ลงหลักปักรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 953,843 Views

  • 2,171 Comments

  • 9,136 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,174

    Overall
    953,843

ตอนที่ 1 : อารัมภบท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9032
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 112 ครั้ง
    16 ก.พ. 62




อารัมภบท

ภายในห้องพักผู้ป่วยพิเศษของโรงพยาบาลแทบลุกเป็นไฟ เมื่อสองพี่น้องต่างทำสงครามทางสายตาหลังจากที่ทะเลาะกันมาแล้วเกือบครึ่งชั่วโมง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของคนเป็นน้องสาวแสดงออกถึงความผิดหวังปนน้อยใจ หากแต่สิ่งที่มีเหนือสิ่งอื่นใดคือความโกรธอันฉายชัด ในขณะที่ดวงตาสีนิลของผู้เป็นพี่ชายนั้นบ่งบอกว่าระอากับนิสัยเด็กๆ แบบนี้เต็มที

“จะไปลาออกเองหรือต้องให้ถึงมือพี่”

ความเงียบทั้งหมดทั้งมวลถูกทำลายด้วยประโยคหนักแน่นจากปากชายหนุ่มที่ยืนกอดอกหน้าขรึมข้างเตียงผู้ป่วย เปลือกตาหนาแทบไม่กะพริบด้วยซ้ำ

“ไม่ ! พี่มัตถ์จะทำแบบนี้กับมุกไม่ได้”

มือซึ่งมีเข็มน้ำเกลือปักไว้ของคนพูดกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดบนหลังมือปูดโปน น่ากลัวว่าเข็มที่ปักอยู่นั้นจะกระเด็นกระดอนออกมานัก

“พี่เป็นพี่ของเรา ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ สภาพดูไม่ได้ขนาดนี้ถ้าขืนปล่อยให้อยู่ที่นี่ต่อคงไม่มีทางหาย”

“พี่มัตถ์จะมารู้ดีกว่าหมอ รู้ดีกว่ามุกได้ยังไง มุกรู้ว่าตัวเองเป็นยังไง ไหวหรือไม่ไหว”

“แล้วเป็นยังไงล่ะ หืม” บรมัตถ์มองแขนขาน้องสาวที่มีบาดแผลถลอกปอกเปิกถูกทาทับด้วยยารักษาแผลสด ตรงไหนแผลใหญ่และลึกสักหน่อยก็มีผ้าก๊อซปิดไว้ ซึ่งที่เห็นด้วยสายตานั้นไม่ต่ำกว่าห้าตำแหน่ง

แค่นี้ก็ทำให้เขาตัดสินใจได้แล้วว่าจะไม่ยอมกลับกรุงเทพฯ หากไม่มีมงกุฎมุกร่วมเดินทาง บาดแผลที่เห็นอยู่นี้ยังไม่นับรวมขาข้างหนึ่งที่ดามเฝือกอ่อนไว้ รวมถึงนิ้วก้อยซ้ายที่หักจนต้องเข้าเฝือกแข็ง ยังดีที่น้องสาวเขาสวมหมวกกันน็อกตอนขับมอเตอร์ไซค์ ไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นเช่นไร

“ก็ไม่เป็นไร อีกหน่อยก็หาย” หญิงสาวผินหน้าแล้วบอกอย่างไม่ยี่หระ “พี่มัตถ์กลับไปได้แล้ว จะกลับไปกรุงเทพฯ หรือจะไปที่ไหนๆ ก็ไป ไปตอนนี้ได้ยิ่งดี”

ชายหนุ่มลอบถอนหายใจ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กก้าวร้าวตรงหน้าคือคนเดียวกับน้องสาวที่ เคยน่ารักของเขา

“อีกหน่อยก็หาย...อีกหน่อยที่ว่าน่ะอีกกี่เดือน คงหายเร็วอยู่หรอก ปกติคนล้มมอไซค์เขาต้องให้น้ำเกลือที่ไหนกัน แต่นี่พี่เห็นว่าเราได้น้ำเกลือไปหลายขวด”

มงกุฎมุกอ้าปากค้าง หาคำมาโต้เถียงไม่ออก ก็จะให้เธอนอนเฉยๆ อยู่บนเตียงได้อย่างไรกัน อาทิตย์หน้าจะสอบปลายภาคอยู่แล้ว แต่ยังอ่านหนังสือไม่ถึงไหน จึงต้องไหว้วานให้เพื่อนทั้งแบกทั้งขนบรรดาตำราเรียนหลายวิชามาให้อ่าน และคงหักโหมบวกกับพักผ่อนน้อยไปสักหน่อยจึงทำให้ร่างกายอ่อนเพลียถึงขั้นหมอให้น้ำเกลือเป็นขวดๆ แบบนี้

...นี่ขวดที่เท่าไรแล้วเธอก็ไม่แน่ใจ

ดวงตาที่เริ่มไหวระริกกลับมาแข็งกร้าวอีกครั้ง ก่อนคำพูดแสนห้วนไร้การไตร่ตรองจะออกมาจากริมฝีปากแตกระแหงร้อนผ่าว ผลพวงจากอาการป่วย

“อย่ามายุ่ง ชีวิตเป็นของมุก มุกจะทำอะไรก็ได้”

“พี่คงไม่ยุ่ง ถ้าเราไม่ใช่น้อง”

“หึ น้องอย่างนั้นหรือ หลายปีมานี้มุกไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีพี่ชายด้วยซ้ำ”

“วันนี้เราคงคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วมุก” บรมัตถ์พยายามใจเย็นอย่างถึงที่สุด

“วันไหนๆ ก็ไม่มีทางคุยกันรู้เรื่อง” หญิงสาวกำหมัดแน่น คนภายนอกมองว่าเธอเกิดมาบนกองเงินกองทอง เป็นคุณหนูคนเล็กของบ้านที่มีแต่คนเอาใจ แต่คนเหล่านั้นไม่มีทางรู้หรอกว่าทุกอย่างไม่ได้สวยหรูมาเกือบสี่ปีแล้ว “เหอะ พ่อกับแม่เลิกกัน พ่อมีเมียใหม่ แม่ก็เอาแต่เข้าสมาคมบ้าบอนั่นจนลืมลูก พี่สาวบ้างาน ส่วนพี่ชายก็บ้าอำนาจ เอาแต่สั่งๆ เหมือนคนอื่นเป็นทาส ไม่รู้หรือไงว่าเขาเลิกทาสมาตั้งนานแล้ว”

“หุบปากเดี๋ยวนี้มงกุฎมุก !” เสียงทุ้มดังลั่นห้องอย่างเหลืออด ความหวังว่าจะได้น้องสาวคนเดิมกลับมาดูไกลจากสิ่งที่เห็น

“ทำไมล่ะ รับความจริงไม่ได้หรือไง ความจริงมันก็เป็นความจริงอยู่วันยังค่ำนั่นแหละ”

“เลิกเข้าใจอะไรผิดๆ เสียที”

“เข้าใจผิดอย่างนั้นหรือ แล้วอะไรคือเรื่องจริง อ๋อ เรื่องจริงก็คือมุกมันหมาหัวเน่าใช่ไหมล่ะ”

“พี่บอกให้หุบปาก แล้วเตรียมตัวกลับบ้านพร้อมพี่”

“จะกลับไปทำไม แม่ พี่มี่ พี่มัตถ์ ไม่มีใครรักมุกสักคน โดยเฉพาะพ่อ...พ่อไม่รักมุกแล้ว มุกอยู่ไปก็ไร้ค่า”

น้ำเสียงเรียบเรื่อยของน้องสาวทำเอาหัวใจบรมัตถ์เจ็บลึก เขาและปารมีเข้าใจเหตุผลของพ่อกับแม่ดี แต่ตอนนั้นมงกุฎมุกยังถือว่าเด็ก ซ้ำยังเป็นลูกสาวคนเล็กที่ติดพ่อกับแม่เอามากๆ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่น้องรับไม่ได้เมื่อพวกท่านแยกทางกัน

ฝ่าเท้าใหญ่ในรองเท้าโบรกสีดำก้าวเข้าใกล้เตียงคนป่วยมากขึ้น ก่อนบอกด้วยเสียงโทนต่ำอย่างข่มความรู้สึกเอาไว้เต็มที่ สายตายามส่งออกไปซ่อนอะไรเอาไว้มากมาย

“รู้ได้ยังไงว่าพ่อไม่รัก”

“ถ้าพ่อรักมุก พ่อจะไม่มีทางมีเมียใหม่ พ่อหลงนังนั่นจนลืมมุก” หยาดน้ำใสๆ เริ่มพากันคลอคลองจักษุ ทว่าเจ้าของไม่ยอมให้มันไหลออกมา

“เลิกก้าวร้าวพ่อได้แล้ว !” บรมัตถ์ออกคำสั่งก้อง

“พี่มัตถ์นั่นแหละออกไปได้แล้ว ออกไป ! ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น” มงกุฎมุกยกสองมือขึ้นปิดหู พ่อรักอย่างนั้นหรือ ถ้ารักจริงๆ พ่อจะไม่วันทำให้เธอเสียใจด้วยการแต่งงานใหม่กับผู้หญิงที่อายุมากกว่าพี่สาวคนโตไม่กี่ปีหรอก

เมื่ออีกคนในห้องไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ คนบนเตียงจึงเงยหน้าขึ้นมอง ริมฝีปากบางเม้มแน่นจนตรงยิ่งกว่าไม้บรรทัด

“ไม่ไปหรือ ได้ ! พี่มัตถ์ไม่ไป มุกไปเองก็ได้”

ไวเท่าความคิด พูดจบมือเล็กซีดเพราะร่างกายยังอ่อนแรงจากการป่วยก็ดึงเข็มน้ำเกลือออกจากหลังมือตัวเอง เลือดแดงฉานผสมกับน้ำเกลือหยดเต็มชุดคนไข้รวมทั้งผ้าปูเตียงสีขาว ลามไปถึงพื้นหินขัดภายในห้องพักด้วย หากแต่มงกุฎมุกหาได้สนใจไม่ หญิงสาวต้องการเพียงแค่ออกไปจากความอึดอัดนี้เท่านั้น ทว่าเพียงแค่หย่อนเท้าข้างหนึ่งลงจากเตียง ร่างทั้งร่างกลับทรุดลงกับพื้นไปทันทีด้วยลืมไปว่าขาข้างนั้นเข้าเฝือกเอาไว้

“โอ๊ย !!

“ทำอะไรโง่ๆ” ไม่มีการโอ๋ ไม่มีคำปลอบใจหรือแม้แต่เข้าไปช่วยพยุง บรมัตถ์ทำเพียงมองน้องสาวแสนอวดดีด้วยสายตาว่างเปล่าเท่านั้น

“พี่มัตถ์...” น้ำตาเม็ดโตไหลลงเป็นสาย สำหรับมงกุฎมุกแล้วอาการเจ็บทางกายมีไม่มากเท่าเจ็บใจเพราะถูกพี่ชายหมางเมินเช่นนี้

“หายบ้าเมื่อไรแล้วค่อยคุยกัน” ร่างสูงหมุนตัวช้าๆ แล้วเดินตรงไปทางประตู แต่ไม่วายทิ้งท้ายด้วยคำพูดอันกลั่นมาจากตะกอนภายในใจที่บัดนี้ถูกมือเล็กๆ นั่นกวนขึ้นจนขุ่นคลั่ก “มีปากก็พูดไป จะพูดอะไรก็ได้ แต่อย่าพูดว่าที่บ้านไม่มีใครรัก”

บรมัตถ์ก้าวออกจากห้องโดยไม่สนใจเสียงสะอื้นที่ดังอยู่เบื้องหลัง เขารู้จักน้องสาวตัวเองดีกว่าใคร มงกุฎมุกไม่ตายเพราะเรื่องแค่นี้ ปล่อยให้อยู่กับตัวเองสักพักอะไรๆ คงดีขึ้นมาบ้าง

ชายหนุ่มปิดประตูห้องพักพิเศษลง ไม่ทันได้เดินไปยังลิฟต์โดยสารก็ต้องหยุดมองพยาบาลสาวที่มาหยุดยืนตรงหน้าเขาเข้าพอดี ดวงตาดำสนิทมองไปยังถ้วยยาเล็กๆ บนถาดสแตนเลสในมือพยาบาล ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ

“เอายามาให้หรือ”

“ค่ะ ยาหลังอาหาร” พรรษศิกาตอบพร้อมยิ้มให้ แม้อีกฝ่ายจะพูดจาห้วนไม่มีหางเสียง และตีหน้าขรึมใส่ราวกับไปกินแตนทั้งป่ามาก็ตามที

“ผมฝากด้วยแล้วกัน คุณคงเหนื่อยหน่อยเพราะรายนั้นยังไม่ยอมกินข้าวเที่ยง”

“เอ...คนไข้ยังไม่กินข้าวหรือคะ ?” หรือคนไข้ห้องนี้ซึ่งเมื่อเช้าตรู่เพิ่งย้ายมาจากห้องผู้ป่วยรวมจะดูแลยากอย่างที่พยาบาลรุ่นพี่บอกกับเธอตอนส่งเวรให้ดูแลต่อ

“คุณ...”

“เอ่อ พรรษศิกาค่ะ”

“ครับ คุณพรรษศิกา” ชายหนุ่มพยักหน้ายามทวนชื่อ เดาว่าหากเปิดประตูเข้าไปเห็นสภาพมงกุฎมุก เธอคงโกรธเขาไม่มากก็น้อย “ชื่อเรียกยาก มีชื่อเล่นหรือเปล่า”

ใครเขาจะไม่มีชื่อเล่นกันล่ะ...พยาบาลสาวแอบคิดในใจ

“ซอค่ะ” เจ้าของชื่อตอบออกไปตามมารยาท เริ่มสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างจากผู้ชายคนนี้ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครบอกว่าชื่อจริงของเธอเรียกยากสักคน

“ถ้าคุณเข้าไปในห้องแล้วคงตกใจสักหน่อย และก็ขอโทษด้วยที่ทำให้ต้องลำบากเปลี่ยนชุดคนไข้กับผ้าปูเตียงใหม่”

หญิงสาวงุนงง ไม่เข้าใจที่เขาบอกเลยสักนิด ร่างสูงเดินจากไปทิ้งไว้เพียงประโยคน่าขบคิด

“อ้อ อีกเรื่องหนึ่ง คุณคงต้องเจาะสายน้ำเกลือให้น้องสาวผมใหม่แล้วละ...คุณพยาบาลซอ”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 112 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #2116 Kwanta Lorliam (@kwantal) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 02:52

    สนุกมากมายเลย

    #2116
    0
  2. #4 พี่น้อย0105 (@pimpilai2505) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 / 15:39
    เข้ามารอแล้วค่ะ
    #4
    0