คัดลอกลิงก์เเล้ว

บันทึก " ครั้งหนึ่งในชีวิต"

โดย Maylody92

ชีวิตเอาแน่เอานอนไม่ได้ วันนี้เราคิดว่ายังมีชีวิตอยู่ แต่ในวันพรุ่งนี้ อาจจะไม่มีเราอยู่แล้วก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องใช้ทุกเวลาทุกและวินาทีให้มีค่า เพื่อแสวงหาโอกาสที่เป็นของเรา...

ยอดวิวรวม

850

ยอดวิวเดือนนี้

5

ยอดวิวรวม


850

ความคิดเห็น


6

คนติดตาม


2
เรทติ้ง : 95 % จำนวนโหวต : 2
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  4 ก.ค. 60 / 12:32 น.
นิยาย ѹ֡ " ˹㹪Ե"

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
/>

มนุษย์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นของคู่กัน ชีวิตเอาแน่เอานอนไม่ได้ วันนี้เราคิดว่ายังมีชีวิตอยู่  แต่ในวันพรุ่งนี้ อาจจะไม่มีเราอยู่แล้วก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องใช้ทุกเวลาทุกวินาทีให้มีค่า แม้มีเพียงโอกาสอันเล็กน้อยให้ไขว่คว้า ก็ควรจะต้องคว้าไว้ ใครหลายๆคนอาจจะเคยมีประสบการณ์ที่น่าจดจำ และอยากที่จะนำมาถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้ฟัง เฉกเช่นตัวข้าพเจ้าเอง ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตก็มีความทรงจำแบบนี้เช่นกัน

เนื้อเรื่อง อัปเดต 4 ก.ค. 60 / 12:32


เวลาเที่ยงวันท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด แต่ก็คงจะไม่ร้อนเท่าอากาศบนรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ ใกล้แล้วสินะกับเวลาที่ข้าพเจ้าจะได้ก้าวเท้าออกนอกประเทศเพื่อปฏิบัติภารกิจนำชัยสู่ประเทศชาติ เที่ยวบิน ทีจี ๙๒๒ ทะยานขึ้นสู่น่านฟ้าไทยเพื่อมุ่งหน้าไปยังประเทศที่มีกังหันลมเป็นสัญลักษณ์ เมื่อนกเหล็กบินเทียบท่าอากาศยานของเมืองแฟรงก์เฟิร์ท ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นท่า-

อากาศยานที่สามารถรองรับเครื่องบินลำใหญ่ได้ เท้าแตะลงบนภูมิประเทศที่ไม่คุ้นเคยกอปรกับอากาศที่เปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทำให้ข้าพเจ้าต้องหยิบเสื้อกันหนาวขึ้นมาสวมใส่เพื่อต่อสู้กับอากาศอุณหภูมิ ๑๖ องศา 


          การเดินทางจากเยอรมนีเพื่อไปพักที่เบลเยี่ยม ดูจะเป็นการเดินทางที่นานพอสมควร ทัศนียภาพจากในเมืองที่มีตึกรามบ้านช่องมากมายเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นไม้ป่ายืนต้นที่ตั้งเรียงรายสองข้างทาง บวกกับกังหันลมซึ่งตั้งห่างกันเป็นระยะๆ บ่งบอกถึงภูมิประเทศที่เปลี่ยนไป อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ แต่เราก็ยังคงเดินทางกันต่ออย่างไม่ย่อท้อ ข้าพเจ้าเผลอหลับไป และตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อรถจอดแวะพักที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง นาฬิกาบอกเวลาสามทุ่มกว่า แต่แปลกที่ท้องฟ้ากลับไม่มืดลงเลยสักนิด ยังคงมีพระอาทิตย์คอยสาดแสงราวกับเวลายามบ่ายของประเทศไทย ในที่สุดพวกเราก็เดินทางมาถึงที่พักในเวลา ๒๔.๐๐น. ซึ่งพระอาทิตย์เพิ่งจะลาลับขอบฟ้าไปไม่กี่ชั่วโมง เมื่อเก็บของเข้าที่พักเรียบร้อย ข้าพเจ้าล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยล้าพร้อมกับบอกตัวเองว่า พรุ่งนี้เราจะต้องพยายามเพื่อชื่อเสียงของประเทศชาติเรา...


                ตลอดเวลาร่วมห้าวันที่ใช้ชีวิตอยู่บนหุบเขาแห่งหมู่บ้านเจมินิค ประเทศเบลเยี่ยม พวกเราผู้มีหัวใจรักในเสียงเพลงกว่าหนึ่งร้อยชีวิตรวมตัวกันและฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อที่จะนำชัยชนะและชื่อเสียงกลับสู่ประเทศบ้านเกิดเมืองนอน วันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า ต้องต่อสู้กับอากาศที่ไม่แน่นอน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย บางวันมีถึงสามฤดูกาลภายในวันเดียวกัน แต่พวกเราไม่มีความย่อท้อใดๆทั้งสิ้น ยังคงใช้ความอดทน ความมุ่งมั่นและความสามัคคีเป็นแรงผลักดันเพื่อไปสู่จุดหมายเดียวกัน


               และแล้ววันนี้ก็มาถึง กรมอุตุนิยมวิทยาของประเทศเนเธอร์แลนด์รายงานว่า วันนี้จะเป็นวันที่อากาศดีที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา นับเป็นนิมิตรหมายที่ดี ข้าพเจ้าสวมเครื่องแบบอันทรงเกียรติสีม่วง-ขาว เป็นสีประจำวง ซึ่งเป็นตัวแทนของประเทศไทยเข้าร่วมประกวดแข่งขันดนตรีโลก ครั้งที่ ๑๖ ซึ่งสี่ปีจะมีสักครั้งหนึ่ง วินาทีที่เท้าก้าวเข้าไปสัมผัสผืนหญ้าของสนามอันทรงเกียรติ ทุกอณูขุมขนพลันลุกชัน ปลุกสัมผัสทั้งห้าให้ตื่นตัว หัวใจเต้นรัวกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น สายตาเหลือบมองเหล่าผู้ชมนับหมื่น ที่เฝ้าคอยการปรากฎตัวของพวกเรา ข้าพเจ้ารวบรวมสมาธิทั้งหมดให้เป็นหนึ่งเดียวกับวงและพร้อมที่จะเดินไปด้วยกัน ข้าพเจ้าได้สัญญากับตัวเองไว้ว่า วันนี้ ที่นี่ เราจะคว้าชัยกลับสู่ประเทศของเรา


                การแสดงเริ่มต้นขึ้น พวกเรานำสิ่งที่ฝึกซ้อมกันอย่างหนักทั้งปีมาแสดงศักยภาพสู่สายตาประชาชนชาวต่างชาติ เวลาสิบสองนาทีแห่งการแสดง ดึงผู้ชมให้ดำดิ่งไปกับจินตนาการและเสียงดนตรีที่พวกเราสร้างขึ้น เมื่อการแสดงจบลง เสียงปรบมือแห่งความชื่นชมดังติดต่อกันเป็นเวลานานพร้อมกับการยืนปรบมือเป็นการให้เกียรติ พวกเราเหล่านักดนตรีต่างปลื้มปิติจนมิอาจจะกลั้นน้ำตาไว้ได้


                และแล้วเวลาแห่งการตัดสินก็มาถึง เวลาแห่งการลุ้นระทึก เวลาที่จะพิสูจน์ว่าสิ่งที่ทำมาทั้งปีจะมีผลเป็นอย่างไร ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าจะไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษนัก แต่ก็พอฟังออกบ้างและข้าพเจ้าก็ไม่ได้หูฝาดแน่นอนกอปรกับเหลียวไปดูจอมอนิเตอร์ที่ประกาศคะแนน ในที่สุดความมุ่งมั่น ความอดทน หยาดเหงื่อและแรงกายก็เป็นผล คะแนนสูงสุดบ่งบอกว่าเป็นของเราแล้วเรียบร้อยพร้อมกับรางวัลแห่งเกียรติยศ Top Of The World Music Championship รางวัลที่มีคะแนนสูงสุดทำลายสถิติแชมป์เก่าอย่างอเมริกา พวกเราเหล่านักดนตรีก้าวเท้าออกจากสนามด้วยหัวใจที่พองโต มีความสุขกับชัยชนะที่แลกมาซึ่งความยากลำบาก ความเสียสละ หยาดเหงื่อและแรงกาย


เราได้ประกาศให้คนทั้งโลกได้รู้ว่า นักดนตรีของไทยก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าประเทศใดๆเลย ข้าพเจ้ารู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติที่มีโอกาสได้ทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อแผ่นดินเกิด ถึงแม้ร่างกายจะอ่อนล้าแต่ใจก็ไม่เคยถอย ถึงแม้ว่าเราจะไม่มีเวลาได้ไปเที่ยวเล่นเหมือนกับเด็กคนอื่นๆแต่มันก็คุ้มที่ได้ทำในสิ่งที่ใครหลายๆคนไม่ได้ทำ นับเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากยิ่ง น้อยคนนักที่จะได้มายืนยังจุดนี้ แต่ข้าพเจ้าเชื่อว่า คนทุกคนย่อมมีโอกาสที่แตกต่างกัน มีประสบการณ์ที่แตกต่างกัน เพียงแต่ว่า มันจะเกิดขึ้นช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง เฉกเช่นที่เขาว่ากันว่า….

 

ประสบการณ์ มีค่ามากกว่าคำสอนใดๆ  ถ้าเราไม่รู้จักไขว่คว้าหาโอกาส ก็ยากนักที่โอกาสจะเป็นของเรา



ผลงานอื่นๆ ของ Maylody92

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 31 มีนาคม 2557 / 19:51
    รู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูกเลย
    #6
    0
  2. #5 เอ็มจี
    วันที่ 12 ธันวาคม 2556 / 21:37
    อ่านแล้วทึ่งไปเลย เก่งกันมากๆ #ปรบมือๆ

    ประโยคสุดท้ายคมมาก ชอบจังค่ะ ^^
    #5
    0
  3. #4 นิดชานัน
    วันที่ 26 มกราคม 2554 / 20:14
    พี่เมย์ขา

    อ่านแล้วทึ่งคร่า

    สุดยอดด
    #4
    0
  4. #3 Chompu
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2553 / 19:43
    อ่านแล้ว ...นึกถึงตอนประกาศผลจังค้ะ



    นู๋จับมือพี่อิงไว้แน่นเลยหล้ะค้ะ >
    #3
    0
  5. วันที่ 30 มิถุนายน 2553 / 09:16
    โห....ไม่หน้าเชื่อเลยอ่ะ  แกบรรยายได้เห็นภาพบรรยากาศในตอนนั้นเลยอ่ะ   สุดยอดมากๆ
    หรืออาจเป็นเพราะว่าแกเคยเล่าให้เค้าฟังแล้วก็ได้มั้ง  แต่ยังไงเค้าก็ต้องยอมรับว่าแกบรรยายได้สุดยอดอยู่ดีอ่ะ
    เค้ารับรู้ได้ถึงความรู้สึกในตอนที่แกเขียนได้เลยอ่ะ 

    อื้ม....เค้าชอบประโยคนี้อ่ะ 

    "ประสบการณ์มีค่ามากกว่าคำสอนใดๆ ถ้าเราไม่รู้จักไขว่คว้าหาโอกาส ก็ยากนักที่โอกาสจะเป็นของเรา"

    โ - ค - ต - ร  โดนเลยอ่ะ

    ขอบใจนะ  สำหรับข้อคิดดีๆ ^^



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 30 มิถุนายน 2553 / 09:22
    #2
    0
  6. วันที่ 28 มิถุนายน 2553 / 22:44
    อ่านแล้วช่วยคอมเม้นด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
    #1
    0