก็มาจากเธอ ถ้าใจแข็งสักนิดคงพอจะห้ามปรามคนป่วยได้บ้าง แต่เพราะเคยผ่านช่วงเวลาของการอ่านหนังสือสอบมาก่อน จึงเข้าใจว่าเวลาที่ได้อ่านทบทวนมีค่ายิ่งกว่าทองคำ

“ก็อีกสองวันเรามีสอบนี่นา”

“งั้นก็ต้องพักผ่อนเยอะๆ ค่ะ อาการดีขึ้นจะได้ไปสอบพร้อมๆ กับเพื่อน” พยาบาลสาวบอกพลางเก็บบรรดาเอกสารประกอบการเรียนไปวางบนหัวเตียง เป็นการบอกคนดื้อกลายๆ ว่าควรนอนได้แล้ว

“เบื่อ !”

“เบื่ออะไรคะ”

“เหลืออีกแค่เทอมเดียวก็จบ แต่เราเบื่อบ้าน ไม่อยากกลับบ้าน อยากอยู่ที่นี่ไปนานๆ”

พรรษศิกายิ้มให้คนที่ก้มหน้ามองหลังมือตัวเอง ทว่าก่อนหน้าที่มงกุฎมุกจะก้มลงไปนั้นเธอกลับเห็นดวงตาแสนเศร้าคลอหยาดน้ำ เธอไม่รู้ปูมหลังมากนัก รู้เพียงแต่ว่าหญิงสาวชอบทำตัวติดดินทั้งที่ทางบ้านมีฐานะร่ำรวย มีพี่ชายกับพี่สาวอย่างละคน และพ่อแม่แยกทางกัน ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมมงกุฎมุกไม่อยากกลับบ้านนั้น เธอไม่คิดนำมาตั้งคำถามเพราะอาจเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเกินไป

“ถ้าอีกสองวันคุณมุกมีสอบ พี่จะพาไปค่ะ สอบเสร็จแล้วค่อยกลับมานอนที่นี่”

“จริงๆ นะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นยิ้มให้ สดใสขึ้นมาทันทีที่รู้ว่าไม่ต้องทำเรื่องยื่นคำร้องขอสอบล่าช้า

“จริงค่ะ”

“ความจริงแล้ว เราไม่ค่อยจะลงรอยกับพวกพยาบาลเท่าไรหรอก มีความทรงจำโคตรแย่กับคนที่เป็นพยาบาลน่ะ”

ถึงว่าละ เท่าที่ดูแลกันมาถึงเห็นว่ามงกุฎมุกต่อต้านพยาบาลทุกคน หากแต่ไม่เป็นเช่นนี้กับแพทย์และเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ

“กับคุณพยาบาลซอเราอ่อนให้เยอะแล้วนะ คงดีกว่านี้ถ้าคุณพยาบาลซอเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่ใช่พยาบาลเหมือนใครบางคนที่เราเกลียดจนอยากเผาพริกเผาเกลือ แต่ช่างมันเถอะ เป็นพยาบาลไปแล้วนี่”

“นั่นน่ะสิคะ”

สองสาวหัวเราะขึ้นพร้อมกัน มงกุฎมุกดูผ่อนคลายลงมากนับจากวันแรกที่ได้เข้ามาอยู่ห้องผู้ป่วยพิเศษ ในขณะที่พรรษศิกาบอกได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าผู้หญิงตรงหน้าเธอตอนนี้น่ารักกว่าผู้หญิงที่ชอบเหวี่ยงวีนเป็นไหนๆ

โทรศัพท์ที่วางไว้บนโต๊ะข้างเตียงดังขึ้น มงกุฎมุกหุบยิ้มลงฉับ คาดว่าคนที่โทรเข้ามาคือพี่ชายแน่แล้ว ทว่าเมื่อเอื้อมมือไปหยิบกลับต้องหน้าซืดเผือด ไม่เคยบันทึกชื่อไว้ แต่หมายเลขที่โชว์อยู่นั้นเธอจำขึ้นใจ

“พ่อ...”

มงกุฎมุกกัดริมฝีปากตัวเองแล้วหันสบตาพยาบาลพิเศษราวขอความเห็น พรรษศิกาทำเพียงยิ้มให้ ด้วยประสบการณ์จากหนก่อนบอกเธอว่าการคุยทางโทรศัพท์ของมงกุฎมุกกับครอบครัวจบลงแบบไม่สวยเท่าไร คนบนเตียงมีท่าทีลังเลอย่างเห็นได้ชัด เครื่องมือสื่อสารรุ่นใหม่ล่าสุดในมือยังคงส่งเสียงดังท่ามกลางบรรยากาศในห้องที่เงียบกริบ มีเพียงสองตัวเลือกเท่านั้นคือรับกับไม่รับ

นานเท่าไรแล้วที่เธอไม่ได้ยินเสียงพ่อ...หรือพ่อจะรู้ว่าเธอไม่สบายเลยโทรมาถามไถ่

ใบหน้าเกลี้ยงเกลาเริ่มซับสีเลือด รอยยิ้มผุดขึ้นถึงดวงตา คงเป็นปกติของมนุษย์ที่เมื่อไม่สบายก็อยากให้คนที่ตัวเองรักมากที่สุดมาดูแล แม้แต่ได้ยินเสียงเพียงนิดก็ชุ่มชื่นหัวใจ หากแต่โอกาสกลับหลุดลอยเมื่อเสียงเรียกเข้าหยุดลงไปเสียเอง

“เอ่อ พี่ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ เชิญคุณมุกตามสบายค่ะ” เพราะรู้ว่าหากยังยืนอยู่ตรงนี้ มงกุฎมุกจะต้องไม่กล้าติดต่อกลับไปหาบิดาแน่ๆ หญิงสาวจึงเลี่ยงออกมาด้านนอก

กว่าสิบนาทีที่มงกุฎมุกลูบเครื่องมือสื่อสารไปมา หากโทรไปแล้วจะเริ่มต้นพูดกับพ่ออย่างไรดี ถามสารทุกข์สุกดิบ บอกว่าคิดถึง หรือบอกเรื่องอาการของเธอก่อนดี หญิงสาวกดโทรออกแล้วแนบโทรศัพท์เคลื่อนที่กับใบหู หัวใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ เหมือนจะเด้งออกมาจนต้องยกมือแนบวัดอัตราการเต้นอย่างคร่าวๆ

“สวัสดีค่ะ”

มงกุฎมุกแทบหยุดหายใจ ไม่ใช่เสียงพ่อ หากแต่เป็นเสียงผู้หญิง เสียงที่เธอจำได้แม่นแม้จะเคยได้ยินเพียงไม่กี่ครั้งก็ตามเมียใหม่ของพ่อ ผู้หญิงหน้าด้านที่แย่งพ่อไปจากแม่ได้อย่างไม่กลัวหนามต้นงิ้ว

“น้องมุกรอแป๊บหนึ่งนะคะ คุณพ่อลงไปข้างล่างค่ะ เดี๋ยวพี่ไปเรียกให้”

หญิงสาวชาไปทั้งตัว น้ำใสๆ ไหลลงอาบใบหน้าราวตะพังน้ำทะลัก ริมฝีปากจิ้มลิ้มถูกเจ้าตัวกัดจนเลือดซึม

“น้องมุกคะ น้องมุก...ได้ยินไหมคะ”

คนใจร้าวกดตัดสายแล้วปิดเครื่องหนีทันที พ่อโทรมาหาเพราะต้องการจะบอกเธอว่าท่านมีความสุขกับชีวิตใหม่อย่างนั้นหรือ พ่อไม่เคยรัก ไม่เคยคิดถึงอย่างที่เธอระลึกถึงท่านตลอดเวลา

ก้อนระทมถูกกลืนลงคออย่างยากลำบาก น้ำตายังคงไหลไม่มีหยุดนิ่ง เสียงสะอื้นไห้ออกมาอย่างไม่ต้องอายใครเนื่องจากตนเป็นคนเดียวในห้องนี้ สายตาแสนเจ็บปวดมองเข็มที่ปักบนหลังมือ เมื่อสติสัมปชัญญะถูกแทนที่ด้วยสติสิ้นคิด มืออีกข้างจึงค่อยๆ เลื่อนเข็มน้ำเกลือออกจากเส้นเลือดทีละนิด เลือดแดงฉานเริ่มไหลนองเสื้อผ้า ลามไปถึงผ้าปูเตียงสีขาวพิมพ์ชื่อโรงพยาบาล หญิงสาวผู้คิดว่าตัวเองหมดสิ้นทุกอย่างมองมันด้วยสายตาว่างเปล่า

...หากวันนี้เธอหายไปจากโลก คงไม่มีใครเสียน้ำตา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #2128 Kwanta Lorliam (@kwantal) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 07:48

    เอาอีแล้วยัยมุก อย่างนี้ตลอด

    #2128
    0
  2. #2031 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 15:03
    ทุกคนต่างมีที่มาและการเลี้ยงดูไม่เหมือนกัน แต่กลับเข้ากันได้
    #2031
    0
  3. #98 bailiu (@bailiu) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 21:45
    สุขสันต์วันเกิดล่วงหน้าเลยนะคะ ขอให้มีความสุขสมหวังกับสิ่งที่ปรารถนานะคะ
    #98
    1
    • #98-1 ว ร ศิ ษ ฏ์ (@worasith) (จากตอนที่ 12)
      2 มกราคม 2560 / 21:52
      ขอบคุณมากค่ะ สวัสดีปีใหม่ค่ะ ^ ^
      #98-1